ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Alienware Area-51m แล็ปท็อปใหม่ พร้อมประสิทธิภาพทรงพลังระดับเดสก์ท็อป พร้อม CPUs และ GPUs ที่ overclock ได้ดังใจ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Alienware Area-51m สร้างขึ้นบนการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมในชื่อ Legend มีความโดดเด่นอย่างชัดเจนในฐานะของเกมมิ่งแล็ปท็อปที่มากับเดสก์ท็อป-โพรเซสเซอร์ที่ให้ผู้เล่นสามารถอัพเกรด และ overclock ได้ พร้อมทั้งกราฟิค การ์ดเพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีสุดสำหรับเกมเมอร์ผู้ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เกมมิ่งแล็ปท็อปตัวนี้ทรงพลังอย่างที่สุดด้วยความเร็วอันเปี่ยมประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยด้วยโพรเซสเซอร์ 10th Gen Intel® Core™ S-series เครื่อง Area-51m ที่มากับฟีเจอร์ 10 คอร์ (ครั้งแรกบน Alienware แล็ปท็อป) 20 threads และความเร็วที่สูงถึง 5.3 พันล้านรอบต่อวินาที (GHz) ด้วย Thermal Velocity Boost เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิภาพของไดรฟ์ในระดับสูงสุด

เทคโนโลยีระบายความร้อน Alienware Cryo-Tech™ ใหม่ของเราเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับตัวเครื่อง การออกแบบเชิงนวัตกรรมที่ล้ำสมัยนี้ยังรวมถึงแผงระบายอากาศแบบรังผึ้งใหม่เหนือแป้นพิมพ์ ไปจนถึงใบพัดพัดลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และการระบายลมร้อนที่ดียิ่งขึ้น และนี่เป็นครั้งแรกที่เรานำเอาระบบ vapor chamber cooling พร้อมทั้ง HyperEfficient Voltage Regulation แบบ 12-phase บนการปรับแต่งค่าเพื่อช่วยรักษาระดับพลังงานเพื่อช่วงเวลาการเล่นเกมแบบมาราธอนโดยไม่มีการขัดจังหวะอย่างต่อเนื่อง

ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานบนหน้าจอขนาด 17 นิ้วที่ดีที่สุด Area-51m ซึ่งได้รับการอัพเกรดมากับจอละเอียดสูงด้วย FHD panel ที่มีอัตรา refresh rate ระดับสูง ที่พร้อมสำหรับกีฬาอีสปอร์ตที่ให้ภาพวิชวลที่น่าทึ่งและการโต้ตอบการเล่นเกมที่รวดเร็วเพื่อสยบคู่ต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาด ผู้เล่นยังเล่นเกมได้อย่างมีสไตล์ด้วยคีย์บอร์ด Alienware ใหม่ที่มากับ key travel ขนาด 1.7mm เทคโนโลยี N-key roller และ per-key RGB LED ที่สามารถปรับแต่งได้เพื่อได้ประสบการณ์เล่นเกมในโลกใบใหม่ภายในโลกแห่งนี้ หากต้องการเข้าถึงข้อมูลและดูตัว Alienware Area-51m แล็ปท็อปใหม่อย่างใกล้ชิด เข้าชมได้ที่ Alienware Arena

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มทรู ลงนาม MOU ร่วม รพ.ศิริราช นำอัจฉริยภาพทรู 5G พัฒนาUse Case เพิ่มศักยภาพทางการแพทย์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

ทรู 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ร่วมยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ และสาธารณสุขของประเทศให้เหนือกว่าและยั่งยืนในทุกมิติ โดย นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น  (ที่ 4 จากซ้าย) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศาสตราจารย์ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี (ที่ 3 จากซ้าย) และ รศ. นพ. วิศิษฎ์ วามวาณิชย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช (ที่ 2 จากซ้าย) เพื่อนำเทคโนโลยีอัจฉริยะทรู5G   มาร่วมพัฒนา วิจัย และทดสอบรูปแบบการใช้งาน (Use Case) สร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมทั้งประยุกต์ใช้ให้ตรงกับความต้องการจริงของผู้ใช้บริการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาด้านนวัตกรรม และความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนำผลการวิจัย และผลการทดสอบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม

 

ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะครอบคลุมทั้งระบบอินเทอร์เน็ต, ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ, ระบบสาธารณสุขทางไกล, ระบบสนับสนุนทางการแพทย์ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และเกษตรกรรม พร้อมกันนี้ได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโซลูชั่น TeleAmbulance Powered by True 5G   : Body Camera & Push to Talk เพื่อนำไปใช้สื่อสารในรถพยาบาลฉุกเฉิน ของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินศิริราช  (Siriraj Emergency Medical Service Center) ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะTrue 5G โดยรองรับการใช้งานทั้งแบบ Push to Talk และ Push to Video มีปุ่มฉุกเฉินสามารถ stream video แบบเรียลไทม์ไปยังแพทย์เพื่อปรึกษาอาการคนไข้ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อประสานงานกับหน่วยต่างๆ ภายในโรงพยาบาล ทำให้สามารถวางแผนและเตรียมการรักษาได้ทันท่วงที ก่อนผู้ป่วยจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Samsung วางจำหน่าย UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C ได้ถึง 99% ให้สมาร์ทดีไวซ์ของคุณสะอาด ปลอดภัย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ซัมซุง เปิดตัวเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา สามารถฆ่าเชื้อโรคที่เกาะอยู่บนผิวสัมผัสของสมาร์ทดีไวซ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน นาฬิกา หรือหูฟัง ได้ถึง 99% ทั้ง 2 ด้านของอุปกรณ์ในเวลาเพียง 10 นาที[1] ด้วยรังสี UV-C แบบหลอดคู่ที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ทำลายผิวสัมผัส ช่วยลดความกังวลจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ พร้อมฟังก์ชันชาร์จแบบไร้สาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคใหม่อย่างแท้จริง

 

เครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C จากซัมซุง มาพร้อมหลอด UV แบบคู่ สามารถกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนอุปกรณ์ได้ทั้ง 2 ด้านในการทำงานเพียงครั้งเดียว พร้อมรองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi สูงสุดที่ 10 วัตต์[2] สะดวกต่อการใช้งานด้วยสัญลักษณ์ไฟ LED แจ้งโหมดการเปิด-ปิดหน้าจอ นอกจากนี้ยังมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดฝาเครื่องออก มาในดีไซน์สีขาว ตัวเครื่องโค้งมนพกพาสะดวก ในขนาด 22.8 x 12.8 x 4.9 ซม. สามารถจุของได้หลากหลาย รวมถึงสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่อย่าง Galaxy S20 Ultra 5G หรือ Galaxy Fold ขณะพับได้อย่างลงตัว[3] อีกทั้งยังสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ Wearables อย่างหูฟัง Galaxy Buds/Buds+ ไปจนถึงนาฬิกา Galaxy Watch ได้อีกด้วย

 

ซัมซุงพร้อมวางจำหน่ายเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ในราคา 1,590 บาท ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/2ZklZqd

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI คว้าอันดับ 6 ของโลกด้วยรางวัลสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมประจำปี 2020

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีชั้นนำระดับโลก ขึ้นครองอันดับที่ 6 จากการจัดอันดับ 50 รายชื่อสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจล่าสุดโดย Boston Consulting Group (BCG) ซึ่งหัวเว่ยไต่อันดับสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 42 อันดับ ถือเป็นอันดับสูงสุดนับตั้งอยู่ในรายชื่อเมื่อปี 2012

 รายงานของ Boston Consulting Group ระบุว่ารายชื่อบริษัทที่ติด 6 อันดับแรกของปีนี้ได้แก่ แอปเปิล, อัลฟาเบต อิงก์, แอมะซอน, ไมโครซอฟท์ และหัวเว่ย ตามมาด้วยอาลีบาบา, ไอบีเอ็ม, โซนี่ และเฟซบุ๊ก

 การจัดอันดับดังกล่าวอ้างอิงจากการสำรวจความเห็นจากผู้บริหารในภาคธุรกิจนวัตกรรมกว่า 2,500 คนบวกกับการประเมินผลประกอบการของบริษัท โดยได้สำรวจใน 4 มิติด้วยกัน ได้แก่ ความรับรู้ในระดับโลก (Global “Mindshare”), การปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industry Disruption), มุมมองจากเพื่อนร่วมแวดวงอุตสาหกรรม (Industry Peer View) และการสร้างมูลค่า (Value Creation) ซึ่งในปีนี้ทาง Boston Consulting Group ก็ได้เพิ่มอีกหนึ่งมิติใหม่ที่ใช้ในการประเมิน ซึ่งจับประเด็นด้านความหลากหลายและความจริงจังในการการทลายขีดจำกัดของแต่ละบริษัท โดยจะประเมินความสามารถของบริษัทในการฝ่าฟันอุปสรรคของการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีอยู่ก่อนแล้ว และเข้ามามีบทบาทในสนามที่อยู่นอกเหนือจากตลาดเดิมของตนเอง

ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก หัวเว่ยได้ใช้สัดส่วนมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งปีของบริษัท ในการลงทุนกับฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 131,659 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 15.3 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด

ในด้านเทคโนโลยี 5G หัวเว่ยได้ลงทุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หัวเว่ยขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีสำหรับยุคถัดไป โดยทางบริษัทได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือด้านเทคโนโลยี 5G พร้อมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการนำแอปพลิเคชัน 5G ไปใช้ในเชิงพาณิชย์และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ

จากรายงานประจำปี หัวเว่ยได้ปรับเปลี่ยนจากโมเดลนวัตกรรม 1.0 สู่โมเดลนวัตกรรม 2.0 ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในทฤษฎีขั้นพื้นฐานรวมทั้งยังเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานรูปแบบใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยวิสัยทัศน์ร่วมกันแห่งอนาคต

ทั้งนี้ ในด้านการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ หัวเว่ยได้ยกระดับความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมใหม่และได้เปิดตัวโครงการสำหรับพาร์ทเนอร์ในการต้านโควิด-19 (Anti-COVID-19 Partner Program) ที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) , ออฟฟิศทางไกล (Remote Office) , การสาธารณสุขอัจฉริยะ (Smart Healthcare) และการศึกษาออนไลน์ (Online Education) เพื่อส่งเสริมการรับมือกับโรคระบาดนี้ ดังจะเห็นได้จาก การวินิจฉัยโรคโดยอาศัยเทคโนโลยีผู้ช่วย AI ที่สามารถวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณเพื่อรายงานผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ได้ในหลักวินาที ที่สามารถช่วยบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นด่านหน้าในการตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้อีกด้วย

“เมื่อเราเริ่มการวิจัยสำหรับรายงานสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมโลกลำดับที่ 14 โดย Boston Consulting Group (BCG) การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ได้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเราได้สำรวจข้อมูลกับลูกค้า ก็เป็นที่แน่ชัดว่าผลการวิจัยหลักของปีนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อได้เปรียบด้านปริมาณและข้อบังคับสำหรับนวัตกรรมที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้นำด้านนวัตกรรมจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับอุปสงค์, อุปทาน, พฤติกรรมผู้บริโภค และวิธีการดำเนินธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว” ผู้เขียนรายงาน BCG ดังกล่าวระบุ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง