Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

โซนี่ไทย เปิดจองกล้อง Alpha 7C กล้องฟูลเฟรมที่เล็กที่สุด และเบาที่สุดในโลก ราคา 61,990 (Body)

Published

on

บริษัท โซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าตอบรับไลฟ์สไตล์ สร้างสรรค์เทรนด์ใหม่ของการถ่ายภาพ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ ด้วยการเปิดตัวกล้องฟูลเฟรม    มิเรอร์เลสรุ่น Alpha 7C (อ่านว่า อัลฟ่า เซเว่น ซี) พ่วงแคมเปญการตลาด Full Frame One Hand #CoolMera พร้อมเปิดให้ผู้สนใจสั่งจองกล้อง Alpha 7C ได้ตั้งแต่วันที 17 กันยายน ศกนี้ เป็นต้นไป

กล้อง Alpha 7C ถือเป็นกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสที่มีขนาดเล็ก และเบาที่สุดในโลก ที่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้น รองรับการใช้งานในระบบโฟกัส (AF) ขั้นสูง รวมถึงสามารถบันทึกวีดีโอที่มีความละเอียดของภาพระดับ 4K พร้อมกันนี้ โซนี่ไทยขอแนะนำเลนส์ซูม FE28-60mm. F4-5.6 (รุ่น SEL2860) ที่มีขนาดเล็ก และเบาที่สุดในโลกเช่นกัน ซึ่งเมื่อนำมาใช้ร่วมกับกล้อง Alpha 7C จึงยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการพกพา และความคล่องตัวสูงสุด เต็มประสิทธิภาพของฟูลเฟรม นอกจากนี้ยังมาพร้อมแฟลช HVL-F28RM ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมแสงได้ดั่งใจ โดยแฟลชจะทำงานร่วมกับระบบตรวจจับใบหน้าของกล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล้อง Alpha 7C มาพร้อมประสิทธิภาพของฟูลเฟรมที่เหนือชั้นในดีไซน์สุดกะทัดรัด

กล้อง Alpha 7C รุ่นใหม่ได้ทำการผสมผสานกับคุณภาพของภาพแบบฟูลเฟรมของโซนี่ไว้อย่างหลากหลาย อาทิ ความสามารถของระบบโฟกัส (AF) ขั้นสูง และฟังก์ชั่นการถ่ายวีดีโอ ลงตัวด้วยการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา และขนาดกะทัดรัด ด้วยขนาดเพียง 124.0 มม. x 71.1 มม. x 59.7 มม. และหนักเพียง 509 กรัม ถือได้ว่ามีขนาดมีขนาดเล็กกะทัดรัด และเบาที่สุดในโลก โดยเทียบขนาดได้ใกล้เคียงกับกล้อง APS-C และมีน้ำหนักมากกว่า Alpha 6600 เพียง 1% เท่านั้น

กล้อง Alpha 7C มาพร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Full Frame Black-illuminated Exmor R™ CMOS แบบฟูลเฟรม 35 มม. ที่มีความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมชิปประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X™ ที่ให้ความไวแสงสูง อีกทั้งยังให้ Dynamic Range กว้างถึง 15 สต็อป มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในตัวกล้องและชัตเตอร์ในตัวแบบ 5 แกน ที่ได้รับการอัพเกรด ทำให้สามารถป้องกันการสั่นไหวได้ถึง 5 สต็อป ช่วยให้ถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง รวมถึงการใช้โครงสร้างแบบ Monocoque ซึ่งมักใช้กับตัวถังรถยนต์ และเครื่องบิน ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมแบตเตอรี่ NP-FZ100 ที่มีความจุสูง สามารถให้พลังงานได้เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพในระยะเวลาที่ยาวนานได้อย่างสะดวกสบาย สามารถถ่ายภาพได้มากถึง 740 ภาพ เมื่อใช้งานร่วมกับจอแสดงผล LCD หรือ 680 ภาพ เมื่อใช้งานผ่านช่องมองภาพ

 

คุณภาพของภาพฟูลเฟรมที่โดดเด่น

กล้อง Alpha 7C ของโซนี่ผสานความละเอียดสูง และสัญญาณรบกวนต่ำเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมในทุกความไวแสง ทำให้ผู้ใช้ได้คุณภาพของภาพที่น่าอัศจรรย์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน และภาพยนตร์ อาทิ การถ่ายภาพธรรมชาติ การถ่ายภาพบุคล การถ่ายภาพกีฬา การถ่ายภาพสตรีทและอื่นๆ ด้วยค่า ISO มาตรฐานขยายได้ถึง 51,200 และสามารถขยายได้จาก ISO 50-204,800 สำหรับสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย และมีสัญญาณรบกวนต่ำ นอกจากนี้กล้อง Alpha 7C ยังรองรับการประมวลผลที่ 16-bit RAW และ สามารถ Output ได้ที่ 14-bit RAW

 

โฟกัสอัตโนมัติขั้นสูง

ด้วยฟังก์ชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ Real-Time Tracking ที่มีอยู่ในกล้อง Alpha 7C สามารถรักษาโฟกัสที่แม่นยำได้โดยอัตโนมัติ ในขณะที่กดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมี “Tracking On + AF-On” ที่สามารถกำหนดให้เปิดใช้งานได้พร้อมกัน เมื่อกดปุ่ม AF-ON และยังสามารถจับวัตถุที่ต้องการได้เพียงแค่สัมผัสบนจอภาพ เมื่อเปิดใช้งาน Touch Tracking ผ่านเมนู โดยสามารถใช้ได้ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ ฟังก์ชั่น AF ของกล้อง Alpha 7C ยังมี Real-time Eye AF สำหรับทั้งมนุษย์ และสัตว์เพื่อให้ได้โฟกัสที่รวดเร็ว และแม่นยำ เมื่อใช้ Real-time Tracking ระบบจะตรวจจับดวงตา และใบหน้าของวัตถุ และล็อควัตถุแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ โดยระบบระบบออโต้โฟกัส (AF) ทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทั้งยังมีจุดโฟกัส Phase Detection จำนวน 693 จุด ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 93% ของเซ็นเซอร์ภาพ และมี Contrast Detection จำนวน 425 จุด เพื่อให้แน่ใจว่าโฟกัสเชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์

ยิ่งไปกว่านั้น กล้อง Alpha 7C ยังสามารถบันทึกภาพได้ต่อเนื่องถึง 10fps เมื่อใช้ช่องมองภาพ และ 8fps ในโหมด Live View พร้อมระบบ AF/AE โดยใช้หน่วยชัตเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ และระบบประมวลผลภาพอันชาญฉลาด กล้อง Alpha 7C สามารถบันทึกภาพไฟล์ JPEG (Fine L) ได้มากถึง 223 ภาพ และสามารถบันทึกภาพไฟล์ RAW ที่บีบอัดได้ 115 ภาพ หรือ บันทึกภาพไฟล์ RAW แบบที่ไม่มีการบีบอัดได้ 45 ภาพ สำหรับในการถ่ายภาพต่อเนื่อง และสามารถให้ระบบออโต้โฟกัส (AF) ที่แม่นยำ และเชื่อถือได้ในสภาพแสงน้อยถึง EV-4 ซึ่งจะช่วยให้จับภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

 

เพิ่มขีดความสามารถของวิดีโอ

ความสามารถของกล้อง Alpha 7C รองรับการอ่านข้อมูลแบบฟูลเฟรมโดยไม่ต้องใช้ Pixel Binning ทำให้สามารถจับภาพได้มากกว่าสองเท่าของข้อมูลที่ต้องการสำหรับวิดีโอ 4K (QFHD : 3840×2160) ทั้งยังรองรับโปรไฟล์ HDR (HLG), S-Log / S-Gamut, Slow & Quick Motion รวมถึงรองรับการบันทึกแบบ Full HD ความเร็วสูงที่ 120 fps และคุณสมบัติวิดีโอขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อใช้ในการบันทึกภาพวิดีโอคุณภาพสูง

นอกจากนี้ กล้อง Alpha 7C ยังมี Real-time Eye AF สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดยระบบโฟกัสจะล็อคติดตามดวงตาโดยอัตโนมัติอย่างแม่นยำ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่า AF Transition Speed  และ AF Subject Shift Sensitivity ได้ตามความต้องการ รวมถึงยังมีฟังก์ชั่น Touch Tracking สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย

 

กล้อง Alpha 7C ยังมาพร้อมจอแสดงผล LCD ที่สามารถเปิดจากด้านข้าง และพับหมุนเอียงได้รอบทิศทาง ทำให้ง่ายต่อการบันทึกภาพไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบเซลฟี่ มุมมองเหนือศีรษะ หรือในระดับพื้นดิน ฯลฯ อีกทั้งยังมาพร้อมปุ่ม MOVIE ที่อยู่บริเวณตำแหน่งด้านบนของกล้อง ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในขณะที่บันทึกภาพในโหมดเซลฟี่ โดยกล้อง Alpha 7C ไม่เพียงแต่บันทึกวิดีโอคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังสามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบอินเตอร์เฟซออดิโอแบบดิจิตอลใน Multi Interface(MI) ของกล้อง ทำให้สามารถเชื่อมต่อ ECM-B1M Shotgun Microphone หรือ XLR-K3M XLR Adaptor Kit เพื่อป้อนสัญญาณเสียงดิจิตอลโดยตรงไปยัง MI เพื่อการบันทึกเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายเคเบิลหรือแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมช่องเสียบหูฟัง และไมโครโฟนเพื่อใช้ในการตรวจสอบเสียงที่บันทึกไว้ได้อย่างแม่นยำ

 

ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่เชื่อถือได้

กล้อง Alpha 7C ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก ด้วยจอแสดงผล LCD แบบทัชสกรีน ขนาดใหญ่ถึง 3 นิ้ว ที่มีความไวต่อการสัมผัส โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 921,000 จุด ให้การมองเห็นที่ดีที่สุดแม้ในสภาพแวดล้อมกลางแจ้งที่มีแสงจ้า และรองรับระบบโฟกัสแบบสัมผัส นอกจากนี้ยังมีโหมดมุมมองคุณภาพสูงสำหรับรายละเอียดที่ละเอียดและเป็นธรรมชาติด้วยช่องมองภาพ XGA OLED Tru-Finder™ EVF ขนาด 2.35 เมกะไบต์ ยิ่งไปกว่านั้นกล้อง Alpha 7C ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นที่ทำให้การใช้งานง่ายขึ้นในระหว่างและหลังการถ่ายภาพ เช่น การปรับแต่งปุ่ม Fn และอื่นๆ ในขณะที่ตัวกล้องยังทนต่อฝุ่นละอองและความชื้น เพื่อรองรับความต้องการในการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

ยิ่งไปกว่านั้นยังลดขั้นตอนการทำงานให้ง่ายขึ้นด้วยฟังก์ชั่นการสื่อสารไร้สายที่รองรับ Wi-Fi ที่จะช่วยให้สามารถถ่ายโอนรูปภาพและภาพยนตร์ไปยังสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้โดยตรง ทั้งนี้เพื่อให้คุณสามารถแชร์ดูหรือบันทึกได้อย่างสะดวกสบาย นอกเหนือจากย่านความถี่ 2.4 GHz แบบเดิมแล้ว ยังรองรับมาตรฐาน 11ac ยังช่วยให้ถ่ายโอนผ่าน 5GHz (IEEE 802.11a / b / g / n / ac) โดยผู้ใช้สามารถเลือกการถ่ายโอนงานที่เสถียรและความเร็วสูงโดยมีสัญญาณรบกวนต่ำ นอกจากนี้ยังมีขั้วต่อ USB Type-C® ที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูลด้วยเทคโนโลยี SuperSpeed USB 5Gbps (USB 3.2) รวมถึงสามารถโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงสุดไปยังเครื่อง PC และยังรองรับการชาร์จไฟผ่านพาวเวอร์แบงค์ได้อย่างง่ายดาย

 

แคมเปญ Full Frame One Hand #CoolMera

กล้อง Alpha 7C คือกล้องที่ชูแนวคิดใหม่ในการสร้างสรรค์เทรนด์ และไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพให้ตอบรับกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ และการนำเสนอที่แตกต่างในแบบฉบับของตนเอง โซนี่จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่สอดรับกับการเปิดตัวกล้อง Alpha 7C ในครั้งนี้ ด้วยแคมเปญ Full Frame One Hand #Coolmera เพื่อสื่อถึงคุณสมบัติเฉพาะของกล้องที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และคุณภาพระดับฟูลเฟรม ในขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา ตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกง่ายดายด้วยมือเดียวของช่างภาพ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั้งงานภาพนิ่ง และวิดีโอ สามารถรับชมวิดีโอเปิดแคมเปญได้ที่ https://bit.ly/2GVsaeD

 

นอกจากนี้ เตรียมพบกับความสนุกท้าทายกับกิจกรรม CoolMera Challenge Campaign จากเหล่า Vloggers / Content Creators ชื่อดังที่จะออกมาท้าทายกันด้วยผลงานคอนเทนต์สุดสร้างสรรค์ในสไตล์เฉพาะตัวที่แตกต่าง โดยใช้กล้อง Alpha 7C  อาทิ

รอติดตามผลงานสุดชาเลนจ์ด้วยกล้อง Alpha 7C ได้ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม ศกนี้

 

เปิดสั่งจองกล้อง Alpha 7C พร้อมรับสิทธิพิเศษ

โซนี่ไทยพร้อมเปิดให้ผู้สนใจสามารถสั่งจองกล้อง Alpha 7C ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ศกนี้ เป็นต้นไป ก่อนเริ่มวางจำหน่ายกลางเดือนตุลาคม ศกนี้ โดยกล้อง Alpha 7C จะวางจำหน่ายด้วยกัน 2 สี คือสีเงิน และสีดำ โดยมีราคาดังนี้

  • Alpha 7C Body จำหน่ายราคา 61,990 บาท
  • Alpha 7C พร้อมเลนส์คิท รุ่น SEL2860 จำหน่ายราคา 72,990 บาท

สิทธิพิเศษสำหร้บสำหรับลูกค้าที่สั่งจองกล้อง Alpha 7C จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษในการแลกซื้อเลนส์รุ่นที่ร่วมรายการสูงสุด 5,000 บาท ดังนี้

  • ส่วนลด 4,000 บาทสำหรับแลกซื้อเลนส์รุ่น SEL20F18G, SEL85F18, SEL35F18F
  • ส่วนลด 5,000 บาท สำหรับแลกซื้อเลนส์ SEL24F14GM
  • ส่วนลด 30% สำหรับซื้ออุปกรณ์ Shooting Grip Bluetooth รุ่น GP-VPT2BT
  • พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อกล้อง Alpha 7C และลงทะเบียน My Sony นอกจากจะได้รับการขยายระยะเวลาประกันเพิ่มเป็น 15 เดือนแล้ว ยังได้รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อแบตเตอรี่ รุ่น NP-FZ100 ผ่านทาง Sony Store Online อีกด้วย

กิจกรรม Alpha 7C “See Your Style” เพื่อสัมผัสประสบการณ์ และประสิทธิภาพกล้อง Alpha 7C ก่อนใคร ที่โชว์รูมโซนี่สโตร์ พารากอน

โซนี่เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้สนใจทดสอบประสิทธิภาพกล้อง Alpha 7C ก่อนวางขายจริง ในกิจกรรม Alpha 7C “See Your Style” ในระหว่างวันที่ 19, 20, 26 และ 27 กันยายน 2563 ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ สยามพารากอน โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับฟังข้อมูลที่น่าสนใจ และร่วมทดสอบประสิทธิภาพของกล้อง Alpha 7C พร้อมทั้งสอบถามข้อสงสัยหรือวิธีการใช้งานกับทางทีม Sony Product Specialist ได้โดยตรง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่ 15 ถึง 23 กันยายน ศกนี้ ผ่านทางลิงค์ https://www.smap.ap.sony.com/survey/se/15795BB24F8F1E15

 

อุปกรณ์ใหม่เสริมประสิทธิภาพการใช้งานกล้อง A7C

  • เลนส์ซูมฟูลเฟรม FE 28-60 มม. F4-5.6 ที่มีขนาดเล็ก และเบาที่สุดในโลก คุณภาพจัดเต็ม  

FE 28-60mm F4-5.6 เลนส์รุ่นใหม่ล่าสุดที่จัดได้ว่าเป็นเลนส์ซูมฟูลเฟรมที่เล็ก และเบาที่สุดในโลก ได้รับการออกแบบมาด้วยชิ้นเลนส์คุณภาพสูง เพื่อให้ดึงประสิทธิภาพฟูลเฟรมออกมาได้สูงสุด  สามารถถ่ายทอดภาพ  ฟูลเฟรมที่มีความละเอียดสูงตลอดทั้งภาพ ด้วยการจัดเรียงชิ้นเลนส์ Aspherical จำนวน 3 ชิ้นได้อย่างเหมาะสม     จึงช่วยลดความผิดปกติตลอดช่วงการซูมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดความคมชัดสูงจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง โดยระยะโฟกัสต่ำสุดอยู่ที่ 0.99 ฟุต(0.3 ม.)(มุมกว้าง) ถึง 1.48 ฟุต(0.45ม.)(เทเลโฟโต้) ทำให้สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการถ่ายวิดีโอด้วย Gimbal หรือ Grip

ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 66.6 มม. x 45 มม. น้ำหนักเพียง 167 กรัม ผสานการออกแบบดีที่สุด ทำให้ FE 28-60mm F4-5.6 มีขนาดเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบา สามารถใช้พกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่การถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพบุคคล เป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบพกพาทุกประเภทในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย และเมื่อใช้งานคู่กับกล้อง Alpha 7C จะทำให้ได้ประสิทธิภาพของฟูลเฟรมเหนือชั้นมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบกล้องและเลนส์ฟูลเฟรมที่เล็กและเบาที่สุดในโลก แม้จะมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบา FE 28-60mm F4-5.6 ยังมีระบบป้องกันฝุ่นและความชื้นได้เป็นอย่างดีและรองรับฟิลเตอร์ขนาด 40.5 มม. ได้หลายแบบ

 

เลนส์ FE 28-60mm F4-5.6 ยังมีระบบโฟกัส (AF) ความเร็วสูง ที่มาพร้อมกับ Real-time Tracking และ Real-time Eye AF ที่ให้ความแม่นยำสูงอีกด้วย นอกเหนือจากความสามารถของระบบโฟกัส (AF) ขั้นสูงของโซนี่แล้ว FE 28-60mm F4-5.6 ยังมีการออกแบบโฟกัสภายในซึ่งทำให้ความยาวของเลนส์ไม่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของโฟกัส และการถ่ายภาพระยะใกล้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจับภาพที่หลากหลายได้อย่างง่ายดายจากการถ่ายภาพเคลื่อนไหวปกติ หรือแม้แต่การถ่าย Vlog ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

  • แฟลชรุ่น HVL-F28RM ขนาดกะทัดรัด พร้อมระบบควบคุมความเข้มของแสงที่เชื่อมโยงกับการตรวจจับใบหน้าของกล้อง

HVL-F28RM เป็นแฟลชขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับกล้องมิเรอร์เลสของโซนี่ ด้วยขนาดกะทัดรัดทำให้สามารถควบคุมการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเสียงเบาลง 12% และน้ำหนักเบาขึ้น 7% เมื่อเทียบกับแฟลชรุ่น HVL-F32M แต่มาพร้อมคุณสมบัติที่ตอบสนองความต้องการใช้งานของทั้งช่างภาพมือสมัครเล่น และมืออาชีพได้เป็นอย่างดี

HVL-F28RM สามารถให้ระดับแสงที่สม่ำเสมอ ด้วยการกระจายแสงที่ดีที่สุด และต่อเนื่อง เชื่อมต่อควบคุมการใช้งานแบบไร้สายด้วยคลื่นวิทยุที่เสถียร อีกทั้งยังสามารถทำงานเชื่อมโยงกับกับกล้องในการตรวจจับใบหน้า เมื่อใช้คู่กับกล้องรุ่นที่มีคุณสมบัติรองรับการใช้งาน มีการปรับสมดุลย์ของแสงที่ตกกระทบวัตุถุ และแสงจากสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ จึงให้สีสันที่เป็นธรรมชาติเหมือนจริง นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมแฟลชได้โดยตรงจากกล้องที่รองรับ อีกทั้งยังสามารถทำการปรับแต่งการตั้งค่าแฟลชในขณะที่มองผ่านช่องมองภาพ

 ยิ่งไปกว่านั้น Metal Shoe Foot ผลิตจากโลหะพร้อมกรอบด้านข้างที่ทนทาน ทำหน้าที่ปกป้องขั้วสัมผัสไฟฟ้า เพิ่มความแข็งแรงจากการสั่นสะเทือน และการกระแทกจากทุกด้าน โดย Multi Interface foot ที่ถูกสร้างขึ้นจากโลหะสามารถให้ความแข็งแกร่งที่มากกว่า อีกทั้งยังสามารถกันฝุ่น และความชื้น สามารถใช้งานร่วมกับกล้อง Alpha 7C, Alpha 7S III, Alpha 7R IV และ Alpha 9 II  ได้

 HVL-F28RM ยังถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีปุ่มปรับระดับแสง +/- ปุ่มจับคู่ ปุ่มทดสอบ และก้านล็อค นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่ามุมแฟลชได้ตามต้องการจาก 0, 20, 40, 60, 80, และ 120 องศา เพื่อให้วางตำแหน่งได้ง่าย แฟลชรุ่นใหม่นี้ยังมี Radio Trigger แบบไร้สายในตัว สำหรับรับสัญญาณโดยตรงจากเครื่องส่ง FA-WRC1M ที่ติดบนกล้อง โดย HVL-F28RM สามารถควบคุมแฟลชหรือชุดรับสัญญาณได้สูงสุด 15 ชุด ใน 5 กลุ่ม ที่ระยะทางสูงสุด 114 ฟุต(35 เมตร) เพื่อความคล่องตัวในการควบคุมแสงที่ไม่ธรรมดา HVL-F28RM ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อัลคาไลน์ AA(LR6) หรือ NiMH สองก้อน แบตเตอรี่อัลคาไลน์คู่ใหม่ สามารถให้พลังงานกระพริบต่อเนื่องได้ถึง 110 แฟลชเลยทีเดียว โดย HVL-F28RM จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม ศกนี้

 ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองสัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านผู้แทนจำหน่ายกล้องชั้นนำที่เลือกสรร หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

ข่าวประชาสัมพันธ์

อาร์ทีบีฯ เอาใจคอเกมเมอร์เผยโฉมหูฟังเกมส์มิ่งใหม่ จากแบรนด์ Audio-Technica พร้อมกัน 2 รุ่น ATH-G1 และ ATH-G1WL

Published

on

By

 

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย เผยโฉมหูฟังรุ่นใหม่เอาใจเกมเมอร์ในตระกูล G-Series จากแบรนด์หูฟังที่มียอดขายอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) ได้แก่ รุ่น ATH-G1 และ ATH-G1WL โดยหูฟังทั้งสองรุ่นนี้ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบหูฟังระดับสตูดิโอในรุ่น ATH-M50x ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) เพื่อให้คอเกมได้ดื่มด่ำคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ พร้อมรับประสบการณ์เสียงอันทรงพลังภายใต้การสวมใส่ที่เบาสบาย รองรับการเล่นเกมที่ยาวนานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด

 

สำหรับหูฟังรุ่น ATH-G1 เป็นชุดหูฟังเกมมิ่งพรีเมี่ยมที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพื่อการเล่นเกมที่ยาวนานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด เหมาะสำหรับทั้งเกมเมอร์สายนักกีฬา e-Sport และเกมเมอร์ทั่วไป มาพร้อมไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ถึง 45 มม. มอบคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่ล้ำลึก ด้วยกำลังขับ Input สูงสุด 1,300 mW   ทีมอบพลังเสียงกระหึ่ม เบสเข้มข้น ให้อรรถรสความสนุก ในการเล่นเกมได้อย่างเต็มอิ่ม ในขณะเดียวกัน “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) ยังมีไมโครโฟนระดับมืออาชีพที่เคยแสดงศักยภาพในงานแข่งขัน e-Sport ทั่วโลกเพื่อการสื่อสารที่คมชัด แม่นยำ ด้วยฟีเจอร์การรับเสียงไฮเปอร์คาร์ดิออย (Hyper Cardioid) ที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

หูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้ ให้ย่านเสียงเสียงที่มีมิติเสียงที่ดี ในการเล่นเกมส์ อาทิ ได้ยินเสียงการเข้าโจมตีอย่างชัดเจน ทำให้มีอรรถรสดื่มด่ำกับเสียงในการเล่นเกมส์อย่างแท้จริง สามารถเชื่อมต่อบน Platform ต่าง ๆ ได้หลากหลายกับ PC, Laptops, PS4, Xbox, และเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ,ไอแพค และ Tablet เชื่อมต่อผ่านสายสัญญาณแจ็ค 3.5   นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีวิศวกรรมด้านเสียงจากญี่ปุ่น ในการออกแบบสายต่อหูฟังยาว 2 เมตร พร้อมหัวปลั๊กมินิสเตอริโอเคลือบทองเหลือง ตัวควบคุมระดับเสียงด้วยปุ่มที่เรียบง่ายและสวิตช์ปิดเสียงไมโครโฟนแบบล็อคสำหรับการใช้งานด้วยมือเดียว ที่สำคัญยังมีน้ำหนักเบาเพื่อให้สวมใส่สบาย จึงใช้เล่นเกมได้ยาวนาน และสามารถถอดไมโครโฟนออกเพื่อใช้เป็น Headphone ทำให้สะดวกสบายในยามเดินทาง โดยสามารถหาซื้อ ATH-G1 ได้แล้ววันนี้ ในราคา 6,200 บาท

 

ส่วนหูฟังรุ่น ATH-G1WL ชุดหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และมาพร้อมคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ เพื่อการเล่นเกมที่ยาวนานสำหรับผู้เล่นกีฬา e-sport และเกมเมอร์ทั่วไปให้เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้เล่นเกมต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง แล้วยังสามารถใช้งานขณะชาร์จแบตได้อีกด้วย บนที่ครอบหูมีฟีเจอร์ควบคุมเสียงได้รอบทิศทาง สามารถเชื่อมต่อบน Platform ต่าง ๆ ได้หลากหลายกับ PC, Laptops, Macs และเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สายชนิด USB Type A

 พร้อมยังแถมเอียร์แพดสำรอง ให้อีก 1 คู่ มาพร้อมเทคโนโลยีวิศวกรรมด้านเสียงจากญี่ปุ่น ใช้ตัวไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ถึง 45 มม. เพื่อมอบคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่ล้ำลึก ดื่มด่ำกับการเล่นเกมด้วยโหมดเสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริงรอบทิศทาง มีไมโครโฟนสำหรับมือโปรให้การสื่อสารในเกมที่คมชัดไม่มีสะดุด พร้อมฟังก์ชั่น มอนิเตอร์เสียงไมค์ และยังสามารถถอดไมโครโฟนออกได้ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบาเพื่อการสวมใส่เล่นเกมได้ยาวนานและสะดวกสบาย โดยสามารถหาซื้อ ATH-G1WL ได้แล้ววันนี้ ในราคา 9,200 บาท

เรียกได้ว่าทั้ง ATH-G1 และ ATH-G1WL เป็นหูฟังระดับคุณภาพสำหรับเกมเมอร์สายคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ ตัวจริง โดยสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-G1 และ ATH-G1WL ได้ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท, Soundproof, Mercular.com, shopee และ Lazada  สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง https://www.facebook.com/AudioTechnica.Thailand

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ขึ้นแท่นอันดับ 5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์

Published

on

By

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ขึ้นแท่นอันดับ 5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์ (Interbrand’s Best Global Brands 2020) ด้วยมูลค่าแบรนด์ที่ 62,300 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ว่าในโลกของธุรกิจจะเกิดความท้าทายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบของ โควิด-19 แต่ซัมซุงกลับเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ จาก 6.11 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 มาเป็น 6.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ส่งผลให้ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 5 ของแบรนด์ที่ดีที่สุดของโลกในรอบ 3 ปี หลังจากขึ้นเป็นอันดับที่ 6 มาตั้งแต่ปี 2017

บริษัทฯ ได้รับการบันทึกการเติบโตอย่างต่อเนื่องในแง่มูลค่าของแบรนด์มาตั้งแต่เริ่มต้นอันดับที่ 43 ในปี 2000 จากนั้นได้ติดหนึ่งในสิบแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2012 โดยรั้งตำแหน่งที่ 9 ก่อนจะไต่อันอับมาสู่อันดับที่ 6 ในปี 2017 และก้าวสู่อันดับที่ 5 ในปีนี้ ซึ่งการที่ซัมซุงได้อยู่ใน 100 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกจากผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์ ส่งผลให้แบรนด์สามารถดำเนินการแนะนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดบนเวทีระดับโลก

การตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19, CSR, นวัตกรรมในเชิงไลฟ์สไตล์ และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในกลไกการเติบโตนั้นเป็นส่วนช่วยในการผลักดันมูลค่าแบรนด์

โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของซัมซุงในปีนี้นั้น ประกอบไปด้วย

  • การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการต่อสู่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านกิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และเข้าร่วมกับแคมเปญระดับโลก
  • กิจกรรมแบบรอบด้านขององค์กรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟนจอพับได้อย่าง Galaxy Fold (กาแลคซี่ โฟลด์), ทีวีสำหรับการใช้งานในบริเวณพื้นที่นอกอาคาร The Terrace (เดอะ เทอร์เรส) และ ตู้เย็น BESPOKE (บีสโปก)
  • การลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง AI, 5G, และ IoT

เพื่อตอบสนองต่อผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้บริจาคเงินและสิ่งของให้ในบางประเทศที่มีความต้องการ เพื่อให้ชุมชนหลายแห่งสามารถเอาชนะความยากลำบากนี้ไปได้ ทั้งยังประสบความสำเร็จจากการรณรงค์ระดับโลกด้วยข้อความ “Get through this together” บนโซเชียลมีเดียและป้ายโฆษณากลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็น ย่าน Times Square ในนิวยอร์ก Piccadilly Circus ในลอนดอน Duomo di Milano ในประเทศอิตาลี รวมถึงป้ายบนอาคารชื่อดังในประเทศฮ่องกง โดยบริษัทพยายามมีส่วนร่วมและสื่อสารกับผู้บริโภคในช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ซัมซุงยังได้เข้าร่วมแคมเปญเชิงบวกที่รวบรวมภาพถ่ายและเรื่องราวของผู้คนที่ส่งผ่านมาทางโซเชียลมีเดีย เพื่อจัดทำเป็นวิดีโอโฆษณาให้กำลังใจคนดูทั่วโลก อย่างแคมเปญ The COVID-19 ก็ได้ถูกเปิดตัวควบคู่ไปกับโครงการรับผิดชอบต่อสังคมตามวิสัยทัศน์ของซัมซุง ในการช่วยให้ผู้คนเข้าถึงทุกหลักสูตรการศึกษาทั้งในยุคนี้รวมถึงเจเนเรชันต่อไป

ความทุ่มเทของซัมซุงต่อความยั่งยืนในการจัดการธุรกิจรอบด้านนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ให้สูงขึ้น เห็นได้จากบรรจุภัณฑ์ของทีวีซัมซุงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเคสสมาร์ทโฟนที่ใช้วัสดุรีไซเคิล

เหนือสิ่งอื่นใด บริษัทยังมีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ถึงแม้จะมีความท้าทายจากแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ถูกปรับเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้บริษัทเติบโตเข้าสู่ 5 อันดับแรกของแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก

ธุรกิจการสื่อสารเคลื่อนที่ของซัมซุง ได้ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน 5G อีกทั้งยังตอบรับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ด้วยสมาร์ทโฟนจากตระกูล Galaxy A รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดที่โดดเด่นอย่างแคมเปญ ‘Awesome’ อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้อย่าง Galaxy Z Flip (กาแลคซี่ ซี ฟลิป) นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจเครือข่าย ซัมซุงยังครองตำแหน่งผู้นำแห่งเทคโนโลยี 5G ด้วยการขยายตลาดและความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

ในภาคธุรกิจวิชวลดิสเพลย์ ซัมซุงได้ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในตลาดทีวีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สุดล้ำสมัยที่สะท้อนไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น The Sero (เดอะ เซโร่) และ The Terrace (เดอะ เทอเรส) ในขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้านโยบายการพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มการเข้าถึงสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายและภาวะความบกพร่องในการมองเห็นสี รวมถึงการประกาศใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซัมซุงจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบดิจิตอลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น BESPOKE (บีสโปค) และ เครื่องซักและอบผ้า Grande พร้อมเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ อีกทั้งแคมเปญทางการตลาดที่สร้างสรรค์จากความสนใจของผู้บริโภค เช่น ด้านการทำอาหาร กีฬา การตกแต่งภายใน รวมถึงการดูแลสัตว์เลี้ยง ต่างมีส่วนช่วยให้การสื่อสารระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคนั้นใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

ซัมซุงได้ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2030 ด้วยการเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจหน่วยความจำ โดยถือเป็นบริษัทแรกของโลกที่ทำการผลิตชิป DRAM ด้วยเทคโนโลยี EUV และพัฒนาหน่วยความจำแบนด์วิธความเร็วสูงอย่าง HBM2E Flashbolt พร้อมเทคโนโลยี AI รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์, IoT, AI และ 5G นอกจากนี้ จากสถิติการ Work-at-home ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการของเซิร์ฟเวอร์และบริการคลาวด์นั้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับชิป DRAM และแฟลช NAND ในตลาด และสำหรับธุรกิจ System LSI ซัมซุงยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมโซลูชันของชิปประมวลผล Exynos และเซ็นเซอร์ ISOCELL รวมถึงการผนึกความแข็งแกร่งกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Audi

“ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 ซัมซุงได้เริ่มต้นที่อันดับ 20 ด้วยมูลค่าแบรนด์ที่ 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในวันนี้ เราได้ยืนอยู่ใน 5 อันดับแรก ด้วยมูลค่าแบรนด์ถึง 62,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เราไม่สามารถก้าวถึงจุดนี้ได้หากปราศจากการสนับสนุนจากผู้บริโภคทั่วโลก และเพื่อเป็นการยกระดับความสำเร็จนี้ เราจะเดินหน้าพัฒนาการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้บริโภคต่อไป” ยางฮี ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าว

อินเตอร์แบรนด์ ได้ทำการสำรวจและประเมินมูลค่าแบรนด์ธุรกิจจากการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ผลประกอบการทางการเงิน อิทธิพลของแบรนด์ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ไปจนถึงศักยภาพการแข่งขัของแบรนด์

การเติบโตของมูลค่าแบรนด์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

ปี 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 2017 2018 2019 2020
มูลค่าแบรนด์

(ดอลลาร์สหรัฐ)

19.5 B 23.4 B

(20%↑)

32.9 B

(40%↑)

39.6 B

(20%↑)

45.5 B

(15%↑)

45.3 B

(-)

51.8 B

(14%↑)

56.2 B

(9%↑)

59.9 B

(6.5%↑)

61.1 B

(2%↑)

62.3 B

(2%↑)

อันดับของแบรนด์ 19 17 9 8 7 7 7 6 6 6 5

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI เตรียมเปิดตัว 3 หูฟังไร้สาย และ 1 แว่นตาอัจฉริยะ วันที่ 27 ตุลาคมนี้

Published

on

By

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะหรือสมาร์ทดีไวซ์ในกลุ่มหูฟังไร้สาย (True Wireless Stereo) และแว่นตา (Smart Eyewear) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม “8” ภายใต้กลยุทธ์หลัก 1+8+N ของแบรนด์ที่หมายถึงสมาร์ทดีไวซ์ที่จะมาเชื่อมต่อการทำงานกับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์หลักหนึ่งเดียว เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ เพิ่มเติมอรรถประโยชน์และบริการใหม่ๆ โดยครั้งนี้ขนทัพสมาร์ทดีไวซ์ที่จะมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดมากถึง 4 รุ่น ประกอบด้วย 3 หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds Pro, HUAWEI FreeLace Pro และ HUAWEI FreeBuds Studio กับ 1 แว่นตาอัจฉริยะที่เป็นหูฟังในตัว HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เผยราคา การวางจำหน่าย รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563

 ความน่าตื่นเต้นของการยกขบวนสมาร์ทดีไวซ์ในกลุ่มอุปกรณ์เสียงในครั้งนี้คือ ความหลากหลายของอุปกรณ์ที่มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์และการใช้งานของผู้ใช้ในแต่ละกลุ่ม ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำที่จะทำให้การใช้งานอัจฉริยะอย่างแท้จริง

เริ่มด้วย HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังไร้สายรุ่นสูงสุดของซีรีส์มาพร้อมเทคโนโลยี Active Noise Cancellation (ANC) ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูกหู เพื่อปรับระดับเสียงของผู้ใช้ให้ปลายสายได้ยินอย่างชัดเจน เหนือกว่าด้วยเสารับสัญญาณแบบคู่ ที่เพิ่มความเสถียรให้กับการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์ (dual-devices connection) ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของรุ่นนี้ ใช้งานง่ายเพียงสัมผัสที่ตัวหูฟังเพื่อปรับโหมด เล่นเพลง หรือปรับลดระดับเสียง

HUAWEI FreeLace Pro หูฟัง True Wireless Stereo ที่มาพร้อมสายคล้องคอที่มีความยืดหยุ่นสูง วัสดุทำมาจากโลหะผสมนิกเกิลไททาเนียมและซิลิโคนเหลว ไม่ระคายเคืองผิว ถอดหูฟังได้ไม่ต้องกลัวหาย แบตเตอรี่อึดทนเหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ มีระบบ ANC ที่ยอดเยี่ยม พร้อมเปิดปิดการเชื่อมต่อด้วยสวิตช์แม่เหล็กบนหูฟัง

HUAWEI FreeBuds Studio ครั้งแรกของหูฟังแบบ headset (ครอบหู) ไร้สายของหัวเว่ย ที่มาพร้อมดีไซน์ที่หรูหราและคุณภาพเสียงในระดับพรีเมียม มีไดร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับช่วงของคลื่นความถี่เสียงได้กว้าง เหมาะสำหรับคอดนตรีและผู้ที่ต้องการอรรถรสในการรับชมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อแบบสองอุปกรณ์

พร้อมพบการกลับมาอีกครั้งของความร่วมมือกันระหว่างหัวเว่ยและแบรนด์แว่นตาแฟชั่นชั้นนำของประเทศเกาหลี Gentle Monster ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์แว่นตาอัจฉริยะที่ทั้งปกป้องสายตาและมอบความบันเทิงผ่านเสียงเพลง ด้วยการเป็นอุปกรณ์ audio ในตัว นำเสนอ HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II ที่นอกจากจะเพิ่มเติมความสามารถในการควบคุมการใช้งานด้วยเซ็นเซอร์ ระบบเสียงที่ให้ความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังทำจากวัสดุพรีเมียมที่เป็นมิตรต่อผิวหนังและน้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิม ทำให้สามารถใส่ได้นานยิ่งขึ้น และเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนด้วยการมีแบบทั้งแว่นกันแดดและแว่นสายตาสำหรับทุกโอกาส

ร่วมนับถอยหลังสู่การเปิดตัว 4 สมาร์ทดีไวซ์ในกลุ่มอุปกรณ์เสียง HUAWEI FreeBuds Pro, HUAWEI FreeLace Pro, HUAWEI FreeBuds Studio และ HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม นี้

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล้องหน้าคมชัดสูง 44MP โฟกัสได้ต่อเนื่อง ดีไซน์สะดุดตา พร้อมสเปคสุดไหลลื่น

Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme C12 สมาร์ทโฟนแบตอึด 6000mAh เปลี่ยนเป็น Power Bank ได้ หน้าจอกว้าง 6.5 นิ้ว และกล้องหลัง Nightscape

realme C12 สมาร์ทโฟน...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme 7i สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม ขุมพลัง Snapdragon 662, กล้องหลัง 4 เลนส์ 64MP พร้อมจอลื่น 90Hz และแบตเตอรี่พันธ์อึด 5000mAh เริ่มต้นเพียง 3,989 บาท

realme 7i หนึ่งในสมา...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว OPPO Reno4 Z 5G สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่น พร้อมความเร็วแรงด้วย 5G Dual-Mode, หน้าจอ 120Hz และกล้องหลัง 48MP ราคาเพียง 12,990 บาท

OPPO Reno4 Z 5G สมาร...

Samsung Galaxy S20 FE 5G Review Samsung Galaxy S20 FE 5G Review
Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว Samsung Galaxy S20 FE 5G เรือธง Snapdragon 865 ที่หลายคนรอคอย

แฟนๆ Samsung รอกันอย...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง