ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

แกร็บ ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปพร้อมกับคนไทย ผ่านโครงการ “แกร็บแคร์” #เราจะผ่านมันไปด้วยกัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมส่งต่อกำลังใจและเดินหน้าสู้ไปพร้อมกับคนไทยเพื่อฝ่าวิกฤติโควิด-19 ผ่านโครงการ “แกร็บแคร์” (GrabCares) #เราจะผ่านมันไปด้วยกัน เพื่อประกาศมาตรการในการรับมือ รวมถึงแนวทางในการบรรเทาความเดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือกับ 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร หน่วยงานราชการและบุคลากรทางการแพทย์ พาร์ทเนอร์คนขับ-จัดส่งอาหาร รวมถึงผู้ใช้บริการ อาทิ การปรับลดค่าคอมมิชชันสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหารสูงสุดจาก 35% เป็น 30% รวมถึงเร่งขั้นตอนการเปิดร้านบนแกร็บฟู้ดให้ได้ภายใน 7-10 วัน พร้อมเปิดรับพาร์ทเนอร์จัดส่งอาหาร-พัสดุกว่า 64,000 อัตรา และเปิดให้พาร์ทเนอร์คนขับให้บริการจัดส่งอาหารด้วยรถยนต์ได้ นอกจากนี้ ยังตอกย้ำมาตรการรักษาความสะอาดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและสนับสนุนหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพื่อแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้คนไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปพร้อมกัน

นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ในปัจจุบันไม่เพียงแต่จะสร้างความวิตกกังวลให้กับทุกคน แต่ยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยรวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแกร็บได้เฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเราได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน โดยทีมงานของเราทำงานกันอย่างหนักต่อเนื่อง พร้อมดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและส่งเสริมสุขอนามัยของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงจรธุรกิจของแกร็บ ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ แกร็บแคร์ (GrabCares) #เราจะผ่านมันไปด้วยกัน โดยประกาศมาตรการในการรับมือ รวมถึงแนวทางสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือกับ 4 กลุ่มเป้าหมายหลักซึ่งเราได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น  พร้อมร่วมให้กำลังใจคนไทยให้สามารถต่อสู้และฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน”

กลุ่มที่ 1: พาร์ทเนอร์ร้านอาหารและผู้ประกอบการรายย่อย

1.1) ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการสร้างรายได้ผ่านการขายอาหารกับแกร็บฟู้ด

  • ปรับลดเพดานค่าคอมมิชชันสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร (ไม่รวม GrabKitchen) สูงสุดจาก 35% เป็น 30% ครอบคลุมทั้งร้านค้าเดิมและร้านค้าใหม่ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป
  • ปรับปรุงระบบและกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับสมัครพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร โดยใช้การรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ https://www.grabmerchantth.com พร้อมเพิ่มจำนวนทีมงานมากขึ้นกว่าเท่าตัวเพื่อรองรับการรับสมัครและการเปิดร้านค้าให้เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มแกร็บฟู้ดให้เร็วที่สุด โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยสมัครเข้ามาเฉลี่ยราว 2,000 ร้านค้าต่อวัน ซึ่งสูงขึ้นกว่าภาวะปกติถึง 3 เท่า ทั้งนี้ แกร็บตั้งเป้าเร่งขั้นตอนรับสมัครและเปิดร้านค้าให้ได้ภายใน 7-10 วัน (จากเดิม 14 – 21วัน)

 1.2) เร่งขยายการให้บริการจัดส่งอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในต่างจังหวัด

  • โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – มีนาคม) แกร็บฟู้ดได้เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นใน 8 จังหวัด อันได้แก่ ชลบุรี ระยอง นครปฐม สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ลำปาง อุตรดิตถ์ และมหาสารคาม พร้อมตั้งเป้าเปิดบริการเพิ่มอีก 9 จังหวัดในสามเดือนข้างหน้า อาทิ ราชบุรี เพชรบุรี สุรินทร์ หนองคาย เป็นต้น

1.3) จัดแคมเปญเพื่อส่งเสริมพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร SME

  • ทำแคมเปญ “Support Local Restaurants” เพื่อช่วยโปรโมตพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กหรือเป็นผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและสร้างการเติบโตในด้านยอดขายได้ถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตปกติ

กลุ่มที่ 2: หน่วยงานราชการและบุคลากรทางการแพทย์

2.1) ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการตั้งรับ ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

  • ประสานความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลการเดินทางของผู้ป่วยต้องสงสัย เนื่องจากแกร็บมีระบบเช็กประวัติการเดินทางของทั้งพาร์ทเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหาร รวมถึงผู้ใช้บริการในทุกเที่ยวการเดินทาง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง

2.2) สนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานด้านสาธารณสุข พร้อมส่งมอบกำลังใจไปสู่บุคลากรทางการแพทย์

  • มอบส่วนลดค่าส่งเมื่อสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมโรค ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรัฐ 7 แห่ง อันได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร สถาบันราชประชาสมาสัย โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมจนถึง 30 มิถุนายน
  • สนับสนุนโรงพยาบาลของรัฐในการจัดส่งยาผ่านบริการแกร็บเอ็กซ์เพรส (GrabExpress) ให้กับผู้ป่วยถึงบ้าน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการเดินทางให้กับผู้ป่วย อาทิ โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (อยู่ระหว่างดำเนินการ)
  • ส่งเสริมการบริจาคผ่านการใช้แต้มของแกร็บรีวอร์ดส์ เพื่อสมทบทุนในโครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ มูลนิธิรามาธิบดี

 

กลุ่มที่ 3: พาร์ทเนอร์คนขับและจัดส่งอาหาร-พัสดุ

3.1) ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้เสริมให้กับคนไทย

  • เปิดรับสมัครพาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหาร-พัสดุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้เสริมให้กับคนไทยในภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์ – มีนาคม) แกร็บได้รับพาร์ทเนอร์เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 29,000 คน และเตรียมเปิดรับเพิ่มอีกกว่า 35,000 อัตราในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการกับคนไทยที่ไม่ต้องการเดินทางออกจากบ้านตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้
  • เปิดให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บคาร์และแกร็บแท็กซี่สามารถรับงานจัดส่งอาหารผ่านรถยนต์แทนบริการการเดินทางได้ เพื่อเป็นการปลดล็อคการสร้างรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับกลุ่มนี้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการลดจำนวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงผู้โดยสารภายในประเทศ โดยแกร็บได้เริ่มนำร่องบริการจัดส่งอาหารผ่านรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมาในกรุงเทพฯ นครปฐมและชลบุรี โดยมีพาร์ทเนอร์คนขับเข้าร่วมแล้วมากกว่า 10,000 คน
  • จัดทำโปรแกรมผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยนำเสนอทางเลือกในหลายรูปแบบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ อาทิ การพักชำระหนี้ การปรับลดค่างวดเป็นแบบขั้นต่ำ การขยายระยะเวลาสินเชื่อ และการชำระคืนเฉพาะดอกเบี้ย เป็นต้น

3.2) ปกป้องดูแลสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของพาร์ทเนอร์

  • แจกหน้ากากอนามัยกว่า 50,000 ชิ้น สเปรย์ฆ่าเชื้อในอากาศ และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกว่า 3,000 ชิ้นให้กับพาร์ทเนอร์นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งยังได้มอบส่วนลด 50% ในการเข้ารับบริการพ่นอบฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดหาหน้ากากผ้าเพิ่มเติมให้กับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อทดแทนหน้ากากอนามัยที่กำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้
  • ร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่กว่า 3,000 รายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพโดยบุคลากรทางการแพทย์ในระหว่างเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ แกร็บยังได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจเชื้อมูลค่า 500 บาทสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่มีความเสี่ยง พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในกรณีพิเศษอีก 2,000 บาทหากตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคโควิด-19
  • ร่วมกับเมืองไทยประกันชีวิตทำประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่มเพื่อคุ้มครองรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหาร-พัสดุ โดยมอบเงินชดเชย 500 บาทต่อวัน สูงสุด 15 วันเมื่อเข้าพักรักษาตัวหากป่วยเป็นโรคโควิด-19

กลุ่มที่ 4: ผู้ใช้บริการ

4.1) เพิ่มมาตรการในด้านความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ

  • ทำแคมเปญสื่อสารเพื่อให้ความรู้และกระตุ้นความใส่ใจในการดูแลสุขภาพและการรักษาความสะอาดระหว่างการให้บริการของพาร์ทเนอร์คนขับและผู้จัดส่งอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร รวมถึง GrabKitchen ซึ่งเป็นครัวกลางของแกร็บทั้ง 2 สาขา เพื่อให้รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในการปรุงอาหาร นอกจากนี้ ยังได้ให้ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิของพาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหารก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่ของร้านอาหารทั่วกรุงเทพฯ
  • ประกาศใช้มาตรการส่งอาหาร-พัสดุแบบไร้การสัมผัส (Contactless Delivery) โดยให้พาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหารต้องเว้นระยะห่างกับลูกค้าอย่างน้อย 2 เมตรตลอดเวลา พร้อมส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหารปฏิบัติตามแนวทาง 8 ข้อในการจัดส่งอาหารอย่างปลอดภัย ตามประกาศของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังออกมาตรการให้พาร์ทเนอร์ยืนห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตรระหว่างรออาหารที่หน้าร้าน
  • ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) แทนการใช้เงินสด เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเงินสด นอกจากนี้ แกร็บยังได้ร่วมมือกับธนาคารต่าง ๆ ในการทำโปรโมชันเพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการหันมาใช้ชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ยอดสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดโดยไม่ใช้เงินสด (Cashless Payment) เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

4.2) เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้บริการในการสั่งซื้อสินค้าที่จำเป็นผ่านแกร็บ

  • เปิดบริการแกร็บมาร์ท (GrabMart) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น (จากเดิมที่มีฟีเจอร์ Groceries ซึ่งเป็นบริการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าจากท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และแฮปปี้เฟรช) โดยแกร็บได้จับมือกับเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสั่งซื้ออาหาร รวมถึงสินค้าที่จำเป็นจากแฟมิลี่มาร์ท โดยเริ่มให้บริการในเฟสแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ครอบคลุมกว่า 230 สาขาทั่วประเทศ และเตรียมขยายบริการไปสู่ ท็อปส์ เดลี่ ในเร็วๆ นี้

“แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายและยากลำบากสำหรับทุกคน แต่วิกฤติครั้งนี้กลับทำให้เราได้เห็นพลังบวกที่ซ่อนอยู่ในหัวใจคนไทย ขอขอบคุณฮีโร่คนสำคัญทุกคน ไม่ว่าจะเป็น คุณหมอ พยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังคงอุทิศแรงกายแรงใจในการป้องกันโรคและรักษาผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถ พาร์ทเนอร์ร้านอาหารทุกรายที่ทุ่มเทและตั้งใจปรุงอาหารที่สะอาดและถูกสุขลักษณะเพื่อให้ทุกคนได้อิ่มท้อง และที่ขาดไม่ได้คือฮีโร่แถวหน้าอย่างพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บทุกคนที่ไม่เคยหยุดหัวใจการให้บริการ โดยยังคงเดินหน้ารับส่งผู้โดยสารและจัดส่งอาหารให้กับคนไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แกร็บภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในเวลาเช่นนี้  และจะร่วมอยู่เคียงข้างคนไทยเพื่อฝ่าวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายธรินทร์ กล่าว

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

GET เปิดโครงการ “แบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์” ด้วยการสนับสนุนจาก Gojek เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เก็ท) ผู้ให้บริการแบบออนดีมานด์เพื่อไลฟสไตล์คนเมืองและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ เปิดตัวโครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ (Sharing Happiness) ด้วยงบประมาณกว่า 1.5 ล้านบาทที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของโกเจ็ก (Gojek Partner Support Fund) เพื่อมุ่งช่วยเหลือและสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

พาร์ทเนอร์คนขับของ GET ได้ทำหน้าที่เป็นฮีโร่แถวหน้าเพื่อให้บริการแก่คนกรุงเทพฯ อย่างไม่หยุดยั้งตลอดช่วงวิกฤต และในขณะเดียวกันก็มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ จึงได้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์ทั้งสองกลุ่มผ่านกิจกรรมที่แบ่งเป็นสองส่วน ดังนี้

  • อิ่มนี้ฟรีเพื่อพี่คนขับ โดยการมอบอาหารฟรีให้พาร์ทเนอร์คนขับของ GET ที่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั่วกรุงเทพฯ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน เพื่อช่วยเหลือคนขับหลายพันคนต่อสัปดาห์ ในขณะเดียวกันก็เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารเอสเอ็มอีที่มีรายได้ลดลงจากสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยในแต่ละเดือนจะมีร้านอาหารจำนวน 30 ร้าน ที่เข้าร่วมโครงการ
  • เงินช่วยเหลือเพื่อพี่คนขับ สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือต้องถูกกักตัวจากหน่วยงานสาธารณสุขเนื่องจากอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยง ทำให้ไม่มีรายได้ GET จะมอบเงินช่วยเหลือให้แก่คนขับ ซึ่งเป็นสวัสดิการเพิ่มเติมจากประกันโควิด-19 ที่ได้มีการมอบให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอพพลิเคชั่น GET กล่าวว่า “พวกเราทุกคนที่ GET รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากที่พี่ๆ คนขับได้ทำงานกันอย่างเต็มที่แม้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค และทำให้เราสามารถมอบบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่งอาหาร ส่งของ หรือส่งคนให้กับคนกรุงเทพฯ ได้อย่างไม่ขาดตอน  GET ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งอาหารและบริการต่างๆ ให้สังคมยังเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงเวลาเช่นนี้ และเราเข้าใจดีว่าช่วงเวลานี้ไม่ง่ายเลยสำหรับทั้งคนขับและพนักงานร้านอาหารที่ยังคงกล้าหาญออกมาทำงานและรักษาการบริการให้ต่อเนื่อง บริษัทฯ เองจะพยายามต่อไปเพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและสามารถซัพพอร์ตครอบครัวของตนเองได้จนกว่าวิกฤตนี้จะผ่านพ้นไป”

 

โครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของโกเจ็ก (Gojek Partner Support Fund) ซึ่งตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิอานัก บางซา บิซ่า (Anak Bangsa Bisa Foundation) กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของ Gojek กว่า 2 ล้านคนทั่วภูมิภาค โดยได้รับเงินสนับสนุนมาจากหลายส่วน ทั้งการบริจาคพนักงานของพนักงานของ Gojek ทุกประเทศรวมถึง GET ในประเทศไทย และการบริจาคจากองค์กรพาร์ทเนอร์ต่างๆ และอีกส่วนมาจากการปรับเปลี่ยนงบจากแผนการปรับขึ้นเงินเดือนเดิมของพนักงาน Gojek เพื่อมาเข้าสู่กองทุนนี้

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 GET ได้มีมาตรการ โครงการ และนโยบายต่างๆ มากมายภายใต้แคมเปญ #letsGETsafe เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ทั้งคนขับและร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการแจกหน้ากากอนามัย ประกันโควิด-19 สำหรับคนขับ และอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทุกคนด้วยเช่นกัน

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

FINN MOBILE ขยายเวลาแคมเปญ “ชวนกันมาใช้ฟรี” ถึง 30 มิ.ย. นี้ แค่ชวนเพื่อนมาใช้ ใช้ฟรีทั้งคู่คนละ 1 เดือน ชวน 3 คน ใช้ฟรีสูงสุด 3 เดือน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

FINN MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ตที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัล 100% รายแรกในประเทศไทย ขยายเวลาแคมเปญสุดคุ้ม “ชวนกันมาใช้ฟรี” ออกไปอีก 1 เดือนเต็ม ๆ จนถึง 30 มิถุนายน 2563 หลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ เพียงคุณชวนเพื่อน 1 คน มาเปิดเบอร์ใหม่หรือย้ายค่ายเบอร์เดิมกับ FINN MOBILE รับสิทธิ์ใช้ FINN MOBILE ฟรีทั้งผู้ชวนและผู้ถูกชวนคนละ 1 เดือน เมื่อชวนเพื่อนครบ 3 คน ใช้ฟรีไปเลยนานสูงสุด 3 เดือน (เฉพาะแพ็กเกจหลักเท่านั้น) ช่วย Save Cost การใช้ชีวิตยุค new normal ทั้งค่าโทร-ค่าเน็ต อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ยังสามารถชวนเพื่อนมาใช้ได้ไม่จำกัดจำนวน เพราะคุณจะได้รับส่วนลดค่าแพ็กเกจ 10 บาทต่อรอบบิล ต่อเพื่อน 1 คนที่ชวนมาใช้ ตราบเท่าที่ผู้ชวนและผู้ถูกชวนยังใช้บริการ FINN MOBILE อยู่ สนใจคลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของการขยายเวลาแคมเปญฯ ได้ที่ https://bit.ly/2XzS8ZW

พิเศษ! ลูกค้าที่เดือนที่แล้วชวนครบ 3 คน เดือนนี้ก็ยังชวนต่อได้อีก ใช้ฟรีนานสูงสุด 6 เดือนเต็ม

รักกันยาว ๆ แบบ Go Together Go Saver สำหรับลูกค้าที่ชวนเพื่อนมาใช้ครบ 3 คนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและรับสิทธิ์ใช้งาน FINN MOBILE ฟรี 3 เดือน ไปแล้ว พิเศษ! ในเดือนมิถุนายนนี้ ยังสามารถชวนเพื่อนต่อเพื่อรับสิทธิ์ใช้ฟรีเพิ่มได้เช่นเดียวกัน  หมายความว่า หากชวนเพื่อนเพิ่มได้อีก 3 คน ก็รับสิทธิ์ใช้ FINN MOBILE ฟรี เพิ่มอีก 3 เดือน รวมเป็น 6 เดือนเต็ม ตอกย้ำความ ถูกจริง! กับ FINN MOBILE โดยที่ลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ใช้ฟรีจากการชวนเพื่อนในเดือนมิถุนายนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป 

3 แพ็กเกจเด็ดจาก FINN MOBILE ให้คุณและเพื่อนได้พิจารณา

นอกจากมอบความคุ้มค่าและช่วยประหยัดสุด ๆ ทั้ง ค่าโทร ค่าเน็ตแล้ว FINN MOBILE ยังมอบประสบการณ์ดิจิทัลแบบ 100% ให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วยตนเองผ่านทาง ฟีเจอร์ “ปรับความเร็วอินเทอร์เน็ต” โดยเลือกปรับได้ระหว่างความเร็วสูงสุดในแพ็กเกจที่ 100 Mbps กับความเร็วฟรีไม่จำกัด ปรับได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องรอให้แพ็กเกจความเร็วสูงสุดหมดก่อน และทุกแพ็กเกจของ FINN MOBILE ยังมีบริการส่งข้อความ (SMS) ฟรี, รวมถึงใช้งานแอป LINE และดู LINE TV ฟรีแบบไม่เสียเน็ต

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย Atlas 200 DK เพื่อนักพัฒนา AI ประสิทธภาพสูงสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนา AI ได้ด้วยตัวเอง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

หัวเว่ย มีการพัฒนาชิปเซ็ตเพื่อการพัฒนา AI โดยเฉพาะ ทุกวันนี้หลายธุรกิจได้นำ AI เข้าไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจทั้งในการพัฒนาด้านการผลิตสินค้าและการบริการให้มีความล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น  ซึ่งชุดเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยให้กับนักพัฒนา คือ Atlas 200 DK ตัวใหม่นี้ ที่จะช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น AI ได้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมการพัฒนาโดยใช้โปรเซสเซอร์ Huawei Ascend 310  ซึ่งมาพร้อมกับโมดูลเร่งความเร็วอย่าง Atlas 200  สำหรับโปรเซสเซอร์ตัวนี้หัวเว่ยนำมาใช้สำหรับพัฒนา AI โดยเฉพาะ และอุปกรณ์นี้ยังมีพอร์ตภายนอกสำหรับนักพัฒนาเพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้ความสามารถในการประมวลผลที่ทรงพลังของโปรเซสเซอร์ Ascend 310 อีกด้วย เนื่องจากโปรเซสเซอร์ Ascend สามารถใช้งานได้แบบ Full Stack ในทุกสถานการณ์ คุณจึงสามารถพัฒนาโปรแกรมต่างๆ ด้วยชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา AI Atlas 200 DK นอกจากนี้ยังสามารถนำไปติดตั้งบนอุปกรณ์อื่น เช่น Safe City, โดรน, หุ่นยนต์, เซิร์ฟเวอร์วิดีโอ และประตูอัจฉริยะ

Atlas 200 DK  มีขนาดกะทัดรัด กว้าง 13 เซนติเมตร ยาว 9 เซนติเมตร และหนา 3 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 200 กรัม อุปกรณ์นี้มีพอร์ตภายนอกให้นักพัฒนาเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยตัวอุปกรณ์มีช่องระบายความร้อน ด้านข้างมีปุ่มรีเซ็ต ขณะใช้งานจะมีไฟแสดงสถานการณ์ทำงานด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีพอร์ตให้เชื่อมต่อ USB Type C และช่อง Micro SD Card เพื่อใช้ในการ boot system  โดยรองรับความจุตั้งแต่ 8 กิกะไบต์(GB) ไปจนถึง 2 เทราไบต์ (TB) มาพร้อมช่องเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface) ส่วนในการส่งข้อมูลสามารถเลือกได้ว่าจะส่งผ่านทางช่อง USB หรือทาง Network Interface

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured6 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์58 นาที ที่แล้ว

GET เปิดโครงการ “แบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์” ด้วยการสนับสนุนจาก Gojek เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

(เก็ท) ผู้ให้บริการแ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

FINN MOBILE ขยายเวลาแคมเปญ “ชวนกันมาใช้ฟรี” ถึง 30 มิ.ย. นี้ แค่ชวนเพื่อนมาใช้ ใช้ฟรีทั้งคู่คนละ 1 เดือน ชวน 3 คน ใช้ฟรีสูงสุด 3 เดือน

FINN MOBILE ซิมมือถื...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

หัวเว่ย Atlas 200 DK เพื่อนักพัฒนา AI ประสิทธภาพสูงสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนา AI ได้ด้วยตัวเอง

  หัวเว่ย มีการ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทรู เตือนลูกค้าที่ใช้งาน iOS เปิดฟิลเตอร์ผู้ส่งข้อความ iMessage ที่ไม่รู้จัก หรือปิดรับ iMessage ป้องกันข้อความสแปมป่วน

สำหรับข้อความดังกล่า...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

วัดก่อนเข้าห้าง!! Honor Play 4 Pro จะมีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกายในตัว

Honor Play 4 Series ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง