ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Vivo S1 Pro ดีไซน์สุดล้ำในสไตล์ที่เป็นคุณ ด้วยกล้องทรงเพชรสุดสวย 4 เลนส์อัจฉริยะ และแบตพันธ์อึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Vivo S1 Pro สมาร์ตโฟนดีไซน์สุดละมุนที่ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนด้วยโมดูลกล้องทรงเพชรสุดสะดุดตา แถมเรื่องสีสันก็ทำออกมาให้ดูสวยงามจากการไล่เฉด ส่วนเรื่องสเปคก็หายห่วงเพราะมีจอ Super AMOLED กว้าง 6.38 นิ้ว คมชัดแบบ FHD+ มีกล้อง 4 เลนส์ และชูโรงด้วยแบตเตอรี่ความจุถึง 4500mAh ที่มี Dual-Engine Fast Charging 18W

 

สรุปสเปค Vivo S1 Pro

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง 159.25 × 75.19 × 8.68 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 186.7 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) พื้นที่หน้าจอสูง 90%, Always On Display และรองรับการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 Octa Core
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Super Wide Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 รองรับ AI Face Beauty
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.2
  • ระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, Bluetooth 5.0 และ OTG
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging 18W (9V/2A)

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

น่าจะสวยงามตั้งแต่ตัวกล่องของกันเลยครับสำหรับ Vivo S1 Pro ที่มีลวดลายตัว S อย่างเด่นชัดพร้อมกับชื่อรุ่น S1 Pro ที่มุมขวาล่าง ด้านหลังจะมีสเปคและจุดเด่นมาให้รับชมกันพอเรียกน้ำย่อยครับ ส่วนในกล่องก็จะมีอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo S1 Pro พร้อมฟิล์มกันรอยติดมาให้
  • หูฟัง
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสโทรศัพท์แบบใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

มาดูกันที่สัมผัสแรกถึงความงามของดีไซน์ตัวเลยครับ เพราะไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ กับความแปลกใหม่ที่สวยงามใน Vivo S1 Pro ที่ตัวโมดูลกล้องจะมาในลวดลายคล้ายเพชรที่มีกล้อง 4 เลนส์อยู่ด้านใน โดยมีเส้นสีแดงตัดที่มุมฝั่งซ้ายเข้ามาที่เลนส์ตัวหลักเป็นตัวอักษร “48 MEGAPIXEL” ซึ่งตัวกล้องจะมีความนูนออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ ใครที่ใส่เคสที่แถมมาให้เวลาก็ไม่ต้องกลัวเลนส์กล้องกระแทกเลย

 

หากใครสังเกตดีๆ Vivo S1 Pro มีสีสันที่ไล่เฉดอย่างสวยงามมากๆ จากสีม่วงอ่อนๆ ไปจนถึงสีฟ้าและจบด้วยชมพูสุดละมุน แถมเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ก็จะได้สีรุ้งสะท้อนกลับมาเช่นกันด้วย ซึ่งตรงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับที่มีความสะดุดตา ให้ดีไซน์ลายเพชร (Diamond) เพิ่มกลิ่นอายของการสัมผัสให้ดูหรูขึ้นไปอีกขั้น เรียกว่าการออกแบบของ Vivo S1 Pro ทำให้สมบูรณ์แบบมากๆ ใครถือไปไหนมาไหนต้องมีคนเหลียวมองบ้าง

 

ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์สีเท่านั้น แต่ Vivo ยังใส่ใจเรื่องดีไซน์เครื่องที่มีความโค้งมนที่ขอบด้านข้างตัวเครื่อง ทำให้จับถือได้สะดวก รองรับกับฝ่ามือของทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้ดีมากแม้ถือแค่มือเดียว หรือเวลาใส่กระเป๋ากางเกงก็ใส่ได้สบายๆ ไม่ใหญ่จนเกินไปด้วย

 

ด้านหน้าจอแสดงผลมาแบบทรงหยดน้ำที่มีขนาดเล็กพอสมควร โดยความสดใสของหน้าจอก็จัดเต็มด้วยชนิด Super AMOLED ขนาด 6.38 นิ้ว คมชัดระดับ FullHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ทั้งยังมีพื้นที่แสดงผลบนหน้าจอสูง 90% กันเลย

 

ด้วยหน้าจอที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Super AMOLED ก็จะได้เรื่องสีสันที่สดใสมากๆ ใครที่ชอบดูภาพยนตร์, วิดีโอ หรือเล่นเกมต้องชอบเรื่องความสดของจอใน Vivo S1 Pro แน่นอน แถมจอที่ใหญ่ 6.38 นิ้ว ก็เห็นได้เต็มตาด้วย

 

บริเวณรอบเครื่อง ที่ด้านหน้ากันก่อนครับในส่วนของเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีรอยบากทรงหยดน้ำที่ด้านบน พร้อมระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ และมีลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ด้วย

 

ทางซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง แต่ช่องที่ 2 จะให้มาแบบ Hybrid ให้เลือกระหว่างซิมที่ 2 หรือ MicroSD Card ครับ

 

ส่วนทางขวาจพะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power ที่เป็นสีแดงๆ

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ควบคู่กับไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ส่วนด้านล่างจะมีทั้งไมโครโฟนสำหรับการสนทนา, พอร์ตชาร์จหรือเชื่อมต่อข้อมูลแบบ USB Type-C และลำโพงตัวหลักครับ

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลัง 4 เลนส์อยู่ในโมดูลทรงเพชร และถัดลงมาด้านนอกกรอบเพชรก็จะมีไฟแฟลช LED อยู่ 1 ดวง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

สำหรับ Vivo S1 Pro แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย UI รุ่นล่าสุดของแบรนด์อย่าง Funtouch OS 9.2 ที่ช่วยให้เราใช้งานได้สะดวกเพราะมีหน้าตาเรียบง่าย, ไอคอนขนาดที่กำลังพอดี ไม่กินพื้นที่มากเกินไป ควบคู่กับพื้นหลังสีขาวทำให้ดูสะอาดตามากๆ

 

การใช้งานทั่วไปหากปัดลงจะเป็นการแสดงการแจ้งเตือนแอปพลิเคชั่นต่างๆ

 

ส่วนปัดขึ้นจากหน้าจอส่วนล่างจะเป็นการใช้งานตั้งค่าด่วน โดยสามารถปรับแสงสว่างหน้าจอหรือเสียงมีเดียได้ที่เดียวกันเลย

 

Vivo S1 Pro ยังมีวอลเปเปอร์ให้เลือกอย่างอยากหลายได้ตามสไตล์ของเราเลยครับ ใครอยากเลือกพื้นหลังความสดใสแบบไหนก็มีให้เพียบ

 

ดูความเคลื่อนไหวง่ายๆ ไม่ต้องเปิดหน้าจอด้วย Always On Display

นอกจาก Vivo S1 Pro จะมีหน้าจอที่ใหญ่แล้วก็ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Always On Display ที่เป็นการใช้ประโยชน์ของ Self-Illuminating ของจอ AMOLED ที่จะเป็นการบอกเวลา, วันที่, แบตเตอรี่ ไปจนถึงไอคอนแอปการแจ้งเตือนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยเราไม่จำเป็นต้องกดเปิดหน้าจอเพื่อมาเช็คเลย ถือว่าประหยัดเวลาไปได้ด้วยนะ

 

สำหรับรูปแบบของ Always On Display ก็มีให้เลือกใช้งานหลายลวดลายครับ โดยในตัวของ Vivo S1 Pro ก็มีให้เลือกเกือบ 10 แบบแล้ว แต่ใครอยากได้เพิ่มก็กดสไตล์เพิ่มเติมได้เลย

 

นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือกเวลาในการแสดงผลได้เวลาจะให้เริ่มกี่โมงและสิ้นสุดกี่โมง ซึ่งตรงนี้แนะนำให้ปรับช่วงที่เวลาที่ใกล้ตื่นนอนและช่วงที่นอนเป็นประจำครับ เพราะจะได้ประหยัดแบตเตอรี่ไปในตัวระหว่างที่เรานอนด้วย

 

โหมดมืด (Dark Mode) ใช้งานได้สบายตา

ใน Funtouch OS 9.2 ก็มาพร้อมกับโหมดมืดให้เราได้ใช้งานกันครับ ซึ่งหลักๆ ก็จะเป็นการเปลี่ยนพื้นขาวให้เป็นพื้นดำเพื่อความสบายตาของเราที่ใช้ในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืน แต่ที่สำคัญคือใน Vivo S1 Pro ไม่ใช่แค่การกลับสีเท่านั้น แต่ภาพรวมของทั้ง UI จะปรับให้ยังคงมีสันควบคู่กับความสบายตาครับ

 

ระบบความปลอดภัยมีให้ครบ

เรื่องของระบบความปลอดภัยก็หายห่วงได้เลย เพราะ Vivo S1 Pro มาพร้อมกับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่ทำงานได้รวดเร็วและเสถียรมากๆ สามารถจดจำได้สูงสุดถึง 5 ลายนิ้วมือ

 

ทั้งนี้ เมื่อสแกนบนหน้าจอไปแล้วก็จะมีแอนิเมชันเล็กๆ เพิ่มความสวยงามก่อนที่จะเข้าใช้งานอีกด้วย แต่ใครที่ไม่อยากได้แอนิเมชันเดิมๆ ก็สามารถเปลี่ยนได้หลายรูปแบบเลยครับ แต่ละแบบก็สวยงามไม่เหมือนกัน อยู่ที่ว่าเราจะชอบแบบไหนที่สุด

 

ไม่ใช่แค่การสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอเท่านั้น แต่การสแกนใบหน้าก็มีมาให้เช่นกัน แถมเรื่องความรวดเร็วและเสถียรก็ไม่แพ้กันเลย ซึ่งการสแกนใบหน้าก็ยังมีแอนิเมชันให้เลือกเพื่อความสวยงามตามใจชอบเหมือนกัน

 

ใช้งาน 2 แอปง่ายๆ ผ่านฟีเจอร์โคลนแอป

ระบบ Funtouch OS 9.2 ยังมีอะไรให้เราใช้งานอีกเพียบ โดยหนึ่งในนั้นคือฟีเจอร์โคลนแอปที่เป็นการเพิ่มแอปโซเชียลขึ้นมาอีก 1 แอป โดยจะแยกบัญชีกับแอปหลักที่เราติดตั้งอยู่ เช่น ใครที่มี 2 บัญชีของ Line ก็สามารถโคลนเพื่อใช้งานได้ 2 บัญชีแยกกันได้ทันที

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

เรื่องของประสิทธิภาพของ Vivo S1 Pro ก็หายห่วงเหมือนกันเพราะใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 665 Octa-Core ควบคู่กับ RAM ถึง 8GB ที่ทำให้การใช้งานนั้นลื่นไหลยิ่งขึ้น เรื่องการเปิดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ก็แทบไม่ต้องรอนานเลย โดยเฉพาะกับแอปที่เปิดแล้วทำงานในเบื้องหลัง เมื่อเปิดกลับมาอีกรอบก็ไม่มีโหลดซ้ำ ทั้งยังมาพร้อมกับความจุ (ROM) ขนาด 128GB ที่จะโหลดแอป, เกม หรือถ่ายรูปก็ทำได้ไม่ต้องกลัวเต็มแน่นอน ซึ่งรองรับ MicroSD Card สูงสุดถึง 256GB อีกด้วยนะ

 

นอกจากนี้ ใน Vivo S1 Pro ยังมีเทคโนโลยี Vivo Multi-Turbo ที่เป็นการช่วยให้ระบบปฏิบัติการเพิ่มความเร็ว, ประสิทธิภาพการทำงาน, เร่งการตอบสนองของระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายความร้อนขณะเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป ทำให้ความเร็วของ CPU ไม่ลดลงและทำงานได้ไหลลื่นต่อเนื่องครับ

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 173,465

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 314 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,379

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราได้ทดสอบเล่นเกม 3 เกมดังอย่าง Call of Duty: Mobile, ROV และ Asphalt 9: Legends ครับ โดยผลการทดสอบเป็นไปตามด้านล่างนี้เลย !

Call of Duty: Mobile

ขอเริ่มด้วยเกมแนว Shooting ก่อนแล้วกันอย่าง Call of Duty: Mobile โดยตอนเริ่มแรกตัวเกมจะปรับกราฟิกมาให้เราในระดับกลางๆ โดยภาพและเฟรมเรทจะอยู่ระดับ High แต่เราก็ขอปรับขึ้นไประดับหนึ่งแล้วกันเป็น Very High และทำการเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน ซึ่งเริ่มเกมตั้งแต่โดดร่มไปจนจบแต่ละรอบถือว่าทำได้ดีมากๆ ไม่มีอาการกระตุกหรือเฟรมเรทดรอปให้เห็น แถมการกดปุ่มยิงหรือเดินก็ไม่ค่อยหน่วงสักเท่าไหร่ด้วย

 

ROV

ในเกม ROV เราปรับทุกอย่างสูงสุดทั้งหมด (ยกเว้นกราฟิกที่ต้องรออัปเดทในอนาคต) เมื่อเล่นในโหมด 5 VS 5 ตั้งแต่เริ่มเกมระดับเฟรมเรทจะอยู่ที่ 58-60fps แน่นอนว่าไม่มีต่ำกว่านี้ครับ แต่เห็นก็จะมีแต่สูงขึ้นไปอีกนิดหน่อยเป็น 61fps บ้าง โดยภาพรวมของการเล่นทั้งภาพและการกดหรือลากสกิลต่างๆ ทำได้ไหลลื่นสุดๆ ครับ ยิ่งตอนบวกกันเป็นกลุ่ม ปล่อยสกิลไม่ยั้งก็ไม่มีอาการดื้อให้เราเห็นครับ

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายในเกมรถแข่งภาพสุดสวยอย่าง Asphalt 9: Legends ก็ถือว่า Vivo S1 Pro ทำออกมาได้ดีพอสมควรเลยครับ โดยตอนแรกเราปรับกราฟิกอยู่ในค่าเริ่มต้นก็เล่นได้ไหลลื่นในทุกสถานการณ์ จะตอนชน ตอนเร่ง หรือช่วงคัทซีนครับ จากนั้นเราจึงลองปรับกราฟิกเป็นระดับสูงก็ถือว่ายังเล่นได้อยู่ครับ อาจมีเฟรมเรทดรอปบ้างช่วงคัทซีนแต่เมื่อถึงช่วงเล่นจริงๆ ก็แทบไม่ต่างจากระดับปกติเลย

 

ฟีเจอร์ในเกม

ในตัวเกมจะมีฟีเจอร์ Voice Changer ที่ให้เราเปลี่ยนเสียงของเราได้ตามใจชอบ โดยจะมีให้เลือกถึง 6 แบบ (รวมเสียงปกติ) ทั้งเสียงผู้ชายเข้มๆ, เด็กน้อยที่เหมือนจะเล่นเกมไม่เป็น หรือเสียงแบบ AI ก็ยังมีครับ เรียกว่าใครที่เป็นสายปั่นน่าจะชอบฟีเจอร์นี้แน่นอน ซึ่งการใช้งานก็เพียงปัดขวาจากขอบจอแล้วเลือก “เครื่องเปลี่ยนเสียง” ก็ใช้งานได้ทันทีครับ

 

Ultra Game Mode 7.0 ในส่วนนี้เราสามารถป้องกันข้อความและการแจ้งเตือนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ไม่มีอะไรมากวนใจแน่นอน ทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

แบตเตอรี่สุดอึดพร้อมใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน

Vivo S1 Pro จัดหนักเรื่องแบตเตอรี่มาให้ใช้งานแบบเต็มๆ ถึง 4500mAh โดยเราลองชาร์จแบตเตอรี่ 100% ในช่วงเช้าเพื่อออกไปใช้งานตั้งแต่ใช้งานกล้องเป็นหลัก, เล่นโซเชียล และเล่นเกมบ้างบางครั้ง โดยแบตเตอรี่ก็ลดลงมาบ้างอยู่ที่ราวๆ 70% กว่าๆ ในช่วงบ่าย แต่เมื่อถึงตอนค่ำๆ ก็จะเหลืออยู่ที่ประมาณ 20% ครับ เพียงพอให้เรากลับมาชาร์จที่บ้านได้สบายๆ

 

แต่เชื่อว่าใครที่เป็นนักเล่นเกม แบตเตอรี่ต้องมีหมดบ้างในระหว่างวัน แต่ไม่ต้องกังวลไปครับว่าจะรอเรื่องชาร์จนาน เพราะรุ่นนี้มีเทคโนโลยี Dual-Engine Fast Charging ที่ให้กำลังไฟ 18W (9V/2A) ทำให้ชาร์จได้เร็วมากๆ จากแบตเตอรี่น้อยๆ ไปถึง 100% จะอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นครับ แต่ขอบอกว่า จากช่วงที่แบตน้อยๆ ไปจนถึงช่วงปลายราว 80% จะอยู่แค่ประมาณ 50 นาทีครับ (หลังจาก 80% จะชาร์จช้าลงเพราะรักษาความร้อน)

 

กล้องถ่ายรูป

มาถึงเรื่องกล้องกันบ้างเป็นการปิดท้าย ที่นอกจากดีไซน์การจัดตำแหน่งกล้อง 4 เลนส์จะสวยแล้ว เรื่องของการถ่ายภาพก็สวยไม่แพ้กัน โดย Vivo S1 Pro มาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ AI Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Super Wide Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ใกล้สุด 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดถึง 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ ให้เราได้เลือกเล่นกันเพียบ จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

คมชัดขั้นสุดด้วยการถ่ายความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

Vivo S1 Pro มาพร้อมกับเลนส์หลักคาวมละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่สามารถถ่ายความละเอียดได้สูงถึง 8000 x 6000 พิกเซล ซึ่งในโหมดนี้เราจะได้ภาพที่มีความคมชัดสูงมากๆ เห็นรายละเอียดได้ชัดกว่าการใช้โหมดปกติ แล้วเมื่อถ่ายภาพเสร็จแล้ว เมื่อเรานำกลับมาดูภาพอีกรอบก็จะสามารถซูมไปดูจุดเล็กจุดน้อยที่อยู่ในระยะไกลได้โดยไม่เสียรายละเอียดด้วย

 

AI ตรวจจับฉากสุดอัจฉริยะ

แน่นอนว่าสมาร์ตโฟนสมัยนี้ต้องมี AI ในการปรับแสงและสีให้เข้ากับสถานการณ์โดยอัตโนมัติ และแน่นอนว่า Vivo S1 Pro ต้องมีมาให้แน่นอน เรียกว่าเราไม่ต้องไปทำอะไรมาก แค่โฟกัสกับวัตถุที่ต้องการถ่าย AI ก็จะรู้ทันทีเลยว่าเราจะถ่ายอะไรและบอกให้เรารู้ที่มุมล่างเหนือโหมดกล้อง เช่น อาหาร, แมว, จอ (สุนัข), ดอกไม้ หรือท้องฟ้า เป็นต้น

 

 

มุมกว้างขั้นสุดด้วยเลนส์ Super Wide Angle

สำหรับคนที่ชอบเที่ยวและอยากได้ภาพที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมด ไม่เสียองค์ประกอบแบบง่ายๆ Vivo S1 Pro ควบคู่กับเลนส์ Ultra Wide Angle ที่ถ่ายได้มุมกว้างถึง 120 องศา คือสิ่งที่ห้ามพลาดใช้งานเด็ดขาด เพราะมุมที่ได้ออกมานั้นกว้างในเบอร์ต้นๆ ของสมาร์ตโฟนเลยทีเดียว แถมเรื่องของเฉดสีก็ยังสดใส ไม่ต่างจากเลนส์หลักสักเท่าไหร่ และสิ่งสำคัญคือในโหมดนี้ แค่เรายืนใกล้ๆ วัตถุก็สามารถเก็บได้ครบแล้ว ไม่ต้องถอยหรือหามุมดีๆ ในการถ่ายก็ได้ครับ สะดวกสบายมากๆ

เทียบปิด Super Wide Angle / เปิด Super Wide Angle


เทียบปิด Super Wide Angle / เปิด Super Wide Angle

 

 

Super Macro ถ่ายใกล้สุดเพียง 4 เซนติเมตร

ความสามารถของอีก 1 เลนส์ในรุ่นนี้ คือ Super Macro ที่ให้ถ่ายวัตถุต่างๆ ได้ใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร ให้เราเห็นรายละเอียดในสิ่งที่สายตาของมนุษย์แทบจะมองไม่เห็นได้คมชัดมากขึ้น ซึ่งเรื่องเฉดสีก็ยังทำได้ดีพอสมควรเลยครับ และโฟกัสและการถ่ายก็ไม่มีหลุดหรือเบลอง่ายๆ ถ้ามือไม่สั่นจริงๆ

 

เบลอได้อย่างธรรมชาติด้วยโหมด Bokeh

การถ่าย Bokeh หรือการเบลอฉากหลังใน Vivo S1 Pro ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ สำหรับสมาร์ตโฟนราคาระดับนี้ เรื่องของขอบรอบตัวบุคคลตัดได้เนียนเลยทีเดียว ไม่มีการเบลอหลุดเข้าไปในคนเท่าไหร่ โดยเฉพาะเส้นผมที่แทบไม่ถูกกินเข้าไปเลยครับ

 

ทั้งนี้ เมื่อเราถ่ายในโหมด Bokeh เรายังสามารถนำภาพนั้นมาปรับการเบลอได้อีกรอบ ทั้งการปรับค่ารูรับแสงได้กว้างสุดถึง F0.95 และแคบสุดที่ F16 โดยค่ายิ่งน้อยจะยิ่งเบลอหลังมากขึ้น หรือจะเปลี่ยนโฟกัสไปเป็นฉากหลังแล้วให้ฉากหน้าเบลอก็ทำได้เหมือนกัน

 

ใบหน้าสวยด้วย AI Face Beauty

ในโหมดนี้จะมีให้ใช้งานทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ โดย AI จะทำการปรับแต่งใบหน้าของเราให้อัตโนมัติ แทบไม่ต้องมานั่งปรับเองที่หลังเลย หรือใครอยากเนียนสุดๆ ก็ปรับได้ทั้งผิวนวล, โทนสีผิว, ปรับรูปหน้า, ความขาว, หน้าบาง, ตาโต หรือกราม เป็นต้น

เทียบเปิด AI Face Beauty / ปิด AI Face Beauty

 

คิดท่าไม่ออกมาบอก Pose Master

ในหมวดข้างๆ กับ AI Face Beauty จะมี Pose Master เป็นฟีเจอร์ที่เป็นตัวอย่างของท่าถ่ายภาพสุดฮิตต่างๆ ให้เราได้มาเป็นแบบ ซึ่งการใช้งานก็ง่ายๆ มากๆ เพียงแค่เลือกท่าและขยับมือหรือหน้าตามเส้นประเท่านั้นเองครับ ใครคิดท่าไม่ออกเรียกใช้โหมดนี้ได้ทันที มีให้เลือกหลาย 10 แบบเลย

 

นอกจากนี้ เมื่อถ่ายภาพบุคคลเรียบร้อย ก็ยังปรับแต่งเองได้เพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ AI Make UP ที่จะให้เราได้แต่งเติมฟิลเตอร์, แต่งสวย, แต่งหน้า หรือปรับรูปร่าง ได้อีกรอบอย่างง่ายๆ เลย

 

เพิ่มความสนุกในการถ่ายด้วยเอฟเฟ็กต์แสงภาพถ่ายบุคคล

ในโหมดนี้ เราจะใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ โดยเอฟเฟ็กต์แสงภาพถ่ายบุคคลจะมีตัวเลือกเพิ่มฉากและสีสันเติมเข้ามาให้เราอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติ (มีเฉพาะกล้องหน้า), ไฟสตูดิโอ, ไฟสเตอริโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังแบบขาวดำ ใครชอบสไตล์ไหนก็เลือกเล่นเลือกถ่ายได้ตามใจชอบเลยครับ

กล้องหน้า

กล้องหลัง

 

ฟิลเตอร์ให้เลือกหลากหลาย

นอกจากเอฟเฟ็กต์แสงภาพถ่ายบุคคลแล้ว ยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกอีกเพียบสูงสุดถึง 16 แบบด้วยกัน เช่น เกรปฟุต, เกาะ, ฟอง, ลมยามเย็น ป็นต้น โดยแต่ละแบบก็จะมีสีสันของตัวเองครับ เรียกว่าใครได้มาอยู่ในมือแล้ว ต้องลองถ่ายให้หมดทุกแบบเลยนะ

 

เพิ่มความน่ารักด้วยสติ๊กเกอร์ AR

ความสนุกสนานการถ่ายภาพใน Vivo S1 Pro มีมาให้เยอะจริงๆ และอีกอย่างที่เรานำเสนอ คือ สติ๊กเกอร์ AR ที่มีให้เลือกใช้งานเพียบเกือบ 100 แบบ เรียกว่าถ่ายกันได้ไม่รู้จักเบื่อแน่นอน

กล้องหน้า

กล้องหลัง

 

**นอกจากนี้ Vivo จะมีการอัปเดทฟีเจอร์ SuperNight Mode ที่ใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ในวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ด้วยครับ**

สรุปจุดเด่น

  • มีกล้องหลังถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล มีทั้งเลนส์ Super Wide Angle, Bokeh และ Super Macro
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ถ่ายสวยได้ AI Face Beauty
  • ดีไซน์และสีสันตัวเครื่องสวยงามและโดเด่นไม่เหมือนใคร
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED มีสีสันสวยงาม และจอกว้างถึง 6.38 นิ้ว ใช้งานได้เต็มตา
  • ใช้งานได้ลื่นไหลด้วย RAM 8GB และใช้งานได้เต็มที่ด้วยความจุถึง 128GB
  • มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • แบตเตอรี่สุดอึด 4500mAh ใช้งานได้ทั้งวันไม่มีหมด พร้อมด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Dual Engine Fast Charging กำลังไฟ 18W

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

 

ใครที่สนใจ Vivo S1 Pro จะวางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท โดยจะเริ่ม Pre-Order จองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 20 – 28 พฤศจิกายน 2562 ณ Vivo Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Android News

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14

OPPO Find X2 Series 5G นอกจากจะมีหน้าจอแสดงผลที่สวยระดับ A+ จาก DisplayMate แล้ว OPPO Find X2 Pro | 5G ยังมีกล้องที่ถ่ายรูปได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเวลานี้ด้วยจากการทดสอบของ DXOMARK ด้วยคะแนน 124 คะแนน

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera PhoneOPPO Find X2 Pro 5G DXOMARK

OPPO Find X2 Pro | 5G เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ตอกย้ำว่า OPPO ไม่เคยหยุดพัฒนากล้องถ่ายรูปบนสมาร์ทโฟน โดยในรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกล้องหลัง Ultra Vision Camera System ที่มีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.7 Sony IMX689, กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/2.2 Sony IMX586 และกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/3.0

 

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล Sony IMX689

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G Sony IMX689 DXOMARK

กล้องหลักของ OPPO Find X2 Pro | 5G ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX689 ที่มีขนาดเซ็นเซอร์รับภาพใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว และรูรับแสงที่กว้าง f/1.7 นั่นหมายความว่าตัวกล้องสามารถถ่ายได้คมชัดมากกว่าและสว่างมากขึ้นนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ 12bit True Capture ซึ่งสามารถผลิตภาพขนาด 12bit ได้

 

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

ภาพถ่ายกลางวันจากกล้องหลักให้รายละเอียดที่คมชัดมากๆ และการประมวลผลภาพยังคงให้สีสันที่สมจริงเป็นธรรมชาติ

 

All Pixel Omni-Directional PDAF ดียังไง?

OPPO All Pixel Omni-Directional PDAF

OPPO All Pixel Omni-Directional PDAF

เทคโนโลยีที่ทำให้การถ่ายรูปบน OPPO Find X2 Pro | 5G มีประสิทธิภาพการโฟกัสที่ดีเยี่ยมมากขึ้นคือ All Pixel Omni-Directional PDAF ถ้าพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือระบบ Dual Pixel ที่เรารู้จักกัน เป็นเทคโนโลยีที่แยกจุดพิกเซลในเซ็นเซอร์รับภาพออกเป็น 2 โฟโต้ไดโอดหรือแยกแสงซ้าย-ขวาในทุกจุดพิกเซลทั้งหมด 100% ทำให้การโฟกัสทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่หลุดโฟกัส สามารถโฟกัสในที่มืดได้ดี และจะเห็นถึงความเร็วในการโฟกัสที่ชัดเจนมากๆ เมื่อถ่ายถ่ายรูปในที่แสงน้อย แตกต่างจากระบบ PDAF บนสมาร์ทโฟนทั่วไปที่ไม่ได้มีเซ็นเซอร์ตรวจจับโฟกัสทุกพิกเซล ทำให้การโฟกัสช้าหรือหน่วงนั่นเอง

 

Dual Native ISO แสงแบบไหนก็ถ่ายสวย

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

การถ่ายรูปด้วยกล้องสมาร์ทโฟนทั่วไปเรามักจะพบว่าเมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงที่แตกต่างกันจะได้ภาพที่ไม่ค่อยคมชัด รายละเอียดเก็บได้ไม่ครบ แต่กล้องหลักของ OPPO Find X2 Pro | 5G ด้วยประสิทธิภาพของ Sony IMX689 ที่มีระบบ Dual Native ISO จะช่วยปรับค่าความไวแสงหรือ ISO ให้อัตโนมัติ ประมวลผลภาพที่แตกต่างกันระหว่างการถ่ายภาพแสงจ้าที่มีการปรับ ISO ต่ำ และภาพถ่ายแสงน้อยที่ปรับ ISO สูง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือภาพมีความคมชัดและเก็บรายละเอียดได้ครบไม่ว่าจะแสงน้อยหรือแสงจ้า โดยที่เราไม่ต้องปรับตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก

 

Ultra Night Mode 3.0 ถ่ายกลางคืนได้สว่างกว่าตาเห็น

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode 1

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

ภาพถ่ายกลางคืนด้วยโหมด Ultra Night Mode 3.0 ถ่ายภาพออกมาได้สวยคมชัดและเก็บแสงได้ดีมากๆ โดยแทบไม่มี Noise เลย เพราะว่ารุ่นนี้มีเทคโนโลยี Dual Native ISO อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าสามารถช่วยลด Noise ในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืนได้อัตโนมัติ แม้ว่าจะดัน ISO สูงๆ ภาพที่ได้ก็แทบจะไม่มี Noise เลย

 

Live HDR Video ถ่ายวิดีโอย้อนแสงหน้าไม่ดำ

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

ในครั้งนี้ OPPO Find X2 Pro | 5G ได้อัปเกรดไปอีกระดับสำหรับการถ่าย Live HDR Video ซึ่งเป็นการถ่ายวิดีโอย้อนแสงในสภาพแสงจ้าที่แตกต่างกัน ซึ่งวิดีโอที่ได้นั้นทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆ เพราะหน้าคนไม่ดำ และเห็นรายละเอียดสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นไม้และท้องฟ้าด้านหลังก็เห็นครบ

 

Ultra Wide Angle กว้างและชัด 48 ล้านพิกเซล

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera 01 OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera

มาถึงกล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/2.2 เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ถ่ายได้มุมกว้างถึง 120 องศา ในครั้งนี้ต้องบอกว่าภาพ Ultra Wide Angle ที่ถ่ายออกมานั้นสวยขึ้นและคมชัดมากๆ เพราะว่ามีความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล

 

Ultra Macro Mode ถ่ายใกล้สุด 3 ซม.

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

กล้อง Ultra Wide Angle สามารถถ่าย Ultra Macro Mode ได้ด้วย ถือกล้องจ่อเข้าไปใกล้วัตถุได้ใกล้สุดถึง 3 เซนติเมตรเลยทีเดียว ทำให้ถ่ายภาพในระยะที่ใกล้มากๆ ได้แบบที่กล้องสมาร์ทโฟนไม่เคยทำได้ และยังเป็นภาพที่มีความคมชัดสูงสุดของเลนส์อีกด้วย

 

Portrait Mode หน้าชัดหลังละลาย

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

Portrait Mode ในรุ่น OPPO Find X2 Pro | 5G ถ่ายภาพบุคคลได้สวยโดดเด่นเป็นธรรมชาติ สามารถตัดขอบเพื่อละลายฉากหลังได้เนียน ในขณะที่ใบหน้าก็มีการปรับแต่งให้สวยงามเป็นธรรมชาติอัตโนมัติ

 

ซูมไกลสุด 60 เท่า

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom CameraOPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

สำหรับกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/3.0 ของ OPPO Find X2 Pro | 5G สามารถซูมแบบ Hybrid ได้ถึง 10 เท่า โดยไม่สูญเสียรายละเอียด และซูมต่อเนื่องแบบ Digital ได้สูงสุด 60 เท่า

 

เซลฟี่สวย 32 ล้านพิกเซล

OPPO Find X2 Pro Selfie Camera

OPPO Find X2 Pro Selfie Camera

OPPO Find X2 Pro | 5G ยังมีกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสวยได้ทุกสภาพแสงไม่ว่าจะกลางวันหรือตอนแสงน้อยด้วยฟีเจอร์ HD Night Selfies

 

ถ่ายวิดีโอกันสั่น Ultra-Wide Angle Anti-Shake Video

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

ยังไม่หมดแค่นั้น OPPO Find X2 Pro | 5G ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างมืออาชีพด้วยระบบกันสั่นและเป็นวิดีโอแบบมุมกว้างด้วย Ultra-Wide Angle Anti-Shake Video

 

ตัดต่อวิดีโอง่ายและสนุกด้วยแอป Soloop

Soloop

นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ 3-Mic Recording ที่ใช้ไมโครโฟน 3 ตัวในการบันทึกเสียง และมีแอปพลิเคชั่น Soloop Smart Video Editor ที่ติดตั้งมาให้เลยในตัวเครื่อง ซึ่งเจ้าแอปตัวนี้มีความฉลาดในการแก้ไขหรือตัดต่อวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การทำคลิปสนุกๆ แบบ Vlog เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

สำหรับ OPPO Find X2 Pro | 5G มีสีใหม่เข้ามาวางจำหน่ายแล้ว Orange (Vegan Leather) Limited Edition มาพร้อมกับฝาหลังสีส้มดีไซน์แบบหนัง และมีกรอบตัวเครื่องสีทองสวยหรู โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มีนาคม 2563

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

เป็นเจ้าของ OPPO Find X2 Pro | 5G ได้ในราคา 40,990 บาท ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับฟรี OPPO Enco Free True Wireless Headphones มูลค่า 3,999 บาท และพบกับโปรโมชั่นส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 15,000 บาท เมื่อซื้อ OPPO Find X2 Series 5G ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย พิเศษสำหรับ OPPO Find X2 Pro 5G รับฟรี OPPO Enco Free True Wireless Headphones มูลค่า 3,999 บาท
หรือสามารถเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ลิ้งก์นี้ https://bit.ly/oppoth-lzd

อ่านต่อ...

Android News

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO ที่ทุกคนไม่ควรพลาดการเป็นเจ้าของ เพราะรุ่นนี้จิ๋วแต่แจ๋วของจริง อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ เพียบ บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ไปดูของจริงกันเลย

1. เก็บข้อมูลได้เยอะ 128GB

OPPO A31 All features you need to know 08

OPPO A31 มาพร้อมแรม 4GB และความจุตัวเครื่อง 128GB ใช้งานได้เต็มที่ เก็บข้อมูลได้เยอะ ไม่ต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะเต็ม เพราะนอกจากเมมตัวเครื่องจะเยอะแล้ว ยังสามารถใส่เมมภายนอกได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

 

2. AI 3 กล้องหลัง

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 มีกล้องหลัง 3 ตัว มาพร้อม AI ที่มีความฉลาดสำหรับช่วยให้การถ่ายรูปทำได้ง่ายและออกมาสวยงามโดยไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก โดยกล้องหลักมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8, กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4 และกล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล f/2.4

 

3. กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera

ต้องบอกว่ากล้องหลักขนาด 12 ล้านพิกเซลของ OPPO A31 นั้นมีรูรับแสงที่กว้าง f/1.8 ทำให้เก็บภาพได้สว่างและคมชัด อีกทั้งยังมี AI เข้ามาช่วยทำให้ภาพมีความสวยงามมากขึ้นอีกด้วย

 

4. ภาพสวยโดดเด่นด้วย Portrait Bokeh

OPPO A31 Portrait Bokeh ModeOPPO A31 Portrait Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode

กล้องของ OPPO A31 มีเลนส์ 2 ล้านพิกเซลสำหรับช่วยเก็บรายละเอียดความชัดลึกชัดตื้น ทำงานคู่กับกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพ Portrait Bokeh เพื่อละลายฉากหลังทำได้สวยโดดเด่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น และยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้งานเพื่อปรับโทนสีได้หลากหลายอีกด้วย

 

5. ใกล้แค่ไหนก็ชัดด้วย Macro Lens

OPPO A31 Macro Lens OPPO A31 Macro LensOPPO A31 with Macro Camera OPPO A31 Macro Lens 01

OPPO A31 มีเลนส์ Macro ที่สามารถถ่ายภาพในระยะใกล้เพียงแค่ 4 เซนติเมตร นั่นก็หมายความว่าเราสามารถถือกล้องเข้าไปใกล้ๆ วัตถุเพื่อเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างคมชัดมากขึ้น โดยสามารถถ่ายภาพในระยะใกล้ได้เพียงแค่ 4 เซนติเมตร ไม่ว่าจะเป็นภาพอาหารที่เห็นรายละเอียดน่ากินมากขึ้น หรือจะเป็นเกสรดอกไม้ในระยะที่ใกล้มากๆ รวมไปถึงภาพถ่ายสิ่งของต่างๆ ที่มีขนาดเล็กก็สามารถเห็นรายละเอียดได้อย่างคมชัด

 

6. มีชีวิตชีวาด้วย Dazzle Color Mode

OPPO A31 Dazzle Color Mode 01 OPPO A31 Dazzle Color Mode

OPPO A31 มีโหมดเพิ่มสีสันสดใสให้กับรูปภาพด้วย Dazzle Color Mode เพิ่มความโดดเด่นและทำให้รูปถ่ายดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

 

7. กล้องหน้าถ่ายสวย AI Beauty 2.0

OPPO A31 Selfie with AI Beauty OPPO A31 Selfie with AI Beauty OPPO A31 Selfie with AI Beauty

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลของ OPPO A31 เซลฟี่ยังไงก็ออกมาสวยเนียนเป็นธรรมชาติ เพราะกล้องเขามี AI Beauty 2.0 ซึ่งมีความฉลาดมากๆ สำหรับช่วยปรับแต่งใบหน้าให้ออกมาสวยเป็นธรรมชาติอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องปรับตั้งค่าหรือนำไปแต่งผ่านแอปพลิเคชั่นอื่นให้ยุ่งยาก รวมไปถึงสามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายได้อีกด้วย

 

8. ดีไซน์สวย บาง เบา

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา แต่ขอบอกว่าดีไซน์ตัวเครื่องสวยมากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สีที่ใช้ในบทความเป็นสีดำ Mystery Black โทนสีคลาสิก เรียบหรู ตัวเครื่องมีความบางและเบา หยิบจับใช้งานได้ถนัดมือ โดยยังมีอีก 1 สีด้วย นั่นก็คือสีขาว Fantasy White เป็นการไล่เฉดสีขาวกับสีเขียวมินท์ได้อย่างลงตัว ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องเคลือบของ Ru Ware ซึ่งเป็นเครื่องปั้นดินเผาจีนที่มีชื่อเสียงและหายากจากราชวงศ์ซ่ง

 

9. หน้าจอใหญ่เต็มตา

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 มีหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว มองเห็นได้แบบเต็มตา เพราะว่ารุ่นนี้ดีไซน์หน้าจอแบบหยดน้ำ ซึ่งมีพื้นที่รอยบากสำหรับติดตั้งกล้องหน้าเล็กมากๆ ไม่รบกวนสายตาเวลาใช้งาน

 

10. แบตอึด ใช้งานยาวๆ ทั้งวัน

OPPO A31 All features you need to know

เห็นฟีเจอร์​ของ OPPO A31 ที่อัดแน่นขนาดนี้แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะเพียงต่อการใช้งานทั้งหรือไม่ เพราะรุ่นนี้มีความจุของแบตเตอรี่มากถึง 4230 mAh ถ่ายรูป เล่นโซเชียล หรือเล่นเกมต่อเนื่องได้สบายๆ อยู่ได้ทั้งวันอย่างแน่นอน

 

OPPO A31 ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ในราคาเพียง 5,999 บาท ที่ OPPO Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ต้องบอกว่ารุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาที่ให้ฟีเจอร์มาเยอะจริงๆ ครบทุกการใช้งาน ได้สเปคคุ้มค่าราคามากๆ

อ่านต่อ...

Android News

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ จับมือกับ TrueMove H พร้อมแล้วสำหรับการใชังาน 5G บน HUAWEI Mate30 Pro 5G สมาร์ทโฟนรุ่นแรกในไทยที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

HUAWEI Mate30 Pro 5G ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่วางจำหน่ายในไทยแล้วรองรับการใช้งาน 5G ได้ทันที โดยมาพร้อมเช็ตเซ็ตที่มีชิปโมเด็ม 5G อย่าง Kirin 990 5G ซึ่งก็สอดรับกับการเปิดให้ใช้งาน 5G ของ TrueMove H บนย่านความถี่ 2600 MHz

ผู้ที่ต้องการลองใช้งานระบบเครือข่าย 5G สามารถเริ่มได้แล้ววันนี้ โดยจับจองเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro 5G ที่รองรับระบบ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิจาก TrueMove H ในราคาเริ่มต้นเพียง 16,990 บาท โดยสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุดถึง 36 เดือน

นอกจากสมาร์ทโฟน HUAWEI แล้ว ทาง TRUE ยังเตรียมผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่มสมาร์ทดีไวซ์ เพื่อออกมารองรับการใช้งานระบบเครือข่าย 5G อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมสนองตอบเทรนด์ IoT (Internet of Things) แห่งอนาคต

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

ตัวอย่างผลการทดสอบความเร็วระดับ 5G ในปัจจุบัน บนสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro 5G

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

หมายเหตุ: ผลทดสอบความเร็วอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามพื้นที่ทำการทดสอบ

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

สำหรับพื้นที่ในการทดสอบระบบ TRUE 5G สามารถทดลองได้ในสถานที่ ดังต่อไปนี้

1) หัวเมืองชั้นใน กรุงเทพฯ ได้แก่ สยาม, สีลม, สาทร, บรรทัดทอง, สี่พระยา, อโศก, เพชรบุรี, พระราม 9, รัชดา, ชิดลม, เพลินจิต, นานา, สุขุมวิท

2) สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี ได้แก่ MRT วัดมังกร, MRT สามยอด, MRT สนามไชย, MRT อิสรภาพ

3) ทรูช็อป และทรูสเฟียร์ 21 สาขา ได้แก่ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตทรูช็อปแฟชั่นไอส์แลนด์, ทรูช็อปซีคอนสแควร์, ทรูช็อปเดอะมอลล์บางกะปิ, ทรูช็อปเดอะมอลล์บางแค, ทรูช็อปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, ทรูช็อปเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต, ทรูช็อปเซ็นทรัลพลาซ่า ศาลายา, ทรูช็อปเมกาบางนา, ทรูช็อปเซ็นทรัลพระราม 2, ทรูช็อปเซ็นทรัลบางนา, ทรูช็อปเซ็นทรัลลาดพร้าว, ทรูช็อปเซ็นทรัลเวิลด์, ทรูช็อปอยุธยา พาร์ด, ทรูช็อปเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, ทรูช็อปเอ็มควอเทียร์, ทรูช็อปดิจิตอล เกตเวย์, ทรูแบรนดิ้งช้อป ไอคอนสยาม, ทรูสเฟียร์เอ็มควอเทียร์, ทรูสเฟียร์เซ็นทรัลเวิลด์ ทรูสเฟียร์ ไอคอนสยาม

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

สำหรับการเช็คความพร้อมของซิม สามารถกด *5555*1# โทรออก เพื่อเช็คความพร้อมมือถือและซิมการ์ดว่ารองรับ 5G หรือไม่ และกด *5555*2# โทรออก เพื่อรับสิทธิทดลองทดสอบใช้งาน 5G ฟรี “เฉพาะกรณีซื้อเครื่อง5G กับทรู พร้อมเปิดบริการ 4G+ Extrafun Unlimited/Best Deal Best Choice มูลค่า 1,099 บาทขึ้นไปเท่านั้น” จนถึง 31 ธันวาคม 2563

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14 OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

OPPO Find X2 Series ...

OPPO A31 All features you need to know OPPO A31 All features you need to know
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้...

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโ...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

realme 6 สมาร์ทโฟนกล...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

3BB GIGATainment ความบันเทิงระดับโลกกับบ้านใหม่ของ HBO ในไทย พร้อมอินเทอร์เน็ต 1Gbps เริ่มต้น 590 บาท

3BB หนึ่งในผู้ให้บริ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

iPhone XR Latest Price in Thailand April 2020 iPhone XR Latest Price in Thailand April 2020
Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ราคาล่าสุด iPhone XR ในไทย เริ่มต้น 9,900 บาท เดือนเมษายน 2020

อัปเดทราคาล่าสุด iPh...

IT News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

10th Gen Intel Core H-series หน่วยประมวลผลเรือธงสำหรับโน๊ตบุ๊ค ทำ Clock Speed มากสุด 5.3GHz

น่าจะเป็นคู่กัดสายหน...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

Xiaomi โชว์รายรับปี 2562 ทะลุ 2 แสนล้านหยวน เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจแม้ต้องเผชิญอุปสรรค มีกำไรสุทธิกว่า 11.5 พันล้านหยวน สูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่

เสียวหมี่ คอร์ปอเรชั...

IT News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดบ็อกซ์เซ็ต “Galaxy Z Flip x SIRIVANNAVARI BANGKOK Special Case Limited Edition”

Galaxy Z Flip x SIRI...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS เสริมมาตรการเข้ม!!! ปกป้องลูกค้าและพนักงาน ณ จุดให้บริการ ติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ลดเสี่ยง COVID-19

เอไอเอส ยกระดับมาตรก...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง