ติดตามพวกเรา

How To

[How-to] วิธีการย้ายข้อมูลระบบ Android มาใช้ iPhone รุ่นใหม่ ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

อีกไม่เพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า iPhone รุ่นใหม่กำลังจะเปิดตัวกันแล้ว โดยหากใครที่กำลังใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android อยู่แล้วต้องการย้ายพรรคไปฝั่ง iOS จะต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีวิธีการมาให้ชมกัน เพียงไม่กี่ขั้นตอน

how to Move from Android to iPhone, iPad, or iPod touch

1. เตรียมพร้อมอุปกรณ์ทั้งเครื่องส่งออกและนำเข้าข้อมูลให้ดี
อย่างแรกเราต้องตรวจสอบก่อนว่าทั้งสมาร์ทโฟน Android และ iOS เชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่ พร้อมกับการเสียบชาร์จแบตเตอรี่ไว้ตลอดเวลาในช่วงของการทำ

2. เริ่มย้ายข้อมูล
เมื่อเราซื้อ iPhone รุ่นใหม่มาแล้ว เมื่อมาอยู่ในหน้าต่างการตั้งค่า ให้เราเลือก “ย้ายข้อมูลมาจาก Android”

how to Move from Android to iPhone, iPad, or iPod touch

จากนั้นในส่วนของสมาร์ทโฟน Android ให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Move to iOS บน Google Play Store เมื่อโหลดเสร็จสิ้นก็ให้เปิดแอพขึ้นมาแล้วกด “ยอมรับ” จากนั้นให้กดค้นหารหัสที่มุมขวาบนหน้าจอเพื่อรอการใส่รหัสจากฝั่ง iOS

how to Move from Android to iPhone, iPad, or iPod touch

3. รับรหัสจากฝั่ง iOS
หลังจากที่ได้กด “ย้ายข้อมูลมาจาก Android” บน iPhone แล้ว จากนั้นให้รอรหัส 10 หรือ 6 หลักขึ้นมา แล้วทำการป้องรหัสลงในสมาร์ทโฟน Android ของเราได้เลย

how to Move from Android to iPhone, iPad, or iPod touch

4. เลือกเนื้อหาที่ต้องการย้าย
บนสมาร์ทโฟน Android ให้เราเลือกเนื้อหาที่ต้องการย้ายแล้วแตะถัดไป จากนั้นก็รอให้ทั้ง 2 เครื่องทำงานจนเสร็จเรียบร้อย

**เนื้อหาที่ถูกย้าย ได้แก่ รายชื่อ, ประวัติข้อความ, รูปภาพและวิดีโอจากกล้อง, ที่คั่นหน้าเว็บ, บัญชีอีเมล และปฏิทิน โดยแอพบางแอพจะถูกย้ายด้วยเช่นกัน ขณะที่บางแอพก็สามารถดาวน์โหลดใหม่ได้ที่ App Store

5. ตั้งค่าอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
หลังจากที่ข้อมูลถูกย้ายมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอของ iPhone จนเสร็จสิ้น แล้วทำการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ว่ามาครบหรือไม่ หากดูแล้วว่าไม่มีอะไรขาดหายไป ก็ถือเป็นอันจบพิธี

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับการย้ายข้อมูลจาก Android ไป iOS ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน ส่วนใครที่รอการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่อยู่ ก็เตรียมรับชมไลฟ์จาก Apple ได้สดๆ ในวันที่ 11 กันยายนนี้ เวลา 00.00 น. (เที่ยงคืนวันที่ 10 กันยายน)

ที่มา : Apple

Apple News

หา iPhone หาย และอุปกรณ์อื่นๆ ของแอปเปิลด้วยแอป Find My และ iCloud.com

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ อีกปัญหาหนึ่งที่หลายๆ คนพบคือการทำหายนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำสำหรับมือใหม่หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์ของแอปเปิลซึ่งอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้อยู่ได้ด้วยครับ เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ  เช่น iPhone, iPad, iPod, MacBook, Airpods หาย สามารถค้นหาได้จากตำแหน่งของเครื่องที่เปิดใช้งานล่าสุด ซึ่งการค้นหานั้นสามารถทำได้ผ่านเว็บ “iCloud.com“และแอป “Find My” นั่นเองครับ

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPod, iPad

การจะค้นหาอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPod, iPad ได้นั้นจะต้องเข้าไปเปิดตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานก่อนครับ โดยเข้าไปที่่

  • Settings > Sign in to your iPhone > Email Apple ID & Password > Find My  > ON จากนั้นให้เปิดการค้นหา iPhone ตามภาพด้านล่างนี้นะครับ

หากยังไม่มี Apple ID คลิกดูวิธีการสมัครที่นี่ 

 

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My Mac

คลิกท่ีรูปแอปเปิล > System Preferences > iCloud ล็อคอินด้วย Apple ID & Password > Sign in จากนั้นให้ติ๊กถูก “Find Muy Mac” เพื่อเปิดใช้งาน

 

คลิก “Allow”

 

หลังจากที่ล็อคอินเรียบร้อยแล้ว ทั้งบน iPhone, iPod, iPad และ Mac ก็พร้อมค้นหาโลเคชั่่นที่ใช้งานล่าสุดได้แล้วครับ

 

วิธีการค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods  และ Mac ผ่านเว็บไซต์

ให้เข้าไปที่ www.icloud.com (การค้นหาจากเว็บสามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Mac ) จากนั้นให้ล็อคอินด้วย Apple ID ที่ใช้ล็อคอิน iCloud ไปแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าในกรณีที่มีหลายอุปกรณ์ให้ล็อคอินด้วย Apple ID เดียวกันทุกอุปกรณ์เพราะในการค้นหานั้นจะรวมอยู่ในบัญชีเดียวกันทั้งหมด

เลือกไปที่ “ค้นหา iPhone” เพื่อค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ

 

เข้ามาแล้วจะเห็นแผนที่ ซึ่งสามารถเลือกดูได้แบบ Standard, Sattlelite และ Hybrid ตัวอย่างค้นหาแบบ Satellite (ภาพถ่ายดาวเทียม)

 

อุปกรณ์ที่ล็อคอินด้วยบัญชีเดียวกันจะโชว์ขึ้นมาให้เห็นทั้งหมดครับ

 

ถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของเราเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็จะค้นหาเจอและถ้าในกรณีที่อาจจะหายภายในบ้านสามารถส่งเสียงโดยการเลือกไปที่ “ส่งเสียง”

 

ในกรณีเครื่องหายสามารถเลือกไปที่ “โหมดสูญหาย” เพื่อสั่งล็อคเครื่องได้ ให้ใส่เบอร์โทรที่ต้องการให้คนที่เจอติดต่อกลับ จากนั้นเลือก “ถัดไป”

 

พิมพ์ข้อความที่ต้องการแจ้งให้กับผู้ที่พบติดต่อกลับ

 

หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแจ้งสูญหายแล้ว เมื่อ iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ “เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” ระบบจะล็อคเครื่องให้ และขึ้นข้อความที่ได้พิมพ์ไว้ก่อนหน้านี้บนหน้าจอทันที

 

 

และฟังก์ชั่นสุดท้ายคือ “ลบ iPhone” ซึ่งเป็นคำสั่งลบข้อมูลของตัวเครื่องทั้งหมด ในกรณีที่มีข้อมูลที่สำคัญหรือคิดว่าไม่ได้คืนแล้วสามารถสั่งลบข้อมูลได้จากฟังก์ชั่นนี้

 

วิธีค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods, Mac ด้วยแอป Find My

หากต้องการค้นหาอุปกรณ์ที่หายไปให้เปิดแอป Find My ขึ้นมาครับ ซึ่งแอปนี้จะเป็นการรวมทั้งแอป Find My iPhone และ Find My Friend เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ค้นหาได้ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเพื่อน ในแอปเดียวกัน

 

หลังจากที่เข้ามาในแอป “Find My” จะเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเราครับ เลือกที่ All Devices เพื่อโชว์อุปกรณ์ทั้งหมดของเราที่มีอยู่และล็อคอินภายใต้ Apple ID เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการค้นหาเพื่อส่งเสียง และนำทางไปยังอุปกรณ์นั้นๆ ได้

 

“Mark As Lost” (โหมดสูญหาย) สามารถใช้งานบนแอป “Find My”  ได้เช่นกัน เลือกที่ “Mark As Lost” เพื่อล็อคเครื่องพร้อมส่งข้อความเพื่อติดต่อไปยังเครื่องที่หาย

 

หลังจากที่สั่งล็อคแล้วจะมีข้อความขึ้นมาที่หน้าเพื่อแจ้งให้คนที่เจอติดต่อกลับได้ครับ

 

หรือหากต้องการสั่งลบข้อมูลก็สามารถเลือก “Erase This Device” ข้อมูลต่างๆ จะถูกลบเมื่อ iPad ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลังจากที่ลบข้อมูลแล้วก็จะไม่สามารถค้นหาหรือติดตามได้แล้วนะครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกลบออกไปหมดแล้ว

 

 

สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่ทราบสิ่งที่จำเป็นเมื่อซื้อ iPhone, iPod, iPad, Mac มาแล้ว ก็ควรที่จะเปิดใช้งาน “Find My” ทุกอุปกรณ์ทันทีไว้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่หายอาจจะไม่สามารถค้นหากลับคืนมาได้ 100% แต่การเปิดใช้งาน รวมไปถึงการค้นหาก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถค้นหาเจอ และตามของกลับคืนมาได้ ซึ่งในหลายๆ เคสที่ผ่านมาก็สามารถค้นหากลับคืนมาได้ครับ ขอเพียงแค่เมื่อทำหายให้ตั้งสติแล้วลองค้นหาดูก่อน เพราะหลายๆ ครั้งที่หายถ้ารู้ตัวและค้นหาทันทีก็ยังทำให้รู้โลเคชั่นและค้นหากลับคืนมาได้ สุดท้ายถ้าเป็นไปได้ไม่ทำหายก็จะดีที่สุดครับ

อ่านต่อ...

Android Tips

วิธีเปิดใช้งาน Dark Mode โหมดกลางคืนสำหรับเว็บไซต์ Facebook

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

How to Enable Dark Mode on Facebook

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีรายงานว่า Facebook กำลังทดสอบฟีเจอร์การเปิดใช้งาน Dark Mode หรือโหมดกลางคืนสำหรับเว็บเบราว์เซอร์หรือบนเดสก์ท็อปนั่นเอง และสำหรับใครที่ต้องใช้งานโหมดนี้ก็สามารถตั้งค่าด้วยตนเองได้ง่ายๆ ตามนี้เลย

 

How to Enable Dark Mode on Facebook

วิธีเปิดใช้งาน Dark Mode เว็บไซต์ Facebook บน Google Chrome

  1. เปิด Google Chrome แล้วพิมพ์ chrome://flags/#enable-force-dark ในช่อง URL
  2. เลือก Enable เพื่อเปิดใช้งาน Dark Mode
  3. คลิกที่ปุ่ม Relaunch เพื่อเริ่มต้นใช้งาน Google Chrome ใหม่ในโหมดกลางคืน

 

How to Enable Dark Mode on Facebook

เพียงเท่านี้เมื่อเราเข้าเว็บไซต์ Facebook ก็จะเห็นว่าพื้นหลังของหน้าเว็บไซต์นั้นมีพื้นหลังสีดำที่ดูสบายตามากขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดใช้งาน Dark Mode ให้กับ Google Chrome นั่นเอง ส่วนทางด้าน Facebook จะเปิดให้ใช้งานได้จริงผ่านฟีเจอร์ของตนเองเมื่อไหร่นั้น หากมีความคืบหน้าจะรีบมาอัปเดทให้ทราบต่อไปครับ

ที่มา : osxdaily

อ่านต่อ...

Android Tips

Bestnine วิธีทำ 9 รูปสุดฮอตของเราใน Instagram ปี 2019 มีภาพไหนบ้าง มาดูกันเลย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลายอาจได้เห็นเพื่อนๆ แชร์รูปภาพ Instagram ปี 2019 ที่เป็นการรวมรูปภาพ 9 รูปสุดฮอตของแต่ละคนหรือ Bestnine ซึ่งเป็นภาพที่มีคนกดถูกใจมากที่สุดและจำนวนยอดไลค์ทั้งปี มาดูกันว่าเขาทำกันอย่างไร พร้อมแชร์ลงโชเชียลได้ด้วย

2019 Bestnine

สำหรับไอจีคนไทยที่มียอดยอดคนถูกใจมากที่สุดไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ ลิซ่า (lalalalisa_m) นักร้องชาวไทย รู้จักกันในฐานะสมาชิกเกิร์ลกรุปเกาหลีใต้ แบล็กพิงก์ โดยในปี 2019 มีคนกดไลค์มากถึง 981,441,097 และโพสต์ทั้งหมด 309 โพสต์

วิธีการทำง่าย ๆ

1. ให้เข้าไปที่เว็บ https://bestnine.net/th จากนั้นให้กรอก “ไอดี” ของ Instagram ของเราลงไปครับ เลือกไปที่ “GET” สามารถทำได้ทั้งบนคอมฯและสมาร์ทโฟน

2. จากนั้นให้รอสักครู่ เพื่อให้ระบบค้นหาและดึงรูปภาพยอดฮิตที่สุดทั้งหมด 9 รูปของเราในปี 2019 และเมื่อได้รูปภาพยอดฮิตแล้วก็สามารถแชร์ไปยัง Facebook, Twitter ได้ด้วย

ลองเช็คดูกันครับว่าภาพไหนของเราที่ได้ฮอตสุด ๆ ใน Instagram แล้วอย่าลืมแชร์มาให้เพื่อนๆ ดูกันด้วยครับ และฝากกด Follow IG ของเพจด้วยนะ @iPhone_Droid ฮา ๆ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News2 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง