Connect with us

Featured

รีวิว Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G บางสุดในโลก ดีไซน์โดดเด่น กล้องหน้าคมชัด 44MP โฟกัสไม่มีหลุด พร้อมฟีเจอร์แบบจัดเต็ม

Published

on

รีวิว Vivo V20 Pro 5G กล้องสุดปัง! โฟกัสไม่มีหลุดด้วยกล้องหน้า 44MP Eye Autofocus จัดเต็มด้านดีไซน์ด้วยการเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่บางสุดในโลก พร้อมใช้งานได้เร็วแรงด้วยขุมพลัง Snapdragon 765G 5G

 

สรุปสเปค Vivo V20 Pro 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.82 × 74.2 × 7.39 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 170 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED กว้าง 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, NTSC 98.5% รองรับ HDR10
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 765G 5G Octa Core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128/256 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าคู่ 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 44 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Super Wide-Angle 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.28
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รอบรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับ 33W Vivo FlashCharge 2.0

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

เล่นเฉดตั้งแต่ตัวกล่องสำหรับ Vivo V20 Pro 5G ที่มีความวิบวับเป็นรูปตัว “V” สีฟ้าอย่างชัดเจนเมื่อกระทบแสงในมุมต่างๆ พร้อมด้วยชื่อรุ่น V20 Pro เด่นๆ ตรงกลาง ขณะที่ด้านหลังกล่องก็มีฟีเจอร์สำคัญต่างๆ ได้แก่ 44MP Eye Autofocus, Ultra Sleek Matte Glass, 64MP Night Camera และ Qualcomm Snapdragon 765G 5G

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo V20 Pro 5G พร้อมฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • หูฟัง
  • เคสโทรศัพท์
  • อุปกรณ์แปลงพอร์ต USB Type-C เป็น 3.5 มม.
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้นและการรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์สวยงาม บางสุดในโลกของสมาร์ตโฟน 5G

Vivo V20 Pro 5G ถูกขนานนามว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G ที่บางที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ทำให้การจับถือมีความถนัดมือมากขึ้น น้ำหนักเบา และใช้งานได้แบบสบายตลอดวันโดยไม่รู้สึกเมื่อยเวลาใช้งานไปนานๆ

 

เท่านั้นไม่พอ Vivo V20 Pro 5G ยังมีสีสันที่โดดเด่นด้วยการใช้วัสดุกระจกแบบด้าน เล่นเฉดสีอย่างสวยงาม โดยสีที่เราได้มาเป็นสี Sunset Melody ที่ให้โทนเรื่องความสดใสแบบชัดเจน ไล่สีม่วงไปสีฟ้าได้เป็นระดับ และเล่นแสงกับมุมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ใครที่ถือไปไหนจะต้องมีโดนเหลียวมองกันบ้าง

 

หน้าจอแสดงผลของ Vivo V20 Pro 5G มาแบบรอยบากขนาดเล็ก ชูโรงด้วยความสดใสด้วยชนิด Super AMOLED พร้อมการแสดงผลสี NTSC 98.5% ใครที่ชอบรับชมวิดีโอหรือภาพยนตร์ต่างๆ ต้องบอกว่าจะต้องหลงรักแน่นอน

 

นอกจากสีสันแบบจัดเต็มแล้ว ขนาดหน้าจอก็เป็นส่วนสำคัญในการรับชมความบันเทิงต่างๆ โดยรุ่นนี้มาพร้อมขนาด 6.44 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+ ทำให้ชมสิ่งต่างๆ หรือจะเล่นเกมก็ทำได้แบบเต็มตาแน่นอน

 

ส่วนบนของหน้าจอจะมีรอยบากที่ฝังกล้องหน้าไว้ 2 เลนส์ ความละเอียด 44 + 8 ล้านพิกเซล โดยมีลำโพงที่อยู่เหนือขึ้นไปเล็กน้อย

 

ฝั่งขวาตัวเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่มและลดเสียง ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง ถัดไปทางขวาจะเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ส่วนด้านบนจะมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้น

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลัง 3 เลนส์ โดยมีเลนส์หลัก 64MP โดเด่นด้านบนสุด ส่วนอีก 2 เลนส์ด้านล่างจะเป็นเลนส์ Super Wide Angle และเลนส์ Mono ถัดลงมานอกโมดูลกล้องจะมีไฟแฟลช LED มาให้

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo V20 Pro 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งแน่นอนว่าจะมีฟีเจอร์มาให้ลองเล่นเพียบ

 

หน้าตา UI : Funtouch OS 11

 

รองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่อง

ความพิเศษของ Vivo V20 Pro 5G นั้นเริ่มตั้งแต่การใช้สัญญาณบนเครือข่าย 5G กันเลยครับ ทำให้เราสัมผัสถึงความเร็วแรงจากการใช้งานได้แน่นอน แถมไม่ต้องรออัปเดทเฟิร์มแวร์ให้ยุ่งยากด้วย

 

ธีมและวอลเปเปอร์ให้เลือกเพียบ

นอกจากที่ตัวเครื่องยังมีสีสันที่โดดเด่นแล้ว วอลเปเปอร์และธีมภายในเครื่องก็มีให้เราเลือกมากมายเช่นกัน ซึ่งแต่ละแบบต้องบอกเลยว่าสวยงามทั้งหมด

 

แสดงสถานะด้วย Always-on-Display

เป็นฟีเจอร์เฉพาะในรุ่นที่มีหน้าจอ AMOLED เท่านั้นครับ เมื่อเราล็อกหน้าจอและเปิดฟีเจอร์นี้เอาไว้ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องสัมผัสเครื่องเพื่อดูเวลาหรือการแจ้งเตือนต่างๆ เลย เพราะทั้งหมดจะปรากฏขึ้นทันทีที่ล็อกหน้าจอครับ

ทั้งนี้ เรายังสามารถปรับแต่งความสาวยงามของฟีเจอร์ Always-on Display ได้ด้วยตามความชอบ

 

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบ

Vivo V20 Pro 5G มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ มีความเสถียรและความเร็วเร็วอย่างมาก

นอกจากนี้ ก็ยังมีเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาให้ใช้งานกันเช่นเคย

 

โหมดมืดใช้งานง่าย ครอบคลุมหลายแอปพลิเคชั่น

ใครที่ชอบเล่นสมาร์ตโฟนในตอนกลางคืน ก็สามารถเปิดโหมดมืดเพื่อใช้งานได้สบายตามากขึ้น ที่สำคัญโหมดมืดยังช่วยให้ Vivo V20 Pro 5G กินพลังงานน้อยลง ทำให้แบตเตอรี่หมดช้าลงอีกด้วย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

จัดมาให้ด้วยความแรงดั่งเรือธงสำหรับ Vivo V20 Pro 5G ผ่านขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 765G 5G ที่ถือเป็นเรือธงของชิปเซ็ตระดับกลางกันเลยทีเดียว ในเรื่องของการใช้งานทั่วไปหรือจะเล่นเกมทำได้แบบไหลลื่นแน่นอน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 627 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,930

 

Ultra Game Mode ผู้ช่วยในการเล่นเกม

Ultra Game Mode ผู้ช่วยในการเล่นเกมเเพื่อให้ทำงานได้แบบไม่มีสะดุดก็สามารถปรับให้ระบบเล่นเกมได้แบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปิดแจ้งเตือนแอปต่างๆ หรือการโทรเข้า ซึ่งในโหมดนี้ยังรองรับโหมด E-Sport ที่ช่วยความไหลลื่น เอฟเฟ็กต์ และอัตราเฟรมเรทให้คงที่มากขึ้น

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

Vivo V20 Pro 5G สามารถเปิด ROV ได้สูงสุดทั้งหมด ยกเว้นเพียงการแสดงผลในระดับสูงเท่านั้น โดยทดสอบในโหมด 5 VS 5 ก็เล่นได้แบบไหลลื่นขึ้นสุด เฟรมเรทวิ่งคงที่มาก ประมาณ 59-61fps ตลอดทั้งเกมครับ

 

PUBG Mobile

มาถึงเกม PUBG Mobile ยอดฮิตก็สามารถเปิดกราฟิกได้ใน HDR HD พร้อมเฟรมเรทระดับ Ultra ซึ่งเราก็เล่นในโหมด Battle Royal 100 คน ได้แบบสบายๆ จอสัมผัสไหลลื่นและการกดก็ตอบสนองได้ดีครับ

 

V4

สำหรับเกมแนว MMORPG อย่าง V4 เครื่องนี้ก็เล่นได้อย่างไหลลื่นครับ แถมเปิดภาพระดับสูงสุดได้ทั้งหมด หน้าจอสัมผัสได้ไหลลื่นเป็นอย่างดี และกราฟิกในเกมก็สวยงามและคมชัดมากๆ

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge 2.0

Vivo V20 Pro 5G จัดแบตเตอรี่ความจุมาให้ 4000mAh ซึ่งการใช้งานทั่วไป เช่น เล่นโซเชียลทั่วไปหรือดูวิดีโอระหว่างวันก็ใช้งานได้ตลอดวันครับ แต่ถ้าใครเน้นเล่นเกมก็อาจได้ชาร์จกันสักรอบครับ อย่างไรก็ตาม Vivo V20 Pro 5G ยังมาพร้อมเทคโนโลยี 33W Vivo FlashCharge 2.0 ซึ่งเราลองชาร์จจาก 23% ไปถึง 100% ในเวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้น

 

กล้องถ่ายรูป

ฟีเจอร์ต่างๆ มีมาให้มากมายแล้วสำหรับ Vivo V20 Pro 5G รุ่นนี้ เรื่องของกล้องก็มีฟีเจอร์ให้มาเพียบเช่นกัน ต้องบอกเลยว่าความสามารถพิเศษรุ่นนี้มีระบบ Eye Autofocus ที่โฟกัสใบหน้าของเราได้แบบไม่มีหลุดแน่นอน ทั้งยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้เพียบตามด้านล่างนี้เลยครับ

 

AI ฉลาดล้ำ ระบุฉากได้อย่างแม่นยำ

ความฉลาดของ Vivo V20 Pro 5G ยังคงมาในระดับสูง ด้วยการระบุฉากของวัตถุได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับปรับเฉดสีให้เหมาะสมกับวัตถุนั้นๆ อย่างธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรยกเว้นแค่การกดชัตเตอร์

 

AI ตัดแต่งรูปภาพเปลี่ยนฉากได้ชาญฉลาด

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ถือว่าจัดเต็มสุดๆ คือฟีเจอร์นี้ที่ไม่ว่ารูปไหนก็ที่เราถ่ายมา เมื่อเข้ามาแก้ไขในอัลบั้มภาพ ระบบจะเรียนรู้และแยกแยะวัตถุต่างๆ ให้เราทันที เช่น ท้องฟ้า, รถยนต์, บุคคล หรือสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ซึ่งถ้าเราเลือกท้องฟ้า เราก็สามารถเปลี่ยนภาพท้องฟ้าได้แบบอิสระ โดยไม่กระทบกับส่วนประกอบอื่นในภาพนั้น เรียกว่าสามารถเปลี่ยนคนให้ไปอยู่ในไหนในโลกก็ได้ หรือเปลี่ยนท้องฟ้ามืดๆ ให้กลับมาสว่างได้แบบเนียนเลยทีเดียว

 

คมชัดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล

ในเลนส์หลักของ Vivo V20 Pro 5G ก็ยังมาพร้อมความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีความคมชัดสูง เห็นรายละเอียดภายในภาพได้ดีกว่าเดิม ทั้งยังทำไปใช้งานด้านอื่นต่อได้อีกด้วย

 

ถ่ายได้กว้างสะใจถึง 120 องศาด้วยเลนส์ Super Wide-Angle

หนึ่งใน 3 เลนส์ของกล้องหลังรุ่นนี้เป็นเลนส์ Super Wide-Angle มุมมองกว้างสุดถึง 120 องศา ช่วยให้เก็บภาพบรรยากาศรอบตัวได้ครบทุกมุม สีสันมีเฉดสดใส เห็นได้กว้างกว่าเลนส์หลักอย่างชัดเจนครับ อะไรที่เก็บไม่ครบก็เก็บได้ประโยชน์จากเลนส์นี้แน่นอน


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

เบลอเป็นธรรมชาติด้วย Portrait Mode พร้อมฟีเจอร์ Eye Autofocus

Vivo V20 Pro 5G จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ของการถ่ายบุคคลหรือ Portrait ช่วยให้การถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเราสามารถปรับความเบลอของพื้นหลังได้ตั้งแต่ F0.95 – F16 (ยิ่งน้อยยิ่งเบลอ)

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

รวมถึงการเปลี่ยนลักษณะโบเก้ฉากหลังเป็นในลักษณะต่างๆ ได้ด้วย ได้แก่ แวดวง, หัวใจ, สามเหลี่ยม, ดาว และห้าเหลี่ยม

 

ถ่ายรูปอย่างมีสไตล์ด้วย Multi-style 3.0

ฟีเจอร์ดังกล่าวจะเป็นคล้ายกับฟิลเตอร์ แต่จะเป็นการเล่นเฉดสให้เหมาะสมกับสภาวะต่างๆ ของการถ่ายรูป โดยจะมีให้เลือกหลายแบบ เช่น ธรรมชาติ, วินเทจ, แฟชั่น, สไตล์ญี่ปุ่น, ขาวดำ, เปียก และเหลือเงิน เป็นต้น

 

เอฟเฟ็กต์แสงภาพบุคคล Portrait Light Effect

Vivo V20 Pro 5G มีลูกเล่นในการถ่ายภาพบุคคลด้วยเอฟเฟ็กที่มีให้เลือกเพิ่มความโดดเด่นได้ถึง 5 แบบ ได้แก่ ไฟสตูดิโอ, ไฟสเตอริโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังสีขาวดำ

 

ลูกเล่นใหม่ไฉไลกว่าเดิมด้วยการรับแสงสองเท่า

ฟีเจอร์การรับแสงสองเท่าน่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ช่างภาพน่าจะชอบมากที่สุดครับ เพราะเป็นลูกเล่นคล้ายกับการถ่ายแบบ Double Exposure ด้วยกล้องโปรเลยทีเดียว โดยจะมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ การรับแสงด้านหน้า/ด้านหลัง ที่จะรับแสงจากกล้องหน้า-หลังไปพร้อมกัน (ไม่สามารถสลับกล้องหน้า-หลังได้) ทำให้ภาพออกมาซ้อนกันอย่างสวยงามเพียงแค่ชัตเตอร์ครั้งเดียว

 

ส่วนอีกแบบจะเป็นการรับแสงสองครั้ง ที่ให้เราถ่ายภาพ 2 ภาพแบบซ้อนกันอย่างสวยงาม ซึ่งตรงนี้จะต้องกดชัตเตอร์ 2 ครั้ง จะใช้กล้องหน้า + กล้องหน้า, กล้องหน้า + กล้องหลัง หรือกล้องหลัง + กล้องหลัง ก็ได้ทั้งหมดครับ อยู่กับมุมมองของแต่ละคนเลย

 

Super Night Mode ถ่ายกลางคืนได้สวยงาม ไร้ Noise

โหมดถ่ายภาพกลางคืนของ Vivo V20 Pro 5G ให้ความสว่างมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับโหมดปกติครับ ซึ่งให้ความคมชัดและสีสันที่ดี ไม่มีภาพแตกแน่นอนครับ ที่สำคัญเรื่องของจุดรบกวนหรือ Noise ก็แทบไม่มี และใช้งานโหมดนี้ได้ทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ Super Wide Angle ด้วย


Auto Mode / Super Night Mode


Auto Mode / Super Night Mode

 

นอกจากนี้ ก็ยังมี Night Filter ที่เพิ่มความหลากหลายให้หารถ่ายกลางคืนดูมีสีสันขึ้นครับ โดยจะมีให้เลือก 4 สไตล์ ได้แก่ ดำและทอง, น้ำแข็งสีฟ้า, ส้มเขียว และไซเบอร์พังก์


ดำและทอง


ไซเบอร์พังก์

น้ำแข็งสีฟ้า


ส้มเขียว

 

ถ่ายได้ใกล้ๆ คมชัดด้วยโหมด Macro

ในโหมดนี้ได้ใช้ประโยชน์จากเลนส์ Super Wide Angle ครับ โดยจะมีความคมชัดกว่าเลนส์ Macro ที่แยกออกมาเดี่ยวๆ โดยเราถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 4 ซม.เลยทีเดียว

 

ถ่ายหน้าสวยคมชัด 44MP

กล้องผ่านไป เรื่องกล้องหน้าก็จัดเต็มไม่แพ้กันครับ ด้วยความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล (ต้องใช้โหมดความละเอียดสูง) ช่วยให้เซลฟี่ได้อย่างคมชัด ทั้งยังปรับความสวยงามบนใบหน้าได้หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนสีผิว, ปรับขาว, หน้าบาง, รูปหน้า, ตาโต, จมูก และมีอีกเพียบ

 

กล้องหน้า Super Wide-Angle กว้างแค่ก็ไหนเก็บได้ครบ

ไม่ได้มาแค่เลนส์หลักเลนส์เดียวเท่านั้น แต่กล้องหน้ายังมีเลนส์ Super Wide-Angle มาให้เหมือนกัน ทำให้เราเซลฟี่ได้มุมมองที่ครบ อยากถ่ายบรรยากาศแบบไหนก็เก็บได้เต็มๆ


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

Super Night Selfie ควบคู่ Selfie Softlight Band เซลฟี่ยามที่แสงน้อยก็ไม่ต้องกลัว

เรื่องของการเซลฟี่ตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวแล้วครับ เพราะรุ่นนี้มาพร้อม Super Night Selfie ช่วยให้เราใช้โหมดกลางคืนถ่ายเซลฟี่ได้แบบงามและไม่เบลอ ภาพที่ได้ให้ทั้งใบหน้าสวยงามและฉากหลังที่เห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว ทั้งยังมี Selfie Softlight Band ที่เปิดแสงอ่อนๆ เพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาได้ธรรมชาติ


โหมดปกติ / Selfie Softlight Band

 

นอกจากนี้ ในการถ่ายวิดีโอ Vivo V20 Pro 5G ก็มีอีกหลายฟีเจอร์ให้ลองใช้งานกัน ดังนี้

  • ติดตามการโฟกัสขณะบันทึก : ฟีเจอร์ช่วยให้ใบหน้าของเราคมชัดและไม่เบลอจากการถ่ายวิดีโอต่างๆ ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็ไม่มีหลุดเฟรมแน่นอน

 

  • Dual View : ฟีเจอร์นี้จะเป็นการถ่ายวิดีโอกล้องหลังพร้อมกับกล้องหน้า ซึ่งจะได้เป็นวิดีโอออกมา 1 คลิปตามที่เราถ่ายเลย

 

  • Art Portrait Video (อวตารภาพยนตร์) : เป็นการใช้เอฟเฟ็กต์ร่วมกับวิดีโอครับ โดยจะมี 2 แบบ ได้แก่ โมโนที่จะเปลี่ยนฉากหลังเป็นสีขาวดำ และโบเก้ที่จะเบลอฉากหลังให้เราตอนถ่ายคลิปครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์โดดเด่น สีสันจัดเต็ม และเป็นสมาร์ทโฟน 5G บางสุดในโลก
  • กล้องหน้าคามชัดสูง 44MP พร้อมโหมดติดตามโฟกัสดวงตา ถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอก็ไม่มีเบลอ
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ 64MP ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมความฟีเจอร์แปลกใหม่ที่มีแค่ใน Vivo V20 Pro 5G
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมก็ไม่มีสะดุดแน่นอน
  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • แบตเตอรี่ 4000mAh พร้อมรองรับ 33W vivo FlashCharge 2.0 ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

Android News

รวมสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์เด็ดในยุค 5G จาก OPPO พร้อมโปรฯ เร็วแรง AIS 5G เครือข่ายที่ดีที่สุด

Published

on

ในปี 2020 OPPO ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าพร้อมเข้าสู่ยุค 5G อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์ 5G สุดเร็วแรง มีหลากหลายรุ่นให้เลือกเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น OPPO Reno4 Z 5G, OPPO Reno4 Pro 5G และ OPPO Find X2 Series 5G ซึ่งทุกรุ่นรองรับเครือข่าย 5G จาก AIS ผู้นำเครือข่าย 5G อันดับ 1 ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ โดยเรามาดูพร้อมกันครับว่ามีอะไรเด็ดๆ รอเราอยู่บ้าง

OPPO จัดเต็มด้านสเปคและฟีเจอร์เพียบ!


OPPO Find X2 Series 5G

สำหรับฟีเจอร์ต่างๆ และสเปคของ OPPO ทุกรุ่นที่เรากล่างถึงนั้นต้องบอกว่าเร็วแรงพร้อมใช้งานควบคู่กับ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตั้งแต่รุ่นเรือธงอย่าง OPPO Find X2 Series 5G ได้แก่ Find X2 5G และ Find X2 Pro 5G ที่จัดหนักด้วยขุมพลังตัวท็อป Qualcomm Snapdragon 865 ควบคู่ RAM 12GB + ROM 512GB ในรุ่น OPPO Find X2 Pro 5G ผสานกับเทคโนโลยีชาร์จเร็วสูงสุดถึง 65W SuperVOOC 2.0 และแน่นอนว่าใช้ความไหลลื่นทุกการสัมผัสด้วยหน้าจอแสดงผล 120Hz Ultra-High Refresh Rate และ True Billion Color Display 10bit ที่มีความสมจริงมากที่สุด

ที่สำคัญ OPPO Find X2 Series 5G ยังมาพร้อมกล้อง 4 เลนส์ Ultra Vision Camera System คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ที่ให้ฟีเจอร์มาแบบครบพร้อมใช้งานทุกสถานการณ์

OPPO Reno4 Pro 5G

สำหรับรุ่นรองลงมาอย่าง OPPO Reno4 Pro 5G ก็ให้ประสบการณ์ไม่ต่างจากเรือธงด้วย CPU ตัวท็อปของระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 765G พร้อมหน้าจอ 90Hz 3D Curved Screen ใช้งานสุดไหลลื่นไม่มีสะดุด ทั้งยังโดดเด่นเรื่องดีไซน์ที่มีความเบา 172 กรัม และบางเพียง 7.6 มม. รวมถึงการชาร์จไว 65W SuperVOOC 2.0 ที่เทียบเท่าเรือธงอย่าง OPPO Find X2 Series 5G

แถมมีกล้องหลัง 3 เลนส์ คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซลที่จัดให้เราถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งได้ระดับโปรทั้งกลางวันและกลางคืน

OPPO Reno4 Z 5G

และสุดท้ายในรุ่นราคาประหยัดที่สุดอย่าง OPPO Reno4 Z 5G ก็ถือว่าจัดเต็มแบบขั้นสุดเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึง 5G ได้มากที่สุด จากการชูโรงด้วยดีไซน์ที่ดูมีความพรีเมี่ยมแบบ 2.5D พร้อมหน้าจอไหลลื่น Refresh Rate 120Hz เท่ากับเรือธงของ OPPO เองด้วยทีเดียว ที่สำคัญมากับหล้องหลัง 4 เลนส์ โดยเลนส์หลังถือว่าคมชัดจัดเต็มกับ 48 ล้านพิกเซล พร้อมด้วย Ultra-Wide Angle ในการถ่ายภาพมุมกว้าง และเลนส์สำหรับการถ่าย Portrait ในทุกมิติหลากมุมมองอีก 2 เลนส์

พร้อมใช้ AIS 5G เครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ

สำหรับทุกรุ่นที่กล่าวมาข้างต้นรองรับเครือข่าย 5G จาก AIS ที่ถือเป็นผู้นำเครือข่าย 5G อันดับ 1 ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ เพราะมีคลื่นความถี่มากที่สุด, ดีที่สุด และแรงสุดถึง 1Gbps ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยโปรโมชั่นใช้งานเครือข่าย 5G จาก AIS ถือว่าตอบโจทย์กับผู้ใช้งานอย่างแน่นอน ตามด้านล่างนี้เลยครับ

สำหรับลูกค้าใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม และเปลี่ยนเติมเงินเป็นรายเดือน สามารถซื้อ OPPO Find X2 Pro 5G ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 30,990 บาท จากปกติ 40,990 บาท ส่วน OPPO Find X2 5G ราคาเริ่มต้นเพียง 19,990 บาท จากปกติ 29,990 บาท โดยใครที่ย้ายค่ายเบอร์เดิมมาเป็นครอบครัว AIS แล้วจะได้รับส่วนลดเพิ่มไปอีก 1,000 บาท เมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพกเก็จรายเดือน ทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษมากมายผ่านแพ็กเกจรายเดือน 5G Hot Deal MAXX ได้แก่

  • โทรฟรีในเครือข่าย AIS ตลอด 24 ชั่วโมง (จำกัด 60 นาที/ครั้ง)
  • ใช้งาน 4G/5G ไม่อั้นที่ความเร็วสูงสุด 1Gbps เมื่อสมัครแพกเก็จ 5G Hot Deal MAXX ตั้งแต่ 1,199 บาทขึ้นไป ส่วนลูกค้าที่สมัครแพกเก็จ 699 บาท และ 899 บาท จะได้เน็ต 5G/4G ใช้งาน 50GB และ 80GB ตามลำดับ
  • AIS Wi-Fi ไม่จำกัด
  • YouTube Premium นาน 6 เดือน
  • PLAY Premium นาน 3 เดือน
  • รับฟรี! AIS PLAY VR มูลค่า 950 บาท เมื่อสมัครแพกเก็จ 1,199 บาทขึ้นไป

สำหรับรุ่น OPPO Reno4 Pro 5G สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 14,490 บาท จากปกติ 24,990 บาท โดยได้รับสิทธิพิเศษเพียบ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ย้ายค่ายเบอร์เดิมมาเป็นครอบครัว AIS แล้วจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาทเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพกเก็จรายเดือน (ให้เฉพาะช่องทาง AIS Online Channels เท่านั้น), AIS Wi-Fi ไม่จำกัด, YouTube Premium นาน 6 เดือน และใช้งานเน็ตฟรีจำนวน 10GB (นาน 3 เดือน) โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

  • สำหรับลูกค้าระบบรายเดือน : เปิดเบอร์ใหม่ จดทะเบียนใหม่ / ย้ายค่าย / เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือนต้องจดทะเบียนมากกว่า 30 วันเท่านั้น และมือถือรุ่นรองรับ 5G โดยหมายเลข (MSISDN) และเลขประจำเครื่อง (IMEI) ต้องไม่เคยรับสิทธิ์ 10GB มาก่อน (ระหว่างเดือนมีนาคม-กันยายน 63) สามารถรับสิทธิ์ได้
  • รับสิทธิ์โดยกด *955 โทรออก และ รอรับ SMS ยืนยัน (การใช้ 5G จะขึ้นกับประสิทธิภาพมือถือที่รองรับการใช้งาน)
  • สิทธิ์รับเน็ตฟรี สำหรับโทรศัพท์และซิมการ์ดที่รองรับ 5G เมื่อสมัครแพ็กเกจ 5G Hot Deal MAXX
  • รับสิทธิ์เน็ตและการใช้งาน 5G/4G/3G เพิ่ม 10GB/เดือน นาน 3 รอบบิล (ตัดการใช้งานเน็ตจากแพ็กเกจเน็ตฟรีก่อนแพ็กหลัก)

 

และสุดท้ายกับความคุ้มค่าในรุ่น OPPO Reno4 Z 5G เริ่มต้นในราคาสุดคุ้มเพียง 5,990 บาท จากปกติ 12,990 บาท โดยลูกค้าที่ย้ายค่ายเบอร์เดิมจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาทเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพกเก็จรายเดือนเช่นกัน ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เหมือนกับ OPPO Reno4 Pro 5G ทั้งหมดครับ

สำหรับลูกค้าท่านไหนที่สนใจ สามารถรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://hotdeal.ais.co.th/ หรือคลิกเลือกสั่งซื้อสมาร์ทโฟน OPPO 5G ที่ : https://m.ais.co.th/ApHnOmvc8%3C

Continue Reading

Featured

รีวิว Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล้องหน้าคมชัดสูง 44MP โฟกัสได้ต่อเนื่อง ดีไซน์สะดุดตา พร้อมสเปคสุดไหลลื่น

Published

on

Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล้องหน้าขั้นเทพ โฟกัสไม่มีหลุดพร้อมความละเอียดสูง 44 ล้านพิกเซล 44MP Eye Autofocus Selfie ฟีเจอร์กล้องให้แบบครบครัน ไม่ซ้ำใคร ทั้งยังมีสเปคแบบจัดเต็ม ใช้งานไม่มีสะดุด

 

สรุปสเปค Vivo V20

  • ขนาดตัวเครื่อง : 161.3 x 74.2 x 7.38 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 171 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 พร้อมความหนาแน่นพิกเซล 408ppi
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า Eye Autofocus ความละเอียด 44 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับ 33W Vivo FlashCharge 2.0

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo V20 จัดมาอย่างสวยงาม มีการเล่นแสงและเงาเป็นตัว “V” พร้อมด้วยชื่อรุ่นอย่าง Vivo V20 ตรงกลางครับ

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo V20 พร้อมฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • หูฟัง
  • เคสโทรศัพท์
  • อุปกรณ์แปลงพอร์ต USB Type-C เป็น 3.5 มม.
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้นและการรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Vivo V20 ทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการใช้เทคโนโลยี AG Matte Glass ที่ให้สัมผัสแบบกระจก มีความผิวด้านและมีความเรียบหรู ช่วยให้การติดลอยนิ้วมือหรือคราบต่างๆ ทำได้ยากมากๆ โดยสีที่เราได้มาเป็นสี Midnight Jazz ครับ

 

ที่สำคัญเรื่องการจับถือก็ทำได้อย่างสบาย เพราะที่ฝาหลังมีความโค้งมนแบบ 2.5D รองรับกับอุ้งมือ ทั้งยังมีความบางของตัวเครื่องเพียง 7.38มม. และน้ำหนักเบา 171 กรัม ทำให้เวลาใช้งานนานๆ ไม่รู้สึกเมื่อยมือแน่นอน

 

หน้าจอแสดงผลของ Vivo V20 ใช้ชนิด AMOLED ที่ให้ความสดใสของหน้าจออย่างมาก แถมรองรับ HDR10 ใครชอบดูภาพยนตร์ใน Netflix หรือวิดีโอต่างๆ จะต้องชอบแน่นอนครับ

 

ทั้งยังมีขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) พร้อมอัตราส่วน 20:9 ที่แสดงออกมาได้เต็มตาแน่นอน

 

เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับการสนทนา พร้อมด้วยหยดน้ำตรงกลางที่ฝังกล้องหน้าความละเอียดสูง 44 ล้านพิกเซล

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง พร้อมด้วย MicroSD Card อีก 1 ช่อง

 

ฝั่งขวาตัวเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่มและลดเสียง ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ทางด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่ ถัดไปมีไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซลอย่างเด่นชัด พร้อมด้วยไฟแฟลช Dual-LED ที่อยู่ด้านล่างโมดูลกล้องครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo V20 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดจาก Google เลยทีเดียวอย่าง Android 11 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งฟีเจอร์ต่างๆ ให้มาเพียบ ที่สำคัญ รุ่นพี่อย่าง Vivo V20 Pro ก็เตรียมได้อัปเดท Android 11 เช่นกันเร็วๆ นี้ครับ

 

หน้าตา UI : Funtouch OS 11

 

วอลเปเปอร์ให้เลือกเพียบ

ดีไซน์ภายนอกสวยแล้ว เรื่องความสวยภายในของวอลเปเปอร์ภายในก็มีให้เลือกเยอะเช่นกันครับ มีให้เลือกถึง 16 แบบ ใครชอบแบบไหนก็เลือกกันได้เลย!

 

โหมดมืดใช้ได้สุดสบายตา

ด้วยความที่เป็นหน้าจอ AMOLED ก็ต้องชอบพื้นผิวที่เป็นสีดำครับ ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องประหยัดแบตเตอรี่ได้แล้ว ก็ยังทำให้เราใช้งานได้สบายตามากขึ้นอีกด้วย

 

Always-on-Display ชมข้อมูลแค่เหลือบมอง

Always-on-Display เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายอย่างมากในการรับชมข้อมูลเบื้องต้นของเครื่องครับ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องกดล็อกเครื่องเพื่อดู

 

ระบบความปลอดภัย

Vivo V20 มาพร้อมกับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ การใช้งานต่างๆ ถือว่ารวดเร็วและเสถียรมากๆ สแกนได้ง่ายไม่มีพลาด

 

ทั้งนี้ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ใช้งานได้เร็วไม่แพ้กันเลย

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ไดนามิกให้ไม่ซ้ำใคร

Vivo V20 สามารถเปลี่ยนเอฟเฟ็กต่างๆ ในระบบได้ให้ไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟ็กต์ลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า, ระหว่างการชาร์จ และอื่นๆ ซึ่งแต่ละอย่างก็มีให้เลือกหลายแบบเลยทีเดียว

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo V20 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลระดับกลางสุดเทพอย่าง Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core ที่มีความเร็วของ CPU เพิ่มขึ้น 20%, GPU อีก 14% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 712 ทั้งยังมาพร้อม RAM 8GB ผสานกับเทคโนโลยี AI Pre-loading ช่วยให้เปิดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่เราใช้งานบ่อยได้เร็วขึ้น 20% เลยทีเดียว และยังมี ROM 128GB ที่ให้ความจุมาเยอะ จะถ่ายรูปหรือโหลดแอปก็ไม่ต้องกลัวเต็มครับ

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 552 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,704

 

ฟีเจอร์ช่วยในการเล่นเกม

นอกจากจะได้ CPU ที่ไหลลื่นแล้ว Vivo V20 ก็ยังมีฟีเจอร์เพิ่มเติมเข้ามาเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Multi-Turbo ที่ได้อัปเกรดด้วย ART ++ Turbo ช่วยให้ประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องทำได้อย่างยอดเยี่ยม เล่นเกมได้ไหลลื่น รวมถึง Game Turbo มีเพิ่มความแรงระหว่างการเล่นเกมให้สุดขึ้นไปอีกขั้น ทั้งยังการจัดสรรพลังงานที่ดีขึ้น และลดเฟรมเรทดรอปและเหวี่ยงได้มากถึง 30%

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับ ROV สามารถเปิดเฟรมเรทได้ในระดับสูง, ภาพ HD ระดับสูงสุด และการแสดงผลในระดับสูงเช่นกันครับ ซึ่งภายในเกมก็เล่นได้แบบไหลลื่นมากๆ เฟรมเรทแทบไม่ดรอปให้เห็นครับ ใครที่ชอบความลื่นระดับ 60fps ตลอดเกมจะต้องหลงรักแน่นอน

 

PUBG Mobile

สำหรับ PUBG Mobile ก็สามารถเล่นได้แบบไร้ปัญหาครับ ด้วยการเปิดกราฟิกระดับ HD พร้อมเฟรมเรทระดับสูง การกดบนหน้าจอตอบสนองได้ไว และการเคลื่อนไหวภาพก็แสดงออกมาอย่างสมูธมากๆ

 

Asphalt 9: Legends

สำหรับเกมรถแข่งอย่าง Asphalt 9: Legends สามารถเปิดกราฟิกในระดับสูง และภายในเกมก็เล่นได้แบบสบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่อึด พร้อมชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge 2.0

Vivo V20 มาพร้อมกับแบตเตอรี่อึดๆ 4000mAh ซึ่งใครที่ใช้งานทั่วไปแบตเตอรี่จะอยู่ได้นานเกือบตลอดวันครับ แต่ก็ไม่ต้องห่วงเพราะว่ามีเทคโนโลยี 33W Vivo FlashCharge 2.0 ซึ่งเราลองชาร์จจากประมาณ 35% ถึง 100% ในเวลาประมาณ 50 นาทีครับ

 

กล้องถ่ายรูป

พระเอกของ Vivo V20 ที่เรื่องกล้องที่จัดมาให้เต็มๆ ฟีเจอร์ครบครัน โดยมีกล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อมกล้องหน้า 44MP Eye Autofocus โดยแต่ละอย่างมีฟีเจอร์ดังนี้

 

ความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล

ในเลนส์หลักของ Vivo V20 จัดความคมชัดมากสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ภาพที่ได้จะมีรายละเอียดสูง สามารถเห็นสิ่งเล็กๆ ในภาพได้แบบชัดเจนเมื่อซูมเข้าไปครับ

 

AI ถ่ายสวย โฟกัสได้ชัด

Vivo V20 นั้นเน้นเรื่องการโฟกัสอย่างมากที่เลนส์หลักทั้งวัตถุหรือบุคลล ถ้าใครที่แตะ 2 ครั้งบนหน้าจอก็จะช่วยให้ระบบติดตามวัตถุที่เราเลือกได้แบบไม่มีหลุดแน่นอน ที่สำคัญเรื่องของสีสัน แสง และเงาก็ถ่ายออกมาได้ครบเลยทีเดียว

 

AI Image Matting ตัดแต่งภาพอย่างชาญฉลาด

ใครที่ชอบแก้ไขภาพให้มีลูกเล่นและดูสนุกมากขึ้นต้องบอกว่าทำได้เป็นอย่างดีกับ Vivo V20 ครับ โดยระบบจะรู้และแยกแยะสิ่งที่อยู่ในภาพเป็นหมวดหมู่อะไร เช่น บุคคล, ท้องฟ้า หรืออาคาร ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนฉากหลังหรือวัตถุในแต่ละหมวดได้ค่อนข้างเนียนเลยครับ

 

ความทรงจำกลับมาชัดเจนขึ้นด้วย Memory Recaller

ฟีเจอร์นี้น่าจะเป็นฟีเจอร์ที่หลายคนน่าจะชอบครับด้วยการนำภาพถ่ายในสมัยก่อนมาปรับให้ชัดขึ้นและสว่างมากขึ้น ทำให้ภาพความทรงจำเก่าๆ ของหลายคนกลับมาชัดแบบ HD เลยทีเดียว


ภาพถ่ายแบบเก่า / ใช้ Memory Recaller


ภาพถ่ายแบบเก่า / ใช้ Memory Recaller

 

Super Wide-Angle มุมกว้างสะใจ 120 องศา

อีกสิ่งที่ใครหลายคนน่าจะชอบกันมากก็น่าจะเป็นเลนส์ Super Wide-Angle ซึ่ง Vivo V20 ถ่ายได้กว้างถึง 120 องศา เก็บรายละเอียดรอบตัวได้ครบแม้ว่าวัตถุจะอยู่ไม่ห่างจากเราเท่าไหร่ ใครที่เอาไปถ่ายบรรยากาศหรือสถานที่ท่องเที่ยวก็ถ่ายได้เพลินๆ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

Portrait เบลอสวยงามมีความธรรมชาติธรรมชาติ

Vivo V20 นั้นให้ AI เข้ามาช่วยเรื่องการเบลอฉากหลังหรือการถ่าย Portrait ครับ ถ่ายได้มีมิติ มีการเบลอไล่เลเยอร์อย่างสวยงามครับ แถมใบหน้าของบุคคลก็ออกมาสวยงามแบบธรรมชาติด้วย

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

นอกจากนี้ก็ยังมีเอฟเฟ็กต์แสงภาพบุคคล Portrait Light Effect ที่เพิ่มความสนุกสนานในการถ่าย Portrait ได้มากขึ้น เพราะจะมีเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ให้เราได้ลองเลือกกัน ได้แก่ ไฟสตูดิโอ, ไฟสเตอริโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และพื้นหลังขาวดำ ทั้งยังใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

 

ในเลนส์ที่ 3 อย่างเลนส์ Mono นั้นช่วยให้ถ่ายเอฟเฟกต์ขาวดำได้ออกมาสวยงามมากกว่าปกติอีกด้วย

 

ยังไม่หมดเท่านี้เพราะยังมีสไตล์ในการถ่ายภาพบุคคลที่ให้มาเป็นคล้ายกับฟิลเตอร์ เช่น ธรรมชาติ, วินเทจ, เมืองเหนือ, สไตล์ญี่ปุ่น และอื่นๆ

 

รวมถึงการปรับเปลี่ยนแสงโบเก้เป็นลักษณะต่างๆ ได้ เช่น หัวใจ, ดวงดาว, แวดวง เป็นต้น

 

ถ่ายกลางคืนสวยงาม สว่างชัดเจนด้วย Super Night Mode

สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ใน Vivo V20 ก็คือฟีเจอร์ในการถ่ายภาพกลางคืนที่ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ภาพที่ได้มีความคมชัด มีการลด Noise จากความฉลาดของ AI ทำให้สีสันต่างๆ ยังคงความสดใสได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เราก็สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซลได้โดยไม่ต้องใช้ Super Night Mode เช่นกัน


โหมดปกติ / Super Night Mode

 

ทั้งนี้ Super Night Mode ก็ยังมีลูกเล่นเป็นสไตล์เพิ่มเติมอีก 4 แบบ ได้แก่ ดำและทอง, น้ำแข็งสีฟ้า, ส้มเขียว และไซเบอร์พังก์

 

Super Macro ถ่ายได้ใกล้เพียง 2.5 ซม.

สำหรับการถ่ายเจาะวัตถุแบบ Super Macro ได้ใกล้ถึง 2.5 เซนติเมตร จกการใช้เลนส์ Super Wide Angle เข้ามาช่วย ทำให้ภาพระยะใกล้นั้นยังคงความสดใสของสีสันไม่ต่างจากการถ่ายในโหมดปกติเลยด้วย

 

กล้องหน้าคมชัด โฟกัสไม่มีหลุดด้วย 44MP Eye Autofocus

กล้องหน้าของ Vivo V20 มีความละเอียดถึง 44 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีเทคโนโลยีในการโฟกัสอัตโนมัติตามดวงตาทั้งข้างซ้ายหรือขวา ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวอยู่หรือมือไม่นิ่งก็ถ่ายใบหน้าของเราได้ชัดๆ แน่นอน

 

เซลฟี่ที่มืดไม่ต้องกลัวด้วย 

ใครที่ชอบถ่ายเซลฟี่ในตอนกลางคืน รุ่นนี้ก็มาพร้อม Selfie Softlight Band ที่เป็นการเติมแสงอ่อนๆ บนหน้าจอเพื่อให้ใบหน้าของเราสว่างและชัดเจนมากยิ่งขึ้น


โหมดปกติ / เปิด Selfie Softlight Band

 

ถ่ายวิดีโอ เน้นโฟกัส สวยงามไม่แพ้ภาพนิ่ง

การถ่ายวิดีโอของ Vivo V20 ก็ทำออกมาได้อย่างสุดยอดในเรื่องของเทคโนโลยีการกันภาพสั่นไหว โดยเฉพาะกล้องหน้ามีสามารถตรวจจับดวงตา หรือ Eye Autofocus ทำให้ใบหน้าไม่มีหลุดโฟกัสครับ ทั้งยังถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุดถึง 4K

 

ฟีเจอร์ Art Portrait Video นั้นเพิ่มมิติที่การถ่ายวิดีโอได้อย่างสนุก ที่จะปรับฉากหลังให้เป็นขาว-ดำ แต่ตัวบุคคลยังคงเป็นสีสันอยู่

 

นอกจากนี้ ก็ยังสามารถถ่ายวิดีโอแบบ Dual View Video ทำให้เราเก็บบรรยากาศตรงหน้าและรีแอ็กชั่นได้พร้อมกัน แบบครบและจบในการถ่ายครั้งเดียว!

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 3 เลนส์ คมชัดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล ฟีเจอร์ครบ ฟังก์ชันเพียบ ใช้งานได้หลากหลาย
  • กล้องหน้า 44MP Eye Autofocus selfie โฟกัสได้ชัดเจน ไม่มีหลุดแน่นอน
  • ดีไวน์สวยงาม พร้อมการสัมผัสที่สบายขั้นสุด
  • CPU Snapdragon 720G ใช้งานได้ไหลลื่น ทั้งเล่นเกมหรือทั่วไป
  • แบตเตอรี่อึด 4000mAh แถมชาร์จได้เร็วด้วยเทคโนโลยี 33W vivo FlashCharge 2.0

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

 

Vivo V20 เริ่มพรีออเดอร์แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 ตุลาคม 2563 โดยมีราคาอยู่ที่ 11,999 บาท พร้อมรับฟรี! กระเป๋า Duffle Bag มูลค่า 1,399 บาท และ VIP Card ประกันหน้าจอแตกนาน 1 ปี + ขยายอีก 1 ปี มูลค่า 6,999 บาท

Continue Reading

Featured

รีวิว realme C12 สมาร์ทโฟนแบตอึด 6000mAh เปลี่ยนเป็น Power Bank ได้ หน้าจอกว้าง 6.5 นิ้ว และกล้องหลัง Nightscape

Published

on

realme C12 สมาร์ทโฟนน้องเล็กแบตเตอรี่ใหญ่ๆ 6000mAh ที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank เพื่อแบ่งปันแบตเตอรี่ได้เช่นกัน ทั้งยังมีหน้าจอ Mini-drop Fullscreen 6.5 นิ้ว ใช้งานได้เต็มตา โดยจะมีฟีเจอร์อื่นๆ อะไรที่น่าสนใจบ้าง ลองมาดูกันครับ

 

สรุปสเปค realme C12

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.5 × 75.9 × 9.8 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 209 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-drop Fullscreen ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, พื้นที่การแสดงผลที่ 88.7%
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio G35 Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • RAM 3/4 GB
  • ROM 32/64 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi b/g/n, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 6000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ relame C12 มาตามสีแบรนด์ที่เห็นก็รู้ว่าเป็น realme เช่นเคยครับ โดยอุปกรณ์ภายในกล่องมี ดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme C12 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย Micro USB 2.0
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ relame C12 ให้ผิวสัมผัสที่ดีมากครับ โดยเป็นผิวแบบด้าน ไล่เฉดสีเป็น 3 ระดับตามการสะท้อนแสงมุมต่างๆ ในรูปทรงเลขาคณิตที่ได้แรงบรรดาลใจสี่เหลี่ยมคางหมูที่เคยใช้เป็นครั้งแรกใน relame C11 ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีแดงสุดร้อนแรงอย่าง Coral Red

 

ทั้งนี้ ในการดีไซน์ก็ยังปกป้องเลนส์กล้องทั้ง 3 เลนส์พร้อมไฟแฟลชได้เป็นอย่างดีครับ และในเรื่องการจับถือต่างๆ ก็ทำได้ถนัดมือ ไม่มีรอยนิ้วมือติดแน่นอน ทั้งยังจับได้อย่างสะสบายด้วยฝาหลังที่มีความโค้งมนช่วยให้สบายต่อการจับถือ

 

หน้าจอแสดงผลจัดมาแบบ Mini-drop Fullscreen ขนาดกว้างถึง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ อัตราส่วน 20:9 พร้อมมีพื้นที่การแสดงผลที่ 88.7% ทำให้ใช้งานทั้งเล่นเกมและการชมวิดีโอต่างๆ ได้แบบเต็มตาแน่นอนครับ

 

เหนือหน้าจอแสดงผลมาพร้อมลำโพงสำหรับการสนทนา ถัดลงมาเป็นกล้องหน้าในหยดน้ำ

 

ทางซ้ายตัวเครื่องให้ช่องใส่ซิมการ์ดมาถึง 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD Card สูงสุดถึง 256GB รวมเป็นทั้งหมด 3 ช่องเลยทีเดียว

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

ทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ขณะที่กล้องหลังมีทั้งหมด 3 เลนส์ พร้อมด้วยไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

relame C12 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0 โดยลดระยะเวลาในการเปิดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ถึง 25% เพิ่มความไหลลื่น 20% แบตเตอรี่ ทั้งยังเพิ่มการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10%

 

วอลเปเปอร์มีให้เลือกเพียบ

relame C12 มีตัวเลือกของวอลเปเปอร์ให้ได้ใช้งานกันหลาย 10 แบบเลยทีเดียวครับ แต่ภาพที่ได้มาเป็นสีแดงก็น่าจะถูกใจใครกลายคนแน่นอนครับ เพราะตรงกับสีตัวเครื่องด้วย

 

ปรับไอคอนได้เอง

realme UI 1.0 สามารถปรับเปลี่ยนลักษณะไอคอนได้เช่นกันครับ โดยสามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงต่างๆ ได้ตามใจชอบครับ

 

Dark Mode มีให้ใช้งาน

relame C12 ก็มี Dark Mode ให้เราได้ใช้งานกันครับ โดยจะแสดงผลเป็นพื้นหลังสีดำทั้งหมด รวมถึงแอปพลิเคชั่นที่รองรับทันที ซึ่งเราสามารถเปิดโหมดนี้ตามเวลาได้เองตามที่กำหนดไว้

 

ถนอมสายตาก็มีให้เช่นกัน

หากใครที่ไม่อยากเปิด Dark Mode ก็สามารถใช้การตัดแสงสีฟ้าออกหรืออยู่ในโหมดถนอมสายตา ที่สามารถปรับความเข้มเป็นโทนอุ่นหรือเย็นได้ตามใจชอบเลย

 

ระบบความปลอดภัย

ระบบคาวมปลอดภัยจัดระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทางด้านหลังที่มีความรวดเร็วในการตอบสนองเพื่อปลดล็อกมาให้ใช้งานทันที

นอกจากนี้ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่มีความเร็วในการใช้งานอย่างเสถียรเช่นกันครับ

 

อยู่อย่างสงบด้วยโหมดโฟกัส

โหมดโฟกัสเป็นการตัดสิ่งรบกวนหรือตัดการแจ้งเตือนต่างๆ จากในสมาร์ทโฟนเราทันทีครับ ทำให้เราได้โฟกัสกับตัวเองมากขึ้น โดยเราสามารถเลือกเสียงบรรเลงได้ 3 แบบ ได้แก่ ทุ่งข้าวสาลี, คลื่น และคืนฤดูร้อน ทั้งยังสามารถปรับระยะเวลาในการเล่นได้ตามที่เราต้องการครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

relame C12 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Helio G35 ที่เป็นชิปเกมมิ่งระดับเล็ก ที่สถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร ซึ่งถือว่าเล็กพอสมควรในการประหยัดพลังงานมากขึ้น

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 168 และคะแนน Multi-Core ที่ 983

 

รวมเกมทั้งหมดไว้ที่ Game Space

มีมาให้ทุกรุ่นครับสำหรับฟีเจอร์ Game Space ที่เป็นการรวมเกมทั้งหมดไว้ในที่เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเป็นโหมดแข่งขัน และปิดกั้นการแจ้งเตือนได้ด้วย

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับเกม ROV เราสามารถเปิดกราฟิกได้ในระดับสูงยกเว้นการแสดงผลในระดับสูง และสามารถเปิดเฟรมเรทสูงได้เช่นกัน แต่เราได้เล่นลองในแบบเฟรมเรทปกติครับ เฟรมเรทก็วิ่งแบบลื่นๆ ประมาณ 28-30fps

 

Among US

สำหรับเกมดังใน PC ที่เล่นเกมสมาร์ทโฟนได้แบบฟรีๆ อย่าง Among US ก็สามารถเล่นได้แบบปกติ ไหลลื่น และไม่เห็นอาการกระตุกใดๆ

 

แบตเตอรี่อึดอยู่ได้นานเป็นวัน!

ความพิเศษที่เป็นรุ่นเล็ก แต่ก็ให้แบตเตอรี่มากกว่าเรือธง อยู่ที่ 6000mAh ที่ใช้งานทั่วไปได้เต็มวันหรือเผลอๆ จะเกิน 1 วันได้แน่นอนครับ ทั้งยังสามารถสแตนบายได้มากถึง 57 วัน ทั้งนี้ เมื่อแบตเยอะก็สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank ชาร์จให้เราสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นได้ด้วย ซึ่งต้องใช้สายแยกต่างหากครับ

 

นอกจากนี้ เรายังเพิ่มคาวมอึดด้วยโหมด Super Power Saving Mode หรือโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง ที่สามารถใช้งานได้อีกเป็นชั่วโมงแม้มีแบตเตอรี่ราวๆ 5% ซึ่งเราสามารถเลือก 6 แอปเพื่อใช้งานได้ต่อด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

realme C12 จัดกล้องหลังมาให้ที่แทบจะครบทุกฟีเจอร์ครับ โดบมีทั้งหมด 3 เลนส์ เป็นเลนส์หลัก + เลนส์ B&W และ Macro ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งฟีเจอร์ต่างๆ มีดังนี้ครับ

 

AI ถ่ายสวย โฟกัสไว

สำหรับโหมดปกติที่เราใช้งานกันมากที่สุด ก็ใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ ระบบโฟกัสทำได้ค่อนข้างไว สีสันของภาพเก็บได้ครบ และเรื่องแสงและเงาก็ถือว่าทำได้ดีมากสำหรับเรทราคาเดียวกัน

 

สีสันจัดขึ้นผ่านฟีเจอร์ Chroma Boost

สำหรับ Chroma Boost นั้นเป็นการเร่งเฉดสีของภาพให้มีความสดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการเร่งแสงสว่างในส่วนที่มืดได้ชัดเจนกว่าเดิมอีกด้วย


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost

 

Ultra Macro ถ่ายใกล้สุด 4 ซม.

เลนส์ Macro ก็จัดมาให้ ซึ่งมีระยะโฟกัสใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร สีสันถือว่าสวยงาม แต่อาจดรอปลงจากเลนส์ปกติเล็กน้อย แต่ยังคงความสวยงามอยู่ และภาพมีความคมชัด

 

Portrait ถ่ายได้สวยตามสไตล์ realme

realme C12 ให้เราได้ถ่ายภาพบุคคลได้อย่างสวยงามทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง การตัดขอบถือว่าทำได้เนียน ภาพดูมีมิติ ซึ่งภาพรวมแล้วทำได้ดีมากสำหรับสมาร์ทโฟนเรทราคาประหยัดครับ

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

นอกจากนี้ ก็ยังสามารถใช้งานฟิลเตอร์ B&W เพิ่มลูกเล่นในการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดีครับ

 

NightScape ถ่ายในที่แสงน้อยก็คมชัด

เป็นการนำฟีเจอร์ระดับท็อปเข้ามาในรุ่นประหยัดครับ โดย NightScape ของ realme C12 ใช้เวลาประมวลผลไม่นาน ประมาณ 4-5 วินาทีครับ เห็นความแตกต่างจากโหมดปกติมากพอตัว รายละเอียดในส่วนที่มืดมีความคมชัดเลยทีเดียว


โหมดปกติ / โหมด NightScape

 

กล้องหน้า HDR ย้อนแสงได้ ไม่ต้องกลัว

คนไหนที่ชอบถ่ายเซลฟี่ ก็มีฟีเจอร์ HDR ที่สามารถถ่ายย้อนแสงได้ ทำให้แสงของบรรยากาศด้านหลังไม่ฟุ้ง และใบหน้าก็ไม่มืดเมื่อปิด HDR


ปิด HDR / เปิด HDR

 

สรุปจุดเด่น

  • แบตเตอรี่ให้มาแบบสุดอึดถึง 6000mAh และใช้งานเป็น Power Bank เพื่อชาร์จให้รุ่นอื่นได้ด้วย
  • ดีไซน์สวยงามแบบเลขาคณิต เล่นเฉดอย่างสวยงามแบบ 3 ระดับ
  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.57 นิ้ว พร้อมใช้งานได้คมชัดแบบ HD+
  • มีกล้องหลัง 3 เลนส์ 13 ล้านพิกเซล ใช้งานฟีเจอร์ได้ครบ
  • ตัวเครื่องให้มา 3 Slot สามารถใส่ได้ 2 ซิม และ MicroSD Card ไม่จำเป็นต้องเลือกให้ยุ่งยาก

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ใช้พอร์ต Micro USB 2.0
  • ไม่มีหูฟังมาให้ในกล่อง

 

สำหรับ realme C12 จะมาในราคาสุดพิเศษผ่านทาง DTAC, AIS และ TrueMove H ที่มาในราคาสุดประหยัด โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

Continue Reading

กำลังฮอต

Android News3 วัน ago

รวมสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์เด็ดในยุค 5G จาก OPPO พร้อมโปรฯ เร็วแรง AIS 5G เครือข่ายที่ดีที่สุด

ในปี 2020 OPPO ได้ปร...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล้องหน้าคมชัดสูง 44MP โฟกัสได้ต่อเนื่อง ดีไซน์สะดุดตา พร้อมสเปคสุดไหลลื่น

Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme C12 สมาร์ทโฟนแบตอึด 6000mAh เปลี่ยนเป็น Power Bank ได้ หน้าจอกว้าง 6.5 นิ้ว และกล้องหลัง Nightscape

realme C12 สมาร์ทโฟน...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme 7i สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม ขุมพลัง Snapdragon 662, กล้องหลัง 4 เลนส์ 64MP พร้อมจอลื่น 90Hz และแบตเตอรี่พันธ์อึด 5000mAh เริ่มต้นเพียง 3,989 บาท

realme 7i หนึ่งในสมา...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว OPPO Reno4 Z 5G สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่น พร้อมความเร็วแรงด้วย 5G Dual-Mode, หน้าจอ 120Hz และกล้องหลัง 48MP ราคาเพียง 12,990 บาท

OPPO Reno4 Z 5G สมาร...

Advertisement

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์7 ชั่วโมง ago

อัลทรอน ฉลองความสำเร็จครองแชมป์ตลาด บีทูบี ส่งกระดานอัจฉริยะ รุ่นล่ามาแรง “SmartShare” รุกตลาดสตาร์ทอัพ และ เอสเอ็มอี เหนือกว่าเดิม ด้วยความเร็ว แรง และคุ้มค่ากว่า ครองใจองค์กรทุกระดับ

เร็วกว่า : อัลทรอน ก...

ข่าวประชาสัมพันธ์7 ชั่วโมง ago

Vivo ดึง 6 หนุ่มขวัญใจซีรีส์วายสะท้อนความเป็นตัวตนผ่าน V20 Pro 5G สมาร์ตโฟนเซลฟี่สวย ไม่สะดุด ไม่หลุดทุกโฟกัส!

Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟน...

ข่าวประชาสัมพันธ์7 ชั่วโมง ago

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว XPS พร้อมระบบดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ด้วยคอนเซ็ปต์ทุกรายละเอียดคือหัวใจของทุกสิ่ง (Every Little Thing is Everything)

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ปร...

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ago

LinkAxia นำเทคโนโลยีเน็ตเวิร์กสำหรับคลาวด์โดยเฉพาะ เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย

LinkAxia Group ในฐาน...

Apple News8 ชั่วโมง ago

Apple รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 รายได้ของธุรกิจบริการ และ Mac ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

วันนี้ Apple ประกาศผ...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง