ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Vivo Y11 น้องเล็กแบตสุดอึด 5000mAh เล่นได้ทั้งวันไม่มีหมด พร้อมจอใหญ่ 6.35 นิ้ว พร้อมกล้องหลังคู่ฟีเจอร์ครบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Vivo Y11 สมาร์ตโฟนตระกูลน้องเล็กรุ่นใหม่จาก Vivo ที่สเปคเหมือนจะเบาแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน เพราะมีแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh, ดูได้เต็มตาด้วยหน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว และกล้องหลังคู่ที่ฟีเจอร์มากพอสมควรเลย

 

สรุปสเปค Vivo Y11

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 190.5 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลทรง Halo FullView Display ชนิด LCD ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1544 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 439 Octa Core ความเร็ว 1.95 GHz
  • RAM 3GB
  • ROM 32GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 2 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช Dual LED แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.1
  • ระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G, Bluetooth 4.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่อง Vivo Y11 มาพร้อมกับตัวกล่องสีขาวตามปกติ พร้อมด้วยชื่อรุ่น, รูป และความจุ โดยด้านหลังก็จะมีสเปคตัวเครื่องบอกแบบคร่าวๆ

เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ด้านในแบบครบครัน ได้แก่

  • ตัวเครื่อง Vivo Y11 พร้อมติดฟิล์มกันรอยให้เรียบร้อย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Vivo Y11 แม้จะเป็นตระกูลน้องเล็ก แต่ก็ไม่ทิ้งความสวยงามอย่างสีที่เราได้มา คือ สีน้ำเงินที่ดูเยือกเย็นในนาม Mineral Blue ที่มีการเล่นเฉดสีกับแสงสะท้อนได้อย่างสวยงาม มีการเล่นเฉดสีฟ้าอ่อนไปจรดเป็นสีดำเบาๆ ไม่ฉูดฉาดแต่ก็ดูคลาสสิกไปในตัวเช่นกัน

 

ตัวเครื่องของ Vivo Y11 ด้านหลังจะมีความแบนราบ ไม่มีกระจกโค้ง แต่ที่รอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้านจะมีความโค้งรองรับกับถือเวลาจับหรือถือครับ ส่วนขนาดรอบตัวเครื่องจะอยู่ที่ 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 190.5 กรัม ทำให้ใส่กระเป๋ากางเกงได้สบายเลย

 

ด้านหน้าจอแสดงผลมาแบบทรงหยดน้ำ Halo FullView Display ชนิด LCD ขนาด 6.35 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD+ (1544 x 720 พิกเซล) ทำให้เราสามารถรับชมสิ่งต่างๆ ทั้งวิดีโอ, เกม หรือภาพยนตร์ได้ในระดับที่ดีเลยครับ

 

มาดูรอบเครื่องกันบ้าง เริ่มกันที่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับสนทนา พร้อมหน้าจอหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเข้าไป

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง และ MicroSD Card รวมเป็น 3 ช่อง

 

ฝั่งขวาจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ที่ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต MicroUSB 2.0 และลำโพงตัวที่ 1

 

และที่ด้านหลังจะมีกล้องคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล ที่มุมซ้ายบน ถัดลงมาจะมีแฟลช LED 2 ดวง พร้อมสัญลักษณ์ AI Dual Camera และที่ตรงกลางเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Vivo Y11 มาพร้อมกับ UI ของตัวเองอย่าง Funtouch OS 9.1 บนพื้นฐานระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างไหลลื่นและรวดเร็ว และมีการจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่องได้ดีขึ้นด้วย

Vivo Y11 หลังจากแกะกล่องออกมาจะพื้นที่การใช้งานคงเหลือประมาณ 20GB จากทั้งหมด 32GB ครับ ถือว่ามีเหลือให้โหลดแอปพลิเคชั่นทั่วไปทั้ง Facebook, Line, Instagram, Twitter หรือเกมที่ไม่ได้ใช้กราฟิกมากไปได้เหลือเฟือครับ

 

ด้านการใช้งานทั่วไปก็จะเป็นการรวมหน้าแอปพลิเคชั่นและหน้าจอหลักเข้าด้วยกัน เมื่อโหลดแอปใน Google Play Store ก็จะมาอยู่ในหน้านี้ครับ

 

ส่วนการดูการแจ้งเตือนสามารถปัดลงจากจอส่วนบน ขณะที่การตั้งค่าด่วนสามารถเปิดได้ด้วยการปัดขึ้นจากหน้าจอด้านล่าง

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y11 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อลดแสงสีฟ้าด้วย ซึ่งเราสามารถปรับระดับโทนได้ตามใจชอบ หากสีโทนเย็นก็จะตัดแสงสีฟ้าน้อยหน่อย แต่ใครอยากให้ตัดแบบสุดๆ ไปเลยก็ต้องเลือกโทนอุ่นครับ

 

โหมดมืด

นอกจากจะมีโหมดถนอมสายตาแล้ว Vivo Y11 ก็ยังมีโหมดมืดเพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้อย่างไม่แสบตาครับ โดยแอปพลิเคชั่นที่รองรับทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นหลังสีดำเพื่อให้ใช้งานได้สบายตาในช่วงที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย แม้ Vivo Y11 จะเป็นรุ่นเล็กแต่เรื่องของระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นก็ทำได้รวดเร็วมาก เพียงแค่แตะไปครู่เดียวก็สามารถใช้งานต่อได้ทันทีครับ ไม่ต้องรอนานเลย ทั้งยังรองรับการจดจำมากที่สุดถึง 5 ลายนิ้วมือ

 

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ทำได้เหมือนกัน โดยจะมีทั้งความเสถียรและความรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจกับสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กครับ

 

ปุ่ม Easy Touch ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับฟีเจอร์ Easy Touch เรียกว่ามีมาใน Vivo แทบทุกรุ่น ซึ่ง Vivo Y11 ก็มีให้ใช้งานเช่นกัน โดยก็มีความสามารถเช่นเดิม ตั้งแต่การเข้าถึงแอปพลิเคชั่นที่เราใช้บ่อยได้อย่างรวดเร็ว และการใช้งานฟีเจอร์ที่มีติดเครื่องได้ง่ายๆ เช่นกันครับ ซึ่งแต่ละส่วนเราสามารถปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานของเราได้เลย

และเมื่อเราไม่ได้ใช้งาน Easy Touch ตัวกลมๆ ก็จะเข้าไปแอบข้างหน้าจอด้วยเพื่อไม่ให้มารบกวนสายตาเวลาเล่น

 

การจับการใช้งานแอปพลิเคชั่นด้วยไลฟ์ดิจิทัล

ฟีเจอร์นี้จะใช้ในการตรวจจับเวลาการใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของแต่ละวันว่าเราใช้แอปไหนไปกี่นาทีบ้าง ทั้งยังบอกถึงจำนวนปลดล็อคและการแจ้งเตือนด้วยว่ามีเข้ามาเท่าไหร่

และหากใครที่คิดว่าตัวเองใช้งานสมาร์ตโฟนมากเกินไป ก็สามารถตั้งเวลาจำกัดในแต่ละแอปได้เช่นกันว่าเราจะใช้งานแอปต่างๆ กี่นาทีดี เช่น เรากำหนด Facebook ไว้ที่ 5 นาที ระบบก็จะนับเวลาไว้ตามที่เราตั้ง และเมื่อครบกำหนดเราก็จะไม่สามารถเข้าใช้งานต่อได้จนกว่าจะครบวัน

 

โคลนแอป

ใครที่มีปัญหาเรื่องการมีบัญชีโซเชียลเยอะแต่ไม่สามารถใช้งานได้พอ ฟีเจอร์นี้นี้ช่วยได้แน่นอน เพราะเราสามารถโคลนแอปพลิเคชั่นที่รองรับได้อีก 1 แอป เพื่อใช้งานได้ทันที เช่น Line หรือ Facebook เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y11 ขับคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 439 Octa Core ความเร็ว 1.95 GHz ควบคู่กับ RAM ที่ให้มา 3GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) 32GB ซึ่งต้องบอกตรงนี้ว่าสเปคและความจุระดับนี้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแน่นอนครับ ทั้งการเล่นโซเชียล, ดู Youtube หรือจะเล่นเกมที่กราฟิกไม่หนักมากเกินไป ก็ทำได้สบายๆ

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 91,039

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 172 และคะแนน Multi-Core ที่ 805

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราลองทดสอบเกมแบบเบาๆ ให้ดูว่า Vivo Y11 นั้นจะเอาอยู่หรือไม่ โดยจะมีเกม ROV และ Garena : Speed Drifters ครับ ซึ่งผลการทดสอบเป็นดังนี้

ROV

สำหรับ ROV เราได้ปรับกราฟิกระดับสูง โดยที่เฟรมเรทจะไม่สามารถปรับในระดับสูงได้ แต่เมื่อลองเข้าไปเล่นในโหมด 5 VS 5 รุ่นนี้กลับทำได้ดีเกินคาดครับ เพราะเล่นได้ลื่นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ใส่สกิลกันเต็มที่หลายคน เฟรมเรทก็แทบไม่ดรอปเลย ซึ่งทั้งเกมจะวิ่งอยู่ที่ประมาณ 29-30fps แบบนิ่งๆ ครับ

 

Garena : Speed Drifters

ส่วนเกมรถแข่งเบาๆ อย่าง Garena : Speed Drifters เราก็ปรับกราฟิกเป็นระดับสูงสุด พร้อมกับเฟรมเรทระดับสูงเช่นกัน ซึ่งภายในเกมก็เล่นได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุดไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ดริฟหรือเร่ง ก็ไม่มีปัญหากระตุกกวนใจแน่นอนครับ ยืนยัน 100% เลย

 

ทั้งนี้ ที่เล่นได้ไหลลื่น ส่วนหนึ่งต้องมอบความดีความชอบให้ฟีเจอร์ Ultra Game Mode ที่เป็นตัวจัดการทรัพยากรก่อนเข้าเล่นเกมให้หมด ตั้งแต่ปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ป้องกันการสัมผัสโดยบังเอิญ และการปรับการใช้งานแอปฯ เบื้องหลังเพื่อให้เล่นเกมได้ไหลลื่น

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมใช้งานได้ทั้งวัน

เรียกว่าเป็นน้องเล็กที่แบตเตอรี่ไม่เล็กนะครับ สำหรับ Vivo Y11 ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh ที่แน่นอนว่าหากใครที่ไม่ได้เล่นเกมตลอดทั้งวัน ใช้แค่เล่นโซเชียลหรือดู Youtube ปกติ แค่ชาร์จเพียงตอนเช้าครั้งเดียวก็อยู่ได้ตลอดวันแล้วครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y11 ก็มาพร้อมกับกล้องหลัง 2 เลนส์ด้วยกัน ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้าก็ถ่ายได้คมชัดด้วยความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/1.8 ซึ่งทั้งกล้องหน้าและหลังจะมีฟีเจอร์เพียบยังไง มาดูกันเลยครับ

โหมดอัตโนมัติปรับตาม AI

สำหรับ Vivo Y11 นั้นจะมีความฉลาดของ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพด้วย ซึ่งเมื่อเราลองถ่ายด้วยโหมดปกติ AI ก็จะปรับแสงและสีให้เราโดยอัตโนมัติครับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาถือว่าคมชัดและเฉดสีก็จัดจ้านเลยทีเดียวสำหรับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด

 

เบลอได้ดั่งใจด้วยโหมด Bokeh

ในโหมด Bokeh ของ Vivo Y11 สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ดีมากๆ สำหรับสมาร์ตโฟนระดับนี้ มีการเก็บขอบได้เนียนตาและธรรมชาติ และยังมีการไล่ระดับการเบลออย่างเห็นได้ชัดเลยด้วย

ปิด Bokeh / เปิด Bokeh

นอกจากนี้ หากใครยังไม่พอใจกับการเบลอด้วยโหมด Bokeh จากกล้อง เราก็ยังสามารถมาปรับค่ารูรับแสง หรือค่า F ได้ทีหลังด้วยเช่นกัน ทีนี้จะเบลอหน้า, เบลอหลัง หรือจะปรับให้เบลอขึ้นไปอีก ก็ทำได้ตามใจเลยครับ

 

ฟิลเตอร์หลากหลาย เลือกใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง

ใน Vivo Y11 มีฟิลเตอร์ให้เราได้ลองเล่นเพียบถึง 14 แบบ และใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเหมือนกันด้วย เรียกว่าใครที่ชอบแสงและสีแบบไม่ต้องมาแต่งเองหลังถ่ายก็สามารถลองเลือกใช้ได้เลย

ฟิลเตอร์กล้องหลัง

ฟิลเตอร์กล้องหน้า

 

AI Face Beauty ปรับหน้าสวยได้หลายระดับ

สำหรับของหน้าของ Vivo Y11 ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.8 ก็มีฟีเจอร์ AI Face Beauty ที่สามารถปรับใบหน้าสวยได้อย่างอัตโนมัติด้วย AI ทั้งยังสามารถเลือกระดับเองได้เช่นกันครับ ตั้งแต่ 1 – 6 ระดับ ที่สำคัญใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังครับ

AI Face Beauty กล้องหน้า

AI Face Beauty กล้องหลัง

Vivo Y11 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์ Lazada >> http://bit.ly/2Wc6hez

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายได้สวยเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงการเบลอฉากหลังแบบ Bokeh ที่ทำได้เนียนตาอย่างมากสำหรับราคาระดับนี้
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มี AI Face Beauty คอยประมวลผลให้อัตโนมัติ
  • หน้าจอ Halo FullView Display กว้าง 6.35 นิ้ว ใช้งานได้แบบเต็มตา
  • แบตเตอรี่อึดมากๆ ด้วยความจุ 5000mAh เล่นได้ทั้งวันก็ยังเหลือ
  • มีช่องใส่แบบ 3 ช่อง รองรับ 2 ซิม และ MicroSD Card อีก 1 ช่อง
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 439, RAM 3GB + ROM 32GB ถือว่าให้มาได้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและไหลลื่นอย่างแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่
  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

Android App

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Goodnight App Review

วันนี้มีแอปพลิเคชั่นแชทสนุกๆ ด้วยเสียงที่มีชื่อว่า Goodnight ซึ่งเป็นแอปที่จะทำให้ใครที่กำลังเหงาๆ ได้หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดีผ่านการแชทโทรด้วยเสียง เพราะการหาเพื่อนคุยไม่ได้ดูแค่รูปร่างหน้าตาอีกต่อไป

Goodnight เป็นแอปพลิเคชั่นหาเพื่อน หาคู่ ที่แตกต่างจากแอปหาคู่ทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่รูปร่างหน้าตาและเร่งรัดในการจับคู่ให้ได้เร็วที่สุด แต่เจ้าแอปตัวนี้จะเริ่มจากการโทรด้วยเสียง แล้วสามารถเลือกได้ว่าต้องการแชทต่อหรือเป็นเพื่อนต่อไปหรือไม่โดยการกดหัวใจ ซึ่งดูแล้วน่าสนใจมากๆ ก็เลยจะมารีวิวการใช้งานให้ทุกคนได้ดูกัน

 

Goodnight App Review

ก่อนอื่นเลยต้องไปดาวน์โหลดแอป Goodnight มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนของเราก่อน iOS และ Android หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชั่นเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถสมัครใช้งานได้ง่ายๆ ด้วยบัญชี Google หรือสมัครด้วยอีเมล

 

Goodnight App Review

จากนั้นก็ใส่ชื่อเล่น เลือกเพศ และวันเกิดให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ก็เป็นการสมัครใช้งานเรียบร้อยแล้ว

 

Goodnight App Review

เมื่อเข้ามาในแอป Goodnight เราจะเห็นรายชื่อผู้ใช้งานที่กำลังออนไลน์อยู่ สังเกตได้จากจุดสีเขียวที่รูปโปรไฟล์ และมีปุ่มสำหรับโทรหาได้ทันที

 

Goodnight App Review

ก่อนที่เราจะไปโทรหาใครสักคน มาตั้งค่าโปรไฟล์ของเราก่อนดีกว่าเพื่อให้ระบบสามารถแนะนำเพื่อนใหม่และเลือกจับคู่ได้ตรงใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรูปไปรไฟล์ ตำแหน่งที่ตั้ง ระยะทาง เพศ อายุ และภาษาที่ต้องการคุย

 

Goodnight App ReviewGoodnight App Review

จากนั้นก็กลับมาที่แท็บออนไลน์เพื่อเริ่มหาเพื่อนใหม่ ถ้าอยากคุยกับคนไหนก็กดปุ่มโทรได้เลย หรือถ้าไม่รู้จะโทรหาใครก็สามารถใช้ปุ่มสุ่มโทรก็ได้เช่นกัน โดยระบบจะทำการจับคู่ที่เหมาะสมให้อัตโนมัติตามการตั้งค่าของเรา ซึ่งในครั้งแรกเราจะได้เวลาสำหรับคุยกัน 7 นาที ถ้าเกิดถูกใจและอยากคุยต่อ สามารถกดหัวใจเพื่อสานต่อความสัมพันธ์กันได้เลย

 

Goodnight App Review

ถ้าได้คนถูกใจแล้ว ก็สามารถเริ่มแชทคุยกันต่อได้เลยที่ช่องแชท ซึ่งในส่วนนี้ก็แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ในส่วนของ “เพื่อน” จะรวมประวัติแชทกับคนที่เรากดหัวใจเป็นเพื่อนเพื่อคุยต่อ และ “ผู้ใช้อื่น” จะเป็นประวัติแชทที่เราไม่ได้กดคุยเป็นเพื่อนแล้ว

 

Goodnight App Review

อีกหนึ่งความพิเศษของ Goodnight คือการเลือกภาษาและประเทศที่ต้องการหาเพื่อนคุย ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ไม่ใช่คนไทยได้ด้วย และได้โอกาสที่เราจะฝึกใช้ภาษาต่างประเทศกันได้แบบไม่ต้องเขินอาย

 

Goodnight App Review

เห็นความสนุกของแอป Goodnight กันไปแล้ว ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่จากการโทรด้วยเสียงแทนที่จะมองแค่รูปโปรไฟล์เพียงอย่างเดียว และถ้าใครกำลังเหงาๆ อยากพบปะเพื่อนใหม่ ก็เข้ามากันได้เลยในแอป Goodnight ดาวน์โหลดฟรีคลิกเลย iOS และ Android

นอกจากนี้แล้วถ้าใช้งานแล้วถูกใจ Goodnight ก็สามารถสมัครสมาชิกแบบ VIP เพื่อแชทหากันได้ไม่อั้น รวมไปถึงปลดล็อคฟีเจอร์คนที่อยู่ใกล้เคียงเราได้ด้วย ทำให้หาเพื่อนใหม่ได้รวดเร็วมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแอปตัวนี้ในเกาหลีใต้และไต้หวันฮิตกันมากๆ รู้แบบนี้ก็รีบไปโหลดแอปพลิเคชั่น Goodnight มาเล่นกันได้เลย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง