ติดตามพวกเรา

News

ทรู ดิจิทัล พาร์ค เผยโฉม Work Space ปั้นยูนิคอร์นอาเซียน โชว์พลังศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งแรกในไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ประกาศความพร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งแรกในไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รุกปั้นยูนิคอร์นช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “One Roof, All Possibilities – ที่เดียว ทุกความเป็นไปได้”  เผยโฉม Work Spaceพื้นที่ทำงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล ที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านดิจิทัลรุ่นใหม่ ตอบโจทย์วิถีการทำงานของคนยุคดิจิทัล ท่ามกลางสตาร์ทอัพและเทคคอมมูนิตี้ พร้อมด้วยเหล่าพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัท และองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ NIA, DEPA, ETDA, ACE Singapore, KMITL, Google, AWS, Huawei, Ricoh, UOB, Wongnai, MuSpace, Thailand e-Center (TeC), CP Innovation และ True Digital Academyเป็นต้น ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม เวิร์คช้อป ทาวน์ฮอลล์ อีเว้นต์ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์เสริมชีวิตการทำงานให้มีสีสันทุกๆวัน  เปิดให้สัมผัสบรรยากาศการทำงานที่ให้ได้มากกว่าที่ทำงานแบบเดิมๆ แล้ววันนี้

นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค  กล่าวว่า ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งสร้างระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “One Roof, All Possibilities – ที่เดียว ทุกความเป็นไปได้” ล่าสุด เผยโฉม Work Space พื้นที่ทำงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล ในบรรยากาศที่เปิดโล่งและเชื่อมต่อถึงกันในแต่ละชั้น เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างแท้จริง พร้อมเสริมจุดแข็งและเติมเต็มทุกความต้องการของสตาร์ทอัพ รวมทั้งการสนับสนุนและบ่มเพาะจากพาร์ทเนอร์ในทุกมิติ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจ การแบ่งปันและหลอมรวมองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาและศูนย์วิจัยต่างๆ  ก้าวล้ำกับเทคโนโลยีจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก พร้อมด้วยบริการต่างๆจากหน่วยงานภาครัฐ และโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน  ติดปีกให้สตาร์ทอัพเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ทั้งนี้ Global Innovation Index : GII ซึ่งจัดทำโดย Cornell SC Johnson College of Business และ INSEAD WIPO ได้เปิดเผยผลการประเมินผลดัชนีนวัตกรรมโลกว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งใหม่ของภูมิภาค ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 44 ในปี 2561 มีอันดับที่ดีขึ้น 7 อันดับ โดยมีความโดดเด่นเป็นพิเศษด้านความก้าวหน้าของตลาด (Market Sophistication) ผลลัพธ์จากองค์ความรู้และเทคโนโลยี (Knowledge and technology outputs) และอัตราส่วนประสิทธิภาพด้านนวัตกรรม (Innovation Efficiency Ratio) อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศในกลุ่มนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ(Innovation Achievers) อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังมีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม  ดังนั้น ทรู ดิจิทัล พาร์ค จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศสมบูรณ์แบบสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านดิจิทัล เพื่อร่วมสนับสนุนและเสริมศักยภาพของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 101 สถานีบีทีเอสปุณณวิถี  พร้อมเปิดให้บริการครบทุกพื้นที่ในเฟสแรก แล้ววันนี้ โดยแบ่งพื้นที่ให้บริการ 3 ส่วนหลัก คือ Work Space ขนาด77,000 ตร.ม. Lifestyle Space ขนาด 30,000 ตร.ม. และ Living Space ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัย โดย  Work Space ของทรู ดิจิทัล พาร์ค จะเป็นศูนย์รวมและสตาร์ทอัพคอมมูนิตี้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Open Innovation เพื่อส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จถึงระดับที่จะเป็น ‘ยูนิคอร์น’
นายฐนสรณ์ กล่าวและเสริมว่า “สถิตของผู้เข้าทำงานที่ WorkSpace สะท้อนถึงความเป็นระบบนิเวศสมบรูณ์ แบบเพื่อสตาร์ทอัพอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันมีกลุ่มผู้ใช้งานจากหลากหลายประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์, โซเชียลแพลตฟอร์ม, EnterprisePlatform, อี-คอมเมิร์ซ, หุ่นยนต์ รวมถึงธุรกิจเทคต่างๆ อาทิ ฟินเทค,ทราเวลเทค, มาร์เก็ตติ้งเทค, พร็อพเทค(PropTech) และ AgriTech เป็นต้น สำหรับสถิติด้านประชากรเป็นชายร้อยละ 57 และหญิงร้อยละ 43 โดยสาขาการทำงานของผู้ที่อยู่ใน True Digital Park ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งมีมากกว่า 60% ของคนทั้งหมด แบ่งตามสาขาการทำงานได้ดังนี้ กลุ่มวิศวกร ไอที เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร้อยละ 40, งานสนับสนุนทางเทคนิค ร้อยละ 15, ด้านการตลาดดิจิทัล ร้อยละ 6, ด้านบริหารและพัฒนาธุรกิจ ร้อยละ 25 และงานสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น บัญชี, บุคคล ร้อยละ 14

Work Space ประกอบด้วยพื้นที่ 4 โซน ดังนี้

  1. Co-Working Spaceพื้นที่นั่งทำงาน มีบริการแพนทรี และโซนพักผ่อน
  2. Office Spaceพื้นที่สำนักงานที่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ใช้เป็นห้องประชุม และจัดกิจกรรม ออกแบบเปิดโล่ง มีบันไดเชื่อมต่อกันทุกชั้น เอื้อต่อการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน
  3. Innovation Spaceแหล่งรวมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ศูนย์ทดลองนวัตกรรม และการเรียนรู้จากหน่วยงานภาครัฐ บริษัทต่างๆ และองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ NIA, DEPA, ETDA, ACE Singapore, KMITL, Google, AWS, Huawei, Ricoh, UOB, Wongnai, MuSpace, Thailand e-Center (TeC), CP Innovation และ True Digital Academy เป็นต้น
  4. Event and Business Services Spaceพื้นที่สำหรับจัดประชุม สัมมนา ศูนย์บริการทางธุรกิจ ศูนย์บริการครบวงจรจากภาครัฐ

Work Space ของทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้ได้มากกว่าที่นั่งทำงานแบบเดิมๆ โดยสมาชิกทรู ดิจิทัล พาร์ค จะมีที่นั่งทำงานสไตล์ Open Space เลือกได้มากกว่า 400 ที่นั่ง ทุกที่เชื่อมต่อสู่โลกดิจิทัลได้ผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1 Gbps และเครือข่าย WiFi ที่ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องประชุมพร้อมอุปกรณ์ ฟรีกาแฟ เครื่องดื่ม และบริการแพนทรี (Pantry) ส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังมีบริการสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น VC Clinics และเพิ่มโอกาสการลงทุนให้แก่สตาร์ทอัพ, บริการให้คำปรึกษาและสนับสนุนการขอสมาร์ทวีซ่าสำหรับสตาร์ทอัพและชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย, บริการที่ปรึกษาธุรกิจ กฎหมาย บริการสนับสนุนอื่นๆ และสิทธิพิเศษด้านภาษี รวมทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาเพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อสร้าง Tech Talent ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดบุคลากรด้านดิจิทัล เป็นต้น

นอกจากจะนั่งทำงานในพื้นที่ Work Space แล้ว สมาชิกทรู ดิจิทัล พาร์ค ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันแบบ Cashless Society สุดล้ำ ได้ที่ Lifestyle Space  ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับธรรมชาติและเทคโนโลยี มีโซนที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่จัดสรรเวลาในการทำงานและใช้ชีวิตด้วยตัวเองอย่างอิสระ เชื่อมต่อทุกกิจกรรมของชีวิต เพื่อการใช้ชีวิตประจำวันและการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคนเมือง

“ทรู ดิจิทัล พาร์ค มั่นใจว่า ระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพ และความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาค จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีให้ก้าวสู่การเป็นยูนิคอร์นที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในเวทีโลก เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลระดับภูมิภาคได้ในที่สุด” นายฐนสรณ์ กล่าวสรุป

ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีแทคตรวจสอบความพร้อมสัญญาณรองรับประชาชนรวมใจร่วมชมพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ วันที่ 12 ธันวาคม นี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ดีแทคตรวจสอบความพร้อมโครงข่ายและสัญญาณรองรับการใช้งานบริเวณเส้นทางที่ประชาชนจำนวนมหาศาลจะมาร่วมชมพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญที่สืบทอดตามแบบโบราณราชประเพณีที่มีความสำคัญยิ่งของชาวไทย โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับประชาชนจำนวนมหาศาลที่จะเดินทางมาร่วมชมพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ เพื่อร่วมกันเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ของชาติไทย ดีแทคจึงได้จัดเตรียมและตรวจสอบความพร้อมโครงข่ายและขยายสัญญาณมือถือ เพื่อรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขบวนเรือแล่นผ่านตั้งแต่ท่าวาสุกรี ถึงท่าราชวรดิฐ ทั้งนี้ ดีแทคได้ติดตั้งเสาสัญญาณชั่วคราว (temporary sites) เพิ่มรถโมบายล์ เพิ่มสมอลเซลล์ขยายสัญญาณ และปรับพารามิเตอร์สัญญาณให้เหมาะกับการใช้งาน ตลอดเส้นทางที่ประชาชนจะเข้าร่วมชมพระราชพิธีฯ รวมถึงพื้นที่รับเสด็จ จุดคัดกรอง จุดรับ-ส่งรถโดยสาร พร้อมตั้งทีมดูแลสัญญาณในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง”

อ่านต่อ...

IT News

OPPO จัดงาน OPPO INNO DAY 2019 เผยวางแผนลงทุนในการวิจัยและพัฒนามูลค่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจัดแสดงอุปกรณ์ นาฬิกาอัจฉริยะ, หูฟังอัจฉริยะ, 5G CPE, แว่นตา AR ภายในงาน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

  •  OPPO วางแผนลงทุน 5 หมื่นล้านหยวน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในการวิจัยและพัฒนาในอีกสามปีข้างหน้าเพื่อสร้างความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี
  • OPPO มุ่งมั่นสร้างรูปแบบเทคโนโลยีแบบครบวงจรเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากการซื้อสินค้า
  • สินค้าใหม่ อาทิ นาฬิกาอัจฉริยะ, หูฟังไร้สายอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์ 5G CPE ที่จะเปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2563

OPPO จัดงาน OPPO INNO DAY 2019 ณ เซินเจิ้นภายใต้แนวคิด Create Beyond Boundaries เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกและความคิดริเริ่มสำหรับยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ โดยภายในงาน OPPO ยังจัดแสดงอุปกรณ์อัจฉริยะหลากหลายอย่าง อาทิ นาฬิกาอัจฉริยะ, หูฟังอัจฉริยะ, 5G CPE, แว่นตา AR พร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญในด้านต่างๆ เช่น Flash Charging, 5G, การถ่ายภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์

ภายในงานยังอธิบายถึงอนาคตของเทคโนโลยีด้วยแพลตฟอร์มเพื่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม คู่ค้า และผู้นำหลัก โดยคุณ Tony Chen Founder and CEO, OPPO กล่าวว่า “เนื่องจากการใช้ 5G และ AI เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเชื่อมต่ออัจฉริยะอยู่ใกล้แค่เอื้อม โดยเราเชื่อว่าแนวคิดของการเชื่อมต่อจะเป็นเพียงพื้นฐาน แต่การบูรณาการและการหลอมรวมกันกับสิ่งต่างๆ ต่างหากที่จะเป็นอนาคต ซึ่งแนวคิดของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ การหลอมรวมกันของเทคโนโลยีและการบริการ, การหลอมรวมกันขององค์กร, การหลอมรวมกันของวัฒนธรรม และการหลอมรวมกันของเทคโนโลยี ศิลปะ และมนุษยศาสตร์
คุณ Chen ยังกล่าวอีกว่า “OPPO เป็นมากกว่าผู้ผลิตโทรศัพท์แล้วตั้งแต่ต้น โดยในความเป็นจริงสมาร์ทโฟนนั้นเป็นเพียงช่องทางสำหรับ OPPO ในการส่งมอบบริการด้านเทคโนโลยีที่หลากหลาย ซึ่งสำหรับ OPPO หรือแม้กระทั่งทั้งหมดของอุตสาหกรรมนี้ ไม่มีบริษัทใดมุ่งความสนใจไปที่สมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว”

กลยุทธ์หลัก 3 ประการสำหรับยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ
คุณ Chen ประกาศงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาในอีก 3 ปีข้างหน้า จำนวน 5 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหลักด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ รวมทั้ง 5G/6G, AI, AR, Big data และ เทคโนโลยีหลักอื่นๆ

 

คุณ Tony Chen กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับอนาคตของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

นอกจากนี้ เพื่อคว้าโอกาสในด้าน 5G OPPO จึงวางแผนในการใช้กลยุทธ์หลัก 3 ประการ โดยประการแรก บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในระดับโลก ประการที่สอง OPPO จะสร้าง Multi-portal ecosystem ของอุปกรณ์อัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนทำหน้าที่เป็นช่องทางหลัก และประการสุดท้าย OPPO จะยังคงคิดทบทวนการบริการที่มอบให้แก่ผู้ใช้และพัฒนาการบริการให้ดีที่สุด

การสร้างระบบเทคโนโลยีแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มประสบการณ์ 5G ที่ดื่มด่ำและเป็นเอกลักษณ์ คุณ Levin Liu, OPPO Vice President และ Head of OPPO Research Institute กล่าวว่า “ในการเผชิญกับยุคใหม่อย่าง 5G OPPO จะมุ่งสู่นวัตกรรม 2.0 ซึ่งจะขับเคลื่อนโดย ‘เทคโนโลยีแนวหน้า’ และความคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้” คุณ Liu ยังเน้นย้ำอีกว่า “เมื่อความสำคัญของการรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและบริการกลายเป็นสิ่งจำเป็น OPPO จึงกำลังสร้างแบบจำลองเทคโนโลยีแบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้ง 5 ด้าน คือ อุปกรณ์ ข้อมูล คอมพิวเตอร์ บริการ และสถานการณ์ โดย OPPO จะปฏิบัติตามแผนงาน ‘three circle scenarios’ ซึ่งครอบคลุมสถานการณ์ส่วนบุคคล ภาพจำลองแนวตั้ง และสถานการณ์โดยรวม เพื่อวางแผนการจัดไลน์สินค้าในอนาคต”
คุณ Liu กล่าวเพิ่มเติมว่า OPPO ยังวางแผนที่จะเปิดตัว นาฬิกาอัจฉริยะ หูฟังไร้สายอัจฉริยะ และ 5G CPE ในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 อีกด้วย

 

 


Levin Liu กล่าวถึงการหลอมรวมกันของเทคโนโลยี การปฏิบัติงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อการตระหนักถึงยุคการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

ภายในงาน OPPO และ IHS Markit ผู้ให้บริการข้อมูลชั้นนำระดับโลก ร่วมกันออกเอกสาร Whitepaper นามว่า “การเชื่อมต่ออัจฉริยะ: เปิดโอกาสในการแสดงพลังของ 5G, AI และ Cloud” โดยแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มและโอกาสของอุตสาหกรรมในยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดย 5G โดยใน Whitepaper ได้ให้คำแนะนำและแนวทางสำหรับการพัฒนาของ Ecosystem ที่หลอมรวมกันและอัจฉริยะ ในอนาคต

นอกจากนี้ OPPO ยังเป็นเจ้าภาพการประชุมในหัวข้อ “Future Integration in the 5G World” ที่มีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำมารวมตัวกัน นำโดยคุณ Henry Tang OPPO Chief 5G Scientist หรือที่รู้จักกันดีในฐานะนักเขียนด้านการเงินและผู้ก่อตั้ง Hangzhou Bajiuling Cultural Creativity Co., Ltd พร้อมคุณ Wu Xiaobo, Lanshizi Financial Publishing Center, คุณ Tom Morrod IHS Markit Executive Director, คุณ Qing Wei Microsoft (China) National Technology Officer, คุณ Chen Baoquan Endowed Boya Professor of Peking University and Executive Director of Center on Frontiers of Computing Studies และคุณ Sheng Wu Founder of Context Lab มาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดย 5G

นอกจากนี้ยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจาะข้อมูลเชิงลึกที่เกิดจากแนวโน้มของการเชื่อมต่ออัจฉริยะและสรุปขั้นตอนการพัฒนา รวมถึงแผนงานด้านเทคโนโลยีอีกด้วย ซึ่ง OPPO มุ่งมั่นในการพัฒนาโดยมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมเทคโนโลยีพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การผลักดันการพัฒนาธุรกิจสมาร์ทโฟนในระยะยาว เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ใช้ โดยในการประชุม Chen กล่าวว่า OPPO จะยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลักของบริษัทอย่าง “Benfen” ในขณะที่ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยทำงานอย่างเปิดเผยและเป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่ออนาคตของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

อ่านต่อ...

Android News

เผยความจุแบตเตอรี่ Samsung Galaxy S11 (ตัวกลาง) มีให้ถึง 4500mAh

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นอกจากที่จะหลุดความจุแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy S11+ ที่เป็นตัวท็อปสุดของตระกูลไปแล้วว่าจะมีความจุที่ 5000mAh ล่าสุด รุ่นรองลงมาใน Galaxy S11 ก็หลุดอกมาเช่นกัน

ข้อมูลการรับรองจาก SafetyKorea เผยว่า Galaxy S11 จะมีแบตเตอรี่ความจุ 4500mAh ในโมเดลแบตเตอรี่ EB-BG985ABY โดยภาพของตัวแบตที่หลุดแบบเบลอๆ ออกอาจพอมองออกได้ที่ความจุ 17.37 Wh ซึ่งเป็นกำลังไฟ 3.86V ทำให้ทราบได้อย่างชัดเจนครับ

นอกจากนี้ ในรุ่นอื่นๆ ก็อาจจะเป็นได้แบบนี้ คือ Galaxy S11e: 3800-3900 mAh, Galaxy S11: 4500 mAh และ Galaxy S11+: 5000 mAh โดยในความจุนี้คือรุ่น 4G เท่านั้นครับ ส่วน 5G ต้องลุ้นกันว่าจะเพิ่มหรืออาจจะลดที่ความจุเท่าไหร่กันแน่

ที่มา : Sammobile

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured4 วัน ที่แล้ว

รีวิว nuraphone หูฟัง Bluetooth ดีไซน์โดดเด่น สุดล้ำเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินโดยอัตโนมัติ

มีหูฟังที่เรียกได้ว่...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

realme 5s สมาร์ทโฟนร...

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint OPPO A9 2020 New Vanilla Mint
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

OPPO A9 2020 สีใหม่ ...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

รีวิว realme X2 Pro ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo S1 Pro ดีไซน์สุดล้ำในสไตล์ที่เป็นคุณ ด้วยกล้องทรงเพชรสุดสวย 4 เลนส์อัจฉริยะ และแบตพันธ์อึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W

Vivo S1 Pro สมาร์ตโฟ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์7 ชั่วโมง ที่แล้ว

ดีแทคตรวจสอบความพร้อมสัญญาณรองรับประชาชนรวมใจร่วมชมพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ วันที่ 12 ธันวาคม นี้

ดีแทคตรวจสอบความพร้อ...

IT News7 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO จัดงาน OPPO INNO DAY 2019 เผยวางแผนลงทุนในการวิจัยและพัฒนามูลค่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจัดแสดงอุปกรณ์ นาฬิกาอัจฉริยะ, หูฟังอัจฉริยะ, 5G CPE, แว่นตา AR ภายในงาน

 OPPO วางแผนลงทุน 5 ...

Android News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

เผยความจุแบตเตอรี่ Samsung Galaxy S11 (ตัวกลาง) มีให้ถึง 4500mAh

นอกจากที่จะหลุดความจ...

New Smartphone December 2019 New Smartphone December 2019
Android News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

แนะนำมือถือใหม่น่าซื้อน่าใช้ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ประจำเดือนธันวาคม 2019

มือถือใหม่เปิดตัวและ...

Wearable8 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดราคา realme Buds Air หูฟัง True Wireless บน Flipkart ก่อนเปิดตัว 17 ธันวาคมนี้

realme เตรียมเปิดตัว...

กำลังมาแรง