ติดตามพวกเรา

IT News

เสียวหมี่ ฉลอง 10 ปีแห่งความสำเร็จ สู่ความก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ‘ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเสียวหมี่’ กล่าวสุนทรพจน์ความสำเร็จในรอบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาและประกาศกลยุทธ์ในอีก  10 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ พร้อมเดินหน้าลงทุนเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตและในอุตสาหกรรมการผลิต ปูพรมสู่ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอัจฉริยะ
ทรงอิทธิพล นำวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกแห่งอนาคต

มร.เหลย จุน ประธานบริษัท ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเสียวหมี่ กล่าวว่า “ 2020 เป็นปีที่ผิดแปลกไปมาก เป็นปีที่ทั้งโลกต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่  มีสิ่งรอบตัวเกิดขึ้นมากมายทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน ซึ่งทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า”ในเวลาที่ทุกอย่างไม่แน่นอน เราควรจะทำอะไร?” สำหรับเรายังเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วย  เสียวหมี่นั้นมีอายุครบ 10 ปีในปีนี้ ตอนแรกเราวางแผนที่จะจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็ได้ถูกยกเลิกไปเนื่องจากการระบาดครั้งใหญ่ ชีวิตยังคงดำเนินต่อไปและจะต้องแต่งเติมการเฉลิมฉลองลงไปบ้าง ฉะนั้นผมจึงอยากกล่าวสุนทรพจน์เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบในปีนี้ และอยากจะกล่าวถึงภาพรวมเส้นทางของเสียวหมี่ให้ทุกคนฟัง”

ความฝันของเราเมื่อสิบปีที่แล้ว ผมได้สร้างเสียวหมี่มากับกลุ่มเพื่อน ในฐานะที่ผมเป็นคนคลั่งไคล้สมาร์ทโฟนและผู้ประกอบการเอง ผมยังไม่เชื่อเต็มร้อย ผมยังไม่เคยย่างกรายเข้าไปในธุรกิจโทรศัพท์มือถือเลยเเม้แต่น้อย ด้วยความฝันของเราาและยังคงเป็นอยู่จนทุกวันนี้ คือ “การสร้างโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลกในราคาเพียงครึ่งหนึ่งเพื่อให้ทุกคนสามารถซื้อได้” ผมเคยเสนอแนวคิดที่ “น่าเหลือเชื่อ” ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้งหลายนั้นมีความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์เป็นอย่างมาก  ทำไมเราไม่สร้างและทำการตลาดสมาร์ทโฟนด้วยแนวคิดอินเทอร์เน็ต (ใช้ช่องทางค้าปลีกออนไลน์ ใช้การตลาดแบบเดิมให้น้อยที่สุด และนำเสนอการให้บริการทางอินเทอร์เน็ต)?

 

หากเราสามารถผสานเอาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และบริการอินเทอร์เน็ตมารวมเข้าด้วยกัน ก็จะนำเราไปสู่เส้นทางเเห่งความสำเร็จ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางตลาดครั้งยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงกฎที่ท้าทาย ผมคิดทบทวนเรื่องนี้หลายครั้งและในที่สุดก็คิด “ทางลัด” ออก ในอุตสาหกรรมตอนนั้น Motorola มีธุรกิจฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุด Microsoft มีซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดและ Google ก็ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุด ดังนั้นสมมติว่าเราสามารถรวบรวมความสามารถที่ดีที่สุดจากทั้งสามบริษัทนี้ได้  ธุรกิจในรูปแบบ “triathlon หรือ ไตรกีฬา” นี้ก็จะเกิดขึ้นได้

 

เกร็ดความรู้เรื่อง MIUI anecdotes

ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์เลย ดังนั้นผมจึงเลือกซอฟต์แวร์ที่ทีมมีความเชี่ยวชาญและเริ่มต้นด้วยระบบปฏิบัติการ ไม่นานหลังจากที่ Android กลายเป็นระบบปฏิบัติการ จากนั้นเราก็กลายเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนา Android แถวหน้าในประเทศจีน ตั้งแต่นั้นมา MIUI ก็ได้กลายเป็นที่นิยมในแวดวงผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งโลกาภิวัตน์ของเสียวหมี่ที่หว่านลงไป นี่คือจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรม Mi Fan ของเรา ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีจำนวนผู้ใช้ MIUI ก็เกิน 30,000 ราย

จุดกำเนิดของตั้งราคา 1,999 หยวน

 

Mi 1 (Xiaomi Phone) ราคาเริ่มต้นที่เราวางแผนไว้คือ 1,500 หยวนต่อเครื่อง จากนั้นเราจะขายในราคาทุนที่ประมาณ 1,499 หยวน และเราคาดการณ์ว่าจะขายได้กว่า 300,000 เครื่อง แต่ในเดือนสิงหาคม 2554 ผมก็ได้รับรู้เรื่องราวน่าตกใจจากทีมว่าเราใช้งบเกิน ราคาต้นทุนเครื่องอยู่ที่ 2,000 หยวนต่อเครื่อง เกินมา 500 หยวนกว่าที่เราวางแผนไว้ หากเรายังคงตั้งราคาขายไว้ที่ 1,499 หยวน เราจะขาดทุนประมาณ 200 ล้านหยวน ฉะนั้นเราจะทำอย่างไรดีเราลองเพิ่มราคาขายปลีกเป็น 1,999 หยวนได้ไหม พวกเราไม่มีใครมีคำตอบ ด้วยราคาสมาร์ทโฟนที่ผลิตในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 700 หยวน แล้วราคาสมาร์ทโฟนเริ่มต้น 1,999 หยวนของเราจะล้มเหลวครั้งใหญ่หรือไม่เมื่อถึงงานเปิดตัวเวลา 14.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2554 ก่อนวันเปิดตัวเรากังวลมากว่าเราจะล้มเหลวและจะขายไม่ได้สักเครื่อง แต่หลังจากที่ผมประกาศราคาขายที่ 1,999 หยวน ผู้ชมก็ส่งเสียงปรบมือเป็นเวลาครึ่งนาทีด้วยความตื่นเต้น ผมรู้สึกโล่งใจในทันที “ดูเหมือนว่าเราทำได้แล้ว” หลังจากการเปิดตัวมีการสั่งซื้อล่วงหน้าทางออนไลน์กว่า 300,000 เครื่อง Xiaomi Phone รุ่นแรก (Mi 1) มียอดขายกว่า 7 ล้านเครื่อง

 

โทรศัพท์ Redmi รุ่นแรกนั้นไม่ใช่แผนของ Redmi แต่เเรก

จากนั้นเราได้รับคำขอจากหน่วยงานกำกับดูแล พวกเขาขอให้เราช่วยขับเคลื่อนซัพพลายเชนการผลิตในประเทศโดยล้อไปกับเทรนด์ของ Xiaomi Phone โดยเมื่อต้นปี 2555 เราได้วาง “โครงการ Redmi” เอาไว้ (โครงการ Hongmi ถ้าสะกดด้วยพินอินจีน) เราตั้งใจที่จะผลิตสมาร์ทโฟนสำหรับทุกคนในจีนและทำงานร่วมกับกลุ่มผูู้ผลิตรายย่อยในประเทศ ซึ่งการผลิตในประเทศยังอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น ผมยังไม่พอใจใน Redmi รุ่นเเรกเป็นอย่างมาก จึงตัดใจเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดและสูญเงินลงทุนไปกว่า 40 ล้านหยวน Redmi รุ่นแรกที่ทุกคนเห็นทุกวันนี้จริงๆ คือรุ่นที่สอง และในที่สุด วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 โทรศัพท์มือถือ Redmi ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งความนิยมของ Redmi นั้นแรงเกินกว่าที่เราคาดไว้ มันเป็นปรากฎการณ์ที่เราสามารถขายได้มากกว่า 44.6 ล้านเครื่อง

 

บ่มเพาะบริษัทอีโค่ซิสเต็มครอบคลุมมากที่สุด

ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและนักธุรกิจได้เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้จากเสียวหมี่มากมาย ซึ่งเราเองก็ยินดีที่จะเปิดเผยโมเดลธุรกิจทั้งหมดของเรา โดยหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ และผลักดันการปฏิรูปในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้มากขึ้นด้วยโมเดลธุรกิจของเรา ในปี 2557 เราได้เริ่ม “แผนอีโค่ซิสเต็ม” เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพมากขึ้น “กว่าหกปี ที่เราได้บ่มเพาะบริษัทอีโค่ซิสเต็มมากกว่า 100 แห่งและทำการตลาดผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 รายการซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานของเราเป็นอย่างมาก”

 

Mi MIX series รุ่นพรีเมี่ยมระดับเรือธง

 

เกิดขึ้นจากแนวคิดพิเศษที่พัฒนาจากวิศวกรของเราในระหว่างการหารือกันเมื่อต้นปี 2557 ว่าสมาร์ทโฟนในอนาคตจะเป็นอย่างไรและได้บทสรุปว่าเราจะผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอเต็มซึ่งไอเดียนี้ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ในเวลานั้น  พวกเขามาปรึกษาผมและผมก็ให้เริ่มโครงการนี้ทันที “มันเป็นไอเดียที่ดีมากๆ เราไม่ควรกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผลิตจำนวนมากหรือการลงทุนในเวลาและเงินของเรา เราจะต้องทำต่อไปจนกว่าเราจะนำเสนออุปกรณ์นี้ได้ในที่สุด ” โดยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 เราได้เปิด Mi MIX เมื่อเราเปิดหน้าจอขึ้นทุกคนต่างก็เกิดความประทับใจ พิพิธภัณฑ์การออกแบบที่มีชื่อเสียงของโลกสามแห่งได้เก็บโทรศัพท์ Mi MIX ไว้ในคอลเลคชันของพวกเขา

 

คุณภาพผลิตภัณฑ์ต้องมาก่อน

หากกล่าวถึงเรื่องอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพของสินค้า ถือเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเรา แต่ก็เป็นจุดอ่อนของเราเช่นกัน มันยังมีความเข้าใจผิดที่ยังฝังรากลึกในหมู่ผู้บริโภคชาวจีนว่า “อะไรถูก คือไม่ดี” สิ่งนี้ทำให้เราถูกเข้าใจผิดได้ง่ายและคู่แข่งระดับเดียวกันก็โจมตีเราด้วยข้ออ้างเรื่องนี้ด้วย เสียวหมี่จะประคองตัวในตำแหน่งนี้โดยไม่ถูกโจมตีในระยะยาวได้อย่างไรเราจะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์สุดล้ำด้วยคุณภาพระดับสากลนั่นเอง และความพยายามไม่เคยหักหลังใคร การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้เราได้รับรางวัลและคำชมมากมายทั้งในจีนและต่างประเทศ ในปี 2562 ผมได้รับรางวัลคุณภาพและเทคโนโลยีชั้นนำระดับประเทศ บทสรุปคือ นวัตกรรมเป็นตัวกำหนดว่าเราจะบินได้สูงแค่ไหนและคุณภาพจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน

 

จากหนึ่งทศวรรษสู่ความก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด: สามสิ่งที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมีดังนี้

การเข้าตลาดหลักทรัพย์ IPO: ในระยะเวลา 10 ปีของการเริ่มต้นธุรกิจนี้และเมื่อมองย้อนกลับไป มีช่วงเวลาที่น่าสนใจอยู่สามครั้ง อย่างแรกคือ IPO อย่างไม่ต้องสงสัย ในกระบวนการเสนอขายหุ้น IPO ทั้งหมดสิ่งที่ลืมไม่ได้ที่สุดคือการประกาศ 5% ก่อนการเสนอขายหุ้นของเสียวหมี่ เราได้ประกาศตัดสินใจที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ บริษัทซึ่งสัญญากับผู้ใช้ของเราว่าธุรกิจฮาร์ดแวร์ของเราจะมีอัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีโดยรวมไม่เกิน 5% หากกำไรเกิน 5% เราจะหาวิธีคืนส่วนเกินที่สูงกว่า 5% ให้กับผู้ใช้ของเรา โดยผมบอกพวกเขาว่า “บริษัทที่ดีจะสร้างรายได้และบริษัทที่ยิ่งใหญ่ชนะใจผู้ใช้งาน ถ้าคุณเห็นด้วย สิ่งที่คุณมีในพอร์ตโฟลิโอของคุณก็จะเป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยม”

เป็นเจ้าของสินทรัพย์: เสียวหมี่แคมปัส ได้เปิดใช้งานในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่เรามีที่อยู่ถาวร “หลังจากย้ายไปย้ายมาและค่อยๆสร้างตัวมาในปักกิ่งตลอดเก้าปี ในที่สุดเราก็ได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์อาคารแปดหลังครอบคลุมพื้นที่ 320,000 ตารางเมตรและใช้เงิน 5.2 พันล้านหยวนในการสร้างบ้านหลังนี้”

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “Fortune Global 500”: ในที่สุดเราก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “Fortune Global 500” อย่างเป็นทางการ โดยอยู่ในอันดับที่ 468 วันนี้เราได้รับการจัดอันดับเพิ่มอีกเป็นอันดับที่ 422 เสียวหมี่ได้รับการเปรียบเทียบกับกว่า 500 บริษัท ไม่ว่าจะเป็น Apple, Huawei และ Samsung แม้ว่าจะต้องพยายามอีกมาก แต่เสียวหมี่เพิ่งจะดำเนินธุรกิจมาเพียง 10 ปีเท่านั้น ถ้าคุณมองบริษัทจากแนวโน้มการเติบโตคุณจะพบหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำได้ดีเช่น:

  • ในการจัดอันดับบริษัทที่มีนวัตกรรม 50 อันดับแรกของโลกในปี 2563 ของ Boston Consulting Group มี บริษัท จีน 5 แห่งที่อยู่ในรายชื่อ ได้แก่ Huawei, Alibaba, Tencent, JD.com และ เสียวหมี่
  • การจัดอันดับโดย Derwent ในรายชื่อนักประดิษฐ์ระดับโลก 100 อันดับแรกในปี 2563 มีบริษัทจีนเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่อยู่ในติดอันดับ บริษัทดังกล่าวคือ Huawei เสียวหมี่ และ Tencent
  • ในปี 2563 การจัดอันดับของ BrandZ ซึ่งจัดอันดับบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุด 100 อันดับแรกของโลกนั้นได้จัดอันดับโดยมีบริษัทจีน 17 บริษัทที่ติดอันดับซึ่งเสียวหมี่อยู่ที่อันดับ 81

การจัดอันดับดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าเราทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในด้านนวัตกรรมและการสร้างแบรนด์ แน่นอนว่าเสียวหมี่อาจยังมีระยะทางที่ต้องไปให้ถึงจากสิ่งที่คาดหวังไว้ แต่ผมมั่นใจว่าอัตราการเติบโตของเราจะเกินกว่าที่เราจินตนาการไว้แน่นอน

ด้วยอายุ 10 ปี เสียวหมี่กำลังก้าวเดินสู่วัยผู้ใหญ่ เเรงบันดาลใจอันกล้าแกร่งของเราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและได้ลงทุนพัฒนาและวิจัยกว่า 1 หมื่นล้านหยวน ทำให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์อันล้ำหน้ามากมายแก่ทุกคน ซึ่งเป็น 10 ปีแห่งการเติบโตของอุตสาหกรรมมือถือ ถิอเป็นเกียรติของเราอย่างยิ่งที่ได้ก้าวไปข้างหน้าในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ ผ่่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น

  1. Mi 10 Ultra มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วย space zoom กว่า 120 เท่า เป็นที่หนึ่งของโลกในการจัดอันดับ DxO Mark  การชาร์จเร็ว 120 วัตต์ การชาร์จเร็วแบบไร้สาย 50 วัตต์

  1. Redmi K30 Ulltra สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังเลยสักนิดในราคา 1,999 หยวนเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อความฝันและช่วง 10 ปีร่วมกันกับ Mi Fans ของเรา

  1. ทีวี Mi TV 55 นิ้ว LUX รุ่นโปร่งใส ทีวีโปร่งใสรุ่นแรกของโลก มันเจ๋งมากที่เราได้เปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

กลยุทธ์ในอนาคตแห่งทศวรรษหน้า

นอกจากความสำเร็จของเราในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแล้ว เรายังมีความภาคภูมิใจในการก้าวไปสู่ทศวรรษหน้า แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและการแข่งขันรุนแรง แต่เราต้องก้าวไปด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน ด้วยสามกลยุทธ์หลัก ดังนี้ :

  1. เป็นสตาร์ทอัพอีกครั้ง: ในการพาตัวเองออกจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เราจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นเหมือนช่วงที่เราเป็นสตาร์ทอัพ ความสามารถต้องได้รับการให้ค่า ต้องสร้างแรงจูงใจและคว้าโอกาสเชิงกลยุทธ์ ความได้เปรียบทางธุรกิจ
  2. อินเทอร์เน็ต + การผลิต: เราเชื่อในพลังและวิธีการของอินเทอร์เน็ต เราจะยังคงส่งเสริมการผลิตด้วยอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้เราจะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการผลิตโดยร่วมมืออย่างจริงจังกับพันธมิตรของเราพัฒนาโรงงานผลิตระดับไฮเอนด์จำนวนมากและออกแบบสายการผลิตสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบ โดยกองทุน Xiaomi Industry Fund ได้ลงทุนในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทผู้ผลิตอัจฉริยะกว่า 70 แห่งเพื่อทำให้เราเป็น “การผลิตแห่งการผลิต” ในอนาคต
  3. วางแผนให้นานขึ้น เดินให้ไกลกว่าเดิม: เราจะประเมินทุกสิ่งในมุมมอง 10 ปีและทำสิ่งต่างๆที่มีคุณค่าในระยะยาวในระหว่างนี้เราจะใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบ

 

ท่านที่สนใจข้อมูลสุนทรพจน์ทั้งหมด สามารถเข้าชมได้ที่ลิ้งค์ https://blog.mi.com/en/2020/08/11/from-10-to-infinity/

IT News

ลิเดีย – แมทธิว แชร์ 3 เคล็ดลับในการเลือกซื้อและใช้สมาร์ทวอทช์ให้เวิร์ค พร้อมเผยแก็ดเจ็ตคู่ใจ HUAWEI Watch Fit

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการและสร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งคอแก็ดเจ็ตและสายสุขภาพ-ฟิตเนสกูรู ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดของหัวเว่ยก็ขึ้นแท่นไอเท็มเด็ดที่ต้องมี (must-have item) ทันที ด้วยความสามารถที่ครบครัน มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลักเพื่อตรวจจับวัดค่าและเก็บข้อมูลทางสุขภาพที่แม่นยำกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็นการนับก้าว (จังหวะการเคลื่อนไหว) ระยะทาง ระดับความเครียด ไปจนถึงคุณภาพในการนอนหลับ รองรับการออกกำลังกายที่หลากหลายสูงสุดถึง 96 โหมด มีโค้ชแบบเสมือนที่จะมาสอนการขยับ ออกกำลังกายแบบเอ็กซ์คลูสีฟถึง 12 คอร์ส (Animated Fitness Course) และดีไซน์หน้าจอ AMOLED ที่คมชัดระดับ HD แสดงผลเต็มตา แจ้งเตือน notification พร้อมอ่านข้อความบนหน้าจอได้ทันที ในราคาที่สัมผัสได้ 3,499 บาท เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทวอทช์สุดคุ้มสำหรับทุกคน ในราคาที่ใกล้เคียงกับแอคทีฟแบนด์ทั่วไป แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานระดับสมาร์ทวอทช์รุ่นท็อป โดยหัวเว่ยตั้งใจที่จะสนับสนุนให้ทุกคนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพและมีแอคทีฟไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น งานนี้ได้คู่รักสายแอคทีฟ ที่เป็นแฟนของแบรนด์อย่าง ลิเดีย – ศรัณรัชต์ และแมทธิว ดีน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมทริคแอนด์ทิปส์ในการใช้งาน HUAWEI Watch Fit ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลังทดลองใช้ก่อนใคร เผื่อใครที่กำลังเล็งสมาร์ทวอทช์ โดยมี 3 ข้อหลักๆ ต่อไปนี้ ไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาก่อนซื้อ

การวัดผลที่แม่นยำส่งผลต่อการดูแลสุขภาพและทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพ

ลิเดียกล่าวถึง ความแม่นยำในการเก็บและวัดผลข้อมูล ซึ่งเป็นฟังก์ชันหลักที่ผู้ใช้จะมองหาจากสมาร์ทวอทช์ “เราทั้งคู่เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว สมาร์ทวอทช์จึงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลการออกกำลังกายและวัดค่าสุขภาพต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ คนที่ออกกำลังกายจะต้องการทราบอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) เพราะว่ามีผลต่อการเผาผลาญแคลอรี่ และอย่างถ้าเราวิ่งก็ต้องการทราบระยะทาง ระยะเวลา และแคลอรี่ที่เผาผลาญ ตรงนี้ HUAWEI Watch Fit ก็จะสามารถช่วยได้ ที่เดียชอบคือผลค่อนข้างแม่นยำ อย่างเรื่องระยะทาง บางทีเราวิ่งในสวน เราทราบระยะทางอยู่แล้ว เท่าที่เช็คของหัวเว่ยคือใกล้เคียงมาก เป๊ะสุดในเรื่องของการวัดผล” ซึ่งความแม่นยำในการเก็บข้อมูลและวัดค่าต่างๆ ของสมาร์ทวอทช์ ถือเป็นคุณสมบัติหลักที่ผู้ใช้สมาร์ทวอทช์ต้องการ เพราะการเก็บข้อมูลทางสุขภาพ จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถประเมินและปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ รวมถึงการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับร่างกายได้ ดังนั้นการเก็บข้อมูลคุณภาพการนอน ระดับความเครียด ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ไปจนถึงรอบเดือน จะยิ่งช่วยให้เราเห็นวงจรสุขภาพที่ครบสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

รองรับการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน

ในฐานะเจ้าของค่ายมวยและกูรูฟิตเนส ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ แมทธิว กล่าวเสริมว่า “คนที่ชอบออกกำลังกายอย่างผม หรือแม้แต่คนที่เพิ่งเริ่มสนใจออกกำลังกาย เราต่างก็ต้องการความแปลกใหม่เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกกำลังกายในแต่ละวัน เพื่อให้การออกกำลังกายสนุกมากยิ่งขึ้น HUAWEI Watch Fit รองรับการออกกำลังกายได้สูงสุดถึง 96 โหมด 11 โหมดการออกกำลังกายปกติ และอีก 85 โหมดที่เราปรับเองได้ตามสไตล์ ช่วยกระตุ้นให้เราอยากออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น”  สมาร์ทวอทช์ที่มีประสิทธิภาพจะต้องสามารถวัดผลการออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน นอกจากนี้การมีฟีเจอร์เสริมที่ช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างโปรแกรมแนะนำการออกกำลังกายที่ถูกต้อง หรือการแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้ไม่ได้ขยับร่างกายติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้มีแอคทีฟไลฟ์สไตล์ได้

ดีไซน์อัจฉริยะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง อ่านผลการวัดค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

“หน้าจอของสมาร์ทวอทช์มีส่วนสำคัญมาก เพราะผู้ใช้ต้องอ่านค่าต่างๆ อยู่ตลอดเวลา การที่มีหน้าจอแบบ Always On จะช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องมาค่อยแตะเพื่อเปิดดูเวลา อย่างผมวิ่งอยู่ข้างนอก บางทีอยากดูเวลา HUAWEI Watch Fit ก็คือดูได้เลย เพราะว่าหน้าจอมีการปรับอัตโนมัติให้สามารถแสดงผลได้ทุกสภาพแสง” แมทธิวกล่าว หน้าจอแสดงผลของสมาร์ทวอทช์ควรถูกออกแบบให้สามารถอ่านการวัดค่าต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องในทุกสภาพแสง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงโหมด Always On ที่แสดงผลได้แม้สมาร์ทวอทช์หลับอยู่ นอกจากนี้หากสามารถจัดเรียงฟีเจอร์ต่างๆ ที่ใช้งานบ่อยไว้บนหน้าปัดได้จะยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้

ลิเดียกล่าวเสริม “เรื่องของสีสันและตัวเรือนก็มีส่วนสำคัญต่อการใช้งาน อย่างหน้าจอที่โค้งทำมุมและมีตัวเรือนบาง น้ำหนักเบาแบบ HUAWEI Watch Fit ก็สามารถใส่ออกกำลังกายได้ทุกรูปแบบจริงๆ มีหลายสีให้เลือกตามสไตล์ อย่างของลิเดียจะใช้สีชมพู Sakura Pink หรือส้ม Cantaloup Orange ก็ได้ ถ้าเป็นพี่แมทก็มีสีเขียว Mint Green และดำ Graphite Black ให้เลือก ไม่ลิมิตอยู่แค่สีใดสีหนึ่ง สายสามารถถอดเปลี่ยนได้ คุ้มค่ามากค่ะ”

นอกจาก 3 คุณสมบัติหลักที่กล่าวไปข้างต้น ทั้งเรื่องการวัดผลที่แม่นยำ ความสามารถในการรองรับการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ และดีไซน์อัจฉริยะ ฟังก์ชันและฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อื่นๆ เช่น ความสามารถในการเป็นรีโมท กดถ่ายภาพระยะไกลจากสมาร์ทวอทช์ได้ ความสามารถในการแจ้งเตือนและกดอ่านข้อความมือถือจากสมาร์ทวอทช์ได้ เก็บและเล่นเพลงได้ รวมถึงความสามาถในการช่วยค้นหาโทรศัพท์ เป็นไฟฉาย หรือตั้งปลุก เป็นต้น ล้วนช่วยให้สมาร์ทวอทช์ HUAWEI Watch Fit เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า โดย HUAWEI Watch Fit มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Graphite Black, Mint Green, Cantaloupe Orange และ Sakura Pink ราคา 3,499 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ หัวเว่ย ออนไลน์ สโตร์ และหัวเว่ยแบรนด์ช้อปทุกสาขา

อ่านต่อ...

IT News

dtac พร้อมให้บริการ “การตั้งค่าครอบครัว” (Family Setup) แล้ววันนี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ดีแทคพร้อมเปิดให้บริการ “การตั้งค่าครอบครัว” ซึ่งช่วยให้สมาชิกในครอบครัวที่เป็นเด็กและผู้สูงอายุที่ไม่มี iPhone สามารถใช้งาน Apple Watch ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาและการจัดจำหน่ายได้ที่ www.dtac.co.th

Apple เปิดตัว “การตั้งค่าครอบครัว” ในระบบปฏิบัติการ watchOS 7 นำคุณสมบัติด้านการสื่อสาร สุขภาพ การออกกำลังกาย และความปลอดภัยของ Apple Watch ไปสู่สมาชิกในครอบครัวที่เป็นเด็กและผู้สูงอายุที่ไม่มี iPhone เป็นครั้งแรกที่สามารถตั้งค่า Apple Watch ผ่าน iPhone ของผู้ปกครอง ทำให้เด็กๆ สามารถเพลิดเพลินกับเครื่องมือที่สนุกและเป็นประโยชน์ ในขณะที่ผู้ปกครองอุ่นใจได้ว่าจะสามารถติดต่อและระบุตำแหน่งของบุตรหลานได้เสมอ และรู้ว่าข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดนี้ถูกเข้ารหัสไว้อย่างปลอดภัย เด็กๆ และผู้สูงอายุในครอบครัวที่ใช้คุณสมบัติ “การตั้งค่าครอบครัว” จะมีหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้แผนบริการเซลลูลาร์แยกกัน โดย “การตั้งค่าครอบครัว” สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการ watchOS 7 และ iOS 14 และต้องใช้ Apple Watch Series 4 รุ่นเซลลูลาร์หรือรุ่นที่ใหม่กว่า หรือ Apple Watch SE ซึ่งจับคู่กับ iPhone 6s หรือรุ่นที่ใหม่กว่า

ลูกค้าดีแทคสามารถสมัครแพ็คเกจ dtac Family Watch เพื่อใช้งาน “การตั้งค่าครอบครัว” ในราคาเพียง 150 บาทต่อเดือน พร้อมโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที และใช้อินเทอร์เน็ต 4G ความเร็วสูงสุดได้ 500MB

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคา และแพ็กเกจการใช้งานดาต้า ได้ที่ www.dtac.co.th

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การตั้งค่าครอบครัว ได้ที่ www.apple.com

*คุณสมบัติบางอย่างจะไม่สามารถใช้ได้หากตั้งค่า Apple Watch ผ่าน “การตั้งค่าครอบครัว” บริการไร้สายต้องสมัครกับผู้ให้บริการ

อ่านต่อ...

IT News

OPPO เปิดตัว 125W flash charge, 65W AirVOOC wireless flash charge และ 50W mini SuperVOOC charger ในไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านการชาร์จไว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO เปิดตัว 125W flash charge65W AirVOOC wireless flash charge และ 50W mini SuperVOOC charger ผลิตภัณฑ์ชาร์จไวใหม่ ที่มาพร้อมสายชาร์จกำลังไฟสูงและเทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย รวมถึง ที่ชาร์จอันทรงพลังที่มีขนาดเล็กเป็นพิเศษ 

 

เทคโนโลยี 125W flash charge เป็นเทคโนโลยีชาร์จไวล่าสุดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ ด้วยอัลกอริธึม encryption และ อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิที่เข้มงวด ทำให้อุปกรณ์การชาร์จไวสามารถชาร์จได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ 65W AirVOOC wireless flash charge จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถชาร์จได้เร็วมากขึ้น เมื่อเทียบกับการชาร์จแบบใช้สาย นอกจากนี้ ยังเปิดตัวนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ในด้านเทคโนโลยี VOOC flash charge ของ OPPO เป็นครั้งแรกด้วย 50W mini SuperVOOC charger และ 110W mini flash charger แสดงถึงความเป็นผู้นำในด้านการย่อขนาดของที่ชาร์จพลังงานสูง เกิดเป็นที่ชาร์จที่มีความบางเบาและพกพาง่ายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

Jeff Zhang, Chief Charging Technology Scientist ของ OPPO กล่าวว่า “การเปิดตัว 5G ที่รวดเร็วทั่วโลกและการเพิ่มขึ้นของแอปพลิเคชั่นที่ใช้พลังงานสูง รวมถึงการเล่นเกมและการดูวิดีโอ แสดงถึงความท้าทายใหม่ของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือและประสบการณ์การชาร์จของผู้ใช้ โดย OPPO เป็นผู้นำในการพัฒนาระบบชาร์จไวนับตั้งแต่การเปิดตัว VOOC flash charge ปี 2557 ซึ่งในปัจจุบัน เรามุ่งมั่นในการเป็นผู้เชี่ยวชาญพร้อมสร้างความได้เปรียบในด้านเทคโนโลยีการชาร์จพลังงานสูง การชาร์จไร้สาย และการชาร์จขนาดเล็กพิเศษ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การชาร์จที่รวดเร็ว ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสะดวกสบาย”

 

125W flash charge: การชาร์จไวในยุค 5G

125W flash charge technology ของ OPPO ใช้เทคโนโลยีการชาร์จแบบกระแสตรง ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ 4,000mAh ได้ถึง 41% ใน 5 นาที และชาร์จเต็มได้ภายใน 20 นาที ภายใต้อัตราการชาร์จที่เร็วที่สุด โดยสามารถใช้งานร่วมกันกับโปรโตคอล SuperVOOC และ VOOC flash charge ได้ นอกจากนี้ยังสามารถรองรับโปรโตคอลหลัก ได้แก่ 65W PD และ 125W PPS ได้อีกด้วย โดยในปัจจุบัน 125W flash charge ถือเป็นเทคโนโลยีการชาร์จไวที่มีความล้ำสมัยที่สุดในอุตสาหกรรม

 

การพัฒนา 125W flash charge มีวิวัฒนาการมาจากการออกแบบในเชิงเทคนิคของ SuperVOOC โดย 125W flash charge ได้รับการอัพเกรดด้านฮาร์ดแวร์อย่างครอบคลุม พร้อมสามารถรองรับรูปแบบการชาร์จได้สูงสุดถึง 20V 6.25A และพัฒนาความหนาแน่นของพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลดเวลาในการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดของที่ชาร์จ นอกจากนี้ ในด้านแบตเตอรี่ มาพร้อมกับ double-6C cells ที่ก้าวข้ามทั้งอัตราพลังงานของแบตเตอรี่, โครงสร้าง multiple tab ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม, วงจรอัดประจุ และ MCU ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชาร์จ

 

นอกจากนี้ เทคโนโลยี 125W flash charge ยังพัฒนาฟีเจอร์การป้องกันความปลอดภัยในระบบ โดยการเพิ่มเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเพิ่มเติม 10 ตัว มาช่วยตรวจสอบสถานะการชาร์จและรับประกันความปลอดภัยให้ได้มากที่สุดในระหว่างการชาร์จ นอกจากนี้ ในแพลตฟอร์มยังใช้สายชนวนในการป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินขนาด, ใช้สายแบบ Type-C และ ใช้อัลกอริธึม encryption 128-bit ที่แข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการชาร์จอีกด้วย

 

65W AirVOOC wireless flash charge: ผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย

สำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการความยุ่งยากและความไม่สะดวกสบายในการชาร์จแบบมีสาย พร้อมต้องการอุปกรณ์ชาร์จที่สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วที่สุด 65W AirVOOC wireless flash charge เทคโนโลยีการชาร์จไวแบบไร้สายที่เป็นผู้นำในตลาด คือคำตอบของปัญหานี้ ซึ่งให้เทคโนโลยีวงจรอัดประจุแบบแยกที่พัฒนาขึ้นเองและการออกแบบขดลวดคู่ขนานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จแบบไร้สาย

65W AirVOOC wireless flash charge สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh ได้เต็มในเวลา 30 นาที ด้วยอัตราการชาร์จที่เร็วที่สุด พร้อมลดการรบกวนของคลื่นความถี่และสามารถใช้การชาร์จไร้สายได้ในวงกว้าง โดยเทคโนโลยีนี้ยังมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยถึง 5 เท่า นอกเหนือจากฟังก์ชันการตรวจจับความผิดปกติ นอกจากนี้ ยังซึ่งได้รับการรองรับมาตรฐานจาก QI พร้อมมอบประสบการณ์การชาร์จแบบไร้สายที่รวดเร็วให้กับผู้ใช้

 

นอกจากนี้ สำหรับการออกแบบอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย 65W AirVOOC wireless flash charge ของ OPPO ออกแบบในรูปแบบกระจกพร้อมการสร้างรูปทรงอย่างสวยงาม ด้วยเทคโนโลยีสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็วโดยไม่ใช้แม่พิมพ์ ที่ถือเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีประเภทนี้ครั้งแรกในตลาดอิเล็กทรอนิกส์

ในส่วนด้านล่างของที่ชาร์จจะมีตัวทำความเย็นแบบเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อปรับความร้อนที่เข้า-ออก ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนจะไม่ร้อนหลังจากชาร์จ ซึ่งอุณหภูมิด้านหลังของสมาร์ทโฟนจะรักษาให้ต่ำกว่า 2 ℃ จากอุณหภูมิปกติ ด้วยการใช้พัดลมเพื่อกระจายความร้อน โดยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ทำให้การชาร์จสมาร์ทโฟนมีความสะดวกยิ่งขึ้นและมีพลังงานในการชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น

ด้วยฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ ทำให้ 65W AirVOOC wireless flash charge สามารถมอบประสบการณ์การชาร์จที่ไม่เหมือนใครและไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งอาจกลายเป็นตัวเลือกอุปกรณ์ชาร์จอันดับแรกของผู้ใช้ในยุค 5G ได้อีกด้วย

ซีรีส์อุปกรณ์ชาร์จพลังงานสูงขนาดเล็กพิเศษ: ขนาดเล็ก และ พกพาง่าย

 

นอกจากนี้ OPPO ยังได้เปิดตัว 50W mini SuperVOOC charger ที่ชาร์จที่มีขนาดเล็กและบางที่สุดในโลก และ 110W mini flash charger ที่มีการออกแบบแบบสองชั้นอันเป็นเอกลักษณ์

50W mini SuperVOOC charger ของ OPPO ได้รับการพัฒนาผ่านการประมวลผล multi-radian ให้มีขนาดใกล้เคียงกับที่ใส่นามบัตร โดยมีความหนาเพียง 1.05 ซม. จากการออกแบบนี้ ผู้ใช้สามารถใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อเชิ๊ตหรือกระเป๋าเสื้อโค้ทได้อย่างง่ายดาย ทำให้สะดวกในการเดินทางระยะไกลหรือการท่องเที่ยว โดย 50W mini SuperVOOC charger ทำงานร่วมกับ VOOC protocols พร้อมรองรับโปรโตคอลกระแสหลักเช่น 27W PD และ 50W PPS อีกทั้ง ยังสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้หลากหลายรวมถึงโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อปอีกด้วย

 

วิศวกรของ OPPO ได้ปฏิรูปวงการการออกแบบที่ชาร์จ ด้วย 50W mini SuperVOOC charger ด้วยการลดขนาดของส่วนประกอบที่ใช้พื้นที่มากที่สุด โดยใช้การออกแบบ topological แบบใหม่ ให้การแปลงพลังงานมีประสิทธิภาพสูง โดยการถอดตัวเก็บประจุไฟฟ้าแบบเดิมออกรวมทั้งแนะนำการชาร์จแบบพัลส์ พร้อมใช้ไดโอดหนีบพลังงานสูงเกรดการบิน เทคโนโลยีแหล่งจ่ายไฟกระแสสลับความถี่สูงและ GaN เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม โดยประสบความสำเร็จในการลดขนาดของพลังงานสูงระดับสูง

 

การสร้าง 50W mini SuperVOOC charger และ 110W mini flash charger ของ OPPO ได้ท้าทายขีดจำกัดของขนาดและประสิทธิภาพสำหรับอะแดปเตอร์พลังงานสูง นอกเหนือจากการใช้การออกแบบแบบสองชั้น เพื่อให้เกิดการแปลงพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงและการควบคุมอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้แล้ว 110W mini flash charger ยังสร้างขึ้นจากการผสมผสานระหว่างลามิเนตและโครงสร้างที่มีขนาดกะทัดรัด โดยปรับขนาดให้เหลือเพียง 35.76 ซม. ซึ่งใกล้เคียงกับขนาดของที่ 18W charger

ในยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ซีรีส์อุปกรณ์ชาร์จของ OPPO ที่มีขนาดเล็กเป็นพิเศษนี้ สามารถชาร์จได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมการใช้งานในชีวิตจริงด้วยความสามารถชาร์จได้ในเวลาสั้นๆ (Charge-and-go) และชาร์จได้หลายเครื่องโดยใช้อุปกรณ์การชาร์จเพียงเครื่องเดียว

 

ในเดือน มิถุนายน 2563 OPPO ได้ยื่นขอสิทธิบัตรทั่วโลกมากกว่า 2,800 ฉบับ สำหรับ flash charging โดยสมาร์ทโฟนกว่า 30 รุ่นของ OPPO มีเทคโนโลยี VOOC flash charge มอบประสบการณ์การชาร์จที่รวดเร็วเป็นพิเศษให้กับผู้ใช้แล้วกว่า 157 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ ด้วยความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในด้านการชาร์จไวของสมาร์ทโฟนในยุคการเชื่อมต่ออัจฉริยะนี้ OPPO จึงมุงมั่นที่จะพัฒนาและอัปเกรดรูปแบบ VOOC flash charge อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำในวงการอุตสหกรรมที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G บางสุดในโลก ดีไซน์โดดเด่น กล้องหน้าคมชัด 44MP โฟกัสไม่มีหลุด พร้อมฟีเจอร์แบบจัดเต็ม

รีวิว Vivo V20 Pro 5...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo X50 Pro 5G กล้องหลังจัดเต็ม ระบบกันสั่น Gimbal รุ่นแรกของโลก, ฟีเจอร์ครบ พร้อมหน้าจอโค้ง Ultra O Screen และชิปตัวแรง Snapdragon 765G

Vivo X50 Pro 5G สมาร...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y20 สมาร์ตโฟนกล้อง AI Triple Macro Camera สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง และแบตอึด 5000mAh

Vivo Y20 สมาร์ตโฟนน้...

ais ultimate surprizes 5 point in august 2020 ais ultimate surprizes 5 point in august 2020
Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

5 พอยท์ ลุ้นโชค GADGETS สุดคูล ลูกค้า AIS Serenade ลุ้นรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

กลับมาพบกันอีกครั้งก...

realme Fan Fest 2020 realme Fan Fest 2020
Android News4 สัปดาห์ ที่แล้ว

ส่องโปร realme ราคาพิเศษ และ realme Fan Fest จาก Lazada ทั้งลดทั้งแถม! 28 ส.ค. 63 วันเดียวเท่านั้น!

realme ขนทัพสมาร์ทโฟ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์3 นาที ที่แล้ว

POCO X3 NFC แชมป์แห่งสมาร์ทโฟนระดับกลาง หน้าจอ แบตเตอรี่และประสิทธิภาพระดับแนวหน้าจากแบรนด์อันเป็นที่รัก

  POCO แบรนด์สม...

ข่าวประชาสัมพันธ์13 นาที ที่แล้ว

OnePlus เตรียมเปิดตัว OnePlus 8T พร้อมมอบประสบการณ์ความเร็วแรง ลื่นไหล ระดับ Ultra สำหรับ Global Launching ในวันที่ 14 ต.ค นี้

เป็นที่ยืนยันแล้วว่า...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Royole Flexpai 2 สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ ขุมพลัง Snapdragon 865, จอใหญ่ 7.8 นิ้ว ในราคาราว 46,000 บาท

Royole Flexpai 2 สมา...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว POCO X3 สเปคคล้าย X3 NFC มาพร้อมชิป Snapdragon 732G, จอ 120Hz พร้อมแบต 6000mAh

หลังจากที่ POCO เปิด...

Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว LG K42 และ K71 สมาร์ทโฟน 2 รุ่นเล็กและกลาง มาพร้อมชิป Helio

LG เปิดตัวสมาร์ทโฟน ...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง