Connect with us

Featured

MediaTek Dimensity 800U ชิปเซ็ตเร็วแรง ไม่แพ้ Snapdragon 765G

Published

on

MediaTek Dimensity 800U vs Snapdragon 765G

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นมาพร้อมกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่ MediaTek Dimensity 800U และล่าสุด Dimensity 1000+ ที่มีความเร็วแรงไม่แพ้ชิปเซ็ต Snapdragon จาก Qualcomm

MediaTek Dimensity 800U vs Snapdragon 765G AnTuTu

มาทำความรู้จัก Dimensity 800U  ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รองรับ 5G และมีขนาดเล็กเพียง 7 นาโนเมตร เน้นประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดพลังงาน โดย CPU เป็นแบบ Octa-core แบ่งเป็น ARM Cortex-A76 จำนวน 2 คอร์ และ Cortex-A55 อีก 6 คอร์ มาพร้อม GPU Mali-G57 และรองรับหน้าจอ Refresh Rate 120Hz ด้วย

สำหรับชิปเซ็ต Dimensity 800U จะอยู่ในระดับเดียวกันกับ Snapdragon 765G ที่มี CPU Octa-core และขนาด 7 นาโนเมตรเช่นเดียวกัน

MediaTek vs Snapdragon

จาการทดสอบใช้งานจริงในรุ่น realme 7 5G ที่ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 800U ผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำ RAM และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือ GPU ทำคะแนนรวมได้ 344,760 คะแนน ถือว่าทำคะแนนได้ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน

realme x50 5g

สำหรับชิปเซ็ต Snapdragon 765G ในรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตตัวนี้ก็อย่างเช่น realme X50 5G จากการทดสอบใช้งานจริงก็สามารถทำคะแนน AnTuTu ได้ 318,540 คะแนน ซึ่งคะแนนในระดับนี้ถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง แต่จะเห็นว่าคะแนนรวมนั้นห่างจาก Dimensity 800U อยู่หลายหมื่นคะแนน

MediaTek Dimensity 800U vs Snapdragon 765G

ต้องบอกว่าชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก MediaTek ในปัจจุบันไม่ได้ด้อยกว่าแล้วเมื่อเทียบกับ Snapdragon จาก Qualcomm ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการผลิตระดับนาโนเมตรเดียวกัน สถาปัตยกรรมที่รองรับ 64-bit เช่นเดียวกัน รวมไปถึงรองรับ 5G และประสิทธิภาพที่ไม่ต่างกันเลย หรืออาจเหนือกว่าด้วยซ้ำอย่างในรุ่น Dimensity 800U กับ Snapdragon 765G

Dimensity 1000+

ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะล่าสุด MediaTek ได้ประกาศเปิดชิปเซ็ตระดับเรือธงรุ่นใหม่ Dimensity 1000+ เป็นชิปเซ็ตที่รองรับ 5G ในตัวและสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ซิมแบบ Dual 5G SIM ทั้งยังมีเทคโนโลยี 5G UltraSave ปรับการทำงานให้เหมาะสมเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ด้วย

Dimensity 1000+

Dimensity 1000+ เป็นชิปเซ็ตระดับเดียวกันกับ Snapdragon 865 จาก Qualcomm ซึ่งผลการทดสอบของ Dimensity 1000+ จาก AnTuTu ทำได้สูงกว่า 500,000 คะแนน

realme x7 pro

สำหรับรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตตัวนี้อย่าง  realme X7 Pro 5G ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วในประเทศจีน ก็รอลุ้นกันว่าสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมชิปเซ็ตเร็วแรงระดับเรือธงรุ่นนี้จะเข้าไทยเมื่อไหร่ หากมีความคืบหน้า ทางทีมงานจะรีบมาอัปเดทให้ทราบต่อไปครับ

Android News

Samsung Galaxy S21 Series 5G สั่งซื้อล่วงหน้าที่ AIS ลดสูงสุด 22,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง

Published

on

Samsung Galaxy S21 Series 5G สุดยอดกล้องสมาร์ทโฟนสำหรับสายทำคอนเทนต์ เปิดสั่งซื้อล่วงหน้าแล้วที่ AIS รับส่วนลดสูงสุด 22,000 บาท และผ่อน 0% นานสูงสุด 40 เดือน พร้อมรับสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS

Samsung Galaxy S21 Series 5G ทุกรุ่นรองรับ AIS 5G เครือข่ายอันดับ 1 มีคลื่นครบทุกย่านความถี่ ทั้งย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง และครอบคลุมมากที่สุดในไทย มั่นใจได้เลยว่าจะใช้งานเน็ตที่เร็วแรงระดับกิกะบิต ได้เต็มที่ ไม่มีสะดุดอย่างแน่นอน

กล้องถ่ายรูปของ Galaxy S21 Ultra 5G มาพร้อมเซ็นเซอร์กล้องขนาดใหญ่ที่สุด ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมบันทึกไฟล์ Raw 12-bits มาตรฐาน D.S.L.R สามารถนำภาพถ่ายไปปรับแต่งภายหลังได้เต็มประสิทธิภาพ คมชัดทุกรายละเอียด และกล้อง Telephoto Periscope 10 ล้านพิกเซล ซูมได้ไกลสุดถึง 10 เท่า

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS

ด้านการถ่ายวิดีโอก็มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ มุมมองผู้กำกับ (Director’s View) เป็นการถ่ายวิดีโอแล้วเลือกระยะกล้อง เปลี่ยนมุมมองได้ 3 ระยะในขณะถ่ายวิดีโอได้เลย ต้องบอกว่าได้ลองแล้วคือประทับใจมาก เหมือนเป็นการตัดภาพจากกล้อง 1, 2, 3 ได้ทันที ส่วนการถ่ายวิดีโออื่นๆ ก็รองรับ 4K@60fps และสูงสุด 8K ได้

Samsung Galaxy S21 Director View (1)

Samsung Galaxy S21 Series 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผลชนิด Dynamic AMOLED 2x รองรับ Refresh Rate 120Hz ปรับค่าอัตโนมัติจาก 10-120 Hz ให้เหมาะกับคอนเทนต์ เพื่อช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วย อีกทั้งยังเป็นหน้าจอแสดงผลที่แม่นยำที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน อัตราส่วนคอนทราสต์ 3,000,000:1 หรือพูดง่ายๆ ก็คือมีขอบเขตสีกว้างถึง 3 ล้านเฉดสี

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS

ได้เห็นฟีเจอร์เด่นกันไปแล้วก็มั่นใจได้เลยว่า Samsung Galaxy S21 Series 5G เมื่อนำมาใช้บนเครือข่าย AIS 5G ก็จะทำให้การใช้งานนั้นเต็มประสิทธิภาพแน่นอน และพิเศษสุดๆ สั่งซื้อล่วงหน้า Galaxy S21 Series 5G ที่เอไอเอส ไม่ว่าคุณจะจอง Galaxy S21 Series 5G รุ่นไหน ก็มีสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง!!!

ลูกค้าเอไอเอส ที่จอง Galaxy S21 Series 5G ในระหว่างวันที่ 15 ม.ค. 64 – 28 ม.ค. 64 ร่วมกิจกรรมง่ายๆ ที่หน้าเพจ AIS Facebook ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. 64 เวลา 13.00 น. ถึง 28 ม.ค. 64 เวลา 17.00 น. รีบเลย ของรางวัลมีจำนวนจำกัด

กิจกรรมดีๆ แบบนี้พลาดไม่ได้ พิเศษสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น จะจองสุดยอดสมาร์ทโฟน Galaxy S21 Series 5G ก็ต้องบนเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดที่ AIS เท่านั้น

มาต่อกันที่โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงที่ AIS เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 22,000 บาท พร้อมรับ AIS 5G Service และ AIS PLAY VR มูลค่า 950 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจที่กำหนด และผ่อน 0% นานสูงสุด 40 เดือน

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS
  • พิเศษ ลูกค้า Serenade ใช้ AIS Points 1,000 คะแนน รับส่วนลดเพิ่ม 2,000 บาท
  • รับเอกสิทธิ์พิเศษ Galaxy Butler X รวมมูลค่าสูงสุด 5,300 บาท ซึ่งเป็นบริการที่ให้ลูกค้าได้รับส่วนลดค่าซ่อม 50% มูลค่าสูงสุด 5,000 บาท พร้อมรับบริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมถึงบ้านฟรี มูลค่า 300 บาท
  • ลูกค้าย้ายค่าย รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท
  • รับสิทธิ์ Serenade ทันที พร้อมรับความพิเศษเหนือระดับ และสิทธิพิเศษมากมาย เมื่อสมัครแพ็กเกจ 5G Hot Deal Max Speed โดยเมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,999 รับสิทธิ์ Serenade Platinum และเมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,199 – 1,699 บาท รับสิทธิ์ Serenade Gold และเมื่อสมัครแพ็กเกจ 899 บาท รับสิทธิ์ Serenade Emerald
  • รับฟรี Traveler Adapter มูลค่า 490 บาท

ลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงหน้าที่เอไอเอส สามารถเลือกรับเครื่องได้ทั้งที่บ้าน สะดวก สบาย ไม่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน หรือเลือกรับ AIS Shop ใกล้บ้านก็ได้ คลิกเลย https://www.ais.co.th/SamsungS21

Continue Reading

Featured

5G เทคโนโลยีช่วยพัฒนา AIoT ให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

Published

on

5G เทคโนโลยีที่มีความสามารถในการรองรับข้อมูลและความรวดเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล จะเข้ามาเป็นฐานรากและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุปกรณ์ AIoT ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ

5G and AIoT

หากยังจำกันได้ในการเปลี่ยนผ่านยุค 2G มาเป็น 3G และ 4G ทำให้การสื่อสารด้วยเสียงกลายเป็นมาเป็นการสื่อสารด้วยภาพ เสียง และวิดีโอ รวมไปถึงการสื่อสารแบบโต้ตอบหลากหลายรูปแบบ และปัจจุบันประเทศไทยได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อไร้สายมาจนถึงยุค 5G แล้ว ที่มีความเร็วระดับกิกะบิต ความหน่วงต่ำ และรองรับเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ไม่เพียงแค่สมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่หมายถึงอุปกรณ์ต่างๆ ประสานเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์สู่โลกอินเตอร์เน็ตหรือ IoT

5G and AIoT

สำหรับ AIoT เป็นการนำเทคโนโลยีกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้และสามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI บน Cloud และซิงก์กับชีวิตประจำวันของเราหรือพูดง่ายๆ คืออุปกรณ์ IoT ที่ฉลาดและคุยกันเองได้นั่นเอง ซึ่งเทคโนโลยี 5G ที่เรากำลังพูดถึงนี้เองจะเป็นตัวที่ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทำได้แบบไร้รอยต่อและรองรับอุปกรณ์จำนวนมาก

ปัจจุบันเราจะเห็นหลายบริษัทให้ความสำคัญและเร่งพัฒนาอุปกรณ์ AIoT กันเป็นจำนวนมาก แม้แต่แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่มาแรงอย่าง realme ก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำงานตลาดสมาร์ทโฟนเพียงเดียว โดยได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม AIoT ได้แก่ Smart Earphone, Smart Watch, Smart TV และแผนการเปิดตัว Smart Speaker ในเร็วๆ นี้

realme Smart Cam 360° หรือกล้องวงจรปิดที่ให้ความปลอดภัยครบตลอด 24 ชั่วโมง มองเห็นทุกด้านแบบ 360 องศา วางติดตั้งได้ทุกที่ในบ้าน และมีลำโพงในตัวด้วย โดยตัวกล้องสามารถบันทึกสิ่งต่างๆ ที่ความละเอียดถึงระดับ Full HD 1080p ภาพมีความคมชัดทั้งในที่สว่างหรือแสงน้อยครับ แถมยังบันทึกภาพได้ยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

realme Smart Cam 360°

สำหรับการเชื่อมต่อก็สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟน realme ด้วยแอปพลิเคชั่น realme Link เมื่อเชื่อมต่อแล้วเราก็สามารถชมการบันทึกผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที รวมถึงการบันทึกวิดีโอที่เกิดขึ้นได้ผ่านสมาร์ทโฟนและเก็บไว้ในแกลเลอรี่แบบเรียลไทม์เลยด้วย รวมไปถึงการควบคุมทิศทางกล้อง จะเห็นการดูภาพวิดีโอหรือการควบคุมกล้องจากสมาร์ทโฟนนั้นต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการเชื่อมต่อเพื่อทำให้อุปกรณ์ประสานทำงานร่วมกันได้

realme Watch S นาฬิกาอัจฉริยะที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัส 1.3 นิ้ว ปรับความสว่างอัตโนมัติ วัดอัตราการเต้นของหัวใจและวัดระดับออกซิเจนในเลือด แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน 15 วัน เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน realme และดูสถานะ ข้อมูลต่างๆ ด้วยแอปแพลิเคชั่น realme Link สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อมีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงหรือต่ำเกินไปได้ผ่านแอปได้

realme Watch S

realme Buds Air Pro เป็นอุปกรณ์ AIoT รุ่นล่าสุดในกลุ่ม Smart Earphone มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนประสิทธิภาพสูง 35dB มีความหน่วงต่ำ และใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 25 ชั่วโมง รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วยแอป realme Link การเชื่อมต่อก็ง่ายมากเพียงแค่เปิดเคสก็จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ล่าสุดทันทีเพราะรองรับ Google Fast Pair

สุดท้ายกับอุปกรณ์ AIoT จาก realme คือเครื่องชั่งน้ำหนัก realme Smart Scale ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องชั่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังตรวจวัดสุขภาพของเราได้อีกด้วย ได้แก่ น้ำหนัก, สัดส่วนไขมัน, รูปร่าง, BMI, อัตราความชื้น, สัดส่วนกล้ามเนื้อ, ระดับไขมันในช่องท้อง, กล้ามเนื้อลาย, ความหนาแน่นมวลกระดูก, โปรตีน, มวลไขมัน, มวลกล้ามเนื้อ, อายุร่างกาย, อัตราการเผาผลาญ, น้ำหนักร่างกายไม่รวมไขมัน และการวัดอัตราการเต้นหัวใจได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย

realme Smart Scale

จะเห็นว่าอุปกรณ์ AIoT จะต้องมีการเชื่อมต่อและสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะมีการพัฒนาให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามการเติบโตของอุปกรณ์ AIoT ที่มีมากขึ้นตามเทคโนโลยี 5G ที่รองรับอุปกรณ์ได้จำนวนมากและมีความหน่วงต่ำในการรับ-ส่งข้อมูล

แม้ว่าเทคโนโลยีจะไม่เข้ามาแทนที่ 4G ทั้งหมด แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สูงของ 5G ไม่ว่าจะเป็นความเร็วที่เพิ่มขึ้น ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ AIoT และ เครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบ Ecosystem เกิดการทำงานกันอย่างสมบูรณ์แบบต่อจากนี้อย่างแน่นอน

รายละเอียดเพิ่มเติม  www.realme.com/th/

Continue Reading

Android News

Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G ที่สุดของความแรง พร้อมสเปคระดับเกมมิ่ง กล้องสวย กับราคาสุดพิเศษ เพียง 12,999 บาท

Published

on

ในยุคนี้เมื่อพูดถึงสมาร์ทโฟน ต่างก็ต้องมีเทคโนโลยีที่ให้ความเร็วที่ดีและเร็วที่สุดอย่าง 5G แน่นอน ซึ่ง Vivo V20 Pro 5G ก็เป็นหนึ่งในรุ่นที่ยังคงน่าสนใจอยู่ในปี 2021 นี้ครับ โดยเฉพาะการรองรับเทคโนโลยี 5G เพื่อการใช้งานที่ไหลลื่น และสเปคที่จัดเต็ม รวมถึงกล้องที่ถ่ายคมชัดในทุกฟังก์ชัน แถมยังมาในราคาที่เอื้อมถึงได้สบายๆ

เราต้องบอกแบบนี้ครับว่า 5G เริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยเฉพาะประโยชน์จากการใช้งานทั่วไปที่ต้องการความเร็วของการดาวน์โหลดและอัปโหลด ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมภาพยนตร์, เพลง หรือจากแอปพลิเคชั่นโซเชียลต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการสะดุดหรือค้างจากความเร็วที่ช้าครับ

ยกตัวอย่างจากการใช้ Vivo V20 Pro 5G ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นหรือเกมที่อาจมีขนาดไฟล์ใหญ่ระดับกิกะไบต์ (GB) หากเราใช้ 4G อยู่ก็อาจใช้เวลาหลายนาทีเพื่อรอติดตั้ง แต่ถ้าเป็น 5G เราจะใช้เวลาน้อยลงเหลือเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เพราะ 5G มีความเร็วในการดาวน์โหลดมากกว่า 4G หลาย 10 เท่า

ทั้งนี้ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดๆ อีกอย่างคือช่วงของการเล่นเกมที่เทคโนโลยี 5G เข้ามาส่วนสำคัญเพื่อให้การเล่นเกมนั้นไหลลื่นมากขึ้น พร้อมเกิดค่าความหน่วงหรือค่า Latency น้อยลงกว่าการใช้ 4G มากๆ เช่น เมื่อเรากดยิงในเกมแนว FPS การรับ-ส่งข้อมูลไปยังเซิฟเวอร์ก็ทำได้เร็วขึ้น ทำให้การดีเลย์นั้นลดลง เป็นต้น

และนี่คือประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G อย่างไรก็ตาม เราจะเล่นเกมหรือใช้งานได้ไม่ลื่นจริงๆ หากสเปคไม่แรง ซึ่งใน Vivo V20 Pro 5G ก็ให้เรามาครบจบในเครื่องเดียวจริงๆ ตั้งแต่การขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 765G ที่เป็นเรือธงในฝั่งของชิพระดับกลาง พร้อมด้วย RAM 8GB ช่วยให้ทำงานของระบบไหลลื่นและการสลับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ก็ทำได้แบบไร้รอยต่อ รวมถึง ROM ที่ให้มาถึง 128GB ทำให้เก็บไฟล์ภาพและแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้เยอะเลยทีเดียว

ในส่วนของเรื่องกล้อง Vivo V20 Pro 5G ก็จัดเต็มเช่นกัน ตั้งแต่กล้องหน้าที่ให้มาถึง 2 เลนส์ แบ่งเป็นเลนส์หลักคมชัดสูงสุดถึง 44 ล้านพิกเซลที่ให้ความคมชัดสูงและปรับความสวยงามบนใบหน้าได้หลากหลายมาก รวมถึงเลนส์ Super Wide-Angle มุมกว้าง 105 องศา ช่วยให้เซลฟี่ได้มุมมองครบทุกองค์ประกอบ อยากถ่ายบรรยากาศแบบไหนก็เก็บได้เต็มๆ

เลนส์หลัก

เลนส์ Super Wide-Angle

ขณะที่กล้องหลังก็จัดให้ครบทุกฟังก์ชันทั้งความคมชัดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล + เลนส์ Super Wide-Angle มุมกกว้างถึง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Mono ซึ่งแต่ละเลนส์ก็ให้ความสามารถต่างกันออกไป แต่มีความสวยงามของภาพทั้งหมดครับ

เลนส์หลัก 64 MP

เลนส์ Super Wide-Angle

Super Night Mode

การถ่ายวิดีโอใน Vivo V20 Pro 5G ยังรองรับความละเอียดสูงสุดในกล้องหน้าถึง 4K แถมยังมีฟีเจอร์ Steadiface Selfie Video ที่ทำให้ใบหน้าชัดเจน ไม่เบลอขณะเคลื่อนไหว และ Dual view video สามารถถ่ายวิดีโอกล้องหลังพร้อมกับกล้องหน้าได้ด้วย

เมื่อเน้นการถ่ายภาพและรองรับ 5G ขนาดนี้ Vivo V20 Pro 5G ก็ยังให้แบตเตอรี่มาแบบอึดๆ ที่ 4000mAh ทำให้การใช้งานทั่วไปอย่างเล่นโซเชียลหรือดูวิดีโอก็ใช้งานได้ตลอดวัน ทั้งยังรองรับเทคโนโลยี 33W Vivo FlashCharge 2.0 ที่ใช้เวลาในการชาร์จเพียงไม่นานอีกด้วย

สำหรับสเปคภายในที่ว่าจัดเต็มแล้ว ดีไซน์ภายนอกก็ยังคงสวยงามน่าใช้งานด้วยความบางเพียง 7.39 มม. เท่านั้น ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G ที่บางที่สุดในโลกอีกด้วย ที่สำคัญเฉดสี Sunset Melody ก็ยังให้ความสดใสและน่าค้นหาไปในตัว ทั้งยังมีการเล่นแสงและสีในมุมมองต่างๆ อีกด้วย

เรียกได้ว่า Vivo V20 Pro 5G นั้นครบเครื่องในยุคสมาร์ตโฟน 5G จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความแรงของ 5G, สเปคภายใน, กล้องแบบจัดเต็ม และดีไซน์สวยงาม ซึ่งทั้งหมดนี้มาในราคาสุดพิเศษเพียง 12,999 บาทเท่านั้น

Continue Reading

กำลังฮอต

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS
Android News8 ชั่วโมง ago

Samsung Galaxy S21 Series 5G สั่งซื้อล่วงหน้าที่ AIS ลดสูงสุด 22,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง

Samsung Galaxy S21 S...

Featured1 วัน ago

5G เทคโนโลยีช่วยพัฒนา AIoT ให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

5G เทคโนโลยีที่มีควา...

Android News1 วัน ago

Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G ที่สุดของความแรง พร้อมสเปคระดับเกมมิ่ง กล้องสวย กับราคาสุดพิเศษ เพียง 12,999 บาท

ในยุคนี้เมื่อพูดถึงส...

reasons to get 5G smartphone reasons to get 5G smartphone
Android News3 วัน ago

จะดีกว่าไหม ถ้าสมาร์ทโฟนรองรับ 5G และมีทุกระดับราคาที่ทุกคนจับต้องได้

ทำไมต้องมีสมาร์ทโฟน ...

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales 1 realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales 1
Android News5 วัน ago

เส้นทางความสำเร็จ realme 2020 ยอดขาย 50 ล้านเครื่อง โตเร็วสุดในโลก และจับตามองก้าวกระโดดในปี 2021

เส้นทางความสำเร็จ re...

Advertisement

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง