หลังจากการเปิดตัวของ vivo กับเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง vivo X300 Ultra สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวเครื่องก็คือ Photography Kit ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสายถ่ายภาพ ที่ปีนี้มาในแนวคิดต่างออกไปจากตลาดอย่างชัดเจน
vivo X300 Ultra Photography Kit

แทนที่จะเพิ่มเลนส์ซูมหลายระยะเข้าไปในตัวเครื่องแบบที่สมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่ทำ vivo เลือกใช้วิธี “ต่อยอดเลนส์เดิม” ด้วย Teleconverter หรืออุปกรณ์ขยายระยะเลนส์ ซึ่งทำงานร่วมกับเลนส์ 85mm f/2.7 ของตัวเครื่องโดยตรง แนวทางนี้ทำให้ไม่ต้องเพิ่มโมดูลกล้องให้ใหญ่ขึ้น แต่ยังสามารถดันระยะซูมไปได้ไกลกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ความพิเศษคือปีนี้ไม่ได้มีแค่ระยะเดียว แต่มีให้เลือกทั้ง 200mm และ 400mm โดย Teleconverter เหล่านี้ไม่ใช่เลนส์แบบเต็มระบบเหมือนกล้องโปร ไม่มีชุดโฟกัสหรือรูรับแสงในตัว แต่ทำหน้าที่ขยายภาพจากเลนส์หลักแทน ซึ่งข้อดีคือขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบากว่า และไม่เข้าไปลดคุณภาพของเลนส์หลัก


เมื่อแกะกล่อง Photography Kit จะเห็นได้ว่ามันถูกออกแบบมาให้ใช้งานจริงจังมากกว่าของเล่นเสริมทั่วไป ตัวเคสถูกออกแบบเฉพาะ มีเมาท์แบบ bayonet ล้อมรอบโมดูลกล้อง เพื่อรองรับทั้งฟิลเตอร์และเลนส์เสริม ผู้ใช้สามารถติดตั้งฟิลเตอร์ป้องกัน หรือจะต่อยอดไปใช้ฟิลเตอร์สายโปรอย่าง UV, ND หรือ CPL ก็ทำได้ทันที จุดนี้ทำให้มันเข้าใกล้ระบบกล้องจริงมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะยังไม่มีฝาปิดเลนส์แบบชุดของ Xiaomi 17 Ultra ก็ตาม
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือระบบยึดขาตั้งที่มาพร้อมเลนส์ Teleconverter ซึ่งถูกออกแบบให้มีทั้งแหวนล็อกและเพลทแบบ Arca-Swiss แม้ตำแหน่งการยึดจะอยู่บริเวณตัวเลนส์ ไม่ใช่จุดศูนย์ถ่วงที่สมบูรณ์นัก แต่เมื่อประกอบเข้าด้วยกันทั้งหมดแล้ว ความแน่นและความมั่นคงถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานจริงได้
สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ใช้งานแตกต่างไปจากสมาร์ตโฟนทั่วไปอย่างชัดเจนคือกริปตัวใหม่ ที่เพิ่มปุ่มควบคุมเข้ามาให้ใกล้เคียงกล้องมากขึ้น ทั้งปุ่มชัตเตอร์ ปุ่มวิดีโอ วงล้อปรับค่า และคันโยกซูม รวมถึงปุ่มฟังก์ชันและปุ่มแฟลชที่เพิ่มเข้ามา ทำให้การถือถ่ายแนวนอนหรือแนวตั้งสะดวกขึ้น และให้ฟีลลิ่งเหมือนกำลังใช้กล้องจริงมากกว่ามือถือ
ในแง่การใช้งาน เลนส์ 200mm รุ่นใหม่ถือว่าเป็นจุดที่ลงตัวที่สุด ด้วยขนาดที่เล็กลงและน้ำหนักที่เบากว่าเดิมอย่างชัดเจน ส่งผลให้ใช้งานได้คล่องตัว ไม่รู้สึกว่ามีแรงดึงจากตัวเลนส์มากนัก เหมาะกับการพกติดตัวไปถ่ายภาพในสถานการณ์ทั่วไป



แต่เมื่อขยับไปที่เลนส์ 400mm ภาพจะเปลี่ยนไปทันที ด้วยขนาดและน้ำหนักที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ชุดนี้ไม่ใช่สิ่งที่หยิบมาใช้แบบ casual อีกต่อไป แต่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องตั้งใจพกไปเพื่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะมากกว่า
ฝั่งซอฟต์แวร์ก็มีการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น จากเดิมที่ต้องเข้าไปเลือกโหมดในเมนู ตอนนี้เพียงแตะไอคอน Teleconverter ในหน้ากล้อง แล้วเลือกเลนส์ที่ใช้งาน ระบบจะจัดการให้ทั้งหมดทันที ไม่ต้องเจอปัญหาภาพกลับด้านหรือการตั้งค่าที่ซับซ้อนเหมือนก่อน
เมื่อใช้งานร่วมกับ Teleconverter ระยะซูมที่ได้ถือว่าไปไกลมากสำหรับสมาร์ตโฟน โดยเลนส์ 200mm สามารถขยายได้ถึงระดับ 1,600mm ขณะที่เลนส์ 400mm ดันไปได้สูงสุดถึง 3,200mm ซึ่งเป็นระยะที่ก่อนหน้านี้แทบจะเป็นพื้นที่ของกล้องเฉพาะทางเท่านั้น

ในมุมมองของ GSMArena เอง ชุด Photography Kit นี้ถือเป็นไอเดียที่ “ฉลาดและใช้งานได้จริง” โดยเฉพาะแนวทาง Teleconverter ที่ช่วยเพิ่มระยะโดยไม่กระทบคุณภาพเลนส์หลัก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเหนือการยัดฮาร์ดแวร์เข้าไปในตัวเครื่องโดยตรง อย่างไรก็ตาม ทีมงานก็มีข้อสังเกตบางจุด เช่น ตำแหน่งยึดขาตั้งที่อาจไม่บาลานซ์นัก และเลนส์ 400mm ที่มีขนาดใหญ่จนไม่เหมาะกับการใช้งานทั่วไป
พวกเขายังมองว่าเลนส์ 200mm รุ่นใหม่เป็นจุดที่ “ลงตัวที่สุด” ของชุดนี้ ทั้งในแง่ขนาด น้ำหนัก และความคล่องตัว ขณะที่เลนส์ 400mm จะเหมาะกับผู้ใช้สายจริงจังหรือสถานการณ์เฉพาะทางมากกว่า
ภาพรวมของ Photography Kit สำหรับ vivo X300 Ultra จึงไม่ใช่แค่อุปกรณ์เสริมธรรมดา แต่เป็นความพยายามผลักขอบเขตของสมาร์ตโฟนไปอีกขั้น ทำให้มันเข้าใกล้ประสบการณ์ของกล้องโปรมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้สุดท้ายแล้ว มันจะยังเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับ “สายถ่ายภาพตัวจริง” มากกว่าผู้ใช้ทั่วไปก็ตาม
สำหรับตลาดโลกและประเทศไทย หากมีความคืบหน้าในการเปิดตัวเมื่อใด จะมาอัปเดตให้ทราบต่อไปครับ
ที่มา: GSMArena