ติดตามพวกเรา

News

dtac เปิดตัวแพ็กเกจ dtac GO เบอร์เดิม ไม่ต้องเปลี่ยนซิม ใช้เน็ตได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ เริ่มต้น 499 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ดีแทคเปิดตัว ‘ดีแทค โก’ (dtac GO) แพ็คเกจรายเดือนที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ ชูจุดเด่นเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียว ที่ให้ใช้เน็ตทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ในแพ็กเดียวกัน โดยไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำทั่วโลก เข้าถึงข้อมูลได้ทั่วโลก ลูกค้าดีแทคไม่ต้องเปลี่ยนซิม เพียงสมัครแพ็กเกจ dtac GO ที่ให้จำนวนอินเทอร์เน็ตในไทยมากที่สุด ใช้ไม่หมดทบไปเดือนหน้าได้ และ ฟรีอินเทอร์ 5GB สำหรับใช้ในต่างประเทศ เดินทางไปประเทศไหน เมื่อไร ใช้งานได้ทันที เมื่อถึงจุดหมายปลายทางในวันแรกของการเดินทาง และนอกจากแพ็กเกจหลักดีแทค GO ดีแทคยังเปิดให้บริการ GO Travel แพ็กเกจเสริมสำหรับการใช้เน็ตต่างประเทศในราคาสุดคุ้ม  สำหรับลูกค้าปัจจุบันทั้งแบบเติมเงิน และแบบรายเดือน ให้สมัครแล้วใช้งานได้ทันทีเมื่อไปถึงจุดหมาย โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิมให้ยุ่งยาก ใช้ซิมเดิม เบอร์เดิม เพียงสมัครก็เปิดใช้งานได้ทันที พิเศษ! แถมเน็ตเพิ่มอีก 1 GB เมื่อสมัครแพ็กเสริม GO Travel ก่อน 31 ธ.ค. 2562

นายฮาว ริ เร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทค GO เกิดจากแนวคิดใหม่ที่ดีแทคมองเห็นโอกาสทางการตลาดของลูกค้าที่ชอบเดินทางต่างประเทศ และเทรนพฤติกรรมของลูกค้าในการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากมือถือที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศ และพบว่าลูกค้ายังไม่มีทางเลือกของแพ็กเกจและวิธีการใหม่ๆในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์ และยังมีปัญหาจากการใช้งานที่ไม่สะดวกสบาย ดังนั้นดีแทคจึงสร้างมิติใหม่ในการเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมของลูกค้าที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ต ให้สามารถเข้าถึงข้อมูล ที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลาทั่วโลก โดยพัฒนาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตท่องเที่ยวแบบรายเดือนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวให้กับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่

เทรนด์ของผู้บริโภคในการใช้งานอินเทอร์เน็ต

  • ดีแทคเล็งเห็นพฤติกรรมในการใช้งานของลูกค้าที่มีแนวโน้มใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ลูกค้ามีการใช้ดาต้า 9 GB ต่อเดือน และเพิ่มขึ้นทุกไตรมาส จนถึงปัจจุบันมีอัตราการใช้ดาต้าถึง 11 GBต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 22% จากปีที่แล้ว
  • เพราะอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของผู้คนในทุกรูปแบบ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตจากมือถือ สื่อสารกันด้วยข้อความ ส่งรูปภาพ จากโซเชียลมีเดีย ค้นหาข้อมูล อัพเดทข่าวสาร ดูละคร ทีวี จากแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการคอนเท้นต์ รวมถึงการใช้งานจากแอปพลิเคชั่นต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • แนวโน้มความสำคัญในการท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย เพื่อพักผ่อนเก็บเกี่ยวประสบการณ์และหาแรงบันดาลใจในการเรียน การทำงาน รวมถึงได้แชร์รูปภาพและความสนุกสนานจากการไปเที่ยวต่างประเทศมาอวดเพื่อนๆในโซเชียลมีเดีย จึงทำให้มีอัตราการเดินทางไปต่างประเทศเฉลี่ยมากขึ้น10 % ต่อปี โดยมีพฤติกรรมในการท่องเที่ยว ที่มีโอกาสไปเที่ยวได้ไม่บ่อยมาก ชอบไปในประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม หรือเป็นกลุ่มที่เดินทางค่อนข้างบ่อย ต้องการหาประสบการณ์ในที่แปลกใหม่ จากที่เคยไปบ่อยๆ หรือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปในที่ ที่มีความท้าทายใหม่ๆที่ยังไม่ค่อยมีคนเคยไป

คนไทยจะชอบค้นหาสถานที่ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ บนออนไลน์ แต่เมื่อเดินทางไปต่างประเทศจะไปสถานที่ที่ได้รับความนิยม เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง  สิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย พม่า ออสเตรเลีย ลาว เวียดนาม จีน ตามลำดับ ส่วนใหญ่ใช้มือถือในการค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะการใช้แผนที่ ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวและอัพโหลดรูปภาพ บนโซเชียลมีเดีย รีวิวอาหาร และแนะนำสถานที่น่าสนใจ โดยลูกค้าดีแทครายเดือนมีการเดินทางเฉลี่ย 2.9 เที่ยวต่อปี ส่วนลูกค้า ดีแทคแบบเติมเงินมีการเดินทางเฉลี่ย 2.2 เที่ยวต่อปี

ปัญหาและพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ

จากการสำรวจลูกค้าดีแทค พบว่ามีความต้องการหาข้อมูลและอัพเดทเรื่องราวบนโซเชียลมีเดียให้กับคนรอบข้างตลอดเวลา แต่เมื่อเจอปัญหาเรื่องค่าอินเทอร์เน็ตแพง และสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ครอบคลุม ทำให้โหลดข้อมูลได้ช้าไม่ทันใจ ดีแทคเข้าใจถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ จึงพัฒนาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตท่องเที่ยวแบบรายเดือนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวให้กับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่

ปัจจุบันคนไทยมีหลายทางเลือกในการนำมือถือไปใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ แต่อาจเจอปัญหาจากการใช้งาน ทั้งเรื่องความลำบากในการเปลี่ยนซิม ค่าใช้จ่ายแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ไม่คุ้มค่ารวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ครอบคลุมเมื่อต้องการอัพโหลดภาพ

ดีแทคร่วมกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตพันธมิตรชั้นนำในต่างประเทศ

เพื่อให้ลูกค้าได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการเดินทางอย่างราบรื่น  ดีแทคจึงได้ทำสัญญาความร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นผู้ให้บริการที่ครอบคลุมได้มากที่สุดใน 72 ประเทศ ทั่วโลก ซึ่งทุกเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายที่มีเสถียรภาพและเป็นที่นิยมในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศนั้น ๆเช่น ญี่ปุ่น ใช้งานบนเครือข่าย Softbank Mobile เกาหลีใต้ ใช้งานบนเครือข่าย SK Telecom ฝรั่งเศสใช้งานบนเครือข่าย Orange France สวิตเซอร์แลนด์ ใช้งานบนเครือข่าย Swisscom / Salt Mobile / Sunrise เป็นต้น

‘dtac GO’ แพ็คเกจใหม่ที่ตอบโจทย์นักเดินทาง

จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ที่ชอบเชื่อมต่อและเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลารวมถึงปัญหาสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ผู้บริโภคเผชิญในการเดินทางไปต่างประเทศ ดีแทคจึงนำเสนอ ‘dtac GO’ แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตรายเดือนแบบใหม่ที่สะดวกสำหรับคนไทยที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศในราคาสุดคุ้ม ไม่ต้องเปลี่ยนซิม สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วโลก ได้อย่างต่อเนื่องและค้นหาได้ไม่มีที่สิ้นสุด โดยอินเทอร์เน็ตเมื่อใช้ไม่หมด สามารถนำไปทบใช้ในเดือนถัดไป และมีการคิดค่าบริการเมื่อเริ่มใช้งานในต่างประเทศ โดยสามารถซื้อได้ผ่านศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ หรือผ่านดีแทค แอปพลิชั่น และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th/postpaid

Wearable

realme Band นาฬิการุ่นประหยัดอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เพียบ มีพอร์ตชาร์จ Type-A, กันน้ำ IP68 และเซ็นเซอร์ Heart Rate

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme เตรียมที่จะเปิดตัว realme Band นาฬิการุ่นเล็กราคาประหยัดภายในวันที่ 5 มีนาคมนี้ พร้อมกับ realme 6 Series ตอนนี้สเปคต่างๆ ก็เปิดเผยออกมาหลายอย่างแล้วครับ

หน้าจอแสดงผล realme Band จะมาแบบสีสันจันเต็มโดยมีการแจ้งเตือนตามแอปพลิชเคชั่น, การโทร, ข้อความ และการปลุก ทั้งยังมีฟีเจอร์ตรวจจับการนอน, วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ พร้อมรองรับกีฬา 9 โหมด (มีโหมดคริกเกตเฉพาะของอินเดีย)

นอกจากนี้ยังป้องกันน้ำได้มาตรฐาน IP68 และชาร์จได้ผ่านพอร์ต USB Type-A ที่ติดตั้งมาในในตัวเครื่องเลย

ที่มา : realme

อ่านต่อ...

Android News

AIS 5G พร้อมใช้ทันที! วันที่ 5 มีนาคมนี้ บน Huawei Mate 30 Pro 5G รายแรกรายเดียวในไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

AIS ให้คนไทยสัมผัสประสบการณ์ 5G แบบพร้อมใช้ทันที! วันที่ 5 มีนาคมนี้ บนสมาร์ทโฟนสุดล้ำ Huawei Mate 30 Pro 5G รายแรกรายเดียวในไทย

AIS 5G Huawei Mate30 Pro 5G

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ผู้นำเครือข่าย 5G รายแรกและรายเดียวในไทย ที่เริ่มเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยคลื่นความถี่มากที่สุด พร้อมสร้างประโยชน์ให้คนไทยได้มากกว่า เดินหน้ามอบประสบการณ์ 5G ที่ล้ำหน้ายิ่งกว่า ผนึกกำลัง หัวเว่ย โดยนายอิงมาร์ หวาง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวสุดยอดสมาร์ทโฟน 5G ระดับโลก รุ่นเรือธง “Huawei Mate 30 Pro 5G” ที่พร้อมใช้งาน 5G ได้ทันที รายแรกของไทย บนเครือข่าย AIS 5G ที่ดีที่สุด วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ วันที่ 5 มีนาคม 2563 พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดในราคาเริ่มต้นเพียง 17,990 บาท พร้อมให้ลูกค้ารับสิทธิ์ใช้บริการ 5G ฟรี โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม

สำหรับ Huawei Mate 30 Pro 5G ที่วางจำหน่ายในไทย จะมาพร้อมกับ ROM 256GB/RAM 8GB รองรับ 5G บนคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz นอกจากนี้ Huawei Mate 30 Pro 5G ยังมาพร้อม ชิปเซต Kirin 990 5G SoC หน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ กล้องหน้า ให้ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 4 ตัว โดยกล้องหลัก ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Telephoto 8 ล้านพิกเซล และ 3D ToF แบตเตอรี่ 4,500 mAh

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Brother คาดปีงบประมาณ 62 เติบโตกว่า 5% สานต่อกลยุทธ์ ‘3C’ มุ่งเจาะกลุ่มคอร์ปอเรท ดันบริการหลังการขายเพิ่มรายได้ด้วยการเพิ่มบริการเสริม  

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

บราเดอร์ พร้อมเดินหน้าสร้างมิติใหม่ให้วงการไอทีเมืองไทย ปี 63 เตรียมจับมือแบรนด์ดัง เดินหน้าครีเอทสีสันแคมเปญการตลาดขยายการรับรู้สู่ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ ‘at your side’ สร้างทีมที่ปรึกษาเสริมทัพทีมขายและทีมบริการแก่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพิ่มความมั่นใจสร้างโอกาสการขายให้มากขึ้น เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ในกลุ่มสินค้าทั้งเครื่องพิมพ์ จักรเย็บผ้าระบบเครื่องเสียงคาราโอเกะ เครื่องพิมพ์ฉลาก และสแกนเนอร์ตลอดปี เน้นผสานโซลูชั่นเพื่อเพิ่มตอบโจทย์ความต้องการให้แก่ทุกกลุ่มเป้าหมาย มั่นใจปีงบประมาณ 63 จะสามารถสร้างอัตราการเติบโต 5% แม้ภาพรวมตลาดยังทรงตัว ชี้ศักยภาพภาคเอกชนของไทยยังแข็งแกร่งพร้อมปรับตัวรับมือได้ในทุกสภาวะ

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด(Mr.Teerawut Supapunpinyo, Managing Director of Brother Commercial (Thailand) Limited) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมธุรกิจเครื่องพิมพ์ในไทยยังทรงตัว แต่บราเดอร์สามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดให้เติบโตเพิ่มขึ้น หลังปรับรูปแบบกลยุทธ์สะท้อน DNA ของแบรนด์ที่มีความหลากหลายด้านผลิตภัณฑ์เพิ่มสีสันไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ลูกค้าปัจจุบัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญการ ทรานส์ฟอร์ม 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Business transform, Operational Transform และTalent Transform ด้วยกลยุทธ์ ‘3C’ มุ่งโฟกัส Customer (ลูกค้า) Channel Partner (ช่องทางการจัดจำหน่าย) ไปจนถึง Company (ตัวองค์กร) ทำให้ในปีงบประมาณ 2562 บริษัทฯ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตแบบสวนกระแสถึง 5 %

ในปีงบประมาณ 2563 บราเดอร์ยังคงเดินตามกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ในช่วง 3 ปี ครอบคลุมระหว่างปีงบประมาณ 2562 – 2564 ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นให้แก่กลยุทธ์ ‘3C’ เริ่มจาก Customer (ลูกค้า) เน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่เติมเต็มความต้องการให้หลากหลายยิ่งขึ้น Channel Partner (ช่องทางการจัดจำหน่าย) ที่ปีนี้จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนด้วยการสร้างการทำงานภายใต้คอนเซปต์Brother: the Power of TEAM เป้าหมายเพื่อสร้างทีมที่ปรึกษาให้แก่กลุ่มตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสร้างโอกาสทางการขายใหม่ๆ ด้วยการส่งทีมผลิตภัณฑ์ ทีมขาย ทีมสื่อสารการตลาด ทีมเทคนิค และทีมบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์บราเดอร์ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า Company (ตัวองค์กร) บราเดอร์ จะนำระบบ “Agile” มาใช้ในการทำงานในแต่ละโครงการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานเกิดความยืดหยุ่นและเกิดความรวดเร็วในการสร้างผลงาน โดยจะคัดเลือกบุคลากรในแต่ละแผนก เข้ามาระดมความคิด เพื่อกำหนดแนวทางในการเพิ่มศักยภาพ ความคล่องตัว และบริหารการใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งระบบดังกล่าวจะใช้ต่อเนื่องไปถึงปี 2564

ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าของบราเดอร์กว่า 60% เป็นกลุ่มลูกค้า SME และ กลุ่มคอร์ปอเรท กลุ่มเครื่องพิมพ์เลเซอร์ยังเป็นสินค้าแฟลกชิป (แหล่งข้อมูลจาก GFK) โดยบราเดอร์ครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มโมโนเลเซอร์พรินเตอร์ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่38%, กลุ่มโมโนเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 56% และกลุ่มคัลเลอร์เลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาด 33% ด้านกลุ่มอิงค์เจทพรินเตอร์ บราเดอร์ยังเกาะกลุ่ม 1 ใน 3 ผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 17% ที่ผ่านมาบราเดอร์ใช้กลยุทธ์ทั้ง “Push & Pull” จนทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และในปีนี้จะเพิ่มสีสรรในการทำตลาดรูปแบบใหม่เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากคู่แข่ง และ           ที่สำคัญในปีนี้บราเดอร์จะใช้งานบริการหลังการขายที่ได้รับการยอมรับอย่างมากถึงคุณภาพมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้บริษัทฯ ด้วยนายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญกล่าวเสริม

ด้านนายวรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์การนำบริการหลังการขาย มาเป็นอีกหนึ่งเฟืองจักรสำคัญเพื่อเพิ่มประโยชน์สูงสุดให้กับลุกค้าว่า จากการยอมรับของกลุ่มเป้าหมายต่อคุณภาพงานบริการหลังการขายของบราเดอร์ ที่พร้อมทั้งด้านบุคลากรและระบบการบริการอันทันสมัย ทำให้บราเดอร์เห็นโอกาสและพัฒนาสู่บริการเสริมเพื่อเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยในปีงบประมาณ 2563 บราเดอร์ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ การขยายระยะเวลารับประกัน และเพิ่มบริการพิเศษพร้อมตัวเครื่องได้ตามความต้องการ เพื่อความคุ้มค่าและสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น ทั้งรูปแบบนำเครื่องเข้าศูนย์บริการและการบริการซ่อมนอกสถานที่ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาระบบ chatbot พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมงเต็มรูปแบบซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ในช่วงต้นปี 2564  พร้อมกันนี้ ยังได้พัฒนาแอพลิเคชั่น Brother Support Center ที่รวบรวมข้อมูลสินค้า คู่มือการใช้งาน การตรวจสอบสถานะเครื่อง และข้อมูลศูนย์บริการบราเดอร์ทั่วประเทศ พร้อมทั้งสามารถใช้เป็นช่องทาง Brother Live Chat เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า โดยช่องทางดังกล่าวยัง สามารถจัดส่งข้อมูลได้ทั้งรูปแบบภาพและวิดีโอได้ด้วยเพื่อเพิ่มมิติด้านการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้านจำนวนศูนย์บริการในปัจจุบันมีครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยล่าสุดได้เปิดศูนย์บริการในประเทศลาวที่เวียงจันทน์ และจะเดินหน้าเปิดศูนย์บริการอีก 2 แห่ง ที่หลวงพระบางและสะหวันนะเขต และเพื่อสร้างมาตรฐานการอบรมแก่พนักงานบราเดอร์ได้นำระบบ e-learning เข้ามาใช้ฝึกอบรมผ่าน visual classroom เพื่อความชัดเจนในการสื่อสาร สามารถใช้ผ่าน Smart devicesเพื่อเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากจะทุ่มเทส่งมอบงานบริการที่มีคุณภาพสู่ลูกค้าแล้ว บราเดอร์ ยังได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่ออุทิศองค์ความรู้ด้านเทคนิคบริการให้แก่นักศึกษาทั่วในแต่ละภาค อาทิ ภาคกลางที่ปราจีนบุรีและนครนายก ภาคเหนือที่สุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สุรินทร์ และภาคใต้ที่สุราษฎร์ธานี  และในปีนี้จะขยายโครงการโดยใช้ศูนย์บริการในพื้นที่หลักๆ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น เปิดให้นักศึกษาเข้ามารับการอบรมความรู้ด้านเทคนิคที่ศูนย์บริการ รวมทั้งเพิ่มการอบรมหลักสูตร Mindset development เพื่อพัฒนาทัศนคติคิดบวกสร้างความพร้อมก่อนออกสู่สังคมการทำงานนายวรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล อธิบายเพิ่มเติม

นายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล(ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงแผนการปรับกลยุทธ์ด้านการพัฒนาองค์กรด้วยการสร้างบุคลากรคุณภาพรับการเปลี่ยนแปลงของกระแสเศรษฐกิจโลกที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วว่า บริษัทฯ สร้างโปรเจคในการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร ตามกลยุทธ์ Talent transform ด้วยการพัฒนากลุ่มบุคลากรที่มีทัศนคติที่ดีและพร้อมจะเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าและยินดีร่วมเป็นหนึ่งในการผลักดันองค์กรสู่การเติบโตที่ยั่งยืน และพร้อมจะนำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้มาแบ่งปันสู่เพื่อนร่วมงาน สร้างบุคลากรคุณภาพใบแบบmulti task skill สร้าง mind set ที่ดี คิดนอกกรอบ สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ เพิ่มความคล่องตัว เตรียมพร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างเข้าใจไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาด้านการฝึกอบรมด้วยระบบออนไลน์ให้พนักงานสามารถเข้าคอร์สได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาศักยภาพ  

ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) จะมุ่งไปที่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น (local community) มีโครงการหลักคือ Brother Beat Cancer Run วิ่งด้วยกัน สู้ด้วยกันซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยากไร้ ในมูลนิธิรามาธิบดี กองทุนมะเร็งโลหิตวิทยาผู้ใหญ่ โรงพยาบาลรามาธิบดี และส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม (environment) มีโครงการหลักคือ โครงการบราเดอร์อาสาอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลนที่บริษัทฯ ได้ทำต่อเนื่องมากว่า 11 ปี ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาครและ สมุทรสงคราม โดยบราเดอร์จะยังคงทำโครงการต่อไปเรื่อยๆ แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมบ้างและยังคงเป้าหมายไว้ดังเดิม นอกจากนี้ ยังวางแผนเพิ่มการจัดกิจกรรม CSR ในทุกไตรมาสโดยเน้นบริจาคผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือชุมชนหรือโครงการด้านการศึกษา ตลอดจนการส่งเสริมทักษะความรู้ด้านไอทีให้แก่นักเรียนนักศึกษาเพื่อเป็นการคืนกลับสู่สังคมด้วยเช่นกันนายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร กล่าวสรุป

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Wearable1 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme Band นาฬิการุ่นประหยัดอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เพียบ มีพอร์ตชาร์จ Type-A, กันน้ำ IP68 และเซ็นเซอร์ Heart Rate

realme เตรียมที่จะเป...

AIS 5G Huawei Mate30 Pro 5G AIS 5G Huawei Mate30 Pro 5G
Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS 5G พร้อมใช้ทันที! วันที่ 5 มีนาคมนี้ บน Huawei Mate 30 Pro 5G รายแรกรายเดียวในไทย

AIS ให้คนไทยสัมผัสปร...

ข่าวประชาสัมพันธ์6 ชั่วโมง ที่แล้ว

Brother คาดปีงบประมาณ 62 เติบโตกว่า 5% สานต่อกลยุทธ์ ‘3C’ มุ่งเจาะกลุ่มคอร์ปอเรท ดันบริการหลังการขายเพิ่มรายได้ด้วยการเพิ่มบริการเสริม  

  บราเดอร์ พร้อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์6 ชั่วโมง ที่แล้ว

เอไอเอส จัดมาตรการขั้นสูงสุดรับมือการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 เน้นย้ำบุคลากร, พาร์ทเนอร์ ดูแลสุขภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดสู่ส่วนรวม

นางสาววราลี จิรชัยศร...

Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Vivo APEX 2020 สมาร์ทโฟนสุดล้ำ จอโค้ง 120 องศา, กล้องหน้าใต้จอ และกล้องหลังกันสั่นแบบ Gimbal

เปิดตัวด้วยความเทพอี...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง