แนะนำ 10 มือถือ​ไฮเอนด์คู่แฝด ต่างไซส์ น่าซื้อน่าใช้ เดือนเมษายน 2017

ใครกำลังมองหามือถือรุ่นใหม่ในช่วงนี้ ซึ่งก็มีหลากหลายรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวและวางขายในไทย มาดูกันว่ามีมีรุ่นใดน่าสนใจ และน่าซื้อในเดือนเมษายนนี้บ้าง

Samsung Galaxy S8 l S8+

Samsung Galaxy S8 l S8+ สมาร์ทโฟนที่มีการขยายพื้นที่หน้าจอแสดงผลให้มีขนาดใหญ่ขึ้นที่เรียกว่า Infinity Display ในอัตราส่วน 18.5:9 โดยที่ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่ตาม โดยรุ่น Galaxy S8 มีหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว และ Galaxy S8+ มีหน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ หรือ 2K ซึ่งทั้งคู่มีขอบจอโค้งทั้ง 2 ข้าง และมุมขอบจอก็โค้งด้วยืในขณะที่ขอบตัวเครื่องก็มีความโค้งเว้าสมมาตรกัน ทำให้จับถนัดมือกว่าเดิม

นอกจากดีไซน์สุดล้ำแล้ว Samsung Galaxy S8 l S8+ ยังมีระบบเซ็นเซอร์สแกนม่านตา ซึ่งม่านตาของคนเราเป็นการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยที่สุด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามอายุ และไม่สามารถลอกเลียนได้ ส่วนเลนส์กล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีระบบออโต้โฟกัส จากเดิมในรุ่น Galaxy S7 จะมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แบบฟิกโฟกัส

Samsung Galaxy S8 l S8+ เปิดราคาอย่างเป็นทางการในไทย 27,900 บาท และ 30,900 บาท ตามลำดับ โดยเป็นรุ่นความจุ 64GB ทั้งคู่

 

iPhone 7 l 7 Plus (PRODUCT)RED

iPhone 7 l 7 Plus (PRODUCT)RED Special Edition เป็นสมาร์ทโฟนตัวเครื่องสีแดงรุ่นแรกที่ทาง Apple เปิดตัวเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายไปสมทบทุนให้กองทุนโลกเพื่อสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับ HIV/AIDS และช่วยสร้างยุคใหม่ที่ปราศจากโรคเอดส์ จากเดิมในปีที่ผ่านมา (PRODUCT)RED จะมีเฉพาะอุปกรณ์เสริม

  • iPhone 7 ความจุ 128GB ราคา 30,500 บาท และความจุ 256GB ราคา 34,500 บาท
  • iPhone 7 Plus ความจุ 128GB ราคา 35,500 บาท และความจุ 256GB ราคา 39,500 บาท

 

Huawei P10 l P10 Plus

Huawei P10 มีหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว Full HD ในขณะที่ Huawei P10 Plus มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว QHD หรือ 2K ซึ่งจะเห็นว่ารุ่นใหญ่นั้นมีหน้าจอที่คมชัดมากกว่า โดยทั้ง 2 รุ่นมีการปกป้องหน้าจอด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 และตัวเครื่องของทั้งคู่มีความบางเพียง 6.98 มิลลิเมตร มีการดีไซน์ที่เรียกว่า Hyper Diamond-Cut เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งพร้อมกับเคลือบผิวในระดับมิลลิเมตร และมีพื้นผิวให้เลือกทั้งแบบมันวาวและแบบพ่นทราย (Sandblast)

จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่กล้องหลังเลนสคู่ โดยรุ่น Huawei P10 Plus เป็นเลนส์คู่ Leica รุ่น 2.0 Pro Edition รูรับแสง f/1.8 SUMMILUX-H พร้อมระบบกันสั่นภาพสั่นไหว OIS โดยเลนส์สำหรับถ่ายโมโนโครมมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์สำหรับถ่ายภาพสี (RGB) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ในขณะที่ Huawei P10 เป็นเลนส์คู่ Leica รุ่น 2.0 รูรับแสง f/2.2 SUMMARIT-H พร้อมระบบกันสั่นภาพสั่นไหว OIS โดยเลนส์สำหรับถ่ายโมโนโครมมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์สำหรับถ่ายภาพสี (RGB) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

  • Huawei P10 แรม 4GB ความจุตัวเครื่อง 32GB ราคา 17,900 บาท มีสีเงิน และสีทอง
  • Huawei P10 แรม 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB ราคา 19,900 บาท มีสีดำ สีฟ้า และสีทอง
  • Huawei P10 Plus แรม 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB ราคา 23,900 บาท มีสีดำ สีฟ้า และสีทอง

 

OPPO R9s l R9s Plus

OPPO R9s มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว Full HD 1080p ครอบหน้าจอด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 แบบ 2.5D ขอบโค้งมน ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 625 กับจีพียู Adreno 506 และแรม 4GB โดยมีความจำตัวเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD card (ใส่ช่องซิม 2)

OPPO R9s Plus มีหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 653 ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน มาพร้อมจีพียู Adreno 510 และแรม 6GB โดยมีความจำตัวเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD card (ใส่ช่องซิม 2) ซึ่งแบตเตอรี่ของ R9s Plus มีขนาด 4,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว

ทั้ง OPPO R9s และ R9s Plus มีกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX398 ค่ารูรับแสง f/1.7 โดยจุดแตกต่างในรุ่น R9s จะมีระบบกันภาพสั่นไหวแบบ EIS คือกันสั่นด้วยซอฟต์แวร์ ในขณะที่รุ่น R9s Plus จะมีระบบกันสั่นแบบ OIS ซึ่งทั้งคู่ก็รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับ 4K และมีแฟลชแบบ LED ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0

OPPO R9s ราคา 14,990 บาท และ R9s Plus ราคา 16,990 บาท

 

Xiaomi Mi 5S l 5S Plus

Xiaomi Mi 5S สมาร์ทโฟนหน้าจอขนาด 5.15 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล มีระบบสแกนลายนิ้วแบบอัลตราโซนิกจาก Qualcomm ที่เป็นการฝังตัวอ่านลายนิ้วมือเอาไว้ในกระจก ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 821 กับแรม 4GB รันระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow (MIUI 8) โดยกล้องหลังมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และแฟลช Dual LED (Dual tone) และกล้องหน้า 4 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

Mi 5S Plus สมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.7 นิ้ว Full HD กล้องหลังคู่ของความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์จาก Sony โดยตัวเลนส์หลักจะเป็นเซ็นเซอร์ระบบสีมาตรฐาน RGB และเลนส์อีกตัวจะทำหน้าที่เก็บสีขาวดำ แล้วนำภาพที่ได้มารวมกันเพื่อให้เกิดรายละเอียดที่ครบถ้วนด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า ClearSight ซึ่งตัวกล้องรองรับการถ่ายภาพ HDR, PDAF, RAW และมีแฟลชแบบ Dual tone อีกทั้งยังรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที และวิดีโอแบบสโลโมชั่นที่ความละเอียด 720p ที่ความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาที เช่นเดียวกับในรุ่น Xiaomi Mi 5S

Mi 5S Plus ราคา 13,500 บาท และ Mi 5S ราคา 11,900 บาท