ติดตามพวกเรา

IT News

Fitbit เปิดตัว Versa 2 สั่งงานด้วยเสียง พร้อมฟีเจอร์สำหรับสุขภาพและการออกกำลังกายล้ำสมัย ใช้งานได้นานกว่า 5 วัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ฟิตบิท เปิดตัว Versa 2 สมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมียม สั่งงานได้จากเสียงสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยฟีเจอร์สำหรับสุขภาพและการออกกำลังกายล้ำสมัย สะดวกด้วยการใช้งานได้นานกว่า 5 วัน เพื่อติดตามการแสดงผลที่แม่นยำตลอดวันและคื

 

ฟิตบิท ผู้นำอุปกรณ์แวร์เอเบิลระดับโลก ประกาศวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ Fitbit Versa 2™ รุ่นใหม่ล่าสุดของสมาร์ทวอทช์ยอดนิยมในตระกูล Fitbit Versa™ โดย Versa 2 นำเสนอดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถกันน้ำได้อย่างแม่นยำ และยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Sleep Score และSmart Wake ซึ่งเป็นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการมีสุขภาพดี การออกกำลังกาย รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่ง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Versa 2 ยังเปิดตัวด้วยไมโครโฟนในตัวเครื่อง เพื่อให้สามารถใช้งานผ่านเสียงกับ Amazon Alexa ได้เป็นครั้งแรก รวมไปถึงแอปพลิเคชันแห่งเสียงเพลงอย่าง Spotify เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการเล่นดนตรีผ่านแอปได้จากเครื่อง และยังมาพร้อมกับ Fitbit PayTM ในทุกเครื่อง  นอกจากนวัตกรรมล้ำสมัยภายในเครื่อง Versa 2 ยังมีประสิทธิภาพการใช้งานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีแอปพลิเคชันและรูปแบบหน้าปัดที่ใช้งานได้กว่าพันกว่ารายการ นอกจากนี้ยังมีดิสเพลย์ที่สว่างและสวยงามยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถเลือกใช้งานโหมด always-on สู่การเป็นเพื่อนคู่แท้ด้านการมีสุขภาพดีและการออกกำลังกายตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถใช้งานได้นานกว่า 5 วัน ทั้งหมดนี้อยู่ในราคาที่ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนอย่าง Versa 

 

การนอนหลับที่ดีกว่าสู่วันที่แอคทีฟกว่าเดิม

การนอนหลับเป็นรากฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพกายและใจที่ดี และจากผลสำรวจล่าสุดของ Fitbit เราพบว่า สองในสาม หรือราว 64% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับการนอนเป็นอันดับแรก ทว่าหนึ่งในสาม ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันกลับรู้สึกว่าตนเองพักผ่อนไม่เพียงพออยู่เป็นประจำ  Fitbit ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมแวร์เอเบิลด้านการนอนมากว่า 10 ปี สามารถนำข้อมูลที่เคยเข้าถึงได้เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์มาไว้บนข้อมือของผู้ใช้งาน ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการติดตามพฤติกรรมการนอน เราจึงพัฒนาสิ่งที่ได้เรียนรู้มากว่า 1.5 แสนล้านคืนเพื่อพัฒนาการดูแลสุขภาพด้านการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจพฤติกรรมการนอนของตนเอง แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขหรือพัฒนาการนอนให้ดียิ่งขึ้น:

  • Sleep Score: ผู้ใช้สามารถดูคะแนนด้านการนอนหลับได้ในแอปพลิเคชัน Fitbit® เพื่อดูข้อมูลด้านคุณภาพการนอนของตนเอง โดยคะแนนเหล่านี้จะมาจากการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ (ระดับการพักผ่อนและนอนหลับ) ความกระสับกระส่ายในช่วงเวลานอน เวลาที่ตื่นและระดับการนอนหลับ หรือ Sleep Stage และหากต้องการดูรายละเอียดเรื่อง Sleep Score ที่มากขึ้น ผู้ใช้ยังสามารถดูได้จากการอัปเกรดสมาชิกเป็น Fitbit Premium. 
  • Smart wake: จะสามารถใช้งานได้บนสมาร์ทวอทช์ทุกรุ่นเร็วๆ นี้ โดยฟีเจอร์ Smart Wake นี้ จะใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการปลุกคุณให้ตื่นเมื่อถึงเวลาตื่นที่เหมาะสม เมื่ออยู่ในช่วง Light หรือ REM ของการนอนหลับ โดยจะปลุกจากการตั้งค่าและจะเว้นช่วงครั้งละ 30 นาที เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นได้[vi]
  • Sleep Mode: เมื่อตั้งการใช้งานในโหมดนี้ เครื่องจะหยุดการทำงานของการแสดงค่าบนหน้าจอและปรับการตั้งค่าเตือนให้อยู่ในโหมดเงียบ เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ถูกรบกวนตลอดคืน Sleep Mode ยังสามารถใช้งานได้ ทุกๆ ครั้งที่ผู้ใช้ไม่ต้องการการรบกวน เช่นเมื่อกำลังประชุมหรือออกกำลังกาย 
  • Estimated Oxygen Variation Graph: อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะสามารถให้บริการได้ในเร็วๆ นี้ เป็นกราฟแสดงผลที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นระดับอ็อกซิเจนในเลือดของตนเอง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกวัดด้วยเซ็นเซอร์เรดและอินฟราเรดที่อยู่ด้านหลังของเครื่อง การรู้ค่าอ็อกซิเจนในเลือดในระยะสั้นจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเรื่องการหายใจขณะนอนหลับได้มากขึ้น

 นอกจากนวัตกรรมด้านสุขภาพที่เสริมเข้ามาแล้ว Versa 2 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานอื่นๆ ที่มีอยู่ใน Fitbit รุ่นก่อนที่ผู้ใช้งานชื่นชอบ อาทิ การแทร็กกิจกรรมระหว่างวันPurePulse® 24/7 การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การตั้งค่าการทำกิจกรรมตามเป้าหมายทั้ง 15+ โหมด การเชื่อมต่อกับ GPS และระบบกันน้ำได้ถึง 50 เมตร เป็นต้น

 

อเล็กซ่า ช่วยทำให้ฉันมีสุขภาพดีได้ไหม

ใช่แล้ว คุณสามารถใช้งาน Alexa ได้บน Versa 2 ด้วยไมโครโฟนที่ถูกฝังในเครื่อง ทำให้ Versa 2 เป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของ Fitbit ที่สามารถใช้งานและควบคุม Alexaผ่านเสียงได้จากเครื่อง ทำให้ผู้ใช้สามารถนำผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Alexa ออกนอกบ้านมาอยู่บนข้อมือได้เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของการมีสุขภาพดี เช่นการสั่งให้ใช้งาน Fitbit Exercise จากข้อมือ การค้นหาสถานที่ออกกำลังกายที่ใกล้ที่สุด หรือแม้แต่การค้นข้อมูลของอาหารที่ทาน เป็นต้น 

 นอกจากนี้ Alexa ยังโต้ตอบการสั่งงานผ่าน Versa 2 ด้วยการโต้ตอบผ่านข้อความบนหน้าจอ เพื่อความเป็นส่วนตัว เพียงกดปุ่มและพูดผ่านไมโครโฟนก็สามารถใช้งานAlexa บน Versa 2 ได้แล้ว Alexa ยังสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ใช้งานในด้านอื่นๆ ในแต่ละวันได้อีกด้วย เช่นการตั้งนาฬิกาปลุกหรือการตั้งเวลา การเช็คสภาพอากาศและข่าวสารต่างๆ หรือแม้แต่การควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ภายในบ้าน และอื่นๆ อีกมากมายผ่านการสั่งงานด้วยเสียง  

 

เพิ่มสมาร์ทฟีเจอร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่า

นอกจาก Alexa ที่พร้อมใช้งานในเครื่องแล้ว Versa 2 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็น Fitbit Pay ในทุกๆ รุ่น เพื่อช่วยให้การชำระเงินโดยไม่ใช้กระเป๋าเงินหรือโทรศัพท์เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะใช้งานที่ร้านสะดวกซื้อหรือระบบการคมนาคมต่าง เช่น New York MTA OMNY, TransLink in Vancouver, Transport for London (TfL) และ Taiwan iPASS. 

นอกจากนี้ Fitbit ยังนำแอปพลิเคชัน Spotify มาใส่ไว้ใน Versa 2 เพื่อให้ผู้ใช้งาน Spotify Premium สามารถฟังเพลงหรือพอร์ดแคสท์เพื่อสร้างแรงจูงใจผ่านข้อมือได้ตลอดวัน  แอป Spotify ยังทำให้คุณสามารถควบคุมการเล่นซ้ำ เปลี่ยนเพลย์ลิสท์ หรือเปลี่ยนเพลง ได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้คุณสามารถสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายผ่านเสียงเพลงอย่างไม่มีสะดุดได้เพียงปลายนิ้ว  นอกจากนี้ Versa 2 ยังมีความสามารถในการเก็บเพลงได้มากกว่า 300 เพลงจากไลบรารี่ส่วนตัว รวมถึงการใช้งานสถานีเพลง Pandora และการใช้งานเพลย์ลิสท์บน Deezer อีกด้วย 

และเพื่อช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น Versa 2 ยังอัดแน่นด้วยสมาร์ทฟีเจอร์ต่างๆ อย่างการตั้งเตือนจากสมาร์ทโฟน เพื่อให้คุณสามารถเห็นแอปพลิเคชัน ข้อมูลโทรศัพท์ ปฏิทิน หรือข้อความต่างๆ ได้จากข้อมือของคุณ สำหรับผู้ใช้งานผ่านระบบแอนดรอยยังสามารถใช้ไมโครโฟน ฟังก์ชันในการพิมพ์ข้อความต่างๆ ผ่านข้อมือของคุณอีกด้วย  นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้งานแอปพลิเคชันและหน้าปัดนาฬิกากว่า 3,000 รายการ เพื่อสร้างข้อมูลและสถิติต่างๆ ไว้ในที่เดียว

การทำงานที่ดีขึ้น มาพร้อมกับการออกแบบที่สวยงาม

เพื่อประสิทธิภาพการทำงานของฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ดียิ่งขึ้น Versa 2 จึงมาพร้อมกับระบบโปรเซสเซอร์ที่เร็วมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ Versa 2 ยังมีจอAMOLED ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อประสบการณ์และการแสดงสีที่ดีกว่า รวมไปภึงความสามารถในการเลือกใช้งานระบบ always-on ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยาวนานในการใช้งานผ่านแบตเตอรี่ได้อีกสองวัน ทำให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและสถิติต่างๆ จากข้อมือได้อย่างไม่มีสะดุด 

Versa 2 เป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ที่สุดและมีความพรีเมียมที่สุดของ Fitbit โดยได้รับการออกแบบอย่างประณีตและแม่นยำยิ่งขึ้นเพื่อให้มีดีไซน์ที่สวยงามและเหมาะสมกับผู้ใช้งานทั่วโลก Versa 2 มีความทนทานและสามารถกันน้ำได้ในความลึกถึง 50 เมตร มีน้ำหนักเบาและให้ความรู้สึกสบายต่อผู้สวมใส่ตลอดทั้งวันและคืน นอกจากนี้ยังมีดีไซน์โค้งมนสวยงาม ตัวเรือนใช้อลูมิเนียมแบบชุบผิวด้วยเฉดสีธรรมชาติ เพื่อให้มีความสวยงามและทันสมัย และง่ายต่อการใช้งานด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว Versa 2 ยังมาพร้อมกับหน้าปัดมันเงาให้กลิ่นอายของนาฬิกาแนวคลาสสิคอีกด้วย

ขณะที่ Versa 2 Special Edition  มาพร้อมกับสายถักสี navy และ pink และตัวเรือนอลูมิเนียมสีค็อปเปอร์โรสหรือสีเทาควันบุหรี่ที่ตัดกับสายซิลิโคนสีสันสวยงาม เช่นสีnavy และ olive สมาร์ทวอทช์รุ่นพิเศษทุกรุ่น จะได้รับสิทธิทดลองใช้ Fitbit Premium เป็นเวลาสามเดือนเพื่อประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เหนือกว่า 

 

อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในทุกโอกาส

ฟิตบิท Versa 2 กับการออกแบบที่พัฒนายิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การประกอบกิจกรรมต่างๆ หรือการออกกำลังกายที่ล้วนเป็นคุณสมบัติร่วมของ Versa family ทั้งหมด Versa 2 มาพร้อมกับรูปแบบใหม่ทั้งสีสัน วัสดุ รวมไปถึงสไตล์ การเปิดตัวครั้งใหม่นี้ให้ทางเลือกที่หลากหลายทั้งในแง่ของไลฟ์สไตล์หรือกิจกรรมต่างๆ ดังนี้:

สายแบบคลาสสิคป้องกันการเกิดรอย สะดวกสบาย มีความนิ่มและกันน้ำ สายซิลิโคนแบบคลาสสิคมีสีสันใหม่ให้เลือกสรรมากมาย อาทิ black, petal, stone, midnight blue และ olive

สายที่ถูกออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกาย: Versa 2 ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับการออกกำลังกายทุกรูปแบบรวมไปถึงลุคสปอร์ต สายลักษณะที่เป็นรูของ Versa Familyนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้อากาศถ่ายเท สายรูปแบบใหม่นี้ประกอบด้วยสี navy, black, glacier, frost white และ coral อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดรอยต่างๆ และการเลือกใช้วัสดุซิลิโคนที่ให้ความสะดวกสบายเช่นเดียวกับสายแบบคลาสสิค

สายที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล: ให้ความแวววาวกับตัวสายคาดและมาพร้อมกับสีสันที่สอดรับกับเทรนด์ใหม่ เช่น สี charcoal คาดสายสีส้ม สีชมพูคาดชมพู และ สีน้ำเงินคาดน้ำเงิน

สายหนังและหนังกลับสอดรับกับแฟชั่น: ตัวสายใช้วัสดุพรีเมียมคือ หนัง Horween และประดับตกแต่งเพิ่มด้วยหนังกลับที่ออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูซึ่งสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับทุกลุคไม่ว่าเป็นงานกลางวันหรืองานกลางคืน

เทคโนโลยีการกู้ภัยอันโด่งดังของ RECCO : เทคโนโลยีการกู้ภัยอันโด่งดังของ RECCO ที่ถูกนำมาปรับใช้กับการผลิตสายที่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ต ตัวสายออกแบบเป็นลักษณะสายถักซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกยิ่งขึ้นในการค้นหาสำหรับนักกู้ภัยมืออาชีพ นอกจากนี้ตัวสายยังถูกออกแบบให้มีการรัดอย่างปลอดภัยด้วยสายเวลโครซึ่งมีความทนทานสูงไม่ว่าจะอยู่ในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่เอ็กซ์ตรีมขนาดไหน นอกจากนี้การออกแบบที่ใช้ตัวสะท้อนแสงของ RECCO ยังช่วยรักษาพลังงานของอุปกรณ์ไว้ได้นานโดยไม่ต้องชาร์จ

ราคาและการวางจำหน่าย

Versa 2 มาใน สี Black กรอบคาร์บอน สี petalพร้อมกรอบอลูมิเนียมสี copper rose และ สี stone พร้อมกรอบสี mist grey โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7,990 บาท ตัวอุปกรณ์มีราคาตั้งแต่ 960 บาท ถึง 3,200 บาท และ Versa 2 Special Edition สี Navy และ Pink พร้อม กรอบอลูมิเนียมสี copper rose และ สี Smoke พร้อมกรอบสี mist grey ราคา 8,990 บาท

Versa 2 รุ่น Exclusive edition สี emerald และ plum พร้อมกรอบสี copper rose วางจำหน่าย ช่วงปลายเดือนกันยายน 2562 ในตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าชั้นนำ อาทิB2S, Dotlife, King Power, Power Buy, Jaymart, Lazada ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสัน และ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

IT News

เสียวหมี่ ฉลอง 10 ปีแห่งความสำเร็จ สู่ความก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ‘ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเสียวหมี่’ กล่าวสุนทรพจน์ความสำเร็จในรอบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาและประกาศกลยุทธ์ในอีก  10 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ พร้อมเดินหน้าลงทุนเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตและในอุตสาหกรรมการผลิต ปูพรมสู่ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอัจฉริยะ
ทรงอิทธิพล นำวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกแห่งอนาคต

มร.เหลย จุน ประธานบริษัท ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเสียวหมี่ กล่าวว่า “ 2020 เป็นปีที่ผิดแปลกไปมาก เป็นปีที่ทั้งโลกต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่  มีสิ่งรอบตัวเกิดขึ้นมากมายทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน ซึ่งทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า”ในเวลาที่ทุกอย่างไม่แน่นอน เราควรจะทำอะไร?” สำหรับเรายังเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วย  เสียวหมี่นั้นมีอายุครบ 10 ปีในปีนี้ ตอนแรกเราวางแผนที่จะจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็ได้ถูกยกเลิกไปเนื่องจากการระบาดครั้งใหญ่ ชีวิตยังคงดำเนินต่อไปและจะต้องแต่งเติมการเฉลิมฉลองลงไปบ้าง ฉะนั้นผมจึงอยากกล่าวสุนทรพจน์เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบในปีนี้ และอยากจะกล่าวถึงภาพรวมเส้นทางของเสียวหมี่ให้ทุกคนฟัง”

ความฝันของเราเมื่อสิบปีที่แล้ว ผมได้สร้างเสียวหมี่มากับกลุ่มเพื่อน ในฐานะที่ผมเป็นคนคลั่งไคล้สมาร์ทโฟนและผู้ประกอบการเอง ผมยังไม่เชื่อเต็มร้อย ผมยังไม่เคยย่างกรายเข้าไปในธุรกิจโทรศัพท์มือถือเลยเเม้แต่น้อย ด้วยความฝันของเราาและยังคงเป็นอยู่จนทุกวันนี้ คือ “การสร้างโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลกในราคาเพียงครึ่งหนึ่งเพื่อให้ทุกคนสามารถซื้อได้” ผมเคยเสนอแนวคิดที่ “น่าเหลือเชื่อ” ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้งหลายนั้นมีความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์เป็นอย่างมาก  ทำไมเราไม่สร้างและทำการตลาดสมาร์ทโฟนด้วยแนวคิดอินเทอร์เน็ต (ใช้ช่องทางค้าปลีกออนไลน์ ใช้การตลาดแบบเดิมให้น้อยที่สุด และนำเสนอการให้บริการทางอินเทอร์เน็ต)?

 

หากเราสามารถผสานเอาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และบริการอินเทอร์เน็ตมารวมเข้าด้วยกัน ก็จะนำเราไปสู่เส้นทางเเห่งความสำเร็จ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางตลาดครั้งยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงกฎที่ท้าทาย ผมคิดทบทวนเรื่องนี้หลายครั้งและในที่สุดก็คิด “ทางลัด” ออก ในอุตสาหกรรมตอนนั้น Motorola มีธุรกิจฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุด Microsoft มีซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดและ Google ก็ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุด ดังนั้นสมมติว่าเราสามารถรวบรวมความสามารถที่ดีที่สุดจากทั้งสามบริษัทนี้ได้  ธุรกิจในรูปแบบ “triathlon หรือ ไตรกีฬา” นี้ก็จะเกิดขึ้นได้

 

เกร็ดความรู้เรื่อง MIUI anecdotes

ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์เลย ดังนั้นผมจึงเลือกซอฟต์แวร์ที่ทีมมีความเชี่ยวชาญและเริ่มต้นด้วยระบบปฏิบัติการ ไม่นานหลังจากที่ Android กลายเป็นระบบปฏิบัติการ จากนั้นเราก็กลายเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนา Android แถวหน้าในประเทศจีน ตั้งแต่นั้นมา MIUI ก็ได้กลายเป็นที่นิยมในแวดวงผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งโลกาภิวัตน์ของเสียวหมี่ที่หว่านลงไป นี่คือจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรม Mi Fan ของเรา ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีจำนวนผู้ใช้ MIUI ก็เกิน 30,000 ราย

จุดกำเนิดของตั้งราคา 1,999 หยวน

 

Mi 1 (Xiaomi Phone) ราคาเริ่มต้นที่เราวางแผนไว้คือ 1,500 หยวนต่อเครื่อง จากนั้นเราจะขายในราคาทุนที่ประมาณ 1,499 หยวน และเราคาดการณ์ว่าจะขายได้กว่า 300,000 เครื่อง แต่ในเดือนสิงหาคม 2554 ผมก็ได้รับรู้เรื่องราวน่าตกใจจากทีมว่าเราใช้งบเกิน ราคาต้นทุนเครื่องอยู่ที่ 2,000 หยวนต่อเครื่อง เกินมา 500 หยวนกว่าที่เราวางแผนไว้ หากเรายังคงตั้งราคาขายไว้ที่ 1,499 หยวน เราจะขาดทุนประมาณ 200 ล้านหยวน ฉะนั้นเราจะทำอย่างไรดีเราลองเพิ่มราคาขายปลีกเป็น 1,999 หยวนได้ไหม พวกเราไม่มีใครมีคำตอบ ด้วยราคาสมาร์ทโฟนที่ผลิตในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 700 หยวน แล้วราคาสมาร์ทโฟนเริ่มต้น 1,999 หยวนของเราจะล้มเหลวครั้งใหญ่หรือไม่เมื่อถึงงานเปิดตัวเวลา 14.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2554 ก่อนวันเปิดตัวเรากังวลมากว่าเราจะล้มเหลวและจะขายไม่ได้สักเครื่อง แต่หลังจากที่ผมประกาศราคาขายที่ 1,999 หยวน ผู้ชมก็ส่งเสียงปรบมือเป็นเวลาครึ่งนาทีด้วยความตื่นเต้น ผมรู้สึกโล่งใจในทันที “ดูเหมือนว่าเราทำได้แล้ว” หลังจากการเปิดตัวมีการสั่งซื้อล่วงหน้าทางออนไลน์กว่า 300,000 เครื่อง Xiaomi Phone รุ่นแรก (Mi 1) มียอดขายกว่า 7 ล้านเครื่อง

 

โทรศัพท์ Redmi รุ่นแรกนั้นไม่ใช่แผนของ Redmi แต่เเรก

จากนั้นเราได้รับคำขอจากหน่วยงานกำกับดูแล พวกเขาขอให้เราช่วยขับเคลื่อนซัพพลายเชนการผลิตในประเทศโดยล้อไปกับเทรนด์ของ Xiaomi Phone โดยเมื่อต้นปี 2555 เราได้วาง “โครงการ Redmi” เอาไว้ (โครงการ Hongmi ถ้าสะกดด้วยพินอินจีน) เราตั้งใจที่จะผลิตสมาร์ทโฟนสำหรับทุกคนในจีนและทำงานร่วมกับกลุ่มผูู้ผลิตรายย่อยในประเทศ ซึ่งการผลิตในประเทศยังอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น ผมยังไม่พอใจใน Redmi รุ่นเเรกเป็นอย่างมาก จึงตัดใจเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดและสูญเงินลงทุนไปกว่า 40 ล้านหยวน Redmi รุ่นแรกที่ทุกคนเห็นทุกวันนี้จริงๆ คือรุ่นที่สอง และในที่สุด วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 โทรศัพท์มือถือ Redmi ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งความนิยมของ Redmi นั้นแรงเกินกว่าที่เราคาดไว้ มันเป็นปรากฎการณ์ที่เราสามารถขายได้มากกว่า 44.6 ล้านเครื่อง

 

บ่มเพาะบริษัทอีโค่ซิสเต็มครอบคลุมมากที่สุด

ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและนักธุรกิจได้เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้จากเสียวหมี่มากมาย ซึ่งเราเองก็ยินดีที่จะเปิดเผยโมเดลธุรกิจทั้งหมดของเรา โดยหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ และผลักดันการปฏิรูปในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้มากขึ้นด้วยโมเดลธุรกิจของเรา ในปี 2557 เราได้เริ่ม “แผนอีโค่ซิสเต็ม” เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพมากขึ้น “กว่าหกปี ที่เราได้บ่มเพาะบริษัทอีโค่ซิสเต็มมากกว่า 100 แห่งและทำการตลาดผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 รายการซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานของเราเป็นอย่างมาก”

 

Mi MIX series รุ่นพรีเมี่ยมระดับเรือธง

 

เกิดขึ้นจากแนวคิดพิเศษที่พัฒนาจากวิศวกรของเราในระหว่างการหารือกันเมื่อต้นปี 2557 ว่าสมาร์ทโฟนในอนาคตจะเป็นอย่างไรและได้บทสรุปว่าเราจะผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอเต็มซึ่งไอเดียนี้ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ในเวลานั้น  พวกเขามาปรึกษาผมและผมก็ให้เริ่มโครงการนี้ทันที “มันเป็นไอเดียที่ดีมากๆ เราไม่ควรกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผลิตจำนวนมากหรือการลงทุนในเวลาและเงินของเรา เราจะต้องทำต่อไปจนกว่าเราจะนำเสนออุปกรณ์นี้ได้ในที่สุด ” โดยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 เราได้เปิด Mi MIX เมื่อเราเปิดหน้าจอขึ้นทุกคนต่างก็เกิดความประทับใจ พิพิธภัณฑ์การออกแบบที่มีชื่อเสียงของโลกสามแห่งได้เก็บโทรศัพท์ Mi MIX ไว้ในคอลเลคชันของพวกเขา

 

คุณภาพผลิตภัณฑ์ต้องมาก่อน

หากกล่าวถึงเรื่องอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพของสินค้า ถือเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเรา แต่ก็เป็นจุดอ่อนของเราเช่นกัน มันยังมีความเข้าใจผิดที่ยังฝังรากลึกในหมู่ผู้บริโภคชาวจีนว่า “อะไรถูก คือไม่ดี” สิ่งนี้ทำให้เราถูกเข้าใจผิดได้ง่ายและคู่แข่งระดับเดียวกันก็โจมตีเราด้วยข้ออ้างเรื่องนี้ด้วย เสียวหมี่จะประคองตัวในตำแหน่งนี้โดยไม่ถูกโจมตีในระยะยาวได้อย่างไรเราจะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์สุดล้ำด้วยคุณภาพระดับสากลนั่นเอง และความพยายามไม่เคยหักหลังใคร การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้เราได้รับรางวัลและคำชมมากมายทั้งในจีนและต่างประเทศ ในปี 2562 ผมได้รับรางวัลคุณภาพและเทคโนโลยีชั้นนำระดับประเทศ บทสรุปคือ นวัตกรรมเป็นตัวกำหนดว่าเราจะบินได้สูงแค่ไหนและคุณภาพจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน

 

จากหนึ่งทศวรรษสู่ความก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด: สามสิ่งที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมีดังนี้

การเข้าตลาดหลักทรัพย์ IPO: ในระยะเวลา 10 ปีของการเริ่มต้นธุรกิจนี้และเมื่อมองย้อนกลับไป มีช่วงเวลาที่น่าสนใจอยู่สามครั้ง อย่างแรกคือ IPO อย่างไม่ต้องสงสัย ในกระบวนการเสนอขายหุ้น IPO ทั้งหมดสิ่งที่ลืมไม่ได้ที่สุดคือการประกาศ 5% ก่อนการเสนอขายหุ้นของเสียวหมี่ เราได้ประกาศตัดสินใจที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ บริษัทซึ่งสัญญากับผู้ใช้ของเราว่าธุรกิจฮาร์ดแวร์ของเราจะมีอัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีโดยรวมไม่เกิน 5% หากกำไรเกิน 5% เราจะหาวิธีคืนส่วนเกินที่สูงกว่า 5% ให้กับผู้ใช้ของเรา โดยผมบอกพวกเขาว่า “บริษัทที่ดีจะสร้างรายได้และบริษัทที่ยิ่งใหญ่ชนะใจผู้ใช้งาน ถ้าคุณเห็นด้วย สิ่งที่คุณมีในพอร์ตโฟลิโอของคุณก็จะเป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยม”

เป็นเจ้าของสินทรัพย์: เสียวหมี่แคมปัส ได้เปิดใช้งานในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่เรามีที่อยู่ถาวร “หลังจากย้ายไปย้ายมาและค่อยๆสร้างตัวมาในปักกิ่งตลอดเก้าปี ในที่สุดเราก็ได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์อาคารแปดหลังครอบคลุมพื้นที่ 320,000 ตารางเมตรและใช้เงิน 5.2 พันล้านหยวนในการสร้างบ้านหลังนี้”

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “Fortune Global 500”: ในที่สุดเราก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “Fortune Global 500” อย่างเป็นทางการ โดยอยู่ในอันดับที่ 468 วันนี้เราได้รับการจัดอันดับเพิ่มอีกเป็นอันดับที่ 422 เสียวหมี่ได้รับการเปรียบเทียบกับกว่า 500 บริษัท ไม่ว่าจะเป็น Apple, Huawei และ Samsung แม้ว่าจะต้องพยายามอีกมาก แต่เสียวหมี่เพิ่งจะดำเนินธุรกิจมาเพียง 10 ปีเท่านั้น ถ้าคุณมองบริษัทจากแนวโน้มการเติบโตคุณจะพบหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำได้ดีเช่น:

  • ในการจัดอันดับบริษัทที่มีนวัตกรรม 50 อันดับแรกของโลกในปี 2563 ของ Boston Consulting Group มี บริษัท จีน 5 แห่งที่อยู่ในรายชื่อ ได้แก่ Huawei, Alibaba, Tencent, JD.com และ เสียวหมี่
  • การจัดอันดับโดย Derwent ในรายชื่อนักประดิษฐ์ระดับโลก 100 อันดับแรกในปี 2563 มีบริษัทจีนเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่อยู่ในติดอันดับ บริษัทดังกล่าวคือ Huawei เสียวหมี่ และ Tencent
  • ในปี 2563 การจัดอันดับของ BrandZ ซึ่งจัดอันดับบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุด 100 อันดับแรกของโลกนั้นได้จัดอันดับโดยมีบริษัทจีน 17 บริษัทที่ติดอันดับซึ่งเสียวหมี่อยู่ที่อันดับ 81

การจัดอันดับดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าเราทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในด้านนวัตกรรมและการสร้างแบรนด์ แน่นอนว่าเสียวหมี่อาจยังมีระยะทางที่ต้องไปให้ถึงจากสิ่งที่คาดหวังไว้ แต่ผมมั่นใจว่าอัตราการเติบโตของเราจะเกินกว่าที่เราจินตนาการไว้แน่นอน

ด้วยอายุ 10 ปี เสียวหมี่กำลังก้าวเดินสู่วัยผู้ใหญ่ เเรงบันดาลใจอันกล้าแกร่งของเราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและได้ลงทุนพัฒนาและวิจัยกว่า 1 หมื่นล้านหยวน ทำให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์อันล้ำหน้ามากมายแก่ทุกคน ซึ่งเป็น 10 ปีแห่งการเติบโตของอุตสาหกรรมมือถือ ถิอเป็นเกียรติของเราอย่างยิ่งที่ได้ก้าวไปข้างหน้าในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ ผ่่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น

  1. Mi 10 Ultra มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วย space zoom กว่า 120 เท่า เป็นที่หนึ่งของโลกในการจัดอันดับ DxO Mark  การชาร์จเร็ว 120 วัตต์ การชาร์จเร็วแบบไร้สาย 50 วัตต์

  1. Redmi K30 Ulltra สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังเลยสักนิดในราคา 1,999 หยวนเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อความฝันและช่วง 10 ปีร่วมกันกับ Mi Fans ของเรา

  1. ทีวี Mi TV 55 นิ้ว LUX รุ่นโปร่งใส ทีวีโปร่งใสรุ่นแรกของโลก มันเจ๋งมากที่เราได้เปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

กลยุทธ์ในอนาคตแห่งทศวรรษหน้า

นอกจากความสำเร็จของเราในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแล้ว เรายังมีความภาคภูมิใจในการก้าวไปสู่ทศวรรษหน้า แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและการแข่งขันรุนแรง แต่เราต้องก้าวไปด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน ด้วยสามกลยุทธ์หลัก ดังนี้ :

  1. เป็นสตาร์ทอัพอีกครั้ง: ในการพาตัวเองออกจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เราจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นเหมือนช่วงที่เราเป็นสตาร์ทอัพ ความสามารถต้องได้รับการให้ค่า ต้องสร้างแรงจูงใจและคว้าโอกาสเชิงกลยุทธ์ ความได้เปรียบทางธุรกิจ
  2. อินเทอร์เน็ต + การผลิต: เราเชื่อในพลังและวิธีการของอินเทอร์เน็ต เราจะยังคงส่งเสริมการผลิตด้วยอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้เราจะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการผลิตโดยร่วมมืออย่างจริงจังกับพันธมิตรของเราพัฒนาโรงงานผลิตระดับไฮเอนด์จำนวนมากและออกแบบสายการผลิตสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบ โดยกองทุน Xiaomi Industry Fund ได้ลงทุนในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทผู้ผลิตอัจฉริยะกว่า 70 แห่งเพื่อทำให้เราเป็น “การผลิตแห่งการผลิต” ในอนาคต
  3. วางแผนให้นานขึ้น เดินให้ไกลกว่าเดิม: เราจะประเมินทุกสิ่งในมุมมอง 10 ปีและทำสิ่งต่างๆที่มีคุณค่าในระยะยาวในระหว่างนี้เราจะใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบ

 

ท่านที่สนใจข้อมูลสุนทรพจน์ทั้งหมด สามารถเข้าชมได้ที่ลิ้งค์ https://blog.mi.com/en/2020/08/11/from-10-to-infinity/

อ่านต่อ...

IT News

Redmi G โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นแรกของแบรนด์ หน้าจอ 144Hz, ใช้ Core i7-10750H คู่ GTX 1650 Ti ในราคาเริ่มต้นราว 23,000 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Redmi เปิดตัวโน๊คบุ๊คเกมมิ่งที่เป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่ประเทศจีนในนาม Redmi G โดยมีหน่วยประมวลผลที่มีให้เลือก 3 เวอร์ชัน แต่ดีไซน์นั้นจะเหมือนกันครับ

สำหรับ Redmi G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล LCD ขนาด 16.1 นิ้ว ความละเอียก FHD (1920 x 1080 พิกเซล) พร้อม 100% sRGB color gamut, พื้นที่การแสดงผล 81% รองรับมุมมองการรับชมกว้างถึง 178 องศา และมี Refresh Rate 144Hz (รุ่นเล็กสุดใช้ 60Hz)

สำหรับสเปคต่างๆ ของ Redmi G ทั้ง 3 รุ่น มีดังนี้

รุ่นเล็ก

  • CPU : 10th Generation Intel Core i5-10200H ความเร็ว 2.4GHz Boost 4.1GHz
  • 8-Thread Quad-Core
  • 8MB Intel Smart Cache
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650

รุ่นกลาง

  • CPU : 10th Generation Intel Core i5-10300H ความเร็ว 2.5GHz Boost 4.5GHz
  • 8-Thread Quad-Core
  • 8MB Intel Smart Cache
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti

รุ่นท็อป

  • CPU : 10th Generation Intel Core i7-10750H ความเร็ว 2.6GHz Boost 5GHz
  • 12-Thread Hexa-Core
  • 12MB Intel Smart Cache
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti

ส่วนฟีเจอร์ต่างๆ นั้นมีกล้อง 720p, ลำโพง 2 x 2W, DTS:X Ultra 3D Sound, Microsoft Windows 10 Home Chinese version, แบตเตอรี่ 55Whr โดยมี RAM 16GB (2 x 8GB) 2933MHz DDR4 และความจุ 512GB PCIe

สำหรับ Redmi G มีราคาเริ่มต้นที่ 5,299 หยวน หรือประมาณ 23,000 บาท โดยจะวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 17 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

ที่มา : fonearena

อ่านต่อ...

IT News

Xiaomi เปิดตัว Mi TV LUX OLED Transparent Edition ทีวีจอ OLED โปร่งใสรุ่นแรกของโลกที่วางจำหน่ายจริง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว Xiaomi ก็ยังเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่อย่าง Mi TV LUX OLED Transparent Edition ที่ใช้หน้าจอ OLED แบบโปร่งใสอีกด้วย โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของโลกที่ผลิตเพื่อจำหน่าย

Mi TV LUX OLED Transparent Edition จะเป็นหน้าจอที่เหมือนกับกระจกที่มองทะลุไปยังด้านหลังได้ครับ แต่ถ้ามีภาพขึ้นมาที่หน้าจอ ด้านหลังก็จะถูกบดบังออกไปด้วย แต่ก็จะขึ้นอยู่กับแสงว่าสว่างมากแค่ไหนในสถานที่ที่วางด้วยครับ

โดยทีวีรุ่นนี้มีขนาดอยู่ที่ 55 นิ้ว ใช้ชนิดหน้าจอแบบ OLED, contrast ratio ที่ 150,000:1, ช่วงสี 10-bit และครอบคลุม DCI-P3 ที่ 93% ทั้งยังรองรับ Refresh Rate 120Hz และมีเทคโนโลยี MEMC ที่ Xiaomi เคลมว่าจะมีค่า Response Time ของพิกเซลเร็วถึง 1ms

Mi TV LUX OLED Transparent Edition ได้ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek 9650 คู่กับ AI Master Smart Engine ช่วยในการประมวลผลตามสภาพแวดล้อมถึง 20 แบบ และตามสถานการณ์อีก 5 แบบเพื่อให้ได้แสดงผลที่ดีที่สุดออกมา โดยตัวลำโพงรองรับการเล่นเสียงสเตอริโอแบบ Dolby Atmos ด้วย

ด้านดีไซน์ทีวีรุ่นนี้มีความหนาเพียง 5.7 มม. เท่านั้น โดยจะวางบนฐานทรงกลม และไม่สามารถนำไปแขวนที่กำแพงได้

Mi TV LUX OLED Transparent Edition มีราคาอยู่ที่ 49,999 หยวน หรือประมาณ 220,000 บาท โดยจะวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 16 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

ที่มา : gsmarena, Xiaomi

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G
Android News6 วัน ที่แล้ว

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 10,490 บาท

พาไปสัมผัสประสบการณ์...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง