Connect with us

IT News

เดลล์ เปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ เล็กกะทัดรัด เบา บาง จอแสดงผล InfinityEdge ความละเอียดสูงระดับ 4K

Published

on

 

ประกาศเปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมรูปลักษณ์เพรียว เบา บางเฉียบยิ่งขึ้น ด้วยจอแสดงผลแบบ InfinityEdge ด้วยความละเอียดสูงระดับ 4K มีให้เลือกใช้เท่ๆ ใน 2 สไตล์ ได้แก่ Platinum Silver และ Black มาพร้อม Rose Gold และ Alpine White อันเจิดจรัส

เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2012 (Consumer Electronics Show) เครื่อง XPS 13 ยกระดับไปสู่ความเหนือชั้นที่สืบสานอยู่ในสายผลิตภัณฑ์ XPS ในฐานะของแล็ปท็อปที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกและผู้ชนะเลิศรางวัลด้านผลิตภัณฑ์มากกว่าสายผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในประวัติศาสตร์เดลล์ อีกทั้งเพิ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติล่าสุดจาก CES 2018 Innovation Award

เดลล์ ได้รังสรรค์จินตนาการใหม่ให้กับ XPS 13 ด้วยแรงบันดาลใจจากแวดวงแฟชั่นซึ่งสี Rose Gold ยังคงเป็นสีที่อยู่ในเทรนด์ ขณะที่สีขาวก็ยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสีที่เห็นอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ ตลอดจนรองเท้า sneakers ที่กำลังเป็นที่นิยม ในการเปลี่ยนโฉม XPS 13 ให้เป็นสีขาวนั้น เดลล์พยายามอย่างยิ่งในการเนรมิตผลิตภัณฑ์ที่เรียบหรู และสมบูรณ์พร้อม ด้วยการผนึกกำลังทีมงานกว่า 10 คน ทุ่มเทระยะเวลาการทำงานกว่า 11,520 ชั่วโมง และทำการทดลองกว่า 50 ครั้ง เพื่อรังสรรค์ระบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งภายในและภายนอก โดยทีมออกแบบของเดลล์ไม่ได้ต้องการเพียงเปลี่ยนสีเครื่องให้เป็นสีขาวเท่านั้น หากแต่ต้องการใช้วัสดุที่แท้จริง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะยังคงความงามเสมือนเพิ่งใช้งานเป็นวันแรก แม้จะผ่านการใช้งานมายาวนานหลายปีแล้วก็ตาม

ในการรังสรรค์ส่วนรองข้อมือในสีขาวที่ให้อารมณ์เสมือนเป็นลายถักทอ ทีมงานได้พิจารณาใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป โดยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านสีของวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งทางเลือกคือการใช้วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่เรียกว่า Crystalline Silica ที่มีการถักทอออกมาเป็นสีขาวที่แท้จริง คล้ายกับเนื้อผ้าที่มีการถักทอไปมาถึงเก้าชั้น ทั้งนี้ เดลล์คือรายแรกที่ใช้การถักทอไฟเบอร์กลาสในแล็ปท็อป

การถักทอไฟเบอร์กลาสเป็นสี alpine white ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับฝาปิดอลูมินัมของ XPS 13 ใหม่ในสี rose gold เพื่อให้ความหรูหราในเวลาที่มอง พร้อมความเรียบลื่นยามสัมผัส  สิ่งที่มาพร้อมความสวยงามคือความคงทนด้วยไททาเนียม ออกไซด์ที่เคลือบอยู่ด้านบนพื้นผิวเพื่อความเงางาม ช่วยต้านทานแสง UV และรอยเปื้อน เพื่อป้องกันการเกิดคราบ หรือการเปลี่ยนสีไปตามระยะเวลาใช้งาน ตามจริงแล้ว หากเกิดรอยเปื้อน ไม่ว่าจะจากสีของปากกา หรือคราบต่างๆ ผู้ใช้สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดาย และด้วยความสามารถในการทนทานต่อความร้อนในระดับที่เหนือกว่าโลหะ การถักทอด้วยไฟเบอร์กลาสยังช่วยให้ตัวเครื่องรักษาความเย็นได้มากขึ้น ช่วยรองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: เส้นใยของไฟเบอร์กลาสในส่วนที่รองมือ (palm rest) ฝั่งหนึ่ง หากนำมาเรียงยาวจนสุด จะยาวถึง 117,500 ไมล์ (189,098 กิโลเมตร) หรือเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์ ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

เดลล์ไม่เพียงสร้างสรรค์แล็ปท็อปที่สวยงามสู่ตลาด หากใส่ใจในรูปลักษณ์การออกแบบทั้งหมด ที่รวมไปถึงสายพาวเวอร์สีขาวที่เข้าคู่กันอย่างเหมาะเจาะกับอะแดปเตอร์ USB-A / USB-C  ทั้งนี้ เดลล์ได้ลงทุนในการผลิตบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลที่ยั่งยืนจากพลาสติกที่เก็บจากมหาสมุทร และที่ทำจากไม้ไผ่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าด้วยความมั่นใจว่าเดลล์กำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการทำหน้าที่ส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโลก

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาแล้ว เดลล์ XPS 13 รุ่นใหม่ ยังให้สิ่งที่เหนือชั้นกว่าในทุกมิติ  โดยปัจจุบัน เป็นแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว ที่เล็กที่สุดในโลก และพกพาได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก มาพร้อมจอแสดงผลแบบไร้ขอบ InfinityEdge ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ลงตัวในกรอบแล็ปท็อปขนาด 11 นิ้วได้อย่างเหมาะเจาะ โดยตัวเครื่องบางกว่าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3.4 มิลลิเมตร พร้อมความเบายิ่งขึ้น โดยมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 2.7 ปอนด์ทำให้ XPS 13 เป็นสุดยอดของความคล่องตัวและความทนทานในการใช้งาน

ด้วยการทำงานบนระบบปฏิบัติการ  Windows 10 และขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel 8th Generation Quad Core รุ่นล่าสุด ทำให้ XPS 13 ทำงานด้านโมบายด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อม SSD แบบfast booting ความจุสูงถึง 1TB ในการใช้งาน ลูกค้าสามารถคาดหวังได้ถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดของแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว โดยรองรับการทำงานได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงในรุ่น FHD และสูงถึง 11 ชั่วโมงบน UHD (Mobile Mark 14) ดังนั้น นอกเหนือจากการทำให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงและเบายิ่งแล้ว เดลล์ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ XPS 13 ใหม่ให้สูงกว่าเครื่องรุ่นปี 2015 ถึงสองเท่า ทำให้ XPS 13 เป็นแล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาเครื่องรุ่นเดียวกัน

XPS 13 มาพร้อม Dell Power Manager ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับสมดุลของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ การชาร์จไฟ  ความร้อน และอะคูสติค นอกจากนี้ Dynamic Power Mode จะให้สมรรถนะการทำงานในระดับสูงสุดสำหรับการใช้งาน แอพพลิเคชันต่างๆ อาทิ การทำวิดีโอ เรนเดอริ่ง การทำสเปรดชีตในระดับแอดวานซ์ ขณะที่มีการตรวจสอบ และจัดการอุณหภูมิของระบบได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งหมายความว่า XPS 13 จะยังคงรักษาประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงได้แม้มีการใช้งานต่อเนื่อง ในขณะที่แล็ปท็อปอื่นๆ อาจมีประสิทธิภาพลดลง

ในส่วนของวิศวกรรมด้านความร้อน เครื่อง XPS 13 คือแล็ปท็อปตัวแรกของโลกที่สร้างด้วยฉนวนกันความร้อน GORE ™ Thermal Insulation ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนเดียวกับ Silica Aerogels ที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมด้านงานวิทยาศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและงานวิศวกรรมแบบเต็มพิกัด เพื่อกระจายและลดความร้อน โดยวัสดุดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นฉนวนกันความร้อนของยานสำรวจดาวอังคาร (Mar Rovers) และการจับอนุภาคความเร็วสูง (Hyper Velocity Particle) ในโครงการอวกาศ Stardust  โดยวัสดุนี้จะดึงความร้อนออกจากอุปกรณ์โดยตรง เพื่อทำให้ระบบเย็นลงในขณะที่กำลังทำงานอย่างหนัก

ด้วยจอแสดงผลที่มีความละเอียดกว่า 2.5 ล้านพิกเซลพร้อม 4K Ultra HD เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น +QHD จอแสดงผล rSGB 100% บน XPS 13 ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสีที่ถูกต้องในการแสดงผล ไม่ว่าจะสำหรับมืออาชีพด้านงานกราฟิคหรือการรับชมรายการโปรด เนื่องจากตระหนักดีว่าผู้ใช้ในปัจจุบันนิยมใช้พีซีในการรับชมคอนเท้นท์แบบสตรีมมิ่ง เดลล์มอบประสบการณ์ความดื่มด่ำในการรับชมภาพยนต์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยสีสันและรายละเอียดเสียงที่คมชัดและทรงพลังมากกว่าเดิม พร้อมกับลดการบัฟเฟอร์ลง เพื่อให้ผู้ใช้รับชม Netflix หรือ iFlix ได้อย่างเต็มรูปแบบ

และด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลัง การออกแบบด้วยการใช้วัสดุที่สวยงามและยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมความเป็นมิตรต่อการรีไซเคิล เครื่อง XPS 13 คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดยรุ่นสีเงิน อลูมินัม มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของเดลล์ ที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งนำมาจากมหาสมุทร (Ocean Plastic) โดยเป็นขยะพลาสติกที่เก็บกู้มาจากทางเดินน้ำและนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นวัสดุที่ทรงคุณประโยชน์

Advertisement
Click to comment

IT News

เจาะเบื้องหลังฮาร์ดแวร์สุดล้ำ Galaxy S21 Series 5G พบกับ 4 หัวใจหลักของนวัตกรรมสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุดจาก Samsung

Published

on

By

สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ร่วมกัน โดยหลากหลายฟีเจอร์อันยอดเยี่ยมในปัจจุบัน จะไม่สามารถทำงานได้เลยหากไม่มีฮาร์ดแวร์ที่ดีคอยทำงานอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป พวกเขาต้องการสมาร์ทโฟนที่มีกล้องที่ดี มากกว่าที่เคย ดังนั้น ฮาร์ดแวร์ของสมาร์ทโฟนจึงต้องพัฒนาให้ก้าวล้ำตามไปด้วย ซึ่ง Galaxy S21 Series 5G คือสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุดของซัมซุง ที่มาพร้อมกับหลากหลายนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ใหม่ ซึ่งทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็น
สมาร์ทโฟนแห่งยุคที่ตอบโจทย์สาย “ทำคอนเทนต์” อย่างแท้จริง

Exynos 2100 ชิปเซ็ตอันทรงพลัง ขุมกำลังของสมาร์ทโฟนอันล้ำสมัย

ชิปเซ็ตเปรียบเสมือนหัวใจของสมาร์ทโฟน ยิ่งสมาร์ทโฟนมีนวัตกรรมและฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องมี
ชิปเซ็ตที่ดีเพื่อทำให้ทุกอย่างทำงานร่วมกันได้อย่างไหลลื่นเท่านั้น ซึ่งชิปเซ็ตไม่ได้เป็นเพียงแต่ขุมพลังให้กับสมาร์ทโฟน แต่ยังทำหน้าที่บริหารจัดการแบตเตอรี่ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอันมีค่าตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์


อีกด้วย โดย Exynos 2100 ใน Galaxy S21 Series 5G คือหน่วยประมวลผล 5nm ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่เร็วที่สุดใน Galaxy ที่ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการทำงานของสมาร์ทโฟนที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับคนยุคนี้โดยเฉพาะ ด้วย
หน่วยประมวลผล (CPU) ที่มอบประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นจากเดิม 30%[1] การ์ดจอ (GPU – Graphics Processing Unit) ที่เพิ่มการประมวลผลกราฟฟิกมากกว่าเดิม 40%1 AI ที่เร็วกว่าเดิม 2 เท่า1 รวมถึงการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่น้อยลงกว่าเดิมถึง 20%1 ดังนั้น ผู้ใช้จึงสามารถทำในสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบได้อย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพหรือวิดีโอคุณภาพสูงระดับ 4K/8K การใช้ฟีเจอร์ที่ทำงานจากกล้องหลายเลนส์พร้อมกัน อย่างในโหมด Director’s View การเล่นเกมที่อัดแน่นไปด้วยภาพกราฟฟิกแบบมาราธอน หรือการสตรีมภาพยนตร์หรือซีรีส์ผ่านเครือข่ายความเร็วสูงแบบ 5G โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

บันทึกทุกเฉดสี ทุกรายละเอียด ดั่งตาเห็น ด้วยเซนเซอร์ใหญ่ที่สุดในกาแลคซี่ 1/1.33”

ถ้าชิปเซ็ตคือหัวใจของสมาร์ทโฟน เซนเซอร์ก็เปรียบเสมือนหัวใจของกล้องถ่ายภาพ ที่เป็นตัวกำหนดขอบเขตสีของภาพ (Dynamic range) จำนวนพิกเซล หรือจัดการจุดรบกวนของภาพ (Noise reduction) ซึ่งภาพสวยงามที่เราเห็น เกิดจากการรวมตัวของเม็ดสีหลากหลายพิกเซล ดังนั้น ยิ่งจำนวนพิกเซลในภาพมีมากเท่าไหร่ ภาพจะยิ่งคมชัด มีรายละเอียดที่ครบถ้วนเหมือนดั่งตาเห็นมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงการมีพื้นที่รับแสงที่เยอะ ยิ่งทำให้ได้ไฟล์ภาพที่มีคุณภาพมากขึ้นอีกด้วย โดยเซนเซอร์ของ Galaxy S21 Ultra 5G เป็นเซนเซอร์กล้องที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนซัมซุง
กาแลคซี่ขนาด 1/1.33″ มอบสีสันคมชัดมากขึ้นกว่าเดิมถึง 64 เท่า ระบบโฟกัสอัตโนมัติที่เร็วและแม่นยำขึ้นถึง 50% พร้อมรองรับการถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงมืดและสว่างอยู่ด้วยกัน เช่น ปลายอุโมงค์ หรือการถ่ายภาพแบบย้อนแสง พร้อมลดจุดรบกวนของภาพ และเพิ่มความไวแสงขึ้น 50% เพื่อให้ได้ภาพที่สว่าง ชัดเจน แม้ในที่แสงน้อย

                      [Raw File 12 bits – Before]                                              [Raw File 12 bits – After]

RAW File 12-bit มาตรฐาน D.S.L.R เพื่อการปรับแต่งภาพอย่างมืออาชีพ คมชัด ไม่เสียรายละเอียด 

ภาพส่วนใหญ่ที่เราถ่ายและเห็นจากกล้องสมาร์ทโฟนนั้น ส่วนใหญ่คือภาพจากไฟล์ JPEG ซึ่งถือเป็นไฟล์ภาพมาตรฐานที่มีสีสันสดใส พร้อมใช้งานได้ในทันที โดยไม่ต้องแต่งภาพเพิ่ม หรืออาจจะแต่งเพิ่มได้เล็กน้อย เนื่องจากข้อจำกัดของไฟล์ที่ถูกบีบอัดให้มีขนาดเล็ก ทำให้หากแต่งภาพมากเกินไป ภาพอาจจะแตกหรือเสียรายละเอียดได้ง่าย ดังนั้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ และต้องการแต่งภาพเพื่อเพิ่มความสวยงามและความคมชัดของเฉดสีมากยิ่งขึ้น ไฟล์ที่เหมาะที่สุด คือ RAW File ซึ่งเป็นข้อมูลดิบที่มาจากการบันทึกภาพผ่านเซนเซอร์โดยตรง จึงมีคุณภาพที่สูงเต็มประสิทธิภาพของกล้อง โดย Galaxy S21 Ultra 5G มาพร้อมกับการบันทึกไฟล์ Raw 12-bit[2] มาตรฐาน D.S.L.R ซึ่งดีที่สุดที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน มีเฉดสีถึง 68,000 ล้านสี ทำให้ปรับจูนสีผ่านโปรแกรมแต่งภาพยอดนิยม อย่าง Lightroom หรือ VSCO ได้ยืดหยุ่นกว่า ทั้งในด้านค่าความสว่างโดยรวมของภาพ (Exposure) การปรับส่วนมืดหรือส่วนสว่างพร้อมกัน (Contrast) การปรับค่าเงา (Shadows) หรือการปรับเฉพาะส่วนที่สว่างของภาพ (Highlights) โดยที่สีไม่เพี้ยน ซึ่งการแต่งภาพสามารถทำได้เลยบนสมาร์ทโฟน ไม่ต้องทำในคอมพิวเตอร์ให้ยุ่งยากอีกต่อไป

วิดีโอ สีสวย คมชัดทุกสภาพแสง ด้วย HDR10+

HDR (High Dynamic Range) คือเทคนิคการประมวลผลภาพ เพื่อให้ภาพสามารถแสดงของเขตของสีได้มากขึ้น โดยจะแสดงสีดำได้มืดสนิทกว่าเดิม และสีขาวได้สว่างจ้ากว่าเดิม พร้อมช่วยปรับภาพมืดและสว่างให้มีคอนทราสต์ที่ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ โดย Galaxy S21 Ultra 5G ได้ยกระดับภาพวิดีโอขึ้นไปอีกขั้น ด้วย HDR10+ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีด้านภาพที่ดีที่สุดในปัจจุบัน รวมถึงยังมี Dynamic Range สูงสุดในสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตามมาตรฐาน HDR ทำให้มอบเฉดสีที่กว้างกว่า พร้อมปรับความสว่างแบบเฟรมต่อเฟรม ทำให้ภาพสวยงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ด้วย HDR10+ เป็นมาตรฐานวิดีโอที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไฟล์ที่ได้จึงสามารถนำไปใช้งานต่อได้ทันที ไม่ว่าจะนำไปขึ้นยังหน้าจอทีวี หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออัพโหลดขึ้นบน YouTube ได้เลยโดยไม่ต้องปรับแต่งสีใหม่  

Galaxy S21 Series 5G เปิดพรีออเดอร์เพื่อให้เป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 28 มกราคม 2564 ในราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท เมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย[3] ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/s21ultra

Continue Reading

IT News

Samsung ออสเตรเลียเผลอทำ Galaxy S21+ สีเขียว Phantom Green หลุดบนเว็บไซต์

Published

on

ไม่รู้ว่าหลุดหรือตั้งใจปล่อยกันแน่สำหรับ Samsung ประเทศออสเตรเลียที่ได้ทำตัวเลือก Galaxy S21+ สีเขียว Phantom Green หลุดออกมาบนเว็บไซต์หลัก

สำหรับสี Exclusive สำหรับ Galaxy S21+ นั้นมีสีทอง Phantom Gold และสีแดง Phantom Red เท่านั้น อย่างไรก็ตาม สีเขียวที่หลุดออกมายังไม่มีภาพทางการ ยกเว้นเพียงชื่อสีเท่านั้นครับ

แต่ LetsGoDigital ก็ได้ทำเรนเดอร์ตัวอย่างออกมาว่า Galaxy S21+ สีเขียว Phantom Green น่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็น่าจะเขียวถูกใจใครหลายคนเลยทีเดียว

ที่มา : GSMArena, LetsGoDigital

Continue Reading

IT News

ซีอีโอ realme เผยทีเซอร์ X-series รุ่นต่อไป

Published

on

realme เตรียมที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงที่ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 888 อย่าง realme Race ในเร็วๆ นี้ ล่าสุด ดูเหมือนว่าจะมีอีกรุ่นใน realme X Series ที่เป็นเรือธงเหมือนกัน

Madhav Sheth ซีอีโอของ realme ในฝั่งยุโรปได้โพสต์ภาพบนทวิตเตอร์พร้อมแคปชั่นเพียงสั้นๆ ว่า “พร้อมกับอนาคตหรือยัง” โดยมีแฮชแท็ก X is the future

สำหรับ realme X Series รุ่นใหม่จะเป็นคนละรุ่นจาก realme Race ครับ โดยในรุ่นก่อนอย่าง realme X7 Series นั้นใช้ขุมพลังจาก MediaTek โดยเราต้องมาดูกันครับว่ารุ่นใหม่นี้จะยังใช้ชิพจากค่ายนี้หรือเปลี่ยนไปใช้ Qualcomm บ้าง

ที่มา : GSMArena

Continue Reading

กำลังฮอต

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

Android News26 นาที ago

มารัวๆ! เปิดตัว Vivo Y31 รุ่นตัวกลาง ขุมพลัง Snapdragon 662, กล้อง 48MP และแบตอึด 5000mAh

หลังจากที่ Vivo เปิด...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

ทรูออนไลน์ ส่งเน็ตไฟเบอร์ True Gigatex Smart Plus 1,000 Mbps คอมโบแพ็ก ใหม่ เริ่มเพียง 599 บาท/เดือน พร้อมปรับเพิ่มสปีดให้ลูกค้าอัตโนมัติ

ด้วยความมุ่งมั่นคงคว...

IT News4 ชั่วโมง ago

เจาะเบื้องหลังฮาร์ดแวร์สุดล้ำ Galaxy S21 Series 5G พบกับ 4 หัวใจหลักของนวัตกรรมสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุดจาก Samsung

สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือ...

Apple News5 ชั่วโมง ago

Apple Arcade จะเปิดตัวสองเกมใหม่ Nuts และ Spire Blast ในวันศุกร์นี้

มาพักผ่อนกันสักหน่อย...

Android News6 ชั่วโมง ago

MediaTek เปิดตัว Dimensity 1200 และ 1100 ขนาด 6nm พร้อมชิพ Cortex-A78

MediaTek เปิดตัว Dim...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง