ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

เทเลนอร์กรุ๊ปลุยรับผิดชอบผลักดันโครงการ 5G ภาคพื้นยุโรป

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

สหภาพยุโรปได้มอบหมายให้เทเลนอร์กรุ๊ป หนึ่งในผู้ถือหุ้นของดีแทค และเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่สำคัญในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ยุโรปกลางและตะวันออก รวมถึงแถบเอเชีย ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้กับโครงการใหม่ในการบุกเบิกและเร่งผลักดันให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป โครงการนี้มีชื่อเรียกว่า 5G Verticals INNovation Infrastructure (5G-VINNI) เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของพันธมิตรจำนวน 23 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการจากภาคอุตสาหกรรม

โครงการนี้ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อผลักดันให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นในทวีปยุโรปโดยการสร้างโครงสร้างโครงข่ายครบวงจรสำหรับทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยี5G และวิจัยหาโซลูชั่น สำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวโดยตรง เช่น ความปลอดภัยสาธารณะ, ระบบสารสนเทศสุขภาพ, การขนส่ง, ด้านสื่อและความบันเทิง และอุตสาหกรรมยานยนต์

นายแพทริค วอลเดอร์มา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทเลนอร์ และผู้บริหารโครงการ เปิดเผยว่า “เราภูมิใจที่ได้รับโอกาสให้เป็นผู้ประสานงานของโครงการ 5G-VINNI เพื่อหาแนวทางการวิจัยและพัฒนาโซลูชั่นสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในอนาคต การเป็นหนึ่งในสามของเทสต์แพลตฟอร์มที่ใหญ่ของยุโรป 5G-VINNI จะช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G โดยเป้าหมายของเราคือการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทดสอบการใช้งาน ซึ่งตอนนี้เราได้ร้องขอให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทั่วทั้งทวีปยุโรปเข้าร่วมกับโครงการนี้”

ศูนย์ทดสอบโครงข่าย 4 แห่งทั่วทวีปยุโรป

โครงการนี้จะนำเอาเทคโนโลยี 5G ล่าสุด รวมถึงผลการทดสอบจากหลายโครงการย่อยที่ผ่านมาภายใต้โครงการ 5G PPP โดยจะใช้เทคโนโลยีโครงข่ายเสมือน(Network Virtualization) โครงข่ายแยกส่วน (Slicing) และคลื่นวิทยุและโครงข่ายแกนหลัก (Radio and Core) นอกจากนี้ระบบทดสอบอัตโนมัติอันเข้มงวดจะถูกนำมาใช้ประเมินผลการใช้งาน 5G ภายใต้การผสมผสานของเทคโนโลยีและโครงข่ายแบบต่าง ๆ

โครงสร้างโครงข่ายหลักของ 5G-VINNI ทั้ง 4 แห่งจะถูกสร้างขึ้นในประเทศนอร์เวย์ สหราชอาณาจักร สเปนและกรีซ พร้อมกับศูนย์ทดลองที่จะถูกสร้างขึ้นในประเทศเยอรมนีและโปรตุเกส โดยระบบ Open APIs จะถูกนำมาใช้งานเพื่อให้การเชื่อมต่อกับระบบของ 5G-VINNI เป็นไปได้อย่างสะดวกง่ายดายขึ้น

ศูนย์ทดสอบโครงข่าย 5G ในนอร์เวย์จะถูกบริหารจัดการโดยศูนย์วิจัยเทเลนอร์ เทเลนอร์ นอร์เวย์ และเทเลนอร์ แซทเทลไลท์ โดยโครงข่ายนำร่องจะถูกสร้างขึ้นเป็นที่แรกที่เมืองคองส์เบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ และอีกแห่งในเขตเมืองออสโล ทางโนเกียจะจัดสร้างแพลตฟอร์มเสมือน (Virtualization Platform) และการจัดการระบบเป็นกลุ่มแบบครบวงจร (End-to-End Orchestration) ขณะที่อีริคสัน และหัวเหว่ยจะให้การสนับสนุนอุปกรณ์คลื่นวิทยุและโครงข่ายหลัก (5G Radio and Core)ส่วนซิสโก้จะสนับสนุนอุปกรณ์ IoT (Distributed IoT Data Fabric Service)

โดยโครงการมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ด้วยงบประมาณ 20 ล้านยูโร

เกี่ยวกับ 5G-VINNI:

โครงการ 5G Verticals INNovation Infrastructure (5G-VINNI) เป็นหนึ่งในโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5G ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนภายใต้โครงการ Horizon 2020 ของสหภาพยุโรป โครงการ 5G-VINNI ช่วยสนับสนุนและผลักดันเทคโนโลยี 5G ในทวีปยุโรป โดยการสร้างระบบโครงข่ายสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 5G และวิจัยหาโซลูชั่นสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น ความปลอดภัยสาธารณะ, ระบบสารสนเทศสุขภาพ, การขนส่ง,ด้านสื่อและความบันเทิง และอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงการนี้จะอยู่ภายใต้การประสานงานของเทเลนอร์กรุ๊ป และจะดำเนินการเป็นระยะเวลา 3 ปีในนอร์เวย์ สหราชอาณาจักร สเปน กรีซ เยอรมนีและโปรตุเกส โดยมีงบประมาณอยู่ที่ 20 ล้านยูโร

วัตถุประสงค์ของโครงการ 5G-VINNI:

  1. ออกแบบศูนย์ทดสอบ 5G อันทันสมัยและครบวงจร
  1. สร้างโครงข่ายเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายหลักของ 5G-VINNI
  2. จัดเตรียมระบบการจัดการเป็นกลุ่มอัตโนมัติ (Zero-touch Orchestration) รวมถึงระบบปฏิบัติการและบริหารระบบโครงข่ายของ 5G-VINNI
  3. วัดผล KPIs ของโครงข่าย  5G และรองรับการทดสอบโซลูชั่นครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันขีดความสามารถของ 5G-VINNI
  4. พัฒนารูปแบบธุรกิจและระบบนิเวศเพื่อรองรับการใช้งานโครงข่าย 5G-VINNI ตลอดช่วงอายุของโครงการและต่อไปในอนาคต
  5. สาธิตคุณประโยชน์ของโซลูชั่น 5G ที่มีต่อสังคม เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานและชุมชนโอเพนซอร์ส เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างความยอมรับต่อบริการ 5Gในวงกว้าง

สมาชิกของโครงการ 5G-VINNI:

Telenor Group (กลุ่มเทเลนอร์) ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ เทเลนอร์ นอร์เวย์ และเทเลนอร์ แซทเทลไลท์, British Telecom (สหราชอาณาจักร), Telefonica (สเปน), SES (ลักเซมเบิร์ก), Huawei (นอร์เวย์และเยอรมนี), Ericsson (นอร์เวย์), Nokia (นอร์เวย์), Samsung (สหราชอาณาจักร), Intracom (กรีซ), Keysight (เดนมาร์ก), Cisco (นอร์เวย์), Alticelabs (โปรตุเกส),  Engineering (อิตาลี), AUEB (กรีซ), UC2M (สเปน), Simula (นอร์เวย์), Uni.Patras (กรีซ), Fraunhofer FOKUS (เยอรมนี), EANTC (เยอรมนี), Limemicro (สหราชอาณาจักร), SRS (ไอร์แลนด์), and Eurescom (เยอรมนี)

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac จับมือพีทีจี เอ็นเนอยี เข้าถึงสมาชิกบัตรพีที แมกซ์กว่า 14 ล้านราย แลกรับ ‘ซิมเติมสุข’ ได้ฟรีที่สถานีบริการน้ำมันพีที ทั่วประเทศ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ดีแทคเปิดมิติช่องทางการเข้าถึงผู้ใช้บริการรูปแบบใหม่ เพิ่มฐานลูกค้าเติมเงิน ร่วมมือกับพันธมิตรพีทีจี เอ็นเนอยี ผู้ให้บริการสถานีน้ำมันพีที ผู้นำด้านบริการในธุรกิจพลังงานครบวงจรของไทย กระจายซิมเติมเงินจากดีแทค ให้เข้าถึงสมาชิกบัตรพีที แมกซ์ ที่มีมากกว่า 14 ล้านราย ให้สมาชิกบัตรแลกรับฟรี “ซิมเติมสุข” ซิมดีแทคเติมเงิน ได้เข้ามาลองมีประสบการณ์ใช้งานในโครงข่ายดีแทค พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายจากดีแทค รีวอร์ด ได้ที่สถานีบริการน้ำมันพีที ในทุกเส้นทางทั่วไทย

แคมเปญมอบสิทธิพิเศษในครั้งนี้ จะทำให้ดีแทคได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีความหลากหลาย ผ่านสถานีบริการน้ำมันพีที ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยชวนให้กลุ่มสมาชิกบัตร พีที แมกซ์ ได้ทดลองใช้ซิม และได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานในโครงข่ายดีแทค รวมถึงเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย โดยสมาชิกบัตร พีที แมกซ์ ที่เติมน้ำมันทุกชนิด ใช้เพียง 1 คะแนน แลกรับฟรี “ซิมเติมสุข” ซิมดีแทคเติมเงิน ที่ให้เน็ตฟรีสูงสุด 52 GB และโบนัสเติมเงินเท่าตัว สูงสุด 200 บาท ได้โทรฟรีเบอร์ดีแทค 20 นาที พร้อมรับสิทธิพิเศษจากดีแทค รีวอร์ด สมาชิกบัตร พีที แมกซ์ สามารถแลกรับสิทธิได้ที่ สถานีบริการน้ำมัน พีที 725 สาขาที่ร่วมรายการ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. – 30 พ.ย. 2563

สำหรับการลงทะเบียนซิม ลูกค้าสามารถลงทะเบียนซิมได้ด้วยตนเองง่ายๆผ่าน QR code บนปกซิมหรือบนคู่มือการใช้บริการที่แนบอยู่ด้านในปกซิม

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างดีแทคกับพีทีจี เอ็นเนอยี ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เป็นการยกระดับการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ผ่านช่องทางใหม่ เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดและตอบสนองการใช้บริการในชีวิตประจำวัน เป็นการเข้าถึงผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ ที่อยากชวนให้เข้ามามีประสบการณ์การใช้งานในโครงข่ายดีแทค จากซิมดีแทคเติมเงิน ที่ให้มากกว่าแค่ซิมเติมเงิน แต่เติมชีวิตให้ไปต่อได้ ด้วย 3 สิ่งดีๆคือ สัญญาณดี ราคาดี และ บริการใจดี ที่สร้างสรรค์มาจากความเข้าใจให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่ใช้บริการเติมเงินโดยเฉพาะ”

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า “ด้วยสถานีบริการที่มีครอบคลุมทั่วประเทศไทยและสมาชิกบัตร พีที แมกซ์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พีทีจี พร้อมสรรหาและมอบสิทธิพิเศษใหม่ ๆ ให้แก่สมาชิก ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์อย่างสูงสุด ซึ่งการร่วมมือกับดีแทค โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย เพื่อกระจายซิมดีแทคเติมเงิน ผ่านสถานีบริการน้ำมันพีทีทั่วประเทศ ทำให้กลุ่มผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษนี้ และสิทธิพิเศษจากดีแทค รีวอร์ดอีกมากมายได้อย่างทั่วถึง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้แก่สมาชิกผู้ถือบัตรพีที แม็กซ์ได้มากยิ่งขึ้น นับเป็นอีกก้าวในการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดตัว HUAWEI MateBook 14 และ HUAWEI MatePad T 10 Series ในไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ยส่ง HUAWEI MateBook 14 แล็ปท็อปตัวแรง อเนกประสงค์ ต่อยอดประสบการณ์ไร้รอยต่อ พร้อมนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ พร้อม HUAWEI MatePad T 10 Series แท็บเล็ตสายแฟมิลี่ ภาพและเสียงเสมือนจริง พร้อมความบันเทิงเต็มรูปแบบ

HUAWEI MateBook 14 and MatePad T 10 Series

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) สร้างความประทับใจในวงการสมาร์ทดีไวซ์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวแล็ปท็อปที่ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ HUAWEI MateBook 14 และแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยอย่าง HUAWEI MatePad T 10 Series ได้แก่ MatePad T 10s และ MatePad T 10 ในวันที่ 29 กันยายน 2563 ณ โรงแรม W Bangkok

HUAWEI MateBook 14 แล็ปท็อปสเปคล้ำทำงานได้ทุกที่ พร้อมความสะดวก และความหรูหราเต็มรูปแบบ

HUAWEI MateBook 14 and MatePad T 10 Series

หัวเว่ยเล็งเห็นว่าสำหรับยุคทศวรรษ 2020 เป็นต้นไป การทำงานนอกสถานที่กลายเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่จำเป็นสำหรับคนทำงานโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ HUAWEI MateBook 14 จึงได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบ นวัตกรรมที่ทันสมัย และประสบการณ์การใช้งานอัจฉริยะ HUAWEI MateBook 14 จึงมาพร้อมดีไซน์ที่หรูหราโดดเด่นด้วยหน้าจอ HUAWEI 2K FullView Display ความคมชัด 2160×1440 กับสัดส่วนหน้าจอกว้างถึง 90% ของตัวเครื่อง ทำให้ขอบจอมีความบางเฉียบ มาพร้อมโหมด screen capture เพียงนิ้วมือสัมผัสแบบ multi-touchscreen[1] รูปลักษณ์ภายนอกมีความหรูหราด้วยวัสดุโลหะด้าน ความบางเพียง 15.9 มม. และมีน้ำหนักเพียง 1.49 กก. ไม่ว่าจะพกไปทำงานที่ไหนก็ดูดี และคล่องตัว

HUAWEI MateBook 14 and MatePad T 10 Series

MateBook 14 ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยขุมพลังชิปเซ็ตสุดแรงล่าสุด AMD Ryzen 7 4800H และ Ryzen 5 4600H การ์ดจอ AMD Radeon™ Graphics พร้อมหน่วยความจำ 16GB DDR4 และความจุ 512GB ให้สามารถใช้งานได้อย่างจุใจ บวกกับแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน และความสามารถในการรองรับการชาร์จเร็วด้วยสายชาร์จ Type C 65W อเนกประสงค์ แบบ HUAWEI SuperCharge™ ทำให้ทนทานต่อกิจกรรมหลากหลายทั้งดูวิดีโอหรือใช้งานทั่วไปได้ถึง 10 ชั่วโมง หรือท่องอินเทอร์เน็ตได้ 8.5 ชั่วโมง แถมยังมี ระบบระบายความร้อนรูปแบบใหม่ HUAWEI Shark Fin แบบคู่ ช่องระบายความร้อน 2 ทาง ป้องกันเครื่องร้อนระหว่างใช้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เจ้าของเครื่องสามารถใช้ Performance Mode เพียงกด Fn+P เพื่อเข้าโหมดประสิทธิภาพสูงสุด

แน่นอนว่า Huawei Share ก็เป็นฟังก์ชั่นที่ HUAWEI MateBook 14 ต้องมี เพื่อให้ผู้ใช้ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอีโคซิสเต็มสุดอัจฉริยะที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลเอกสาร รูป และวิดีโอ รวมถึงการติดต่อสื่อสารผ่านหลายอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ โดย HUAWEIMateBook 14 จะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยโดยนำสมาร์ทโฟนไปแตะที่ Touch Pad ของแล็ปท็อป ก็จะสามารถลากข้อมูลจากจอสมาร์ทโฟนที่ปรากฏบนหน้าจอแล็ปท็อป เข้าโปรแกรมบนแล็ปท็อปได้ทันทีแบบ Multi-screen Collaboration โดยจะสามารถควบคุมข้อมูลบนสมาร์ทโฟนด้วยฮาร์ดแวร์ของแล็ปท็อปได้ด้วย นอกเหนือจากนั้นยังอำนวยความสะดวกในการเข้าเครื่องแบบรวดเร็วแต่ปลอดภัยด้วยปุ่มสแกนลายนิ้วมือ Finger Print Power Button และรักษาความเป็นส่วนตัวด้วยกล้องแบบ Recessed Camera อีกด้วย

HUAWEI MateBook 14 and MatePad T 10 Series

HUAWEI MateBook 14 วางจำหน่ายในสี Space Grey สำหรับชิปเซ็ต Ryzen 5 ราคา 25,990 บาท ส่วนชิปเซ็ต Ryzen 7 ราคา 29,990 บาท สั่งจองตั้งแต่วันนี้ รับฟรีของแถมสุดพิเศษ HUAWEI FreeBuds 3 กระเป๋าเป้หัวเว่ย สำหรับแล็ปท็อปและเม้าส์ มูลค่ารวมกว่า 5,579 บาท ที่ HUAWEI Experience Store และ HUAWEI Online Store ที่ https://shop.huawei.com/th และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ จนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2563 เท่านั้น

HUAWEI MateBook 14 and MatePad T 10 Series

หัวเว่ยยังเชื่อว่าในเมื่อแล็ปท็อปมีดีไซน์ที่หรูหราตามความนิยมของคนรุ่นใหม่แล้ว กระเป๋าใส่แล็ปท็อปเองก็ควรเป็นอุปกรณ์เสริมการแต่งกายให้ดูดีขึ้นได้ จึงผลิตกระเป๋าเป้ดีไซน์หรู ออกแบบในฝรั่งเศส ทรงเดียวกับกระเป๋าแฟชั่นฉีกแนวออกจากกระเป๋าแล็ปท็อปธรรมดา มีให้เลือกในสี Forest Green และ Graphite Black พร้อมวางจำหน่ายเดือนตุลาคม 2563 พร้อมกับ HUAWEI MateBook 14

HUAWEI MatePad T 10 Series แท็บเล็ตรุ่นสุดคุ้มให้สนุกกันได้ทุกวัย ทั้งครอบครัว

สำหรับสายแฟมิลี่ที่อุปกรณ์เทคโนโลยีเริ่มกลายเป็นสิ่งจำเป็น หัวเว่ยก็ได้ส่ง HUAWEI MatePad T 10 Series ซึ่งประกอบด้วย MatePad T 10s และ MatePad T 10 มาเพื่อเป็นแท็บเล็ตที่ทุกคนในครอบครัวสามารถได้ประโยชน์ในราคาที่คุ้มค่า โดยทั้งสองรุ่นจะเป็นแท็บเล็ตที่ดีไซน์ตามหลักการยศาสตร์ คลาสสิค และขอบจอทุกด้านเท่ากันที่ 9.5 มิลลิเมตร พร้อมลำโพงสองจุดที่ให้ประสบการณ์เสียงทรงพลังมีมิติด้วย Histen 6.1 แท็บเล็ตตัวใหม่นี้ มาพร้อมระบบปฏิบัติการที่อัปเกรดใหม่ล่าสุดเป็น EMUI 10.1 ซึ่งรองรับ ฟีเจอร์วิดีโอคอล MeeTime ความละเอียดระดับ HD แม้อยู่ในจุดที่อับสัญญาณ หรือแสงน้อย สามารถแบ่งหน้าจอแบบ App-Multiplier แสดงหน้าจอหลัก พร้อมหน้าจอเนื้อหาของแอปฯ ในหน้าต่างคู่ให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบปกป้องดวงตาหลายชั้น เพื่อแจ้งเตือนเมื่อใช้แท็บเล็ตในท่าทางที่ไม่เหมาะสม และมีโหมดการอ่านที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ช่วยกรองแสงสีฟ้าเพื่อการถนอมสายตาและการนอนหลับที่ดียิ่งขึ้น โดยมี Kid’s Corner ที่ควบคุมได้ด้วยฟีเจอร์ Parental Control ให้คุณหนูๆ สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับวัยเรียนรู้ได้ตามการกำหนดของผู้ปกครอง

สำหรับ HUAWEI MatePad T 10s จะมีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว กว้าง 80% ของตัวเครื่อง ความคมชัด FHD 1920 x 1200 พิกเซล พร้อมอัลกอริทึมปรับหน้าจออัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี HUAWEI ClariVu™ บวกกับลำโพงระดับมาตรฐาน Harman Kardon เพิ่มการถนอมสายตาเป็น 6 ชั้นสำหรับ Kids Corner ทั้งการควบคุมการดูด้วยระยะห่างจากจอ การเล่นแท็บเล็ตในท่าทางที่เหมาะสม ควบคุมความสว่าง การเตือนเมื่อใช้แท็บเล็ตในสภาวะที่มีการเคลื่อนไหว และโหมด e-Book เปลี่ยนหน้าจอเป็นสีเสมือน e-Book อ่านได้สบายตาเหมือนอ่านหนังสือจริง ส่วน HUAWEI MatePad T 10 จะมีหน้าจอ 9.7 นิ้วความคมชัดแบบ HD 1280 x 800 พิกเซล และการถนอมสายตา 4 ชั้น

HUAWEI MateBook 14 and MatePad T 10 Series

HUAWEI MatePad T 10 Series วางจำหน่ายในสี Deep Sea Blue โดย HUAWEI MatePad T 10s รุ่น WIFI ราคา 5,990 บาท และรุ่น 4G ราคา 7,990 บาท หากสั่งซื้อแบบ Early Bird ตั้งแต่วันที่ 1-11 ตุลาคม 2563 รับฟรี Flip Cover มูลค่า 790 บาท ที่ HUAWEI Experience Store และ HUAWEI Online Store ที่ https://shop.huawei.com/th และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ ในขณะที่ HUAWEI MatePad T 10 รุ่น 4G มาในราคา 4,990 บาท

Huawei Mobile Services รองรับบริการได้ครบครันด้วย Petal Search

สำหรับ HMS (Huawei Mobile Services) และ AppGallery เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ โดยกว่า 1.8 ล้านนักพัฒนาทั่วโลก ได้ร่วมมือกันพัฒนาจนทุกวันนี้ HUAWEI AppGallery มีแอปพลิเคชันทั้งหมดรวมแล้วกว่า 96,000 แอปฯ ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม HMS Core เอื้อให้สมาร์ทดีไวซ์ที่ใช้ระบบ HMS สามารถมอบบริการต่างๆ ให้ผู้ใช้ ได้ตรงความต้องการมากกว่าเดิม จนกระทั่งในปัจจุบัน HUAWEI AppGallery มีผู้ใช้งานประจำกว่า 490 ล้านรายทั่วโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้สมาร์ทดีไวซ์ด้วย Petal Search วิดเจ็ตใหม่ที่จะเป็นตัวช่วยค้นหาแอปพลิเคชันบนแพลตฟอร์มได้ทันทีจากหน้าแรกของสมาร์ทดีไวซ์นั้นๆ ให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดลงมาใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยสามารถดาวน์โหลดวิดเจ็ตดังกล่าวได้จาก HUAWEI AppGallery ได้เลย

สรุปรายละเอียดราคาสินค้าที่เปิดตัว

HUAWEI MateBook 14 และ HUAWEI MatePad T 10 Series ทั้งสองรุ่น พร้อมวางจำหน่ายใน HUAWEI Experience Store และร้านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงบนช่องทางออนไลน์ http://consumer.huawei.com/th ตามรายละเอียด ดังนี้

HUAWEI MateBook 14 and MatePad T 10 Series

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

หนีกระแส 5G 3BB ผู้ให้บริการเจ้าแรกในไทยที่อัปเกรดเป็น Wi-Fi 6 ให้ลูกค้าทุกราย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

3BB ตอกย้ำความเป็นผู้นำเน็ตบ้านตัวจริง ที่มุ่งคิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์และยกระดับมาตรฐานเน็ตบ้านให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังเพิ่มความเร็วขั้นต่ำให้ลูกค้าเป็น 1 Gbps ให้เพียงพอต่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพจึงได้อัปเกรดเราเตอร์ให้เป็น Wi-Fi 6  สามารถทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านผ่านไวไฟได้ความเร็วเพิ่มมากขึ้น 25% เร็ว แรงและเสถียรกว่าเดิม นับเป็นผู้ให้บริการรายแรกในตลาดบรอดแบนด์ไทยที่ให้เราเตอร์ Wi-Fi 6 แก่ลูกค้าที่ติดตั้งอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

 

ปัจจุบันคนกำลังมุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีของเครือข่ายมือถือได้แก่เรื่อง 5G ขณะเดียวกันในส่วนของฟิกซ์บรอดแบนด์เองก็มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่สามารถเข้ามาเสริมประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้เน็ตบ้าน เช่น เทคโนโลยี Wi-Fi 6  ซึ่งเป็นอีกขั้นของมาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Wi-Fi ด้วย Wi-Fi 6 ลูกค้าจะได้รับความเร็วและความเสถียรมากกว่าเทคโนโลยี Wi-Fi เดิม โดยให้ความเร็วในการเชื่อมต่อ Wi-Fi สูงสุดถึง 1000 Mbps (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์รับสัญญาณ) นอกจากจะตอบโจทย์คนที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแล้วยังสามารถใช้งานได้หลายดีไวซ์ทั้งมือถือและอุปกรณ์อื่นพร้อมกันโดยไม่ต้องกังวลกับความเร็วที่ได้รับอีกต่อไปด้วยเทคโนโลยี MU-MIMO ลูกค้ายังสามารถใช้งาน Wi-Fi บนสมาร์ทดีไวซ์ที่มี Wi-Fi 6 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและตอบรับเทรนด์การเติบโตของสมาร์ทดีไวซ์รุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่จะมีเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ฝังมาในตัวเครื่อง ปัจจุบัน มีสมาร์ทโฟนที่รองรับ Wi-Fi 6 ทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ iPhone 11 ขึ้นไป, Samsung Galaxy S10e และ Samsung Galaxy Note 10 ขึ้นไป, Huawei Mate 20 Pro และ Huawei P30 ขึ้นไป  เป็นต้น

ไม่อยากพลาดความแรงของอินเทอร์เน็ตบ้านระดับ 1 Gbps จาก 3BB ที่มาพร้อมกับ Wi-Fi 6 แบบไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม สมัครใช้บริการแพ็กเกจ 3BB GIGATainment ที่มาพร้อมคอนเทนต์จาก HBO GO และ MONOMAX ในราคาเริ่มต้นเพียง 629 บาท/เดือน สมัครง่ายๆไม่ยุ่งยากผ่านแอป 3BB Member หรือติดต่อ 3BB ช็อปทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1530 #3BBที่หนึ่งของเน็ตบ้านคุณภาพ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured3 วัน ที่แล้ว

รีวิว POCO X3 NFC สมาร์ทโฟนเพื่อคอเกม จอไหลลื่น 120Hz มาพร้อม Snapdragon 732G และระบบระบายความร้อนขั้นสูง

POCO X3 NFC สมาร์ทโฟ...

Featured6 วัน ที่แล้ว

รีวิว realme 7 Pro การชาร์จที่เหนือขั้นด้วย 65W SuperDart Charge, จอคมชัดแบบ Super AMOLED พร้อมกล้อง 4 เลนส์ 64MP

มาแล้วสำหรับรีวิวฉบั...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G บางสุดในโลก ดีไซน์โดดเด่น กล้องหน้าคมชัด 44MP โฟกัสไม่มีหลุด พร้อมฟีเจอร์แบบจัดเต็ม

รีวิว Vivo V20 Pro 5...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo X50 Pro 5G กล้องหลังจัดเต็ม ระบบกันสั่น Gimbal รุ่นแรกของโลก, ฟีเจอร์ครบ พร้อมหน้าจอโค้ง Ultra O Screen และชิปตัวแรง Snapdragon 765G

Vivo X50 Pro 5G สมาร...

Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y20 สมาร์ตโฟนกล้อง AI Triple Macro Camera สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง และแบตอึด 5000mAh

Vivo Y20 สมาร์ตโฟนน้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ที่แล้ว

dtac จับมือพีทีจี เอ็นเนอยี เข้าถึงสมาชิกบัตรพีที แมกซ์กว่า 14 ล้านราย แลกรับ ‘ซิมเติมสุข’ ได้ฟรีที่สถานีบริการน้ำมันพีที ทั่วประเทศ

ดีแทคเปิดมิติช่องทาง...

ROG Phone 3 Series officially launched in Thailand ROG Phone 3 Series officially launched in Thailand
Android News10 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว ROG Phone 3 Series! สุดยอดเกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 3 มาพร้อม Snapdragon 865 Plus

ASUS ROG (Republic o...

Apple News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลือใหม่! iPad Pro จอ Mini-LED 12.9 นิ้ว จะเปิดตัวต้นปี 2021 ส่วน MacBook จอ Mini-LED จะตามมาในภายหลัง

DigiTimes รายงานว่า ...

Apple News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

สายการผลิต iPhone 12 ที่ Foxconn ในจีน ทำงานแบบ 24 ชั่วโมง ไม่มีพัก!

SCMP สื่อจากประเทศจี...

Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

Google จะให้ผู้ใช้งานติดตั้ง Store อื่นได้ง่ายขึ้น ใน Android 12 และแอปใน Play Store ต้องใช้ระบบจ่ายเงินจาก Google เท่านั้น

Google ประกาศความเปล...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง