DXOMARK รีวิวกล้อง vivo X300 Ultra แล้ว! ได้ไป 170 แต้ม หมวด Portrait | Ultra Wide | Tele ได้คะแนนสูงสุด!

โดย Map

DXOMARK ปล่อยรีวิวกล้องของ vivo X300 Ultra ออกมาเรียบร้อยแล้วครับ! ได้คะแนนไปสูงถึง 170 แต้ม ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตารางเลยทีเดียว!

แต่แอบเซอร์ไพรส์ในอันดับเล็กน้อย เพราะ vivo X300 Ultra ยังเป็นรองรุ่นก่อนอย่าง vivo X300 Pro คะแนนน้อยกว่า 1 แต้ม และน้อยกว่า HUAWEI Pura 80 Ultra แชมป์ปัจจุบันอีก 5 แต้มครับ ซึ่งคะแนนเฉลี่ยในแต่ละหมวดจะออกมาดังนี้เลยครับ

ภาพนิ่ง 174 คะแนน

  • กล้องหลัก 175 คะแนน
  • โบเก้ 180 คะแนน
  • Ultra Wide 175 คะแนน
  • Tele 172 คะแนน

วิดีโอที่ 162 คะแนน

  • กล้องหลัก 168 คะแนน
  • Ultra Wide 147 คะแนน
  • Tele 139 คะแนน

แม้คะแนนจะเป็นรองอยู่บ้าง แต่จะเห็นว่าคะแนนในด้านโบเก้หรือ Portrait, Ultra Wide และ Tele ในส่วนของภาพนิ่งนั้นทำได้สูงที่สุด ถือว่าเป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจจริง ๆ ครับ

สเปคกล้อง vivo X300 Ultra

  • กล้องหลัก: ความละเอียด 200MP (ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.12″) f/1.9, ระยะ 35 มม., PDAF, Gimbal OIS
  • กล้อง Ultra-wide: ความละเอียด 50MP (ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.28″) f/2.0, ระยะ 15 มม., Dual PDAF, OIS
  • กล้อง Tele: ความละเอียด 200MP (ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4″) f/2.7, ระยะ 85 มม., PDAF, OIS

และนี่คือตัวอย่างภาพถ่ายและวิดีโอของ vivo X300 Ultra จาก DXOMARK ครับ

สำหรับจุดเด่นและจุดด้อยของกล้อง vivo X300 Ultra ที่ DXOMARK รีวิวไว้ก็จะมีดังนี้เลยครับ

จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพการถ่ายภาพบุคคลที่ยอดเยี่ยม: โทนสีผิวที่เป็นธรรมชาติ การแสดงผลที่เน้นตัวแบบอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีโหมดถ่ายภาพบุคคลที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน
  • ความสามารถในการซูมที่โดดเด่น: กล้อง Tele ระดับแนวหน้า ให้การรักษารายละเอียดที่ยอดเยี่ยมแม้ในระยะไกล เหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่
  • การแสดงผลคุณภาพสูงในสภาพแสงจ้า: ภาพคมชัด Noise ต่ำ และการแสดงผลโดยรวมที่น่าพอใจสำหรับทั้งภาพทิวทัศน์และภาพบุคคล
  • การรักษารายละเอียดที่ยอดเยี่ยม ผสานกับการแสดงผลโดยรวมที่เป็นธรรมชาติและน่าพึงพอใจจากโมดูลกล้องอัลตร้าไวด์

จุดด้อย

  • ความไม่สม่ำเสมอในสภาวะที่ท้าทาย: การเปิดรับแสง สี และความคมชัดอาจผันผวน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อยและสถานการณ์การบันทึกวิดีโอ
  • ข้อจำกัดในที่แสงน้อย: Noise ที่เพิ่มขึ้น สิ่งผิดปกติที่มองเห็นได้ เช่น ภาพซ้อน รวมถึงพื้นผิวที่ไม่เป็นธรรมชาติที่เกิดจาก AI ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของภาพในฉากที่ท้าทาย
  • สิ่งผิดปกติจากการประมวลผลมากเกินไปเป็นครั้งคราว: การปรับปรุงภาพด้วย AI อาจทำให้เกิดภาพที่ไม่เป็นธรรมชาติในบางครั้ง โดยเฉพาะบนใบหน้าและพื้นผิวละเอียดในสภาวะที่ท้าทาย เช่น ในที่แสงน้อยหรือฉากที่มีแสงส่องจากด้านหลังอย่างรุนแรง

ก็ถือว่าทำได้สมกับมาตรฐานของเรือธงจาก vivo ล่ะเนอะ แม้ด้านคะแนนอาจจะไม่ได้พุ่งสูงขึ้นมาก แต่ในแง่ผลลัพธ์ เราจะเห็นว่าคุณภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านการซูมและ Portrait ที่ทำได้ดีขึ้นอีกมากเลย สำหรับใครที่อยากอ่านรีวิวฉบับเต็มของ DXOMARK ก็สามารถเข้าไปได้ที่นี่เลยครับ

ที่มา : DXOMARK

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More