ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดวิสัยทัศน์ CEO AIS นำพลานุภาพ 5G ร่วมแก้วิกฤติ COVID-19 เพื่อคนไทย กางแผนภารกิจเร่งด่วน ใช้งบกว่า 100 ล้านบาท ทุ่มสรรพกำลัง เครือข่าย นวัตกรรม บุคลากร นำ 5G เสริมทัพ สนับสนุนการแพทย์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เปิดวิสัยทัศน์ CEO AIS นำพลานุภาพ 5G ร่วมแก้วิกฤติ COVID-19 เพื่อคนไทย กางแผนภารกิจเร่งด่วน ใช้งบกว่า 100 ล้านบาท ทุ่มสรรพกำลัง เครือข่าย นวัตกรรม บุคลากร นำ 5G เสริมทัพ สนับสนุนการแพทย์ ช่วยลดเสี่ยง ลดงาน หมอพยาบาล จัดทัพองค์กร! รวมพลังทุกภาคส่วน พาประเทศก้าวข้ามวิกฤติไปด้วยกัน

 

เอไอเอส โดยนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศวิสัยทัศน์ ผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์เพื่อคนไทย เดินหน้าจัดทัพองค์กร ทุ่มสรรพกำลัง ทั้งเครือข่าย เทคโนโลยีสำคัญใหม่ล่าสุดอย่าง 5G และ พลังของคนเอไอเอส ร่วมพาคนไทยฝ่าวิกฤติไวรัส COVID-19 ล็อคเป้านำ 5G สนับสนุนบริการทางการแพทย์ และงานสาธารณสุข ด้วยศักยภาพของ 5G ที่มีพลานุภาพสูงมาก ทั้งในแง่ของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีความเร็ว (Speed) การตอบสนองต่อการสั่งงานที่รวดเร็ว มีความหน่วง (Latency) ต่ำ พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ที่หลากหลาย (IoT Connectivity) จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะนำมาประยุกต์ใช้เป็นโครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานสำคัญต่อการปฏิบัติงานทางการแพทย์ ซึ่งเอไอเอสมีประสบการณ์การทดลองทดสอบ 5G ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งการแพทย์ จึงเชื่อมั่นว่า 5G จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมแก้ปัญหา พาประเทศก้าวพ้นวิกฤติ COVID-19

เปิด 3 ภารกิจ “AIS 5G สู้ภัย COVID-19” เพื่อคนไทย โดยใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท

 

1. ติดตั้งเครือข่าย 5G ใน 20 รพ. ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 และกำลังขยาย Coverage 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่ รพ. ในกทม.และปริมณฑลอีก 130 รพ. และในต่างจังหวัดอีก 8 รพ. รวมทั้งสิ้น 158 รพ. ภายในเดือนเมษายน 2563 เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของเทคโนโลยีและโซลูชันส์ทางการแพทย์ ที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการตอบสนองที่รวดเร็วอย่างยิ่ง 5G จึงเป็นโครงข่ายที่เหมาะสม เพราะทุกวินาทีมีความหมายต่อชีวิต นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนระบบสื่อสาร ทั้ง AIS FIBRE, 4G, AIS Super WiFi และสมาร์ทดีไวซ์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของรพ.

2. ผลักดันนวัตกรรมการแพทย์ในช่วงการระบาด COVID-19 ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ AIS Robotic Lab ระดมนักวิจัยนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล พัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G Telemedicine และโซลูชันส์งานบริการทางแพทย์ โดยทำงานร่วมกับ รพ. เพื่อให้สอดรับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละรพ. พร้อมเปิดกว้างในการพัฒนาหุ่นยนต์ร่วมกับคนไทยทุกภาคส่วน

3. พัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G Telemedicine เวอร์ชั่นใหม่ ROBOT FOR CARE จำนวน 21 ตัว โดย AIS Robotic Lab ทยอยส่งมอบให้กับรพ. 20 แห่ง ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 เพื่อให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหมอพยาบาล ตรวจคัดกรองคนไข้ ด้วยระบบอัจฉริยะ Thermoscan, ระบบปรึกษาทางไกลระหว่างคนไข้และหมอผ่าน VDO CALL โดยที่หมอกับคนไข้ไม่ต้องอยู่ในห้องเดียวกัน หรือสัมผัสใกล้กัน โดยสามารถบังคับหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ผ่าน 5G ช่วยแบ่งเบาภาระ ลดการแออัด และลดเสี่ยงติดเชื้อทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแทพย์

 

 

วิกฤติในครั้งนี้ ทุกคนมีส่วนร่วมในการนำประเทศชาติ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปพร้อมกันได้ ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทหน้าที่ใด เราต่างก็มีหัวใจเดียวกันที่พร้อมจะช่วยเหลือและประคับประคองให้บ้านเมืองเรา สามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับเอไอเอสในฐานะภาคเอกชนซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแล “Digital Infrastructure” ที่ถือเป็นแพลตฟอร์มหัวใจสำคัญของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานที่กำลังทำงานอยู่ที่บ้าน Working from home, นักเรียน นักศึกษา Learning from Home และสำคัญสุดคือ งานบริการสาธารณสุขและสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ต้องรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเรา ล้วนแล้วแต่ใช้ Digital Infrastructure เป็นสื่อกลางทั้งสิ้น

ผมเน้นย้ำเสมอว่า หน้าที่ของชาวเอไอเอสทุกคนที่คิดอยู่ในทุกลมหายใจ คือจะต้องรักษาเครือข่ายและบริการของเราอย่างดีที่สุด บริการของเราต้องต่อเนื่องด้วยคุณภาพมาตรฐานของเอไอเอสเช่นเดิม ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เรายังคงยืนหยัดและตั้งมั่นในฐานะ Digital life service provider for Thais เช่นเดิม ว่าเราจะทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด และพร้อมนำศักยภาพและขีดความสามารถต่างๆ ที่เรามีร่วมสนับสนุนภารกิจของประเทศให้ก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้นายสมชัย กล่าว

 

โดยเอไอเอสได้วางนโยบายการบริหารจัดการ และมาตรการช่วยเหลือ ดูแล เพื่อมอบความอุ่นใจและกำลังใจให้ลูกค้า คนไทย และพนักงานทุกคน ดังนี้

1. ดูแลลูกค้าอุ่นใจ

นับจากที่การแพร่ระบาดในประเทศเริ่มรุนแรงขึ้น เรามีแผนความพร้อมด้านเครือข่ายทั้ง Mobile และ Fibre รวมถึง ช่องทางบริการ Online เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน ตลอดจน แพ็กเกจ โซลูชันส์ สิทธิพิเศษ และคอนเทนต์บันเทิง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเตรียมแผน BCP – Business Continuity Plan ภายใต้เป้าหมายว่าลูกค้าทุกท่านจะต้องใช้บริการคุณภาพได้ดีเช่นเดิมการใส่ใจดูแลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ต้องคิดอย่างรอบด้าน และทันต่อสถานการณ์ในช่วงแรกที่สถานการณ์เริ่มขยายตัว เอไอเอส ได้มอบความคุ้มครอง ประกันภัย COVID-19 ให้กับลูกค้าฟรีเป็นรายแรก จนกระทั่งในปัจจุบัน ซิมหลายแพ็คเกจของเราที่ขายในตลาดก็ยังมอบประกันภัยโควิดไปด้วยเช่นกัน และยังได้มอบความคุ้มครองนี้ให้กับพนักงานเอไอเอสทุกระดับ, คู่ค้า และช่างติดตั้ง AIS Fibre ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานใน Touchpoint ที่อาจมีความเสี่ยงอีกด้วยขณะที่ แนวคิด Social Distancing ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เราจึงได้จัดแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและโซลูชัน AIS Working From Home โดยความร่วมมือเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์กับ Microsoft เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำงาน ทำธุรกิจ จากที่บ้าน ได้อย่างไร้รอยต่อ รวมทั้ง การสนับสนุนภาคการศึกษา ออก Student SIM cardแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตราคาประหยัด ให้นักเรียน นักศึกษา ได้เรียนหนังสือจากที่บ้านรวมไปถึงการมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอสชมฟรี! ความบันเทิงบน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOXและยังได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี ยอดนิยมของคนไทย ได้แก่ foodpanda และ LINE MAN มอบส่วนลดสั่งอาหารและค่าส่ง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในสถานการณ์นี้ให้สะดวกและอุ่นใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมบริการบนออนไลน์ ทั้งแอป my AIS, AIS Online Store และ AIS Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าสามารถธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกเช่นเดิม  ในขณะเดียวกัน ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยลูกค้าและพนักงาน ที่ยังคงจำเป็นต้องมาใช้บริการที่ AIS SHOP ด้วยการติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ณ เคาน์เตอร์บริการ เพื่อปกป้องและเพิ่มระยะห่าง ระหว่างลูกค้าที่มารับบริการกับพนักงาน เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า

2. ดูแลพนักงานอุ่นใจ

เป้าหมายอันดับ 1 ในการดูแลพนักงาน คือความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานทุกคน  ตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในระดับสูงสุด รวมถึง เน้นย้ำเรื่อง Social Distancing ในพื้นที่ส่วนรวมอย่างจริงจัง โดยมีการซักซ้อมแผน Business Continuity Plan เพื่อให้พนักงานทุกระดับ มีความเข้าใจในหลักการและพร้อมปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอไอเอสนำเทคโนโลยีมาพลิกวิถีชีวิตการทำงานรูปแบบเดิม ทลายขีดจำกัด จากที่เราประกาศให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามนโยบายของประเทศ โดยพนักงานเอไอเอสกว่า 90% สามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างสะดวก ผ่านโปรแกรม Microsoft Office 365 ทำให้หลายคนได้ค้นพบทักษะใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ ที่ในบางครั้งในช่วงเวลาปกติ อาจไม่มีโอกาสได้ทำขณะเดียวกัน ก็ยังมีทีมที่ต้องทำงานปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อย่างทีม AIS Contact Center และ ทีมวิศวกรที่ช่วยดูแลเครือข่าย ก็ยังคงสับเปลี่ยนปฏิบัติงานดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด ตลอด 24 ชั่วโมง ในสภาวะเช่นนี้ ขวัญกำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญ บริษัทจึงเน้นการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับพนักงาน และขอบคุณพนักงานทุกคน ทุกตำแหน่งหน้าที่ ที่มุ่งมั่นในการทำงานอย่างไม่ลดละ ด้วยปณิธานเดียวกัน คือ เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเอไอเอสและคนไทย

3. ดูแลคนไทยอุ่นใจ ภายใต้ภารกิจ “AIS 5G สู้ภัย COVID-19”

การช่วยเหลือสังคมถือเป็นภารกิจที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดด้วยวิกฤตินี้ยังไม่มีตำราเล่มไหนเคยเขียนบอกไว้การรวมพลังสามัคคีเพื่อขบคิดแก้ปัญหาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดพวกเรามุ่งมั่นทุ่มเทสรรพกำลังทั้งเครือข่ายนวัตกรรมและบุคลากรเข้ามาช่วยกันอย่างเต็มที่

โดยธงของเรา คือ การนำศักยภาพของ 5G เข้ามาช่วยสนับสนุนระบบสาธารณสุข และการแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคลากรที่เสียสละ เป็นหน้าด่านสำคัญที่สู้รบกับเชื้อไวรัส เราจึงอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระ ลดงาน ลดความเสี่ยงให้หมอพยาบาล เพื่อให้ทุกท่านได้ช่วยดูแลประชาชนต่อไป

 

โดยแผนงาน เอไอเอสจะนำเครือข่าย 5G เข้าไปติดตั้งให้กับ รพ. 20 แห่ง ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 พร้อมมอบหุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G Telemedicine จำนวน 21 ตัว  ให้กับ รพ. ดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างดำเนินการส่งมอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2563 โดยมี รพ. ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ รพ. จุฬาลงกรณ์, รพ. ราชวิถี, รพ. ศิริราช, รพ. รามาธิบดี, รพ. วิชัยยุทธ, รพ. ศิริราชปิยมหาราชการุณย์, รพ. แพทย์รังสิต, รพ. พญาไท 1, รพ. พญาไท 2, รพ. พญาไท 3, รพ. พญาไทนวมินทร์, รพ. กรุงเทพคริสเตียน, รพ. พระราม 9, รพ. เปาโลเมโมเรียลพหลโยธิน (สะพานควาย), รพ. เปาโลเมโมเรียลโชคชัย 4, รพ. เปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ, รพ. เปาโลเมโมเรียลรังสิต, รพ. เปาโลเมโมเรียลเกษตร,กรมแพทย์ทหารเรือ และสถาบันบำราศนราดูร

 

และเตรียมขยาย Coverage 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่ รพ. ในกทม.และปริมณฑลอีก 130 รพ. และในต่างจังหวัดอีก 8 รพ. รวมทั้งสิ้น 158 รพ. ภายในเดือนเมษายน 2563 รวมทั้ง ยังได้ระดมบุคลากรนักวิจัยและนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ทั้งคนเอไอเอสและพันธมิตร ตั้งศูนย์ “AIS Robotic Lab by AIS NEXT” ร่วมคิดค้นพัฒนาหุ่นยนต์ และโซลูชั่นส์เกี่ยวกับ 5G Telemedicine, Telehealth ด้วยเล็งเห็นถึงประโยชน์ของหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยลดเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิดกับคนไข้โดยตรง เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ ช่วยลดงาน ทำให้สามารถดูแลคนไข้ได้มากยิ่งขึ้น ผลงานแรกที่พัฒนาได้สำเร็จ คือ หุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G ในชื่อ ROBOT FOR CARE จำนวน 21 ตัว เตรียมส่งมอบให้กับ 20 รพ. ข้างต้น

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนอื่นๆ จากพลังของชาวเอไอเอส ที่เป็นเหมือนการส่งต่อกำลังใจให้นักรบเสื้อขาว หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่การมอบหน้ากาก (Mask) ที่กำลังขาดแคลนอย่างมาก, การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงสนับสนุนช่องทางสื่อสารเพื่อให้คนไทยได้ส่งกำลังใจ และมีความตระหนักรู้ในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ในช่วงวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้

เอไอเอสขอปวารณาตัว ร่วมเป็นกำลังสำคัญและแรงพลังในการสนับสนุนทุกภาคส่วน ปฏิบัติภารกิจเพื่อให้ประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว วันนี้ ทุกฝ่ายต่างแข็งขันร่วมมือร่วมใจกันในหลายบทบาทหน้าที่ต่างกันไป ทำให้เห็นว่าคนไทยมีน้ำใจช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก แล้วเราจะจับมือกันฟันฝ่าผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอนนายสมชัย

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

รวมดีลเด็ด OPPO จัดหนัก! ทั้งลดทั้งแถมใน Shopee 6.6 Brands Festival เฉพาะ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ Shopee เท่านั้น

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO มอบโปรโมชั่นสุดคุ้มในแคมเปญ Shopee 6.6 Brands Festival ทั้งส่วนลดและของแถม เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO หรืออุปกรณ์เสริม ตั้งแต่วันที่ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ OPPO Official Store ใน Shopee โดยโปรแรงสุดคุ้มห้ามพลาด มีรายละเอียด ดังนี้
OPPO Reno2 F สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพพอร์ตเทรตและเซลฟี่ กล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูงสุด 48MP ลดเหลือเพียง 9,999 จากปกติ 11,990 บาท และ OPPO A12 “เปิดมุมมองใหม่ สนุกได้ยิ่งกว่า” RAM 3GB ROM 32GB ลดเหลือเพียง 4,299 จากปกติ 4,999 บาท
พิเศษ! เมื่อซื้อ OPPO Reno3 Pro สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่คมชัดสุด 44MP รุ่นแรกของโลก รับฟรี หูฟัง OPPO Enco M31 มูลค่า 1,699 บาท! และเมื่อซื้อ OPPO A91 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มที่ขายดีที่สุดใน OPPO Official Store พร้อมกับ OPPO Enco M31 ลดเหลือเพียง 8,999 บาทเท่านั้น! จากปกติ 9,698 บาท
นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดพิเศษสุดๆ เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม ด้วยโค้ดส่วนลดสูงสุด 600 บาท หรือ เงินคืนสูงสุด 1,500 Coins เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ยกเว้น OPPO Reno3 Pro, OPPO A91, OPPO Enco Q1, OPPO Enco W31,  OPPO Enco M31 และ สินค้าที่ซื้อเป็นแพ็ค ดังนี้
• กรอกโค้ด OPPOX600 แจกคูปองลด 600 บาท เมื่อซื้อครบ 8,000 บาท (ยอดหลังหักส่วนลด)
• กรอกโค้ด OPPOX300 แจกคูปองลด 300 บาท เมื่อซื้อครบ 4,000 บาท (ยอดหลังหักส่วนลด)
สำหรับหูฟังและอุปกรณ์เสริม รับไปเลย! ส่วนลด 12% เพียงใช้คูปอง OPPO66 ภายในร้าน OPPO Official Store ยกเว้น OPPO Enco Free True Wireless Headphones, OPPO Enco Q1, OPPO Enco W31 และ OPPO Enco M31
นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดหูฟังเพิ่มเติม ดังนี้
• OPPO Enco Q1 พิเศษ 1,990 บาท จากปกติ 2,990 บาท
• OPPO Enco W31 ราคาพิเศษเพียง 1,799 บาท จากราคาปกติ 1,999 บาท หรือเมื่อซื้อคู่ในราคา 2,999 บาทเท่านั้น! จากราคาปกติ 3,998 บาท
• OPPO Enco M31 หูฟังที่ขายเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น ลดเหลือเพียง 1,099 บาท จากปกติ 1,699 บาท
เท่านั้นยังไม่พอ! ส่วนลดพิเศษในวันที่ 6 มิถุนายน แจกโค้ดรับเงินคืนสูงสุด 1,500 Coins ดังนี้
• ใช้โค้ด HMGDDB66 เมื่อซื้อครบ 5,000 บาท รับ Coin คืน 7% สูงสุด 1,500 Coins เฉพาะสินค้าประเภทมือถือเท่านั้
• ใช้โค้ด LMGDDA66 เมื่อซื้อครบ 200 บาท ลด 70 บาท เฉพาะกับสินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมเท่านั้น
• ใช้โค้ด NBMGDD66 เมื่อซื้อครบ 200 บาท ลด 80 บาท ใช้สำหรับซื้อครั้งแรกใน Shopee เท่านั้น
โดยโปรโมชั่นในแคมเปญ Shopee 6.6 Brands Festival พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมในราคาสุดคุ้มได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 – 6 มิถุนายน 2563 ที่ OPPO Official Store ใน Shopee หรือ คลิกที่ https://bit.ly/3cvVH8Z 
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/oppothai/
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เอไอเอส สานต่อภารกิจ “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” จับมือพันธมิตร ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เปิดแคมเปญใหญ่ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก “คนไทยไร้ E-Waste” ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศรวมกว่า 1,806 จุด พร้อมรณรงค์เชิญชวนประชาชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และนำไปทิ้งอย่างถูกวิธี สร้าง New Norm ต้อนรับชีวิตวิถีใหม่ ออกนอกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง

โดยร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำ อาทิ ศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัล, ไปรษณีย์ไทย, SMART Service ผู้ให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร, ภาคีเครือข่ายความเพื่อยั่งยืนแห่งประเทศไทย TRBN โดยความร่วมมือของกลุ่มบริษัทจดทะเบียน ภายใต้การกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, กลุ่มบริษัทย่านถนนพหลโยธิน และมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 40 องค์กรทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนแคมเปญใหม่ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างการตระหนักรู้เรื่อง ภัยอันตรายที่แฝงมากับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขยายจุดรับทิ้งขยะทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถทิ้งขยะ E-Waste ได้ง่าย ใกล้บ้านคุณ

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคนไทย เราให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจแบบเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน โดยได้กำหนดทิศทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมในมิติเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านของสิ่งแวดล้อม ที่เรามุ่งมั่น ใส่ใจมาโดยตลอดในปีที่ผ่านมาเราได้ริเริ่มโครงการ “ทิ้ง E-Waste กับเอไอเอส” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างการตระหนักรู้และเป็นแกนกลางที่จะเป็นจุดรับและนำขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชนไปกำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วไปอย่างดียิ่ง มีปริมาณขยะ E-Waste เข้าสู่กระบวนการกำจัดรวมทั้งสิ้นกว่า 49,952 ชิ้น ในระยะเวลาเพียง 7 เดือน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 499,520 กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ หรือเทียบเท่าต้นไม้ขนาดใหญ่ จำนวน 55,502 ต้น ดูดซับ CO2  เป็นเวลา 1 ปี

 

และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้มือถือในไทยที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 11.14% เนื่องจากประชาชนจำเป็นจะต้องใช้สำหรับการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) การใช้บริการทางด้านสาธารณสุข (Telemedicine) และการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ (Learn From Home) แต่ทว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะนำมาซึ่งผลเสียต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต หากคนไทยขาดซึ่งความตระหนักรู้ ไม่คัดแยก และทิ้งขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี

 

 

รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ถือว่าเป็นประเด็นระดับนานาชาติ เนื่องจากผู้คนทั่วทั้งโลกใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิตร่วมกัน ทั้งทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ และอากาศ ดังนั้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงการรณรงค์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ และรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต (Biodiversity) ของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ องค์การสหประชาชาติจึงได้มีการจัดตั้งวันสิ่งแวดล้อมโลกขึ้น
ในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี โดยปีนี้มีคำขวัญว่า Time for Nature ช่วงเวลาที่ธรรมชาติทั่วโลกจะได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะใช้วาระวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ ประกาศเจตนารมย์ในการร่วมรักษา ฟื้นฟูธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมร่วมกับพันธมิตรทั้ง 40 องค์กร รวมพลังของพนักงานทุกองค์กรกว่า 100,000 คน เปิดตัวแคมเปญ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างเครือข่ายรณรงค์และบอกต่อการรับทิ้งขยะ   พร้อมทั้งร่วมขยายความตระหนักรู้ไปสู่คนไทยในเซกเมนต์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน, กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย, กลุ่มผู้พักอาศัยทั้งบ้านและคอนโด, กลุ่มโลจิสติกส์, กลุ่มช็อปเปอร์ เป็นต้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับคลายล็อกดาวน์เฟส 3 ที่ภาครัฐบาลผ่อนปรนให้หลากหลายธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ รองรับกับความต้องการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์รุ่นเก่าของแต่ละครัวเรือน รวมถึงเป็นวิธีการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ปีนี้ เอไอเอส ขอเป็นตัวแทนภาคีเครือข่าย “คนไทยไร้ E-Waste” เชิญชวนคนไทยคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอร์รี่มือถือ, พาวเบอร์แบงก์, สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก อาทิ กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น MP3  นำไปทิ้งในจุดรับทิ้ง เป็นการต้อนรับชีวิตวิถีใหม่หลังคลายล็อกเฟส 3 ออกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง” นายสมชัย กล่าวปิดท้าย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดราคาไทย POCO F2 Pro เริ่มต้น 17,999 บาท เปิดสั่งจองล่วงหน้าพร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เสียวหมี่ ประเทศไทย ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมเปิดตัว POCO F2 Pro สมาร์ทโฟนในดวงใจ รุ่นใหม่ล่าสุด ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยราคาโดนใจเริ่มต้นที่ 17,999 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้า

 

ด้วยแพลตฟอร์มการประมวลผล Snapdragon™ 865 ที่ทรงพลัง ทำให้ POCO F2 Pro นั้นสามารถรองรับการใช้งานสูงสุดได้อย่างต่อเนื่องด้วยการประมวลผลที่มีความเร็วสูง และมอบประสบการณ์การใช้หน้าจอแบบเต็มจอที่จะทำให้คนรักเทคโนโลยีต้องโบกมือลาเครื่องเก่าไปเลย

 

สุดยอดประสิทธิภาพกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 และเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0

 POCO F2 Pro ได้ยกระดับประสบการณ์บนมือถือขึ้นไปอีกขั้นกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 ซึ่งเป็นระบบประมวลผล 5G ที่ทรงพลังที่สุดในตลาด เมื่อถูกจับคู่กับชิปประมวลผล Kryo™ 585 octa-core และ GPU Adreno™ 650 ซึ่งได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 25% ที่มอบประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงถึงการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน และ SoC ทรงพลังที่มีหน่วยความจำความเร็วแบบอัลตร้า LPDDR51 RAM และพื้นที่จัดเก็บ UFS 3.1 ซึ่งทำให้ POCO F2 Pro สามารถอ่านเขียนได้อย่างเป็นเลิศเพื่อการทำงานที่ลื่นไหลของระบบปฏิบัติการ

 ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0 POCO F2 Pro มาพร้อม vapor chamber ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดในตอนนี้ พร้อมด้วยแกรไฟต์และแกรฟีนหลายชั้น ซึ่งด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้เครื่องนั้นเย็นลงโดยเฉพาะ SoC และพื้นผิวของเครื่อง และยังช่วยรักษาการทำงานสูงสุดอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ภายใต้สภาพการทำงานอันหนักหน่วง อัดแน่นไปด้วยพลังและได้รับการรับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland ในด้านประสิทธิภาพการเล่นเกมสูง POCO F2 Pro มาพร้อมการปรับปรุงประสบการณ์เกมที่ดีขึ้นด้วยหน้าจอแบบ HDR และ haptic feedback แบบสมจริง พร้อมมอเตอร์ z-axis linear ทั้งยังมีการรับรองระบบเสียงคมชัด Hi-res อีกด้วย

 

 

เมื่อความหรูหรามาพบกับความมีชีวิตชีวาและดีไซน์อันโดดเด่น หน้าจอแบบเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED

 ตัวเครื่องนั้นผ่านเกณฑ์ทุกข้อสำหรับการเป็นรุ่นที่เกิดมาเพื่อฆ่ารุ่นเรือธงในราคาย่อมเยาว์ POCO F2 Pro นั้นมาพร้อมฟีเจอร์ยอดนิยมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือในหน้าจอและการป้องกันรอยขีดข่วนฝาหน้าและหลังด้วย Corning®️ Gorilla®️ Glass 5 ตัวเครื่องยังมาพร้อมหลากสีสันให้เลือกเพื่อให้เข้ากับความชื่นชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสีเทา สีม่วง สีน้ำเงิน และสีขาว ในสีม่วงและเทายังเป็นพื้นผิวแบบด้านที่ลดรอยสะท้อนอีกด้วย

 อัตราคอนทราสต์สูงถึง 5000000:1 สามารถปรับให้ภาพสว่างขึ้นสูงสุดถึง 500 nits (typ) / 800 nits (HBM) ที่ให้คุณภาพหน้าจอเป็นเลิศ ไม่ว่าเวลาไหนของวันผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่สะดวกสบายผ่านหน้าจอของ POCO F2 Pro ด้วยหน้าจอเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED ด้วยเซ็นเซอร์สภาวะแสงแบบ 360 องศา เพื่อตรวจสอบสภาวะแสงที่เป็นจริงและเพื่อตรวจจับสภาวะแสงได้อย่างแม่นยำและลื่นไหลมากขึ้น

 ยกระดับคุณภาพหน้าจอให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตัวเครื่องมาพร้อมการรับรองหน้าจอจากสถาบัน TÜV Rheinland ในการลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาจากการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมด้วยระบบ HDR10+, การปรับแสงสว่างอัตโนมัติ (DC) และโหมด Sunlight 2.0 ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าสีขั้นสูงได้ โดยสามารถผสมผสานความเป็นตัวเองลงไปได้เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวได้อีกด้วย

 

 

การถ่ายเป็นหนึ่งกับกล้องหลัง ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซลและกล้องป๊อปอัพความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

 กล้อง ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล POCO F2 Pro มาพร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX686 คมชัดเก็บรายละเอียดทุกภาพถ่าย ในขณะที่กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมอง 123 องศา ให้คุณถ่ายภาพทิวทัศน์สวยสมใจและรูปกลุ่มขนาดใหญ่ได้ เลนส์มาโครความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและเลนส์ depth ความละเอียด ล้านพิกเซล รวมเป็นกล้องหลังทั้งหมดเพื่อการถ่ายภาพรายละเอียดแบบโคลสอัพพร้อมโบเก้ เพื่อให้ภาพสวยจับใจทุกครั้ง

 ด้วยการถ่ายวิดีโอความละเอียดแบบอัลตร้า 8K (24 เฟรมต่อวินาที) และความละเอียด 4K (60 เฟรมต่อวินาที) POCO F2 Pro สามารถเปลี่ยนผู้ใช้ทุกคนเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ โหมด Pro สำหรับทั้งภาพถ่ายและวิดีโอให้คุณควบคุมโฟกัสและการเปิดรับแสงได้มากขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพคุณภาพสูงโดยไม่ต้องใช้กล้อง DSLR หรือกล้องมืออาชีพอื่นๆ

 POCO F2 Pro มาพร้อมกล้องป๊อปอัพขนาดใหญ่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแจ้งเตือนหลายสี และลดกรอบหน้าจอลงโดยไม่กระทบคุณภาพของกล้อง กล้องเซลฟี่ยังมาพร้อมการถ่ายวิดีโอสโลโมชั่น 120 เฟรมต่อวินาทีที่จะเปลี่ยนวิดีโอธรรมดาๆ เป็นภาพยนตร์ชิ้นโบว์แดง

 

ประสิทธิภาพการทำงานเป็นเลิศด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh (typ) และการเชื่อมต่ออันรวดเร็วถึง 9.6Gbps

 สร้างประสบการณ์ที่ไว้วางใจได้ POCO F2 Pro นั้นจัดเต็มกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดความต้องการใช้งานของผู้ใช้แม้ในยามใช้งานอย่างหนักก็ตาม ทั้งยังมาพร้อมกับชาร์จไวถึง 30 วัตต์ ที่สามารถชาร์จได้ถึง 64% ภายใน 30 นาทีและ 100% ใน 63 นาที2 นอกเหนือจากการชาร์จเร็ว POCO F2 Pro ยังมาพร้อมหัวชาร์จ 33 วัตต์ในกล่องอีกด้วย ซึ่งมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวและเร่งรีบอีกด้วย

 นอกจากนี้ยังรองรับ WiFi 6 POCO F2 Pro นั้นมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อเร็วสุดขีดกับความเร็วถึง 9.6Gbps ซึ่งไวกว่า WiFi 5 ถึงเกือบสามเท่า นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีการเชื่อมต่อแบบ multi-link ที่ทำให้การเชื่อมต่อนั้นมีเสถียรภาพและแข็งแรงตลอดเวลาของการเชื่อมต่อ 2.4G Wi-Fi 5G Wi-Fi และข้อมูลมือถือ

 POCO F2 Pro รุ่นความจุ 6GB + 128GB ในประเทศไทยจะวางจำหน่ายในราคา 17,999 บาท และ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท

 ระหว่างวันที่ มิถุนายนตั้งแต่เวลา 0:00 จนถึงวันที่ 17 มิถุนายนเวลา 23:59 ผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้าเฉพาะรุ่น POCO F2 Pro ความจุ 6GB + 128GB จาก Shopee คุณจะได้รับของสมนาคุณพิเศษคือ Xiaomi True Wireless Earphone มูลค่า 2,399 บาท สำหรับแพลตฟอร์ม JD Central จะได้รับของสมนาคุณพิเศษ ได้แก่ Mi Compact Bluetooth Speaker มูลค่า 299 บาท Mi Casual Daypack ราคา 299 บาท และ Mi Fidget Cube ราคา 139 บาท รวมมูลค่ากว่า 737 บาท และแพลตฟอร์ม Lazada รับของสมนาคุณพิเศษ Harman / Kardon Onyx Studio 4 มูลค่า 8,990 บาท (ของมีจำนวนจำกัดเพียง 300 เท่านั้น)

 สมาร์ทโฟน POCO F2 Pro ทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายในประเทศไทย ในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ในราคาที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ บน Shopee, JD Central และ Lazada

 สำหรับ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB จะวางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท และวางจำหน่าย ณ ร้าน COM7, TG FONE, JAYMART, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

iPhone 6s Plus latest price in june 2020 iPhone 6s Plus latest price in june 2020
Apple News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ราคาล่าสุด iPhone 6s Plus เริ่มต้น 3,900 บาท เดือนมิถุนายน 2020

อัพเดทราคาล่าสุด iPh...

Coolpad COOL10 announced Coolpad COOL10 announced
Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Coolpad COOL10 จอใหญ่ แบตเยอะ กล้องหลัง 3 ตัว ราคา 3,990 บาท

Coolpad COOL10 แบรนด...

iPhone 12 launch delayed to October iPhone 12 launch delayed to October
Apple News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

iPhone 12 จะเปิดตัวล่าช้ากว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ

รายงานล่าสุดเปิดเผยว...

ข่าวประชาสัมพันธ์17 ชั่วโมง ที่แล้ว

รวมดีลเด็ด OPPO จัดหนัก! ทั้งลดทั้งแถมใน Shopee 6.6 Brands Festival เฉพาะ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ Shopee เท่านั้น

OPPO มอบโปรโมชั่นสุด...

ข่าวประชาสัมพันธ์23 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

  เอไอเอส สานต่...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง