ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Xiaomi เปิดตัว Mi Note 10 สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพสุดพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดในไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก แถลงเปิดตัวการมาถึงของสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล Mi Note ซีรี่ย์ นั่นก็คือ Mi Note 10 สมาร์ทโฟนสุดหรูรุ่นเรือธงล่าสุดในประเทศไทย

สุดยอดด้วยนวัตกรรมที่เป็นครั้งแรก และที่สุดของโลกกับกล้อง Penta 108MP พร้อมการออกแบบอย่างพรีเมี่ยม และแบตเตอรี่ที่จุกว่า 5260mAh ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน ซึ่ง Mi Note 10 มาพร้อมกับขนาดความจุ 6GB + 128GB เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่จะสร้างความมหัศจรรย์อย่างมากมาย

“เรามีความภูมิใจที่จะประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล Mi Note ในประเทศไทยครั้งนี้ เพราะนี่คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของเสียวหมี่ ที่ผลักดันให้การส่งมอบนวัตกรรมถึงมือทุกคน โดยได้ยกระดับสมาร์ทโฟนที่ใช้สำหรับการถ่ายภาพไปอีกขั้น เราเชื่อว่า Mi Note 10 จะทำให้ผู้ใช้และสาวกของเสียวหมี่ เพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพบนมือถือมากขึ้นและสนุกไปกับคุณภาพของการบันทึกวิดีโอ ที่มาพร้อมประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สมบูรณ์แบบ” สตีเว่น ฉือ, ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียวหมี่ ได้กล่าวไว้

Mi Note 10 Pro มาพร้อมกับเลนส์ 8 ตัวและความจุในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้น 8GB RAM + 256GB ROM และแน่นอนว่าทั้งสองรุ่น Mi Note 10 และ Mi Note 10 Pro จะสามารถส่งมอบประสบการณ์การเป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพออกมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ขอต้อนรับทุกท่านสู่ยุคแห่งกล้อง 5 ตัว

เสียวหมี่ Mi Note 10 มาพร้อมเลนส์อันหลากหลายถึง 5 เลนส์ ทั้งเลนส์ wide-angle ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล เลนส์ telephoto ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และ 12 ล้านพิกเซล เลนส์ ultra-wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro กล้องทั้ง 5 ตัวนี้จะทำให้การซูมลื่นไหลตั้งแต่ระยะซูม 0.6 ถึง 50 เท่าก็สามารถทำได้สบายๆ โดยที่ไม่ได้ลดทอนคุณภาพของรูปลงไปเลย

กล้องหลัก ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ได้ยกระดับการถ่ายภาพขึ้นไปอีกขั้น และทำลายสถิติเป็นเจ้าแรกของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนในการเปิดตัวกล้องที่มีความละเอียดสูงที่สุดในตลาดอีกด้วย ด้วยระบบเซนเซอร์ Samsung ISOCELL Bright HMX ความคมชัด 108 ล้านพิกเซล ทำให้ Mi Note 10 มีความคมชัดที่สุดในตลาดมากถึง 12032 x 9024 พิกเซล และยังเป็นครั้งแรกที่กล้องที่ความละเอียด 108 ล้านพิกเซลนั้นสามารถผลิตภาพพิมพ์ระดับบิลบอร์ดที่มีขนาดความสูงถึง 4.24 เมตรเลยทีเดียว* เครื่องมาพร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.33 นิ้ว และรองรับเทคโนโลยีรวมพิกเซลจาก 4 เป็น 1 เพื่อเก็บรายละเอียดได้มากขึ้นในสภาวะแสงน้อย ทำให้รูปสว่างสดใสและคมชัด ในขณะที่ระบบป้องกันการสั่น OIS แบบ 4 แกน นั้นช่วยให้ภาพถ่ายคมชัดอย่างไร้ที่ติ

ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพที่มองหาการถ่ายภาพ portrait ที่ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดจะต้องชื่นชอบ Mi Note 10 ด้วยความละเอียด 12 ล้านพิกเซลและเลนส์ telephoto ที่สามารถซูมได้ 2 เท่า ความยาวโฟกัสระดับ 50 มม. นั้นเป็นระยะโฟกัสยอดนิยมในหมู่ช่างภาพ Portrait มืออาชีพ ภายใต้สภาวะแสงน้อย พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอนและระบบออโต้โฟกัส dual PD จะทำหน้าที่ทำให้ภาพ Portrait ออกมาสวยคมชัดและสว่างมากขึ้น

เลนส์ telephoto ที่สามารถซูมได้ระยะ 5 เท่า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สามารถทำ Hybrid Zoom ได้ 10 เท่า และ Digital Zoom ได้ถึง 50 เท่า ทำให้ครอบคลุมระยะได้มากขึ้น นอกจากนี้เลนส์นี้ยังมาพร้อมระบบป้องกันการสั่น OIS และรูรับแสง f/2.0 ที่ทำให้การถ่ายภาพดีขึ้นในสภาวะแสงน้อย

ด้วยมุมมองภาพกว้างกว่า 117 องศา เลนส์ ultra-wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ทำให้คุณเก็บภาพทิวทัศน์ได้สวยสมใจและยังสามารถถ่ายภาพกลุ่มใหญ่ได้หมดโดยที่ไม่ต้องตัดใครคนใดคนหนึ่งออก และเลนส์ macro ยังทำหน้าที่ออโต้โฟกัสสำหรับภาพ Closeups หรือถ่ายภาพในระยะใกล้อีกด้วย

กล้องหลังใหม่ล่าสุดของ Mi Note 10 รองรับโหมดถ่ายภาพกลางคืนเวอร์ชั่น 2.0 ที่เก็บแสงได้มากขึ้นและยังรวมภาพจากหลายช็อตเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ภาพถ่ายกลางคืนที่ยอดเยี่ยม เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพในงานคอนเสิร์ตและช่างภาพที่ชอบถ่ายภาพในยามค่ำคืน เพราะรูปสามารถถ่ายออกมาให้เป็นไฟล์ RAW แบบหลายเฟรมที่ช่วยลด noise ในรูปภาพได้เป็นอย่างดี

Mi Note 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอแบบ ShootSteady หรือโหมดป้องกันการสั่นไหวขณะถ่ายวีดีโอ เพื่อประสบการณ์การถ่ายวิดีโอที่นิ่งและลื่นไหล มาพร้อมโหมดถ่ายวิดีโอ Slow Motion 960 เฟรมต่อวินาทีที่มาพร้อมกับความคมชัดระดับ 4K ด้วยเลนส์ ultra-wide คุณสามารถใช้โหมด Vlog เพื่อสร้างวิดีโอที่มีสไตล์ที่แตกต่างและสามารถเลือกใส่เอฟเฟคในการถ่ายวีดีโอได้มากถึง 7 แบบ

นอกเหนือจากกล้องหลัง 5 ตัวแล้ว Mi Note 10 ยังมาพร้อมกล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่มีโหมด AI beauty, โหมด AI Portrait Selfie, โหมด AI scene detection, AI face unlock หรือโหมดปลดล็อคด้วยใบหน้า โหมดเซลฟี่พาโนรามา และโหมดถ่ายรูปโดยใช้สัญญาณมือเพื่อที่จะช่วยให้คุณรังสรรค์ภาพเซลฟี่ได้สวยจับใจ

สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การถ่ายภาพสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เสียวหมี่ขอนำเสนอ Mi Note 10 Pro ที่มาพร้อมเลนส์ถึง 8 ชั้น เลนส์จากกล้องหลัก ด้วยการเรียงตัวของเลนส์ 8 ชิ้นนี้ทำให้รูปที่ได้คมชัดมากขึ้น

เมื่อสไตล์อันโดดเด่นและมีรสนิยมมาผสานเข้ากับประโยชน์ใช้สอยที่ลงตัว

Mi Note 10 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ 3D ขอบโค้งมนที่ลื่นไหลจรดขอบ หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.47 นิ้ว ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่มีอัตราส่วนคอนทราสต์ 400000:1 ทำให้แสดงผลสีดำเข้มขึ้นและสีสันคมชัดมากขึ้น Mi Note 10 มอบประสบการณ์ใหม่ไปกับเซนเซอร์ลายนิ้วมือหน้าจอที่บางขึ้น*** 88% แต่เพิ่มพื้นผิวการอ่านลายนิ้วมือให้ใหญ่ขึ้น 10% ช่วยให้การตรวจจับและอ่านลายนิ้วมือดีขึ้นแม้ในสภาวะแสงแบบกลางแจ้ง หรือสภาวะอากาศหนาวหรือแม้แต่ในขณะที่นิ้วมือแห้ง

ฝาหลังมาพร้อมกระจกสามมิติแบบโค้งมนเพื่อให้คุณใช้งานได้สะดวกสบายและถนัดมือ ทั้งสองด้านมาพร้อมเทคโนโลยี Corning®️ Gorilla®️ Glass 5 ป้องกันรอยขีดข่วนจากใช้งานในชีวิตประจำวัน

เครื่องมี 3 สีให้เลือก Midnight Black, Aurora Green และ Glacier White

ความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อรองรับประสิทธิภาพที่ใหญ่กว่า

Mi Note 10 มอบประสิทธิภาพที่ดีที่สุดกับความจุแบตเตอรี่ที่ยาวนาน มีขนาดใหญ่ถึง 5260mAh และรองรับระบบชาร์จเร็ว 30W สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 2 วัน ภายใต้การชาร์จเพียงครั้งเดียว ตัวเครื่องใช้ระบบประมวลผล Qualcomm®️ SnapdragonTM 730G ที่มาพร้อมเทคโนโลยีประมวลผล 8 นาโนเมตร มอบการใช้งานที่ลื่นไหลมากขึ้น

MIUI 11: ขอแนะนำประสบการณ์การรับชมและรับฟังรูปแบบใหม่

นอกเหนือจากการใช้ฮาร์ดแวร์ชั้นยอดแล้ว Mi Note 10 ยังมาพร้อมการติดตั้ง MIUI 11 ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งหมดเพื่ออัพเกรดฟีเจอร์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพการทำงานและการใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดยการออกแบบที่นำเอาอินเตอร์เฟสที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อแสดงข้อมูลสำคัญให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอ AMOLED โหมดหน้าจอ Always-on ของ MIUI 11 ยังเป็นฟังก์ชันที่ถูกออกแบบมาให้มีตัวเลือกหลากหลายเหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคนได้อย่างลงตัว มากไปกว่านั้น MIUI 11 ยังมาพร้อมระบบเสียงเอฟเฟคใหม่ที่ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ถือเป็นนวัตกรรมอีกขั้นของเสียงเอฟเฟค และยังได้รับรางวัล Red Dot design award ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กลุ่มซอฟแวร์บนสมาร์ทโฟนได้รับรางวัลในด้านการออกแบบ

ยิ่งไปกว่าการปฏิวัติประสบการณ์ภาพและเสียงแล้ว MIUI 11 ยังมาพร้อมกับเครื่องมือที่มีประโยชน์และการให้บริการด้านไลฟ์สไตล์มากมาย เช่นเทคโนโลยีไร้สายที่ใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ไฟล์แบบไร้สาย การสั่งปริ้นท์แบบไร้สาย การทำงานเอกสารต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมเสริมใดๆ ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้นอกจากจะทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว MIUI 11 ยังช่วยจัดการให้การชีวิตประจำวันคุณสะดวกสบายมากขึ้นด้วย เช่น การนับก้าว การติดตามประจำเดือน และเครื่องคิดเลข ที่ให้คุณปฏิบัติภารกิจประจำวันได้อย่างสนุกสนานและง่ายขึ้น

ข้อมูลการขาย

Mi Note 10 (6GB+128GB) ราคาอยู่ที่ 16,990 บาท และ Mi Note 10 Pro (8GB+256GB) ราคา 19,990 บาท มีให้เลือก 3 สี คือ Midnight Black, Glacier White และ Aurora Green สามารถเป็นเจ้าของ Mi Note 10 ได้แล้วทั้งช่องทางออนไลน์และ Mi Store และร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากเสียวหมี่ เช่นเดียวกับร้าน TG Fone และ COM7 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2562 และสำหรับ Mi Note 10 Pro จะเปิดให้ซื้อได้ในภายหลัง

ช่องทางออนไลน์

Mi Note 10 จะทำการขายเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2562 ผ่านทั้ง 3 ช่องทาง รวมทั้ง JD Central, Lazada และ Shopee ตั้งแต่ 00.00 – 02:00 น. โดยเรามีสิทธิพิเศษให้ลูกค้าโดยลูกค้าจะได้รับฟรี! เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2H มูลค่า 4,590 บาททันที (จำนวนจำกัด) เพียงสั่งซื้อผ่านช่องทางเหล่านี้ และหากลูกค้าที่สั่งซื้อออนไลน์หลังจาก 02:00 น. ไปแล้วจะได้รับของขวัญพิเศษอื่น ๆ จากเสียวหมี่

สำหรับร้านที่ได้รับอนุญาตจากเสียวหมี่ และช่องทางร้านค้าอื่นๆ

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสโปรโมชันดีๆ บนช่องทางออนไลน์ เสียวหมี่เปิดโอกาสให้คุณได้ซื้อ Mi Note 10 ใน 3 สีนี้อีกรอบ และรับฟรี เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2H อีกครั้ง (จำนวนจำกัด) ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 14:00 – 17:00 น. ณ Mi Store สาขาซีคอนสแควร์, ร้าน TG Fone สาขาบางกะปิ และร้าน Banana สาขาเซ็นทรัลพระรามสอง โดยทุกคนที่มาซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็น Mi Note 10 หรือสินค้าอย่างอื่นใน 3 ร้านที่ได้กล่าวมา จะได้รับของขวัญพิเศษและรับส่วนลดพิเศษจากเสียวหมี่ พร้อมกันนี้เสียวหมี่ยังได้เชิญชวนให้ผู้ที่ซื้อ หรือมาชมสินค้าถ่ายภาพตัวเองพร้อมด้วย Mi Note 10 หรือของรางวัลของเสียวหมี่ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว แล้วติดแฮชแท็ก #MiNote10 #DareToDiscover แล้วแชร์รูปบนโซเซียลมีเดียของตัวเองที่เปิดเป็นสาธารณะ ก็จะได้รับของขวัญสุดพิเศษจากเสียวหมี่ด้วย (ของมีจำนวนจำกัด)

บริการพิเศษสำหรับ Mi Note 10 ซีรีย์

สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Mi Note 10 จากทุกช่องทางอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ถึง วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 จะได้รับบริการฟรีในการซ่อมแซมหน้าจอแสดงผล 6 เดือนนับจากวันที่เปิดใช้งานภายในระยะเวลาที่กำหนด ******

ข่าวประชาสัมพันธ์

โปรโมชั่นตรุษจีน รับปีหนู พิเศษ!! JBL GO PLUS ซื้อ 1 ฟรี 1

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ร่ำรวย มั่งมี โปรดี รับปีหนู กับโปรโมชั่น เฮง เฮง รับตรุษจีน พิเศษ !! ซื้อลำโพงบลูทูธ JBL GO PLUS สีใดก็ได้ รับฟรี ลำโพงบลูทูธ JBL GO PLUS สีแดงอีก 1 ตัว เฉพาะที่ www.mahajaklife.com และร้าน SoundCity ทั้ง 3 สาขาเท่านั้น  ได้แก่ SoundCity สาขา Emquartier,  SoundCity สาขา Central World, SoundCity สาขา Siam Paragon
โปรโมชั่นเริ่มวันนี้ – 31 .. 2563 นี้เท่านั้น

ดูรายละเอียดโปรโมชั่นสินค้าเพิ่มเติมhttp://bit.ly/2viInoy

เงื่อนไข

  • ซื้อสินค้าใน www.mahajaklife.com สามารถรับของแถม  1 Order ต่อ 1 สิทธิ์ เท่านั้น
  • ซื้อสินค้าที่ร้าน Soundcity สามารถรับของแถมได้ 1 ใบเสร็จ ต่อ 1 สิทธิ์ เท่านั้น

Shop Now >> http://bit.ly/2Gil9B1

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด โทร. 02-2560020
หรือ www.mahajak.com

อ่านต่อ...

Apple News

iPad ครบรอบ 10 ปี วันนี้ 27 มกราคม พาย้อนไปดูการเปิดตัว iPad รุ่นต่างๆ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

iPad ครบรอบ 10 ปีในวันนี้ 27 มกราคม พาย้อนไปดูการเปิดตัว iPad รุ่นต่างๆ พร้อมข้อความจากบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ ว่า iPad นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อการทำงาน การเรียน และการทำในสิ่งที่รักของพวกเขาอย่างไร
iPad 10 Anniversary
เหตุการณ์สำคัญๆ เกี่ยวกับ iPad
  • 27 มกราคม 2010 – เปิดตัว iPad รุ่นแรก
  • 9 ธันวาคม 2010 – TIME เลือกให้ iPad เป็น “Gadget of the Year”
  • 2 มีนาคม 2011 – เปิดตัว iPad 2 ที่มาพร้อมกล้องหน้าและกล้องหลั
  • 25 มีนาคม 2011 – Guinness World Record ยกให้ iPad เป็นอุปกรณ์อิเลคโทรนิคสำหรับผู้บริโภคที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์
  • 7 มีนาคม 2012 – เปิดตัว iPad รุ่นใหม่มาพร้อมจอเรตินา ให้ความละเอียดมากกว่า iPad 2 มากถึงสี่เท่า
  • 22 ตุลาคม 2013 – เปิดตัว iPad Air และ iPad mini มาพร้อมจอเรตินา
  • 16 ตุลาคม 2014 – เปิดตัว iPad Air 2 และ iPad mini 3
  • 9 กันยายน 2015 – เปิดตัว iPad Pro 12.9 นิ้ว และ iPad mini 4
  • 21 มีนาคม 2016 – เปิดตัว iPad Pro 9.7 นิ้ว
  • 21 มีนาคม 2017 – เปิดตัว iPad 9.7 นิ้วรุ่นใหม่ มาพร้อมจอเรตินาในราคาย่อมเยาว์
  • 5 มิถุนายน 2017 – เปิดตัว iPad Pro 10.5 และ 12.9 นิ้ว รุ่นใหม่
  • 27 มีนาคม 2018 – เปิดตัว iPad (6th gen)
  • 18 มีนาคม 2019 – เปิดตัว iPad mini 5 และ iPad Air รุ่นใหม่
  • 10 กันยายน 2019 – เปิดตัว iPad 10.2 นิ้ว (7th gen)
  • จนถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 iPad ขายได้ทั้งหมดเกือบ 450 ล้านเครื่อง
iPad 10 Anniversary
เอิ๊ต ภัทรวี ศรีสันติสุข, นักร้อง, นักดนตรี และนักแต่งเพลง
Instagram:  @Earthpatravee
Facebook: @EarthPratravee
“ใช้ iPad มาสองปีเต็มๆค่ะ กลายเป็นติดไปแล้วเพราะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่เอาตัวตนข้างในของเราออกมาง่ายที่สุดเลย ตอนแรกๆใช้อัดเพลง อัดไอเดียต่างๆ ที่คิดออกเวลาเดินทาง แต่หลังๆ ก็กลายเป็นเริ่มฝึกสกิลอื่นๆ ที่จริงๆ แล้วเราไม่เคยถนัดเลย เช่นเขียน typo หรือวาดรูป กลายเป็นว่าเวลาเราคิดอะไรออก จะคิดถึง iPad ก่อนเป็นเครื่องมือแรกเลย ได้มี lyric mv ที่เป็นลายมือเราทั้งเพลงออกมา มีอัลบั้มที่ artwork ด้านในเราวางเลย์เอาท์เองทั้งหมด เขียนตัวอักษรเองทั้งหมด คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าไม่ใช้ iPad จะผลิตมันออกมาได้ยังไง มันออกมาเป็นตัวตนเรามากๆ ได้เอาความคิดสร้างสรรค์เราออกมาใช้จริงๆ โดยไม่มีกำแพงเรื่องสกิลเลย เป็น tool ชิ้นเดียวเลยที่เป็นหนึ่งเดียวกับตัวเรา ตอนนี้ถ้ามันหายไปก็คงต้องหามาใช้ใหม่เรื่อยๆ ค่ะ”

—————————
iPad 10 Anniversary
ภาพฟ้า พุทธรักษา (บิ๊ง), นักวาดภาพและช่างภาพ
Instagram: @bbinko
“บิ๊งทำงานศิลปะ และโตมากับ iPad ตั้งแต่รุ่นแรก บิ๊งพก iPad ไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ตั้งแต่เด็กๆ iPad เป็น Sketchbook และ diary ของบิ๊ง เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนและดึงภาพในหัวออกมาเป็นผลงานได้จริง เหมือนเป็นสิ่งที่ช่วยต่อยอดจินตนาการของเราไปอีกขั้น มีลูกเล่นและเทคนิคใหม่ๆให้ได้เรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ .. ตอนนี้นอกจากวาดภาพแล้วบิ๊งยังชอบเดินทางถ่ายภาพด้วย เลยชอบพก iPad ไปวาดภาพเติมลงบนภาพถ่าย ทำให้ได้เทคนิคงานอีกแบบที่คงไม่ได้ลองทำถ้าไม่มี iPad”
—————————
ฝ้าย, นักวาดภาพ
Instagram: @freya.arts
Facebook: @freya.artss
“ฝ้ายทำงานภาพประกอบมานานตั้งแต่ก่อนเรียนจบ ทำมาหมด ทั้งงานดิจิตอล และงานบนกระดาษ บนเฟรม ด้วยความที่เราต้องจบงานเองทั้งหมด ทำให้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีเข้าช่วย และฝันอยากให้งานดิจิตอลกับงานวาดบนกระดาษมาบรรจบกันตรงกลาง ซึ่งน่าจะเป็นอะไรที่เพอร์เฟคที่สุด หลังจากทำงานวาดรูปอยู่บนกระดาษมานาน เริ่มจะต้องเดินทางบ่อยๆ ออกไปข้างนอก ไปเจอลูกค้า และท่องเที่ยวบ่อยมาก ทำให้ต้องพกสีพกกระดาษไปด้วยทั่วโลก โชคดีที่ได้มาเปิดใจลอง iPad Pro ก็รักเลย ด้วยความที่อุปกรณ์ทำให้เราเขียนได้บนจอโดยตรง ความไวแบบ Real time เปิดโอกาสให้สร้างผลงานแบบที่ทำไม่ได้บนกระดาษ ซึ่งเหมือนทำให้ฝันของเด็กวาดรูปเป็นจริง เราเขียนบนจอได้ พกไปไหนก็ได้ วาดรูปทำงานบนเครื่องบินก็ได้ เลือกสี เลือกบรัชทำได้หมด ที่สำคัญมันทำงานได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เอาไว้สเกชคำเวลาเท่านั้น ที่สำคัญไม่ต้องพกอุปกรณ์วาดรูปให้พะรุงพะรังแล้ว มี iPad Pro ตัวเดียวจบจริงๆค่ะ”
——————————
ต่อวงศ์ ซาลวาลา, ช่างภาพ
Instagram: @2how
Facebook: @2howfb
YouTube: 2how
“ผมเริ่มใช้ iPad ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุด iPad Pro 12.9 นิ้ว พยายามออกแบบงานที่ทำให้เป็น Mobile Workflow มาตลอด อยากทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งทำงานที่ใดที่หนึ่ง การใช้ iPad Pro ร่วมกับ Cloud Service ช่วยได้มาก งานที่ทำจะเป็นงานที่เกี่ยวกับภาพนิ่งและวิดีโอ ซึ่งมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ ทำให้ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประมวลผลค่อนข้างสูง ด้วยความสามารถของ iPad Pro และระบบปฏิบัติการ iPadOS ทำให้งานหนักๆ เป็นเรื่องง่าย อาทิ การตัดต่อ Video 4K ถือว่าทำงานบน iPad Pro ได้เร็วมาก จบงานได้เร็ว สะดวกคล่องตัว และที่ดีมากๆ คือ iPadOS สามารถเชื่อมต่อกับ External Storage ได้ ทำให้การบันทึก จัดเก็บข้อมูลต่างๆ เป็นไปโดยง่าย ทำให้ตอนนี้ทำงานแบบ Mobile Workflow ได้สมบูรณ์อย่างที่ต้องการ”

 

——————————
ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข, นายแพทย์ และเชฟ
Instagram: @p.dissakul
“ถ้าพูดถึงการทำงานในแต่ละวัน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ณ ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น iPad คู่ใจที่ไม่ว่าจะไปไหนผมก็ต้องหยิบติดมือไปด้วยตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องงานอื่นๆ ที่รับผิดชอบอยู่ ผมใช้ iPad มาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะความกะทัดรัด ใช้งานง่าย เก็บข้อมูลได้เยอะ แถมเวลาจดบันทึกยังมีลูกเล่นตรงมีสีให้เลือกใช้ในการเน้นข้อความสำคัญต่างๆ และไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีผมก็ยังสามารถกลับมาเปิดดูสิ่งที่ผมจดบันทึกไว้ได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นผมยังสามารถบันทึกข้อมูลจากหนังสือที่ผมชอบได้จำนวนมากอีกด้วย”
—————————-
iPad 10 Anniversary
พิชญาภา เรืองโชติ, นักศึกษา
Instagram: @Diaryofdek61
“iPad เป็นตัวช่วยที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และสามารถนำมาใช้กับการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสามารถอ่าน file หนังสือ, อ่าน slide ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถใช้จดโน้ตได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมี application มากมายที่เป็นประโยชน์ให้เลือกใช้ เรียกได้ว่า iPad เครื่องเดียวสามารถทำสิ่งต่างๆได้ครบครัน”
—————————-
iPad 10 Anniversary
เลอค่า ณ นครพนม (ปาล์ม), คุณแม่ลูกหนึ่ง
Instagram: @motherlurka
Facebook: @Motherlurka
“ทุกครั้งที่เราใช้หน้าจอกับลูก ปาล์มกับน้องธัมดีจะเลี่ยงการใช้ Smartphone เพื่อป้องกันความเคยชินกับการหยิบโทรศัพท์มาดู เพราะจอเล็กอาจเผลอหยิบของเราหรือคนรอบตัวมาใช้ ซึ่งมันส่วนตัวมากเกินไป การที่เราเลือกใช้ iPad กับลูกมีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอที่ใหญ่ ทำให้ไม่ต้องเพ่งดูใกล้ๆ และยังสามารถดูด้วยกันได้ เป็นการเสริมสร้างความผูกพันระหว่างลูกกับเรา นอกจากนี้ลูกชอบใช้ Apple Pencil วาดภาพระบายสีในแอพต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ถือว่า iPad เป็นเทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อยของเราได้ดีเลยค่ะ”
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS ผนึก SCB และ ม.อ. ปักหมุด สร้างต้นแบบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ รายแรก!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารของผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร เอไอเอส ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยี มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อเป็นแกนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0
ดังที่ผ่านมา เอไอเอสเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบแล้วทั่วไทย โดยเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนา นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และประชาชนได้ร่วมศึกษา ทดลอง ทดสอบการใช้งาน 5G ในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี 5G ว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างไร ตลอดจน เรามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการสร้าง Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน

 

สำหรับความร่วมมือระหว่างเอไอเอส, เอสซีจี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการทดสอบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตด้วย 5G ทดลองทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 2.6 GHz ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น Use Case จริงที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต ผ่านการสาธิตการบังคับรถยกของ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกล จากกรุงเทพฯ – สระบุรี เป็นครั้งแรกของภาคอุตสาหกรรมของไทย ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจของไทยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรม 5G ยังมีองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีกหลายด้าน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 5G เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป”
ด้าน นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ผู้อำนวยการ โครงการระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรม 4.0 เอสซีจี กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า “เอสซีจี มุ่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานด้านต่างๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แพคเกจจิ้ง และเคมิคอลส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะทำงานด้าน Mechanization, Automation and Robotics (MARs) และ Industry 4.0 ขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ด้วยการนำเทคโนโลยีด้าน MARs และ Industry 4.0 มาผสมผสานกัน โดยใช้เงินลงทุนกว่า 860 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 จนออกมาเป็นโซลูชันต่างๆ อาทิ การแจ้งเตือนเครื่องจักรก่อนการซ่อมบำรุง (Smart Maintenance) การใช้หุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการด้านการตรวจวัด (Smart Laboratory) การทำระบบจ่ายปูนให้ลูกค้าแบบอัตโนมัติ (Smart Dispatching) และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนเห็นข้อมูลเดียวกันที่ถูกต้องและนำมาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

สำหรับโครงการ “การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G” ดังกล่าว เริ่มดำเนินการที่โรงงานของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก เพราะมีการเคลื่อนย้ายทั้งวัตถุดิบและสินค้าโดยใช้รถ Forklift เพื่ออำนวยความสะดวกจำนวนมาก อีกทั้งรถ Forklift ยังเป็น material mobility ที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด ก่อนจะต่อยอดไปทดลองกับเครื่องมืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งการนำเครือข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วในการตอบสนองแบบเรียลไทม์ และมีความแม่นยำในการส่งผ่านข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้นั้น จะช่วยตอบโจทย์ของเอสซีจี ทั้งการมีผลิตผลที่มากขึ้นเพราะพนักงานสามารถควบคุมรถจากที่ใดก็ได้ อีกทั้งยังสามารถฝึกอบรมการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปที่หน้างาน

ส่วนทิศทางของเอสซีจีในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้เสริมขีดความสามารถของธุรกิจในอนาคตนั้น สามารถเป็นไปได้ทั้งการเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานของเครื่องจักรบริเวณเหมืองและเตาเผาปูนซีเมนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มความเร็วในส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงานในหลากหลายพื้นที่มายังศูนย์ควบคุมส่วนกลางเพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และการเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโลจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น เช่น การเสริมประสิทธิภาพของ IoT ในบ้าน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น หรือ Smart Home รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตามแนวทาง Industry 4.0 ได้อย่างแท้จริง”

รองศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ผู้อำนวยการ โครงการ อินโนเวชั่น ฮับส์ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความพร้อมมากที่สุด เพื่อส่งมอบต่อให้กับภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้งานได้จริง ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม สำหรับงานวิจัยพัฒนานี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก Innovation hub กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนำ platform ระบบสมองกลฝังตัวขั้นสูงสำหรับยานยนต์ ผสมกับ ระบบควบคุม latency ต่ำ ผ่านทางไกลบนเครือข่าย 5G AIS นำไปใช้จริงในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมได้ในอนาคต”

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News3 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง