รีวิว Vivo Y11 น้องเล็กแบตสุดอึด 5000mAh เล่นได้ทั้งวันไม่มีหมด พร้อมจอใหญ่ 6.35 นิ้ว พร้อมกล้องหลังคู่ฟีเจอร์ครบ

Vivo Y11 สมาร์ตโฟนตระกูลน้องเล็กรุ่นใหม่จาก Vivo ที่สเปคเหมือนจะเบาแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน เพราะมีแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh, ดูได้เต็มตาด้วยหน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว และกล้องหลังคู่ที่ฟีเจอร์มากพอสมควรเลย

 

สรุปสเปค Vivo Y11

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 190.5 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลทรง Halo FullView Display ชนิด LCD ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1544 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 439 Octa Core ความเร็ว 1.95 GHz
  • RAM 3GB
  • ROM 32GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 2 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช Dual LED แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.1
  • ระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G, Bluetooth 4.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่อง Vivo Y11 มาพร้อมกับตัวกล่องสีขาวตามปกติ พร้อมด้วยชื่อรุ่น, รูป และความจุ โดยด้านหลังก็จะมีสเปคตัวเครื่องบอกแบบคร่าวๆ

เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ด้านในแบบครบครัน ได้แก่

  • ตัวเครื่อง Vivo Y11 พร้อมติดฟิล์มกันรอยให้เรียบร้อย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Vivo Y11 แม้จะเป็นตระกูลน้องเล็ก แต่ก็ไม่ทิ้งความสวยงามอย่างสีที่เราได้มา คือ สีน้ำเงินที่ดูเยือกเย็นในนาม Mineral Blue ที่มีการเล่นเฉดสีกับแสงสะท้อนได้อย่างสวยงาม มีการเล่นเฉดสีฟ้าอ่อนไปจรดเป็นสีดำเบาๆ ไม่ฉูดฉาดแต่ก็ดูคลาสสิกไปในตัวเช่นกัน

 

ตัวเครื่องของ Vivo Y11 ด้านหลังจะมีความแบนราบ ไม่มีกระจกโค้ง แต่ที่รอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้านจะมีความโค้งรองรับกับถือเวลาจับหรือถือครับ ส่วนขนาดรอบตัวเครื่องจะอยู่ที่ 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 190.5 กรัม ทำให้ใส่กระเป๋ากางเกงได้สบายเลย

 

ด้านหน้าจอแสดงผลมาแบบทรงหยดน้ำ Halo FullView Display ชนิด LCD ขนาด 6.35 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD+ (1544 x 720 พิกเซล) ทำให้เราสามารถรับชมสิ่งต่างๆ ทั้งวิดีโอ, เกม หรือภาพยนตร์ได้ในระดับที่ดีเลยครับ

 

มาดูรอบเครื่องกันบ้าง เริ่มกันที่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับสนทนา พร้อมหน้าจอหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเข้าไป

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง และ MicroSD Card รวมเป็น 3 ช่อง

 

ฝั่งขวาจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ที่ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต MicroUSB 2.0 และลำโพงตัวที่ 1

 

และที่ด้านหลังจะมีกล้องคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล ที่มุมซ้ายบน ถัดลงมาจะมีแฟลช LED 2 ดวง พร้อมสัญลักษณ์ AI Dual Camera และที่ตรงกลางเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Vivo Y11 มาพร้อมกับ UI ของตัวเองอย่าง Funtouch OS 9.1 บนพื้นฐานระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างไหลลื่นและรวดเร็ว และมีการจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่องได้ดีขึ้นด้วย

Vivo Y11 หลังจากแกะกล่องออกมาจะพื้นที่การใช้งานคงเหลือประมาณ 20GB จากทั้งหมด 32GB ครับ ถือว่ามีเหลือให้โหลดแอปพลิเคชั่นทั่วไปทั้ง Facebook, Line, Instagram, Twitter หรือเกมที่ไม่ได้ใช้กราฟิกมากไปได้เหลือเฟือครับ

 

ด้านการใช้งานทั่วไปก็จะเป็นการรวมหน้าแอปพลิเคชั่นและหน้าจอหลักเข้าด้วยกัน เมื่อโหลดแอปใน Google Play Store ก็จะมาอยู่ในหน้านี้ครับ

 

ส่วนการดูการแจ้งเตือนสามารถปัดลงจากจอส่วนบน ขณะที่การตั้งค่าด่วนสามารถเปิดได้ด้วยการปัดขึ้นจากหน้าจอด้านล่าง

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y11 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อลดแสงสีฟ้าด้วย ซึ่งเราสามารถปรับระดับโทนได้ตามใจชอบ หากสีโทนเย็นก็จะตัดแสงสีฟ้าน้อยหน่อย แต่ใครอยากให้ตัดแบบสุดๆ ไปเลยก็ต้องเลือกโทนอุ่นครับ

 

โหมดมืด

นอกจากจะมีโหมดถนอมสายตาแล้ว Vivo Y11 ก็ยังมีโหมดมืดเพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้อย่างไม่แสบตาครับ โดยแอปพลิเคชั่นที่รองรับทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นหลังสีดำเพื่อให้ใช้งานได้สบายตาในช่วงที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย แม้ Vivo Y11 จะเป็นรุ่นเล็กแต่เรื่องของระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นก็ทำได้รวดเร็วมาก เพียงแค่แตะไปครู่เดียวก็สามารถใช้งานต่อได้ทันทีครับ ไม่ต้องรอนานเลย ทั้งยังรองรับการจดจำมากที่สุดถึง 5 ลายนิ้วมือ

 

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ทำได้เหมือนกัน โดยจะมีทั้งความเสถียรและความรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจกับสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กครับ

 

ปุ่ม Easy Touch ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับฟีเจอร์ Easy Touch เรียกว่ามีมาใน Vivo แทบทุกรุ่น ซึ่ง Vivo Y11 ก็มีให้ใช้งานเช่นกัน โดยก็มีความสามารถเช่นเดิม ตั้งแต่การเข้าถึงแอปพลิเคชั่นที่เราใช้บ่อยได้อย่างรวดเร็ว และการใช้งานฟีเจอร์ที่มีติดเครื่องได้ง่ายๆ เช่นกันครับ ซึ่งแต่ละส่วนเราสามารถปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานของเราได้เลย

และเมื่อเราไม่ได้ใช้งาน Easy Touch ตัวกลมๆ ก็จะเข้าไปแอบข้างหน้าจอด้วยเพื่อไม่ให้มารบกวนสายตาเวลาเล่น

 

การจับการใช้งานแอปพลิเคชั่นด้วยไลฟ์ดิจิทัล

ฟีเจอร์นี้จะใช้ในการตรวจจับเวลาการใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของแต่ละวันว่าเราใช้แอปไหนไปกี่นาทีบ้าง ทั้งยังบอกถึงจำนวนปลดล็อคและการแจ้งเตือนด้วยว่ามีเข้ามาเท่าไหร่

และหากใครที่คิดว่าตัวเองใช้งานสมาร์ตโฟนมากเกินไป ก็สามารถตั้งเวลาจำกัดในแต่ละแอปได้เช่นกันว่าเราจะใช้งานแอปต่างๆ กี่นาทีดี เช่น เรากำหนด Facebook ไว้ที่ 5 นาที ระบบก็จะนับเวลาไว้ตามที่เราตั้ง และเมื่อครบกำหนดเราก็จะไม่สามารถเข้าใช้งานต่อได้จนกว่าจะครบวัน

 

โคลนแอป

ใครที่มีปัญหาเรื่องการมีบัญชีโซเชียลเยอะแต่ไม่สามารถใช้งานได้พอ ฟีเจอร์นี้นี้ช่วยได้แน่นอน เพราะเราสามารถโคลนแอปพลิเคชั่นที่รองรับได้อีก 1 แอป เพื่อใช้งานได้ทันที เช่น Line หรือ Facebook เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y11 ขับคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 439 Octa Core ความเร็ว 1.95 GHz ควบคู่กับ RAM ที่ให้มา 3GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) 32GB ซึ่งต้องบอกตรงนี้ว่าสเปคและความจุระดับนี้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแน่นอนครับ ทั้งการเล่นโซเชียล, ดู Youtube หรือจะเล่นเกมที่กราฟิกไม่หนักมากเกินไป ก็ทำได้สบายๆ

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 91,039

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 172 และคะแนน Multi-Core ที่ 805

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราลองทดสอบเกมแบบเบาๆ ให้ดูว่า Vivo Y11 นั้นจะเอาอยู่หรือไม่ โดยจะมีเกม ROV และ Garena : Speed Drifters ครับ ซึ่งผลการทดสอบเป็นดังนี้

ROV

สำหรับ ROV เราได้ปรับกราฟิกระดับสูง โดยที่เฟรมเรทจะไม่สามารถปรับในระดับสูงได้ แต่เมื่อลองเข้าไปเล่นในโหมด 5 VS 5 รุ่นนี้กลับทำได้ดีเกินคาดครับ เพราะเล่นได้ลื่นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ใส่สกิลกันเต็มที่หลายคน เฟรมเรทก็แทบไม่ดรอปเลย ซึ่งทั้งเกมจะวิ่งอยู่ที่ประมาณ 29-30fps แบบนิ่งๆ ครับ

 

Garena : Speed Drifters

ส่วนเกมรถแข่งเบาๆ อย่าง Garena : Speed Drifters เราก็ปรับกราฟิกเป็นระดับสูงสุด พร้อมกับเฟรมเรทระดับสูงเช่นกัน ซึ่งภายในเกมก็เล่นได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุดไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ดริฟหรือเร่ง ก็ไม่มีปัญหากระตุกกวนใจแน่นอนครับ ยืนยัน 100% เลย

 

ทั้งนี้ ที่เล่นได้ไหลลื่น ส่วนหนึ่งต้องมอบความดีความชอบให้ฟีเจอร์ Ultra Game Mode ที่เป็นตัวจัดการทรัพยากรก่อนเข้าเล่นเกมให้หมด ตั้งแต่ปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ป้องกันการสัมผัสโดยบังเอิญ และการปรับการใช้งานแอปฯ เบื้องหลังเพื่อให้เล่นเกมได้ไหลลื่น

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมใช้งานได้ทั้งวัน

เรียกว่าเป็นน้องเล็กที่แบตเตอรี่ไม่เล็กนะครับ สำหรับ Vivo Y11 ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh ที่แน่นอนว่าหากใครที่ไม่ได้เล่นเกมตลอดทั้งวัน ใช้แค่เล่นโซเชียลหรือดู Youtube ปกติ แค่ชาร์จเพียงตอนเช้าครั้งเดียวก็อยู่ได้ตลอดวันแล้วครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y11 ก็มาพร้อมกับกล้องหลัง 2 เลนส์ด้วยกัน ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้าก็ถ่ายได้คมชัดด้วยความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/1.8 ซึ่งทั้งกล้องหน้าและหลังจะมีฟีเจอร์เพียบยังไง มาดูกันเลยครับ

โหมดอัตโนมัติปรับตาม AI

สำหรับ Vivo Y11 นั้นจะมีความฉลาดของ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพด้วย ซึ่งเมื่อเราลองถ่ายด้วยโหมดปกติ AI ก็จะปรับแสงและสีให้เราโดยอัตโนมัติครับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาถือว่าคมชัดและเฉดสีก็จัดจ้านเลยทีเดียวสำหรับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด

 

เบลอได้ดั่งใจด้วยโหมด Bokeh

ในโหมด Bokeh ของ Vivo Y11 สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ดีมากๆ สำหรับสมาร์ตโฟนระดับนี้ มีการเก็บขอบได้เนียนตาและธรรมชาติ และยังมีการไล่ระดับการเบลออย่างเห็นได้ชัดเลยด้วย

ปิด Bokeh / เปิด Bokeh

นอกจากนี้ หากใครยังไม่พอใจกับการเบลอด้วยโหมด Bokeh จากกล้อง เราก็ยังสามารถมาปรับค่ารูรับแสง หรือค่า F ได้ทีหลังด้วยเช่นกัน ทีนี้จะเบลอหน้า, เบลอหลัง หรือจะปรับให้เบลอขึ้นไปอีก ก็ทำได้ตามใจเลยครับ

 

ฟิลเตอร์หลากหลาย เลือกใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง

ใน Vivo Y11 มีฟิลเตอร์ให้เราได้ลองเล่นเพียบถึง 14 แบบ และใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเหมือนกันด้วย เรียกว่าใครที่ชอบแสงและสีแบบไม่ต้องมาแต่งเองหลังถ่ายก็สามารถลองเลือกใช้ได้เลย

ฟิลเตอร์กล้องหลัง

ฟิลเตอร์กล้องหน้า

 

AI Face Beauty ปรับหน้าสวยได้หลายระดับ

สำหรับของหน้าของ Vivo Y11 ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.8 ก็มีฟีเจอร์ AI Face Beauty ที่สามารถปรับใบหน้าสวยได้อย่างอัตโนมัติด้วย AI ทั้งยังสามารถเลือกระดับเองได้เช่นกันครับ ตั้งแต่ 1 – 6 ระดับ ที่สำคัญใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังครับ

AI Face Beauty กล้องหน้า

AI Face Beauty กล้องหลัง

Vivo Y11 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์ Lazada >> http://bit.ly/2Wc6hez

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายได้สวยเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงการเบลอฉากหลังแบบ Bokeh ที่ทำได้เนียนตาอย่างมากสำหรับราคาระดับนี้
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มี AI Face Beauty คอยประมวลผลให้อัตโนมัติ
  • หน้าจอ Halo FullView Display กว้าง 6.35 นิ้ว ใช้งานได้แบบเต็มตา
  • แบตเตอรี่อึดมากๆ ด้วยความจุ 5000mAh เล่นได้ทั้งวันก็ยังเหลือ
  • มีช่องใส่แบบ 3 ช่อง รองรับ 2 ซิม และ MicroSD Card อีก 1 ช่อง
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 439, RAM 3GB + ROM 32GB ถือว่าให้มาได้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและไหลลื่นอย่างแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่
  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง