Galaxy S26 Series ยืนยันแล้วว่าจะเปิดตัวในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ แน่นอนว่าเหลือเวลาอีกราว 2 สัปดาห์ก่อนเปิดตัวจริง แต่ถึงกระนั้น ตอนนี้ก็มีข้อมูลสเปคของทั้ง 3 รุ่นใหม่นี้ออกมาหมดแล้วครับ!

โดยเว็บไซต์ WinFuture เผยข้อมูลสเปคอย่างละเอียดของ Galaxy S26, Galaxy S26+ และ Galaxy S26 Ultra ออกมาอย่างครบถ้วน ดังนี้เลยครับ
| รุ่น | Galaxy S26 | Galaxy S26+ | Galaxy S26 Ultra |
| หน้าจอ | Dynamic AMOLED 2X 6.3″ FHD+ 120Hz Corning Gorilla Armor 2 | Dynamic AMOLED 2X 6.7″ QHD+ 120Hz Corning Gorilla Armor 2 | Dynamic AMOLED 2X 6.9″ QHD+ 120Hz Corning Gorilla Armor 2 |
| ชิปเซ็ต | Exynos 2600 10-Core 3.9GHz | Exynos 2600 10-Core 3.9GHz | Snapdragon 8 Elite Gen 5 FG 8-Core 4.74GHz |
| RAM | 12GB | 12GB | 12GB/16GB |
| Storage | 256GB/512GB | 256GB/512GB | 256GB/512GB/1TB |
| แบตเตอรี่ | 4300mAh | 4900mAh | 5000mAh |
| ระบบชาร์จไว | 25W | 45W | 60W |
| กล้องหน้า | 12MP (1/3.2″) f/2.2 | 12MP (1/3.2″) f/2.2 | 12MP (1/3.2″) f/2.2 |
| กล้องหลัง | 50MP กล้องหลัก (1/1.56″) f/1.8 12MP กล้อง Ultra Wide (1/2.55″) f/2.2 10MP กล้อง Tele 3x (1/3.94″) f/2.4 | 50MP กล้องหลัก (1/1.56″) f/1.8 12MP กล้อง Ultra Wide (1/2.55″) f/2.2 10MP กล้อง Tele 3x (1/3.94″) f/2.4 | 200MP กล้องหลัก (1/1.3″) f/1.4 50MP กล้อง Ultra Wide (1/2.5″) f/1.9 10MP กล้อง Tele 3x (1/3.94″) f/2.4 50MP กล้อง Periscope 5x (1/2.52″) f/2.8 |
| ขนาดตัวเครื่อง | 149.6 x 71.7 x 7.2 มม. | 158.4 x 75.8 x 7.3 มม. | 163.6 x 78.1 x 7.9 มม. |
| น้ำหนัก | 167 กรัม | 190 กรัม | 214 กรัม |
| ราคาเริ่มต้น | 999 ยูโร (ประมาณ 37,000 บาท) | 1269 ยูโร (ประมาณ 47,000 บาท) | 1469 ยูโร (ประมาณ 55,000 บาท) |
สังเกตว่าชิปเซ็ตที่ใช้ของ Galaxy S26 และ S26+ ยืนยันว่าเป็น Exynos 2600 เหมือนกัน ในขณะที่ Galaxy S26 Ultra จะใช้เป็น Snapdragon 8 Elite Gen 5 แทน ส่วนสเปคอื่น ๆ ของทั้ง 3 รุ่น ก็ไม่ได้อัปเกรดขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญนัก นอกจากเรื่องชิปเซ็ต ก็มีความจุที่เริ่มต้นเป็น 256GB แล้ว หรือระบบชาร์จไวของ S26 Ultra ที่ได้ 60W

นอกนั้นกล้องเอย แบตเตอรี่เอย หรือขนาดหน้าจอ ก็ยังใกล้เคียงกับรุ่นก่อนทั้งหมดครับ แต่แน่นอนว่าข้อมูลดังกล่าว ยังคงเป็นข่าวลือเนอะ ของจริง Samsung อาจจะอัปเกรดแบบยกเครื่องให้เราเลยก็ได้ ใครจะรู้!?
ที่มา : WinFuture