ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Vivo V17 Pro สมาร์ตโฟนสุดล้ำ เปิดตัวแล้ว พร้อมกล้อง 6 ตัวเพื่อการถ่ายภาพที่ไร้ขีดจำกัด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Vivo V17 Pro สมาร์ตโฟนสุดล้ำ เปิดตัวแล้ว พร้อมกล้อง 6 ตัวเพื่อการถ่ายภาพที่ไร้ขีดจำกัด ถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบด้วยกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล Dual Elevating กล้องหน้าคู่ และกล้องหลังระดับมืออาชีพด้วย AI 4 เลนส์ 48 ล้านพิกเซล

Vivo V17 Pro

Vivo ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ตโฟนใหม่สุดล้ำ V17 Pro มาพร้อมกับกล้องทั้งหมด 6 ตัวที่ด้านหน้า และด้านหลังให้ผู้ใช้ถ่ายภาพระดับมืออาชีพอย่างไร้ขีดจำกัด โดยกล้องหน้าคู่ Dual Front Camera ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซลรุ่นแรกของวงการสมาร์ตโฟน เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวีโว่ โดย V17 Pro ยังมาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำอย่างเช่น หน้าจอไร้ขอบที่แท้จริงหรือ Super AMOLED Ultra FullView™ Display กล้องหลัง AI 4 เลนส์ 48 ล้านพิกเซลระดับมืออาชีพ พร้อมคุณสมบัติที่น่าทึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย

“การออกแบบ V17 Pro เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำ และแสดงให้เห็นจุดแข็งของเราทางด้านนวัตกรรมที่มุ่งเน้นผู้บริโภคเป็นหลัก โดย V17 Pro มาพร้อมกับระบบกล้องที่มีนวัตกรรมสุดล้ำทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถถ่ายภาพเหนือจินตนาการได้” คุณบุญชัย วัฒนนิมิตรพร ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าว “V17 Pro เป็นผลงานชิ้นเอกที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่งเพราะเป็นผลงานที่ตอกย้ำจุดยืนของเราในฐานะผู้บุกเบิกในการมอบประสบการณ์สมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในประเทศไทย”

กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล จับความละเอียดได้มากขึ้น ให้ทุกการเซลฟี่ของคุณคมชัด ไร้ที่ติตลอดเวลา

ยกระดับเอกลักษณ์เฉพาะของกล้องหน้า Vivo ไปอีกระดับด้วยกล้องหน้าระดับคุณภาพสูงสองตัว พร้อมด้วย Selfie Softlight ในตัวเครื่องเพื่อยกระดับความล้ำสมัย ตัวเครื่องยกระดับใหม่โดยใช้โครงสร้างแบบโลหะเพื่อความทนทานขึ้น

ผสมผสานการออกแบบโลหะเข้ากับความงดงามทางศิลปะ ทำให้ตัวเครื่องดูมีเอกลักษณ์ งดงาม และทันสมัยอย่างลงตัว

กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซลของ V17 Pro และโหมดถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle Selfie ที่มีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกรายละเอียดของทุกการเซลฟี่จะถูกบันทึกไว้อย่างคมชัด ด้วยเลนส์ถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างพิเศษได้ถึง 105 องศาที่จะเพิ่มความสนุกและทำให้การถ่ายภาพกลุ่มเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด

เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากของผู้ใช้ในการถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืนให้ดูสวยงามอย่างสมบูรณ์ V17 Pro ได้ออกแบบ Selfie Softlight ที่ให้แสงสว่างในที่มืด และโหมดเซลฟี่ถ่ายภาพกลางคืน หรือ Super Night Selfie ของ Vivo ที่จับภาพใบหน้าและฉากพื้นหลังให้สวยสมบูรณ์แบบ และเพื่อให้ได้ภาพใบหน้าสวยโดดเด่นจากพื้นหลังเพียงแค่ในคลิกเดียว

กล้อง 48 ล้านพิกเซล AI Quad กล้องหลัง 4 เลนส์ที่ทำให้ถ่ายภาพได้ราวกับมืออาชีพ

ถ่ายภาพไร้ขีดจำกัดด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ กล้องหลัก 6P ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ด้วยอัลกอริทึม AI ที่จะนำประสบการณ์ใหม่ในการถ่ายภาพโดยจับภาพได้ดี และชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งสมาร์ตโฟนยังมีเลนส์ถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle ที่ขยายภาพถ่ายทิวทัศน์ให้มีมุมกว้างอย่างไร้ขีดจำกัด

เพื่อให้การถ่ายภาพแบบมืออาชีพนั้นสมบูรณ์แบบ V17 Pro ยังมี 2 ฟังก์ชันที่จะทำให้ภาพถ่ายออกมาสวยไร้ที่ติอย่าง “ Pose Master” ฟังก์ชันที่ทำให้ภาพถ่ายดูเป็นธรรมชาติอย่างมีสไตล์อย่างหลากหลายไม่ว่าจะถ่ายที่ไหน และฟังก์ชัน “Super Night Mode” โหมดถ่ายภาพกลางคืนที่มีคุณสมบัติที่เพิ่มความคมชัดแม้ในที่แสงน้อย

ประสบการณ์การรับชมภาพอย่างต่อเนื่องด้วยการซ่อนกล้อง ลำโพง และ ระบบเซ็นเซอร์ไว้ภายใต้ตัวเครื่องอย่างยอดเยี่ยม

ขณะนี้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับมุมมองที่กว้างที่สุดด้วยหน้าจอ Super AMOLED Ultra FullView ™ ขนาด 6.44 นิ้วที่มีอัตราส่วน 20: 9 และพื้นที่หน้าจอสูงถึง 91.65% จอแสดงผลไร้ขอบที่ได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อซ่อนกล้องหน้าคู่ ลำโพง และเซ็นเซอร์ ไว้ในสมาร์ตโฟนสุดล้ำ ถือเป็นการสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงที่จะสร้างความพอใจให้ประสบการณ์ในการรับชมภาพ และยกระดับประสบการณ์สมาร์ตโฟนไปสู่อีกระดับ

สมาร์ตโฟนยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอนวัตกรรมเอกลักษณ์ของ Vivo ด้วยความละเอียดที่สูงขึ้นของพิกเซลสแกนลายนิ้วมือ และระบบอัลกอริทึมที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถปลดล็อกโทรศัพท์สมาร์ตโฟนได้อย่างปลอดภัย และง่ายขึ้น

ประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งเพื่อให้มั่นใจว่า V17 Pro จะทำงานได้อย่างราบรื่นตลอดเวลา

V17 Pro ออกแบบมาสำหรับนักเล่นเกม โดยมาพร้อมกับโหมดเกมที่ได้รับการออกแบบให้ดียิ่งขึ้นที่จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเหนือชั้นได้อย่างไหลลื่น และ Multi-Turbo เทคโนโลยีการเพิ่มความเร็วที่จะปรับแต่งระบบปฏิบัติการอย่างชาญฉลาดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับเกมที่น่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น

สมาร์ตโฟนยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น Game Center ซึ่งสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของสมาร์ตโฟนได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ V17 Pro ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน “Voice Changer” ฟังก์ชันเปลี่ยนเสียงในเกมที่สามารถเพิ่มสีสัน และความสนุกในช่วงเวลาของการเล่นเกมด้วยเอฟเฟกต์เสียงตัวละครที่หลากหลายระหว่างเล่นเกม

V17 Pro มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 675 AIE 8GB RAM และ ROM 128GB สามารถใช้งานหลายแอปพลิเคชั่นพร้อมกันได้อย่างไหลลื่น และรองรับประสิทธิภาพการใช้งานของระบบและแอปพลิเคชั่นให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นตลอดเวลา แบตเตอรี่ความจุ 4100mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแบบ Dual-Engine ที่จะนำมาซึ่งความทนทานที่สูงขึ้น และการชาร์จที่เร็วขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานและปลอดภัย

สมาร์ตโฟนมีสองสีให้เลือก คือสี Knight Black และสี Crystal White สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ในวันที่ 27 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2562 และจะวางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม 2562

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS เริ่มเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ รายแรกรายเดียวในไทยด้วยคลื่นมากสุด พร้อมเปิดให้บริการโทรผ่าน 5G ไปต่างแดน และ 5G โรมมิ่งในต่างแดนรายแรกแล้ว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ภายหลังเข้ารับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2600 MHz อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ในวันเดียวกันนั้น เอไอเอสก็สร้างปรากฏการณ์ เปิดเครือข่าย 5G ทั่วประเทศเป็นรายแรกทันที ล่าสุด วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2563) เอไอเอสประกาศเริ่มเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ รายแรกและรายเดียวในไทย (First 5G Commercial Service in Thailand)

โดยขณะนี้ AIS มีแผนขยายเครือข่าย AIS 5G อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมมอบสิทธิ์ให้ลูกค้าที่ซื้อ 5G Smart Phone จากเอไอเอส อาทิ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G, Huawei Mate 30 Pro 5G (เมื่อได้รับการ upgrade software แล้ว) ซึ่งเตรียมจำหน่ายในช่วงต้นเดือนมีนาคม สามารถใช้ 5G ได้ทันที โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม จนถึง 30 มิถุนายน 2563 ในพื้นที่ซึ่งมีเครือข่าย AIS 5G

นอกจากนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การติดต่อต่างประเทศ เอไอเอสยังเป็นรายแรกและรายเดียวในไทย ที่ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการในต่างประเทศ เปิดให้บริการโทรผ่าน 5G ไปต่างประเทศ (First 5G International Call to Overseas) เริ่มต้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ ร่วมกับ Globe Telecom และบริการ 5G โรมมิ่งในต่างแดน (First 5G International Roaming) แล้วเช่นกัน โดยเริ่มต้นที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ กับโอเปอร์เรเตอร์ Swisscom อีกด้วย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS PLAY ผนึก ภาพดีทวีสุข ปั้น “คลับสะพานฟาย” เป็นออริจินัล คอนเทนท์เรื่องแรก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

 

AIS PLAY ตอกย้ำความแข็งแกร่งผู้นำ Streaming Service Provider ความบันเทิงครบครันที่แตกต่างและโดนใจคนไทยทั้งประเทศ จัดเต็มหนัง ซีรีส์ คอนเสิร์ต กีฬา อีสปอร์ต การ์ตูน วาไรตี้ จากทั่วทุกมุมโลก พร้อมให้คนไทยทุกเครือข่ายรับชมอย่างจุใจ ล่าสุด เปิดมิติใหม่ของคอนเทนท์บันเทิง ผนึก Creative Production House ชื่อดัง อย่าง “ภาพดีทวีสุข” ที่เคยฝากผลงานในซีรีส์ไดอารี่ตุ๊ดชี่ส์ เปิดตัว AIS PLAY Original Series เรื่องแรก “คลับสะพานฟาย” เพื่อให้คนไทยทุกเครือข่าย ชมฟรี!

คลับสะพานฟาย ซีรีส์ที่สร้างจากประสบการณ์จริงของ “ความรักฟายๆ ” 8 เรื่อง 8 รสชาติความเจ็บแสบ โดยได้ทัพนักแสดงชื่อดังกว่า 20 ชีวิตมาร่วมแสดง นำทีมโดย เติ้ล กิตติภัค ทองอ่วม, ต้นหอม ศกุนตลา, เอ๋ มณีรัตน์, แม็กซ์ เจนมานะ, เบลล์ เขมิศรา, ทอย ปฐมพงศ์, เบบี้มายด์ ศรุดา, วันเดอร์เฟรม, ปิงปอง ธงชัย, เบน เบนจามิน, แจนจัง เจตสุภา, เต ตะวัน, โอบ นิธิ, กัน อรรถพันธ์, พรอยมน มนสภรณ์, เบสท์ ณัฐสิทธิ์, เจนิส เจณิสตา, พลอย ภัชธร, จ๋อมแจ๋ม สุพิชชา, อั๋น วิทยา, บิ๊ก ทองภูมิ, ทู สิราษฎร์ และอีกมากมาย พร้อมนำเพลงดังในอดีตอย่าง “ควายเท่านั้น” มาทำดนตรีใหม่ ได้สาวแรปเปอร์มากความสามารถอย่าง วันเดอร์เฟรม มาขับร้อง เพื่อเป็น Soundtrack ของซีรีส์นี้อีกด้วย

คลับสะพานฟายออกอากาศตอนแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 23.00 น.ทาง AIS PLAY ทุกช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX และเว็บไซต์ https://aisplay.ais.co.th ชมฟรี! ไม่มีโฆษณาคั่น ทุกเครือข่าย รวมถึงรับชมย้อนหลังได้ที่ AIS PLAY ที่เดียวเช่นกัน

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ทำไมต้องอัปเดต EMUI 10 ? เผยเบื้องหลังการสร้างสรรค์ EMUI 10 ของสมาร์ทโฟนหัวเว่ย ที่สร้างนิยามใหม่ของสมาร์ทไลฟ์สไตล์ในทุกจังหวะชีวิต

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ทุกวันนี้ชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่มักจะสัมผัสกับสมาร์ทโฟนกันเกือบทุกนาที นอกจากการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อติดต่อสื่อสาร การใช้งานแอปพลิเคชัน หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้ว ระบบปฏิบัติการที่ราบรื่น และการแสดงผลที่ดีนั้น ก็สามารถสร้างประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างและสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เช่นเดียวกับการพัฒนา EMUI หรือ Emotion UI ซึ่งเป็นส่วนประสานการทำงานที่หัวเว่ยได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความต้องการของผู้ใช้งาน และล่าสุดกับ EMUI 10 ที่ได้สร้างนิยามใหม่ของส่วนประสานงานและการแสดงผล ซึ่งสร้างประสบการณ์การใช้งาน และสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟนได้อย่างน่าทึ่ง มาดูกันว่า EMUI 10 จะสร้างความแตกต่างได้อย่างไรบ้าง

Golden Ratio (สัดส่วนทองคำ) เคล็ดลับของเส้นสายที่มีความงดงามอย่างลงตัว

การออกแบบ EMUI 10 นำรูปทรงและเค้าโครงอันสวยงามตามแนวคิด Golden Ratio (สัดส่วนทองคำ) มาใช้ โดยไอคอนทุกตัวจะมีลักษณะที่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ EMUI 10 ยังรองรับการทำงานของไอคอนแบบปรับอัตโนมัติ (Adaptive Icons) หรือการปรับรูปทรงไอคอนของแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เข้ากับเลย์เอาท์ของสมาร์ทโฟนหัวเว่ยอีกด้วย

แรงบันดาลใจจากการจัดวางเลย์เอาท์ของนิตยสาร

การแสดงผลของ EMUI 10 ถูกออกแบบขึ้นจากจุดเด่นของนิตยสาร 4 ประการ ได้แก่ การใช้หัวข้อที่มีขนาดใหญ่, การจัดวางเนื้อหาบนหน้ากระดาษ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างอย่างเหมาะสม, การจัดหน้าแบบตาราง และการสรุปประเด็นสำคัญของบทความนั้นๆ ประกอบกับหัวข้อที่ชัดเจน เข้าใจง่าย EMUI 10 จึงมีลักษณะพิเศษที่สร้างความสบายให้กับสายตา ดุจการอ่านนิตยสารที่มีเลย์เอาท์สวยๆ เล่มหนึ่ง

การใช้สีแบบผลงานศิลปะของโมรานดี (Morandi Colours)

EMUI 10 ได้นำโทนสีตามแบบผลงานศิลปะของโมรานดี ซึ่งเป็นศิลปะที่เป็นแรงบันดาลใจในความอ่อนโยน สงบ เรียบง่าย ด้วยการใช้สีที่มีสีขาวเป็นองค์ประกอบ มาใช้เป็นสีหลัก จึงมีลักษณะพรีเมียม สง่างาม ดูเรียบง่าย และยังมีความน่าดึงดูดใจ

 จากสีสันของทุกช่วงเวลาในแต่ละวัน สู่หน้าจอแบบ AOD (Always On Display) 

EMUI 10 ใช้หน้าจอแบบ AOD ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถแสดงข้อมูลที่จำเป็น เช่น เวลา, วันที่, ข้อความเข้า หรือแจ้งเตือนสายโทรเข้า โดยใช้พลังงานต่ำและใช้พื้นที่เพียงบางส่วนของหน้าจอได้ตลอดเวลา โดย AOD ของ EMUI 10 สามารถปรับเปลี่ยนสีของการแสดงผลได้ตามช่วงเวลาต่างๆ ของวัน ซึ่งหัวเว่ยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีสันของท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปในทุกขณะเวลา ทั้งจากช่วงกลางวันและยามค่ำคืน

 

Dark Mode จากงานวิจัยพฤติกรรมมนุษย์ที่จะสร้างปรากฏการณ์ความแตกต่างอย่างลงตัว

จากผลการวิจัยของหัวเว่ย ซึ่งศึกษาจากธรรมชาติและพฤติกรรมมนุษย์ บ่งชี้ว่า พื้นหลังที่มีสีสว่างหรือสีมืด จะมีผลโดยตรงต่อการรับรู้ระดับความสว่างของสีและความอิ่มสีของสายตามนุษย์ EMUI 10 จึงสร้างสรรค์โหมดมืดที่สามารถปรับสมดุลย์ของความต่างสีระหว่างข้อความและพื้นหลังโทนมืด รวมถึงสีตัวอักษร และไอคอนระบบ เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกสบายตา นอกจากนี้ยังทำให้ทุกองค์ประกอบของการแสดงผลมีความต่อเนื่อง อ่านได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้โหมดการแสดงผลแบบมืดหรือไม่ก็ตาม

 

การแสดงผลสำหรับกล้องถ่ายภาพแบบใหม่ กับสไตล์ที่มีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น

สำหรับ EMUI 10 หัวเว่ยได้ปรับเปลี่ยน‎ส่วนต่อประสานผู้ใช้ และออกแบบการแสดงผลของกล้องถ่ายภาพใหม่ โดยเริ่มที่แถบควบคุมการซูม และแถบการเลื่อนที่มีการเสริมลูกเล่น ทั้งด้านภาพ เสียง และการสั่นเตือน โดยการปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ถูกออกแบบเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่เสมือนจริง มีการแจ้งการทำงานต่างๆ โดยใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ นอกจากนี้ หัวเว่ยยังติดตั้งเสียงชัตเตอร์แบบกล้องถ่ายภาพระบบกลไก (Mechanical Camera) เพิ่มเติม เพื่อเสริมความมีสไตล์และมอบความรู้สึกราวกับผู้ใช้กำลังใช้กล้องถ่ายภาพระดับสูงอีกด้วย

 

ผนึกกำลังการเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีซอฟต์แวร์แบบ Distributed ให้ผู้ใช้สัมผัสประสิทธิภาพที่เหนือกว่าได้ในอุปกรณ์เดียว

EMUI 10 พัฒนาขึ้นจากรากฐานของเทคโนโลยีซอฟต์แวร์แบบ Distributed เพื่อคุณสมบัติการเชื่อมโยงตามแนวคิด Internet of Things อาทิ การรองรับวิดีโอคอลความละเอียดระดับ HD บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่อวิดีโอคอลได้จากทุกที่และทุกเวลา หรือหากผู้ใช้มีสายโทรเข้า ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะรับสายโดยใช้ลำโพงอัจฉริยะ หรือรับสายโดยใช้สมาร์ททีวี หรือแม้แต่ระบบอินโฟเทนเมนต์ในรถ และเป็นไปได้แม้กระทั่งการรับสัญญาณสดจากโดรน เพื่อแบ่งปันช่วงเวลาสำคัญกับสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แนวคิดดังกล่าวนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับผู้ใช้งานเทคโนโลยีซอฟต์แวร์แบบ Distributed จะช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายโอนข้อมูลระหว่างสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ได้ง่ายเพียงลากและวาง และสำหรับนักพัฒนา Distributed OS จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถจำลองรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันได้ และจำลองการทำงานต่อเนื่องระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เสมือนว่านักพัฒนามี Virtual Machine ที่มีประสิทธิภาพสูง นักพัฒนาจึงสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันเพียงครั้งเดียว แต่รองรับการทำงานร่วมกับทุกอุปกรณ์ได้

หัวเว่ยได้มุ่งพัฒนาประสบการณ์การใช้งานระดับเยี่ยมยอดสู่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดย EMUI 10 จะมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อทำงานบนขุมพลัง Kirin 980 ขึ้นไป อย่างสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุดจากหัวเว่ย HUAWEI Mate 30 Pro ก็มาพร้อมกับ EMUI 10 เช่นกัน เพื่อสร้างที่สุดแห่งสมาร์ทไลฟ์สไตล์ให้กับผู้ใช้งาน และในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หัวเว่ยยังได้เริ่มปล่อยอัปเดต EMUI 10 ให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่นดังต่อไปนี้แล้ว

  • HUAWEI Mate Series ได้แก่ HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20X
  • HUAWEI P Series ได้แก่ HUAWEI P30 Pro, HUAWEI P30
  • HUAWEI nova Series ได้แก่ HUAWEI nova 5T

EMUI 10 ได้สร้างนิยามใหม่ของปฏิสัมพันธ์โดยผู้ใช้ ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วและเสถียรมากขึ้น เพื่อที่สุดแห่งสมาร์ทไลฟ์สไตล์ในทุกจังหวะชีวิตของผู้ใช้งาน

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุด Screenshot ของ OnePlus 8 Pro 5G เผยสเปคเกือบหมด ใช้จอ 6.65 นิ้ว, CPU S865, RAM 12GB และกล้อง 64 MP

เรียกว่าหลุดออกมาเกื...

Apple News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลือ! iPhone 12 จะรองรับ Wi-Fi 802.11ay มาตรฐานสัญญาณ Wi-Fi ระยะสั้น ส่งข้อมูลได้รวดเร็วและความล่าช้าต่ำมากๆ

มีรายงานใหม่จากเว็บไ...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เป็นเจ้าของนวัตกรรมที่เหนือกว่าก่อนใคร กับ OPPO Find X2 Series พร้อมรับของสมนาคุณสุดพรีเมี่ยม ได้แล้ววันนี้!

อีกขั้นของนวัตกรรมแล...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดคะแนนรุ่นสานต่อ Vivo NEX 3 5G บน Geekbench ใช้ Snapdragon 865

Vivo NEX 3 5G นั้นเป...

Apple News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

Apple เผยข้อมูลเทคนิคโดยรวมของ Pro Display XDR และ Mac Pro มีส่วนไหนสำคัญบ้าง

เมื่อวานนี้ Apple ได...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง