ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

รีวิว Vivo V17

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที่พร้อมฉีกทุกกฏในทุกช็อตด้วยหน้าจอ Super AMOLED Ultra O Screen กว้างถึง 6.44 นิ้ว คมชัดแบบ FullHD+ พร้อมด้วยกล้องหลังสุดอัจฉริยะ 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล โดยสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ จะเป็นอย่างไรและถูกใจกันไหม มาดูกันเลยครับ

 

สรุปสเปค Vivo V17

  • ขนาดตัวเครื่อง : 159.01 × 74.17 × 8.54 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 176 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Ultra O Screen กว้าง 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และพื้นที่การแสดงผลที่ 91.38%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 675 AIE Octa Core
  • RAM 8 GB
  • ROM 256 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.2
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.45
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging 18W

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo V17 มาพร้อมกับตัวกล่องสีเหลี่ยมสีขาวด้วยดีไซน์ของตัวเครื่องที่ไล่เป็นเส้นเงา สะท้อนเป็นแสงสีรุ้งอย่างสวยงามครับ โดยที่ด้านหลังกล่องจะมีฟีเจอร์หลักๆ มาให้ได้ชมกันด้วย

และเมื่อแกะออกมาจะเจอกับอุปกรณ์เพียบ ได้แก่

  • ตัวเครื่อง Vivo V17 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ Fast Charge 18W
  • สาย USB Tpye-C
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • หูฟัง
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ยังคงสุดจัดปลัดบอกเหมือนเดิมสำหรับการดีไซน์ของแบรนด์ Vivo ที่ตอนนี้ในรุ่น Vivo V17 ก็ยังคงมีความสวยงามตามแบบฉบับของตัวเองอยู่เหมือนเดิม โดยเราจะเห็นกล้องหลังที่ดีไซน์แปลกตาชัดเจนโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้องคอมแพค มีความสมมาตร ทั้งยังมีกล้อง 4 เลนส์จัดเรียงในแบบ Retro-styled ในกรอบสี่เหลี่ยมอีกด้วย

 

ส่วนฝาหลังโดยรวมต้องบอกว่าสวยงามแบบละมุนสุดๆ กับสีขาว Crystal White ที่พื้นผิวจะมีความมันเงาเล็กน้อย ให้แสงสีขาว ผสมผสานสีฟ้าอ่อนๆ และสีม่วงเล็กๆ อย่างลงตัวสุดๆ

 

ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์สวยเท่านั้น แต่เรื่องของการจับถือด้วยมือก็ยังสะดวกเหมือนกันเพราะตัวเครื่องด้านหลังมีความโค้ง ทำให้จับถนัดมือและไม่บาดมือเวลาถือนานๆ ครับ

 

อีกส่วนหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้ คือ หน้าจอแสดงผลของ Vivo V17 ที่ใช้แบบใหม่ในนาม Super AMOLED Ultra O Screen ที่เป็นกล้องหน้าฝังในหน้าจอ ซึ่งต้องบอกว่าตัวกล้องนั้นมีขนาดเล็กมากๆ ไม่กินพื้นที่การแสดงผลมากเกินไปด้วย

 

ความสวยงามของหน้าจอ Super AMOLED Ultra O Screen มาพร้อมกับขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และพื้นที่การแสดงผลถึง 91.38% ทั้งยังได้รับการรับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland ป้องกันแสงสีฟ้าจากหน้าจอได้สูงถึง 42% ทำให้ใช้งานเล่นเกมหรือรับชมวิดีโอก็ทำได้เต็มตาและสบายตาแน่นอนครับ

 

ดูรอบตัวเครื่องกันครับ เริ่มที่เหนือหน้าจอแสดงผลกันก่อนเลยดีกว่า โดยจะมีลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ด้านบนเหมือนเดิม มีกล้องหน้า Ultra O Screen อยู่ที่มุมขวาบน ส่วนระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ จะฝังอยู่ใต้หน้าจอที่บริเวณมุมซ้ายบนครับ

 

ทางซ้ายตัวเครื่องด้านบนจะมีเพียงช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และ MicroSD Card 1 ช่องครับ รวมทั้งหมดเป็น 3 ช่อง

 

ส่วนทางขวาเป็นการใช้งานปุ่มทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเพิ่ม-ลดเสียง และ Power

 

ด้านล่างยังคงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

 

ส่วนด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 4 เลนส์ พร้อมด้วยไฟแฟลช LED 1 ดวงอยู่ในกรอบครับ พร้อมด้วยตัวอักษรความละเอียดกล้อง 48MP อย่างชัดเจน

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo V17 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.2 โดยหน้าตา UI การใช้งานจะเหมือนกับสไตล์ Vivo ปกติครับ แต่ในเวอร์ชัน 9.2 มีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ใช้งานไหลลื่นขึ้นและมีการจัดสรรทรัพยากรดีกว่าเดิมด้วย

 

มีธีมและวอลเปเปอร์ให้เลือกเพียบ

ใครที่อยากได้ธีมหรือวอลเปเปอร์ลายใหม่ๆ ก็สามารถเปลี่ยนได้ทั้งในส่วนการตั้งค่าของระบบ หรือในแอปลพิเคชั่น “ธีม” ครับ มีให้เลือกทั้งแบบลวดลายสีสัน หรือแบบตัวการ์ตูนก็มีให้โหลดไปใช้งานเพียบ ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย

 

ระบบความปลอดภัยมีให้ครบใช้งานไหลลื่น

Vivo V17 ยังคงมาพร้อมกับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่มีความรวดเร็วและเสถียรอย่างมาก โดยเราทดสอบการสแกนนิ้วหลายครั้งติดกัน ยังไม่มีครั้งไหนที่สแกนพลาดเลย โดยการทำงานที่รวดเร็วแบบนี้เป็นเพราะโครงสร้างเลนส์แบบ 3P ควบคู่กับความอัจฉริยะของระบบครับ

 

นอกจากนี้ การสแกนใบหน้าก็ยังรวดเร็วเช่นกันครับ (น่าจะเร็วกว่าสแกนลายนิ้วมืออีก) เมื่อเราทำการลงทะเบียนใบหน้าไปแล้ว ก็ให้เรากดปุ่มล็อคเครื่องเพื่อให้เริ่มสแกน ซึ่งความเร็วการสแกนบอกได้แค่ว่ายังไม่ทันเห็นหน้าจอล็อคก็เข้ามาหน้าโฮมสะแล้ว พร้อมใช้งานได้ทันที

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิก

ในส่วนของการสแกนลายนิ้วมือและใบหน้าจะมีเอฟเฟ็กต์การเคลื่อนไหวตามที่เราใช้งาน แต่หากใครต้องการเปลี่ยนก็ทำได้เช่นกันครับ มีหลายรูปแบบใช้เลือกกันไปเลย

 

โหมดถนอมสายตา

แน่นอนว่าเมื่อ Vivo V17 ผ่านการรับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland ที่เน้นเรื่องสายตาเป็นหลัก ก็ต้องมีโหมดถนอมสายตาที่ตัดแสงสีฟ้าได้มากขึ้นไปอีกขั้น โดยเราสามารถปรับโทนอุ่นหรือเย็นได้ตามใจชอบเลย เพื่อไม่ให้เกิดอาการล้าดวงตาขณะเล่นในที่แสงน้อย

 

โหมดมืด

นอกจากโหมดถนอมสายตาก็ยังมีโหมดมืดมาให้เหมือนกัน โดยจะเป็นการเปลี่ยนฉากหลังให้กับแอปพลิเคชั่นที่รองรับเป็นสีดำและตัวอักษรสีขาว แต่ก็ยังคงมีสีสันในบางส่วนเหมือนเดิมครับ

 

เปลี่ยนปุ่มนำทาง

เมื่อให้หน้าจอแบบมาเต็มขอบ Ultra O Screen ก็ต้องสามารถใช้งานให้เต็มที่ด้วยการเปลี่ยนปุ่มนำทางให้เป็นการใช้ท่าทางแทนครับ ซึ่งจะมีหลายแบบให้เลือก เช่น ปัดซ้าย-ขวาเพื่อย้อนกลับ และสามารถปัดขึ้นที่มุมขวา/ซ้ายเพื่อเข้าตั้งค่าด่วน หรือจะให้ปัดลงที่มุมขวาบนเพื่อเข้าตั้งค่าด่วนก็ได้เช่นกันครับ มีให้ลองเลือกปรับตามความถนัดเลย

 

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยปุ่ม Easy Touch

มีมาเช่นเคยสำหรับฟีเจอร์ Easy Touch ที่ให้เราสามารถเข้าแอปพลิเคชั่นหรือการใช้งานส่วนต่างๆ ได้ไวขึ้นตามความต้องการของเรา สามารถเลือกนำเข้าหรือนำออกได้ทั้งหมดครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในเรื่องของประสิทธิภาพภายใน Vivo V17 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 675 AIE ควบคู่กับ RAM 8GB และ ROM 256GB ซึ่งทั้งขุมพลังและความจุที่ให้มานั้นถือว่าเยอะและดีมากๆ เพราะขุมพลังรุ่นนี้ใช้ AI ในการช่วยประมวลผลให้ไหลลื่นยิ่งขึ้น รวมไปถึงความจุที่เก็บได้เยอะและยังใช้งานต่อเนื่องได้แบบสบายไม่ต้องโหลดแอปใหม่เมื่อเปิดขึ้นมาเป็นรอบที่ 2 เพราะ RAM ที่ให้มาถึง 8GB

 

Vivo V17 ยังมีฟีเจอร์ Multi-Turbo ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีเพียบ ไม่ว่าจะเป็น AI Turbo, Center Turbo, Game Turbo, Net Turbo, Cooling Turbo และ ART++ Turbo ที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพพื้นฐานและความเร็วในการตอบสนองของระบบได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 144,054 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 512 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,657

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

Vivo V17 ยังมาพร้อมกับ Ultra Game Mode 7.0 ที่ช่วยเรื่องการรีดประสิทธิภาพก่อนการเล่นเกม และปิดกั้นการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นหรือการโทรได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ทดสอบการเล่นเกม

Call of Duty: Mobile

เริ่มกันที่เกม Call of Duty: Mobile ในการปรับกราฟิก เราสามารถปรับได้ 2 แบบ คือ ปรับกราฟิกเป็น Very High เฟรมเรทก็จะได้สุดระดับ Very High และหากลดกราฟิกมาเป็น High เฟรมเรทจะปรับได้ถึงระดับ Max ครับ

โดยเราทดสอบการปรับกราฟิกทั้ง 2 แบบให้ชมกันในโหมด Battle Royale 100 คนครับ แบบแรกกราฟิก High + เฟรมเรท Max สามารถเล่นได้ไหลลื่น โดยอาจมีเฟรมเรทดรอปบ้างเล็กน้อยครับ แต่ยังถือว่าเล่นได้ไหลลื่นและไม่มีปัญหาใดๆ กับการเล่นโดยรวม และแบบที่ 2 กราฟิก Very High+ เฟรมเรท Very High ก็ยังเล่นได้ไหลลื่นเหมือนๆ กันแต่ภาพกราฟิกจะดูดีขึ้นมาตามการปรับ แต่เฟรมเรทก็อาจจะไม่ลื่นเท่าแบบแรก

 

ROV

ต่อมาในเกม ROV สามารถปรับภาพกราฟิกระดับสูง (ระดับสูงมากต้องรออัปเดท) พร้อมเฟรมเรทสูงครับ โดยเล่นในโหมด 5 VS 5 ก็เล่นได้แบบไม่มีอะไรทั้งสิ้น เฟรมเรทคงที่ตลอดครับ โดยอาจทะลุไปที่ 61fps บ่อยครั้ง หรือน้อยสุดที่เห็นก็แค่ 59fps เท่านั้นครับ เรียกว่าเล่นลื่นๆ หายห่วง รวมไปถึงระบบการทัชหน้าจอก็ทำได้ดีมากๆ เช่นกัน

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายกับเกมแข่งรถ Asphalt 9: Legends เราปรับกราฟิกในระดับสูง ก็สามารถเล่นได้แบบไร้ปัญหาครับ ลื่นตลอดทั้งเกมเลย

 

แบตเตอรี่อึดพร้อม Dual-Engine Fast Charging

Vivo V17 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4500mAh ที่พร้อมให้เราได้ใช้งานทั้งวันแน่นอน โดยเราทดสอบการเกม Call of Duty: Mobile ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง จากแบตเตอรี่เต็ม 100% ลดลงมาที่ 90% ซึ่งเฉลี่ยแล้วน่าจะเล่นเกมต่อเนื่องได้เกินครึ่งวันแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อแบตเตอรี่น้อยก็ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Dual-Engine Fast Charging กำลังไฟ 18W โดยการชาร์จจากช่วงที่แบตเตอรี่น้อยถึงไปประมาณ 80% ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากตามภาพด้านล่างครับ และเมื่อเลยจุดนั้นมาแล้วก็จะลดความเร็วลงเพื่อรักษาประจุและความร้อนของแบตเตอรี่

 

กล้องถ่ายรูป

ด้านกล้องถ่ายรูป Vivo V17 มีให้รวมถึง 5 เลนส์ แบ่งเป็นกล้องหน้า 1 เลนส์ และกล้องหลังถึง 4 เลนส์ โดยแต่ละเลนส์มีดังนี้

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้า

กล้องหน้ามีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.45

ถ่ายคมชัดขั้นสุดด้วยความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

Vivo V17 มาพร้อมกับเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ก็สามารถถ่ายด้วยความคมชัดขั้นสูงได้แบบสบายๆ ครับ โดยเราจะได้ภาพที่ไฟล์ใหญ่และละเอียดมากๆ (8000 x 6000 พิกเซล) สามารถซูมดูวัตถุในระยะไกลๆ ได้ชัดเจนเลยทีเดียว


ภาพปกติ / ครอป

 

จดจำหมวดหมู่ได้แม่นยำผ่าน AI Scene Recognition

ต้องมีมาในสมาร์ตโฟนที่เน้นกล้องแน่นอนสำหรับฟีเจอร์นี้ โดย Vivo V17 นั้นใช้ความฉลาดของระบบภายในทำให้จดจำวัตถุที่เราโฟกัสได้แม่นยำและรวดเร็วมากๆ ครับ เพียงแค่ให้กล้องโฟกัสก็จับได้เลยว่าสิ่งนี้คืออะไร และปรับแสงและสีตามความเหมาะสมของแต่ละวัตถุด้วย

 

Super Wide-Angle ใกล้แค่ไหนก็เก็บได้ครบ

เลนส์ Super Wide-Angle ในรุ่นนี้สามารถถ่ายได้กว้างถึง 120 องศา ซึ่งเป็นความกว้างเบอร์ต้นๆ ของสมาร์ตโฟน โดยภาพที่เราได้นั้นคมชัดมากๆ แสงและเฉดสีต่างๆ แทบไม่ต่างจากเลนส์หลักแต่ให้ความกว้างกว่า ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้เราใช้ประโยชน์จากระยะในการยืนได้ เช่น เราไม่ได้ถอยไปไกลๆ เพื่อเก็บองค์ประกอบให้ครบ แต่แค่เปลี่ยนมาใช้เลนส์ Super Wide-Angle ก็เพียงพอครับและสบายสุดๆ ไปเลย


เลนส์ปกติ / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์ปกติ / เลนส์ Super Wide-Angle

ถ่ายกับบุคคล เลนส์ Super Wide-Angle ก็จัดเต็มได้เหมือนกันครับ

 

เปลี่ยนกลางคืนให้สว่างเหมือนกลางวันด้วย Super Night Mode

ในฟีเจอร์ Super Night Mode ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ แค่ขอให้เราอยู่ในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืนก็เปิดโหมดนี้ขึ้นมาถ่ายได้ทันที ซึ่งเราจะได้ภาพที่สว่างและชัดเจนกว่าที่เรามองเห็นด้วยซ้ำ ที่สำคัญระยะเวลาการถือกล้องยังรอน้อยลงด้วยอยู่แค่ประมาณ 2-4 วินาทีในการประมวลผลเท่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพแสง


ปิด Super Night Mode / เปิด Super Night Mode

 

ถ่ายด้วยมุมมองที่สายตามนุษย์มองไม่เห็นผ่าน Super Macro

Vivo V17 มาพร้อมกับเลนส์ Super Macro ที่ทำให้เราถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดๆ เพียง 4 เซนติเมตรเท่านั้นครับ ซึ่งใกล้ขนาดนี้ดวงตาของเรามองแทบไม่เห็นแน่นอน โดยเลนส์ทำให้เราเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของวัตถุที่เราถ่ายที่ได้ความสวยงามไปอีกแบบ

 

 

สวยคมชัดพร้อมเบลออย่างธรรมชาติด้วย Portrait Bokeh

สิ่งที่ใครหลายคนจะต้องได้ใช้งานกันแน่นอน คือ Portrait Bokeh หรือการปรับหน้าชัดหลังเบลอนั่นเองครับ โดยในเรื่องการถ่ายบุคคลต้องบอกว่าทำได้ดีมากๆ ตัดขอบรอบตัวบุคคลได้เยี่ยมและดูเป็นธรรมชาติ มีมิติกว่าแบบไม่โบเก้ ทั้งยังมีการเบลอที่ไล่ระดับจากหน้าไปหลังเล็กน้อยเพื่อให้บุคคลนั้นดูไม่ลอยอีกด้วย


เปิด Portrait Bokeh / ปิด Portrait Bokeh

 

เซลฟี่งามๆ ใบหน้าสวยด้วย AI Face Beauty

มาดูกันในส่วนของการถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหน้ากันบ้างครับ โดยหลักๆ ก็จะมีการปรับใบหน้าสวย หรือ AI Face Beauty ต่างๆ เช่น ผิวนวล, โทนสีผิว, หน้าบาง, กราม, ตาโต, จมูกเรียว และอื่นๆ เพียบ โดยแต่ละอย่างสามารถปรับได้เต็มที่ตั้งแต่ 1 – 100 ระดับ แต่จริงๆ เราแทบไม่ได้ปรับอะไรเลยก็เพียงกับคำว่า “ใบหน้าสวยอย่างธรรมชาติ” แล้ว

 

ทั้งนี้ เมื่อถ่ายเสร็จ เราก็สามารถนำภาพที่ถ่ายมาปรับแต่งได้ต่อผ่านฟีเจอร์ AI Makeup ซึ่งปรับได้เหมือนกับฟีเจอร์กล้องโดยตรงเลยทีเดียว ใครไม่ถูกใจตรงไหนปรับต่อได้เลยครับ

ย้อนแสงได้ไม่ต้องกลัวเพราะมี AI HDR

ใครที่ชอบถ่ายภาพกลางแจ้งแต่กลัวว่าเราจะหันไปทางที่มีการย้อนแสงแล้วหน้าจะมืดก็แทบหมดกังวลไปได้เลยครับ เพราะ Vivo V17 มีฟีเจอร์ AI HDR ช่วยให้ใบหน้าของเรายังคงสว่างอยู่แถมพื้นหลังก็ยังเก็บได้ครบเช่นกัน ไม่มีขาวโพลนไปทั่วแน่นอน

 

เอฟเฟ็กต์แสงบุคคล (Portrait light effects)

อีกลูกเล่นที่น่าสนใจ คือ เอฟเฟ็กต์แสงบุคคล ที่เป็นลูกเล่นของการเพิ่มสีและเฉดต่างๆ ให้มีมิติกว่าเดิม ได้แก่ แสงธรรมชาติ, ไฟสตูดิโอ, ไฟสเตอริโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังแบบขาวดำ โดยแต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างกันครับ แถมยังใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยด้วย และยังมีการเบลอฉากหลังแบบเนียนๆ ให้เราด้วยเมื่อถ่ายกล้องหน้า

 

ฟิลเตอร์ก็มีหลากหลาย

นอกจากจะมีเอฟเฟ็กต์แสงบุคคลแล้วก็ยังมีฟิลเตอร์ที่ให้ความรู้สึกคล้ายกัน เพิ่มเฉดสีและลูกเล่นเข้ามาเพียบ เช่น เกรปฟรุต, โยเกิร์ต, ฟอง, เงียบ, ลมยามเย็น, น่ำหม่ำ หรือท้องฟ้าปลอดโปร่ง เป็นต้น แต่จะไม่มีการเบลอหลังให้เท่านั้นครับ

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

ถ่ายสนุกกับลูกเล่นสุดน่ารักแบบ AR

เป็นลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามาให้ความสนุกสนานในการถ่ายภาพเช่นเคยสำหรับสติ๊กเกอร์ AR สุดน่ารัก ที่มีให้เราเลือกใช้งานกันเพียบ ทั้งหน้าน้องแมว, กระต่าย หรือจะถ่ายแบบเท่ๆ คูลๆ ก็มีให้เลือกเหมือนกันครับ แต่ต้องต่อเน็ตเพื่อโหลด AR ผ่านตัวกล้องกันก่อนนะ

 

สำหรับ Vivo V17 ในโหมด Ultra Stable Video สามารถใช้ระบบกันสั่นได้แล้ว โดยจะต้องเป็นเฟิร์มแวร์เวอชั่น 1.7.7 และจะใช้ได้ในความละเอียด 1080p @ 30fps

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ชนิด Super AMOLED กว้าง 6.44 นิ้ว มีความคมชัดระดับ FHD+ เห็นได้เต็มตาและใช้งานได้แบบไม่มีติดขัดทั้งเล่นเกม, ดูวิดีโอ หรือเล่นโซเชียล
  • ดีไซน์ตัวเครื่องสวยงาม ไล่เฉดอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ใช้หน่วยประมวผล Snapdragon 675 AIE พร้อมด้วย RAM 8GB และ ROM ถึง 256GB ทำให้ใช้งานและเล่นเกมได้ลื่น แถมเก็บข้อมูลได้ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • กล้องหลัง AI 4 เลนส์สุดอัจฉริยะ มีฟีเจอร์เพียบ ทั้ง Super Night Mode, Super Wide-Angle หรือถ่ายคมชัดระดับ 48 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลมีตกแต่งใบหน้าสวยพร้อม AI Makeup
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging กำลังไฟ 18W ทั้งแบตอึดและชาร์จไว

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

Vivo V17 AIS and True

สามารถเป็นเจ้าของ Vivo V17 ได้แล้ววันนี้ที่ AIS , TRUE , Dtac ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AIS Shop , Telewiz Shop , True Shop , Dtac Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

Android App

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Goodnight App Review

วันนี้มีแอปพลิเคชั่นแชทสนุกๆ ด้วยเสียงที่มีชื่อว่า Goodnight ซึ่งเป็นแอปที่จะทำให้ใครที่กำลังเหงาๆ ได้หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดีผ่านการแชทโทรด้วยเสียง เพราะการหาเพื่อนคุยไม่ได้ดูแค่รูปร่างหน้าตาอีกต่อไป

Goodnight เป็นแอปพลิเคชั่นหาเพื่อน หาคู่ ที่แตกต่างจากแอปหาคู่ทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่รูปร่างหน้าตาและเร่งรัดในการจับคู่ให้ได้เร็วที่สุด แต่เจ้าแอปตัวนี้จะเริ่มจากการโทรด้วยเสียง แล้วสามารถเลือกได้ว่าต้องการแชทต่อหรือเป็นเพื่อนต่อไปหรือไม่โดยการกดหัวใจ ซึ่งดูแล้วน่าสนใจมากๆ ก็เลยจะมารีวิวการใช้งานให้ทุกคนได้ดูกัน

 

Goodnight App Review

ก่อนอื่นเลยต้องไปดาวน์โหลดแอป Goodnight มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนของเราก่อน iOS และ Android หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชั่นเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถสมัครใช้งานได้ง่ายๆ ด้วยบัญชี Google หรือสมัครด้วยอีเมล

 

Goodnight App Review

จากนั้นก็ใส่ชื่อเล่น เลือกเพศ และวันเกิดให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ก็เป็นการสมัครใช้งานเรียบร้อยแล้ว

 

Goodnight App Review

เมื่อเข้ามาในแอป Goodnight เราจะเห็นรายชื่อผู้ใช้งานที่กำลังออนไลน์อยู่ สังเกตได้จากจุดสีเขียวที่รูปโปรไฟล์ และมีปุ่มสำหรับโทรหาได้ทันที

 

Goodnight App Review

ก่อนที่เราจะไปโทรหาใครสักคน มาตั้งค่าโปรไฟล์ของเราก่อนดีกว่าเพื่อให้ระบบสามารถแนะนำเพื่อนใหม่และเลือกจับคู่ได้ตรงใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรูปไปรไฟล์ ตำแหน่งที่ตั้ง ระยะทาง เพศ อายุ และภาษาที่ต้องการคุย

 

Goodnight App ReviewGoodnight App Review

จากนั้นก็กลับมาที่แท็บออนไลน์เพื่อเริ่มหาเพื่อนใหม่ ถ้าอยากคุยกับคนไหนก็กดปุ่มโทรได้เลย หรือถ้าไม่รู้จะโทรหาใครก็สามารถใช้ปุ่มสุ่มโทรก็ได้เช่นกัน โดยระบบจะทำการจับคู่ที่เหมาะสมให้อัตโนมัติตามการตั้งค่าของเรา ซึ่งในครั้งแรกเราจะได้เวลาสำหรับคุยกัน 7 นาที ถ้าเกิดถูกใจและอยากคุยต่อ สามารถกดหัวใจเพื่อสานต่อความสัมพันธ์กันได้เลย

 

Goodnight App Review

ถ้าได้คนถูกใจแล้ว ก็สามารถเริ่มแชทคุยกันต่อได้เลยที่ช่องแชท ซึ่งในส่วนนี้ก็แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ในส่วนของ “เพื่อน” จะรวมประวัติแชทกับคนที่เรากดหัวใจเป็นเพื่อนเพื่อคุยต่อ และ “ผู้ใช้อื่น” จะเป็นประวัติแชทที่เราไม่ได้กดคุยเป็นเพื่อนแล้ว

 

Goodnight App Review

อีกหนึ่งความพิเศษของ Goodnight คือการเลือกภาษาและประเทศที่ต้องการหาเพื่อนคุย ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ไม่ใช่คนไทยได้ด้วย และได้โอกาสที่เราจะฝึกใช้ภาษาต่างประเทศกันได้แบบไม่ต้องเขินอาย

 

Goodnight App Review

เห็นความสนุกของแอป Goodnight กันไปแล้ว ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่จากการโทรด้วยเสียงแทนที่จะมองแค่รูปโปรไฟล์เพียงอย่างเดียว และถ้าใครกำลังเหงาๆ อยากพบปะเพื่อนใหม่ ก็เข้ามากันได้เลยในแอป Goodnight ดาวน์โหลดฟรีคลิกเลย iOS และ Android

นอกจากนี้แล้วถ้าใช้งานแล้วถูกใจ Goodnight ก็สามารถสมัครสมาชิกแบบ VIP เพื่อแชทหากันได้ไม่อั้น รวมไปถึงปลดล็อคฟีเจอร์คนที่อยู่ใกล้เคียงเราได้ด้วย ทำให้หาเพื่อนใหม่ได้รวดเร็วมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแอปตัวนี้ในเกาหลีใต้และไต้หวันฮิตกันมากๆ รู้แบบนี้ก็รีบไปโหลดแอปพลิเคชั่น Goodnight มาเล่นกันได้เลย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News6 วัน ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung Galaxy Z อาจใช้ดีไซน์การพับแบบตัว “Z” ในอนาคต!

ในปี 2019 ที่ผ่านมา ...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เผยภาพ OnePlus 8 Pro มีตัวเลือกปรับ Refresh Rate 120Hz และอาจใช้ได้บนความละเอียดจอ 2K+

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่าน...

IT News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

[อัปเดทปี 2020] เบราว์เซอร์ไหนแรงสุดระหว่าง Google Chrome, Firefox, Brave และ Microsoft Edge รุ่นใหม่

หากพูดถึงเบราว์เซอร์...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS สนับสนุนบริการทางการแพทย์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

คณะพยาบาลศาสตร์ วิทย...

10 Smartphones in January 2020 10 Smartphones in January 2020
Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

10 มือถือรุ่นใหม่ น่าซื้อ น่าใช้ หลากหลายราคา เดือนมกราคม 2020

แนะนำ 10 มือถือรุ่นใ...

กำลังมาแรง