Apple อาจขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต iPhone ในปี ทำให้ผลิตไม่ทัน

ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเริ่มผ่อนคลายแล้ว หลังจากทรัมป์ประกาศยืนยันในงาน G20 กลับมาหารือและทำการค้าร่วมกันอีกครั้ง แต่ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ กำลังส่งผลกระทบต่อ Apple อย่างเลี่ยงไม่ได้

Apple might not be able to obtain enough supplies of an important iPhone part this year

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ส่งผลต่อ Apple อย่างไร?

ตามรายงานของรอยเตอร์ส ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม บริษัทผู้ส่งออกกรดไฮโดรฟลูออริกในญี่ปุ่นไปยังเกาหลีใต้ต้องขออนุญาตในการส่งออก ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการนานถึง 90 วัน เนื่องจากปัจจุบันเป็นวัสดุที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากรัฐบาลญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิตและส่งออกกรดไฮโดรฟลูออริกคิดเป็นสัดส่วนทางการตลาดของโลกมากถึง 70% ซึ่งวัสดุตัวนี้เป็นสารละลายของไฮโดรเจนฟลูออไรด์ในน้ำสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตสมาร์ทโฟนและชิปประมวลผล เพื่อใช้กัดซิลิคอนในการทำเครื่องหมายตำแหน่งทรานซิสเตอร์ภายในชิป

ผู้ผลิตรายใหญ่ในเกาหลีใต้ทั้ง LG และ Samsung ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผงหน้าจอ OLED ให้กับ iPhone ต้องประสบกับปัญหานี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องนำเข้ากรดไฮโดรฟลูออริกจากญี่ปุ่นในการผลิตแผงหน้าจอ และอาจทำให้การจัดหาหน้าจอแสดงผลไม่ทันตามความต้องการสำหรับ iPhone 2019 หรือ iPhone 11 และ iPhone 11 X ที่จะมาพร้อมหน้าจอ OLED

ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้มาจากประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และศาลในเกาหลีใต้ตัดสินให้บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น นิปปอน สตีล แอนด์ สุมิโมโต้ เมทัล คอร์ป จ่ายเงินชดเชยให้แก่ชาวเกาหลีใต้ 4 ราย สำหรับการบังคับทำงานช่วงสงครามโลก แม้ว่าทางญี่ปุ่นจะอ้างสิทธิในการได้รับการชดเชยถูกยกเลิกไปในปี 1965

ในข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี เพราะว่าสหรัฐฯ กลับมาร่วมหารือด้านการค้ากับจีนอีกครั้ง ทำให้ Apple ไม่ต้องจ่ายภาษี 25% สำหรับการนำเข้า iPhone ที่ผลิตในประเทศจีน

ที่มา : phonearena