ติดตามพวกเรา

IT News

โซนี่ไทย เขย่าตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงส่งท้ายปี ส่งทัพ วอล์คแมน หูฟังใหม่ล่าสุดบุกตลาดเต็มพิกัด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าเขย่าตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงส่งท้ายปี ด้วยการเปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องเสียงแบบพกพา ที่จะเสริมประสบการณ์ใหม่ของการฟังเพลงสุดคมชัดแม้เชื่อมต่อแบบไร้สาย ผ่าน LDAC พร้อมด้วยหูฟังในตระกูล h.ear series ด้วยเทคโนโลยีเสียงสุดล้ำในดีไซน์ที่โดดเด่นสุดนำเทรนด์ สีทูโทน(Choice of five two-tone colour combinations) นำทัพโดยผลิตภัณฑ์วอล์คแมนเพื่อฉลองครบรอบ40ปี ส่งมอบเครื่องเล่นเพลงรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบ ปฎิบัติการ Android 9.0 เพิ่มทางเลือกในการฟังเพลงแบบMULTI-SOURCE MUSIC ทั้งการเล่นไฟล์เพลง Hi-Res Audio หรือ ฟังเพลงจากบริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ ชื่นชอบการฟังเสียงดนตรีคุณภาพได้ทุกที่ทุกเวลา ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มวอล์คแมน

โซนี่ขอส่งความสุขปลายปี ต้อนรับปีใหม่ด้วยความสุนทรีย์จากเสียงเพลงคุณภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาตระกูลวอล์คแมนหลากหลายรุ่น เอาใจคนรักเสียงเพลงได้เลือกอย่างจุใจ อาทิ  WALKMAN® NW-A100 Series เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลพกพาใหม่ในขนาดเล็กกะทัดรัด ที่มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 9.0 เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi รวมทั้ง LDAC เพื่อให้คุณสนุกสนานกับการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น และสตรีมมิ่งเพลงโปรดได้อย่างสะดวกง่ายดายในทุกที่พร้อมหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 3.6 นิ้ว และสั่งงานเล่นเพลงด้วย Walkman Application และโดดเด่นด้วยโปรแกรมพักหน้าจอขณะเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูง เป็นรูปเทปคาสเซ็ตที่เปลี่ยนแปลงตามรูปแบบไฟล์ที่แตกต่างกัน เพื่อย้อนเวลารำลึกถึงวอลค์แมนรุ่นแรกเมื่อ 40ปีที่แล้ว บนเครื่องเล่นรุ่นล่าสุดในรูปแบบดีไซน์สมัยใหม่  พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ล่าสุดมากมาย อาทิ S-Master HX และ DSEE HX ซึ่งจะช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดเพื่อคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม โดย WALKMAN® NW-A100 Series มีให้เลือก 3 รุ่น ประกอบด้วย WALKMAN® NW-A105 ที่มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 16GB  WALKMAN® NW-A106HN ที่มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 32GB พร้อมหูฟังตัดเสียงรบกวน IER-NW510N และ WALKMAN® NW-A100TPS ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีวอล์คแมน

WALKMAN® NW-A105 เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับไฮเรสออดิโอคุณภาพสูงซีรีย์ใหม่ของ โซนี่ ที่มาพร้อมการออกแบบอย่างมีสไตล์โดดเด่นด้วยสีสันสุดล้ำ สะท้อนตัวตนของนักฟังเพลงที่แตกต่างอย่างแท้จริง ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีเสียงชั้นเยี่ยมและฟังก์ชั่นการฟังเพลงที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ในตัวเครื่องมากมาย เพื่อเพิ่มอรรถรสในการถ่ายทอดเสียงเพลงที่คมชัดแบบ Superior Sound หรือเสมือนได้ฟังจากสตูดิโอที่ศิลปินกำลังบรรเลงทีเดียว นอกจากนี้ ยังสะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ Android 9.0 รวมถึงการเชื่อมกับบลูทูธ 5.0 หรือ Wi-Fi เพื่อให้คุณเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในทุกที่ โดยมาพร้อมหน้าจอขนาด 3.6 นิ้ว ความจำในตัวเครื่อง 16GB โดยสามารถเล่นเพลงเสียงไฟล์ Hi-Res Audio ได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 26 ชั่วโมง และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย USB Type-C มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีแดง, สีดำ,        สีเขียว, สีน้ำเงิน และสีส้ม ทยอยวางจำหน่ายช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ ในราคา 10,990 บาท

WALKMAN® NW-A106HN เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับไฮเรสออดิโอชั้นเยี่ยมที่มาพร้อมกับหูฟังตัดเสียงรบกวน IER-NW510N ที่ได้รับการออกมาเพื่อใช้งานกับวอล์คแมนโดยเฉพาะ ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีเสียงชั้นยอดและฟังก์ชั่นการฟังเพลงที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ในตัวเครื่องมากมาย เพื่อเพิ่มคุณภาพเสียงที่คมชัดแบบ Superior Sound หรือเสมือนได้ฟังจากสตูดิโอที่ศิลปินกำลังบรรเลง นอกจากนี้ ยังสะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนระบบ Android 9.0 รวมถึงการเชื่อมกับบลูทูธ 5.0 หรือ Wi-Fi เพื่อให้คุณเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงได้ในทุกที่ โดยมาพร้อมหน้าจอขนาด 3.6 นิ้ว ความจำในตัวเครื่อง 32GB แบตเตอรี่สามารถใช้ได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 26 ชั่วโมง[i] และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย USB Type-C  รุ่น NW-A106HN       มีจำหน่ายเฉพาะสีดำ วางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ศกนี้ ในราคา 14,990 บาท

 WALKMAN® NW-ZX507 เป็นสุดยอดเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับพรีเมี่ยมของตระกูล Walkman ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัว ทุกองค์ประกอบผ่านการคัดสรรย่อส่วนจากต้นแบบรุ่นเรือธงเพื่อเพื่อมอบประสบการณ์ฟังเสียงเพลงคุณภาพสูงจากเครื่องเล่นพกพาที่มีขนาดเล็กได้ดียิ่งกว่าเดิม โดยน้ำหนักเบาเพียง 164 กรัม Real Sound , Real Enjoyment ด้วยโครงสร้างของตัวเครื่องผลิตจากแท่งอะลูมิเนียมตันขึ้นรูปจึงป้องกันสัญญาณรบกวนจาก Electrical Noise อย่างได้ผล ให้ได้เสียงเบสทรงพลังคมชัดทุกโน้ต ผสานชิ้นทองแดงกลึงช่วยลดค่าความต้านทานปรับปรุงระบบกราวนด์ และตัวเก็บประจุ FT CAP II ที่พัฒนาขึ้นใหม่ (High Polymer Capacitor) เพิ่มกำลังขับให้ภาคขยาย แอมปลิไฟเออร์มีช่วงเสียงร้องที่กว้างและเพิ่มพลังเสียงเบส รวมถึง S-Master HX ที่รองรับไฟล์ DSD แบบ native (11.2 MHz) ฟังก์ชั่นการฟังเพลงที่ปรับปรุงขึ้นใหม่มากมาย Direct Source, 10 Band Equalizer, DSEE HX, DC Phase Linearizer, Dynamic Normalizer, Vinyl Processing และเพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนระบบ Android 9.0 รวมถึงการเชื่อมกับบลูทูธ 5.0 (SBC, LDAC, aptX, aptX HD) หรือ Wi-Fi โดยมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 3.6 นิ้ว รวมถึงมีช่องหูฟัง 3.5 ม.ม. และสายต่อบาลานซ์ 4.4 ม.ม. ในตัว แบตเตอรี่สามารถใช้ได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย USB Type-C ตัวเครื่องมีจำหน่ายเฉพาะสีดำ วางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมศกนี้ ในราคา 25,990 บาท

ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี โซนี่ยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับช่วงแนะนำ เมื่อซื้อวอล์คแมนทั้ง 3 รุ่นที่กล่าวมาจะได้รับของสมนาคุณพิเศษ สำหรับรุ่น NW-A105/106 รับเคส CKS-NWA100 มูลค่า 1,490 บาท และรุ่น NW-ZX507 รับเคสรุ่น CKL-NWZX500 มูลค่า 2,490 บาท สิทธิพิเศษเฉพาะในเดือนธันวาคม 2019 และมกราคม 2020 เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มหูฟัง

 

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หูฟังตัดเสียงรบกวน โซนี่ไทยขอแนะนำ WI-1000XM2 ซึ่งเป็นหูฟังไฮเรสออดิโอแบบคล้องคอ ที่ต่อยอดมาสู่เจนเนอเรชั่นที่ 2 ของหูฟังในตระกูล 1000X โดยนำเทคโนโลยีจากหูฟังระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยม มาใช้เพื่อให้มีคุณสมบัติการถ่ายทอดเสียงได้เหนือระดับมากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบ HD Digital Noise Cancelling Processor QN1 ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนรอบข้างที่ดียิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานระหว่างการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงแบบ Dynamic ขนาด 9 ม.ม. และ Balanced Armature ทำให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดทุกย่านความถี่เสียงได้อย่างคมชัด นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี DSEE HX ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของสัญญาณที่ถูกบีบอัดมาให้ใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution ขณะที่สายคล้องคอได้รับการปรับปรุงคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นด้วยวัสดุซิลิโคนเพื่อการสวมใส่ที่นุ่มสบาย สามารถฟังหูเพลงได้ยาวนานาตลอดวันโดยไม่เจ็บหู และมีน้ำหนักเบากว่าเดิมเพียง 44 กรัมเท่านั้น โดยแบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชม. ในขณะเปิดระบบตัดเสียงรบกวน รวมถึงมีฟังก์ชั่น Google Assistant และ Amazon Alex ทั้งยังรองรับ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่องอีก 80 นาที มีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ และสีเงิน เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมศกนี้เป็นต้นไป ในราคา 10,990 บาท

สำหรับผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล h.ear series มาพร้อมสีสันสดใส และการออกแบบใหม่ที่โดดเด่นกว่าเดิมซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์ของนักฟังเพลงรุ่นใหม่อย่างลงตัวในสีทูโทน โดย h.ear series รุ่นใหม่มาพร้อมกัน 3 รุ่น ครอบคลุมการใช้งานทั้งแบบครอบหู และสอดหู โดยหูฟังแบบครอบหูรุ่น h.ear on 3 Wireless NC รุ่น WH-H910N เป็นหูฟังไร้สายแบบคาดศีรษะขนาดฟูลไซส์ครอบหูรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมสีสันใหม่สุดนำเทรนด์ที่จะมอบประสบการณ์ฟังเพลงคุณภาพสูงอย่างมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ทั้งยังโดดเด่นด้วยคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Audio ด้วยไดร์เวอร์ขนาดเล็ก 25 มม. ที่ให้เสียงอันทรงพลังเทียบเท่ากับไดร์เวอร์ขนาด 40 มม. พร้อมไมโครโฟนคู่กันเสียงรบกวน ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดียิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเสียงการใช้งานในห้องโดยสารบนเครื่องบิน เสียงการจราจรในเมือง หรือเสียงสนทนาในสำนักงานเพื่อเพิ่มความสะดวกในฟังเพลง ขณะเดียวกันยังมีฟังก์ชั่น Ambient Sound Mode และ Quick Attention Mode ที่เปิดใช้งานได้ทันที เพียงใช้มือวางที่หูฟังด้านขวา ผู้ใช้จะได้ยินเสียงรอบข้างทันที รวมถึงมี Touch Control ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการฟังเพลง เลือกเพลง และปรับระดับความดังของเสียงเพลงด้วยระบบสัมผัส หรือควบคุมสั่งงานผ่าน

แอพพลิเคชั่น Sony Headphones Connect บนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ขณะที่ตัวหูฟังเพรียวบาง น้ำหนักเบาทำให้สวมใส่สบายได้ตลอดวัน ทั้งยังสามารถพับเก็บได้เหมาะกับการพกพาใช้งานเมื่อเดินทาง รวมถึงมีฟังก์ชั่น Voice Assistant โดยแบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 35 ชม. และมี Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณสามารถจะเพลิดเพลินไปกับฟังเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่องอีก 2.5 ชั่วโมง โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมด มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง และสีน้ำเงิน เริ่มทยอยวางจำหน่ายกลางเดือนธันวาคม ศกนี้ เป็นต้นไป  ในราคา 9,990 บาท

หูฟัง h.ear on 3 Mini Wireless รุ่น WH-H810 เป็นหูฟังแบบคาดศีรษะขนาดมินิ ที่ได้รับการออกแบบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบหูฟังขนาดเล็ก แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res ด้วยเทคโนโลยีชั้นเยี่ยมมากมายเพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดทุกย่านความถี่เสียง ทั้งยังมาพร้อม Touch Control แบบใหม่เพิ่มความสะดวกในการฟังเพลง เลือกเพลง และปรับระดับความดังของสียงเพลงด้วยระบบสัมผัส หรือควบคุมสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Headphones Connect บนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ขณะที่หูฟังสามารถพับเก็บได้เพื่อความสะดวกสบายในการพกพา โดยรองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 30 ชม.ทั้งยังรองรับ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่องอีก 3.5 ชั่วโมง มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ, แดง, สีน้ำเงิน, สีส้ม และสีเขียว เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ราคา 6,990 บาท

 

สำหรับรุ่น h.ear in 3 Truly Wireless รุ่น WF-H800 เป็นหูฟังแบบไร้สายแบบ Truly Wireless ที่จะทำให้คนรักเสียงดนตรีได้ดื่มด่ำไปกับการฟังเพลงสุดโปรดด้วยเสียงคุณภาพสูง Exceptional Sound Quality ได้อย่างอิสระเต็มที่ยิ่งขึ้นโดยมาในสีสันสดใสนำเทรนด์ พร้อมไดนามิคไดรเวอร์ขนาด6มม พร้อมเทคโนโลยี DSEE HX เพื่อให้คุณดื่มด่ำกับคุณภาพเสียงที่ใกล้เคียงระดับ Hi-Res Audio ที่สุด ตัวหูฟังดีไซน์จากวัสดุที่คัดสรร จึงมีน้ำหนักเบาใส่สบายด้วยการออกแบบหูฟังแบบ Tri-Hold พร้อมจุกหูฟังหลายขนาดเพื่อการสวมใส่ที่กระชับพอดีกับช่องหูของแต่ละคน ลดช่องว่างที่เสียงจากภายนอกที่อาจลอดเข้ามารบกวนจึงฟังเพลงได้เต็มอรรถรส รวมถึงพกพาสะดวกด้วยกล่องบรรจุสำหรับการจัดเก็บและชาร์จไฟในตัว สะดวกด้วยปุ่มปรับเสียงบนหูฟัง หรือควบคุมสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Headphones Connect รวมถึงฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียงในระบบต่างๆ เช่น Google Assistant ทั้งนี้หูฟังสามารถใช้งานได้นานรวมสูงสุดถึง 16 ชั่วโมง (8ชม+8ชม) คล่องตัวด้วยระบบ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่องอีก 70 นาที มีให้เลือก 5 สีคือ สีดำ, สีแดง, สีน้ำเงิน, สีส้ม และสีเขียว จะเริ่มทยอย         วางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 ในราคา 6,990  บาท

พร้อมกันนี้ โซนี่ยังได้จัดเตรียมเครื่องบันทึกเสียงดิจิตอล Hi-Res Audio แบบพกพารุ่นใหม่ล่าสุด ICD-UX570F นับเป็นเครื่องอัดเสียงอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ตอบโจทย์ทั้งการบันทึก และเล่นทั้งเสียงดนตรีและเสียงร้องได้อย่างคมชัด อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงบันทึกได้ด้วยโปรแกรม Sound Organize 2 ที่มากับเครื่องที่ช่วยในการปรับแต่งเสียงอัตโนมัติเพื่อให้ได้เสียงบันทึกที่ชัดเจนและมีความดังเหมาะสม รวมถึงมีฟังก์ชั่นการค้นหาข้อมูลเพื่อช่วยให้การบันทึกทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมหน้าจอ OLED และ UI ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้มีความคมชัดและดูได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกัน ยังมีระบบชาร์จไวเพียง 3 นาที โดยสามารถใช้งานได้ 60 นาที และสามารถบันทึกวิทยุ FM และสัญญาณภายนอกผ่านรูปแบบ AUX 3.5 มม.ได้อีกด้วย มาพร้อมหน่วยความจำในตัวเครื่อง 4GB และยังสามารถเพิ่มความจุได้มากกว่า 64GB ด้วย Micro SD Card มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ, สีเงิน และสีทอง พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ศกนี้ ในราคา 3,990 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร

IT News

OnePlus 8 Series ราคาใหม่ ถูกใจกว่าเดิมเริ่มต้นเพียง 25,990 บาท เริ่ม 1 ตุลาคมนี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนพรีเมียม ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน พร้อมที่จะพัฒนาส่งมอบเทคโนโลยีที่ดีที่สุดให้กับโลก ได้ปรับราคาใหม่สำหรับ OnePlus 8 Series ทุกรุ่นทั้ง OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro ที่ราคาสุดคุ้ม โดนใจมากกว่าเดิม โดยราคาใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

  • OnePlus 8      รุ่น 12+256 GB   เหลือเพียง 25,990 บาท
  • OnePlus 8 Proรุ่น 12+256 GB   เหลือเพียง 31,990 บาท

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย สามารถหาซื้อได้ที่ช่องทาง AIS, JD Central, Lazada, Shopee และ Thisshop รายละเอียดสามารถดูได้ที่>>> https://bit.ly/3jcNA57

OnePlus 8

หน้าจอที่กว้างถึง 6.55 นิ้ว พร้อมค่าแสดงผลภาพหน้าจอรีเฟรชเรท 90Hz จะทำให้ภาพสวยเนียนตา ชิปเซ็ทประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865  หน่วยประมวลผล RAM สูงสุด 12GB ในระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS พร้อมกล้องหลัง 3 ตัวแบบ Triple Camera ความละเอียดชัดสูงสุด  48MP ให้คุณสามารถบันทึกทุกโมเม้นต์ ทุกสภาวะแสงได้อย่างสวยสมจริงเหมือนตาเห็น แบตเตอรี่อึดถึง 4,300 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไวอย่าง Warp Charge 30T ที่สุดของการออกแบบที่สวยงามบางเบา และรูปทรงที่จับถนัด ขนาดตัวเครื่องหนาเพียง 8 มิลลิเมตร หนักเพียง 180 กรัม กับ 2 สีสันด้วยกันคือสีเขียว Glacial Green และสีรุ้ง Interstellar Glow สวยสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น

 

OnePlus 8 Pro

หน้าจอ Fluid Display ขนาด 6.78 นิ้ว QHD+ รองรับความคมชัดระดับ HDR 10+  อัตราหน้าจอค่ารีเฟรชเรทที่ 120Hz  ชิปเซ็ทประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 พร้อมหน่วยประมวลผล RAM สูงสุด 12GB ในระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS  อีกทั้งระบบลำโพงคู่แบบสเตอริโออย่าง Dolby Atmos® กล้องหลัง 4 ตัวแบบ Quad Camera ที่ความละเอียดชัดสูงสุด  48MP บนเซ็นเซอร์ Sony IMX689 ให้คุณสามารถถ่ายภาพสวยคมชัด  และยังเป็นรุ่นแรกที่มี Warp Charge 30 Wireless charging ที่เร็วแรงและอึดมากขึ้นด้วยความจุแบตเตอรี่ 4,510 mAh ใช้งานได้นานตลอดทั้งวัน พร้อมทั้งยังมี IP68 หมดห่วงเรื่องกันน้ำ กันฝุ่น กับดีไซน์ 2 สีสันอย่าง สีน้ำเงิน Ultramarine Blue และสีเขียว Glacial Green

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OnePlus ประเทศไทย ได้ที่ Facebook Fanpage ได้ตามลิ้งค์นี้ สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลของ OnePlus ประเทศไทยได้ที่ https://www.oneplus.com/th

อ่านต่อ...

IT News

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ททีวี Mi TV LUX Pro ขนาด 82 นิ้ว คมชัด 8K 120Hz และ Mi TV Lux ขนาด 82 นิ้ว 4K ที่ประเทศจีน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Xiaomi เปิตดัว 2 สมาร์ทีวีรุ่นใหม่อย่าง Mi TV LUX และ Mi TV LUX Pro 5G โดยมีความคมชัดถึง 4K และ 8K ตามลำดับ ซึ่งมีราคาที่น่าสนใจพอสมควรเลยทีเดียว

เริ่มกันที่ Mi TV LUX Pro 5G มาพร้อมกับขนาด 82 นิ้ว ชนิด Mini LED ความละเอียด 8K (7680 x 4320 พิกเซล) มีมุมมองในการมองกว้างถึง 178 องศา, 98% DCI-P3 Color Gamut, ความสว่างสูงสุด 2000 นิต, 1400000:1 Contrast ratio, HDR 10+, MEMC, รองรับ Refresh Rate 120Hz และ Dolby Vision ส่วนลำโพงมีทั้งหมด 8 ตัว รองรับ Dolby Atmos, DTS audio, Dolby Audio

ภายในมีหน่วยประมวลผล Novatek 72685 พร้อม GPU Mali G51 MP4, RAM 4GB + ความจุ 256GB รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, 5G ผ่านซิมการ์ด, Bluetooth 5.0 และมีพอร์ต HDMI 2.1 ถึง 3 พอร์ต, USB 2 พอร์ต, S/PDIF และ Ethernet

ส่วนอีกรุ่นอย่าง Mi TV LUX ในขนาด 82 นิ้ว ชนิด LCD ความละเอียด 4K (3840 × 2160 พิกเซล) โดยมีความสว่างสูงสุด 1000 นิต, 1400000:1 Contrast ratio, HDR 10+, MEMC และ Dolby Vision โดยภายในมี CPU MediaTek MT9650, RAM 4GB พร้อมความจุ 64GB และในด้านการเชื่อมต่อจะเหมือนกับ Mi TV LUX Pro 5G ทั้งหมด ยกเว้นจะไม่รองรับ 5G

ด้านราคา Mi TV Lux Pro 5G สนนราคาอยู่ที่ 49,999 หยวน หรือประมาณ 232,000 บาท วางจำหน่ายที่จีนวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ส่วน Mi TV Lux สนนราคาอยู่ที่ 9,999 หยวน หรือประมาณ 46,000 บาท เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่จีน

ที่มา : FoneArena

อ่านต่อ...

IT News

ตัวจริงเรื่องเกมเตรียมแบบไร้ขีดจำกัดกับ “Infinix HOT 10” ใหม่! ราคาเริ่มต้น 3,590 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

อินฟินิกซ์ (Infinixแบรนด์สมาร์ทโฟนของคนรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย เปิดตัว “Infinix HOT 10” ที่สุดของโทรศัพท์มือถือเล่นเกมและความบันเทิงที่จัดเต็มทั้งหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น กล้องหลัง ตัว แบตเตอรี่จุเพิ่มขึ้น และการใช้งานที่ทั้งรวดเร็วและยาวนานขึ้น พร้อมมอบความสนุก ความบันเทิง และความเป็นไปได้แบบไร้ขีดจำกัดของการเล่นเกม PUBG, ROV, Free Fire ให้กับคอเกมที่ต้องการประสบการณ์ความบันเทิงที่ฉับไวในดีไซน์โดดเด่นและมีสไตล์ ภายใต้แนวคิด “อุโมงค์กาลเวลา” ที่มีดีไซน์ทรงเรขาคณิต โดดเด่นและมีการเล่นสีบนตัวเครื่องทำให้รู้สึกถึงเทคโนโลยีที่ไม่มีสิ้นสุด!! 

 

เริ่มต้นที่ราคา 3,590 – 3,990 บาท 

Infinix HOT 10 โดดเด่นด้วย 4 สีสันให้เลือก ได้แก่ สีดำ Obsidian Black, สีแดง Amber Red, สีฟ้า Moonlight Jade และสีน้ำเงิน Ocean Wave ในราคาตั้งแต่ 3,5903,990 บาท

 

 

G70 และ RAM 4 GB กับขุมพลังที่มากกว่าสำหรับความสนุกที่มากกว่าที่เคย 

ถือเป็นครั้งแรกสำหรับสมาร์ทโฟนในซีรีส์ HOT เพราะ Infinix HOT 10 มาพร้อมชิป MediaTek Helio G70 และ MediaTek HyperEngine Game Technology ที่ช่วยเพิ่มความถี่ของ CPU แบบเดี่ยวได้ถึง 123% และเพิ่มความถี่ให้กับ CPU แบบมัลติได้ถึง 64% เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในซีรีส์ HOT รุ่นก่อนหน้า ความถี่และเสถียรภาพที่ดีขึ้นจากชิป MediaTek Helio G70 ช่วยมอบประสบการณ์ “ความเร็วที่เพิ่มขึ้นระดับเอ็กซ์ตรีม” ให้กับผู้ใช้ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สนุกกับการเล่นเกมได้อย่างอิสระทุกที่ทุกเวลา

เทคโนโลยี MediaTek HyperEngine Game Technology ช่วยทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้เป็นมือถือสำหรับเล่นเกมคู่ใจผู้ใช้ในทุกช่วงเวลา ด้วยระบบการจัดการพลังงานอันชาญฉลาดที่ช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพที่คงทนและการเล่นเกมที่ยาวนานขึ้น ตลอดจนการจัดการ CPU, GPU และหน่วยความจำแบบไดนามิกตามการวัดพลังงาน ความร้อน และการเล่นเกม นอกจากนี้ยังมอบประสิทธิภาพการใช้งานที่ราบรื่นยิ่งขึ้นในเกมที่ต้องการการใช้งานอย่างหนักหน่วง ทั้งในฉากต่างๆ และในการเล่นที่มีความเข้มข้น รวมถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น และการปรับปรุงการเชื่อมต่อเพื่อการเล่นเกมที่ยาวนานยิ่งขึ้นโดยไม่สะดุด เมื่อรวมกับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ Infinix HOT 10 เป็นมือถือเล่นเกมอันดับต้นๆ สำหรับคอเกมอย่างแท้จริง

 

จอใหญ่ 6.78’HD Punch Hole Screen เพื่อความดื่มด่ำในการเล่นเกมและการรับชมวิดีโอ 

Infinix HOT 10 เพิ่มพื้นที่หน้าจอให้ผู้ใช้มากขึ้นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.78 นิ้วใหม่ พร้อมความละเอียดสูงถึง 720×1640 พร้อมกับจอแสดงผล Punch Hole Display ที่ช่วยมอบประสบการณ์การรับชมหน้าจอที่กว้างขึ้นอีก เพื่อการรับชมเพื่อความบันเทิงและประสบการณ์การเล่นเกมที่เพลิดเพลินยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นหน้าจอแสดงผล 6.78 นิ้วนั้นมีความหนาเพียง 9 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงให้ความรู้สึกสะดวกสบายในการใช้งานแก่ผู้ใช้

ด้านหลังของ Infinix HOT 10 ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยเทคนิคการสลักด้วยเลเซอร์เพื่อสร้างรายละเอียดทางสายตาที่น่าสนใจของการเล่นกับแสงและเงา 

แบตเตอรี่จุเพิ่มขึ้น 5200 mAh ใช้งานได้ยาวนานด้วย Power Marathon Mode 

บอกลาการที่เครื่องต้องดับเพราะไม่เหลือแบตเตอรี่ได้เลย เพราะ Infinix HOT 10 ใหม่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5200mAh ที่ได้รับการอัปเกรดให้ใหญ่ขึ้น ศักยภาพของแบตเตอรี่ (หมายรวมถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่) ยังได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี power marathon tech ซึ่งเป็นเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์เอกลักษณ์เฉพาะของอินฟินิกซ์ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น และทำให้มั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่จะใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยผลจากการทดลองนับครั้งไม่ถ้วนในห้องปฏิบัติการแบตเตอรี่ของอินฟินิกซ์ ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์รุ่นนี้ยังสามารถมีความจุที่มีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า 80% แม้ว่าจะมีการชาร์จและการคายประจุมากกว่า 800 ครั้ง ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนครั้งที่ผู้ใช้ได้ทำการชาร์จในช่วงเวลา 23 ปีที่ใช้งาน และด้วยนวัตกรรมแบตเตอรี่นี้ ผู้ใช้สามารถวางใจในประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้และการใช้งานที่มีความสม่ำเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะกำลังเล่นเกมหรือรับชมความบันเทิงผ่านหน้าจอนานแค่ไหนก็ตาม

 

กล้องหลัง ตัว ความละเอียด 16MP ถ่ายภาพได้อย่างใจด้วยเทคโนโลยี AI 

Infinix HOT 10 ใหม่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่น่าประทับใจในส่วนของกล้องถ่ายภาพด้วยเช่นกัน กล้องหน้ามุมกว้างความละเอียดสูง ล้านพิกเซลจับคู่กับฟีเจอร์ AI smart beautification ที่ช่วยให้คุณสามารถกำกับการถ่ายภาพของตัวเองได้เต็มที่ในแบบที่คุณต้องการ และปล่อยให้เทคโนโลยีทำส่วนที่เหลือ

ส่วนกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับโหมด Super Night View ที่สามารถจับภาพวัตถุที่ปรากฏอยู่ในสภาวะที่แสงน้อยที่สุดออกมาได้อย่างงดงาม ผู้ใช้ยังจะต้องประหลาดใจกับฟังก์ชันการแก้ไขภาพอัตโนมัติที่จะช่วยจัดการกับภาพที่ถ่ายมาอย่างเร่งรีบให้ออกมาสวยได้

Infinix HOT 10 ยังมาพร้อมกล้องมาโครขนาด 40 มม. ที่ช่วยให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจรายละเอียดปลีกย่อยของมุมมองและเติมเต็มความรู้สึกของรายละเอียดต่างๆ ของภาพได้อย่างเต็มที่

 

คุณภาพเสียงระดับโรงภาพยนตร์จาก DTS 

ประสบการณ์เสียงที่สมจริงรอผู้ใช้อยู่ในโทรศัพท์เครื่องใหม่เครื่องนี้ ด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลเสียง DTS ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มระดับซาวด์เอฟเฟกต์เพื่อความเพลิดเพลิน รวมถึงเพิ่มซาวด์เอฟเฟกต์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้แบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้เพลิดเพลินกับประสบการณ์เสียงได้ดีขึ้นในขณะรับชมภาพยนตร์ ฟังเพลง หรือเล่นเกมโปรด

 

สองโหมดป้องกันความปลอดภัยให้โทรศัพท์ของคุณด้วยระบบ Fingerprint และ Face Unlock 

Infinix HOT 10 มีทั้งฟังก์ชันการจดจำใบหน้าและการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้โทรศัพท์ได้อย่างราบรื่น การป้องกันแบบคู่นี้ช่วยให้ผู้ใช้มีทางเลือกในการปลดล็อกที่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้ต้องสวมหน้ากากในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ฟังก์ชันการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือด้านหลังยังคำนึงถึงพฤติกรรมการจับโทรศัพท์ของผู้ใช้ด้วย ทำให้การใช้งานยิ่งสะดวกและง่ายขึ้น และช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้เมื่อต้องการถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว

“เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอโทรศัพท์รุ่นล่าสุดในซีรีส์ HOT ให้กับผู้ใช้ในประเทศไทย Infinix HOT 10 ได้รับการออกแบบมาเพื่อชีวิตสมาร์ทยิ่งกว่าที่เคย โดยเฉพาะกับ XOS 7.0 ที่มาพร้อมการออกแบบใหม่และสีสันที่ทั้งทันสมัยและมีความหลากหลายเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะเมื่อรวมเข้ากับคุณสมบัติอัจฉริยะ อาทิ Smart Scanner, Earsensor Receiver, ฯลฯ นอกจากนี้ โทรศัพท์เครื่องนี้ยังมีประสิทธิภาพที่โดดเด่นและฟีเจอร์ล่าสุดของแอนดรอยด์ด้วย เราจึงมั่นใจว่าทั้งแฟนๆ และผู้ใช้ใหม่จะต้องทึ่งไปกับพลังของ Infinix HOT 10 ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพราะสมาร์ทโฟนเครื่องนี้จะมอบทั้งความสนุกและความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดให้กับทุกคนแน่นอน!” คุณฑิตพล จันทรอุไร ที่ปรึกษาผู้บริหาร อินฟินิกซ์ ประเทศไทย กล่าว

เริ่มวางจำหน่ายบน Lazada ตุลานี้ สั่งซื้อออนไลน์เท่านั้น 

สำหรับประเทศไทย Infinix HOT 10 มีวางจำหน่ายในรุ่น ROM 64 GB ราคา 3,590 บาท และรุ่น ROM 128 GB ราคา 3,990 บาท ซึ่งประเทศไทยจะวางจำหน่ายเป็นแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เว็บไซต์และแอพพลิเคชันของลาซาด้า ตั้งแต่วันที่ ตุลาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lazada.co.th/shop/infinixofficialstore หรือ โทร. 020363499

รายละเอียดทางเทคนิคของ Infinix HOT 10:

 
 

อินฟินิกซ์ยังเตรียมพร้อมสร้างสถิติโลกกินเนสส์ ผ่านแคมเปญพิเศษ Most People in an Online Rapping Video Relay ที่ดึงแร็พเปอร์จาก 15 ประเทศทั่วโลก ประเทศละ 1015 คน เพื่อมาร้องเพลงแร็พ บอกเล่าฟีเจอร์เด็ดๆ ของ Infinix HOT 10 โดยสำหรับประเทศไทยมีตัวแทนแร็พเปอร์จำนวน 10 คน ได้แก่ FRANKIE, Zixzax, mrdieaw, fah_rapperdoll, Natty_tyn, Annachayapas, Soda Sugarsing, Gakguay, Dekyesterday และ Daivo Esports มาร่วมจัดเต็มในเพลงแร็พหลากภาษาที่จะร้องต่อเนื่องยาวถึง ชั่วโมงเต็ม บันทึกเป็นสถิติโลกกินเนสส์ โดยอินฟินิกซ์จะเปิดตัวคลิปนี้ในทุกช่องทางโซเชียลในวันที่ ตุลาคมเป็นต้นไป

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured3 วัน ที่แล้ว

รีวิว POCO X3 NFC สมาร์ทโฟนเพื่อคอเกม จอไหลลื่น 120Hz มาพร้อม Snapdragon 732G และระบบระบายความร้อนขั้นสูง

POCO X3 NFC สมาร์ทโฟ...

Featured6 วัน ที่แล้ว

รีวิว realme 7 Pro การชาร์จที่เหนือขั้นด้วย 65W SuperDart Charge, จอคมชัดแบบ Super AMOLED พร้อมกล้อง 4 เลนส์ 64MP

มาแล้วสำหรับรีวิวฉบั...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G บางสุดในโลก ดีไซน์โดดเด่น กล้องหน้าคมชัด 44MP โฟกัสไม่มีหลุด พร้อมฟีเจอร์แบบจัดเต็ม

รีวิว Vivo V20 Pro 5...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo X50 Pro 5G กล้องหลังจัดเต็ม ระบบกันสั่น Gimbal รุ่นแรกของโลก, ฟีเจอร์ครบ พร้อมหน้าจอโค้ง Ultra O Screen และชิปตัวแรง Snapdragon 765G

Vivo X50 Pro 5G สมาร...

Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y20 สมาร์ตโฟนกล้อง AI Triple Macro Camera สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง และแบตอึด 5000mAh

Vivo Y20 สมาร์ตโฟนน้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์54 นาที ที่แล้ว

realme เตรียมบุก Thailand Mobile Expo 2020 ยกขบวนสมาร์ทโฟนและผลิตภัณฑ์ AIoT สุดคุ้มด้วยโปรโมชั่นและของแถมจัดเต็ม

กลับมาอีกครั้งสำหรับ...

IT News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

OnePlus 8 Series ราคาใหม่ ถูกใจกว่าเดิมเริ่มต้นเพียง 25,990 บาท เริ่ม 1 ตุลาคมนี้

OnePlus แบรนด์สมาร์ท...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

Vivo เปิดตัว X50e 5G ขุมพลัง Snapdragon 765G พร้อมกล้อง 48MP และเป็นรุ่น 5G ถูกสุดใน X50 Series

Vivo เปิดตัว Vivo X5...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

เดือนเดือด! รวมสมาร์ทโฟนที่ยืนยันและอาจจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้!

เตรียมที่จะสิ้นสุดเด...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

OnePlus 8T เผยบน Geekbench มาพร้อม RAM 12GB, รันบน Android 11 และใช้ชิป Snapdragon 865

OnePlus 8T เตรียมที่...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง