ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

ESRI ผนึก มศว. นำเทคโนโลยี GIS บรรจุหลักสูตร สานต่อสร้างบุคลากรไอทีป้อนตลาดแรงงานรับโลกยุคใหม่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัท ซีดีจี ผู้นำด้าน Location Intelligence ด้วยการวิเคราะห์ภูมิสารสนเทศในมุมมองใหม่ ๆ ร่วมกับ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำเทคโนโลยี GIS บรรจุในหลักสูตรภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ พัฒนาการเรียนการสอนด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ส่งผู้เชี่ยวชาญด้าน GIS ช่วยเสริมทักษะการใช้ซอฟต์แวร์ ArcGIS และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GIS มุ่งแก้โจทย์ธุรกิจ สร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญป้อนตลาดแรงงาน เผยทักษะด้านเทคโนโลยีเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานจำนวนมากกว่า 10,000 คน ต่อปี  โดย ESRI สนับสนุนซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการเรียนการสอน ด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ร่วมจัดทำหลักสูตรโดยใช้โปรแกรม ArcGIS ไปใช้เพื่อการศึกษา และทำโปรเจ็ค พร้อมร่วมกับอาจารย์ให้โจทย์เชิงธุรกิจที่มีการประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงธุรกิจ ตั้งเป้าขยายความร่วมมือสู่ภาควิชาคณะสังคมศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ภายในปีนี้

 

นางสาวธนพร ฐิติสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัท ซีดีจี เปิดเผยว่า เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมต่างต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพธุรกิจให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้ ส่งผลให้ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการบุคลากรคุณภาพที่มีความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยมีภาคธุรกิจที่น่าจับตามอง เช่น ธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ การขนส่งและโลจิติกส์ ซึ่งมีการแข่งขันทางตลาดสูงและต้องการเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จากการมองเห็นศักยภาพที่เป็นพื้นฐานของนักศึกษา ที่สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้ เป็นจุดเริ่มต้นในความร่วมมือดังกล่าว ที่บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยี GIS ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เป็นที่ต้องการของตลาดสูง โดยจากผลสำรวจของอีไอซี เปิดเผยว่า บุคลากรไอทีที่มีทักษะเฉพาะทางเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานจำนวนมากกว่า 10,000 คน ต่อปี 

 การนำเทคโนโลยี ArcGIS โปรแกรมประยุกต์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เข้าบรรจุในหลักสูตรภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ในครั้งนี้ จะเน้นการเรียนการสอนไปที่ พื้นฐานความรู้ด้าน GIS และการพัฒนาโปรแกรมภูมิสารสนเทศบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ สร้างแอปพลิเคชันแผนที่บนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บและแก้ไขข้อมูลแผนที่ ผ่านสมาร์ทโฟน

เพื่อนำไปต่อยอด ประกอบการวิเคราะห์เชิงธุรกิจต่อไป โดยในสายงานภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายอาชีพ ทั้งนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักวิเคราะห์ออกแบบระบบ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้ดูแลด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และด้านคอมพิวเตอร์เซอร์เคียวริตี้ ผู้ดูแลฐานข้อมูลวิศวกรซอฟต์แวร์ โปรแกรมเมอร์ และอื่น ๆ ตลอดจนในภาพใหญ่อย่างการพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวธนพรกล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรดังกล่าวจะเริ่มเปิดสอนให้กับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี โดยเป็นการบรรยายเกี่ยวกับ GIS นับเป็น 15 คลาสเรียน ต่อเทอม โดยมีเนื้อหาการบรรยาย คือ ความรู้พื้นฐานด้าน GIS  และการสร้างแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานด้วยโปรแกรม ArcGIS Online  พัฒนา Android App เบื้องต้น ด้วย Kotlin และพัฒนา Android GIS App ด้วย ArcGIS Runtime SDK และอื่นๆ ทั้งนี้ ในอนาคต ยังมุ่งมั่นที่จะขยายการพัฒนาบุคลากรด้านไอทีป้อนตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป ที่นอกเหนือจากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ในเร็ว ๆ นี้ สำหรับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งเป้าขยายความร่วมมือสู่ภาควิชาคณะสังคมศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ภายในปีนี้

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ปรินทร์ ชัยวิสุทธางกูร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า จากการเข้ามาของเทคโนโลยีทำให้ทางมหาวิทยาลัยฯ หรือแม้แต่ตัวนักศึกษาเอง เริ่มตื่นตัวที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยองค์ความรู้ที่ตรงต่อความต้องการของตลาด และสิ่งที่มหาวิทยาลัยฯ มองหาอย่างเช่น เทคโนโลยีจีไอเอส ทางมหาวิทยาลัยเองยังขาดองค์ความรู้ หรือเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจง แต่เป็นองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ได้จริงในการทำงาน และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านสายงานดีเวลอปเปอร์ โปรแกรมเมอร์ เน็ตเวิร์ค ซิเคียวริตี้ ซึ่งตลาดกำลังต้องการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนนี้ทาง ESRI ได้เข้ามาเป็นแรงสนับสนุนเพื่อเตรียมพร้อมนักศึกษาที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานที่พร้อมใช้งานได้ทันที

“ปัจจุบันภาควิชาฯ เปิดการสอนหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีภาคภาษาไทย มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตให้พร้อมด้านปัญญาและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีความเข้มแข็งทางวิชาการในศาสตร์ของวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีสมรรถนะในการทำงานตอบสนองต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งปัจจุบันมีนิสิตรวมทั้งสิ้นประมาณ 200 คน โดยในความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาคเอกชนและภาครัฐจะเข้ามาร่วมมือกันผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่ตลาด สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากหลักสูตรไปใช้ในการทำงานเพื่อพัฒนาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำความรู้ไปพัฒนานวัตกรรมทางคอมพิวเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงงานแทรชชี่ ถังขยะอัจฉริยะที่สามารถแยกประเภทขยะได้เพื่อนำมารีไซเคิลที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการประกวด National software Contest ครั้งที่ 22  หรือโครงการระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายเพื่อทำนายแนวโน้มของปริมาณฝุ่นpm 2.5 และพื้นฐานในการศึกษาต่อ ซึ่งทำให้เห็นว่าความก้าวหน้าทางวิทยาการเกิดศักยภาพมากขึ้น ในแง่ธุรกิจ บริษัทก็ได้บุคลากรที่มีศักยภาพตรงตามที่ต้องการ ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ยังเป็นแรงเสริมสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศชาติอยู่รอดได้”

อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีในแง่ของภาควิทยาการคอมพิวเตอร์จะถูกนำมาใช้เป็นอย่างมาก แต่ในภาคอื่น ๆ ยังพบปัญหาในเรื่องการเชื่อมต่อ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ มั่นใจว่าการมาของ 5G จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในด้านนี้มากขึ้น สำหรับแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรในอนาคตจะมีการปรับหลักสูตรเพื่อรองรับสหกิจศึกษาและทำความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ อย่างเช่น ESRI โดยในอนาคตจะมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนนิสิตและอาจารย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยวางเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรในหลักสูตรเพื่อส่งเสริมการฝึกอบรมบุคลากร เพิ่มพูนความรู้ในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง รองศาสตราจารย์ ดร.ปรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

นี่เป็นเวลาที่ดีแทคจะไม่หยุดดูแลคุณให้ดีที่สุด…ในฐานะเพื่อนคู่กายตลอด 24 ชั่วโมง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชิวิตของคนทั้งโลก เกิดการเปลี่ยนวิถีและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ต่อการดำเนินธุรกิจและการศึกษาของลูกหลานเรา กิจกรรมทุกอย่างมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปที่การมีชีวิตอยู่อย่างมีสุภาพพลานามัยที่ดี

ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ นโยบายและมาตรการต่างๆ ได้มีการบังคับใช้ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 2019 ให้เร็วที่สุด ทั้งการขอความร่วมมือในการทำงานจากที่บ้าน ตลอดจนมาตรการระยะห่างทางสังคม ทำให้การสื่อสารจากโทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นมากกว่าภาวะปกติ ดังเห็นได้จากตัวเลขการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าดีแทคที่เพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นเป็น 12 ชั่วโมง และ 75% ของลูกค้าดีแทคหันมาใช้โซเชียลมีเดียและเว็บสตรีมมิ่ง ซึ่งจะคงเติบโตราว 9 และ 6% ตามลำดับ

ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากเช่นนี้ ดีแทค ในฐานะผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม เราตระหนักถึงภาระบทบาทในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และเราสัญญาว่าจะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าของเราใกล้ชิดกันเหมือนเดิม และสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับสิ่งที่สำคัญที่สุด ณ เวลานั้น หรือ Connect you to what matters most

และเรากำลังพยายามอย่างหนักที่จะสนับสนุน ช่วยเหลือลูกค้าทั้ง 20.6 ล้านเลขหมายของพวกเราอย่างเต็มที่ โดยดีแทคได้หันกลับมาดูบริการทั้งหมดที่ลูกค้ากำลังใช้งานอยู่บนเครือข่ายของเรา และพบว่าเราสามารถทำเพื่อลูกค้าดีแทคได้มากกว่านี้

  • ดีแทคจะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทำงานที่บ้านแบบไร้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและคุณภาพสัญญาณที่เสถียรภาพสูง
  • ดีแทคอยากช่วยให้การใช้ชีวิตในบ้านของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน ในช่วงเวลานานนับเดือนต่อจากนี้ เป็นเรื่องง่าย สะดวก และไม่น่าเบื่อ ตัวเลขที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากการเรียกใช้บริการจัดส่งอาหารและสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ บอกเราว่า ลูกค้าต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตในการจัดหาอาหารและสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต และในการเรียกใช้บริการแต่ละครั้ง หมายถึง ค่าครองชีพที่ลูกค้าต้องแบกรับ
  • ดีแทคจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนที่สำคัญ และเป็นที่พึ่งให้กับผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้างรายวัน แรงงานต่างด้าว ผู้สูงอายุ และผู้ใช้บริการกลุ่มอื่นๆ เราพร้อมที่จะให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านทุกช่องทางที่ลูกค้าสะดวก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องเปิดศูนย์บริการในห้างสรรพสินค้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกลุ่มคนที่ไม่มีบัญชีธนาคาร และไม่พร้อมในการใช้บริการแบบดิจิทัล
  • ดีแทคจะออกแบบโซลูชั่นด้านอินเทอร์เน็ตร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อให้สอดรับและเข้าถึงบริการการเรียนออนไลน์ที่หลากหลายในค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดให้กับนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน
  • จำนวนการโทรเพื่อสอบถามข้อมูลจากสายด่วนของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและกรมควบคุมโรคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การเชื่อมต่อสื่อสารเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ในการรักษาสุขภาพของลูกค้าดีแทค

เพราะการช่วยเหลือลูกค้าในยามจำเป็น ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของทีมดีแทคในเวลานี้ ดีแทคเรียกความพยายามและความตั้งใจทั้งหมดนี้ ภายใต้ชื่อมาตรการว่า HAPPY@HOME” เพราะเราอยากให้ลูกค้าฝ่าฟันปัญหาครั้งนี้ไปได้ โดยมีดีแทคเป็นเพื่อนที่คอยสนับสนุนและให้ความสุขใจแก่ลูกค้าของเราทุกคน ให้สามารถทำภารกิจและดำเนินวิถีชีวิตไปได้อย่างสะดวกสบายใจที่สุด

  • บริการอินเทอร์เน็ตฟรี เมื่อใช้งานแพลทฟอร์มที่ช่วยการทำงานที่บ้านได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น Microsoft Office 365 , Zoom นาน 90 วัน ไม่เสียค่าเน็ต
  • ดีแทคร่วมมือกับ กสทช. มอบอินเทอร์เน็ตให้แก่ประชาชนเพื่อสนับสนุนการทำงาน เรียนที่บ้าน โดยให้อินเทอร์เน็ตฟรี  10 GB ลูกค้าดีแทคเริ่มรับสิทธิ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ซึ่งยังรอขั้นตอนการดำเนินงานในรายละเอียดจาก กสทช
  • บริการใจดีให้ยืม ให้ยืมมากขึ้น แต่จ่ายค่าบริการเท่าเดิม  และใจดีให้โอน โอนเงินค่าโทรให้เพื่อนหรือครอบครัว ในเวลาที่ไม่สะดวกมาพบกัน ซึ่งเป็นบริการที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้งานกลุ่มผู้สูงอายุ
  • บริการสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่สถาบันการศึกษาสามารถติดต่อดีแทคที่ 088-188-1678 ให้เข้าไปออกแบบบริการดาต้าให้สอดรับกับความต้องการการใช้งานที่หลากหลาย นอกจากนี้ ดีแทคยังได้เข้าร่วมโครงการ Student SIM ที่มอบแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด ความเร็ว 4Mbps นาน 3 เดือน ในราคา 400 บาท
  • บริการจัดส่งอาหารฟรี ของ ดีแทค รีวอร์ด ที่ร่วมกับ GET และ FoodPanda จัดส่งฟรีทั่วประเทศ ลูกค้าดีแทคสามารถ-รับสิทธิ์ได้ง่ายๆผ่าน ดีแทค แอป และติดตามดีลสุดพิเศษทุกศุกร์ได้จาก Line dtac reward  และ Facebook dtac reward  และเว็บไซต์ www.dtac.co.th/dtacreward
  • และฟรีประกัน COVID-19 คุ้มครองสูงสุด 255,000 บาท ให้กับลูกค้าดีแทครายเดือนและเติมเงิน ที่สมัครแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต โดยสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dtac.co.th/home.html
  • มาตรการ HAPPY@HOME ให้บริการโทรฟรี 1669 บริการสายด่วนข้อมูลของสถาบันการแพทย์ และ 1422 บริการสายด่วนข้อมูลกรมควบคุมโรค ตลอด 24 ชั่วโมง

นี่เป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพวกเรา ทีมดีแทค จะปรับเปลี่ยนมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าราอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าของดีแทคจะสามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกับสิ่งที่สำคัญที่สุด ณ เวลานั้น

นายฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด และทีมดีแทค 

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มทรู ชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz งวดที่ 5 จำนวน 23,613.83 ล้านบาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ  พร้อมด้วย นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รักษาการรองเลขาธิการสายงานกิจการโทรคมนาคม ร่วมรับมอบเงินค่าประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 เมกกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ 905 – 915 MHz / 950 – 960 MHz งวดที่ 5 จาก บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด โดยนายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จำนวน 23,613.83 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) พร้อมกับหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ในงวดที่ 6-10 จำนวน 40,819.43 ล้านบาทตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูล

ทั้งนี้ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้ชำระเงินค่าประมูลงวดที่ 1-4 แล้ว เป็นเงินจำนวน 17,205.60 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) แก่สำนักงาน กสทช. ซึ่งได้นำส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

OPPO Service Center ห่วงใยความปลอดภัยคุณกับบริการ After Sale Service ด้วยบริการรับส่งเครื่องซ่อม ‘ฟรี’ พร้อมมาตรการเข้มงวดในทุกขั้นตอน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO แบรนด์ชั้นนำในตลาดสมาร์ทโฟนไทย ตระหนักถึงความรุนแรงของการแพร่ระบาด และห่วงใยถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าและพนักงานทุกท่าน จึงส่งมอบความห่วงใยผ่านบริการรับส่งเครื่องซ่อม ‘ฟรี’ จาก OPPO Service Center รวมถึงมาตรการการป้องกันภายในที่เข้มงวด เพื่อความปลอดภัยในทุกขั้นตอน

 

โดยตั้งแต่ขั้นตอนแรก เราได้ทำการตรวจเช็คอุณหภูมิช่างและแอดมินอยู่เสมอ เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า เราให้ความสำคัญทั้งในเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยแก่ลูกค้าและพนักงานทุกท่าน

 

รวมถึงลดการแพร่กระจายของไวรัสในศูนย์ซ่อม ด้วยการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อในบริเวณโดยรอบอย่างถี่ถ้วน ส่วนช่างซ่อม ให้สวมหน้ากากอนามัยและถุงมืออยู่เสมอ

 

และก่อนที่ OPPO จะส่งโทรศัพท์มือถือให้แก่ลูกค้าทุกท่าน เราได้ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อบนโทรศัพท์มือถือด้วยแอลกอฮอล์ที่ได้มาตรฐานก่อนบรรจุลงกล่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้ว่า โทรศัพท์มือถือที่ท่านจะได้รับ มีความสะอาดและปลอดภัย

 

นอกจากนี้ OPPO ยังใส่ใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ด้วยการขยายเวลารับประกันให้แก่ลูกค้าที่หมดประกันระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 12 เมษายน 2563 ขยายระยะเวลารับประกันไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 โดยการขยายเวลารับประกันนี้ครอบคลุมทั้งโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม

 

OPPO จะอยู่เคียงข้างลูกค้าทุกท่านเสมอ และเราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน โดยหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามได้ที่ Call Center  02-126-3700

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์1 นาที ที่แล้ว

นี่เป็นเวลาที่ดีแทคจะไม่หยุดดูแลคุณให้ดีที่สุด…ในฐานะเพื่อนคู่กายตลอด 24 ชั่วโมง

การแพร่ระบาดของเชื้อ...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

Huawei เผยรายละเอียดฟีเจอร์ EMUI 10.1 พร้อมยืนยัน Mate 30, P30 Series ได้ใช้งานเป็นกลุ่มแรก

ในงานเปิดตัว Huawei ...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

ปรากฏการณ์สะกดใจนุชกลับมาอีกครั้ง! Samsung ดึง ‘เป๊ก-ผลิตโชค’ ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ Galaxy A51 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

ปรากฏการณ์สะกดใจนุชก...

Apple News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

TSMC เดินหน้าผลิตชิป A14 Bionic ให้ Apple แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการระบาด COVID-19

TSMC ผู้ผลิตหน่วยประ...

Apple News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

วันนี้ในอดีต! Apple ครบรอบ 44 ปี การก่อตั้งบริษัทครั้งแรกในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1976

นอกจาที่วันที่ 1 เมษ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง