ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI เผย 10 ปัจจัยสำคัญ เร่งกระตุ้นให้ธุรกิจเชิงพาณิชย์ทั่วโลกหันมาปรับใช้ 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

นายหยาง เชาปิน ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ 5G ของหัวเว่ยเผยถึง 10 ปัจจัยสำคัญของเทคโนโลยี 5G จากหัวเว่ย ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชันอัลตร้าบรอดแบนด์แบบครบวงจรที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติย่านความถี่สู่เครือข่าย 5G รวมไปถึงนวัตกรรม Super Uplink แบบ ครบวงจรและโซลูชันการจัดแบ่งเครือข่าย (Slicing Solutions) ที่จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในหมู่ผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งเป็นข้อเสนอที่มุ่งพัฒนาการให้บริการต่อผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์โดยตรง และผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ตามบ้าน รวมไปถึงผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ในแวดวงอุตสาหกรรมเพื่อตอกย้ำความสำเร็จทางธุรกิจในยุคสมัย 5G

 

นาย หยาง เชาปิน เผย 10 ปัจจัยสำคัญของเครือข่าย 5G ของหัวเว่ย

อันดับที่ 1 ประสบการณ์เครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ที่ครอบคลุม จะเร่งการติดตั้ง 5G ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จากข้อมูลล่าสุดของสมาคมผู้จำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (GSA) ในช่วงปลายปี 2562 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม 62 แห่งใน 34 ประเทศได้ประกาศให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ โดยในจำนวนนี้มีผู้ให้บริการ 41 รายที่ได้รับการสนับสนุนจากหัวเว่ย นับเป็นจำนวนมากถึง 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ให้บริการดังกล่าว “แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากภายนอก แต่หัวเว่ยจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป ผลิตภัณฑ์ 5G และโซลูชันของเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมส่วนใหญ่ทั่วโลก ในปัจจุบัน หัวเว่ยได้ลงนามเซ็นสัญญาร่วมกับผู้ให้บริการระบบการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งหมด 91 แห่งและได้จัดส่งผลิตภัณฑ์ 5G ไปแล้วมากกว่า 600,000 ชิ้น โดยประสบการณ์ในการติดตั้งเครือข่ายโทรคมนาคมที่ผ่านมาทั้งหมดจะถูกนำไปใช้พัฒนาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถติดตั้งเครือข่าย 5G ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพที่สุด” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 2 พอร์ตโฟลิโอที่รอบด้าน พร้อมมอบประสบการณ์ 5G อันเหนือชั้นอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่การริเริ่มโครงสร้าง 5G ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความครอบคลุม ได้มีการวางแผนการดำเนินการเป็นอย่างดีเพื่อส่งมอบประสบการณ์อันเหนือชั้นให้แก่ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง หัวเว่ยมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมเหมาะสมในทุกสถานการณ์ โดยสถาปัตยกรรมเครือข่ายสามชั้นประกอบด้วย สถานีฐานขนาดใหญ่หลายแห่งเพื่อประสิทธิภาพและความครอบคลุมขั้นพื้นฐาน การติดตั้งระบบ Easy Macro ที่ไซต์เสาเครือข่ายสัญญาณเพื่อส่งเสริมความครอบคลุม และโซลูชัน LampSite สำหรับระบบดิจิทัลภายในอาคาร ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความครอบคลุมของเครือข่ายที่ราบรื่นและมอบประสบการณ์ที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Massive MIMO AAU เสาสัญญาณที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเพียง 25 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนย้ายและติดตั้งได้ด้วยคนเพียงคนเดียว แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่รับรองได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างเครือข่ายของผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้เป็นอย่างดี

อันดับที่ 3 โซลูชันอัลตร้าบรอดแบนด์หนึ่งเดียวของอุตสาหกรรม เพื่อการติดตั้งเครือข่ายที่ง่ายยิ่งขึ้น

ในยุค 5G คลื่นความถี่แบบ TDD แบนด์วิดท์ขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการสร้างประสบการณ์ 5G อย่างเหนือชั้น อย่างไรก็ตาม มีผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมจำนวนไม่น้อยที่ได้รับเซ็กเมนท์ของคลื่นความถี่ที่ไม่ต่อเนื่อง เพราะปัจจัยเรื่องกรรมสิทธิ์ของดาวเทียมหรือการแบ่งสรรปันส่วนที่อาจไม่เท่าเทียมกัน หัวเว่ยจึงได้เปิดตัวโซลูชันอัลตร้าบรอดแบนด์หนึ่งเดียวของวงการอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนคลื่นความถี่แบนด์วิดท์สูงสุดที่ 400 เมกะเฮิรตซ์ เพียงหนึ่งโมดูลจะทำให้คลื่นความถี่ที่ไม่ต่อเนื่องภายใน 400 เมกะเฮิรตซ์สามารถใช้งานได้ โซลูชันดังกล่าวจะช่วยรักษาโมดูลและทำให้การติดตั้งไซต์เครือข่ายสัญญาณซับซ้อนน้อยลง และยังช่วยลดค่าเช่าไซต์เครือข่ายสัญญาณและฮาร์ดแวร์ของผู้ให้บริการอีกด้วย

อันดับที่ 4 เบลด AAU สุดพิเศษ ครบจบในหนึ่งเดียว ลดความซับซ้อนในการติดตั้ง

นายหยาง เชาปิน กล่าวว่า “ในกระบวนการการพัฒนาระบบการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคมเลือกใช้ยูนิตเสาอากาศไร้สายจำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนไซต์เครือข่ายสัญญาณและเสาสัญญาณ แต่ตอนนี้ ผู้ให้บริการกลับต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนพื้นที่ติดตั้งเสาอากาศไร้สาย ดังนั้นเสาสัญญาณเบลด AAU ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของหัวเว่ย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของเราในฐานะที่เป็นอุปกรณ์ “เรียบง่ายอย่างเหนือชั้น” ด้วยเป้าหมายที่ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) และการลงทุนในฮาร์ดแวร์และไซต์เครือข่ายสัญญาณ”
เสาสัญญาณเบลด AAU ได้ผสานเสาสัญญาณ AAU 5G เข้ากับเสาสัญญาณนอกอาคาร 2G/3G/4G รวมไว้เป็นกล่องเดียว และจำกัดความสูงเพียง 2 เมตรเท่านั้น เพื่อสนับสนุนช่วงคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 เมกะเฮิรตซ์ ผู้ให้บริการสามารถใช้เสาสัญญาณนี้แทนเสาสัญญาณ 3G/4G เพื่อความสะดวกในการติดตั้งเสาสัญญาณ 5G ได้โดยใช้เพียงพื้นที่สำหรับเสาสัญญาณต้นเดียวเท่านั้น นอกจากนี้การออกแบบที่ผสมผสานอย่างลงตัว ช่วยให้การติดตั้งมีความซับซ้อนน้อยลงด้วย และในทางกลับกันก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพของโครงสร้าง 5G และกระตุ้นให้เกิดการติดตั้งมากขึ้น ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ให้บริการตั้งแต่เริ่มเปิดตัว โดยถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศจีนแล้ว

อันดับที่ 5 โซลูชันเครือข่ายโทรคมนาคม DSS เชิงพาณิชย์เจ้าแรกของอุตสาหกรรม เพื่อการติดตั้ง FDD NR อย่างรวดเร็ว

ปี 2563 จะเป็นปีแห่งการติดตั้งเครือข่าย 5G เป็นจำนวนมหาศาลทั่วโลก นอกจากการติดตั้งเครือข่าย 5G หลักในย่านคลื่นความถี่ 1-6 เมกะเฮิรตซ์แล้ว ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมยังสามารถติดตั้งเครือข่าย 5G ในช่วงคลื่นความถี่ต่ำกว่า 3 เมกะเฮิรตซ์ FDD เพื่อครอบคลุมเครือข่าย 5G อย่างรวดเร็วได้ โดยสำหรับคลื่นความถี่ FDD ใหม่ในขณะนี้ ข้อแนะนำของหัวเว่ยคือการติดตั้งสัญญาณเครือข่าย 5G โดยตรงจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ คลื่นความถี่ FDD ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเทคโนโลยี NR เนื่องจากมีผลพิสูจน์ออกมาแล้วว่าเทคโนโลยี NR ที่ทำงานบนคลื่นความถี่ FDD สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจเทคโนโลยี LTE สำหรับคลื่นความถี่ FDD ที่มีอยู่ก่อนหน้าสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยการใช้การบริการโซลูชันโครงข่ายร่วมกัน (DSS) ภายในหนึ่งมิลลิวินาทีของหัวเว่ย เทคโนโลยีนี้สามารถจัดสรรแหล่งที่มาของคลื่นความถี่ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงหนึ่งมิลลิวินาทีเท่านั้น โดยมีพื้นฐานมาจากเทคโนโลยี LTE การบริการ 5G และความต้องการของการส่งข้อมูลสัญญาณ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคลื่นความถี่ได้อย่างดีที่สุด  “ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2562 DSS โซลูชันของหัวเว่ย ถูกนำไปใช้กับระบบโทรคมนาคมในยุโรป ปัจจุบัน ลูกค้าของเรามี  100 ล้านคลื่นความถี่ FDD อุปกรณ์ RRU ที่สามารถนำไปปรับเปลี่ยนเป็น 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้โซลูชันนี้” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 6 อัลกอริทึมอัจฉริยะ เสริมศักยภาพเครือข่ายชั้นนำ

“หัวเว่ยได้พัฒนาเทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบ Massive MIMO อย่างรอบด้าน ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยได้จัดทำพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์และอัลกอริทึมที่เหนือชั้นเพื่อเสริมศักยภาพระบบ Massive MIMO ของเราให้ล้ำหน้าอยู่เสมอ ด้านซอฟต์แวร์อัลกอริทึม หัวเว่ยพร้อมด้วยเทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบ MU-MIMO การระบุข้อกำหนดซอฟต์แวร์ หรือ SRS เทคนิคการประมวลผลสัญญาณแบบ full-channel beamforming และอื่นๆ อีกมากมาย ที่พร้อมเสริมความสามารถในการกระจายสัญญาณ ขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุม และพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าถึงขีดสุด โดยหัวเว่ยได้ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออย่าง LG U+ ในประเทศเกาหลีใต้ , EE ในประเทศอังกฤษ และ Sunrise ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ติดตั้งเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ในปี 2562 การทดสอบสมรรถนะเครือข่ายจากบุคคลภายนอกซึ่งจัดทำโดย RootMetrics and Connect ระบุว่าหัวเว่ยได้ช่วยพัฒนาประสบการณ์ใช้งานของผู้ให้บริการเครือข่ายให้ทะยานขึ้นสู่อับหนึ่ง โดยมีอัตราดาวน์ลิงก์เฉลี่ยมากกว่าเครือข่ายคู่แข่ง 1.5 ถึง 2 เท่า จึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือชั้นของเทคโนโลยี Massive MIMO ในการให้บริการเชิงพาณิชย์ในสถานการณ์จริงได้เป็นอย่างดี” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 7 เทคโนโลยี 5G สีเขียว ใช้พลังงานน้อยลง

ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารของอุปกรณ์มือถือให้สมบูรณ์และยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งหัวเว่ยพร้อมมอบโซลูชันการประหยัดพลังงานแบบครบวงจร ที่ได้นำเอาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ไซต์เครือข่ายรูปแบบใหม่ และระบบการประสานงานทั่วเครือข่ายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน เพื่อลดการใช้พลังงานในการกระจายสัญญาณ 5G ต่อบิต พร้อมด้วยนวัตกรรมการออกแบบชิปและอัลกอริทึม วัสดุฮาร์ดแวร์คุณภาพสูง และเทคโนโลยีกระจายความร้อนล้ำสมัย ซึ่งสามารถส่งมอบเซลล์สัญญาณได้ใหญ่กว่าถึง 50 เท่า ให้กับเสากระจายสัญญาณ (AAUs) ในระบบ 5G แต่กลับใช้พลังงานเทียบเท่าแค่เพียงหน่วยแปลงสัญญาณวิทยุระยะไกล (RRUs) ในระบบ 4G เท่านั้น นอกจากนี้โซลูชันการประหยัดพลังงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังสามารถรักษาดัชนีชี้วัดผลงานที่น่าพึงพอใจได้ในหลากหลายสถานการณ์ ในขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จาก symbol, channel, และ carrier shutdown ทั่วทุกโหมดการทำงานบนเครือข่าย รวมถึงย่านความถี่ต่างๆ ตามความต้องการของการให้บริการ เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงานที่ละเอียดแม่นยำมากขึ้นในระดับเครือข่าย

อันดับที่ 8 โซลูชันแบบคอนเวิร์จ NSA/SA แบบครบวงจร เพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลของอุตสาหกรรมในอนาคต

“เทคโนโลยี 5G ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้งานโดยตรง แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม จึงทำให้เทคโนโลยี 5G แตกต่างจากเทคโนโลยีกระจายสัญญาณรุ่นก่อนหน้า โดยมาตรฐาน Release 16 จาก 3GPP จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เทคโนโลยี 5G จะสามารถรับส่งข้อมูลที่มีเสถียรภาพสูงและความหน่วงต่ำ (ultra-reliable low-latency communication – URLLC) ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นที่เข้าใจกันดีในอุตสาหกรรมว่าระบบ Standalone (SA) คือที่สุดของสถาปัตยกรรมเครือข่าย 5G โดยหัวเว่ยได้สนับสนุนและพัฒนาทั้งระบบ NSA และ SA อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายการเข้าถึงผ่านการรับส่งทางคลื่นวิทยุ (Radio Access Network ) core network ชิปเซ็ต และเครื่องปลายทาง ซึ่งจะช่วยให้โอเปอเรเตอร์เครือข่ายโทรคมนาคมสามารถส่งมอบบริการให้กับผู้บริโภค ผู้ใช้งานตามบ้าน และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างครบครัน” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 9 โซลูชัน SUL E2E (Super Uplink) แบบครบวงจรที่มีเอกลักษณ์ เติมเต็มประสบการณ์และศักยภาพการเชื่อมโยงในอุตสาหกรรม

ระบบ TDD แบบดั้งเดิมจะเน้นที่ความต้องการของเทคโนโลยี enhanced Mobile Broadband (eMBB) ซึ่งทำให้ความสามารถในการดาวน์ลิงก์สูงกว่าอัปลิงก์เป็นอย่างมาก จึงไม่สามารถส่งข้อมูลอัปลิงก์ขนาดใหญ่และมีความหน่วงต่ำ ซึ่งจำเป็นต่อการใช้งานบางอย่างในภาคอุตสาหกรรม เช่น การถ่ายทอดสดแบบ 4K และ 8K เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว หัวเว่ยจึงได้เปิดตัวโซลูชันนวัตกรรม Super Uplink ขึ้น เพื่อประสานการส่งสัญญาณแบบ TDD และสเปคตรัม FDD ปลดล็อคความสามารถในการอัปลิงก์และลดความหน่วงของสัญญาณได้อย่างมีนัยสำคัญ ระบบ TDD ยังสามารถทำงานร่วมกับแถบความถี่แบบ Full SUL ซึ่งส่งผลให้ความสามารถอัปลิงก์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยผลการทดสอบของผู้ให้บริการโทรคมนาคมระบุว่า สามารถลดความหน่วงของสัญญาณได้ถึง 30 เปอร์เซนต์ และเพิ่มอัตราการอัปลิงก์ได้สูงสุดถึง 4 เท่า โดยกลุ่มมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม 3GPP ได้ยอมรับนวัตกรรมดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว

อันดับที่ 10 โซลูชันการจัดแบ่งเครือข่าย ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลในอุตสาหกรรม

เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชันการจัดแบ่งเครือข่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่เครือข่ายการรับส่งทางคลื่นวิทยุ core network เครือข่ายคมนาคม ไปจนถึงเครื่องปลายทาง เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมและลูกค้าอุตสาหกรรมสามารถส่งมอบบริการที่หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมกับการันตีแบนด์วิดท์สูงและความหน่วงสัญญาณต่ำ ส่งผลให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้กังวล โดยโซลูชันดังกล่าวสามารถนำมาใช้ได้กับหลากหลายสถานการณ์ในแต่ละอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) พอร์ตอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ หรือเทคโนโลยีคลาวด์ AR/AR จึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ ในขณะเดียวกัน ยังสร้างโอกาสให้ผู้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมสามารถแสวงหาตลาดใหม่ๆ ได้อีกด้วย

“เทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่ในทุกยุคถูกพัฒนามาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายและประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยี 5G เองก็ไม่ต่างกัน การให้บริการ 5G ต้องครอบคลุมอย่างเพียงพอเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และจะต้องเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าเทคโนโลยีในยุคก่อนหน้า ผลิตภัณฑ์และโซลูชันจากหัวเว่ยจึงสะท้อนความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายนี้ นอกจากนี้ ปี 2563 จะเป็นปีสำคัญของเทคโนโลยี 5G เนื่องจากจะถูกนำมาใช้เชิงพาณิชย์ในวงกว้างและดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีใครสามารถเล่นบทเพลงอันยิ่งใหญ่ได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยวงออเคสตราทั้งวงใน
การบรรเลง” เราจึงมุ่งหวังในการทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอื่นๆ ในการสานต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรม
รวมไปถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์ เพื่อนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์ในฐานะแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ เพื่อสร้างสรรค์ดิจิทัลอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนร่วมกันต่อไป” นายหยาง เชาปิน กล่าวสรุป

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักงานใหญ่ออปโป้ บริจาคหน้ากากอนามัย 20,000 ชิ้น แก่รพ.ศิริราช SiPH และ ศิริราช-กาญจนา พร้อมเป็นกำลังใจให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

สำนักงานใหญ่ออปโป้ แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ของโลก ตระหนักถึงความรุนแรงของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จากไวรัสโคโรน่า ซึ่งทำให้เกิดความต้องการในการใช้หน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาก จึงได้บริจาคหน้ากากอนามัย ประเภท N95 จำนวน 20,000 ชิ้นให้แก่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก โดยในครั้งนี้ทางโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นตัวแทนรับมอบ

นายชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย ตัวแทน ออปโป้ สำนักงานใหญ่ (คนที่ 3 จากซ้าย) เข้าพบ รศ.นพ. ชาญ ศรีรัตนสถาวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (คนที่ 3 จากขวา) และ นพ. รัฐศักดิ์ วงศ์ลักษณะพิมล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (คนที่ 2 จากขวา)

นายชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย เป็นตัวแทน ออปโป้ สำนักงานใหญ่ เข้าพบ รศ.นพ. ชาญ ศรีรัตนสถาวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และ นพ. รัฐศักดิ์ วงศ์ลักษณะพิมล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เพื่อนำมอบหน้ากากอนามัย ประเภท N95 จำนวน 20,000 ชิ้น ให้โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้นำไปใช้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นายชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย ตัวแทน ออปโป้ สำนักงานใหญ่ มอบหน้ากากอนามัย ประเภท N95 จำนวน 20,000 ชิ้น

“ตอนนี้ทั้งโลกกำลังตระหนกกับ COVID-19 ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ของโลกใบนี้ ทางผมและออปโป้ ขอให้กำลังใจทุกท่าน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ คนไทยทุกคน และคนทั่วทั้งโลกใบนี้ เราต้องจับมือกัน ต้องเข้มแข็งและร่วมมือกัน พร้อมก้าวผ่านมันไปให้ได้ ผมและพนักงานออปโป้ทุกท่าน พร้อมส่งกำลังใจให้ทุกคนครับ” นายชานนท์ กล่าว

 

ออปโป้ ส่งกำลังใจให้แก่ทุกๆ ท่าน ผ่านจุดต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ออปโป้ ไม่ได้เพียงตระหนักและส่งกำลังใจถึงบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังขอส่งกำลังใจให้แก่ทุกๆ ท่าน ผ่านจุดต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ลานพาร์ค พารากอน, จอ Panoramix ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21, MRT สุขุมวิท และ สี่แยก รัชดา-อโศก เพื่อให้ทุกท่านเข้มแข็งและสามารถผ่านเหตุการณ์นี้ไปพร้อมกัน

อ่านต่อ...

Android App

NOSTRA Map ผุดแอปฯ D-WORK ติดตามพนักงาน WFH เรียลไทม์ ลดเสี่ยง รับ-แพร่ เชื้อโควิด-19 ช่วง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

นอสตร้า แมพ (NOSTRA Map) แอปพลิเคชันแผนที่นำทาง โดยบริษัท โกลบเทค จำกัด พัฒนาแพลตฟอร์มช่วยธุรกิจตรวจสอบตําแหน่งของพนักงานในความดูแลช่วง Work From Home ภายใต้ชื่อ D-WORK ช่วยผู้บริหารทีมให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งของพนักงานในความดูแล เพื่อมั่นใจว่าพนักงานจะปลอดภัย และห่างไกลจากการเสี่ยงออกไปรับเชื้อโรค COVID-19 หากพนักงานออกไปนอกเขตพื้นที่ Registered Zone ในระหว่างวันทำงาน ผู้ดูแลระบบจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันทันที สนับสนุนการทำ Self – Quarantine กรณีมีพนักงานที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรค COVID-19 ต้องกักตัวในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อเฝ้าระวังตลอด 14 วัน รองรับการใช้งานบนมือถือทั้งในระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยผู้ดูแลระบบสามารถเห็นตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของพนักงานได้ผ่านแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ล่าสุดมีองค์กรสนใจทดลองนำไปใช้งานทั้งในภาครัฐและเอกชนแล้วกว่า 16 หน่วยงาน

 

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด กล่าวว่า จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ที่ล่าสุด หลายธุรกิจเริ่มออกมาตรการให้พนักงานสามารถทำงานได้จากที่บ้าน เพื่อลดการรวมตัวจนนำไปสู่การรับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อ จากปัจจัยดังกล่าว แพลตฟอร์ม “D-WORK” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยธุรกิจสำหรับใช้ในการติดตามตรวจสอบตําแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของพนักงานในความดูแลระหว่าง Work From Home เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะปลอดภัย และห่างไกลจากการเสี่ยงออกไปรับเชื้อโควิด-19 และนำมาซึ่งการทำงานที่มีประสิทธิภาพแม้จะทำงานจากที่บ้าน

 แพลตฟอร์ม “D-WORK” พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในยุควิกฤต ที่ธุรกิจจำเป็นต้องให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน โดยใช้งานเพื่อติดตามตรวจสอบตำแหน่งพนักงานในความดูแลว่ากำลังทำงานอยู่ที่บ้าน หรือพื้นที่ที่พนักงานลงทะเบียนไว้จริง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานจะปลอดภัยและห่างไกลจากการเสี่ยงออกไปรับเชื้อโรคโควิด-19 ตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ข้างนอก” นายวิชัยกล่าว

 

D-WORK ทำงานในคอนเซ็ปต์ที่เข้าใจง่าย โดยหลังจาก ที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ใช้บริการ (License) ในการใช้แอปพลิเคชันตามจํานวนพนักงาน ทีมงาน D-WORK จะส่งรายละเอียดการติดตั้งแอปฯ รวมถึง Username  Password  ในการเข้าใช้งานไปให้พนักงานแต่ละคน ติดตั้งและ Log in บนมือถือ ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อเข้าสู่ระบบ D-WORK จากนั้นผู้ดูแลหรือผู้บริหารขององค์กรจะสามารถเห็นตําแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของพนักงานทุกคนผ่านระบบเว็บมอนิเตอร์ติดตามแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ระบบมอนิเตอร์ติดตามบนโมบายแอปพลิเคชันยังสามารถแบ่งระดับการมองเห็นเป็นแต่ละแผนก ให้ผู้ดูแลแต่ละทีมเห็นเฉพาะทีมของตัวเองได้ตามนโยบายขององค์กร โดยสามารถติดตามตรวจสอบตําแหน่งของพนักงานในความดูแล หากพนักงานออกไปนอกเขตพื้นที่ Registered Zone ในระหว่างวันทํางาน ผู้ดูแลระบบจะได้รับการแจ้งเตือนทันที ผ่านแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ทาง NOSTRA  ได้มีการนำระบบแพลตฟอร์ม D-WORK ทดสอบบริการดังกล่าวได้กว่า 2  สัปดาห์แล้ว ซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ล่าสุดมีองค์กรให้ความสนใจและติดต่อเข้ามาเพื่อขอทดลองใช้งานทั้งในภาครัฐและเอกชนแล้วกว่า 16 หน่วยงาน นายวิชัยกล่าวทิ้งท้าย

 สำหรับ องค์กรที่สนใจ แพลตฟอร์ม D-WORK สามารถลงทะเบียนขอทดลองติดตั้งใช้งานฟรี วันนี้ถึง 12 เมษายนนี้ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.nostramap.com/dwork/ 

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac จัดค่ายแกนนำเยาวชนอินเทอร์เน็ต สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เปลี่ยนจาก “เหยื่อ” สู่ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ร่วมสร้างสังคมออนไลน์ปลอดภัย พร้อมชิงทุนต่อยอดโปรเจกต์รวมกว่า 400,000 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โรคระบาดและเป็นไปตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ค่ายแกนนำเยาวชนอินเทอร์เน็ต dtac Young Safe Internet Leader Camp Version 2.0  (YSLC) จึงได้เปลี่ยนรูปแบบสู่ “ค่ายออนไลน์” ลดความเสี่ยงจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไทยที่อาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดค่ายบ่มเพาะผู้นำเยาวชนทางออนไลน์ และใช้ระบบพี่เลี้ยงที่ช่วยให้นักเรียนค่ายสามารถทำโครงการต้านภัยออนไลน์ได้จนสำเร็จผ่านออนไลน์ที่จะใช้เวลานานตลอด 3-6 เดือน โดยค่าย YSLC นี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองอินเทอร์เน็ตที่มีความรับผิดชอบ (Responsible netizen) มีคุณสมบัติในการเปิดรับและพร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ อยู่เสมอ มีความมั่นใจในการใช้อินเทอร์เน็ต สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและระบุความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้ได้ รวมทั้ง สามารถเปลี่ยนบทบาทจากเหยื่อภัยออนไลน์ มาเป็นผู้นำที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง และสามารถให้คำแนะนำแก่เพื่อนๆ หรือผู้คนรอบข้าง ในการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นช่วงเวลาปิดเทอม เด็กมัธยมหลายล้านคนใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เยาวชนเผชิญกับภัยออนไลน์สูงขึ้น ดีแทคเชื่อว่า เยาวชนสามารถเปลี่ยนจากบทบาทของเหยื่อภัยออนไลน์ให้กลายมาเป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ dtac Young Safe Internet Leader Camp 2.0 (YSLC) จึงเกิดขึ้นเพื่อ เป็นโอกาสให้แก่เยาวชนทั่วประเทศไทย สามารถเข้าถึงการเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ผ่านบทเรียนและกระบวนการบ่มเพาะออนไลน์ ทั้งนี้ จากความสำเร็จของค่าย YSLC ครั้งที่ 1 ในปีที่แล้ว ทำให้ดีแทค มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยและภาคีพันธมิตร ร่วมกันสานต่อและเดินหน้าโครงการเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งในครั้งนี้จะมีความเข้มข้นมากขึ้นและสอดคล้องกับความถนัดและความสนใจของเด็กแต่ละคน จึงได้ออกแบบหลักสูตรค่าย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ เสริมภูมิคุ้มกัน เพิ่มเติมเทคนิคเฉพาะด้าน และต่อยอดโครงการด้วยความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรนี้ มีผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กอย่างหมอมิน เบญจพร ตันตสูติ เจ้าของเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขาร่วมออกแบบด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าเด็กที่เข้าร่วมโครงการนี้ นอกจากทักษะและความรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) แล้ว ยังจะทำให้เด็กๆ มีวิธีการคิดอย่างเป็นระบบ มีการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) มากขึ้น”

 

เข้าใจภัยออนไลน์ให้ถ่องแท้ผ่านหลักสูตรเรียนออนไลน์เข้มข้น

ค่าย YSLC ครั้งที่ 2 นี้ จะมีเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นที่ควรรู้บนโลกไซเบอร์ ได้แก่

  • Anatomy of Fake News น้องๆ จะมีโอกาสร่วมกันค้นหาส่วนประกอบของข่าวปลอม เรียนรู้วิธีการแยกแยะข่าวสารที่ได้รับบนโลกออนไลน์ พร้อมสนุกไปกับเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบเนื้อหาบนโลกออนไลน์เบื้องต้น
  • Diversity and Cyberbullying น้องๆ จะได้ร่วมทำบททดสอบเฉพาะบุคคล เรียนรู้คุณค่าของตนเองและความแตกต่างของบุคคลรอบตัว พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการรับมือกับปัญหาการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  • Online Privacy and Sexual Abuse น้องๆ จะได้เรียนรู้วิธีการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ภัยร้ายและความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูล ได้แก่ การปลอมแปลงบัญชี การหลอกลวง และการละเมิดทางเพศ

สร้างแกนนำเยาวชนระดับชั้นมัธยมให้พร้อมขยายผล ทำโครงการรับมือภัยออนไลน์ที่โรงเรียน

ค่าย YSLC ครั้งที่ 2 เปิดรับเยาวชนระดับชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายหรือเทียบเท่า ให้สมัครอบรมเป็นทีม ทีมละ 3-5 คน และนำเสนอไอเดียใน “การแก้ปัญหาภัยร้ายบนโลกออนไลน์” โดยคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกจากไอเดียที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้และรับทุนเพื่อต่อยอดการดำเนินโครงการจริง พร้อมรับโอกาสสุดพิเศษมากมาย ได้แก่

  1. โอกาสในการเรียนรู้และรับคำปรึกษาแบบออนไลน์ เติมความรู้และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านดิจิทัลรายบุคคลและรายกลุ่มจากทีมวิทยากรที่มีชื่อเสียง เช่น ทีมข่าวชัวร์ก่อนแชร์ของ ช่อง 9 อสมท. Workpoint News และคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่างๆ เช่น The Trust ผู้ชนะเลิศการออกแบบบอร์ดเกมส์ต้านคอร์รัปชัน และ OpenDream เป็นต้น
  2. โอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ เปิดโลกให้กับเยาวชนในการสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้และแนะนำบ่มเพาะการดำเนินโครงการที่นำเสนอให้เกิดขึ้นจริง ด้วยกระบวนการที่ออกแบบโดยทีมงานระดับนานาชาติอย่าง FabCafe Bangkok ที่มีประสบการณ์การ Scale-up และเครือข่ายกว่า 12 ประเทศทั่วโลก
  3. ทุนสนับสนุนโครงการ สำหรับดำเนินกิจกรรมจริงในโรงเรียนหรือชุมชน รวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท (ทีมละ 20,000-40,000 บาท)
  4. โอกาสในการแสดงผลงานในมหกรรมแสดงผลงานระดับชาติ การเผยแพร่ผลงานบนช่องทางในสื่อชั้นนำ รวมถึงช่องทางของดีแทค และ http://awrd.com/en/  ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มของกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลกสำหรับเสนอไอเดียการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างสร้างสรรค์โดย FabCafe

 

 

ทั้งนี้ ทีมที่ผ่านการคัดเลือก จะต้องผ่านการเรียนรู้ หัวข้อที่ 1 ภูมิคุ้มกันบนโลกออนไลน์ ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ (จำนวน 3-6 ชั่วโมง) เมื่อผ่านเรียนรู้ในหัวข้อที่ 1 แล้ว ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในรอบถัดไป จะได้รับโอกาสในการดูแลและพัฒนาทักษะเฉพาะจากทีมพี่เลี้ยง (Mentor) โดยทีมพี่เลี้ยงจะเป็นผู้แนะนำบทเรียนใน หัวข้อที่ 2 การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และหัวข้อที่ 3 การดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ตามความเหมาะสมและสนใจของทีมนั้นๆ ในลำดับถัดไป

สำหรับค่าย YSLC Version 2.0 นี้ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึงวันที่ 10 เม.ย. 2563 ที่ https://www.safeinternet.camp/ ประกาศผลการคัดเลือก 20 เม.ย. พร้อมร่วมเข้าค่ายออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. เป็นต้นไป

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14 OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

OPPO Find X2 Series ...

OPPO A31 All features you need to know OPPO A31 All features you need to know
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้...

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโ...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

realme 6 สมาร์ทโฟนกล...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

3BB GIGATainment ความบันเทิงระดับโลกกับบ้านใหม่ของ HBO ในไทย พร้อมอินเทอร์เน็ต 1Gbps เริ่มต้น 590 บาท

3BB หนึ่งในผู้ให้บริ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

สำนักงานใหญ่ออปโป้ บริจาคหน้ากากอนามัย 20,000 ชิ้น แก่รพ.ศิริราช SiPH และ ศิริราช-กาญจนา พร้อมเป็นกำลังใจให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

  สำนักงานใหญ่อ...

Apple News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

Foxconn คาดการณ์ iPhone 5G ช่วงปลายปีมีจำนวนเพียงพอแน่นอน เตรียมเปิดตัวช่วงเวลาเดิม

Bloomberg รายงานว่า ...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

Honor Play 4T ว่าที่สมาร์ทโฟนตัวกลาง ชิป Kirin 810 เตรียมเปิดตัว 9 เมษายนนี้

หลังจากที่ Honor เปิ...

IT News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

อาจลากยาว? Microsoft ประกาศเตรียมจัดงานบนออนไลน์ถึงกลางปี 2021

หนึ่งในบริษัทยักษ์ให...

Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO Ace2 เตรียมตัดคำว่า Reno ออก ใช้ Snapdragon 865 และอาจเปิดตัว 13 เมษายนนี้

ในเดือนมีนาคมที่ผ่าน...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง