Connect with us

Apple News

“Ted Lasso” ซีรีส์ตลกชื่อดังของ Apple สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้ารางวัลซีรีส์ตลกยอดเยี่ยมที่ Primetime Emmy Awards ปี 2021

Published

on

Apple TV+ เป็นบริการสตรีมมิ่งเจ้าแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลใหญ่ในปีที่สองหลังจากได้รับสิทธิให้เข้าร่วม 

“Ted Lasso” ได้รับ 7 รางวัล ในขณะที่ Apple TV+ ชนะ 11 รางวัลจากเวที Emmy Awards สำหรับทั้งหมด 5 รายการด้วยกัน

Apple ได้กลายเป็นบริการสตรีมมิ่งเจ้าแรกที่ได้รับรางวัล Emmy Award ในหมวดรายการหลังจากได้รับสิทธิให้เข้าร่วมในปีที่สองของการให้บริการ หลังจากที่ “Ted Lasso” ของ Apple ทำลายสถิติใหม่เป็นซีรีส์คอมเมดี้หน้าใหม่ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Emmy Award และวันนี้ “Ted Lasso” ก็ได้รับรางวัล Emmy Award อีกทั้งหมด 4 รางวัลด้วยกัน ทั้งรางวัลซีรีส์ตลกยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลก นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลก และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลก รวมถึงรางวัล Creative Arts Emmy Awards ที่ประกาศไปก่อนหน้า ทำให้ “Ted Lasso” ได้รับรางวัลจากเวที Emmy Awards ประจำปี 2021 ไปทั้งหมด 7 รางวัลด้วยกัน

“Ted Lasso สอนให้เราเชื่อว่าอะไรก็เป็นไปได้ และเราปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้จะเป็นวันที่ Apple TV+ รวมถึงนักแสดงและทีมงานของซีรีส์อันแสนพิเศษเรื่องนี้จะจดจำไปอีกนาน” Zack Van Amburg หัวหน้าทีม Worldwide Video ของ Apple กล่าว “เราขอขอบคุณ Television Academy สำหรับเกียรติครั้งนี้และขอแสดงความยินดีกับนักเล่าเรื่องของเราทุกคนทั้งที่อยู่หน้าและหลังกล้องที่ทำงานกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อนำมุมมองใหม่ๆ มาให้ผู้ชมทั่วโลกได้ชมกันตลอดปีที่ผ่านมา รวมถึงได้ส่งต่อความหวัง ความสดใส ความขำขัน และเรื่องราวที่น่าจดจำในช่วงเวลาที่เราต้องการมันที่สุด”

หลังจากกลายเป็นซีรีส์คอมเมดี้น้องใหม่ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงมากที่สุดแล้ว เหล่านักแสดงที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงเป็นครั้งแรกอย่าง Jason Sudeikis, Hannah Waddingham และ Brett Goldstein ก็ได้รับรางวัล Emmy Award ของตัวเองเป็นครั้งแรกด้วยเช่นเดียวกัน โดย Jason Sudeikis ที่แสดงนำและรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการผลิตได้กลายเป็นนักแสดงนำชายคนแรกที่ได้รับรางวัลทั้งนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและซีรีส์ยอดเยี่ยมสำหรับซีรีส์ตลกน้องใหม่นี้ และ Theo Park ผู้อำนวยการด้านคัดเลือกนักแสดงของ “Ted Lasso” ก็ได้รับรางวัลคัดเลือกนักแสดงยอดเยี่ยมสำหรับซีรีส์ตลกเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ในงาน Creative Arts Emmy Award เมื่อสัปดาห์ก่อน Apple ก็ได้รับรางวัล Emmy Award ทั้งหมด 7 รางวัลด้วยกัน โดย 3 รางวัลเป็นของ “Ted Lasso” และ Apple TV+ ยังได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการกลายเป็นบริการสตรีมมิ่งรายแรกที่ได้ชนะรางวัลสารคดียอดเยี่ยมในสองปีแรกที่มีสิทธิเข้าชิงกับสารคดี Apple Original อย่าง “Boys State” ด้วยเช่นเดียวกัน

ในปี 2021 Apple ได้รับรางวัล Primetime Emmy Award ทั้งหมด 11 รางวัลด้วยกันในสาขาดังนี้:

  • รางวัลซีรีส์ตลกยอดเยี่ยม: “Ted Lasso”
  • รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลก: Jason Sudeikis จาก “Ted Lasso”
  • รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลก: Brett Goldstein จาก “Ted Lasso”
  • รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลก: Hannah Waddingham จาก “Ted Lasso”
  • รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยมสำหรับซีรีส์ตลกหรือดราม่า (ครึ่งชั่วโมง): “Ted Lasso”
  • รางวัลตัดต่อยอดเยี่ยมสำหรับกล้องเดี่ยวในซีรีส์ตลก: “Ted Lasso”
  • รางวัลคัดเลือกนักแสดงยอดเยี่ยมสำหรับซีรีส์ตลก: “Ted Laso”
  • รางวัลสารคดียอดเยี่ยม: “Boys State”
  • รางวัลซีรีส์ตลก ดราม่า หรือวาไรตี้แบบสั้นยอดเยี่ยม: “Carpool Karaoke: The Series”
  • รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมในสื่ออินเตอร์แอคทีฟ: “For All Mankind: Time Capsule” จาก “For All Mankind”
  • รางวัลการออกแบบภาพโมชั่นยอดเยี่ยม: “Calls”

นอกเหนือจากรางวัล Emmy Award แล้ว ซีซั่นแรกของ “Ted Lasso” ยังได้รับรางวัลจากเวทีอันทรงเกียรติอย่าง Peabody Award, SAG Award สำหรับการแสดงยอดเยี่ยมโดยนักแสดงนำชายในซีรีส์ตลกของ Jason Sudeikis, รางวัล Critics Choice Awards ในหมวดซีรีส์ตลกยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลกของ Jason Sudeikis และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลกของ Hannah Waddingham ซึ่งชนะทุกสาขาที่ได้เข้าชิง รวมถึงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ตลกจากเวที Golden Globe Award สำหรับ Jason Sudeikis และสมาคม Writers Guild of America ก็ได้มอบรางวัลซีรีส์คอมเมดี้ยอดเยี่ยมกับซีรีส์ใหม่ยอดเยี่ยมให้กับ “Ted Lasso” เช่นเดียวกัน

ในงาน Emmy Award ปีก่อนหน้า Apple ได้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกบนเวที Primetime Emmy Award ด้วยรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมของ Billy Crudup ใน “The Morning Show” และ Apple ยังได้รับรางวัลจากเวที Daytime Emmy Award ปี 2020 สำหรับซีรีส์อย่าง “Ghostwriter” และ “Peanuts in Space: Secrets of Apollo 10” และรางวัล Daytime Emmy Award สำหรับ “Here We Are: Notes for Living on Planet Earth” “Stillwater” และ “Helpsters” ในปี 2021 ด้วยเช่นกัน

หลังจากที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2019 Apple ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมาแล้วมากถึง 518 ครั้ง และชนะรางวัลมาแล้วถึง 152 รางวัล ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Critics Choice Awards, Critics Choice Documentary Awards, Daytime และ Primetime Emmy Awards, NAACP Image Award, Peabody Award หรือรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

“Ted Lasso”

Jason Sudeikis รับบทเป็น Ted Lasso โค้ชอเมริกันฟุตบอลที่เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมฟุตบอลอังกฤษ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ถึงจะไม่มีความรู้ด้านนี้ แต่สิ่งที่เขามีให้แบบเต็มๆ ก็คือการมองโลกในแง่ดี ความใจสู้แบบทีมรอง และ… บิสกิต แล้วยังมี Hannah Waddingham, Brendan Hunt, Jeremy Swift, Juno Temple, Brett Goldstein, Phil Dunster และ Nick Mohammed มาร่วมแสดงในซีรีส์ที่ได้รับคำชมมากมายเรื่องนี้ด้วย โดยในซีซั่นใหม่นี้ได้ Sarah Niles มารับบทเป็น Sharon นักจิตวิทยากีฬาที่จะเข้ามาร่วมงานกับทีม AFC Richmond

นอกจาก Jason Sudeikis จะนำแสดงในเรื่องนี้แล้ว เขายังเป็นผู้อำนวยการสร้างคู่กับ Bill Lawrence ผ่าน Doozer Productions ของตนเอง ร่วมกับ Warner Bros. Television และ Universal Television ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ Universal Studio Group นอกจากนี้ยังมี Jeff Ingold จาก Doozer เป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยมี Liza Katzer เป็นผู้อำนวยการสร้างร่วม ซีรีส์เรื่องนี้พัฒนาโดย Jason Sudeikis, Bill Lawrence, Brendan Hunt และ Jeo Kelly โดยอิงจากตัวละครและรูปแบบที่มีมาก่อนใน NBC Sports

Apple TV+

Apple TV+ ให้บริการผ่านแอป Apple TV ในมากกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกบนหน้าจอมากกว่า 1 พันล้านเครื่องอันประกอบด้วย iPhone, iPad, Apple TV, iPod touch, Mac, สมาร์ททีวีของ Samsung, LG, Sony, VIZIO และ TCL บางรุ่น รวมถึงบน Amazon Fire TV, อุปกรณ์ Roku, Chromecast พร้อม Google TV, เครื่องเล่น PlayStation, และ Xbox และบน tv.apple.com ในราคาเพียง 99 บาทต่อเดือน ทดลองชมฟรีได้ 7 วัน ลูกค้าที่ซื้อ iPhone, iPad, Apple TV, iPod touch หรือ Mac เครื่องใหม่เฉพาะรุ่นสามารถรับชม Apple TV+ ฟรี 3 เดือน* ใช้สิทธิ์ได้ภายใน 3 เดือนนับจากวันเริ่มต้นใช้อุปกรณ์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ apple.com/tvpr และดู รายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับ

กำลังฮอต

Advertisement

ใหม่ล่าสุด