ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Vivo Y11 น้องเล็กแบตสุดอึด 5000mAh เล่นได้ทั้งวันไม่มีหมด พร้อมจอใหญ่ 6.35 นิ้ว พร้อมกล้องหลังคู่ฟีเจอร์ครบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Vivo Y11 สมาร์ตโฟนตระกูลน้องเล็กรุ่นใหม่จาก Vivo ที่สเปคเหมือนจะเบาแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน เพราะมีแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh, ดูได้เต็มตาด้วยหน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว และกล้องหลังคู่ที่ฟีเจอร์มากพอสมควรเลย

 

สรุปสเปค Vivo Y11

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 190.5 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลทรง Halo FullView Display ชนิด LCD ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1544 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 439 Octa Core ความเร็ว 1.95 GHz
  • RAM 3GB
  • ROM 32GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 2 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช Dual LED แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.1
  • ระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G, Bluetooth 4.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่อง Vivo Y11 มาพร้อมกับตัวกล่องสีขาวตามปกติ พร้อมด้วยชื่อรุ่น, รูป และความจุ โดยด้านหลังก็จะมีสเปคตัวเครื่องบอกแบบคร่าวๆ

เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ด้านในแบบครบครัน ได้แก่

  • ตัวเครื่อง Vivo Y11 พร้อมติดฟิล์มกันรอยให้เรียบร้อย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Vivo Y11 แม้จะเป็นตระกูลน้องเล็ก แต่ก็ไม่ทิ้งความสวยงามอย่างสีที่เราได้มา คือ สีน้ำเงินที่ดูเยือกเย็นในนาม Mineral Blue ที่มีการเล่นเฉดสีกับแสงสะท้อนได้อย่างสวยงาม มีการเล่นเฉดสีฟ้าอ่อนไปจรดเป็นสีดำเบาๆ ไม่ฉูดฉาดแต่ก็ดูคลาสสิกไปในตัวเช่นกัน

 

ตัวเครื่องของ Vivo Y11 ด้านหลังจะมีความแบนราบ ไม่มีกระจกโค้ง แต่ที่รอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้านจะมีความโค้งรองรับกับถือเวลาจับหรือถือครับ ส่วนขนาดรอบตัวเครื่องจะอยู่ที่ 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 190.5 กรัม ทำให้ใส่กระเป๋ากางเกงได้สบายเลย

 

ด้านหน้าจอแสดงผลมาแบบทรงหยดน้ำ Halo FullView Display ชนิด LCD ขนาด 6.35 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD+ (1544 x 720 พิกเซล) ทำให้เราสามารถรับชมสิ่งต่างๆ ทั้งวิดีโอ, เกม หรือภาพยนตร์ได้ในระดับที่ดีเลยครับ

 

มาดูรอบเครื่องกันบ้าง เริ่มกันที่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับสนทนา พร้อมหน้าจอหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเข้าไป

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง และ MicroSD Card รวมเป็น 3 ช่อง

 

ฝั่งขวาจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ที่ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต MicroUSB 2.0 และลำโพงตัวที่ 1

 

และที่ด้านหลังจะมีกล้องคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล ที่มุมซ้ายบน ถัดลงมาจะมีแฟลช LED 2 ดวง พร้อมสัญลักษณ์ AI Dual Camera และที่ตรงกลางเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Vivo Y11 มาพร้อมกับ UI ของตัวเองอย่าง Funtouch OS 9.1 บนพื้นฐานระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างไหลลื่นและรวดเร็ว และมีการจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่องได้ดีขึ้นด้วย

Vivo Y11 หลังจากแกะกล่องออกมาจะพื้นที่การใช้งานคงเหลือประมาณ 20GB จากทั้งหมด 32GB ครับ ถือว่ามีเหลือให้โหลดแอปพลิเคชั่นทั่วไปทั้ง Facebook, Line, Instagram, Twitter หรือเกมที่ไม่ได้ใช้กราฟิกมากไปได้เหลือเฟือครับ

 

ด้านการใช้งานทั่วไปก็จะเป็นการรวมหน้าแอปพลิเคชั่นและหน้าจอหลักเข้าด้วยกัน เมื่อโหลดแอปใน Google Play Store ก็จะมาอยู่ในหน้านี้ครับ

 

ส่วนการดูการแจ้งเตือนสามารถปัดลงจากจอส่วนบน ขณะที่การตั้งค่าด่วนสามารถเปิดได้ด้วยการปัดขึ้นจากหน้าจอด้านล่าง

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y11 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อลดแสงสีฟ้าด้วย ซึ่งเราสามารถปรับระดับโทนได้ตามใจชอบ หากสีโทนเย็นก็จะตัดแสงสีฟ้าน้อยหน่อย แต่ใครอยากให้ตัดแบบสุดๆ ไปเลยก็ต้องเลือกโทนอุ่นครับ

 

โหมดมืด

นอกจากจะมีโหมดถนอมสายตาแล้ว Vivo Y11 ก็ยังมีโหมดมืดเพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้อย่างไม่แสบตาครับ โดยแอปพลิเคชั่นที่รองรับทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นหลังสีดำเพื่อให้ใช้งานได้สบายตาในช่วงที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย แม้ Vivo Y11 จะเป็นรุ่นเล็กแต่เรื่องของระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นก็ทำได้รวดเร็วมาก เพียงแค่แตะไปครู่เดียวก็สามารถใช้งานต่อได้ทันทีครับ ไม่ต้องรอนานเลย ทั้งยังรองรับการจดจำมากที่สุดถึง 5 ลายนิ้วมือ

 

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ทำได้เหมือนกัน โดยจะมีทั้งความเสถียรและความรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจกับสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กครับ

 

ปุ่ม Easy Touch ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับฟีเจอร์ Easy Touch เรียกว่ามีมาใน Vivo แทบทุกรุ่น ซึ่ง Vivo Y11 ก็มีให้ใช้งานเช่นกัน โดยก็มีความสามารถเช่นเดิม ตั้งแต่การเข้าถึงแอปพลิเคชั่นที่เราใช้บ่อยได้อย่างรวดเร็ว และการใช้งานฟีเจอร์ที่มีติดเครื่องได้ง่ายๆ เช่นกันครับ ซึ่งแต่ละส่วนเราสามารถปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานของเราได้เลย

และเมื่อเราไม่ได้ใช้งาน Easy Touch ตัวกลมๆ ก็จะเข้าไปแอบข้างหน้าจอด้วยเพื่อไม่ให้มารบกวนสายตาเวลาเล่น

 

การจับการใช้งานแอปพลิเคชั่นด้วยไลฟ์ดิจิทัล

ฟีเจอร์นี้จะใช้ในการตรวจจับเวลาการใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของแต่ละวันว่าเราใช้แอปไหนไปกี่นาทีบ้าง ทั้งยังบอกถึงจำนวนปลดล็อคและการแจ้งเตือนด้วยว่ามีเข้ามาเท่าไหร่

และหากใครที่คิดว่าตัวเองใช้งานสมาร์ตโฟนมากเกินไป ก็สามารถตั้งเวลาจำกัดในแต่ละแอปได้เช่นกันว่าเราจะใช้งานแอปต่างๆ กี่นาทีดี เช่น เรากำหนด Facebook ไว้ที่ 5 นาที ระบบก็จะนับเวลาไว้ตามที่เราตั้ง และเมื่อครบกำหนดเราก็จะไม่สามารถเข้าใช้งานต่อได้จนกว่าจะครบวัน

 

โคลนแอป

ใครที่มีปัญหาเรื่องการมีบัญชีโซเชียลเยอะแต่ไม่สามารถใช้งานได้พอ ฟีเจอร์นี้นี้ช่วยได้แน่นอน เพราะเราสามารถโคลนแอปพลิเคชั่นที่รองรับได้อีก 1 แอป เพื่อใช้งานได้ทันที เช่น Line หรือ Facebook เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y11 ขับคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 439 Octa Core ความเร็ว 1.95 GHz ควบคู่กับ RAM ที่ให้มา 3GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) 32GB ซึ่งต้องบอกตรงนี้ว่าสเปคและความจุระดับนี้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแน่นอนครับ ทั้งการเล่นโซเชียล, ดู Youtube หรือจะเล่นเกมที่กราฟิกไม่หนักมากเกินไป ก็ทำได้สบายๆ

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 91,039

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 172 และคะแนน Multi-Core ที่ 805

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราลองทดสอบเกมแบบเบาๆ ให้ดูว่า Vivo Y11 นั้นจะเอาอยู่หรือไม่ โดยจะมีเกม ROV และ Garena : Speed Drifters ครับ ซึ่งผลการทดสอบเป็นดังนี้

ROV

สำหรับ ROV เราได้ปรับกราฟิกระดับสูง โดยที่เฟรมเรทจะไม่สามารถปรับในระดับสูงได้ แต่เมื่อลองเข้าไปเล่นในโหมด 5 VS 5 รุ่นนี้กลับทำได้ดีเกินคาดครับ เพราะเล่นได้ลื่นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ใส่สกิลกันเต็มที่หลายคน เฟรมเรทก็แทบไม่ดรอปเลย ซึ่งทั้งเกมจะวิ่งอยู่ที่ประมาณ 29-30fps แบบนิ่งๆ ครับ

 

Garena : Speed Drifters

ส่วนเกมรถแข่งเบาๆ อย่าง Garena : Speed Drifters เราก็ปรับกราฟิกเป็นระดับสูงสุด พร้อมกับเฟรมเรทระดับสูงเช่นกัน ซึ่งภายในเกมก็เล่นได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุดไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ดริฟหรือเร่ง ก็ไม่มีปัญหากระตุกกวนใจแน่นอนครับ ยืนยัน 100% เลย

 

ทั้งนี้ ที่เล่นได้ไหลลื่น ส่วนหนึ่งต้องมอบความดีความชอบให้ฟีเจอร์ Ultra Game Mode ที่เป็นตัวจัดการทรัพยากรก่อนเข้าเล่นเกมให้หมด ตั้งแต่ปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ป้องกันการสัมผัสโดยบังเอิญ และการปรับการใช้งานแอปฯ เบื้องหลังเพื่อให้เล่นเกมได้ไหลลื่น

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมใช้งานได้ทั้งวัน

เรียกว่าเป็นน้องเล็กที่แบตเตอรี่ไม่เล็กนะครับ สำหรับ Vivo Y11 ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh ที่แน่นอนว่าหากใครที่ไม่ได้เล่นเกมตลอดทั้งวัน ใช้แค่เล่นโซเชียลหรือดู Youtube ปกติ แค่ชาร์จเพียงตอนเช้าครั้งเดียวก็อยู่ได้ตลอดวันแล้วครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y11 ก็มาพร้อมกับกล้องหลัง 2 เลนส์ด้วยกัน ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้าก็ถ่ายได้คมชัดด้วยความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/1.8 ซึ่งทั้งกล้องหน้าและหลังจะมีฟีเจอร์เพียบยังไง มาดูกันเลยครับ

โหมดอัตโนมัติปรับตาม AI

สำหรับ Vivo Y11 นั้นจะมีความฉลาดของ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพด้วย ซึ่งเมื่อเราลองถ่ายด้วยโหมดปกติ AI ก็จะปรับแสงและสีให้เราโดยอัตโนมัติครับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาถือว่าคมชัดและเฉดสีก็จัดจ้านเลยทีเดียวสำหรับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด

 

เบลอได้ดั่งใจด้วยโหมด Bokeh

ในโหมด Bokeh ของ Vivo Y11 สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ดีมากๆ สำหรับสมาร์ตโฟนระดับนี้ มีการเก็บขอบได้เนียนตาและธรรมชาติ และยังมีการไล่ระดับการเบลออย่างเห็นได้ชัดเลยด้วย

ปิด Bokeh / เปิด Bokeh

นอกจากนี้ หากใครยังไม่พอใจกับการเบลอด้วยโหมด Bokeh จากกล้อง เราก็ยังสามารถมาปรับค่ารูรับแสง หรือค่า F ได้ทีหลังด้วยเช่นกัน ทีนี้จะเบลอหน้า, เบลอหลัง หรือจะปรับให้เบลอขึ้นไปอีก ก็ทำได้ตามใจเลยครับ

 

ฟิลเตอร์หลากหลาย เลือกใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง

ใน Vivo Y11 มีฟิลเตอร์ให้เราได้ลองเล่นเพียบถึง 14 แบบ และใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเหมือนกันด้วย เรียกว่าใครที่ชอบแสงและสีแบบไม่ต้องมาแต่งเองหลังถ่ายก็สามารถลองเลือกใช้ได้เลย

ฟิลเตอร์กล้องหลัง

ฟิลเตอร์กล้องหน้า

 

AI Face Beauty ปรับหน้าสวยได้หลายระดับ

สำหรับของหน้าของ Vivo Y11 ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.8 ก็มีฟีเจอร์ AI Face Beauty ที่สามารถปรับใบหน้าสวยได้อย่างอัตโนมัติด้วย AI ทั้งยังสามารถเลือกระดับเองได้เช่นกันครับ ตั้งแต่ 1 – 6 ระดับ ที่สำคัญใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังครับ

AI Face Beauty กล้องหน้า

AI Face Beauty กล้องหลัง

Vivo Y11 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์ Lazada >> http://bit.ly/2Wc6hez

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายได้สวยเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงการเบลอฉากหลังแบบ Bokeh ที่ทำได้เนียนตาอย่างมากสำหรับราคาระดับนี้
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มี AI Face Beauty คอยประมวลผลให้อัตโนมัติ
  • หน้าจอ Halo FullView Display กว้าง 6.35 นิ้ว ใช้งานได้แบบเต็มตา
  • แบตเตอรี่อึดมากๆ ด้วยความจุ 5000mAh เล่นได้ทั้งวันก็ยังเหลือ
  • มีช่องใส่แบบ 3 ช่อง รองรับ 2 ซิม และ MicroSD Card อีก 1 ช่อง
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 439, RAM 3GB + ROM 32GB ถือว่าให้มาได้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและไหลลื่นอย่างแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่
  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

Android News

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14

OPPO Find X2 Series 5G นอกจากจะมีหน้าจอแสดงผลที่สวยระดับ A+ จาก DisplayMate แล้ว OPPO Find X2 Pro | 5G ยังมีกล้องที่ถ่ายรูปได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเวลานี้ด้วยจากการทดสอบของ DXOMARK ด้วยคะแนน 124 คะแนน

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera PhoneOPPO Find X2 Pro 5G DXOMARK

OPPO Find X2 Pro | 5G เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ตอกย้ำว่า OPPO ไม่เคยหยุดพัฒนากล้องถ่ายรูปบนสมาร์ทโฟน โดยในรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกล้องหลัง Ultra Vision Camera System ที่มีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.7 Sony IMX689, กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/2.2 Sony IMX586 และกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/3.0

 

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล Sony IMX689

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G Sony IMX689 DXOMARK

กล้องหลักของ OPPO Find X2 Pro | 5G ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX689 ที่มีขนาดเซ็นเซอร์รับภาพใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว และรูรับแสงที่กว้าง f/1.7 นั่นหมายความว่าตัวกล้องสามารถถ่ายได้คมชัดมากกว่าและสว่างมากขึ้นนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ 12bit True Capture ซึ่งสามารถผลิตภาพขนาด 12bit ได้

 

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

ภาพถ่ายกลางวันจากกล้องหลักให้รายละเอียดที่คมชัดมากๆ และการประมวลผลภาพยังคงให้สีสันที่สมจริงเป็นธรรมชาติ

 

All Pixel Omni-Directional PDAF ดียังไง?

OPPO All Pixel Omni-Directional PDAF

OPPO All Pixel Omni-Directional PDAF

เทคโนโลยีที่ทำให้การถ่ายรูปบน OPPO Find X2 Pro | 5G มีประสิทธิภาพการโฟกัสที่ดีเยี่ยมมากขึ้นคือ All Pixel Omni-Directional PDAF ถ้าพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือระบบ Dual Pixel ที่เรารู้จักกัน เป็นเทคโนโลยีที่แยกจุดพิกเซลในเซ็นเซอร์รับภาพออกเป็น 2 โฟโต้ไดโอดหรือแยกแสงซ้าย-ขวาในทุกจุดพิกเซลทั้งหมด 100% ทำให้การโฟกัสทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่หลุดโฟกัส สามารถโฟกัสในที่มืดได้ดี และจะเห็นถึงความเร็วในการโฟกัสที่ชัดเจนมากๆ เมื่อถ่ายถ่ายรูปในที่แสงน้อย แตกต่างจากระบบ PDAF บนสมาร์ทโฟนทั่วไปที่ไม่ได้มีเซ็นเซอร์ตรวจจับโฟกัสทุกพิกเซล ทำให้การโฟกัสช้าหรือหน่วงนั่นเอง

 

Dual Native ISO แสงแบบไหนก็ถ่ายสวย

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

การถ่ายรูปด้วยกล้องสมาร์ทโฟนทั่วไปเรามักจะพบว่าเมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงที่แตกต่างกันจะได้ภาพที่ไม่ค่อยคมชัด รายละเอียดเก็บได้ไม่ครบ แต่กล้องหลักของ OPPO Find X2 Pro | 5G ด้วยประสิทธิภาพของ Sony IMX689 ที่มีระบบ Dual Native ISO จะช่วยปรับค่าความไวแสงหรือ ISO ให้อัตโนมัติ ประมวลผลภาพที่แตกต่างกันระหว่างการถ่ายภาพแสงจ้าที่มีการปรับ ISO ต่ำ และภาพถ่ายแสงน้อยที่ปรับ ISO สูง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือภาพมีความคมชัดและเก็บรายละเอียดได้ครบไม่ว่าจะแสงน้อยหรือแสงจ้า โดยที่เราไม่ต้องปรับตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก

 

Ultra Night Mode 3.0 ถ่ายกลางคืนได้สว่างกว่าตาเห็น

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode 1

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

ภาพถ่ายกลางคืนด้วยโหมด Ultra Night Mode 3.0 ถ่ายภาพออกมาได้สวยคมชัดและเก็บแสงได้ดีมากๆ โดยแทบไม่มี Noise เลย เพราะว่ารุ่นนี้มีเทคโนโลยี Dual Native ISO อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าสามารถช่วยลด Noise ในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืนได้อัตโนมัติ แม้ว่าจะดัน ISO สูงๆ ภาพที่ได้ก็แทบจะไม่มี Noise เลย

 

Live HDR Video ถ่ายวิดีโอย้อนแสงหน้าไม่ดำ

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

ในครั้งนี้ OPPO Find X2 Pro | 5G ได้อัปเกรดไปอีกระดับสำหรับการถ่าย Live HDR Video ซึ่งเป็นการถ่ายวิดีโอย้อนแสงในสภาพแสงจ้าที่แตกต่างกัน ซึ่งวิดีโอที่ได้นั้นทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆ เพราะหน้าคนไม่ดำ และเห็นรายละเอียดสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นไม้และท้องฟ้าด้านหลังก็เห็นครบ

 

Ultra Wide Angle กว้างและชัด 48 ล้านพิกเซล

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera 01 OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera

มาถึงกล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/2.2 เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ถ่ายได้มุมกว้างถึง 120 องศา ในครั้งนี้ต้องบอกว่าภาพ Ultra Wide Angle ที่ถ่ายออกมานั้นสวยขึ้นและคมชัดมากๆ เพราะว่ามีความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล

 

Ultra Macro Mode ถ่ายใกล้สุด 3 ซม.

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

กล้อง Ultra Wide Angle สามารถถ่าย Ultra Macro Mode ได้ด้วย ถือกล้องจ่อเข้าไปใกล้วัตถุได้ใกล้สุดถึง 3 เซนติเมตรเลยทีเดียว ทำให้ถ่ายภาพในระยะที่ใกล้มากๆ ได้แบบที่กล้องสมาร์ทโฟนไม่เคยทำได้ และยังเป็นภาพที่มีความคมชัดสูงสุดของเลนส์อีกด้วย

 

Portrait Mode หน้าชัดหลังละลาย

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

Portrait Mode ในรุ่น OPPO Find X2 Pro | 5G ถ่ายภาพบุคคลได้สวยโดดเด่นเป็นธรรมชาติ สามารถตัดขอบเพื่อละลายฉากหลังได้เนียน ในขณะที่ใบหน้าก็มีการปรับแต่งให้สวยงามเป็นธรรมชาติอัตโนมัติ

 

ซูมไกลสุด 60 เท่า

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom CameraOPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

สำหรับกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/3.0 ของ OPPO Find X2 Pro | 5G สามารถซูมแบบ Hybrid ได้ถึง 10 เท่า โดยไม่สูญเสียรายละเอียด และซูมต่อเนื่องแบบ Digital ได้สูงสุด 60 เท่า

 

เซลฟี่สวย 32 ล้านพิกเซล

OPPO Find X2 Pro Selfie Camera

OPPO Find X2 Pro Selfie Camera

OPPO Find X2 Pro | 5G ยังมีกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสวยได้ทุกสภาพแสงไม่ว่าจะกลางวันหรือตอนแสงน้อยด้วยฟีเจอร์ HD Night Selfies

 

ถ่ายวิดีโอกันสั่น Ultra-Wide Angle Anti-Shake Video

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

ยังไม่หมดแค่นั้น OPPO Find X2 Pro | 5G ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างมืออาชีพด้วยระบบกันสั่นและเป็นวิดีโอแบบมุมกว้างด้วย Ultra-Wide Angle Anti-Shake Video

 

ตัดต่อวิดีโอง่ายและสนุกด้วยแอป Soloop

Soloop

นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ 3-Mic Recording ที่ใช้ไมโครโฟน 3 ตัวในการบันทึกเสียง และมีแอปพลิเคชั่น Soloop Smart Video Editor ที่ติดตั้งมาให้เลยในตัวเครื่อง ซึ่งเจ้าแอปตัวนี้มีความฉลาดในการแก้ไขหรือตัดต่อวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การทำคลิปสนุกๆ แบบ Vlog เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

สำหรับ OPPO Find X2 Pro | 5G มีสีใหม่เข้ามาวางจำหน่ายแล้ว Orange (Vegan Leather) Limited Edition มาพร้อมกับฝาหลังสีส้มดีไซน์แบบหนัง และมีกรอบตัวเครื่องสีทองสวยหรู โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มีนาคม 2563

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

เป็นเจ้าของ OPPO Find X2 Pro | 5G ได้ในราคา 40,990 บาท ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับฟรี OPPO Enco Free True Wireless Headphones มูลค่า 3,999 บาท และพบกับโปรโมชั่นส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 15,000 บาท เมื่อซื้อ OPPO Find X2 Series 5G ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย พิเศษสำหรับ OPPO Find X2 Pro 5G รับฟรี OPPO Enco Free True Wireless Headphones มูลค่า 3,999 บาท
หรือสามารถเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ลิ้งก์นี้ https://bit.ly/oppoth-lzd

อ่านต่อ...

Android News

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO ที่ทุกคนไม่ควรพลาดการเป็นเจ้าของ เพราะรุ่นนี้จิ๋วแต่แจ๋วของจริง อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ เพียบ บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ไปดูของจริงกันเลย

1. เก็บข้อมูลได้เยอะ 128GB

OPPO A31 All features you need to know 08

OPPO A31 มาพร้อมแรม 4GB และความจุตัวเครื่อง 128GB ใช้งานได้เต็มที่ เก็บข้อมูลได้เยอะ ไม่ต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะเต็ม เพราะนอกจากเมมตัวเครื่องจะเยอะแล้ว ยังสามารถใส่เมมภายนอกได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

 

2. AI 3 กล้องหลัง

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 มีกล้องหลัง 3 ตัว มาพร้อม AI ที่มีความฉลาดสำหรับช่วยให้การถ่ายรูปทำได้ง่ายและออกมาสวยงามโดยไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก โดยกล้องหลักมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8, กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4 และกล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล f/2.4

 

3. กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera

ต้องบอกว่ากล้องหลักขนาด 12 ล้านพิกเซลของ OPPO A31 นั้นมีรูรับแสงที่กว้าง f/1.8 ทำให้เก็บภาพได้สว่างและคมชัด อีกทั้งยังมี AI เข้ามาช่วยทำให้ภาพมีความสวยงามมากขึ้นอีกด้วย

 

4. ภาพสวยโดดเด่นด้วย Portrait Bokeh

OPPO A31 Portrait Bokeh ModeOPPO A31 Portrait Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode

กล้องของ OPPO A31 มีเลนส์ 2 ล้านพิกเซลสำหรับช่วยเก็บรายละเอียดความชัดลึกชัดตื้น ทำงานคู่กับกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพ Portrait Bokeh เพื่อละลายฉากหลังทำได้สวยโดดเด่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น และยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้งานเพื่อปรับโทนสีได้หลากหลายอีกด้วย

 

5. ใกล้แค่ไหนก็ชัดด้วย Macro Lens

OPPO A31 Macro Lens OPPO A31 Macro LensOPPO A31 with Macro Camera OPPO A31 Macro Lens 01

OPPO A31 มีเลนส์ Macro ที่สามารถถ่ายภาพในระยะใกล้เพียงแค่ 4 เซนติเมตร นั่นก็หมายความว่าเราสามารถถือกล้องเข้าไปใกล้ๆ วัตถุเพื่อเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างคมชัดมากขึ้น โดยสามารถถ่ายภาพในระยะใกล้ได้เพียงแค่ 4 เซนติเมตร ไม่ว่าจะเป็นภาพอาหารที่เห็นรายละเอียดน่ากินมากขึ้น หรือจะเป็นเกสรดอกไม้ในระยะที่ใกล้มากๆ รวมไปถึงภาพถ่ายสิ่งของต่างๆ ที่มีขนาดเล็กก็สามารถเห็นรายละเอียดได้อย่างคมชัด

 

6. มีชีวิตชีวาด้วย Dazzle Color Mode

OPPO A31 Dazzle Color Mode 01 OPPO A31 Dazzle Color Mode

OPPO A31 มีโหมดเพิ่มสีสันสดใสให้กับรูปภาพด้วย Dazzle Color Mode เพิ่มความโดดเด่นและทำให้รูปถ่ายดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

 

7. กล้องหน้าถ่ายสวย AI Beauty 2.0

OPPO A31 Selfie with AI Beauty OPPO A31 Selfie with AI Beauty OPPO A31 Selfie with AI Beauty

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลของ OPPO A31 เซลฟี่ยังไงก็ออกมาสวยเนียนเป็นธรรมชาติ เพราะกล้องเขามี AI Beauty 2.0 ซึ่งมีความฉลาดมากๆ สำหรับช่วยปรับแต่งใบหน้าให้ออกมาสวยเป็นธรรมชาติอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องปรับตั้งค่าหรือนำไปแต่งผ่านแอปพลิเคชั่นอื่นให้ยุ่งยาก รวมไปถึงสามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายได้อีกด้วย

 

8. ดีไซน์สวย บาง เบา

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา แต่ขอบอกว่าดีไซน์ตัวเครื่องสวยมากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สีที่ใช้ในบทความเป็นสีดำ Mystery Black โทนสีคลาสิก เรียบหรู ตัวเครื่องมีความบางและเบา หยิบจับใช้งานได้ถนัดมือ โดยยังมีอีก 1 สีด้วย นั่นก็คือสีขาว Fantasy White เป็นการไล่เฉดสีขาวกับสีเขียวมินท์ได้อย่างลงตัว ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องเคลือบของ Ru Ware ซึ่งเป็นเครื่องปั้นดินเผาจีนที่มีชื่อเสียงและหายากจากราชวงศ์ซ่ง

 

9. หน้าจอใหญ่เต็มตา

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 มีหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว มองเห็นได้แบบเต็มตา เพราะว่ารุ่นนี้ดีไซน์หน้าจอแบบหยดน้ำ ซึ่งมีพื้นที่รอยบากสำหรับติดตั้งกล้องหน้าเล็กมากๆ ไม่รบกวนสายตาเวลาใช้งาน

 

10. แบตอึด ใช้งานยาวๆ ทั้งวัน

OPPO A31 All features you need to know

เห็นฟีเจอร์​ของ OPPO A31 ที่อัดแน่นขนาดนี้แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะเพียงต่อการใช้งานทั้งหรือไม่ เพราะรุ่นนี้มีความจุของแบตเตอรี่มากถึง 4230 mAh ถ่ายรูป เล่นโซเชียล หรือเล่นเกมต่อเนื่องได้สบายๆ อยู่ได้ทั้งวันอย่างแน่นอน

 

OPPO A31 ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ในราคาเพียง 5,999 บาท ที่ OPPO Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ต้องบอกว่ารุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาที่ให้ฟีเจอร์มาเยอะจริงๆ ครบทุกการใช้งาน ได้สเปคคุ้มค่าราคามากๆ

อ่านต่อ...

Android News

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ จับมือกับ TrueMove H พร้อมแล้วสำหรับการใชังาน 5G บน HUAWEI Mate30 Pro 5G สมาร์ทโฟนรุ่นแรกในไทยที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

HUAWEI Mate30 Pro 5G ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่วางจำหน่ายในไทยแล้วรองรับการใช้งาน 5G ได้ทันที โดยมาพร้อมเช็ตเซ็ตที่มีชิปโมเด็ม 5G อย่าง Kirin 990 5G ซึ่งก็สอดรับกับการเปิดให้ใช้งาน 5G ของ TrueMove H บนย่านความถี่ 2600 MHz

ผู้ที่ต้องการลองใช้งานระบบเครือข่าย 5G สามารถเริ่มได้แล้ววันนี้ โดยจับจองเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro 5G ที่รองรับระบบ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิจาก TrueMove H ในราคาเริ่มต้นเพียง 16,990 บาท โดยสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุดถึง 36 เดือน

นอกจากสมาร์ทโฟน HUAWEI แล้ว ทาง TRUE ยังเตรียมผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่มสมาร์ทดีไวซ์ เพื่อออกมารองรับการใช้งานระบบเครือข่าย 5G อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมสนองตอบเทรนด์ IoT (Internet of Things) แห่งอนาคต

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

ตัวอย่างผลการทดสอบความเร็วระดับ 5G ในปัจจุบัน บนสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro 5G

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

หมายเหตุ: ผลทดสอบความเร็วอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามพื้นที่ทำการทดสอบ

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

สำหรับพื้นที่ในการทดสอบระบบ TRUE 5G สามารถทดลองได้ในสถานที่ ดังต่อไปนี้

1) หัวเมืองชั้นใน กรุงเทพฯ ได้แก่ สยาม, สีลม, สาทร, บรรทัดทอง, สี่พระยา, อโศก, เพชรบุรี, พระราม 9, รัชดา, ชิดลม, เพลินจิต, นานา, สุขุมวิท

2) สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี ได้แก่ MRT วัดมังกร, MRT สามยอด, MRT สนามไชย, MRT อิสรภาพ

3) ทรูช็อป และทรูสเฟียร์ 21 สาขา ได้แก่ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตทรูช็อปแฟชั่นไอส์แลนด์, ทรูช็อปซีคอนสแควร์, ทรูช็อปเดอะมอลล์บางกะปิ, ทรูช็อปเดอะมอลล์บางแค, ทรูช็อปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, ทรูช็อปเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต, ทรูช็อปเซ็นทรัลพลาซ่า ศาลายา, ทรูช็อปเมกาบางนา, ทรูช็อปเซ็นทรัลพระราม 2, ทรูช็อปเซ็นทรัลบางนา, ทรูช็อปเซ็นทรัลลาดพร้าว, ทรูช็อปเซ็นทรัลเวิลด์, ทรูช็อปอยุธยา พาร์ด, ทรูช็อปเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, ทรูช็อปเอ็มควอเทียร์, ทรูช็อปดิจิตอล เกตเวย์, ทรูแบรนดิ้งช้อป ไอคอนสยาม, ทรูสเฟียร์เอ็มควอเทียร์, ทรูสเฟียร์เซ็นทรัลเวิลด์ ทรูสเฟียร์ ไอคอนสยาม

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

สำหรับการเช็คความพร้อมของซิม สามารถกด *5555*1# โทรออก เพื่อเช็คความพร้อมมือถือและซิมการ์ดว่ารองรับ 5G หรือไม่ และกด *5555*2# โทรออก เพื่อรับสิทธิทดลองทดสอบใช้งาน 5G ฟรี “เฉพาะกรณีซื้อเครื่อง5G กับทรู พร้อมเปิดบริการ 4G+ Extrafun Unlimited/Best Deal Best Choice มูลค่า 1,099 บาทขึ้นไปเท่านั้น” จนถึง 31 ธันวาคม 2563

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14 OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

OPPO Find X2 Series ...

OPPO A31 All features you need to know OPPO A31 All features you need to know
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้...

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโ...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

realme 6 สมาร์ทโฟนกล...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

3BB GIGATainment ความบันเทิงระดับโลกกับบ้านใหม่ของ HBO ในไทย พร้อมอินเทอร์เน็ต 1Gbps เริ่มต้น 590 บาท

3BB หนึ่งในผู้ให้บริ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง