ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Vivo V15 กล้องหน้าป๊อปอัพ 32 ล้าน และหน้าจอเต็มขอบ ราคาหมื่นเดียว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Vivo V15 สมาร์ทโฟนดีไซน์ระดับพรีเมียม ที่เปิดตัวพร้อมกับ V15Pro ซึ่งเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับนวัตกรรมการดีไซน์กล้องหน้าที่แตกต่าง สามารถเลื่อนได้แบบอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) ทำให้หน้าจอแสดงผลใหญ่เต็มขอบของจริงและไม่ต้องมีรอยบาก

Vivo V15 Full Review

สรุปสเปค Vivo V15

  • ราคาเปิดตัว 10,999 บาท (มีนาคม 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 161.97 × 75.93 × 8.54 มม.
  • น้ำหนัก 189.5 กรัม
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.53 นิ้ว Ultra Fullview Display ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 (Android 9 Pie)
  • ชิพเซ็ต MTK Helio P70
  • แรม 6GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB (ใส่เมมเพิ่มได้สูงสุด 256GB)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • เลนส์หลักขนาด 24 ล้านพิกเซล f/1.78
    • Ultra-wide ขนาด 8 ล้านพิกเซล f/2.2
    • Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ 32 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 4000mAh
  • รองรับ Bluetooth 4.2, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, microUSB
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง

 

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Vivo V15 Full Review

Vivo V15 มีความโดดเด่นด้านสีสันตัวเครื่องที่มาพร้อมการดีไซน์ที่เรียกว่า Spectrum Ripple Design ทำให้ตัวเครื่องแสดงสีสันและเปล่งประกายออกมาอย่างสวยงาม อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วย

 

Vivo V15 Full Review

สีตัวเครื่องที่ใช้ในรีวิวนี้เป็นสี Glamour Red (แดง) เป็นการไล่เฉดสีแดงและสีดำได้อย่างลงตัว โดยที่ผิวตัวเครื่องยังใส่ลวดลายเล็กๆ เพื่อให้พื้นผิวเปล่งประกายได้เมื่อพลิกหรือหันตัวเครื่องในมุมต่างๆ ดูสวยงามมากขึ้น

 

Vivo V15 Review

ตัวเครื่องด้านหลังยังดีไซน์แบบ 3D ที่ขอบมีความโค้ง เวลาใช้งานทำให้จับกระชับมือ และให้สัมผัสที่รู้สึกสบายมือด้วย

 

Vivo V15 Review

ด้านการดีไซน์ของ Vivo V15 เป็นสิ่งที่ช่วยตอกย้ำถึงการพัฒนาสมาร์ทโฟนให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและผสานรวมกับนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมาพร้อมหน้าจอแบบ Ultra FullView Display ที่มีขอบจอสุดบาง ไม่มีรอยบาก มีสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 90.95% ของพื้นที่ด้านหน้า

 

Vivo V15 Full Review

นวัตกรรมด้านการดีไซน์ที่ทำให้หน้าจอไม่ต้องมีรอยบากคือการแยกโมดูลกล้องหน้าไปเป็นกล้องที่เลื่อนได้แบบอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) และทำให้ตัวเครื่องด้านหน้าดูสะอาดตามากขึ้นด้วย

 

Vivo V15 Full Review

กล้องหน้าแบบเลื่อนได้นี้มีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล กล้องจะเลื่อนขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดแอพกล้องถ่ายรูปเซลฟี่ และจะเลื่อนเก็บเมื่อไม่ได้ใช้งาน ซึ่งการทำงานของกล้องหน้าอาศัยแรงจาก Electric Motor ที่มีสปริงยกตัวกล้องขึ้นมา ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน ไม่ต้องกงวลว่าจะเสียง่ายๆ เพราะผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 300,000 ครั้ง และเมื่อใช้งานพบว่าทำงานได้รวดเร็วมาก ไม่ต่างไปจากการเปิดกล้องหน้าในสมาร์ทโฟนทั่วไป

 

Vivo V15 Review

สำหรับกล้องหลังมีทั้งหมด 3 เลนส์ จัดเรียงกันในแนวตั้ง ประกอบด้วยเลนส์ชนิดต่างกัน ได้แก่ เลนส์หลักขนาด 24 ล้านพิกเซล f/1.78 ในขณะที่ Ultra-wide ขนาด 8 ล้านพิกเซลสำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง f/2.2 และ Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลาย

 

Vivo V15 Review

ขอบด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องหูฟัง 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB และช่องลำโพงตัวเครื่อง

 

Vivo V15 Review

ขอบด้านบนไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

 

Vivo V15 Review

ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง จะอยู่ที่ขอบด้านขวาของตัวเครื่อง

 

Vivo V15 Review

ขอบด้านซ้ายตัวเครื่องจะมีปุ่มเรียกใช้งาน Google Assistant และถาดใส่ซิม โดยช่องสำหรับใส่ microSD card แยกมาให้ต่างหากด้วย ทำให้รุ่นนี้สามารถใส่ได้ 2 ซิมการ์ด พร้อมกับใส่เมมเพื่อเพิ่มความจุให้กับตัวเครื่อง โดยไม่ต้องไปใส่ในช่องซิม 2 เหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไปที่มีถาดซิมแบบไฮบริด

 

Vivo V15 Full Review

V15 จะมีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ในขณะที่ V15Pro จะสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ซี่งเป็นจุดแตกต่างด้านการดีไซน์ที่ช่วยให้สังเกตเห็นถึงความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Vivo V15 Full Review

Vivo V15 รันระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 ซึ่งครอบอยู่บน Android 9.0 Pie ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ไม่ต้องรออัพเดท ซึ่งแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งมากับตัวเครื่องจะถูกจัดเรียงไว้ในหน้าจอโฮมทั้งหมด โดยแถบบาร์ด้านบนเมื่อลากลงมาจะเป็นในส่วนของ Notifications แสดงรายการแจ้งเตือนต่างๆ ในขณะที่การลากจากขอบล่างหน้าจอขึ้นมาจะเป็นในส่วนของ Quick Settings สำหรับการเลือกเปิด/ปิดหรือปรับค่าต่างๆ

 

Vivo V15 Full Review

Jovi ผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น โดยข้อมูลที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานจะถูกรวบรวมแสดงไว้ที่ Jovi Smart Scene เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกดูทุกอย่างในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนสภาพอากาศ ตารางนัดหมาย ผลการแข่งขันกีฬา และนับก้าวเดิน เป็นต้น

 

Vivo V15 Full Review

ปุ่มด้านข้างซ้ายตัวเครื่องของ V15 เป็นปุ่มสำหรับเรียกใช้งาน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะจาก Google ซึ่งปัจจุบันรองรับคำสั่งเสียงภาษาไทย สามารถสั่งการได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะสั่งให้ค้นหาข้อมูลที่ต้องการ เปิดเครื่องเล่นเพลง ส่งข้อความ เปิดแอพต่างๆ หรือเรียกใช้งาน GPS นำทาง เป็นต้น

 

Vivo V15 Full Review

แอพอัลบั้มรูปภาพของ V15 ยังมีเทคโนโลยี AI ในการระบุภาพถ่ายแล้วจัดการรวมภาพให้อยู่ในหมวดหมู่ คนเดียวกันก็จะรวมเป็นอัลบั้มเดียวกัน และนำภาพเหล่านั้นมาสร้างเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เรียกว่าความทรงจำได้อัตโนมัติ

 

Vivo V15 Full Review

V15 รองรับเครือข่าย 4G และเปิดใช้งาน VoLTE ได้ทั้ง 2 ซิมการ์ด ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลเสียงหรือการโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงขณะคุยกันมีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันการโทรได้ และรองรับ Wi-Fi, Bluetooth 4.0 และพอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0 (รองรับ OTG ด้วย) ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมภายนอกตัวอื่นๆ ได้

 

Vivo V15 Full Review

Funtouch OS ได้มีการปรับอินเตอร์เฟซให้รองรับการใช้ท่าทางการนำทางได้ ซึ่งจะทำให้มุมมองบนหน้าจอไม่ถูกปุ่มเมนูมาบดบัง โดยมีรูปแบบท่าทางการใช้งานดังนี้

  • ลากจากขอบด้านล่างขึ้นจากตำแหน่งปุ่มด้านซ้าย เพื่อแสดง Quick Settings
  • ลากจากขอบด้านล่างขึ้นจากตำแหน่งปุ่มตรงกลาง เพื่อกลับไปยังหน้าโฮม (เหมือนปุ่มโฮม)
  • ลากจากขอบด้านล่างขึ้นจากตำแหน่งปุ่มด้านขวา เพื่อกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้าตามลำดับ (เหมือนปุ่ม Back)
  • ลากจากขอบด้านล่างขึ้นจากตำแหน่งปุ่มตรงกลางแล้วค้างนิ้วเอาไว้บนหน้าจอ เพื่อเข้าสู่หน้าจอ App Switcher แสดงรายการแอพที่เปิดใช้งานอยู่เบื้องหลังทั้งหมด
  • หน้าจอที่กว้างของ V15 มาพร้อมฟีเจอร์การแบ่งหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอพ เช่น แชทหรือเล่น Facebook ไปพร้อมๆ กับดูวิดีโอบน YouTube เป็นต้น

 

Vivo V15 Review

หากต้องการใช้งานมือเดียวได้สะดวกยิ่งขึ้นก็สามารถย่อหน้าจอของ V15 ให้มีขนาดเล็กลงได้ เพื่อให้ง่ายต่อการเอื้อมนิ้วไปแตะเมนูต่างๆ ได้สะดวกมากขึ้นเมื่อต้องใช้งานในมือเดียว

 

Vivo V15 Full Review

สำหรับใครที่มีโซเชียลหลายบัญชี ก็สามารถใช้ฟีเจอร์โคลนแอพเพื่อให้สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 บัญชีในเครื่องเดียว

 

Vivo V15 Full Review

ความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนของ V15 มีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังตัวเครื่อง

 

Vivo V15 Full Review

i Manager แอพพลิเคชั่นจัดการโทรศัพท์ได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว ไม่ว่าจะเป็นการล้างพื้นที่เครื่องหรือเคลียร์แรม การสแกนไวรัส จ้ดการแอพ สำรองข้อมูล และการจัดการแบตเตอรี่เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo V15 Full Review

Vivo V15 รันระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 (Android 9 Pie) ใช้ชิพเซ็ต Mediatek Helio P70 (12nm) ซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น Quad-core 2.1GHz Cortex-A73 และ Quad-core 2.0GHz Cortex-A53 พร้อมจีพียู Mali-G72 MP3 และแรมขนาด 6GB ผลการทดสอบ AnTuTu ซึ่งเป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ทำคะแนนรวมได้ 146,130 คะแนน

 

Vivo V15 Full Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยคะแนน Single-Core ได้ 1,517 และ Multi-Core ทำได้ 5,507 คะแนน

 

Vivo V15 Review

ด้านการเล่นเกมมีฟีเจอร์ Game Mode 5.0 ซึ่งมาพร้อมกับ Competition Mode ช่วยจัดสรรทรัพยากรของเครื่องสำหรับการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดการกระตุก ทำให้ได้ภาพลื่นไหลตลอดการเล่นเกม

 

Vivo V15 Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังฮิตในขณะนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับสูง และภาพความละเอียดสูง

 

Vivo V15 Review

เกม ROV หรือ Realm of Valor เกม MOBA บนมือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับการเล่นบน V15 รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา โดยค่าเฟรมเรตจะวิ่งระหว่าง 56-60fps ซึ่งถือว่านิ่งใช้ได้เลยแม้จะเป็นฉากการเข้าร่วมทีมไฟต์

 

Vivo V15 Full Review

สำหรับแบตเตอรี่ของ Vivo V15 ที่มีขนาด 4000mAh ใช้งานได้นานเกือบทั้งวัน และรองรับการชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging ซึ่งจากการทดสอบชาร์จแบตเตอรี่จาก 18% ไปถึง 54% ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ถือว่ารวดเร็วมากๆ เมื่อเทียบกับความจุแบตเตอรี่ที่มากถึง 4000mAh

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo V15 Full Review

V15 เป็นรุ่นที่อัพเกรดความสามารถของกล้องหลังครั้งใหญ่ของ Vivo เลยก็ว่าได้ ด้วยการใส่กล้องมากถึง 3 ตัว เลนส์หลักขนาด 24 ล้านพิกเซล f/1.78 + Ultra-wide ขนาด 8 ล้านพิกเซล และ Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4

AI Scene Recognition

Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review

สำหรับเลนส์กล้องหลัก 24 ล้านพิกเซล เป็นการใช้เทคโนโลยีการรวมพิกเซลโดยการถ่ายจากเซ็นเซอร์กล้องขนาดจริงที่ 12 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพได้ขนาดใหญ่และเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างคมชัด และ AI ที่มีอยู่ในกล้องถ่ายรูปยังช่วยให้การถ่ายภาพทำได้ง่ายอีกด้วย เพราะกล้องจะรู้ว่าเรากำลังถ่ายภาพอะไรอยู่ เช่น ถ่ายดอกไม้ ถ่ายอาหาร เป็นต้น แล้วจะทำการปรับค่ากล้องให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นๆ อัตโนมัติ

 

AI Body Shaping

Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review

ฟีเจอร์ใหม่ในกล้องของ Vivo V15 ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากในงานเปิดตัวคือ AI Body Shaping ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยปรับโครงสร้างของตัวบุคคลให้ดูเพรียว หุ่นสวย ขาเรียวแบบอัตโนมัติ จากเดิมในรุ่นก่อนๆ ที่ทำได้เฉพาะการปรับโครงหน้าเท่านั้น

 

Portrait Mode

Vivo V15 Full ReviewVivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review Vivo V15 Full Review

การถ่ายภาพ Portrait เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยยืนยันได้ว่า Vivo มีการพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ละลายฉากหลังได้ค่อนข้างเนียนมากๆ ซึ่งโหมดนี้จำเป็นต้องถือกล้องให้อยู่ในระยะที่พอดี และฉากหลังไม่ควรรกจนเกินไป เพื่อให้การทำโบเก้สวยเป็นธรรมชาติ

 

AI Portrait Lighting

Vivo V15 Review AI Portrait Lighting Vivo V15 Review AI Portrait Lighting

สำหรับฟีเจอร์ AI Portrait Lighting ซึ่งเป็นการเพิ่มแสงไฟเข้ามาปรับแต่งภาพถ่าย Portrait ให้ออกมาสวยงามในรูปแบบแสงต่างๆ ได้เหมือนกับการจัดแสงไฟในห้องสตูดิโอ

 

HDR Mode

Vivo V15 Review HDR Mode Vivo V15 Review HDR Mode

HDR เป็นการถ่ายรูปหลายรูป ที่มีค่าความสว่างของแสงแตกต่างกัน แล้วเอาภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ซึ่งมีการพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์กล้องที่ดีขึ้น ทำให้การถ่ายภาพในโหมดนี้ไม่จำเป็นต้องถือกล้องนิ่งๆ ในการถ่ายภาพแล้ว

 

AI Super Wide-Angle Camera

Vivo V15 Review AI Super Wide-Angle Camera Vivo V15 Review AI Super Wide-Angle Camera Vivo V15 Review AI Super Wide-Angle Camera

AI Super Wide-Angle Camera โหมดถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษด้วยเลนส์ Ultra-wide ที่ให้มุมกว้างสูงสุดถึง 120 องศา เหมาะสำหรับการเก็บภาพวิวกว้างๆ หรือการถ่ายภาพกลุ่มคน เวที ในระยะใกล้ๆ โดยไม่จำเป็นต้องถอยไกลๆ

 

กล้องหน้า Selfie ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

Vivo V15 Full Review

Vivo V15 มีกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI Face Beauty สามารถปรับแต่งใบหน้าของให้เรียวเล็ก ปรับสีผิว เอฟเฟ็กต์แสงต่างๆ เพื่อให้ภาพเซลฟี่ออกมาสวยเป็นธรรมชาติ

 

Vivo V15 Review Selfie Vivo V15 Review SelfieVivo V15 Review Selfie Vivo V15 Review Selfie

จะเห็นว่ากล้องหน้านั้นถ่ายภาพออกมาแล้วได้ผิวหน้าที่สวยเป็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกันรายละเอียดของภาพก็ยังมีความคมชัดด้วย ไม่ได้ถูกลบรายละเอียดออกไป ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของใบหน้า เส้นผม และฉากหลัง

กล้องหน้ายังสามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายโดยการทำเอฟเฟ็กต์โบเก้ได้ด้วย ซึ่งภาพถ่ายจากกล้องหน้าด้วยโหมดนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ตัดขอบแล้วทำการเบลอฉากหลังได้เนียนสวยงาม

 

Vivo V15 Review Selfie Vivo V15 Review Selfie Vivo V15 Review Selfie

นอกจากนี้ก็ยังมีลูกเล่น Sticker เพิ่มความน่ารักให้กับเซลฟี่มีความสวยงาม ถ่ายเซลฟี่ได้สนุกมากขึ้น

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว Ultra Fullview Display แบบเต็มขอบของจริง และความคมชัดระดับ FullHD+ เห็นภาพได้เต็มตา ไม่มีรอยบาก
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 (Android 9 Pie) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วในขณะนี้ ไม่ต้องรออัพเดท
  • ชิพเซ็ต MTK Helio P70 และแรม 6GB ใช้งานได้ลื่นไหล เล่นเกมได้สบายๆ
  • กล้องหลัง 3 ตัว ครบทุกชนิดเลนส์ในเครื่องเดียว และระบบโฟกัสทำงานได้รวดเร็ว
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ 32 ล้านพิกเซล f/2.0 ถูกใจคนรัการเซลฟี่กับนวัตกรรมกล้องแบบใหม่
  • แบตเตอรี่ขนาด 4000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน และรองรับชาร์จไว ไม่ต้องรอนาน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ตแบบ microUSB

 

ตอนนี้ Vivo ได้เปิดให้ Pre – Order  Vivo V15 แล้วนะครับ ในราคา 10,999 บาท โดยมีให้เลือกถึง 2 สีด้วยกัน ได้แก่ Topaz Blue (สีน้ำเงิน) และ Glamour Red (สีแดงโดยสำหรับท่านที่สนใจสามารถ Pre – Order เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 16 –  27  มีนาคม  2562 เงื่อนไขการจองดูเพิ่มเติมคลิกที่นี่

 

อีกช่องทางที่สามารถจองได้ผ่าน LAZADA สำหรับที่จองผ่านช่องทางนี้ รับทันที In –Ear แบรนด์ Marshall มูลค่า3,590 บาท พร้อมทั้ง  Vivo Exclusive Gift box  มูลค่า 1,099 บาท , Vivo Songkarn Festival Gift Set มูลค่า  1,199 บาท และ Privilege card รวมมูลค่ากว่า 5,870 บาท เฉพาะผู้ที่สั่งจองตั้งแต่วันที่  16 – 27  มีนาคม 2562 โดย LAZADA เปิดให้จอง Vivo V15 สี Topaz Blue  สีน้ำเงิน ) และ สี Glamour Red ( สีแดงบนเว็บไซต์ LAZADA พร้อมของแถมแบบจัดเต็ม

สำหรับการ Pre – Order นั้น ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินจองเต็มจำนวนเท่านั้นเพื่อรับสิทธิพิเศษในโปรโมชั่นของLAZADA และสำหรับผู้ที่ทำการจอง  Vivo  V15  สามารถรับเครื่องพร้อมของแถมในวันที่  28  มีนาคม  2562  เป็นต้นไป หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียด หรือ สนใจสั่งซื้อได้ที่ คลิกhttps://www.lazada.co.th/shop/vivo-thailand/

 

Vivo V15 AIS Promotion

เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน 1,099 บ. ขึ้นไปเป็นเวลา 12 เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บ. รับส่วนลด 400 บ. นาน 10 เดือน เริ่มมีผลรอบบิลที่ 2 เป็นต้นไป
แพ็กเกจเสริม PLAY MOVIES (199 บ.) ฟรี 12 เดือน มูลค่า 2,555 บ. รวม VAT

สอบถามเพิ่มเติมที่ เอไอเอสช็อป ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ วันที่ 2 เม.ย. 62 – 30 เม.ย. 62

Featured

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ่นกลาง สเปคแจ่ม พร้อมความแรงแบบ Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด จัดเต็มหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอ พร้อมหน่วยประมวลผลตัวแรงในระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 665 จะเป็นอย่างไร เรามาดูกันครับ

 

สรุปสเปค Vivo Y50

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.7%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 Octa-core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo Y50 มีความสวยงามที่เล่นลวดลายบริเวณหน้ากล่องพร้อมกับชื่อรุ่นและแบรนด์อย่างชัดเจนครับ

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y50 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ด้านดีไซน์ของ Vivo Y50 ถือว่าออกมาแบบมาได้ดีเกินราคา เพราะที่ด้านหลังมีความโค้งเพื่อให้จับถือได้ดี ไม่บาดมือ ทำให้ใช้งานได้นานขึ้นครับ โดยวัสดุด้านหลังเป็นพลาสติกที่จับถือได้ไม่ลื่นมือแน่นอน

 

สีที่เราได้มาเป็นสีดำ Black Mysterious ที่เน้นความเข้มขรึมแล้วดูคลาสสิกมากๆ แต่เมื่อสะท้อนกับแสงก็จะมีการเล่นกับลวดลายที่โมดูลกล้องหลังเครื่องคล้ายกับการเปล่งแสงออกมาจากในตัวกล้องครับ

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นมาแบบ Ultra O Screen ชนิด LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ทำให้ความมีคมชัดและสีสันนั้นจัดเต็มแน่นอน

 

ทั้งนี้ พื้นที่การแสดงผลมีถึง 90.7% ทำให้เรารับชมคอนเทนต์ต่างๆ ทำได้แบบเต็มตา รวมถึงการเล่นเกมก็ทำให้เราเห็นมุมมองที่กว้างกว่าอีกด้วย

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y50 จะมีกล้องหน้าที่ฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน โดยลำโพงสำหรับสนทนาก็อยู่ที่ตรงกลางครับ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM ทั้งหมด 2 ช่อง และมีช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมเป็นทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ส่วนฝั่งขวาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED และที่ตรงกลางมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y50 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ช่วยให้การใช้งานภายในระบบมีความลื่นไหลมากขึ้น แถมมีการจัดการทรัพยากรภายในเครื่องดีขึ้นครับ

 

วอลเปเปอร์สวยงาม มีให้เลือกเยอะ

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็มีวอลเปเปอร์และธีมมีให้เลือกอย่างหลากหลายครับ ทั้งแบบสดใสๆ แบบเข้มสีดำ หรือร้อนแรงๆ ในโทนสีแดงก็มีครบ

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y50 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อตัดแสงสีฟ้าให้ได้มากที่สุดเพื่อรักษาสายตาระหว่างการใช้งาน โดยเราสามารถปรับโทนสีหรือความอุ่นได้ตามใจชอบ ทั้งยังสามารถตั้งค่าให้เปิด-ปิดตามเวลาที่เราตั้งได้ด้วย

 

โหมดมืดก็ใช้งานได้ในที่แสงน้อย

หากใครไม่อยากตัดแสงสีฟ้าในโหมดถนอมสายตาก็สามารถเปิดโหมดมืดได้เช่นกัน ซึ่งพื้นหลังของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับและในระบบจะเปลี่ยนเป็นสีดำเพิ่มความสบายตาในตอนกลางคืน

 

ระบบความปลอดภัย

Vivo Y50 ก็มีระบบความปลอดภัยในเรื่องการล็อกหน้าจอมาจนครบ ทั้งการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใช้งานได้ 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งสแกนได้ที่ด้านหลังเครื่องครับ โดยความรวดเร็วและความเสถียรในการใช้งานก็ทำได้ดีเลยทีเดียว

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ สแกนได้รวดเร็วและยังไม่มีความผิดพลาดให้เห็น

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกให้ไม่ซ้ำใคร

เอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกเป็นการเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ความเคลื่อนไหวของระบบที่ให้มีความสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดจำใบหน้า, การเข้าสู่หน้าจอหลัก, การใช้งานระหว่างสาย USB และการเปิด/ปิดหน้าจอ

 

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยปุ่ม Easy Touch

สำหรับ Easy Touch เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการปรับแต่งเมนูเพื่อให้เข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเครื่องมือด่วนต่างๆ ที่เราตั้งค่าได้เร็วขึ้น ไม่ต้องปัดหาให้เสียเวลาครับ ใครใช้แอปหรือเครื่องมือไหนบ่อย ก็เพิ่มเข้ามาใน Easy Touch ได้เลย

ทั้งนี้ก็ยังมีการควบคุมในการใช้งานแทนปุ่มต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น แตะค้างเพื่อเข้าหน้าหลัก, กดค้างแล้วเลื่อนไปทางซ้ายเป็นการย้อนกลับ เป็นต้น

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในด้านประสิทธิภาพเครื่อง Vivo Y50 ขับเคลื่อนผ่านหน่วยประมวลผล Snapdragon 665 ควบคู่กับ RAM ที่ให้มาเยอะถึง 8 GB ช่วยให้เราใช้งานได้ไหลลื่นระหว่างการสลับแอปพลิเคชั่นต่างๆ และความจุ 128 GB โหลดแอปหรือเก็บรูปภาพต่างๆ ได้เยอะ แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 314 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,377

 

เล่นเกมได้ไม่มีสะดุดด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode

Ultra Game Mode หรือศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอีกฟีเจอร์ที่ช่วยเรื่องการเล่นเกมใน Vivo Y50 ไหลลื่นขึ้นเพราะช่วยรีดประสิทธิภาพให้ทำงานได้เต็มที่ พร้อมด้วยการเคลียร์ RAM ทำให้เข้าเกมได้ไวและไม่มีสะดุด ทั้งยังปิดกั้นการแจ้งเตือน ไม่ให้มีอะไรเด้งมาบดบังหน้าจอให้กวนใจ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับ ROV เราเปิดภาพกราฟิกระดับสูงพร้อมเปิดโหมดเฟรมเรทสูงเช่นกัน เล่นในโหมด 5 VS 5 ได้ปกติครับ การเคลื่อนที่ การกดสกิลต่างๆ ถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างตามนิ้ว ตอบสนองได้เร็ว เฟรมก็วิ่งที่ราว 57-60fps ตลอดทั้งเกม ไม่ได้ดรอปอะไรมาก

 

PUBG Mobile

สำหรับเกม PUBG Mobile ในรุ่น Vivo Y50 สามารถปรับได้ที่กราฟิกแบบสมดุล และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยต้องรอการอัปเดทหากต้องการปรับให้สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งเราทดสอบในการเล่นโหมดปกติ 100 คน ตลอดทั้งเกมก็เล่นได้แบบไหลลื่นแน่นอนครับ กดยิงได้ค่อนข้างเรียลไทม์ ส่วนเรื่องอาการกระตุกก็ไม่เจอครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกมแนว FPS อีกเกมอย่าง Call of Duty: Mobile ก็สามารถเล่นได้ในระดับกราฟิกและเฟรมเรทระดับ Very High ครับ ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่เราสามารถเปิดโหมด E-Sport เพื่อให้ทรัพยากรในเครื่องใช้งานได้กับเกมนี้ล้วนๆ ซึ่งการเล่นก็แน่นอนว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh เล่นเกมได้ยาวๆ ใช้งานตลอดวัน

Vivo Y50 มีแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000mAh โดยแบตเตอรี่ที่เราใช้งานก่อนเล่นเกมอยู่ที่ประมาณ 85% หลังจากเล่นจบไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ลดลงอยู่ที่ 75% ถือว่าอึดมากๆ ใครที่ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เล่นเกมรับรองว่ารอดตลอดวันแน่นอนจ้า

 

กล้องถ่ายรูป

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y50 ก็มีกล้องให้เราใช้ครบทุกฟีเจอร์ โดยแต่ละเลนส์ที่ด้านหลังและหน้ามีดังนี้เลย

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

เลนส์หลัก AI ถ่ายสวยงามแบบอัตโนมัติ

Vivo Y50 สามารถถ่ายได้สวยงามผ่านเลนส์หลัก เพราะมี AI ในการแยกแยะหมวดหมู่อย่างชาญฉลาด เช่น อาหาร, จอ, แมว หรือดอกไม้ เป็นต้น

 

ถ่ายมุมกว้าง เก็บบรรยากาศได้ครบผ่านเลนส์ Super Wide-Angle

จัดเลนส์ Super Wide-Angle มาให้ด้วยสำหรับ Vivo Y50 ครับ โดยได้มุมมองกว้างถึง 120 องศา กว้างกว่าเลนส์หลักอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ เรียกว่าถ่ายเพียงช็อตเดียวก็เก็บบรรยากาศได้ครบครัน และภาพก็สวยงามคมชัดแทบไม่ต่างจากเลนส์หลักเท่าไหร่


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

หรือจะใช้เลนส์ Super Wide-Angle ถ่ายกับบุคคลก็ได้อีกมุมมองหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันครับ

 

โหมด Portrait เบลอหลังได้เนียนๆ

เป็นรุ่นเล็กที่สามารถถ่าย Portrait เบลอฉากหลังได้ละลายเหมือนกันสำหรับ Vivo Y50 ซึ่งในโหมดนี้จะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น บุคคลดูเด่นชัด เพราะฉากหลังเบลอออกไป

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนก็งามด้วย Super Night Mode

จัดมาให้แม้เป็นรุ่นประหยัดครับกับ Super Night Mode ที่ช่วยให้เราถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและคมชัดกว่าโหมดปกติอย่างชัดเจนครับ เช่น ในโหมดปกติภาพกลางคืนอาจเบลอและไม่เห็นสีสันในวัตถุ แต่ใน Super Night Mode เราจะเห็นรูปร่างและสีของวัตถุที่คมชัด


โหมดปกติ / Super Night Mode

 

Super Macro เจาะวัตถุได้ใกล้สุด 4 ซม.

ฟีเจอร์จุดเด่นอย่างสุดท้ายใน Vivo Y50 เป็นเลนส์ Super Macro ที่ทำให้เราเห็นวัตถุได้ใกล้มากที่สุดที่ 4 เซนติเมตร ตามระยะโฟกัส ซึ่งระยะ 4 ซม. ถือว่าใกล้มากๆ จุดเล็กๆ ที่เราอาจไม่เห็นก็ให้เลนส์นี้ช่วยมองได้เลย

 

ใบหน้าสวยงามด้วยฟีเจอร์ AI Face Beauty

ในฟีเจอร์ปรับแต่งใบหน้าสวย AI Face Beauty จะอยู่ในโหมดภาพคนครับ เราสามารถปรับใบหน้าได้อย่างอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนสีผิว, รูปหน้า, กราม, ตาโต, จมูก และอีกหลายอย่างทั่วใบหน้า ซึ่งแต่หมวดปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับเลยจ้า

 

ถ่ายที่แสงน้อยก็มีให้ผ่านฟีเจอร์ Super Night Selfie

เราถ่ายภาพกลางคืนหรือที่แสงน้อยไปแล้วสำหรับกล้องหลัง แต่กล้องหน้าก็มีเช่นกันด้วยฟีเจอร์ Super Night Selfie ซึ่งตรงนี้เราไม่จำเป็นต้องถ่ายแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น แต่ตรงไหนที่แสงน้อยๆ ก็ใช้โหมดนี้ช่วยได้เป็นอย่างดีเลย


โหมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

หมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

 

 

สติ๊กเกอร์ AR ถ่ายได้น่ารักๆ มีให้หลายแบบ

ใครที่ไม่ชอบถ่ายแบบธรรมดาๆ อยากให้มีลูกเล่นแบบน่ารักๆ อย่างสติ๊กเกอร์ AR ก็มีให้เลือกหลายแบบมากๆ ครับ เพิ่มมิติความสดใสในภาพได้เป็นอย่างดี แถมใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ต้องการแน่นอน ทั้งเลนส์ Super Wide Angle, Macro แถมมี Super Night Mode ทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • หน้าจอ Ultra O Screen กว้างถึง 6.53 นิ้ว ควบคู่กับความคมชัด FullHD+ รับชมวิดีโอต่างๆ ได้คมชัดตามมาตรฐานแน่นอน
  • ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 ที่เป็นชิปรุ่นกลาง แต่มีความแรงในการใช้งาน ไม่มีสะดุด ทั้งยังมี RAM 8GB + ROM 128GB ใช้ได้แบบจุใจ
  • แบตเตอร์รี่ให้มามากถึง 5000mAh พร้อมให้ใช้งานได้ตลอดวันแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

ใครที่สนใจ Vivo Y50 พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A31 สมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน มาพร้อมหน้าจอ Infinity-U สีสันสดใส Super AMOLED แบตเตอรี่อึด 5000mAh จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 Review

สรุปสเปค Samsung Galaxy A31

  • ขนาดตัวเครื่อง : 159.3 x 73.1 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 185 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-U ชนิด Super AMOLED กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio P65
  • RAM 6 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Ultra Wide 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับ Fast Charge 15W

 

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy A31 ตัวเครื่องสี Prism Crush White ที่ให้มุมมองสีสันที่แตกต่างกันออกไปบนโทนสีขาวที่ดูเรียบสวยแต่ซ่อนไว้ด้วยความหรูหรา

Samsung Galaxy A31 Review

 

ฝาหลังของ Galaxy A31 นอกจากจะซ่อนมุมมองสีที่แตกต่างกันแล้ว ลักษณะผิวก็มีการผสมผสานกันอย่างตัวระหว่างผิวเรียบและผิวที่มีลายเส้น อีกทั้งยังมีความโค้งเว้าแบบ 3D ด้วย ซึ่งทำให้เวลาจับใช้งานมีความกระชับ ถนัดมือมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

อีกหนึ่งข้อดีของตัวเครื่องสีขาวแบบนี้ จะช่วยลดการมองเห็นการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดีและสามารถเช็ดทำความสะอาดคราบเลอะได้ง่าย

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

กล้องด้านหลังมีดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมแและจัดเรียงกล้องไว้ทั้งหมด 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED โดยแต่ละเลนส์ประกอบด้วย

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

Samsung Galaxy A31 Review

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A31 มีขนาด 6.4 นิ้ว Super AMOLED ที่มีการขยายหน้าจอให้ชิดขอบทุกด้าน และมีรอยบากแบบขนาดเล็ก Infinity-U บริเวณขอบบนหน้าจอเพื่อติดตั้งกล้องหน้า

Samsung Galaxy A31 Review

 

สำหรับกล้องหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และบริเวณใกล้ๆ กันตรงขอบตัวเครื่องจะมีลำโพงสำหรับใช้ฟังเสียงตอนโทรศัพท์

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอ Super AMOLED มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่สวยคมชัด ถูกใจคนชอบดูคลิปวิดีโออย่างแน่นอน

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านซ้ายจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่อง MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมทั้งหมด 3 ช่อง

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านขวาจะเป็นปุ่มเพื่อใช้งานเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Sansung Galaxy A31 เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบปฏบัติการ Android 10 เวอร์ชั่นล่าสุด และครอบทับด้วย One UI 2.1 โดยในเวอร์ชั่นนี้มีการปรับอินเตอร์เฟซให้ง่ายสำหรับการใช้งานในมือเดียวแม้สมาร์ทโฟนจะมีหน้าจอที่ยาวขึ้น รวมไปถึงสีสันต่างๆ ของ UI ก็ดูสะอาด เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

One UI จะเน้นการใช้งานที่ง่ายและสามารถใช้งานมือเดียวได้สะดวก โดยจะสังเกตเห็นว่าข้อความคำอธิบายต่างๆ จะอยู่ครึ่งจอด้านบน ในขณะที่เมนูในการแตะเลือกใช้งานจะที่ครึ่งหน้าจอด้านล่าง เพื่อให้เราสามารถเอื้อมนิ้วไปแตะได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง เช่น ในหน้า “การตั้งค่า” ครึ่งบนเป็นตัวอักษร และครึ่งล่างจะเป็นตัวเลือกต่างๆ เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

เมื่อปัดหน้าจอไปทางขวาจะพบกับ Samsung Daily หน้าจอที่จะรวมข่าวสารอัปเดทใหม่ๆ และความสนใจของผู้ใช้งานไว้ในที่เดียว โดยเราสามารถกำหนดเองได้ว่าต้องการแสดงข้อมูลอะไรได้บ้าง

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายของรุ่นนี้รองรับ 4G LTE ทั้ง 2 ซิม, Bluetooth 5.0, NFC และรองรับการโทร Wi-Fi กับ VoLTE ด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ระบบเสียงที่มีให้ในตัวเครื่องอย่าง Dolby Atmos ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน โดยจะทำงานได้เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง ซึ่งจะได้ยินเสียงที่มีมิติซ้ายขวา โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมหรือดูหนังจะได้ประสบการณ์ที่สนุกมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A31 เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีอัตราส่วนคอนทราสต์สูง สีสันสดใส ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมเห็นรายละเอียดที่คมชัดมากๆ

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ฟีเจอร์ห้ามรบกวนก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้มาในทุกรุ่นของ Samsung เป็นประโยชน์มากๆ หากไม่ต้องการให้มีการรบกวนในช่วงเวลาสำคัญ โดยสามารถกำหนดช่วงเวลาและอนุญาต

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

สำหรับ One UI 2.1 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์โหมดแสงทึบ (Dark Mode) เพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้แบบสบายตา โดยพื้นหลังต่างๆ จะเป็นสีดำ และตัวอักษรจะเป็นสีขาว

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ในเรื่องระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วพอสมควร

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีระบบปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า ซึ่งจาการทดสอบใช้งานพบว่าจำแนกใบหน้าได้รวดเร็วดีแม้ในที่แสงน้อย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

Digital Wellbeing ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่าใช้เวลากับสมาร์ทโฟนไปมากน้อยเพียงใดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคหน้าจอ จำนวนการแจ้งเตือน และใช้เวลาแต่ละแอปไปเท่าไหร่ เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ด้านประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A31 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P65 กับ RAM 6GB และความจุ (ROM) 128GB ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นและเก็บไฟล์หรือโหลดแอปพลิเคชั่น/เกมต่างๆ ได้แบบเต็มที่ แทบไม่ต้องกลัวเต็มครับ ทั้งยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีกถึง 512GB เลยทีเดียว

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

สำหรับฟีเจอร์การเล่นเกมก็มาให้พร้อมสำหรับเกมเมอร์ตั้งแต่ Game Launcher ที่เป็นพื้นที่รวบรวมเกมที่โหลดไว้ในที่เดียว รวมถึงบอกระยะเวลาในการเล่นเกมต่างๆ ได้ด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

Game Booster ที่ช่วยเรื่องการรีดประสิทธิภาพทั้งหมดของเครื่องเพื่อให้เล่นเกมได้แบบไร้ปัญหากวนใจ โดยเราสามารถปรับประสิทธิภาพเกมได้ 3 แบบ ได้แก่ เน้นประหยัดพลังงาน, ปรับให้เท่ากัน หรือเน้นประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, บันทึกหน้าจอระหว่างเล่น ดูอุณหภูมิ และ RAM แบบเรียลไทม์ได้เช่นกัน

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ทดสอบการเล่นเกม ROV ปรับตามค่าเริ่มต้นภาพ HD ระดับมาตรฐาน, การแสดงผลระดับสูง เพื่อดูว่าจะไหวหรือไม่ในโหมด 5 VS 5 ทุกอย่างเล่นได้ปกติ แม้ว่าจะไม่รองรับเฟรมเรทระดับสูง แต่ว่าเฟรมเรทตลอดการเล่นก็ทำได้นิ่งๆ ที่ 29-30fps

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอที่ใหญ่และกว้างของ Galaxy A31 ยังช่วยให้เรื่องของการมองเห็นศัตรูที่อยู่รอบๆ ขอบจอได้ดีอีกด้วย

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

มาต่อกันที่เกม Call Of Duty: Mobile ปรับเฟรมเรทระดับกลาง และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน การควบคุมเล็งเป้าต่างๆ ถือว่าพอเล่นได้

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

แบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy A31 ถือว่าให้มาเยอะมากๆ 5000mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน หรือเล่นเกมต่อเนื่องก็อยู่ได้ยาวๆ หลายชั่วโมง และรองรับ Fast Charge 15W จากแบตเตอรี่น้อยๆ ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เต็ม

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

กล้องถ่ายรูป

มาเริ่มกันที่กล้องหน้า Galaxy A31 เซลฟี่สวยด้วยกล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซล แถมมี Beauty Mode ปรับความสวยของใบหน้าได้ หรือถ้าใครเบื่อโทนสีแบบปกติ ก็เลือกฟิลเตอร์ได้

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

รูปถ่ายเซลฟี่ใน Beauty Mode ต้องบอกว่าทำให้ได้รูปใบหน้าที่ออกมาสวยโดยไม่ต้องแต่งผ่านแอปอื่นๆ ให้ยุ่งยาก ถ่ายปุ๊บก็สามารถแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera ReviewSamsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

ฟีเจอร์กล้องหน้าที่ชอบมากๆ อย่างหนึ่งคือการใช้ฝ่ามือในการสั่งให้กล้องนับถอยหลังเพื่อกดถ่ายเซลฟี่ ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ ทำให้เราไม่ต้องเอื้อมแขนไปกดชัตเตอร์ สามารถโพสต์ท่าต่างๆ ได้มากขึ้น และไม่ต้องกลัวเครื่องหลุดมือด้วย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้ายังสามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังละลายได้ด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส (Live Focus) ซึ่งเป็นนทำให้รูปเซลฟี่มีความชัดโดดเด่นขึ้นมาในขณะที่ฉากหลังก็จะละลาย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

รูปเซลฟี่ในโหมดไลฟ์โฟกัสจากกล้อง Galaxy A31 จะเห็นว่าการละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติ ตัดขอบตัวคนได้ออย่างแม่นยำ ทำให้การเซลฟี่มีสวยโดดเด่นขึ้นมา แต่ถ้าอยากให้เห็นวิวด้านหลังชัดๆ ด้วยก็ถ่ายโหมดออโต้ปกติได้เลย

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้าของ Galaxy A31 สามารถเลือกเปลี่ยนฟิลเตอร์เพื่อเปลี่ยนโทนสีของภาพได้

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้ายังมีลูกเล่น AR Sticker หรือ Decorate Picture ที่มีสติ๊กเกอร์ให้แต่งภาพเยอะมากๆ ทั้งธรรมดา และแบบดุ๊กดิ๊กได้ ทำให้การเซลฟี่สนุกได้มากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

นอกจากนี้แล้วก็ยังมี AR Doodle ซึ่งเป็นฟีเจอร์เหมือนกับรุ่นแพงๆ เลย ทำให้เราสามารถวาดสิ่งต่างๆ ตอนถ่ายรูป แล้วบันทึกเป็นวิดีโอสนุกๆ ได้

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

มาต่อกันที่กล้องหลัง 4 เลนส์ เริ่มกันที่การถ่ายรูประยะไกล้ด้วยกล้องโหมด Macro ขนาด 5 ล้านพิกเซลของ Galaxy A51 เป็นเลนส์สำหรับถ่ายรูประยะใกล้ประมาณ 4 เซนติเมตร จะเห็นว่ารูปที่ถ่ายออกมามีความคมชัดมากๆ ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดในระยะใกล้ๆ ซึ่งปกติแล้วกล้องหลักจะไม่สามารถทำได้เพราะระยะจะไม่ได้และทำให้หลุดโฟกัส

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

กล้อง Macro เหมาะมากๆ เวลาที่เราอยากจะถ่ายช่อดอกไม้ให้เห็นรายละเอียดของเกสรที่อยู่บริเวณกลางดอกไม้ หรือถ่ายพวกเล็กสัตว์เล็กๆ

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

สำหรับกล้องหลักของ Galaxy A31 มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล เวลาถ่ายภาพออกมาก็จะภาพที่มีขนาดใหญ่ และยังมีความฉลาดที่จะช่วยให้รูปถ่ายของเราออกมาสวยได้ง่ายๆ ด้วย AI สำหรับคอยตรวจจับและแยกแยะหมวดหมู่ต่างๆ เช่น อาหาร, พืช, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

จะเห็นว่าภาพถ่ายที่ได้สามารถเก็บแสงและสีได้อย่างคมชัด ทำให้เราถ่ายรูปได้สวยๆ แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนที่มีแสงน้อยๆ และเวลาเราซูมเข้าไปดูรายละเอียดเล็กๆ ในรูปก็เห็นชัดด้วย

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

เลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายมุมกว้างได้ถึง 123 องศา เวลาเราจะถ่ายภาพมุมกว้าง ให้แตะที่ไอคอนโหมดกล้อง Ultra Wide เราก็จะเห็นภาพบนหน้าจอที่กว้างขึ้นทันที

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

จะเห็นว่าภาพที่ถ่ายด้วยโหมดนี้ทำให้มุมมองที่กว้างมากๆ โดยเฉพาะการถ่ายวิวหรืออาคารสูงๆ ได้ทั้งหลัง และที่สำคัญคือไม่ต้องถอยออกไปห่างๆ จากวัตถุที่ต้องการถ่ายอีกต่อไปแล้ว

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing ReviewSamsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

อีกหนึ่งโหมดที่เเป็นการใช้ความสามารถของกล้อง Depth และกล้องหลักทำงานร่วมกัน คือการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายของโหมดไลฟ์โฟกัส เพื่อช่วยให้การตัดขอบตัวคนเพื่อละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

เวลาที่เราถ่ายภาพด้วยโหมดไลฟ์โฟกัสเสร็จแล้ว เราสามารถนำมาปรับความเบลอ เลือกจุดโฟกัสใหม่ และเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเบลอ, สปิน, ซูม และคัลเลอร์พอยท์ ทำให้จุดที่เราต้องการโฟกัสโดดเด่นมากขึ้นด้วยสีปกติแล้วส่วนอื่นกลายเป็นสีขาวดำ

Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review

 

นอกจากนี้แล้ว ภาพถ่ายโหมดไลฟ์โฟกัสที่ละลายฉากหลังจนเกิดไฟดวงไฟโบเก้ สามารถปรับดวงไฟเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ด้วย เช่น รูปหัวใจ รูปดาว รูปหูกระต่าย เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review

 

สรุปจุดเด่น

  • เป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่ได้ฟีเจอร์ครบ ตอบโจทย์ชาวโซเชียล
  • ดีไซน์เครื่องสวย หน้าจอ Super AMOLED สีสันสดใส
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล ถ่ายสวย คมชัด ลูกเล่นเพียบ
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกมุมมอง เก็บรายละเอียดได้คมชัด
  • ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android 10 และ One UI 2.1
  • RAM 6GB + ROM 128GB
  •  แบตเตอรี่อึด 5000 mAh

จุดสังเกต

  • เล่นเกมต้องปรับกราฟิกลงเพื่อให้เล่นเกมได้ Smooth ขึ้น

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ สเปคครบ ราคาคุ้มค่า Samsung Galaxy A31 วางจำหน่ายแล้วในราคา 8,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Prism Crush Black, Prism Crush Blue และ Prism Crush White รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ https://samsung.com/th/galaxy-a31

อ่านต่อ...

Featured

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

3BB broadband with customers pain points

ตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากอย่างบรอดแบนด์เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ให้บริการทุกค่ายต่างออกกลยุทธ์ของตัวเองมาเพื่อใช้รักษาฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดจากค่ายอื่น ผู้นำทางด้านมาตรฐานความเร็วอย่าง 3BB ได้สร้างความเร็วขั้นต่ำของเน็ตบ้านให้อยู่ที่ 1 Gbps อย่างที่ใครไม่กล้าให้ และยังเพิ่มความเร็วให้กับลูกค้าในราคาเดิมมาอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นอาวุธหลักที่ 3BB นำปัญหาการใช้งานมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อเปลี่ยนเป็นสินค้าและการให้บริการที่ดีที่สุด

3BB เน็ตบ้านที่เข้าใจลูกค้ามากที่สุด

สุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า 3BB ให้ความสำคัญกับการวิจัยตลาดเป็นอย่างมาก เพราะฐานลูกค้าและโครงข่ายของ 3BB นั้นส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด จึงไม่มีการนำเสนอสินค้าที่ล้ำมากเกินความจำเป็น และจากการวิเคราะห์ทำความเข้าใจความต้องการหรือความรู้สึกของลูกค้า 3BB จึงได้นำเสนออินเทอร์เน็ตและบริการที่ตอบสนองความพึงพอใจ คุณภาพสูง ใช้งานได้จริง เข้าถึงได้ง่าย เปรียบเสมือนเพื่อนซี้ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าได้ในทุกวัน

พลิกปัญหาลูกค้าเป็นแพ็กเกจใหม่ให้ตอบโจทย์

3BB ได้รวบรวมเอาเรื่องร้องเรียนถึงปัญหาการใช้งานของลูกค้ามาออกแพ็กเกจใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าผู้ใช้งานในบ้าน 1 หลังมีสมาชิกหลายคน ดังนั้นจะมีการเชื่อมต่อพร้อมกันในหลายอุปกรณ์ แบนด์วิดท์จึงมีความสำคัญต้องให้เพียงพอกับการใช้งานของครอบครัว โดยส่วนใหญ่มีการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi จากโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้ความเร็วในการใช้งานต่ออุปกรณ์ลดลงไปอีก 3BB จึงได้มีการอัพความเร็วให้ลูกค้าอัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อลดปัญหาการใช้งานและทำให้ลูกค้าสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในช่วงวิกฤต COVID-19 ระบาด ผู้ใช้งานเริ่ม Work from Home ทำให้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการใช้งาน 3BB จึงตัดสินใจเพิ่มสปีดให้ลูกค้าไฟเบอร์ที่ความเร็ว 1 Gbps ให้กับทุกรายโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ให้มีความเร็วแรงมากยิ่งขึ้น ถือได้ว่าเป็นกำหนดมาตรฐานความเร็วเน็ตบ้านใหม่ไปในตัว

 

3BB broadband with customers pain points

ความเร็ว 1 Gbps หรือ 1000Mbps หากคิดในมุมการใช้งานแบบเชื่อมต่อ Wi-Fi ภายในบ้าน ก็จะพบว่าความเร็ว 1 Gbps สามารถตอบโจทย์การใช้งานแบบไร้สายเพราะสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้น นอกจากนี้ปัญหาส่วนใหญ่ 3BB ยังพบว่า สัญญาณไม่สามารถครอบคลุมได้อย่างทั่วถึง จึงได้เริ่มมีการอัพเกรดอุปกรณ์ Wi-Fi เป็นรุ่นใหม่ เช่น Wi-Fi AC2100 และแบบ High Performance Wireless อย่าง Wi-Fi 6 ที่กำลังจะมา มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลหลายอุปกรณ์ได้ดีมากยิ่งขึ้น และทำระยะทางได้ไกล ตอบโจทย์คนในครอบครัวและตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เพิ่มประสบการณ์ในการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่เร็วแรงไม่มีสะดุด

 

3BB broadband with customers pain points

3BB พบว่าปัจจุบันลูกค้ามีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตแทบตลอดเวลา ไม่เพียงเฉพาะในบ้านหรือนอกบ้าน การใช้งานที่ไม่เพียงพอของแพ็กเกจ 4G ในมือถือ ความต้องการซิมอินเทอร์เน็ตพ่วงกับอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างจังหวัด และเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตจากฐานลูกค้าบรอดแบนด์ 3BB กับ dtac จึงให้ความร่วมมือกันออกแพ็กเกจ เน็ตบ้าน 1 Gbps + เน็ตมือถือ 10 GB เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

 

3BB broadband with customers pain points

3BB อาจเคยถูกมองว่ามีเพียงอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ด้วยความต้องการของลูกค้าที่ต้องการต่อยอดการใช้งานเช่น Streaming หรือ ดูหนัง จึงได้มีการออกแพ็กเกจ GIGATainment ที่ 3BB จับมือกับผู้ให้บริการคอนเทนต์ อย่าง MONOMAX และ HBO GO สอดคล้องพอดีกับที่ 3BB จะก้าวเข้าสู่ Telco & Media Entertainment เน็ตบ้านพร้อมความบันเทิง และเตรียมแผ่ขยายความยิ่งใหญ่ไปอีกหลากหลายช่องทางในปลายปีนี้ ทั้ง แอปพลิเคชั่น กล่อง IPTV เพื่อเติมความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

เรียนรู้และเข้าใจในความต้องการลูกค้าเพื่อพัฒนาให้เกิดบริการให้ดีที่สุด

ประสบการณ์ในการใช้งานของลูกค้านั้นปัจจุบันไม่ได้มีเพียงอยู่แค่ที่เดียว แต่ลูกค้ามีการใช้งานในหลายช่องทางมากขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ซึ่งการที่ลูกค้าเห็นโฆษณาทางออนไลน์ไม่ได้แปลว่าลูกค้าคนนี้จะต้องสมัครบริการทางออนไลน์เสมอไป ซึ่งการปิดการขายโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะไปจบที่ออฟไลน์ จากสถานการณ์ โรคระบาด COVID-19 ปัจจุบันทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มหันมาใช้งานแบบออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสมัครบริการ ติดต่อสอบถาม รวมไปถึงการชำระเงิน ทำให้ 3BB ต้องเร่งพัฒนาช่องทางดิจิตอลเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าโดยขณะนี้ทาง 3BB เองก็ได้มีแอปพลิเคชั่น 3BB Member เว็บไซต์หลัก 3BB และ LINE OA เพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างครบวงจรได้บนหน้าจอของลูกค้าเองโดยไม่ต้องเดินทางมายังศูนย์บริการ

ทั้งหมดนี้เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า 3BB ไม่เคยหยุดพัฒนาในเรื่องของการให้บริการ อีกทั้งยังได้วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและมีการนำมาแก้ไขเพื่อพัฒนาระบบ รวมไปถึงการคาดคะเนพฤติกรรมและต่อยอดการให้บริการได้อย่างแม่นยำโดยที่ลูกค้ายังไม่ได้บอกความต้องการ ถือเป็นการลดอัตราการขอยกเลิกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมบุคลากรของ 3BB ให้เน้นปรับตัวตามเทคโนโลยี มีความรู้ ความเข้าใจ และให้ความสำคัญกับการบริการอย่างดีที่สุด

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured4 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

iPhone 12 Pro Introducing Video Concept iPhone 12 Pro Introducing Video Concept
Apple News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

คอนเซ็ปต์เปิดตัว iPhone 12 Pro เผยฟีเจอร์ใหม่เพียบ [ชมคลิป]

คอนเซ็ปต์เปิดตัว iPh...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme เปิดตัว realme X3 SuperZoom สมาร์ทโฟนเรือธงพลังซูม 60 เท่า พร้อม realme Watch นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ และ realme Buds Air Neo

realme เปิดตัว realm...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

กลับมาอีกครั้ง! โปรพิเศษ “DAYS OF PLAY” จากโซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ สิงคโปร์ เริ่มพร้อมกันทั่วโลกวันที่ 3 – 16 มิ.ย. นี้

กลับมาอีกครั้ง! โปรโ...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS ยกขบวนสิทธิพิเศษส่วนลดครบทุกไลฟ์สไตล์ ทั่วไทย พร้อมนำทัพหุ่นยนต์ 5G กระจายความห่วงใย ดูแลคนไทย การ์ดไม่ตก

จากความร่วมแรงร่วมใจ...

Apple News10 ชั่วโมง ที่แล้ว

Central Park ซีรี่ส์ละครเพลงคอมเมดี้แบบแอนิเมชั่นของ Apple รวมทัพนักแต่งเพลงรับเชิญชื่อดังมากมาย

“Central Park&...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง