ติดตามพวกเรา

iOS Tips

Tips : วิธีเปลี่ยน Carrier Logo ทั้งภาพและข้อความบน iOS6 [ไม่เจลเบรค]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

มีวิธีสร้าง Carrier logo มาฝากกันครับ สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนชื่อเครือข่ายทั้งแบบข้อความ หรือจะเป็นรูปภาพก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอนครับ ลองมาแล้วเรียบร้อย เลยอยากนำวิธีมาบอกต่อกันจะได้ลองเอาไปทำกันบ้างครับ โดยทดลองเปลี่ยนบน iOS6.1 beta4 iPhone5

 

 สิ่งที่ต้องมี

1. CustomCarrierLogo  for Windows (version 0.0.6)

2. ถ้าตอนติดตั้งโปรแกรม CustomCarrierLogo ระบบให้ติดตั้ง NET.Framework V4.0.30319  ให้โหลด ที่นี่ เพื่อติดตั้งหลังจากนั้นจะรันโปรแกรมได้ตามปกติ

 

วิธีการใช้งาน CustomCarrierLogo

หลังจากที่โหลดมาแล้ว แตกไฟล์ออกมาคลิกเปิดไฟล์ CustomCarrierLogo.exe ขึ้นมาเลยครับ

 

ให้คลิกต่อที่ Let Get Started เลยครับ

 

ถ้าเราเสียบไอโฟนไว้ จะขึ้น Device และ Carrier ให้ครับ ถ้าไม่เสียบไว้ก็เลือกเองเลยครับ ผมใช้ iPhone และเครือข่าย dtac ครับ

 

ตรง Current Carrier Version ของผมเป็น 13.1 ก็ใส่แค่ตัวเลขสองหลักครับโดยจะใส่เป็นเลข 13 การสร้างโลโก้ จะสามารถสร้างได้ 2 แบบคือ ใช้รูป และ เขียนเป็นตัวหนังสือ ซึ่งแบ่งโซนกัน บน-ล่าง ครับ สร้างได้ทีละอย่างครับ

ไฟล์จะใช้นามสกุล *.png ขนาด 40×36 พิกเซล ครับ โดยตรงด้านบน Black/White Logo จะแสดงตอนที่อยู่หน้า Lock Screen นะครับ ส่วน Btched Logo จะแสดงตอนที่เราปลดล๊อคเครื่องแล้วครับ แต่ผมใช้ไฟล์เดียวกันเลยครับมื่อใส่ไฟล์ทั้งสองแล้ว ก็กด Create IPCC Carrier Bundle เลยครับ

หรือถ้าต้องทำให้เป็นข้อความให้เลือกที่ Logo From Text แล้วใส่ข้อความที่ต้องการและเลือก Create IPCC Carrier Bundle 

 

สามารถเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร หรือสีของข้อความแบบและสีต่าง ๆ ได้โดยเลือกที่ Font เพื่อเปลี่ยนรูปตัวอักษร ขนาด และหากต้องการเปลี่ยนสีข้อความให้เลือกกรอบสีเหลี่ยมด้านหลัง Font เพื่อเปลี่ยนสีครับ

 

 

วิธีดูเลข Carrier ครับ เข้าที่ Settings> General> About ใน iPhone ครับ

 

รอสักครู่จะมีไฟล์ 2 ไฟล์เกิดขึ้นมาบนหน้าเดสทอปของเราเลยครับ คือ dtac_th_original.ipcc ตัวนี้เป็นแบบดั้งเดิมครับ เอาไว้กลับไปเป็นแบบเก่า และไฟล์ dtac_th_13.1.ipcc ตัวนี้คือตัวที่เราสร้างโลโก้ใหม่

 

ไฟล์ทั้ง 2 จะอยู่หน้าเดสท็อปให้โดยอัตโนมัติ (ภาพตัวอย่างล่างผม copy มาใส่ไว้ใน folder ครับ)

 

 

วิธีนำเข้า iPhone/ iPad


ต่อเครื่องเข้ากับ iTunes แล้วให้ กด Shift ค้างไว้ แล้วคลิก Restore iPhone ครับ

 

เปลี่ยน type ของไฟล์ ตรงด้านข้างช่อง file name ให้เป็น iPhone/iPad Carrier Configuration files (*.ippc) แล้วคลิกที่ไฟล์ dtac_th_13.1.ipcc แล้ว กด Open เลยครับ เสร็จแล้ว ปิดไอโฟน เปิดขึ้นมาใหม่ ก็จะได้ Carrier logo ตามแบบของเราแล้วครับ

 

เพียงแค่นี้ก็จะได้ logo เครือข่ายในแบบของเราเองได้แล้ว

ลองเอาวิธีนี้ไปใช้งานกันดูนะครับ ไม่ยากเลยสำหรับวิธีนี้และสามารถใช้งานได้บน iOS6 ขึ้นไป และผมใช้เครือข่าย dtac สำหรับเครือข่ายอื่น ๆ ทดสอบลองแล้วเป็นยังไงมาคอมเม้นต์บอกกันได้นะครับ ส่วนโลโก้ตัวอย่างอาจจะไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่เพราะทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ  😆

หมายเหตุ : ปัญหาที่พบ บน iOS 6.1 beta4 หลังจากที่เปลี่ยนแล้ว ตอนที่เลือกไฟล์จะเปลี่ยนกลับเป็นแบบเดิม พบว่าไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้ วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น ผมใช้วิธีพิมพ์ชื่อเครือข่ายเป็นชื่อเดิมเปลี่ยนลงไปแทนซึ่งก็ไม่มีปัญหาการใช้งานใด ๆ สามารถใช้ได้เช่นกันครับ

ขอบคุณ-pdamobiz.com

Apple News

หา iPhone หาย และอุปกรณ์อื่นๆ ของแอปเปิลด้วยแอป Find My และ iCloud.com

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ อีกปัญหาหนึ่งที่หลายๆ คนพบคือการทำหายนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำสำหรับมือใหม่หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์ของแอปเปิลซึ่งอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้อยู่ได้ด้วยครับ เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ  เช่น iPhone, iPad, iPod, MacBook, Airpods หาย สามารถค้นหาได้จากตำแหน่งของเครื่องที่เปิดใช้งานล่าสุด ซึ่งการค้นหานั้นสามารถทำได้ผ่านเว็บ “iCloud.com“และแอป “Find My” นั่นเองครับ

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPod, iPad

การจะค้นหาอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPod, iPad ได้นั้นจะต้องเข้าไปเปิดตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานก่อนครับ โดยเข้าไปที่่

  • Settings > Sign in to your iPhone > Email Apple ID & Password > Find My  > ON จากนั้นให้เปิดการค้นหา iPhone ตามภาพด้านล่างนี้นะครับ

หากยังไม่มี Apple ID คลิกดูวิธีการสมัครที่นี่ 

 

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My Mac

คลิกท่ีรูปแอปเปิล > System Preferences > iCloud ล็อคอินด้วย Apple ID & Password > Sign in จากนั้นให้ติ๊กถูก “Find Muy Mac” เพื่อเปิดใช้งาน

 

คลิก “Allow”

 

หลังจากที่ล็อคอินเรียบร้อยแล้ว ทั้งบน iPhone, iPod, iPad และ Mac ก็พร้อมค้นหาโลเคชั่่นที่ใช้งานล่าสุดได้แล้วครับ

 

วิธีการค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods  และ Mac ผ่านเว็บไซต์

ให้เข้าไปที่ www.icloud.com (การค้นหาจากเว็บสามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Mac ) จากนั้นให้ล็อคอินด้วย Apple ID ที่ใช้ล็อคอิน iCloud ไปแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าในกรณีที่มีหลายอุปกรณ์ให้ล็อคอินด้วย Apple ID เดียวกันทุกอุปกรณ์เพราะในการค้นหานั้นจะรวมอยู่ในบัญชีเดียวกันทั้งหมด

เลือกไปที่ “ค้นหา iPhone” เพื่อค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ

 

เข้ามาแล้วจะเห็นแผนที่ ซึ่งสามารถเลือกดูได้แบบ Standard, Sattlelite และ Hybrid ตัวอย่างค้นหาแบบ Satellite (ภาพถ่ายดาวเทียม)

 

อุปกรณ์ที่ล็อคอินด้วยบัญชีเดียวกันจะโชว์ขึ้นมาให้เห็นทั้งหมดครับ

 

ถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของเราเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็จะค้นหาเจอและถ้าในกรณีที่อาจจะหายภายในบ้านสามารถส่งเสียงโดยการเลือกไปที่ “ส่งเสียง”

 

ในกรณีเครื่องหายสามารถเลือกไปที่ “โหมดสูญหาย” เพื่อสั่งล็อคเครื่องได้ ให้ใส่เบอร์โทรที่ต้องการให้คนที่เจอติดต่อกลับ จากนั้นเลือก “ถัดไป”

 

พิมพ์ข้อความที่ต้องการแจ้งให้กับผู้ที่พบติดต่อกลับ

 

หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแจ้งสูญหายแล้ว เมื่อ iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ “เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” ระบบจะล็อคเครื่องให้ และขึ้นข้อความที่ได้พิมพ์ไว้ก่อนหน้านี้บนหน้าจอทันที

 

 

และฟังก์ชั่นสุดท้ายคือ “ลบ iPhone” ซึ่งเป็นคำสั่งลบข้อมูลของตัวเครื่องทั้งหมด ในกรณีที่มีข้อมูลที่สำคัญหรือคิดว่าไม่ได้คืนแล้วสามารถสั่งลบข้อมูลได้จากฟังก์ชั่นนี้

 

วิธีค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods, Mac ด้วยแอป Find My

หากต้องการค้นหาอุปกรณ์ที่หายไปให้เปิดแอป Find My ขึ้นมาครับ ซึ่งแอปนี้จะเป็นการรวมทั้งแอป Find My iPhone และ Find My Friend เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ค้นหาได้ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเพื่อน ในแอปเดียวกัน

 

หลังจากที่เข้ามาในแอป “Find My” จะเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเราครับ เลือกที่ All Devices เพื่อโชว์อุปกรณ์ทั้งหมดของเราที่มีอยู่และล็อคอินภายใต้ Apple ID เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการค้นหาเพื่อส่งเสียง และนำทางไปยังอุปกรณ์นั้นๆ ได้

 

“Mark As Lost” (โหมดสูญหาย) สามารถใช้งานบนแอป “Find My”  ได้เช่นกัน เลือกที่ “Mark As Lost” เพื่อล็อคเครื่องพร้อมส่งข้อความเพื่อติดต่อไปยังเครื่องที่หาย

 

หลังจากที่สั่งล็อคแล้วจะมีข้อความขึ้นมาที่หน้าเพื่อแจ้งให้คนที่เจอติดต่อกลับได้ครับ

 

หรือหากต้องการสั่งลบข้อมูลก็สามารถเลือก “Erase This Device” ข้อมูลต่างๆ จะถูกลบเมื่อ iPad ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลังจากที่ลบข้อมูลแล้วก็จะไม่สามารถค้นหาหรือติดตามได้แล้วนะครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกลบออกไปหมดแล้ว

 

 

สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่ทราบสิ่งที่จำเป็นเมื่อซื้อ iPhone, iPod, iPad, Mac มาแล้ว ก็ควรที่จะเปิดใช้งาน “Find My” ทุกอุปกรณ์ทันทีไว้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่หายอาจจะไม่สามารถค้นหากลับคืนมาได้ 100% แต่การเปิดใช้งาน รวมไปถึงการค้นหาก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถค้นหาเจอ และตามของกลับคืนมาได้ ซึ่งในหลายๆ เคสที่ผ่านมาก็สามารถค้นหากลับคืนมาได้ครับ ขอเพียงแค่เมื่อทำหายให้ตั้งสติแล้วลองค้นหาดูก่อน เพราะหลายๆ ครั้งที่หายถ้ารู้ตัวและค้นหาทันทีก็ยังทำให้รู้โลเคชั่นและค้นหากลับคืนมาได้ สุดท้ายถ้าเป็นไปได้ไม่ทำหายก็จะดีที่สุดครับ

อ่านต่อ...

Android Tips

วิธีเปิดใช้งาน Dark Mode โหมดกลางคืนสำหรับเว็บไซต์ Facebook

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

How to Enable Dark Mode on Facebook

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีรายงานว่า Facebook กำลังทดสอบฟีเจอร์การเปิดใช้งาน Dark Mode หรือโหมดกลางคืนสำหรับเว็บเบราว์เซอร์หรือบนเดสก์ท็อปนั่นเอง และสำหรับใครที่ต้องใช้งานโหมดนี้ก็สามารถตั้งค่าด้วยตนเองได้ง่ายๆ ตามนี้เลย

 

How to Enable Dark Mode on Facebook

วิธีเปิดใช้งาน Dark Mode เว็บไซต์ Facebook บน Google Chrome

  1. เปิด Google Chrome แล้วพิมพ์ chrome://flags/#enable-force-dark ในช่อง URL
  2. เลือก Enable เพื่อเปิดใช้งาน Dark Mode
  3. คลิกที่ปุ่ม Relaunch เพื่อเริ่มต้นใช้งาน Google Chrome ใหม่ในโหมดกลางคืน

 

How to Enable Dark Mode on Facebook

เพียงเท่านี้เมื่อเราเข้าเว็บไซต์ Facebook ก็จะเห็นว่าพื้นหลังของหน้าเว็บไซต์นั้นมีพื้นหลังสีดำที่ดูสบายตามากขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดใช้งาน Dark Mode ให้กับ Google Chrome นั่นเอง ส่วนทางด้าน Facebook จะเปิดให้ใช้งานได้จริงผ่านฟีเจอร์ของตนเองเมื่อไหร่นั้น หากมีความคืบหน้าจะรีบมาอัปเดทให้ทราบต่อไปครับ

ที่มา : osxdaily

อ่านต่อ...

Android Tips

Bestnine วิธีทำ 9 รูปสุดฮอตของเราใน Instagram ปี 2019 มีภาพไหนบ้าง มาดูกันเลย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลายอาจได้เห็นเพื่อนๆ แชร์รูปภาพ Instagram ปี 2019 ที่เป็นการรวมรูปภาพ 9 รูปสุดฮอตของแต่ละคนหรือ Bestnine ซึ่งเป็นภาพที่มีคนกดถูกใจมากที่สุดและจำนวนยอดไลค์ทั้งปี มาดูกันว่าเขาทำกันอย่างไร พร้อมแชร์ลงโชเชียลได้ด้วย

2019 Bestnine

สำหรับไอจีคนไทยที่มียอดยอดคนถูกใจมากที่สุดไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ ลิซ่า (lalalalisa_m) นักร้องชาวไทย รู้จักกันในฐานะสมาชิกเกิร์ลกรุปเกาหลีใต้ แบล็กพิงก์ โดยในปี 2019 มีคนกดไลค์มากถึง 981,441,097 และโพสต์ทั้งหมด 309 โพสต์

วิธีการทำง่าย ๆ

1. ให้เข้าไปที่เว็บ https://bestnine.net/th จากนั้นให้กรอก “ไอดี” ของ Instagram ของเราลงไปครับ เลือกไปที่ “GET” สามารถทำได้ทั้งบนคอมฯและสมาร์ทโฟน

2. จากนั้นให้รอสักครู่ เพื่อให้ระบบค้นหาและดึงรูปภาพยอดฮิตที่สุดทั้งหมด 9 รูปของเราในปี 2019 และเมื่อได้รูปภาพยอดฮิตแล้วก็สามารถแชร์ไปยัง Facebook, Twitter ได้ด้วย

ลองเช็คดูกันครับว่าภาพไหนของเราที่ได้ฮอตสุด ๆ ใน Instagram แล้วอย่าลืมแชร์มาให้เพื่อนๆ ดูกันด้วยครับ และฝากกด Follow IG ของเพจด้วยนะ @iPhone_Droid ฮา ๆ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์13 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทำไมต้องอัปเดต EMUI 10 ? เผยเบื้องหลังการสร้างสรรค์ EMUI 10 ของสมาร์ทโฟนหัวเว่ย ที่สร้างนิยามใหม่ของสมาร์ทไลฟ์สไตล์ในทุกจังหวะชีวิต

ทุกวันนี้ชีวิตประจำว...

ข่าวประชาสัมพันธ์13 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI MediaPad M6 แท็บเล็ตทรงประสิทธิภาพ และ HUAWEI Y7p สมาร์ทโฟน 4 กล้องสุดคุ้ม วางจำหน่ายทั่วประเทศ 21 ก.พ. เป็นต้นไป

HUAWEI MediaPad M6 แ...

Apple News13 ชั่วโมง ที่แล้ว

โปรใหม่สุดพิเศษ กับ AIS XTREME Deal แพ็กเกจค่าเครื่องพร้อมค่าโทรและเน็ตในบิลเดียว ให้คุณเป็นเจ้าของ iPhone 11 Pro และ iPhone 11 ได้ง่ายๆ เดือนละ 1,510.- นาน 24 เดือน

โปรแรงๆ แจ้งกันด่วนๆ...

Android News1 วัน ที่แล้ว

realme C3 สมาร์ทโฟน 3 เลนส์ เกมแรง เตรียมวางจำหน่าย 22 กุมภาพันธ์นี้ ทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษในราคาสุดคุ้ม

  realme แบรนด์...

Android News1 วัน ที่แล้ว

Samsung Galaxy Z Flip เปิดตัวแรง! SOLD OUT ในรอบพิเศษ ก่อนวางขายจริง 6 มีนาคม นี้

ซัมซุง การันตีกระแสค...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง