ติดตามพวกเรา

News

AIS ลุย eSports เสริมแกร่งเกมเมอร์ไทย พร้อมส่ง eSport Package แยกท่อเล่นเกมออกจากท่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

  • AIS ประกาศวิสัยทัศน์และนโยบายสนับสนุนวงการกีฬา eSports ทุกมิติ สร้างโอกาสและเสริมศักยภาพให้นักกีฬาอีสปอร์ตและเกมเมอร์ไทย ได้แสดงทักษะความสามารถ ก้าวสู่เส้นทางมืออาชีพ พร้อมแข่งขันในเวทีระดับโลก
  • เดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม eSports ได้แก่ สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยชั้นนำ, ค่ายเกมชื่อดังของไทยและระดับโลก, ผู้ผลิตสมาร์ทดีไวซ์, ผู้จัดจำหน่าย Gaming Gear, Singtel, Rabbit LINE Pay ฯลฯ ร่วมผลักดัน eSports Ecosystem ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และแข็งแกร่งไปด้วยกัน พร้อมประกาศความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์หนึ่งเดียวในประเทศไทยกับ PUBG Mobile
  • เปิดแผน 4 ยุทธศาสตร์ AIS eSports : Thailand หัวหอกขับเคลื่อนวงการ eSports มอบประสบการณ์แห่งโลกอีสปอร์ตที่ดีที่สุดให้กับคนไทย
  1. Connect : เชื่อมคนไทยสู่โลก eSports ด้วยนวัตกรรมเครือข่ายดิจิทัล และสินค้าบริการที่ออกแบบมาเพื่อกีฬาอีสปอร์ตโดยเฉพาะ ทั้ง มือถือ, เน็ตบ้าน, ช่องทาง Online Store,  Payment Platform

 

  • มั่นใจได้ด้วยคุณภาพเครือข่ายมือถือที่เร็ว แรง และเสถียรที่สุด โดย OOKLA Speed test การันตีให้ AIS เป็นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อน โดย AIS ได้คะแนนค่าอัปโหลดและดาวน์โหลดสูงสุด และมีค่าคะแนนความหน่วง (Latency) ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น

 

  • ครั้งแรกของไทย นวัตกรรมใหม่ แพ็กเกจเน็ตบ้าน AIS Fibre eSports แยกท่อเล่นเกมออกจากท่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน เล่นเกมเร็วสุดแรงสุด, ค่า Latency ต่ำ ไม่มีแลค, ค่าอัปโหลดแรงเท่าค่าดาวน์โหลด ค่าบริการรายเดือน 990 บาท ความเร็ว 300/300+300/300 Mbps แถมฟรี Public IPv4 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเชื่อมต่อกับ game server

 

  • แพ็กเกจ eSports บนมือถือ ทั้งระบบรายเดือน เติมเงิน และ On Top แพ็กเสริม รวมถึงแพ็กเกจ eSports สำหรับวัยรุ่นและนักศึกษา จาก AIS ZEED ที่จัดเต็มให้เล่นเกมไม่อั้น ไม่เสียค่าเน็ตเพิ่ม กับ 4 เกมดังPUBG Mobile, ROV, Free Fire, Ragnarok

 

  • เตรียมเปิดขายสินค้ากลุ่ม eSports บน AIS Online Store โดยความร่วมมือกับ J.I.B ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีชั้นนำ จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับเกมเมอร์ (Gaming Gear) และบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทดีไวซ์ จำหน่ายGaming Phone

 

  • จับมือแบรนด์สมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำ อาทิ ASUS, HUAWEI, HONOR, ONEPLUS, OPPO, RAZER, SAMSUNG, VIVO, Xiaomi มอบโปรโมชั่นแพ็กเกจสุดคุ้มให้สาวกอีสปอร์ต
  • เปิดช่องทางเติมเงินเกมและซื้อไอเทมเกมที่สะดวกยิ่งกว่า ผ่าน Rabbit LINE Pay และบิล AIS

 

  • AIS Thailand eSports Expo มหกรรมอีสปอร์ตแรกของเมืองไทย จัดขึ้นวันที่ 30 พ.ค. – 2 มิ.ย. 2562 ที่ไบเทค บางนา

 

  1.  Compete : สร้าง AIS eSports Platform” เป็น Open แพลตฟอร์มรองรับการแข่งขัน  อีสปอร์ตบนโลกออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงาน สามารถมาใช้พื้นที่ onlineบริหารจัดการ การแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตได้อย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา รวมถึงจัด eSports Tournament สุดยิ่งใหญ่ในเวทีระดับมหาวิทยาลัย ระดับประเทศ และอินเตอร์เนชั่นแนล รวมกว่า 10 ทัวร์นาเม้นท์ต่อเนื่องตลอดปี เพื่อส่งเสริมให้สาวกอีสปอร์ตได้แสดงความสามารถประลองฝีมือกัน ชิงเงินรางวัลรวมทั้งหมดกว่า 14 ล้านบาท
  • เตรียมสตาร์ทการแข่งขัน รายการ “PUBG Mobile Championship Thailand 2019” การแข่งขัน PUBG ในระดับ Professional เพื่อหาตัวแทนประเทศไทยไปแข่งในระดับ South East Asia เริ่มเดือน เม.ย. 2562

 

  1. Share : แชร์ความมันส์สะใจของอีสปอร์ต ให้สาวกได้ติดตามชมและเชียร์กันแบบเต็มอิ่ม แจ้งเกิด AIS eSports | eGG Network Channel” ช่อง eSports รายแรกและรายเดียวของไทย บน AIS PLAY และAIS PLAYBOX จัดถ่ายทอดสดและให้ชมย้อนหลัง ทัวร์นาเม้นท์อีสปอร์ตดังระดับโลกและระดับประเทศ โดยการผนึกกำลังกับ eGG Network ช่องถ่ายทอดสดคอนเทนต์ทัวร์นาเม้นท์อีสปอร์ตแถวหน้าของโลก รวมถึงเปิดกว้างให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จัดแข่งอีสปอร์ตสามารถนำคอนเทนต์มาสตรีมบนช่อง eSports นี้ได้อีกด้วย
  2. Educate : เปิดประสบการณ์และโลกแห่งการเรียนรู้ด้านกีฬาอีสปอร์ตให้กับกลุ่มนักศึกษาและคนไทย ผ่านโครงการ eSports Academy ร่วมกับสถาบันการศึกษาและองค์กรภาครัฐ อาทิ
  • ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ และชมรมอีสปอร์ตในมหาวิทยาลัย เบื้องต้น ได้แก่ ม.กรุงเทพ, ม.ขอนแก่น, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และ ม.ศรีปทุม สนับสนุนองค์ความรู้, หลักสูตรการเรียนการสอน, การฝึกทำงานจริง พร้อมสนับสนุนโครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานหลัก รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้จัดการแข่งขันอีสปอร์ตภายในมหาวิทยาลัย  เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างทักษะความสามารถการบริหารจัดการด้านอีสปอร์ตให้กับนักศึกษาต่อไป

นอกจากนี้ เอไอเอสยังมุ่งส่งเสริมบุคลากรด้านอีสปอร์ตของประเทศ โดยเฉพาะนักกีฬาที่เป็นบุคคลต้นแบบในวงการอีสปอร์ต และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลก จึงได้ร่วมมือกับสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยสนับสนุนการคัดเลือกนักกีฬาอีสปอร์ตตัวแทนทีมชาติไทย ในกีฬาซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์ และการคัดเลือกนักกีฬาในการแข่งขัน “11th IESF Esports World Championships 2019” พร้อมรับชมสดและดูย้อนหลังการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาอีสปอร์ต ตัวแทนทีมชาติไทย ไปแข่งขัน 2 รายการดังกล่าว ผ่านทาง AIS PLAY และ AIS PLAYBOX

 

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป กล่าวว่า “ปีนี้ AIS มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการผลักดันวงการอีสปอร์ตอย่างจริงจัง เรามองว่า eSports เป็นกีฬาแห่งยุคดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนกลุ่มมิลเลนเนียล มีประโยชน์ในการพัฒนาทักษะด้านการวางแผน คิดวิเคราะห์ และเรื่องภาษา อีกทั้งนักกีฬาและเกมเมอร์ชาวไทยเองก็มีขีดความสามารถที่ไม่แพ้ชาติอื่นๆ เราจึงต้องการส่งเสริมและยกระดับกีฬา eSports ไทยสู่เวทีสากล โดยปัจจุบันมูลค่าธุรกิจอีสปอร์ตในประเทศไทย ปี 2018 มีมูลค่ามากกว่า 22,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มผู้เล่นเกมในทุกแพลตฟอร์มอยู่ที่ 27.5 ล้านคน

 

เอไอเอสจึงตั้งใจเข้ามาเป็นแกนหลักให้การสนับสนุนภาพรวมของอุตสาหกรรม eSports ในทุกๆ มิติของ Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อตอบโจทย์คออีสปอร์ต เริ่มตั้งแต่โครงสร้างดิจิทัลพื้นฐาน ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเครือข่ายของประเทศ เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาเครือข่าย  Mobile และ Fixed Broadband ให้มีค่า Latency ต่ำที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเชื่อมต่อและเล่นเกมอีสปอร์ต รวมถึงการออกแพ็กเกจอีสปอร์ตที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งแพ็กเกจเน็ตบ้าน AIS Fibre eSports   และซิมมือถือสำหรับเล่นเกม จาก AIS ZEED SIM, แพ็กเกจแบบรายเดือน เติมเงิน และ On top แพ็กเสริม, ไอเทมเกมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และอำนวยความสะดวกในการเติมเงินเกมผ่าน Rabbit LINE Pay และบิลเอไอเอส รวมถึงการเปิดช่อง eSports บน AIS PLAY และ AIS PLAYBOX เพื่อถ่ายทอดคอนเทนต์อีสปอร์ตโดยเฉพาะ

ภายใต้ความร่วมมือจากพันธมิตรในอุตสาหกรรมอีสปอร์ต ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับสาวกอีสปอร์ต ผ่านทัวร์นาเม้นต์, อคาเดมี่, อีเวนท์, กิจกรรมทางการตลาด ร่วมยกระดับอีสปอร์ต คอมมูนิตี้ในประเทศไทยให้แข็งแกร่ง และเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยได้ในที่สุด” นายปรัธนากล่าว              

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Android News

เปิดตัวในไทย HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad และ MatePad T 8

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ย เปิดตัว 4 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มแล็ปท็อปและแท็บเล็ตสำหรับ “Work & Play” นำโดยสองแล็ปท็อป HUAWEI MateBook X Pro และ HUAWEI MateBook D 14 มาพร้อมสองแท็บเล็ต HUAWEI MatePad และ HUAWEI MatePad T 8 เริ่มจองได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 12 มิถุนายน!

HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ยกขบวน 4 ผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มแล็ปท็อปและแท็บเล็ตมาเปิดตัวกันอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ HUAWEI MateBook X Pro ราคา 59,990 บาท, HUAWEI MateBook D 14 ราคาเริ่มต้นที่ 21,990 บาท,  HUAWEI MatePad ราคา 9,990 บาท และ HUAWEI MatePad T 8 ราคาเริ่มต้นที่ 3,690 บาท พร้อมให้ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้โดยการสั่งจองตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 12 มิถุนายน 2563 ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อปและร้านค้าที่ร่วมรายการ

HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8

HUAWEI MateBook X Pro แล็ปท็อปเรือธง สเป็คพรีเมียม เจาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัว

แล็ปท็อปสุดหรูที่จัดเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของงานเปิดตัวครั้งนี้คือ HUAWEI MateBook X Pro พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของวัยทำงานระดับมืออาชีพ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกับขุมพลังชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด 10th Gen Intel core i7-10510U และการ์ดจอที่เลือกได้ระหว่าง NVIDIA GeForce MX250 หรือ Intel UHD Graphics แสดงผลภาพและกราฟิกได้ลื่นไหล รองรับการใช้งานเป็นเวลานาน ทั้งยังสามารถใช้งานได้สะดวกสบายด้วยหน้าจอสัมผัส มอบประสบการณ์ภาพเหนือระดับด้วยหน้าจอ FullView Display มาพร้อมสัดส่วนหน้าจอที่กว้างถึง 91% ให้ภาพเต็มตาเสมือนจริง ความละเอียดระดับ 3K (3000 x 2000 พิกเซล) รูปลักษณ์ภายนอกก็ยังอัดแน่นด้วยดีไซน์เหนือระดับไม่แพ้กัน วัสดุตัวเครื่องทำจากโลหะ ผิวสัมผัสด้านทั้งเครื่องแบบ Ultra Slim ความหนาตัวเครื่องเพียง 14.6 มม. และน้ำหนักเพียง 1.33 กก. เหมาะแก่การพกพาไปทุกที่ ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อกับดีไวซ์อื่นๆ ในอีโคซิสเต็มของหัวเว่ยด้วยฟีเจอร์ HUAWEI Share และ Multi-screen collaboration ช่วยให้การรับส่งข้อมูลระหว่างสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 กับแล็ปท็อป MateBook X Pro สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8

HUAWEI MateBook D 14 แล็ปท็อปสุดคุ้ม ฟังก์ชันครบทุกการใช้งาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

แล็ปท็อประดับกลางที่เน้นความคุ้มค้าออกแบบให้บางและเบา มีให้เลือกได้ระหว่างขุมพลัง AMD Ryzen 7 3700U หรือ 10th Gen Intel Core i7-10510U มาพร้อมหน้าจอเต็มตาแบบ FullView Display ที่มีสัดส่วนหน้าจอกว้างถึง 84% ของตัวเครื่อง เพราะขอบจอกว้างเพียง 4.8 มม. รวมกับความละเอียดแบบ Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล  ให้ประสบการณ์ภาพเต็มตา รับชมคอนเทนต์และตรวจงานได้สบายตา ทั้งยังมีโหมดถนอมสายตาที่รับรองโดย TÜV Rheinland Certified ว่าช่วยลดแสงสีฟ้า พื้นผิวหน้าจอเป็นวัสดุเนื้อแมทท์ (anti-glare) ที่ช่วยลดแสงสะท้อน สามารถเปิดหน้าจอได้กว้างสูงสุด 180 องศา เรียกได้ว่าแบนราบไปกับโต๊ะ ตอบโจทย์การทำงานแบบ Multitask ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยฟีเจอร์ HUAWEI Share และการเชื่อมต่อหน้าจอแบบ Multi-screen collaboration ที่สามารถส่งไฟล์หรือโอนถ่ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟนหัวเว่ยที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 ขึ้นไปได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint Power Button เปิด-ปิด และล็อคเครื่องได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องกรอกรหัส password ทั้งยังยกระดับความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องขึ้นไปอีกขั้น

 

HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8

HUAWEI MatePad แท็บเล็ตคู่ใจสำหรับทุกสถานการณ์ ภาพเต็มจอพร้อมรองรับฟีเจอร์เด็ดมากมาย

แท็บเล็ตที่ทรงประสิทธิภาพด้วยชิปเซ็ต Kirin 810 รองรับการทำงานทุกสถานการณ์ให้ลื่นไหลและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง รับชมภาพยนตร์และเล่นเกมได้เต็มอรรสรถยิ่งขึ้น หน้าจอแบบ FullView Display ขนาด 10.4 นิ้ว ให้การรับชมภาพอย่างเต็มตาเสมือนจริง อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 84% และมีโหมดป้องกันแสงสีฟ้าเพื่อช่วยถนอมสายตา มาพร้อมระบบปฏิบัติการ EMUI 10 ที่รองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์วิดีโอคอลคุณภาพสูงอย่าง Meetime หรือฟีเจอร์ HUAWEI Share และ Multi-screen Collaboration ที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ ในอีโคซิสเต็มของหัวเว่ยและรองรับการทำงานร่วมกันหลายหน้าจอ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ HUAWEI APP Multiplier ที่ช่วยแบ่งหน้าจอเมื่อใช้งานในแอปฯ เดียวกัน ให้แสดงสองหน้าจอคู่ขนานกันได้ นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรม Multi-Window ที่รองรับการใช้งานสูงสุดพร้อมกันถึง 3 แอปพลิเคชัน เมื่อใช้ร่วมกับฟีเจอร์ Multi-screen Collaboration ซึ่งจะช่วยให้การทำงานแบบ Multitask มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8

HUAWEI MatePad T 8 แท็บเล็ตขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวทุกที่ทุกเวลา

แท็บเล็ตรุ่นเล็กที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ทรงประสิทธิภาพด้วยชิปเซ็ตที่ประมวลผลแบบ 8 แกน (Octa-Core Processor) ซึ่งมีความเร็วสูงสุดถึง 2 กิกะเฮิรตช์ ออกแบบมาให้หยิบจับถนัดมือ พกพาสะดวก แถมยังเบาสบายและพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 310 กรัม มีขอบนอก (bezel) บางเพียง 4.9 มิลลิเมตรทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งนับว่ามีขอบนอกบางเฉียบกว่าแท็บเล็ตอื่นๆ ในระดับเดียวกัน โดยมีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องกว้างถึง 80% สามารถกรองแสงสีฟ้าได้สูงสุด 50% ทั้งยังมีฟีเจอร์การแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ใช้ปรับท่าทางให้เหมาะสมกับการรับชมตามหลักสุขภาพ และมาพร้อมโหมด eBook เพื่อประสบการณ์การอ่านที่ดีที่สุด แม้เป็นแท็บเล็ต Entry-Level แต่ก็รองรับระบบปฏิบัติการ EMUI 10 ใหม่ล่าสุด และยังรองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า (Facial Unlock) เพียงยกแท็บเล็ตขึ้นสแกนใบหน้า นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5100 mAh เล่นวิดีโอและเล่นอินเทอร์เน็ตได้ติดต่อกันนานสูงสุด 12 ชั่วโมง

ตลอดหลายปีมานี้ หัวเว่ยมุ่งพัฒนาระบบอีโคซิสเต็ม หรือการใช้งานร่วมกันแบบไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ย โดยมีสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์กลาง นับจากนี้เป็นต้นไป หัวเว่ยจะมุ่งเน้นการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ตอบโจทย์เทรนด์การใช้งานที่ต้องการความสะดวกสบาย และสามารถเชื่อมต่อการทำงานเพื่อความลื่นไหลในการใช้งานจริง สามารถรองรับการเชื่อมต่อ One Tap เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ 1+8+N ของหัวเว่ยที่ต้องการให้อุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร เพิ่มศักยภาพการทำงานของแต่ละอุปกรณ์ ทลายข้อจำกัดการใช้งานเดิม โดย 1 หมายถึงสมาร์ทโฟน เลข 8 หมายถึงสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ อย่างแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก นาฬิกาสมาร์ทวอทซ์ หูฟังนต้น ในขณะที่ N หมายถึงอุปกรณ์ IoT ในอีโคซิสเต็มของหัวเว่ย

สามารถสั่งซื้อและสั่งจองผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในงานนี้และที่กำลังวางจำหน่ายในช่วงนี้ได้ตามรายละเอียดเพิ่มเติม ดังต่อนี้

ผลิตภัณฑ์ 

สี

 

คุณสมบัติ 

ราคาจำหน่ายช่วงเวลาการจอง 

ของสมนาคุณสำหรับการสั่งซื้อในช่วงเปิดจอง

วันวางจำหน่าย

อย่างเป็นทางการ

HUAWEI MateBook X ProSpace GrayRAM 16G

ROM 1T

59,990 บาท28 พ.ค. – 12 มิ.ย. 63

สั่งจองที่นี่

ของสมนาคุณมูลค่ารวม 8,540 บาท ประกอบด้วย

  • HUAWEI Freelace มูลค่า 2,490 บาท
  • HUAWEI MateDock มูลค่า 1,990 บาท
  • Microsoft 365 Personal มูลค่า 1,790 บาท
  • HUAWEI Backpack มูลค่า 1,090 บาท
  • HUAWEI Sleeve มูลค่า 690 บาท
  • HUAWEI Mouse มูลค่า 490 บาท
13 มิ.ย. 63
HUAWEI MateBook D14 R7Mystic SliverRAM 8GB DDR4

ROM 512G PCIe SSD

21,990 บาท28 พ.ค. – 12 มิ.ย. 63

สั่งจองที่นี่

ของสมนาคุณมูลค่ารวม 4,070 บาท ประกอบด้วย

  • HUAWEI Freelace มูลค่า 2,490 บาท
  • HUAWEI Backpack มูลค่า 1,090 บาท
  • HUAWEI Mouse มูลค่า 490 บาท

 

13 มิ.ย. 63
HUAWEI MateBook D14 i7Mystic SliverRAM 16GB DDR4

ROM 512G PCIe SSD

29,990 บาท28 พ.ค. – 12 มิ.ย. 63

สั่งจองที่นี่

ของสมนาคุณมูลค่ารวม 4,070 บาท ประกอบด้วย

  • HUAWEI Freelace มูลค่า 2,490 บาท
  • HUAWEI Backpack มูลค่า 1,090 บาท
  • HUAWEI Mouse มูลค่า 490 บาท
13 มิ.ย. 63
HUAWEI MatePad (Wifi)Midnight GreyRAM 4G

ROM 64G

9,990 บาทสั่งซื้อที่นี่ของสมนาคุณมูลค่ารวม 2,260 บาท

·              HUAWEI MatePad Flip Cover มูลค่า 990 บาท

·              HUAWEI VIDEO Benefit มูลค่า 610 บาท

·              HUAWEI Mobile Cloud Benefit มูลค่า 270 บาท

·              WPS Office 3 Month Membership มูลค่า 390 บาท

29 พ.ค. 63

 

lkHUAWEI MatePad T8 (4G)Deepsea BlueRAM 2G

ROM 32G

4,690 บาท28 พ.ค. – 12 มิ.ย. 63

สั่งจองที่นี่

ของสมนาคุณมูลค่ารวม 1,600 บาท

·              SanDisk SD Card 64GB มูลค่า 330 บาท

·              HUAWEI VIDEO Benefit มูลค่า 610 บาท

·              HUAWEI Mobile Cloud Benefit มูลค่า 270 บาท

·              WPS Office 3 Month Membership มูลค่า 390 บาท

13 มิ.ย. 63

 

HUAWEI MatePad T8 (Wifi)Deepsea BlueRAM 2G

ROM 16G

 

3,690 บาท28 พ.ค. – 12 มิ.ย. 63

สั่งจองที่ JD CENTRAL

ของสมนาคุณมูลค่ารวม 4,299 บาท

  • Adata SDCard มูลค่า 299 บาท
  • Huawei Matepad T8 Flip Cover มูลค่า 990 บาท
  • Remax Tablet Stand มูลค่า750 บาท
  • Magic Pen มูลค่า 990 บาท
  • HUAWEI VIDEO Benefit มูลค่า 610 บาท
  • HUAWEI Mobile Cloud Benefit มูลค่า 270 บาท
  • WPS Office 3 Month Membership มูลค่า 390 บาท
13 มิ.ย. 63
HUAWEI MateBook D 15 R5Space GrayRAM 8G

ROM 256G SSD

16,990 บาทวางจำหน่ายที่ JD CENTRALของสมนาคุณมูลค่ารวม 4,178 บาท

  • Microsoft 365 Personal มูลค่า 2,099 บาท
  • HUAWEI Backpack มูลค่า 1,090 บาท
  • HUAWEI Mouse มูลค่า 490 บาท
  • Mousepad มูลค่า 499 บาท

 

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เร็วๆ นี้หัวเว่ยยังเตรียมจะเปิดตัวแท็บเล็ตระดับเรือธงอย่าง HUAWEI MatePad Pro 5G สี Forest Green รุ่นรองรับสัญญาณ 5G ในวันที่ 12 มิถุนายน 2563 นี้อีกด้วย แฟนๆ หัวเว่ยสามารถติดตาความเคลื่อ นไหวและอัปเดทข่าวสารก่อนใคร ได้ทางเฟซบุ๊ก Huawei Mobile และ LINE Official Account @Huaweimobilethailand

อ่านต่อ...

Android News

OPPO เปิดตัว Ace2 EVA Limited Edition ดีไซน์หุ่นยนต์สุดเท่จากเรื่อง Evangelion พร้อมสเปคแบบ Ace2

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากที่ OPPO เปิดตัวเรือธง Ace2 ไปแล้ว ในตอนนี้ก็มีรุ่นสุดพิเศษเอาใจแฟนๆ การ์ตูนเรื่อง Evangelion ที่เป็นหุ่นยนต์ EVA-01 กันครับ เพราเปิดตัว Ace2 EVA Limited Edition ในลวดลายสุดเท่

Ace2 EVA Limited Edition ใช้ดีไซน์สีสันที่เน้นสีม่วงเป็นหลักพร้อมกับตัดเส้นสีเขียวอย่างสวยงาม ตามหุ่นของ EVA-01 ทั้งยังมีวอลเปเปอร์ของหุ่น EVA-01 มาให้ในเครื่องตั้งแต่แกะกล่องด้วย

ขณะที่ตัวกล่องก็มาแบบสุดเท่ในลักษณะของแคปซูลที่อุปกรณ์ในกล่องแต่ละชิ้นก็จะมีดีไซน์ให้เข้ากับเครื่องมากที่สุด

นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณือื่นๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง OPPO Enco W31, OPPO Air VOOC หรือแท่นชาร์จไร้สาย และ OPPO Watch ที่แต่ละอย่างก็จัดเต็มเรื่องลวดลายทั้งหมดครับ

สำหรับ OPPO Ace2 EVA Limited Edition สนนราคาอยู่ที่ 4,399 หยวน หรือประมาณ 19,600 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ทั้ง OPPO Enco W31 มีราคาที่ 399 หยวน (ประมาณ 1,700 บาท), OPPO Air Vooc ราคาที่ 299 หยวน (ประมาณ 1,300 บาท) และ OPPO Watch ราคาที่ 2,199 หยวน (ประมาณ 9,800 บาท) วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้เช่นกัน

ที่มา : OPPO, GSMArena

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ทรู 5G ปักหมุดโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เผยโฉมโรงพยาบาลต้นแบบ ER ครั้งแรกในไท จัดเต็มนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5 จี

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

พร้อมสู่การแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่..เผยโฉมโรงพยาบาลต้นแบบ ER ครั้งแรกในไทย ทรู 5G ปักหมุดโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จัดเต็มนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5 จี สร้างมิติใหม่ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ยุคนิวนอร์มัล ลดความแออัด เพิ่มความปลอดภัย และช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินได้ทันท่วงที  

 

ทรู 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ร่วมยกระดับโลกใหม่ในด้านสุขภาพและการสาธารณสุข (World of Health and Wellness)ผนึกโรงพยาบาลนพรัตน ราชธานี พร้อมด้วยฮีโร่ต้นแบบ หมอเจี๊ยบลลนา ก้องธรนินทร์  นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G สร้างการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal เพื่อเป็นมาตรฐานใหม่ให้กับหน่วยงานแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลอื่นๆ  ภายใต้สังกัดของกรมการแพทย์ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที  ตั้งแต่ส่งรถพยาบาลฉุกเฉินไปรับผู้ป่วย  คัดกรองผู้ป่วย ประเมินอาการผู้ป่วยที่ฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินไปรับการรักษาตามอาการได้ทันเวลา ยังได้ส่งมอบนวัตกรรมด้านการแพทย์ ที่ใช้งานผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G   ให้กับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้แก่ True 5G MedTech Ambulance : อุปกรณ์รถพยาบาลฉุกเฉินอัจฉริยะ, AR Professional Consult Powered by True 5G :  ระบบสื่อสารระยะไกลอัจฉริยะ และ True 5G Temi Connect & CareBot : หุ่นยนต์สื่อสารอัจฉริยะ รวมทั้ง Nopparat Teleclinic Powered by True 5G: เทคโนโลยี Vhealth Platform แอปพลิเคชั่นสำหรับคัดกรองและให้คำปรึกษาของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยโซลูชั่นเพื่อการแพทย์ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อด้วยซิม True 5G-Ready และอุปกรณ์รับสัญญาณ CPE 5G ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G ที่ได้ขยายสัญญาณไว้รอบโรงพยาบาลแล้ว รวมทั้งได้ติดตั้งรถ COW 5G (Cell On Wheel) เพื่อขยายสัญญาณเพิ่มเติมในโรงพยาบาลด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เป็นโรงพยาบาลต้นแบบของระบบการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal แห่งแรกในไทย

 

นายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า“โรงพยาบาลนพรัตน ราชธานี เป็นโรงพยาบาลของรัฐ สังกัดกรมการแพทย์​ กระทรวงสาธารณสุข เปิดให้การรักษาพยาบาลทั่วไปและเฉพาะทางหลากหลายด้าน ทำให้มีผู้มารับบริการเฉลี่ยต่อวันมีจำนวนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะแผนกฉุกเฉินในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 กรมการแพทย์จึงมีนโยบายที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในระบบฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงญาติของผู้ป่วย ลดความแออัดในโรงพยาบาล ช่วยให้แพทย์สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พร้อมผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะหน่วยแพทย์ฉุกเฉินของเราถือเป็นต้นแบบหรือเป็นแห่งแรกในการทำ ER New Normal เพื่อให้โรงพยาบาลอื่นๆ นำมาปรับใช้ต่อไป  ความร่วมมือกับกลุ่มทรูที่จะนำเทคโนโลยีทรู 5G และนวัตกรรมด้านการแพทย์มาเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ส่งรถพยาบาลฉุกเฉินไปรับผู้ป่วย  คัดกรองประเมินอาการผู้ป่วยที่ฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินไปรับการรักษาได้ทันเวลา ซึ่งจะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับวงการสาธารณสุขในประเทศไทย”

นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “โลกใหม่ของ 5G ที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่แค่เรื่องของเครือข่ายหรือความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่จะช่วยยกระดับการดำเนินชีวิตในทุกมิติ สร้างโลกใหม่ที่ยั่งยืนของทุกคน โดยเน้นการสื่อสารที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ True 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ผ่านฮีโร่ต้นแบบในด้านต่างๆ โดยเฉพาะต้นแบบในมิติด้านสุขภาพและการสาธารณสุข (World of Health and wellness) อย่าง “หมอเจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์  ผู้เป็นทั้งฮีโร่ต้นแบบสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยี True 5G ในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน และเป็นตัวแทนของแพทย์แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ที่พร้อมจะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะของ True 5G ไปพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัย และสุขอนามัยของคนไทยให้ดีขึ้นด้วย”

นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์ True 5G ที่มุ่งนำอัจฉริยภาพของเทคโนโลยี 5G เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกมิติ ด้วยความเชื่อว่าเครือข่าย True 5G จะไม่เป็นเพียงแค่สัญญาณมือถือ แต่เป็นสัญญาณยกระดับศักยภาพการแพทย์ดิจิทัลและสาธารณสุขของประเทศให้เหนือกว่าและยั่งยืนในทุกมิติ กลุ่มทรูมีความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลทั้งผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาทันที สอดคล้องกับจุดเด่นของเทคโนโลยีอัจฉริยะ True 5G ในเรื่องของศักยภาพความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ และความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้กับระบบการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal ของโรงพยาบาลต้นแบบ ‘นพรัตนราชธานี’ พร้อมได้ส่งมอบนวัตกรรมด้านการแพทย์ที่หลากหลาย ซึ่งเชื่อมต่อด้วยซิม True 5G-Ready และอุปกรณ์รับสัญญาณ CPE 5G ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G ที่ได้ติดตั้งไว้รอบโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  และมีประสิทธิภาพสูงสุด เรามีความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยี True 5G  มาช่วยให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นต้นแบบ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับหน่วยงานแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลอื่นๆ  ภายใต้สังกัดของกรมการแพทย์ต่อไป”

 

นวัตกรรมด้านการแพทย์ ที่ใช้งานผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G   ในโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี มีดังนี้

  • True 5G MedTech Ambulance : อุปกรณ์รถพยาบาลฉุกเฉินอัจฉริยะ ที่ช่วยติดตาม และสื่อสารระหว่างโรงพยาบาลกับภายในรถฉุกเฉินโดยไม่มีความหน่วง ทำให้แพทย์ที่อยู่ภายในรถสามารถสื่อสารกับแพทย์ที่อยู่ประจำโรงพยาบาลเพื่อจัดเตรียมการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และทันท่วงที
  • AR Professional Consult Powered by True 5G : ระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะเพื่อการสื่อสารเสมือนจริง สำหรับใช้ในการสื่อสารระยะไกลระหว่างแพทย์ฉุกเฉินและแพทย์เฉพาะทาง โดยแพทย์เฉพาะทางจะเห็นภาพในมุมมองเดียวกันจากแว่นที่แพทย์ฉุกเฉินใส่ ทำให้สามารถให้ความเห็นได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • True 5G Temi Connect & CareBot : หุ่นยนต์สื่อสารอัจฉริยะ ที่นอกจากจะใช้ในการสื่อสารระหว่างแพทย์และผู้ป่วย เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง ยังสามารถช่วยส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เอกสาร หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยสามารถบังคับได้จากระยะไกล
  • Nopparat Teleclinic Powered by True 5G: เทคโนโลยี Vhealth Platform แอปพลิเคชั่นสำหรับคัดกรอง ให้คำปรึกษา และวินิจฉัยโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาล โดยตรวจคัดกรองคนไข้ผ่านคำถามต่าง ๆ เพื่อเป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนที่จะเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาล และสามารถทำนัดกับแพทย์ได้ทันที ตามอาการที่ได้ระบุ หากจำเป็นต้องเข้ามาพบแพทย์ต่อไป
อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured3 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured7 วัน ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8 HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8
Android News10 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัวในไทย HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad และ MatePad T 8

หัวเว่ย เปิดตัว 4 ผล...

Android News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO เปิดตัว Ace2 EVA Limited Edition ดีไซน์หุ่นยนต์สุดเท่จากเรื่อง Evangelion พร้อมสเปคแบบ Ace2

หลังจากที่ OPPO เปิด...

ข่าวประชาสัมพันธ์15 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทรู 5G ปักหมุดโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เผยโฉมโรงพยาบาลต้นแบบ ER ครั้งแรกในไท จัดเต็มนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5 จี

พร้อมสู่การแพทย์ฉุกเ...

Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลือ! Samsung Galaxy M51 และ Galaxy M31s จะมีกล้อง 4 เลนส์ 64 ล้านพิกเซล

ดูเหมือนว่า Samsung ...

Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung เตรียมผลิตขุมพลัง Exynos ขนาด 5 นาโนเมตร ในเดือนสิงหาคมนี้ อาจใช้จริงปีหน้า

มีรายงานจากเว็บไซต์ ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง