ติดตามพวกเรา

Featured

พาไปช้อปด้วย mPAY My Code ไม่ต้องพกเงินสด แค่มีมือถือก็ช้อปได้ พร้อมโปรโมชั่นรับเงินคืน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

มีโอกาสได้ลองช้อปปิ้งด้วย mPAY My Code จาก เอไอเอส ซึ่งเป็นบริการชำระค่าสินค้าต่างๆ ด้วย My Code สามารถใช้ได้ง่ายๆ ไม่ต้องพกเงินสด ไม่ต้องรอเงินทอน ไม่ว่าจะช้อป กิน ก็ฟินได้ง่ายๆ โดย mPAY My Code เป็นเทคโนโลยีรูปแบบการชำระเงินผ่าน QR Code สะดวกและรวดเร็ว เพียงแค่เปิด mPAY App เข้าเมนู My Code เพื่อสร้างโค้ด และนำโค้ดไปสแกนจุดชำระเงินง่ายๆ เพียงแค่นี้ก็สามารถจ่ายค่าสินค้าได้แล้วครับ เดี๋ยวจะเล่าจากประสบการณ์จริงที่ได้ไปใช้งานมาว่าจะง่ายแค่ไหน มีข้อดีอย่างไร และที่สำคัญคือมีโปรโมชั่นเด็ดด้วยครับเลยไม่พลาดที่จะไปช้อปแล้วเอามาบอกต่อกัน

 

ทำความรู้จัก mPAY My Code

mPAY My Code คือฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจาก mPAY เดิมที่เอไอเอสเปิดให้บริการอยู่แล้วซึ่งเป็นกระเป๋าเงินบนมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก เอาไว้จ่ายบิล ชำระค่าบริการต่างๆ มีความปลอดภัยสูงต้องใส่ PIN ทุกครั้งที่ทำรายการ จึงมั่นใจได้เลยว่าทุกธุรกรรมทางการเงินจะปลอดภัย โดยฟีเจอร์ใหม่ mPAY My Code ที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยให้การชำระเงินร้านค้าต่างๆ เป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น เพียงแค่เปิด QR Code ก็สามารถชำระเงินได้แล้ว

 

จุดเด่นของบริการ mPAY My Code

1.ไม่ต้องพกเงินสด เก็บเศษเหรียญให้หนักกระเป๋า เพราะ mPAY My Code สามารถชำระค่าสินค้าต่างๆ ได้ตามยอดจริงที่ต้องชำระได้ทันที ดังนั้นจึงไม่ต้องหาเหรียญเพื่อใช้ในการชำระ หรือได้รับเงินทอนเป็นเหรียญมาให้หนักกระเป๋า

2.จ่ายแบบชิคๆ รับเทรนด์ใหม่แบบไม่ตกเทรนด์ เตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ต่อไปเราจะไม่พกเงินสดกันแล้ว ในอนาคตจะใช้เงินสดกันน้อยลง ซึ่งจะทำให้การชำระเงินมีความสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม

3.สะดวก รวดเร็วไม่ต้องรอตังค์ทอน เพียงแค่จ่ายด้วย mPAY My Code ด้วยยอดเงินที่สามารถชำระได้ตามยอดที่ซื้อจึงทำให้ไม่ต้องรอตังค์ทอน รวดเร็วประหยัดเวลาไปได้มากเลยทีเดียว

4.ใครๆ ก็ใช้ได้ ไม่ว่าอยู่เครือข่ายไหน ไม่จำกัดเพียงแค่เครือข่ายเอไอเอสเท่านั้นที่ใช้ได้ ใช้เครือข่ายอื่นก็สามารถใช้ได้เหมือนกันครับ วิธีการสมัครก็เป็นวิธีเดียวกันเหมือนกับผู้ใช้เครือข่ายเอไอเอส สมัครง่ายใช้บริการได้ทันที

 

วิธีสมัครใช้บริการ mPAY

วิธีสมัครทำได้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ว่าจะอยู่เครือข่ายไหนก็สามารถสมัครใช้บริการได้ เพียงแค่โหลดแอพ mPAY มีบน App Store และ Play Store จากนั้น ใส่เบอร์มือถือที่ใช้งานอยู่ลงไป กรอกข้อมูลต่างๆ ตามที่แอพแนะนำ จากนั้นเติมเงินเข้า mPAY Wallet หรือผูกบัญชีธนาคารกับ mPAY เพียงแค่นี้ก็เริ่มใช้จ่ายได้ทันที

 

 

วิธีใช้งาน mPAY My Code

หลังจากที่เติมเงินเข้า wallet เรียบร้อยแล้ว หากต้องการจ่ายค่าสินค้าแค่เปิด mPAY ขึ้นมาแล้วกด mPAY MyCode ปุ่มด้านบนขวามือ แจ้งร้านค้าว่าจะชำระด้วย mPAY My Code เอาหน้าจอ QR Code ให้กับทางร้านเพื่อทำการส่องสแกนโค้ดจากเครื่องเรา โดยโค้ดจะมีระยะเวลาใช้งาน 5 นาที หลังจากที่หมดเวลาแล้วถ้าจะใช้อีกครั้งต้องเปิดโค้ดขึ้นมาใหม่นะครับ เพื่อความปลอดภัยของการใช้งาน หลังจากที่ชำระค่าสินค้าแล้วจะมี SMS เข้ามายืนยันชำระค่าสินค้าต่างๆ ให้ด้วยทันทีอีกด้วย

 

 

พาช้อป 3 ร้าน ด้วย mPAY My Code พร้อมโปรโมชั่นรับเงินคืน

หลังจากที่สมัครบริการและติมเงินเข้า mPAY App เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาทีต้องไปช้อปปิ้งกันล่ะครับ โดยร้านแรกที่ไปช้อปวันนี้คือ ที่อานตี้ แอนส์ ขนมร้านโปรดของใครหลายๆ คน ซึ่งสามารถชำระด้วย mPAY My Code ได้ และมีโปรโมชั่นได้เงินคืนอีกด้วย โดยจะได้รับเงินคืน 40 บาท เพียงซื้อตั้งแต่ 80 บาทขึ้นไป

 

เลือกซื้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงการชำระเงินครับ ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าแอพ mPAY เปิด mPAY MyCode ขึ้นมา จากนั้นพนักงานจะใช้แท็บเล็ตสแกนเพื่อชำระเงินแบบนี้

 

หลังจากที่ชำระค่าขนมแล้วจะมี SMS เข้ามายืนยันการชำระเงินให้ด้วยนะครับ และในวันต่อมาก็มีเงินคืนมาให้ด้วยตามโปรโมชั่น คุ้มมากๆ เลยทีเดียว

 

มาต่อกันที่ร้าน B2S ที่นี่ซื้อสินค้าอะไรก็ได้ภายในร้าน และชำระเงินด้วย mPAY My Code จะได้เงินคืน 100 บาท โดยมีเงื่อนไขง่ายๆ เพียงแค่ซื้อสินค้าตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป

 

เบ็ดเสร็จช้อปไป 701 บาท และเช่นเดิมเปิด mPAY MyCode และให้พนักงานใช้แท็บเล็ตเพื่อชำระค่าสินค้า

 

หลังจากที่ชำระเรียบร้อยแล้วจะมี SMS ยืนยันการชำเงิน และแน่นอนว่าช้อปตามเงื่อนไขก็จะได้เงินคืนในวันถัดไป

 

ปิดท้ายกันที่มาช้อปที่ ZEN จะได้รับเงินคืน 100 บาท เพียงแค่ช้อปตั้งแต่ 300 บาท ขึ้นไป ก็เลยจัดเสื้อมา 1 ตัว จ่ายเงินไป 900 บาท

 

เปิด mPAY MyCode ให้พนักงานแกน ไม่ต้องใช้เงินสด ไม่ต้องรอเงินทอน อย่างที่ได้บอกกันไปแล้วสะดวกสุดๆ เลยครับ

 

จ่ายเงินเรียบร้อยพร้อมได้รับ SMS ยืนยันการชำระค่าสินค้า วันถัดไปก็จะได้รับเงินขึ้น

 

mPAY My Code ใช้ได้ที่ไหนบ้าง

mPAY My Code สามารถใช้ได้ที่ห้าง Central, ZEN, Robinson, Tops ร้าน Antie Anne’s, Mcdonalds และอีกหลายร้านค้าชั้นนำ 

 

สรุปการใช้งาน mPAY My Code

mPAY My Code หลังจากที่ได้ทดลองใช้งานพบว่าสะดวกต่อการชำระค่าสินค้าอย่างมากครับ ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาเหรียญเพื่อใช้จ่ายค่าสินค้า ไม่ต้องรอเงินทอน ไม่ต้องพกเงินสดเยอะๆ หลายๆ อาจจะเคยทำกระเป๋าเงิน หรือเงินหล่นหาย ถ้าใช้ mPAY My Code หมดกังวลเรื่องนี้ไปได้เลยครับ และช่วงนีมีโปรโมชั่นรับเงินคืนจากหลายร้านค้าอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมโปรโมชั่นจากร้านค้าต่างๆ คลิกเลย http://www.ais.co.th/mpaymycode/

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Featured

HUAWEI MateBook D 14 จอใหญ่ ทำงานสะดวก สเปคสุดล้ำ ราคาจับต้องได้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ปัจจุบันคนทำงานรุ่นใหม่ไฟแรง ชอบทำงานแบบเป็นเจ้านายตัวเอง หรือไม่ก็บริษัทสตาร์ทอัพ หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ในบริษัท ต่างก็จำเป็นต้องมีแล็ปท็อปสำหรับการทำงาน หรือใช้ส่วนตัวกันทั้งนั้น ซึ่งแล็ปท็อปที่คนสมัยนี้ต้องการ อย่างน้อยต้องพกง่าย ตอบสนองการทำงานที่เร่งรีบตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางคนก็อยากมีเครื่องสวยๆ ไว้ให้ใช้ได้ไม่เบื่อ แต่บางครั้งความต้องการก็สวนทางกับรายได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ ที่ทุกธุรกิจก็ได้รับผลกระทบไปหมด ดังนั้นหากมีแล็ปท็อปที่ราคาจับต้องได้ พร้อมสเปคตอบโจทย์อย่าง MateBook D 14 รับรองสบายหายห่วง

ทำงานได้สะดวกด้วยจอกว้างใหญ่สบายตา

HUAWEI MateBook D 14 For your work

หัวเว่ยรู้ดีว่าการทำงานนอกสถานที่โดยใช้แล็ปท็อปนั้น ข้อจำกัดอยู่ตรงที่จอแล็ปท็อปนั้นไม่ใหญ่เท่าจอมอนิเตอร์ในออฟฟิศ เพราะถ้าเครื่องใหญ่เกินไป ก็จะพกพาไม่สะดวก หัวเว่ยเข้าใจถึงปัญหานี้ จึงออกแบบหน้าจอ MateBook D 14 ให้มีสัดส่วนหน้าจอกว้างถึง 84% ของตัวเครื่อง โดยมีขอบจอกว้างเพียง 4.8 มม. โดยกล้องหน้าของแล็ปท็อปมาในลักษณะ Recessed Camera ซ่อนอยู่บนคีย์บอร์ด ประหยัดพื้นที่หน้าจอไปอีก ทำให้สามารถอ่านเอกสารได้เต็มๆ จอ ไม่ต้องเลื่อนซ้ายขวาหรือเพ่งให้เหนื่อย แถมวางใจได้มากกว่าเดิมด้วยโหมดถนอมสายตารับรองโดย TÜV Rheinland Certified และพื้นผิวหน้าจอวัสดุเนื้อด้าน (anti-glare) ที่ช่วยลดแสงสะท้อน

หรูหรา บางเบา พกไปไหนก็ดูโปรฯ

HUAWEI MateBook D 14 For your work

คนรุ่นใหม่หลายคน พิจารณาแล็ปท็อปจากลักษณะภายนอกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ไม่ใช่เพียงแต่รูปลักษณ์ที่ดูหรูหราน่าดึงดูด แต่เป็นความบางเบา ที่ทำให้สามารถใส่กระเป๋าสะพายไปได้แบบคล่องตัว ปกติแล็ปท็อปเบาบางทั้งหลายมักจะมีราคาสูง หรือในช่วงราคาเดียวกันอาจหนาและหนัก แต่ MateBook D 14 ถูกออกแบบมาให้เรียบหรูดูแพงด้วยตัวเครื่องโลหะหรูหรา มีความบางแบบ Ultra Slim เพียง 15.9 มม. และ น้ำหนักเบาเพียง 1.38 กก. เท่านั้น เมื่อเทียบกับแล็ปท็อปในช่วงราคาเดียวกันแล้ว ถือว่าเบาที่สุดในตลาดเลยทีเดียว นอกจากแล็ปท็อปเองจะเบาแล้ว สายชาร์จ USB Type-C 65 วัตต์ที่แถมมาด้วยก็เล็กพกพาง่าย ถ้าใช้สมาร์ทโฟนที่พอร์ตเหมือนกันก็ไม่ต้องพกสายอื่นให้รกกระเป๋า เพราะหัวเว่ยทำให้สามารถใช้ด้วยกันได้

ประสบการณ์การทำงานเหนือระดับเกินคุ้ม

HUAWEI MateBook D 14 For your work

ในยุคนี้ คงไม่มีใครที่รอไปถึงออฟฟิศก่อนเพื่อที่จะได้นั่งทำงานบนคอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อปเพียงเครื่องเดียว อย่างน้อยจะต้องมีการเซฟงาน รูปภาพ หรือวีดีโอจากลูกค้าที่บางครั้งก็ส่งมาทางโปรแกรมแชทลงไปบนสมาร์ทโฟน บางงานที่เดดไลน์รัดตัว การรอส่งอีเมลหรือต่อสายโอนถ่ายข้อมูลอาจกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญใจ แต่หัวเว่ยก็มี HUAWEI Share ที่ช่วยโอนถ่ายข้อมูลระหว่างสมาร์ทดีไวซ์ โดยแตะสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 ขึ้นไปเข้ากับแล็ปท็อปเพียง One Tap ตาม กลยุทธ์ 1+8+N ที่หัวเว่ยคิดค้นขึ้นมาเองด้วยความมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกผู้ใช้งานผ่านอีโคซิสเต็มส์ของหัวเว่ย โดย 1 หมายถึงสมาร์ทโฟน, 8 หมายถึง สมาร์ทดีไวซ์อื่น ๆ เช่น แล็ปท็อปอย่าง MateBook D 14 เป็นต้น ส่วน N หมายถึงอุปกรณ์ IoT อีโคซิสเต็มของหัวเว่ย ทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าในราคาที่ไม่ต่างจากการซื้อแล็ปท็อปรุ่นกลางทั่วไป

หัวเว่ยไม่ได้เข้าใจคนรุ่นใหม่ในเรื่องการทำงานแบบไร้รอยต่อเท่านั้น แต่ยังเข้าใจถึงความกังวลในด้านความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลอีกด้วย จึงไม่ลืมส่งระบบสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint Power Button ทำให้ไม่ต้องพึ่งการกรอก password ก่อนเข้าใช้งาน MateBook D 14 ให้เสียเวลา โดยผู้ใช้งานเครื่องที่บันทึกลายนิ้วมือไว้เท่านั้นจะเข้าถึงข้อมูลบนแล็ปท็อปได้

สำหรับคนที่กำลังต้องการเทคโนโลยีล้ำยุค ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ในราคาที่จับต้องได้ MateBook D 14 ถือเป็นตัวเลือกที่มอบความสะดวก และความคุ้มค่า ทำลายขีดจำกัดเดิมๆ ของคนวัยเริ่มทำงานได้อย่างน่าสนใจ วางจำหน่ายในสี Mystic Silver โดยสามารถเลือกโปรเซสเซอร์ได้ระหว่าง AMD Ryzen 7 3700U ราคา 21,990 บาท หรือ 10th Gen Intel Core i7-10510U ราคา 29,990 บาท หากสั่งจองตั้งแต่วันนี้ – 12 มิ.ย. รับไปเลยของสมนาคุณมูลค่ารวม 4,070 บาท ประกอบด้วย

  • HUAWEI FreeLace มูลค่า 2,490 บาท
  • HUAWEI Backpack มูลค่า 1,090 บาท
  • HUAWEI Mouse มูลค่า 490 บาท

สามารถสั่งจอง และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/laptops/matebook-d-14-amd/ และ https://consumer.huawei.com/th/laptops/matebook-d-14-2020/

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนรุ่นประหยัด สเปคคุ้ม จัดกล้องหลัง 4 เลนส์, จอ Ultra O Screen และแบตพลังอึด 5000mAh

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนสเปคสุดคุ้มในราคาเบาๆ จัดเต็มกล้องหลัง 4 เลนส์, หน้าจอ Ultra O Screen พร้อมแบตเตอรี่แบบอึดๆ 5000mAh เรามาดูกันครับมีฟีเจอร์อะไรที่ทำให้รุ่นนี้เกินคุ้มบ้าง

 

สรุปสเปค Vivo Y30

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.47 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.77%
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio P35 Octa-core
  • RAM 4 GB
  • ROM 128 GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz + 5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

มาพร้อมกับความสวยงามแบบเรียบง่ายสำหรับกล่องของ Vivo Y30 มีสีขาวพร้อมชื่อรุ่น และลวดลายสีขาวตัดฟ้ารูปตัว “Y” โดยอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y30 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Vivo Y30 เน้นเรื่องสีสันที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษแบบ Dazzling 3D Colors โดยสีสันที่เราได้มาเป็นสีขาวอมฟ้า Moonstone White คล้ายกับหยกสีขาวที่มีประกายมุกระยิบระยับ เล่นกับลวดลายที่หลังตัวเครื่องที่ดูนุ่มนวลสุดๆ ขณะที่อีกสีจะเป็น Dazzle Blue สีน้ำเงินสุดเงางาม มีความเปล่งประกายออกมาจากโมดูลกล้องที่มุมซ้ายบน

 

Vivo Y30 ยังออกแบบตัวเครื่องให้โค้งมนแบบ 3 มิติ เพื่อให้การจับถือระหว่างใช้งานต่างๆ เป็นไปได้อย่างสบายมือสุดๆ

 

ความพิเศษที่โดดเด่นใน Vivo Y30 เป็นหน้าจออแสดงผล Ultra O Screen ชนิด LCD ทำให้มีขนาดอยู่ที่ 6.47 นิ้ว พร้อมความคมชัดระดับ HD+ (1560 x 720 พิกเซล) ซึ่งก็รับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีครับ

 

ที่สำคัญใครที่ชอบฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ต่างๆ ในสมาร์ตโฟน Vivo Y30 ก็ให้เราใช้งานอย่างเต็มอรรถรสแบบเต็มตาเพราะมีพื้นที่การแสดงผลที่ 90.77% เลยทีเดียว

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y30 มีกล้องหน้าฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน และลำโพงสำหรับสนทนาที่ตรงกลาง

 

ทางซ้ายตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีตั้งแต่ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ถัดไปทางขวาจะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีโมดูลกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED ที่อยู่ด้วยกันครับ ขณะที่ตรงกลางเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y30 แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ซึ่งในระบบรุ่นใหม่นี้ช่วยให้การทำงานทั่วไปของระบบไหลลื่นมากยิ่งขึ้น เพราะมีการจัดการเรื่อง RAM ได้ดีกว่าเดิม

 

หน้าตา UI : Funtouch OS 10

 

โหมดถนอมสายตา Eye Protection Screen

สำหรับ Vivo Y30 ที่เน้นเรื่องหน้าจอถนอมสายตาอยู่แล้วก็มาพร้อมโหมดตัดแสงสีฟ้าได้อย่างชาญฉลาดครับ นอกจากจะมีการเปิดสีหน้าจอให้เป็นโทนอุ่นได้แล้ว ก็ยังมีการเปิด/ปิดแบบอัตโนมัติตามพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกตามภูมิภาคของเราด้วย

 

โหมดมืดใช้งานได้ในที่แสงน้อย

ไม่ใช่แค่โหมดถนอมสายตา แต่โหมดมืดก็มีมาให้เหมือนกัน ซึ่งพื้นหลังของระบบทั้งหมดจะเป็นสีดำ รวมถึงแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับเช่นกัน

ทั้งนี้ เราสามารถปรับความสว่างของพื้นหลังจากสีดำเป็นสีออกเทาๆ ได้เช่นกันครับ

 

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบเช่นกันครับ ที่แม้ว่าจะไม่ได้สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แต่ก็มีให้สแกนใบด้านหลังเครื่องครับ สะดวกไม่แพ้กัน แถมการใช้งานในการปลดล็อกก็รวดเร็วด้วย

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ถือว่ารวดเร็วครับ กดปุ่ม Power เสร็จ ก็รอการสแกนเพียงไม่นาน ก็ใช้งานได้ทันที

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกอย่างสวยงาม

เราสามารถเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกได้ 2 แบบใน Vivo Y30 ครับ จะมีทั้งรูปแบบของการเข้าสู่เข้าจอหลักหลังปลดล็อกเครื่อง และรูปแบบภาพเคลื่อนไหวของการสแกนใบหน้า

  

 

สุขภาวะดิจิทัล (Screen Time) แบบอัจฉริยะจาก Jovi

Jovi หรือผู้ช่วยอัจฉริยะใน Vivo Y30 จะบันทึกเวลาในการใช้งานสมาร์ตโฟนของเรา ไม่ว่าจะเป็นเวลาบนหน้าจอ, จำนวนที่หยิบ, ระยะเวลาการดูโดยเฉลี่ย และใช้งานต่อเนื่องนานเท่าไหร่ เป็นต้น เพื่อให้เราได้ทราบว่าเราใช้งานสมาร์ตโฟนหนักแค่ไหน และเราควรพักผ่อนแล้วหรือไม่

ทั้งนี้เราสามารถตั้งค่าขีดจำกัดเวลาหน้าจอว่ากี่ชั่วโมงและกี่นาที เพื่อไม่ให้เราใช้งานเยอะเกินไปครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y30 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นเล็กอย่าง Mediatek Helio P35 Octa-core ที่เน้นเรื่องการประยัดพลังงาน ทั้งยังมี RAM ให้ 4GB พร้อม ROM 128GB ทำให้จะโหลดแอปหรือเกมก็เก็บได้เยอะ ไม่ต้องกลัวเต็ม ที่สำคัญ Vivo Y30 ยังมีเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.0 ที่ช่วยให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ เร็วขึ้นด้วย

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำคะแนนไปได้ที่ 111,074

 

เล่นเกมไหลลื่นด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode เวอร์ชัน 8.0

Ultra Game Mode ใน Vivo Y30 มาพร้อมกับเวอร์ชัน 8.0 แล้วครับ เป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยให้การเล่นเกมไหลลื่นกว่าเดิม ซึ่งจะมีฟังก์ชันเสริมเป็นการบันทึกหน้าจอระหว่างเล่นและล็อกความสว่างหน้าจอครับ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

ต้องบอกว่าการปรับกราฟิกเกม ROV ใน Vivo Y30 นั้นทำให้ดีเกินคาดเพราะปรับได้สูงสุดทั้งหมด รวมถึงเฟรมเรทระดับสูงด้วย ซึ่งเราก็ทดสอบเล่นในโหมด 5 VS 5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ ครับสำหรับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด ส่วนเรื่องเฟรมเรทอาจจะดรอปอยู่ครับ แต่ถ้าใครไม่อยากให้เฟรมดรอปก็ให้ลองปรับลดกราฟิกมาอยู่ระดับกลางได้เลยครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกม Call of Duty: Mobile สามารถปรับภาพกราฟิกได้ในระดับ Low และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยเราทดสอบในโหมด Battle Royale ถือว่าเล่นได้ดีกว่าที่คิดครับ เรื่องการสัมผัสก็อยู่ในระดับที่ดีพอสมควรเลย

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh อยู่ได้ตลอดวัน

จัดเต็มให้เราใช้งานได้ยาวๆ สำหรับ Vivo Y30 ที่ให้แบตเตอรี่มาแบบอึดๆ ถึง 5000mAh ต้องบอกว่าใช้งานได้ตลอดทั้งวันแน่นอนครับ ทั้งยังสามารถอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้ถึง 29.7 วันอีกด้วย นอกจากนี้ แบตเตอรี่เยอะๆ ก็ยังชาร์จให้กับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นได้ด้วยการเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank แล้วทำการ Reverse charging ผ่านสาย OTG (ซื้อแยก) ครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y30 ไม่ได้ลดสเปคเรื่องกล้องแม้ว่าจะมาในราคาที่ประหยัดสุดๆ ครับ เพราะให้กล้องหลังมาถึง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ใช้งานกันบ่อยๆ โดยแต่ละเลนส์ประกอบด้วย ..

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมใช้งาน AI Beauty ได้ด้วย

เลนส์หลักถ่ายคมชัด 13 ล้านพิกเซล

Vivo Y30 จัดกล้องหลักมาให้ที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพได้สวยงาม สีสันยังคงสมจริง แถมเรื่องแสงและเงาก็คมชัด ไม่ว่าจะถ่ายบรรยากาศหรือบุคคลครับ

 

มีเลนส์ Super Wide-Angle กว้างสุดถึง 120 องศา

ใครชอบถ่ายมุมกว้างๆ เห็นได้ครบทุกมุมมองในช็อตเดียวจะต้องมี Vivo Y30 เป็นหนึ่งในตัวเลือกครับ เพราะมีเลนส์ Super Wide-Angle มุมมองกว้างถึง 120 องศา เรื่องสีสันและความคมชัดต่างๆ ก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเห็นได้ชัดเจน และระบบโฟกัสก็ทำได้ไวด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

ถ่าย Portrait สวยงาม ละลายหลังได้เนียน

จัดเลนส์ Bokeh มาให้ก็สามารถถ่ายภาพบุคคลให้มีมิติได้ดีขึ้นเช่นกันครับ การเบลอฉากหลังจะช่วยบุคคลดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งยังปรับแต่งใบหน้าสวยหรือโครงหน้าต่างๆ ได้ถึง 100 ระดับ


โหมด Portrait / โหมดปกติ

 

Super Macro ใกล้แค่ไหนก็เห็นได้คมชัด

เลนส์ Super Macro ใน Vivo Y30 มีระยะโฟกัสใกล้ถึง 4 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่สายตาของเรานั้นแทบไม่โฟกัสแล้วครับ นั่นหมายความว่าเลนส์นี้ช่วยให้เราเห็นในสิ่งที่ตาเรามองไม่เห็น

 

กล้องหน้าถ่ายสวย บิวตี้ธรรมชาติ

Vivo Y30 ก็จัดกล้องหน้ามีความสวยงามแบบธรรมชาติมาให้ใช้งานครับ ซึ่งจริงๆ ในโหมดเราแทบไม่ต้องไปปรับอะไร AI จะช่วยให้เองอัตโนมัติ

Portrait กล้องหน้าบิวตี้ได้ เบลอหลังแบบมีมิติ

แต่ถ้าใครอยากให้โฟกัสแค่ใบหน้าเราก็ยังมีโหมด Portrait ที่กล้องหน้าเช่นกันครับ ซึ่งก็ยังคงปรับแต่งใบหน้าอยู่นะ

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ช่วยให้จอมีความกว้างอยู่ที่ 6.47 นิ้ว พร้อมกับมีความละเอียด HD+ ทำให้ใช้งานได้ทั้งเต็มตาและคมชัดไปพร้อมกัน
  • กล้องหลังจัดให้ถึง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ทั้ง Portrait, Ultra-Wide และ Macro ส่วนกล้องหน้าก็ถ่ายสวยงามแบบธรรมชาติ
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa-core ช่วยให้การใช้งานทั่วไปไหลลื่นพร้อมกับประหยัดพลังงานไปในตัว
  • RAM 4GB คู่กับ ROM 128GB ที่ถือว่าให้มาแบบพอใช้งานแน่นอนสำหรับราคาระดับนี้ครับ โหลดแอปหรือถ่ายรูปได้นาน ไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม
  • แบตเตอรี่ให้มาถึง 5000mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

สำหรับผู้ที่สนใจ Vivo Y30 จะเปิดวางจำหน่ายในราคา 6,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ่นกลาง สเปคแจ่ม พร้อมความแรงแบบ Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด จัดเต็มหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอ พร้อมหน่วยประมวลผลตัวแรงในระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 665 จะเป็นอย่างไร เรามาดูกันครับ

 

สรุปสเปค Vivo Y50

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.7%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 Octa-core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo Y50 มีความสวยงามที่เล่นลวดลายบริเวณหน้ากล่องพร้อมกับชื่อรุ่นและแบรนด์อย่างชัดเจนครับ

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y50 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ด้านดีไซน์ของ Vivo Y50 ถือว่าออกมาแบบมาได้ดีเกินราคา เพราะที่ด้านหลังมีความโค้งเพื่อให้จับถือได้ดี ไม่บาดมือ ทำให้ใช้งานได้นานขึ้นครับ โดยวัสดุด้านหลังเป็นพลาสติกที่จับถือได้ไม่ลื่นมือแน่นอน

 

สีที่เราได้มาเป็นสีดำ Black Mysterious ที่เน้นความเข้มขรึมแล้วดูคลาสสิกมากๆ แต่เมื่อสะท้อนกับแสงก็จะมีการเล่นกับลวดลายที่โมดูลกล้องหลังเครื่องคล้ายกับการเปล่งแสงออกมาจากในตัวกล้องครับ

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นมาแบบ Ultra O Screen ชนิด LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ทำให้ความมีคมชัดและสีสันนั้นจัดเต็มแน่นอน

 

ทั้งนี้ พื้นที่การแสดงผลมีถึง 90.7% ทำให้เรารับชมคอนเทนต์ต่างๆ ทำได้แบบเต็มตา รวมถึงการเล่นเกมก็ทำให้เราเห็นมุมมองที่กว้างกว่าอีกด้วย

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y50 จะมีกล้องหน้าที่ฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน โดยลำโพงสำหรับสนทนาก็อยู่ที่ตรงกลางครับ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM ทั้งหมด 2 ช่อง และมีช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมเป็นทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ส่วนฝั่งขวาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED และที่ตรงกลางมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y50 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ช่วยให้การใช้งานภายในระบบมีความลื่นไหลมากขึ้น แถมมีการจัดการทรัพยากรภายในเครื่องดีขึ้นครับ

 

วอลเปเปอร์สวยงาม มีให้เลือกเยอะ

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็มีวอลเปเปอร์และธีมมีให้เลือกอย่างหลากหลายครับ ทั้งแบบสดใสๆ แบบเข้มสีดำ หรือร้อนแรงๆ ในโทนสีแดงก็มีครบ

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y50 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อตัดแสงสีฟ้าให้ได้มากที่สุดเพื่อรักษาสายตาระหว่างการใช้งาน โดยเราสามารถปรับโทนสีหรือความอุ่นได้ตามใจชอบ ทั้งยังสามารถตั้งค่าให้เปิด-ปิดตามเวลาที่เราตั้งได้ด้วย

 

โหมดมืดก็ใช้งานได้ในที่แสงน้อย

หากใครไม่อยากตัดแสงสีฟ้าในโหมดถนอมสายตาก็สามารถเปิดโหมดมืดได้เช่นกัน ซึ่งพื้นหลังของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับและในระบบจะเปลี่ยนเป็นสีดำเพิ่มความสบายตาในตอนกลางคืน

 

ระบบความปลอดภัย

Vivo Y50 ก็มีระบบความปลอดภัยในเรื่องการล็อกหน้าจอมาจนครบ ทั้งการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใช้งานได้ 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งสแกนได้ที่ด้านหลังเครื่องครับ โดยความรวดเร็วและความเสถียรในการใช้งานก็ทำได้ดีเลยทีเดียว

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ สแกนได้รวดเร็วและยังไม่มีความผิดพลาดให้เห็น

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกให้ไม่ซ้ำใคร

เอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกเป็นการเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ความเคลื่อนไหวของระบบที่ให้มีความสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดจำใบหน้า, การเข้าสู่หน้าจอหลัก, การใช้งานระหว่างสาย USB และการเปิด/ปิดหน้าจอ

 

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยปุ่ม Easy Touch

สำหรับ Easy Touch เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการปรับแต่งเมนูเพื่อให้เข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเครื่องมือด่วนต่างๆ ที่เราตั้งค่าได้เร็วขึ้น ไม่ต้องปัดหาให้เสียเวลาครับ ใครใช้แอปหรือเครื่องมือไหนบ่อย ก็เพิ่มเข้ามาใน Easy Touch ได้เลย

ทั้งนี้ก็ยังมีการควบคุมในการใช้งานแทนปุ่มต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น แตะค้างเพื่อเข้าหน้าหลัก, กดค้างแล้วเลื่อนไปทางซ้ายเป็นการย้อนกลับ เป็นต้น

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในด้านประสิทธิภาพเครื่อง Vivo Y50 ขับเคลื่อนผ่านหน่วยประมวลผล Snapdragon 665 ควบคู่กับ RAM ที่ให้มาเยอะถึง 8 GB ช่วยให้เราใช้งานได้ไหลลื่นระหว่างการสลับแอปพลิเคชั่นต่างๆ และความจุ 128 GB โหลดแอปหรือเก็บรูปภาพต่างๆ ได้เยอะ แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 314 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,377

 

เล่นเกมได้ไม่มีสะดุดด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode

Ultra Game Mode หรือศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอีกฟีเจอร์ที่ช่วยเรื่องการเล่นเกมใน Vivo Y50 ไหลลื่นขึ้นเพราะช่วยรีดประสิทธิภาพให้ทำงานได้เต็มที่ พร้อมด้วยการเคลียร์ RAM ทำให้เข้าเกมได้ไวและไม่มีสะดุด ทั้งยังปิดกั้นการแจ้งเตือน ไม่ให้มีอะไรเด้งมาบดบังหน้าจอให้กวนใจ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับ ROV เราเปิดภาพกราฟิกระดับสูงพร้อมเปิดโหมดเฟรมเรทสูงเช่นกัน เล่นในโหมด 5 VS 5 ได้ปกติครับ การเคลื่อนที่ การกดสกิลต่างๆ ถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างตามนิ้ว ตอบสนองได้เร็ว เฟรมก็วิ่งที่ราว 57-60fps ตลอดทั้งเกม ไม่ได้ดรอปอะไรมาก

 

PUBG Mobile

สำหรับเกม PUBG Mobile ในรุ่น Vivo Y50 สามารถปรับได้ที่กราฟิกแบบสมดุล และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยต้องรอการอัปเดทหากต้องการปรับให้สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งเราทดสอบในการเล่นโหมดปกติ 100 คน ตลอดทั้งเกมก็เล่นได้แบบไหลลื่นแน่นอนครับ กดยิงได้ค่อนข้างเรียลไทม์ ส่วนเรื่องอาการกระตุกก็ไม่เจอครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกมแนว FPS อีกเกมอย่าง Call of Duty: Mobile ก็สามารถเล่นได้ในระดับกราฟิกและเฟรมเรทระดับ Very High ครับ ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่เราสามารถเปิดโหมด E-Sport เพื่อให้ทรัพยากรในเครื่องใช้งานได้กับเกมนี้ล้วนๆ ซึ่งการเล่นก็แน่นอนว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh เล่นเกมได้ยาวๆ ใช้งานตลอดวัน

Vivo Y50 มีแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000mAh โดยแบตเตอรี่ที่เราใช้งานก่อนเล่นเกมอยู่ที่ประมาณ 85% หลังจากเล่นจบไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ลดลงอยู่ที่ 75% ถือว่าอึดมากๆ ใครที่ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เล่นเกมรับรองว่ารอดตลอดวันแน่นอนจ้า

 

กล้องถ่ายรูป

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y50 ก็มีกล้องให้เราใช้ครบทุกฟีเจอร์ โดยแต่ละเลนส์ที่ด้านหลังและหน้ามีดังนี้เลย

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

เลนส์หลัก AI ถ่ายสวยงามแบบอัตโนมัติ

Vivo Y50 สามารถถ่ายได้สวยงามผ่านเลนส์หลัก เพราะมี AI ในการแยกแยะหมวดหมู่อย่างชาญฉลาด เช่น อาหาร, จอ, แมว หรือดอกไม้ เป็นต้น

 

ถ่ายมุมกว้าง เก็บบรรยากาศได้ครบผ่านเลนส์ Super Wide-Angle

จัดเลนส์ Super Wide-Angle มาให้ด้วยสำหรับ Vivo Y50 ครับ โดยได้มุมมองกว้างถึง 120 องศา กว้างกว่าเลนส์หลักอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ เรียกว่าถ่ายเพียงช็อตเดียวก็เก็บบรรยากาศได้ครบครัน และภาพก็สวยงามคมชัดแทบไม่ต่างจากเลนส์หลักเท่าไหร่


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

หรือจะใช้เลนส์ Super Wide-Angle ถ่ายกับบุคคลก็ได้อีกมุมมองหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันครับ

 

โหมด Portrait เบลอหลังได้เนียนๆ

เป็นรุ่นเล็กที่สามารถถ่าย Portrait เบลอฉากหลังได้ละลายเหมือนกันสำหรับ Vivo Y50 ซึ่งในโหมดนี้จะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น บุคคลดูเด่นชัด เพราะฉากหลังเบลอออกไป

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนก็งามด้วย Super Night Mode

จัดมาให้แม้เป็นรุ่นประหยัดครับกับ Super Night Mode ที่ช่วยให้เราถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและคมชัดกว่าโหมดปกติอย่างชัดเจนครับ เช่น ในโหมดปกติภาพกลางคืนอาจเบลอและไม่เห็นสีสันในวัตถุ แต่ใน Super Night Mode เราจะเห็นรูปร่างและสีของวัตถุที่คมชัด


โหมดปกติ / Super Night Mode

 

Super Macro เจาะวัตถุได้ใกล้สุด 4 ซม.

ฟีเจอร์จุดเด่นอย่างสุดท้ายใน Vivo Y50 เป็นเลนส์ Super Macro ที่ทำให้เราเห็นวัตถุได้ใกล้มากที่สุดที่ 4 เซนติเมตร ตามระยะโฟกัส ซึ่งระยะ 4 ซม. ถือว่าใกล้มากๆ จุดเล็กๆ ที่เราอาจไม่เห็นก็ให้เลนส์นี้ช่วยมองได้เลย

 

ใบหน้าสวยงามด้วยฟีเจอร์ AI Face Beauty

ในฟีเจอร์ปรับแต่งใบหน้าสวย AI Face Beauty จะอยู่ในโหมดภาพคนครับ เราสามารถปรับใบหน้าได้อย่างอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนสีผิว, รูปหน้า, กราม, ตาโต, จมูก และอีกหลายอย่างทั่วใบหน้า ซึ่งแต่หมวดปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับเลยจ้า

 

ถ่ายที่แสงน้อยก็มีให้ผ่านฟีเจอร์ Super Night Selfie

เราถ่ายภาพกลางคืนหรือที่แสงน้อยไปแล้วสำหรับกล้องหลัง แต่กล้องหน้าก็มีเช่นกันด้วยฟีเจอร์ Super Night Selfie ซึ่งตรงนี้เราไม่จำเป็นต้องถ่ายแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น แต่ตรงไหนที่แสงน้อยๆ ก็ใช้โหมดนี้ช่วยได้เป็นอย่างดีเลย


โหมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

หมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

 

 

สติ๊กเกอร์ AR ถ่ายได้น่ารักๆ มีให้หลายแบบ

ใครที่ไม่ชอบถ่ายแบบธรรมดาๆ อยากให้มีลูกเล่นแบบน่ารักๆ อย่างสติ๊กเกอร์ AR ก็มีให้เลือกหลายแบบมากๆ ครับ เพิ่มมิติความสดใสในภาพได้เป็นอย่างดี แถมใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ต้องการแน่นอน ทั้งเลนส์ Super Wide Angle, Macro แถมมี Super Night Mode ทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • หน้าจอ Ultra O Screen กว้างถึง 6.53 นิ้ว ควบคู่กับความคมชัด FullHD+ รับชมวิดีโอต่างๆ ได้คมชัดตามมาตรฐานแน่นอน
  • ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 ที่เป็นชิปรุ่นกลาง แต่มีความแรงในการใช้งาน ไม่มีสะดุด ทั้งยังมี RAM 8GB + ROM 128GB ใช้ได้แบบจุใจ
  • แบตเตอร์รี่ให้มามากถึง 5000mAh พร้อมให้ใช้งานได้ตลอดวันแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

ใครที่สนใจ Vivo Y50 พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,999 บาท

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

  เอไอเอส สานต่...

New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept
Apple News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

iPhone 13 คอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดล้ำ หน้าจอโค้ง และสไลด์ได้ 2 หน้าจอ [ชมคลิป]

มาอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์ส...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดราคาไทย POCO F2 Pro เริ่มต้น 17,999 บาท เปิดสั่งจองล่วงหน้าพร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ

เสียวหมี่ ประเทศไทย ...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

สมาร์ทโฟน OPPO พร้อมให้อัปเดต ColorOS7 บน Android 10 อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ดูรุ่นที่อัปเดทได้ที่นี่

• สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปท...

Xiaomi device codenamed “CAS” reported to come with 108MP camera with 120X digital zoom Xiaomi device codenamed “CAS” reported to come with 108MP camera with 120X digital zoom
Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

พบมือถือใหม่ Xiaomi โค้ดเนม CAS มีกล้อง 108 ล้าน ซูมได้ไกล 120 เท่า คาดเป็น Mi CC10

พบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง