ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Vivo V17 Pro สมาร์ตโฟนกล้อง Pop-Up 2 เลนส์รุ่นแรกของโลก ใช้งานเต็มจอ พร้อมเล่นได้ลื่นไหลด้วย Snapdragon 675 และ RAM 8GB

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Vivo V17 Pro สมาร์ตโฟนกล้องเทพ 6 เลนส์ กล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ควบคู่กับกล้องหน้า Pop-Up เลนส์คู่รุ่นแรกของโลกความละเอียด 32 + 8 ล้านพิกเซล แถมสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ ก็ให้มาแบบจัดเต็มเช่นเคย

สรุปสเปค Vivo V17 Pro

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง : 159.0 × 74.70 × 9.80 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 201.8 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ulta FullView Display แบบ Super AMOLED กว้าง 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และมีหน้าจอโค้งแบบ 2.5D
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 675 AIE Octa-core ความเร็ว 2.0 GHz
  • GPU : Adreno 612
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Sony IMX582
    • เลนส์ Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ใกล้ระยะ 4 ซม.
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 32 + 8 (Wide) ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.1
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 2.4GHz/5GHz, Bluetooth 5.0 และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,100 mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging 18W

 

[แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล]

ตัวกล่องของ Vivo V17 Pro มาแบบเรียบๆ ผิวมันเล็กๆ โดยมีลูกเล่นด้วยการสะท้อนแสงเป็นเส้นเพิ่มความสวยงามอีกด้วย

 

ภายในจะประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ แบบครบครัน ตั้งแต่ชั้นแรกที่มีเคสแบบพลาสติกแข็งมาให้ ถือว่าดูดีเลยทีเดียว, มีสาย USB Type-C, คู่มือ Quick Guide ต่างๆ และอุปกรณ์เปิดถาดซิม เมื่อเปิดออกมาอีกชั้นก็จะเจอกับตัวเครื่อง Vivo V17 Pro พร้อมอะแดปเตอร์ และหูฟังที่ชั้นล่างสุด

 

ดีไซน์ของ Vivo V17 Pro ในสี Midnight Ocean หรือสีดำเครื่องนี้แม้จะไม่ใช่สีที่ฉูดฉาดอะไรแต่ดูมีความคลาสสิคและพรีเมียมเป็นอย่างมาก และสามารถจับถือได้อย่างสะดวกด้วยตัวเครื่องด้านหลังที่มีความโค้งรับตามอุ้งมือ ทั้งยังไม่ลื่นหลุดง่ายๆ อีกด้วย

 

นอกจากนี้ ฝาหลังของรุ่น Vivo V17 Pro ยังครอบทับด้วยกระจกที่มีความมันเงาด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้ถือว่ามีความสดใสในเรื่องของเฉดสีมาก เพราะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ Super AMOLED อัตราส่วน 20:9 และมีช่วงขอบเขตสีแบบ 100% DCI-P3 ใครชอบรับชมวิดีโอหรือในตอนที่เล่นเกมต่างๆ จะต้องถูกใจแน่นอน

 

มาเจาะลึกดีไซน์กันทีละส่วนเลยดีกว่า เริ่มที่ด้านบนหน้าจอของ Vivo V17 Pro จะไม่มีทั้งหยดน้ำหรือรอยบากให้กวนใจอีกต่อไป โดยจะมีเพียงลำโพงสนทนาอยู่เพียงอย่างเดียว

 

ที่ด้านซ้ายจะมีเพียงปุ่มเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Jovi หรือ Google Assistant

 

ส่วนทางขวาจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล็อคเครื่อง

 

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง, ไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนจะมีไมโครโฟนตัวที่ 2, กล้องหน้า Pop-Up ที่ฝังอยู่ในเครื่อง และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

 

และที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์อยู่ตรงกลาง โดยจะมีไฟแฟลช LED ขั้นระหว่าง 2 เลนส์ล่างและบนอย่างสวยงาม

 

นอกจากนี้ ความสามารถของกล้องหน้า Pop-Up ยังมีการตรวจจับเมื่อทำเครื่องหล่นด้วย โดยระบบจะเก็บกล้องกลับเข้าไปในตัวเครื่องให้ทันที

 

[กล้องถ่ายรูป]

สำหรับกล้องถ่ายรูปที่จัดหนักจัดเต็มรวมถึง 6 เลนส์กันเลยใน Vivo V17 Pro โดยแบ่งเป็นกล้องหลัง 4 เลนส์ และกล้องหน้า Pop-Up อีก 2 เลนส์ไปเลย โดยฟีเจอร์ต่างๆ ก็ให้มาเยอะมากๆ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 

สำหรับกล้องหลังของ Vivo V17 Pro จะมีเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 + เลนส์ Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล + เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

 

ระบุฉากรวดเร็วด้วย AI

อย่างแรกที่ไม่มีไม่ได้เลยสำหรับสมาร์ตโฟนที่มี AI คือ การระบุฉากต่างๆ ที่สามารถจดจำวัตถุได้ว่าเรากำลังโฟกัสอะไร เช่น บุคคล, แมว, สุนัข หรือดอกไม้ เป็นต้น เพื่อให้ระบบรับรู้ว่าควรเพิ่มแสงหรือสีอะไรให้เหมาะสมกับแต่วัตถุนั่นเอง เช่น หากเป็นอาหารก็จะเพิ่มสีสดเข้าไปให้ดูน่าทาน หรือหากเป็นภาพคนก็จะเพิ่มแสงให้ใบหน้าสว่าง ไม่มืด เป็นต้น

 

ถ่ายมุมกว้างพิเศษ อยู่ตรงไหนก็เก็บได้ครบ

Vivo V17 Pro มาพร้อมกับเลนส์ Super Wide Angle ที่ถ่ายได้มุมกว้างสุดๆ ถึง 120 องศา โดยเก็บได้ครบทุกองค์ประกอบในภาพ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ Landscape หรือบุคคลก็ทำได้ทุกแบบเลยครับ

 

ถ่าย Bokeh ทำหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างธรรมชาติ

ใน Vivo V17 Pro จะมาพร้อมกับเลนส์ Depth ที่ช่วยตรวจจับพื้นหลังกับฉากในระยะที่แตกต่างกันเพื่อใช้ในการเบลอฉากหลังอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังตัดขอบรอบตัวบุคคลหรือวัตถุได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ หลังจากที่ถ่ายในโหมดโบเก้แล้ว หากเราต้องการปรับให้เบลอน้อยลงก็ยังทำได้เหมือนกัน ด้วยการไปแก้ไขภาพในอัลบั้มได้เลย ซึ่งจะปรับค่า F น้อยลงหรือเพิ่มขึ้น หรือจะทำให้ภาพไปโฟกัสจุดอื่น เช่น พื้นหลัง ก็ทำได้ตามใจเลย

 

ถ่ายความละเอียดสูงด้วยเลนส์หลัก 48MP

เราสามารถถ่ายภาพด้วยความละเอียดของภาพได้มากถึง 48 ล้านพิกเซล (8000 x 6000 พิกเซล) โดยจะเหมาะอย่างมากกับใครที่ต้องใช้กับภาพโปสเตอร์หรือใช้สำหรับการป้ายที่มีขนาดใหญ่ เพราะภาพที่ได้ออกมามีความละเอียดสูงมาก

 

ถ่ายกลางคืนได้คมชัดขั้นสุด Super Night Mode

แน่นอนว่ากล้องระดับเทพขนาดนี้ก็ต้องมาพร้อมกับฟีเจอร์ถ่ายภาพกลางคืน หรือ Super Night Mode ที่จะเป็นการเพิ่มความสว่างในกับภาพในสภาวะกลางคืนหรือในที่แสงน้อย ซึ่งการประมวลผลในโหมดนี้ก็ทำได้รวดเร็วมากเพียงแค่ถือนิ่งๆ ไว้ประมาณ 2-3 วินาทีเท่านั้น ภาพที่ได้ออกมาก็จะคมชัด ยังคงเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรหรือเฉดสี ซึ่งการทำได้อย่างนี้เพราะ Vivo V17 Pro มีการอัปเกรดของภาพ HDR และเทคโนโลยีลดระยะเวลาในการรวมหลายเฟรมประกอบเป็นหนึ่งภาพนั่นเอง

 

ถ่ายได้ใกล้สุดด้วย Super Macro

ในเลนส์นี้ Vivo V17 Pro สามารถทำได้ใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร ถือว่าเห็นทุกรายละเอียดของภาพอย่างแท้จริง แถมสีสันที่ได้ออกมาก็ยังคงสดใสเหมือนเดิมอีกด้วย

 

มากันที่กล้องหน้าคู่ Dual Pop-up Selfie รุ่นแรกของโลกกันบ้าง โดยมีความละเอียดถึง 32 + 8 ล้านพิกเซล โดยมีลูกเล่นที่แสนน่ารักให้ลองเล่นกันด้วย

 

ตั้งแต่ลูกเล่นเซลฟี่สุดน่ารักด้วย AR ที่มีให้เลือกหลายสิบรูปแบบ ทั้งยังสามารถเล่นได้หลายคนด้วย

 

ที่สำคัญกล้องหน้าของ Vivo V17 Pro สามารถเบลอหลังบุคคล หรือ Portrait Bokeh ได้เหมือนกับกล้องหลังอีกด้วย แถมเรื่องความคมชัด, การเบลอ และการตัดขอบ ถือว่าทำออกมาได้เป็นธรรมชาติมากๆ

 

ไม่ใช่แค่เบลอหลัง แต่ปรับหน้าสวยก็ยังทำได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับเลย

 

มีเลนส์คู่ 32 + 8 ล้านพิกเซล แบบนี้อยากบอกว่าเลนส์ที่ 2 ที่เพิ่มมาคือเลนส์ Wide-Angle นั่นเอง โดยเราสามารถถ่ายเซลฟี่แบบมุมกว้างได้ถึง 105 องศา ไม่ว่าจะถ่ายร่วมเฟรมกับเพื่อนหลายคนก็เก็บได้ครบ หรือจะถ่ายคนเดียวแต่อยากให้เห็นบรรยากาศรอบตัว ก็ทำได้เช่นกันครับ

 

[ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน]

ระบบปฏิบัติการ

Vivo V17 Pro มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie โดยหลังแกะกล่องจะมีการให้อัปเดทเป็น Funtouch OS 9.1 ด้วย โดยจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพกล้องและระบบภายในเครื่องให้เสถียรกว่าเดิม

 

สำหรับการใช้งานเบื้องต้น หากปัดลงที่หน้าจอจะเป็นการดูการแจ้งเตือนต่างๆ และเมื่อปัดขึ้นจากหน้าจอด้านล่างจะเป็นการเปิดการตั้งค่าด่วนขึ้นมา

 

ภายในเครื่องยังมีลูกเล่นให้แต่งเติมความชอบเพิ่มเติมด้วยการเปลี่ยนธีมหรือลายวอลเปเปอร์ที่ติดมากับเครื่องให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะผ่านแอปพลิเคชั่น i Theme หรือในส่วนของการตั้งค่าหน้าจอก็ได้ครับ แล้วแต่ความชอบเลย

 

ใครที่ชอบเล่นสมาร์ตโฟนตอนกลางคืน Vivo V17 Pro ยังมาพร้อมกับโหมดมืด หรือ Dark Mode ให้ใช้งานกันอย่างสะดวกอีกด้วย โดยหน้าจอในส่วนต่างๆ ที่รองรับจะเป็นพื้นดำและตัวอักษรสีขาว ทำให้มีความสบายตาในการใช้งานมากขึ้น

 

หากใครไม่ใช้ Dark Mode ก็ยังคงมีโหมดถนอมสายตาด้วยการตัดแสงสีฟ้าด้วยเหมือนกันครับ

 

ปุ่ม Smart Button เรียกใช้งานผู้ช่วยได้ทันที

Vivo V17 Pro จะมีปุ่ม Smart Button เพิ่มเข้ามาที่ฝั่งซ้าย โดยเป็นการเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ 2 แบบ ได้แก่ กด 1 ครั้งจะเป็นการเรียก Google Assistant และกด 2 ครั้งจะเป็นการใช้งาน Jovi

 

ระบบความปลอดภัย

ในส่วนของระบบความปลอดภัยก็ยังคงมีถึง 2 แบบหลักๆ ได้แก่ การสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่ทำได้อย่างรวดเร็วมากเพียง 0.39 วินาที เพียงแค่แตะค้างไว้ครู่เดียวก็เริ่มใช้งานได้ทันที ส่วนการสแกนใบหน้าก็ทำได้รวดเร็วมากๆ จากกล้อง Pop-Up ที่จะเด้งขึ้นมาเมื่อสแกน

 

ทั้งนี้หากเราเพิ่มลายนิ้วมือไปแล้ว ระบบจะเริ่มการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือก่อน ซึ่งยังไม่สามารถใช้ใบหน้าปลดล็อกได้ ยกเว้นเพียงจะสแกนลายนิ้วมือผิดพลาด 3 ครั้ง ระบบก็จะเด้งกล้อง Pop-Up ขึ้นมาเพื่อสแกนใบหน้าให้ทันที

 

ใน Vivo V17 Pro ยังสามารถเปลี่ยนเอฟเฟกต์ลูกเล่นภาพเคลื่อนไหวของการสแกนนิ้วได้ด้วย โดยมีให้เลือกทั้งหมด 7 แบบ

 

ท่าทางการนำทางแบบใหม่ใช้งานง่ายกว่าเดิม

เมื่อมีหน้าจอแบบขอบบางสุดแล้ว การใช้งานปุ่มนำทางด้วยการเคลื่อนไหวก็ทำได้เช่นกัน โดยให้เราไปปรับในการตั้งค่าได้เลย ซึ่งเมื่อปัดขึ้นที่มุมซ้ายจะเป็นการเปิดการตั้งค่าด่วน, ปัดตรงกลางจะไปที่หน้าหลัก และปัดมุมขวาล่างหรือขอบข้างจอจะเป็นการย้อนกลับ

 

ไม่ต้องกดปุ่มเมื่อมี Easy Touch

Easy Touch เป็นฟีเจอร์ที่จะเป็นคล้ายลูกบอลที่รวมการควบคุมต่างๆ เอาไว้บนหน้าจอ โดยจะแบ่งได้ 2 ส่วน คือ การใช้งานเพื่อเปิดแอปพลิเคชั่นได้ทันที เลือกได้ทั้งหมด 9 แอป และส่วนที่ 2 จะเป็นการใช้งานระบบ เช่น การล็อคหน้าจอ, เพิ่ม-ลดเสียง, ไปหน้าหลัก, บันทึกหน้าจอ หรือจดบันทึก เป็นต้น ซึ่งเราสามารถปรับแต่งได้เองทั้งหมดเช่นกันครับ

 

 

เมื่อไม่ได้ใช้งาน Easy Touch ระบบก็จะซ่อนไว้ที่ขอบจอแบบอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาเวลาใช้งานด้วย

 

การใช้งานอัจฉริยะ

การใช้งานส่วนนี้จะเป็นการลดเวลาในการทำงานส่วนต่างๆ ของระบบ ตั้งแต่ฟีเจอร์ Smart Wake หรือการวาดอักษรบนหน้าจอล็อกเพื่อเปิดแอปได้เลย เช่น วาดตัว ‘C’ เพื่อเปิดหน้าการโทร หรือวาดตัว ‘M’ เพื่อฟังเพลง เป็นต้น

 

[ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่]

Vivo V17 Pro มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 675 AIE Octa-core ความเร็ว 2.0 GHz โดยใช้เป็นซีพียู Kryo 460 บนสถาปัตยกรรม 64 บิท ทั้งยังมีเทคโนโลยี DSP Hexagon 685 อีกด้วย โดยความพิเศษอีกอย่างของชิปเซ็ตรุ่นนี้คือขนาดเพียง 11 นาโนเมตร ช่วยให้ประหยัดพลังงานลงและใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน

 

สำหรับผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark เวอร์ชัน 7.2.3 ทาง Vivo V17 Pro ทำคะแนนไปได้ที่ 171,331 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 483 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,588

 

ทดสอบการเล่นเกม

ในส่วนการเล่นเกม Vivo V17 Pro จะมีโหมดอัลตร้าเกม (Ultra Game Mode) ที่เป็นตัวจัดการพื้นที่ต่างๆ ก่อนเข้าเล่นเกมให้หมด ตั้งแต่ปิดกั้นการแจ้งเตือน, ป้องกันการสัมผัสโดยบังเอิญ หรือปรับให้เน้นประสิทธิภาพเพื่อให้เล่นได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น เป็นต้น

 

PUBG Mobile

เริ่มกันด้วยเกม PUBG Mobile สามารถปรับกราฟิกได้ในระดับ HD และเฟรมเรทสูงสุด โดยการปรับสูงกว่าต้องรอการอัปเดท ซึ่งเมื่อเข้าไปในเกมพร้อมกับการเล่นในแผนที่ใหญ่ที่สุดที่ต้องใช้พื้นที่ทรัพยากรในเครื่องเยอะพอสมควร Vivo V17 Pro ก็สามารถเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา เคลื่อนไหวไปตามมือ เฟรมเรทก็แทบไม่มีดรอป โดยเฉพาะตอนที่เจอศัตรูที่ต้องใช้ความเร็วในการสัมผัสก็ถือว่าทำได้ดีมากๆ ด้วย

 

ROV

เกมฮิตอย่าง ROV ก็สามารถปรับภาพกราฟิกได้ในระดับสูงสุดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพ HD, เฟรมเรทสูง และกราฟิกสูงสุด โดยทดสอบการเล่นในโหมด 5 VS 5 ก็ต้องบอกเลยว่าเล่นได้ลื่นมากๆ เฟรมเรทวิ่งในระดับ 59-60fps หรือบางครั้งทะลุไป 61fps ก็ยังมี โดยเฉพาะตอนที่ร่วมทีมไฟต์ก็ยิ่งเห็นได้ชัดเลยว่า Vivo V17 Pro นั้นเอาอยู่แน่นอน

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายกับเกมแข่งรถกราฟิกสวยงามอย่าง Asphalt 9: Legends เราลองปรับภาพคุณภาพสูงดู ก็ถือว่าทำได้ดีเลย เพราะปกติหน่วยประมวลผลระดับกลางๆ มักจะเล่นเกมนี้ในคุณภาพสูงได้ค่อนข้างกระตุก แต่ Vivo V17 Pro กลับเล่นได้ไหลลื่น ไม่ว่าจะตอนเร่งไนโตร, ตอนชน หรือช่วงที่มีวัตถุในเกมเยอะก็ตาม

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมใช้งานได้ทั้งวัน

จากที่เราทดสอบเล่นเกมไปสักพักใหญ่ แบตเตอรี่ความจุ 4,100mAh ของ Vivo V17 Pro กลับลดไปเล็กน้อยประมาณ 15% เท่านั้น ส่วนใครที่ไม่เล่นเกม เป็นสายโซเชียลล้วนๆ คาดว่าน่าจะอยู่ได้ทั้งวันโดยชาร์จแค่ตอนเช้าครั้งเดียวเท่านั้นครับ

เริ่มเล่น ROV ไป 2 รอบ ประมาณ 30 นาทีด้วยแบตเตอรี่ 91%

หลังจากจบ ROV ไป 2 รอบ แบตลดลงมาที่ 85% และเริ่มเล่น PUBG Mobile ทันที


หลังจบแมตช์ปกติ 100 คน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แบตลงมาเพียงเล็กน้อย เหลืออยู่ที่ 77%

 

แบตหมดก็ยังมีชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging

ใครที่ใช้งานจนแบตเตอรี่ใกล้หมด สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging กำลังไฟถึง 18W อีกด้วย โดยจากการทดสอบแบตเตอรี่ช่วงใกล้หมดประมาณ 30% สามารถชาร์จไปถึง 69% ในเวลาประมาณ 30 นาที

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ถ่ายได้ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล สามารถถ่าย Ultra-Wide, กลางคืน หรือกลางวันได้ดีทั้งหมด
  • กล้องหน้าคู่ 32 + 8 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายเบลอหลัง หรือ Wide-Angle ได้สวยงาม
  • หน้าจอ Super AMOLED กว้างถึง 6.44 นิ้ว ทำให้เล่นเกม หรือดูวิดีโอก็เห็นได้เต็มๆ
  • มาพร้อมหน่วยประมวลผล Snapdragon 675 AIE และ RAM 8GB ก็ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่น และโหลดแอปไม่นานเกินไป
  • แบตเตอรี่มีความอึดมากถึง 4,100 mAh ทั้งยังมี Dual-Engine Fast Charging 18W มาให้ด้วย

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD ได้

Featured

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เพิ่มเติม…)

อ่านต่อ...

Android News

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเป็นผู้นำด้าน 5G ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงระดับตำนานอย่าง P Series ด้วยซีรี่ส์ล่าสุด HUAWEI P40 Series ตอกย้ำความตั้งใจของแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์-คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ในทุกระดับ

ทำไม HUAWEI P40 Series สมาร์ทโฟนเรือธงจึงยืนหนึ่งด้านประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบ

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ทุกโมเดล ตั้งแต่ HUAWEI P40, HUAWEI P40 Pro ไปจนถึง HUAWEI P40 Pro Plus ประมวลผลและทำงานได้อย่างฉับไว สอดรับกับความเร็วระดับ 5G ด้วยชิปเซ็ตเรือธง Kirin 990 5G ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลข้อมูลและกราฟิกขึ้นหลายเท่า ด้วยการรวมเอาโมเด็ม 5G เข้าไว้กับโปรเซสเซอร์ (CPU) ภายในชิปเซ็ต ทำให้ประมวลผลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดการใช้พลังงาน เพราะข้อมูลไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาระหว่างโมเด็มและชิปเซ็ต จึงทำให้เครื่องร้อนช้า ปกติเมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เล่นเกมแบบออนไลน์ หรือดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลใหญ่ๆ จากคลาวด์ เครื่องจะร้อนเร็วและแบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องหยุดใช้หรือพักเครื่องบ่อย การรวมโมเด็มเข้าไว้ในชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดข้างต้น การมีอุปกรณ์ที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ใช้ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย HUAWEI P40 Series 5G เป็นรุ่นแรกที่มีหน้าจอ 90Hz ซึ่งเป็น refresh rate ที่เหมาะสม ไม่เปลืองพลังงาน ทั้งยังแสดงผลภาพ กราฟิกขั้นสูงต่างๆ และวิดีโอได้อย่างคมชัด ถึงระดับ 4K มอบสุดยอดประสบการณ์เกมออนไลน์ ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน 4G ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มาพร้อมฟีเจอร์ลิขสิทธิ์เฉพาะ HUAWEI Share ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์และสมาร์ทโฟน เพื่อแลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูล รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานระหว่างดีไวซ์ได้อย่างง่ายดายผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงสัมผัสเดียว (One Tap) ตามกลยุทธ์ 1+8+N ของหัวเว่ยที่ต้องการสร้างอีโคซิสเต็มที่เป็นมิตรและเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้ผ่านเทคโนโลยีและระบบอินเทอร์เน็ตที่ก้าวล้ำ และยังมี HUAWEI MeeTime ระบบวิดีโอคุณภาพสูงที่ให้ภาพและเสียงระดับ Full HD นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์ IT ของคนยุคใหม่ที่จะสามารถทำงานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์ IoT

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series เป็นระบบสองซิมการ์ดที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ด และเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานที่ความเร็วระดับ 5G ผ่านนวัตกรรมซิมดิจิทัล (eSim) นอกเหนือจากความสมรรถภาพของอุปกรณ์ที่ผู้ใช้มองหา เพื่อการใช้งาน 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณาสำหรับผู้บริโภคชาวไทยคือสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 5G ทุกย่านความถี่

ทำไมต้องซื้อ HUAWEI P40 Series กับ AIS

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

เพราะสุดยอดสมาร์ทโฟน ก็ต้องคู่กับเครือข่ายอันดับ 1 ที่มี AIS 5G เพราะ AIS 5G มีคลื่นมากที่สุด ดีที่สุด เพื่อคนไทย ศักยภาพแรง รับส่งข้อมูลเร็วขึ้นกว่าเดิม 24 เท่า จะดาวน์โหลดหนัง 4K หรือ 8K หรือจะโหลดเพลงเป็นอัลบั้ม ก็เสร็จเร็วในไม่กี่วินาที ไหลลื่นไม่มีสะดุด หรือจะใช้ค้นหาข้อมูลผ่าน Mobile Internet ก็เสร็จทันใจในเสี้ยววินาที ให้ชีวิตออนไลน์ลื่นไหลแบบ Real time ยิ่งกว่าที่เคย แกะกล่องเครื่องมาก็ใช้งานได้ทันที ซึ่งวันนี้ AIS 5G พร้อมให้บริการแล้ว 77 จังหวัด และสะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยการสั่งซื้อทาง AIS Online Store ที่ http://www.ais.co.th/huawei-5g/ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ รอรับสินค้าที่บ้านได้เลย หรือช่องทาง AIS Shop และ Telewiz สาขาที่ร่วมรายการ ราคาเริ่มต้นเพียง 28,990 บาท สำหรับลูกค้าเดิมที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ตั้งแต่ราคา 1,149 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ใช้บริการ DATA 5G ฟรีไม่จำกัด โดยไม่คิดบริการเพิ่ม จนถึง 30 กันยายน 2563 ส่วนลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ค่าบริการรายเดือนต่ำกว่า 1,149 บาท รับสิทธิ์ใช้บริการ 5G 10 GB ต่อเดือนฟรี จนถึง 30 กันยายน 2563

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series วางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นคือ HUAWEI P40 ในราคา 22,990 บาท และ HUAWEI P40 Pro ในราคา 31,990 บาท ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 3 สี คือ Silver Frost, Blush Gold และ Deep Sea Blue

 

และล่าสุดกับรุ่นท็อป ที่สวยโดดเด่นด้วยนวัตกรรมเซรามิกเคลือบเทคโนโลยีนาโน HUAWEI P40 Pro+ สี Ceramic White ในราคา 40,990 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ มาพร้อมโปรโมชั่นพรีออเดอร์ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อช่วงเปิดจองระหว่างวันที่ 4-26 มิถุนายนนี้ จะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 12,200 บาท สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงซื้อและสั่งจองผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.ais.co.th/huawei-5g/

 

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของหัวเว่ย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ย https://consumer.huawei.com/

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

โฉมใหม่ SanDisk Extreme microSDXC A2 การ์ดความจำสำหรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด อ่านข้อมูลความเร็วสูงสุดถึง 160MB/วินาที และเข้าถึงแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วบนตัวการ์ดความจำ ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเมมเครื่องจะเต็ม

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01

สรุปข้อมูลของ SanDisk Extreme microSDXC A2

  • รูปแบบ microSDXC
  • ความจุ 64GB, 128GB, 256GB
  • ความเร็วอ่านสูงสุด 160MB/วินาที
  • ความเร็วเขียนสูงสุด 90MB/วินาที
  • ความเร็ววิดีโอ V30, U3, A2

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่ เอาใจสายเกมมิ่ง ตัวแพ็กเกจจะมาพร้อมภาพกราฟิกเกมที่ดูตื่นตาตื่นใจ พร้อมฟีเจอร์เด่นต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขึ้นของการ์ดความจำที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับสมาร์ทโฟน Android โดยมีความเร็วในการอ่านสูงสุด 160MB/วินาที ทำให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งไว้บนการ์ดหน่วยจำนี้ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K เหมาะสำหรับการนำใช้งานบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

ตัวการ์ดจะมีสีทองคาดแถบสีแดง พร้อมตัวหนังสือระบุชื่อรุ่น SanDisk Extreme และชนิดของตัวการ์ด microSDXC A2 ไว้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งตัวการ์ดมีคุณสมบัติในการป้องกันการกระแทก ทนอุณหภูมิ กันน้ำ กันแสงรังสีเอกซ์ เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของมูล

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

นอกจากนี้แล้วตัวเลขอื่นๆ บนการ์ดก็สำคัญมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละประเภท ซึ่งบน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็มีระบุไว้เช่นกัน โดยตัว U3 คือ UHS Speed Class 3 และตัว V30 คือ Video Speed Class 30 รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่เฟรมเรทสูงสุด 60fps หรือ 120fps โดยหากจะนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K หรือกล้องต่างๆ ก็ควรจะเลือกเป็นการ์ดแบบ UHS-I ขึ้นไป เพราะหากความเร็วในการเขียนหรืออ่านไม่เพียงพอ ก็จะได้วิดีโอที่กระตุกหรือสะดุดได้

 

มาดูกันว่า SanDisk Extreme microSDXC A2 ตัวนี้ จะมีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขนาดไหน โดยใช้ตัวอ่านของ Satechi (รองรับ microSDXC) ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 2.5.4 บน MacBoook โดยทำการทดสอบทั้งอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องด้วยไฟล์ขนาด 1GB

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • SEQ 128K QD32 เป็นการทดสอบความข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128KB ทำความเร็วในการอ่านได้ 51.47MB/วินาที และเขียน 15.60MB/วินาที
  • RND 4K QD32 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งความเร็วที่ได้จะลดลงเนื่องจากไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่ายังเป็นความเร็วในระดับที่สูง โดยอ่านได้ 3.59MB/วินาที และเขียนได้ 2.57MB/วินาที
  • SEQ 1M QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1MB อ่านได้ 18.91MB/วินาที และเขียนได้ 18.31MB/วินาที
  • RND 4K QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดความจำที่โหดมากที่สุด อ่านได้ 3.60MB/วินาที และเขียนได้ 0.27MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

สำหรับบนสมาร์ทโฟนจะทดสอบบน Samsung Galaxy S10+ โดยใช้แอปพลิเคชั่น A1 SD Bench ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store เพื่อทดสอบความเร็วอ่านและเขียนไฟล์แบบต่อเนื่อง

  • ความเร็วในการอ่านไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 76.96 MB/วินาที
  • ความเร็วในการเขียนไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 51.84 MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

จุดเด่นของ SanDisk Extreme microSDXC A2 คือค่า IOPS (Input/Output Operation per Second) ซึ่งหมายถึงปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที โดยเป็นขั้นตอนพื้นฐานในโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่น ซึ่ง A2 สามารถอ่านแบบสุ่มได้ไม่น้อยกว่า 4000 IOPS และเขียนได้แบบสุ่มไม่น้อยกว่า 2000 IOPS มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A1

การ์ดชนิด A2 จะทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นและเกมต่างๆ ไว้บนการ์ดความจำตัวนี้ แล้วเรียกใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนการติดตั้งไว้บนความจำภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานแอปหรือเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องติดตั้งลงบนตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

เราสามารถย้ายการติดตั้งแอปและเกมต่างๆ มาไว้บนการ์ดตัวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเครื่องน้อยๆ เพราะเกมในปัจจุบันที่มีกราฟิกสวยๆ ก็มีขนาดใหญ่ระดับ 1-2 GB กันเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเมมในเครื่องจะเต็มอีกต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่าการ์ดชนิด A2 มีประสิทธิภาพมากๆ สำหรับการติดตั้งทั้งแอปและเกมไว้บนการ์ดภายนอกตัวนี้

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

หลังจากย้ายเกม PUBG Mobile ไปติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 พบว่าสามารถเปิดเกมและเล่นได้อย่างลื่นไหล ความรู้สึกเหมือนกับการติดตั้งไว้บนหน่วยความจำตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

เกม ROV ซึ่งเป็นเกมยอดฮิต เมื่อทำการติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็เล่นได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการ์ดที่สามารถติดตั้งเกมได้แล้วก็อย่าลืมว่าเกมเหล่านี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เน็ตที่มีความเสถียรในการเล่นด้วยนะ

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 08

ทดสอบติดตั้งเกม Black Desert Mobile ไว้บนการ์ดตัวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องบอกว่ามีกราฟิกสวยมากๆ เปิดเข้าเกมได้รวดเร็ว และระหว่างการเล่นก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ได้เห็นความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า SanDisk Extreme microSDXC A2 กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องเมมเครื่องเต็ม และติดตั้งเกมไว้บนการ์ดตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เปิดเล่นกันได้ลื่นๆ แล้ว

 

พบกับโฉมใหม่! SanDisk Extreme microSD card การ์ดสำหรับเล่นเกมบนมือถือ ประสิทธิภาพเร็วแรง ลื่นไหล รองรับเกมกราฟิกสเปคสูง โหลดเกมไว เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A2 ลองสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือบน SanDisk Extreme mSD card ได้ที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา พร้อมโปรโมชั่นในงานต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด!

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ ซื้อ SanDisk Extreme หรือ Extreme Pro microSD card ความจุ  128GB ขึ้นไป รับกระบอกน้ำ ฟรีทันที! พร้อมรับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค รับของรางวัลเพิ่มเติม และลุ้นโชคใหญ่เครื่องกรองอากาศทุกสัปดาห์
  • รับฟรีกระเป๋าถือ กันน้ำได้จากเกม CODM เมื่อซื้อ SanDisk Extreme mSD card รุ่นสำหรับเกมมือถือ ความจุ 256GB ขึ้นไป (ของแท้ มีจำนวนจำกัด) เฉพาะลูกค้าที่ซื้อภายในงาน TME เท่านั้น

 

SanDisk TME Promotion

แจกฟรี ไอเทมตัวละคร Call of Duty Mobile!  สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมง่ายๆ กับ SanDisk เชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือผ่านการ์ด SanDisk Extreme mSD card ฟรีที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา (จำนวนจำกัด)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series. Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเ...

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01 SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

โฉมใหม่ SanDisk Extr...

HUAWEI Y6p 4GB+64GB HUAWEI Y6p 4GB+64GB
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

HUAWEI Y6p 4GB+64GB เมมใหญ่ เก็บรูปได้เยอะ ราคาเล็ก ไม่เกิน 4,000 บาท!

รูปเยอะ ไฟล์แยะแค่ไห...

Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

ส่องโปรพิเศษ HUAWEI ของแถมและสิทธิพิเศษมากมาย วันนี้ – 31 ก.ค.นี้ เท่านั้น

หัวเว่ยมอบส่วนลดพิเศ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

รอลุ้น! Samsung Galaxy Note 20 / Note 20+ อาจมีราคาถูกกว่า Note 10 Series เล็กน้อย

น่าจะมีข่าวดีและให้ล...

IT News10 ชั่วโมง ที่แล้ว

LINE เตรียมปรับโฉม จัดกลุ่มการใช้งานในแอปฯ แชตใหม่ ปรับหน้าหลักสู่โลกแห่งบริการเพื่อความสะดวกสบาย และหน้าวอลเล็ท สู่โลกแห่งการจับจ่ายใช้สอย

LINE แพลตฟอร์มที่ใช่...

iPhone 12 4G Pricing iPhone 12 4G Pricing
Apple News17 ชั่วโมง ที่แล้ว

อัปเดทล่าสุด iPhone 12 ฟีเจอร์ใหม่ และราคาเริ่มต้น 17,000 บาท รวมทุกข่าวหลุดข่าวลือ

iPhone 2020 ในปีนี้ม...

Apple News1 วัน ที่แล้ว

ซีรีส์ใหม่ Greyhound, Little Voice และ Greatness Code ฉายแล้ววันนี้บน Apple TV+

ในวันนี้ 10 กรกฏาคม ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 วัน ที่แล้ว

ออเนอร์ เปิดตัวหูฟังไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ตอกย้ำกลยุทธ์สมาร์ทไลฟ์สำหรับทุกการใช้งาน หรือ 1+8+N

ออเนอร์ แบรนด์สมาร์ท...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง