ติดตามพวกเรา

News

ทรู ดิจิทัล พาร์ค เผยโฉม Work Space ปั้นยูนิคอร์นอาเซียน โชว์พลังศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งแรกในไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ประกาศความพร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งแรกในไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รุกปั้นยูนิคอร์นช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “One Roof, All Possibilities – ที่เดียว ทุกความเป็นไปได้”  เผยโฉม Work Spaceพื้นที่ทำงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล ที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านดิจิทัลรุ่นใหม่ ตอบโจทย์วิถีการทำงานของคนยุคดิจิทัล ท่ามกลางสตาร์ทอัพและเทคคอมมูนิตี้ พร้อมด้วยเหล่าพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัท และองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ NIA, DEPA, ETDA, ACE Singapore, KMITL, Google, AWS, Huawei, Ricoh, UOB, Wongnai, MuSpace, Thailand e-Center (TeC), CP Innovation และ True Digital Academyเป็นต้น ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม เวิร์คช้อป ทาวน์ฮอลล์ อีเว้นต์ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์เสริมชีวิตการทำงานให้มีสีสันทุกๆวัน  เปิดให้สัมผัสบรรยากาศการทำงานที่ให้ได้มากกว่าที่ทำงานแบบเดิมๆ แล้ววันนี้

นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค  กล่าวว่า ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งสร้างระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “One Roof, All Possibilities – ที่เดียว ทุกความเป็นไปได้” ล่าสุด เผยโฉม Work Space พื้นที่ทำงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล ในบรรยากาศที่เปิดโล่งและเชื่อมต่อถึงกันในแต่ละชั้น เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างแท้จริง พร้อมเสริมจุดแข็งและเติมเต็มทุกความต้องการของสตาร์ทอัพ รวมทั้งการสนับสนุนและบ่มเพาะจากพาร์ทเนอร์ในทุกมิติ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจ การแบ่งปันและหลอมรวมองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาและศูนย์วิจัยต่างๆ  ก้าวล้ำกับเทคโนโลยีจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก พร้อมด้วยบริการต่างๆจากหน่วยงานภาครัฐ และโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน  ติดปีกให้สตาร์ทอัพเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ทั้งนี้ Global Innovation Index : GII ซึ่งจัดทำโดย Cornell SC Johnson College of Business และ INSEAD WIPO ได้เปิดเผยผลการประเมินผลดัชนีนวัตกรรมโลกว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งใหม่ของภูมิภาค ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 44 ในปี 2561 มีอันดับที่ดีขึ้น 7 อันดับ โดยมีความโดดเด่นเป็นพิเศษด้านความก้าวหน้าของตลาด (Market Sophistication) ผลลัพธ์จากองค์ความรู้และเทคโนโลยี (Knowledge and technology outputs) และอัตราส่วนประสิทธิภาพด้านนวัตกรรม (Innovation Efficiency Ratio) อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศในกลุ่มนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ(Innovation Achievers) อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังมีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม  ดังนั้น ทรู ดิจิทัล พาร์ค จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศสมบูรณ์แบบสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านดิจิทัล เพื่อร่วมสนับสนุนและเสริมศักยภาพของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 101 สถานีบีทีเอสปุณณวิถี  พร้อมเปิดให้บริการครบทุกพื้นที่ในเฟสแรก แล้ววันนี้ โดยแบ่งพื้นที่ให้บริการ 3 ส่วนหลัก คือ Work Space ขนาด77,000 ตร.ม. Lifestyle Space ขนาด 30,000 ตร.ม. และ Living Space ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัย โดย  Work Space ของทรู ดิจิทัล พาร์ค จะเป็นศูนย์รวมและสตาร์ทอัพคอมมูนิตี้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Open Innovation เพื่อส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จถึงระดับที่จะเป็น ‘ยูนิคอร์น’
นายฐนสรณ์ กล่าวและเสริมว่า “สถิตของผู้เข้าทำงานที่ WorkSpace สะท้อนถึงความเป็นระบบนิเวศสมบรูณ์ แบบเพื่อสตาร์ทอัพอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันมีกลุ่มผู้ใช้งานจากหลากหลายประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์, โซเชียลแพลตฟอร์ม, EnterprisePlatform, อี-คอมเมิร์ซ, หุ่นยนต์ รวมถึงธุรกิจเทคต่างๆ อาทิ ฟินเทค,ทราเวลเทค, มาร์เก็ตติ้งเทค, พร็อพเทค(PropTech) และ AgriTech เป็นต้น สำหรับสถิติด้านประชากรเป็นชายร้อยละ 57 และหญิงร้อยละ 43 โดยสาขาการทำงานของผู้ที่อยู่ใน True Digital Park ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งมีมากกว่า 60% ของคนทั้งหมด แบ่งตามสาขาการทำงานได้ดังนี้ กลุ่มวิศวกร ไอที เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร้อยละ 40, งานสนับสนุนทางเทคนิค ร้อยละ 15, ด้านการตลาดดิจิทัล ร้อยละ 6, ด้านบริหารและพัฒนาธุรกิจ ร้อยละ 25 และงานสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น บัญชี, บุคคล ร้อยละ 14

Work Space ประกอบด้วยพื้นที่ 4 โซน ดังนี้

  1. Co-Working Spaceพื้นที่นั่งทำงาน มีบริการแพนทรี และโซนพักผ่อน
  2. Office Spaceพื้นที่สำนักงานที่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ใช้เป็นห้องประชุม และจัดกิจกรรม ออกแบบเปิดโล่ง มีบันไดเชื่อมต่อกันทุกชั้น เอื้อต่อการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน
  3. Innovation Spaceแหล่งรวมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ศูนย์ทดลองนวัตกรรม และการเรียนรู้จากหน่วยงานภาครัฐ บริษัทต่างๆ และองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ NIA, DEPA, ETDA, ACE Singapore, KMITL, Google, AWS, Huawei, Ricoh, UOB, Wongnai, MuSpace, Thailand e-Center (TeC), CP Innovation และ True Digital Academy เป็นต้น
  4. Event and Business Services Spaceพื้นที่สำหรับจัดประชุม สัมมนา ศูนย์บริการทางธุรกิจ ศูนย์บริการครบวงจรจากภาครัฐ

Work Space ของทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้ได้มากกว่าที่นั่งทำงานแบบเดิมๆ โดยสมาชิกทรู ดิจิทัล พาร์ค จะมีที่นั่งทำงานสไตล์ Open Space เลือกได้มากกว่า 400 ที่นั่ง ทุกที่เชื่อมต่อสู่โลกดิจิทัลได้ผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1 Gbps และเครือข่าย WiFi ที่ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องประชุมพร้อมอุปกรณ์ ฟรีกาแฟ เครื่องดื่ม และบริการแพนทรี (Pantry) ส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังมีบริการสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น VC Clinics และเพิ่มโอกาสการลงทุนให้แก่สตาร์ทอัพ, บริการให้คำปรึกษาและสนับสนุนการขอสมาร์ทวีซ่าสำหรับสตาร์ทอัพและชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย, บริการที่ปรึกษาธุรกิจ กฎหมาย บริการสนับสนุนอื่นๆ และสิทธิพิเศษด้านภาษี รวมทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาเพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อสร้าง Tech Talent ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดบุคลากรด้านดิจิทัล เป็นต้น

นอกจากจะนั่งทำงานในพื้นที่ Work Space แล้ว สมาชิกทรู ดิจิทัล พาร์ค ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันแบบ Cashless Society สุดล้ำ ได้ที่ Lifestyle Space  ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับธรรมชาติและเทคโนโลยี มีโซนที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่จัดสรรเวลาในการทำงานและใช้ชีวิตด้วยตัวเองอย่างอิสระ เชื่อมต่อทุกกิจกรรมของชีวิต เพื่อการใช้ชีวิตประจำวันและการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคนเมือง

“ทรู ดิจิทัล พาร์ค มั่นใจว่า ระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพ และความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาค จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีให้ก้าวสู่การเป็นยูนิคอร์นที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในเวทีโลก เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลระดับภูมิภาคได้ในที่สุด” นายฐนสรณ์ กล่าวสรุป

Apple News

Mighty Bear Games เปิดตัว ‘Butter Royale’ เกมแนวฟู้ดไฟต์แบบเล่นได้หลายคนบน Apple Arcade

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Butter Royale

Mighty Bear Games สตูดิโอผู้พัฒนาเกมออนไลน์รุ่นใหม่ๆ ได้เปิดตัว ‘Butter Royale’ เกมแนวฟู้ดไฟต์แบบเล่นได้หลายคนที่ดัดแปลงแนวเกมอันโด่งดังให้สนุกกันได้ทั้งครอบครัว โดยเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้แข่งขันกันอย่างดุเดือดเหมือนอยู่ในศึก Battle Royale คุณสามารถเล่นเกมที่ออกแบบให้เหมาะสมกับครอบครัวนี้ได้เฉพาะบน Apple Arcade ซึ่งเป็นบริการสมัครสมาชิกเกมบน App Store เท่านั้น 
 
ตัวเกมมีฉากเป็นโลกอนาคตที่อาวุธถูกแบนทั่วโลก ผู้เข้าแข่งขันจะได้สนองความอยากแข่งขันด้วยการยิงอาหารใส่กันบน Butter Island โดยใช้เครื่อง ‘Nutritionally Operated Machines’ (NOMs) เพื่อยิงอาหารใส่ผู้เล่นคนอื่นในแมทช์ความยาว 5 นาที พร้อมๆ กับหนีเนยที่กำลังไหลท่วมเพื่อไปยังโซนปลอดภัย 
 
ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นแบบออฟไลน์กับ AI หรือแข่งเป็นผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายแบบออนไลน์กับผู้เล่นอีก 32 คน ซึ่งเล่นได้ทั้งแบบคนเดียวและหลายคน แถมยังมีตัวละครที่มีประวัติ อายุ และเพศให้เลือกเล่นได้หลากหลายถึง 52 ตัว ส่วนการควบคุมก็ออกแบบมาให้เล่นง่าย แม้แต่ผู้เ่ล่นที่ไม่คุ้นกับการเล่นเกมมาก่อนก็สามารถเรียนรู้วิธีเล่นได้อย่างรวดเร็ว 
 
‘Butter Royale’ สามารถเล่นได้ทั้งบน iPhone, iPad, Apple TV และ Mac อีกทั้งยังสามารถเล่นผ่านการแชร์กันในครอบครัวได้สูงสุด 6 คนเพียงสมัครสมาชิก Apple Arcade ครั้งเดียว โดยผู้ใช้ Apple Arcade สามารถเล่นเกมใหม่ๆ ทั้งหมดในแค็ตตาล็อกที่มีให้เล่นที่นี่ที่เดียวกว่า 100 เกมแบบไม่จำกัดทั้งบน iPhone, iPad, iPod touch, Mac และ Apple TV การสมัครสมาชิกช่วยให้คุณเข้าถึงเกมเวอร์ชั่นเต็มได้ทุกเกม รวมถึงอัพเดทและภาคเสริมทั้งหมด โดยไม่มีโฆษณาหรือการซื้อเพิ่มเติม
 
Simon Davis, CEO ของ Mighty Bear Games กล่าวว่า “เราออกแบบ ‘Butter Royale’ โดยยึดแนวคิดว่าต้องสนุกและเล่นได้ทุกคน เราอยากให้ทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือปู่ย่าตายายชอบเกมนี้ แล้วก็เจอตัวละครที่สื่อถึงตัวตนของพวกเขา” 
 
“เราตั้งใจออกแบบให้ ‘Butter Royale’ เป็นเกมยิงที่ไม่มีความรุนแรงเพื่อให้ผู้เล่นที่อายุน้อยสามารถเล่นได้อย่างไร้กังวล ผมเลยคิดว่าทำเป็นธีมฟู้ดไฟต์เหมาะสมสุดแล้ว” Davis กล่าว 
 
‘Butter Royale’ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป และตัวเกมไม่มีการแชท โฆษณา กล่องสมบัติ หรือการซื้อในแอพ 
 
Mighty Bear Games เป็นสตูดิโอนักพัฒนาเกมที่สนับสนุนโดยผู้ลงทุนที่ได้พัฒนาเกมออนไลน์บนมือถือแบบเล่นหลายคนที่มีผู้เล่นอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังมีทีมที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในวงการเกมจาก King, Ubisoft, EA, Lucasarts, Disney, Bigpoint, Gameloft และ Jagex สตูดิโอสร้างเกมที่ผสมผสานความละเอียดของเกมบนเดสก์ท็อปกับความเข้าถึงง่ายของมือถือ ‘Butter Royale’ คือเกมที่ Mighty Bear Games’ เปิดตัวเป็นเกมที่ 3
อ่านต่อ...

Android News

Samsung เตรียมนำ Galaxy S10 Lite วางจำหน่ายในไทย วันที่ 31 ม.ค. นี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Samsung เปิดตัว Galaxy S10 Lite ในงาน CES 2020 เมื่อต้นเดือนมกราคมผ่านมา ล่าสุด Samsung ประเทศไทย เตรียมนำ Galaxy S10 Lite เข้ามาจำหน่ายในไทยวันที่ 31 .. นี้แล้ว

Samsung Galaxy S10 Lite ชูจุดเด่นด้านกล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพ กล้องมาครบ ทั้งกล้องเลนส์ไวด์ กล้องอัลตร้าไวด์ และกล้องมาโคร มี OIS พร้อมโหมด Super Steady สำหรับการถ่ายวิดีโอกันสั่นได้แบบนิ่งๆ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมช่วย

สำหรับการวางจำหน่ายในไทยยังไม่มีการเปิดเผยราคาในขณะนี้ หากมีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่จะรีบมาอัปเดทให้ทราบกัน

สรุปสเปค Samsung Galaxy S10 Lite

  • ขนาดตัวเครื่อง 75.6 x 162.5 x 8.1 มม.
  • น้ำหนัก 186 .
  • หน้าจออ 6.7 นิ้ว Infinity-O ความคมชัด FHD+ Super AMOLED Plus
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10
  • ซีพียู 7nm 64-bit Octa-ccore (2.8GHz + 2.4GHz + 1.7GHz)
  • แรม 6GB/8GB
  • ความจุเครื่อง 128GB ใส่เมมเพิ่มได้
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Macro : 5 ล้านพิกเซล f/2.4
    • Wide-angle : 48 ล้านพิกเซล f/2.0 Super Steady OIS AF
    • Ultra Wide : 12 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล f/2.2
  • แบตเตอรี่ 4500mAh
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS ผนึก SCB และ ม.อ. ปักหมุด สร้างต้นแบบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ รายแรก!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารของผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร เอไอเอส ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยี มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อเป็นแกนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0
ดังที่ผ่านมา เอไอเอสเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบแล้วทั่วไทย โดยเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนา นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และประชาชนได้ร่วมศึกษา ทดลอง ทดสอบการใช้งาน 5G ในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี 5G ว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างไร ตลอดจน เรามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการสร้าง Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน

 

สำหรับความร่วมมือระหว่างเอไอเอส, เอสซีจี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการทดสอบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตด้วย 5G ทดลองทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 2.6 GHz ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น Use Case จริงที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต ผ่านการสาธิตการบังคับรถยกของ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกล จากกรุงเทพฯ – สระบุรี เป็นครั้งแรกของภาคอุตสาหกรรมของไทย ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจของไทยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรม 5G ยังมีองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีกหลายด้าน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 5G เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป”
ด้าน นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ผู้อำนวยการ โครงการระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรม 4.0 เอสซีจี กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า “เอสซีจี มุ่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานด้านต่างๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แพคเกจจิ้ง และเคมิคอลส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะทำงานด้าน Mechanization, Automation and Robotics (MARs) และ Industry 4.0 ขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ด้วยการนำเทคโนโลยีด้าน MARs และ Industry 4.0 มาผสมผสานกัน โดยใช้เงินลงทุนกว่า 860 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 จนออกมาเป็นโซลูชันต่างๆ อาทิ การแจ้งเตือนเครื่องจักรก่อนการซ่อมบำรุง (Smart Maintenance) การใช้หุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการด้านการตรวจวัด (Smart Laboratory) การทำระบบจ่ายปูนให้ลูกค้าแบบอัตโนมัติ (Smart Dispatching) และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนเห็นข้อมูลเดียวกันที่ถูกต้องและนำมาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

สำหรับโครงการ “การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G” ดังกล่าว เริ่มดำเนินการที่โรงงานของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก เพราะมีการเคลื่อนย้ายทั้งวัตถุดิบและสินค้าโดยใช้รถ Forklift เพื่ออำนวยความสะดวกจำนวนมาก อีกทั้งรถ Forklift ยังเป็น material mobility ที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด ก่อนจะต่อยอดไปทดลองกับเครื่องมืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งการนำเครือข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วในการตอบสนองแบบเรียลไทม์ และมีความแม่นยำในการส่งผ่านข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้นั้น จะช่วยตอบโจทย์ของเอสซีจี ทั้งการมีผลิตผลที่มากขึ้นเพราะพนักงานสามารถควบคุมรถจากที่ใดก็ได้ อีกทั้งยังสามารถฝึกอบรมการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปที่หน้างาน

ส่วนทิศทางของเอสซีจีในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้เสริมขีดความสามารถของธุรกิจในอนาคตนั้น สามารถเป็นไปได้ทั้งการเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานของเครื่องจักรบริเวณเหมืองและเตาเผาปูนซีเมนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มความเร็วในส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงานในหลากหลายพื้นที่มายังศูนย์ควบคุมส่วนกลางเพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และการเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโลจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น เช่น การเสริมประสิทธิภาพของ IoT ในบ้าน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น หรือ Smart Home รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตามแนวทาง Industry 4.0 ได้อย่างแท้จริง”

รองศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ผู้อำนวยการ โครงการ อินโนเวชั่น ฮับส์ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความพร้อมมากที่สุด เพื่อส่งมอบต่อให้กับภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้งานได้จริง ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม สำหรับงานวิจัยพัฒนานี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก Innovation hub กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนำ platform ระบบสมองกลฝังตัวขั้นสูงสำหรับยานยนต์ ผสมกับ ระบบควบคุม latency ต่ำ ผ่านทางไกลบนเครือข่าย 5G AIS นำไปใช้จริงในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมได้ในอนาคต”

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง