ติดตามพวกเรา

IT News

Sony เปิดตัวสุดยอดกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7R IV และ RX100 VII อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ของการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าปฏิวัติวงการถ่ายภาพครั้งใหม่ ตอกย้ำการเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีสุดล้ำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งสุดยอดนวัตกรรมกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7R IV (อัลฟ่า เซเว่น อาร์ มาร์ค โฟว์) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดจากตระกูลอัลฟ่า ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยกับเซ็นเซอร์ Full Frame ตัวแรกของโลกที่ให้ความละเอียดสูงถึง 61 ล้านพิกเซลเพื่อให้คนรักการถ่ายภาพระดับมืออาชีพสามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็วชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวกล้อง RX100 VII (อาร์เอ็กซ์ 100 มาร์คเซเว่น) ซึ่งมาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีการถ่ายภาพสุดล้ำจากกล้องรุ่นใหญ่มาบรรจุไว้ในกล้องรุ่นนี้ รวมถึงไลน์อัพเลนส์กล้อง G Master ซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดระดับพรีเมี่ยมพร้อมกันอีก 3 รุ่น ทั้ง FE 35mm F1.8, FE 600mm F4 GM OSS และFE 200-600mm F5.6-6.3 G OSS รวมทั้งอุปกรณ์เสริม อาทิ Vertical ไมโครโฟน ซึ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องและเลนส์กล้องออกสู่ตลาดในครั้งนี้ โซนี่มั่นใจว่านอกจากจะมอบประสบการณ์ใหม่ในการถ่ายภาพสุดประทับใจให้แก่ช่างภาพมืออาชีพและเหล่า Vlogger ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งและวิดีโอได้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างตรงใจและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

มร. เท็ทซูทากะ ซูดะ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้นำตลาดดิจิตอลอิมเมจจิ้ง โซนี่เดินหน้าคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพอันล้ำสมัยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับวงการถ่ายภาพ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่รวมทั้งรองรับการใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย และในวันนี้ โซนี่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่เพื่อทวีความแข็งแกร่ง ไปพร้อมกับการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมถ่ายภาพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการแนะนำกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดคือ กล้องอัลฟ่าฟูลเฟรมมิเรอร์เลส รุ่น α7R IV (อัลฟ่า เซเว่น อาร์มาร์คโฟร์ หรือ อัลฟ่าเจ็ดอาร์มาร์คสี่)) กล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสที่ให้รายละเอียดสูงที่สุด พร้อมระบบออโต้โฟกัสอัน                ทรงประสิทธิภาพทั้งความรวดเร็ว และแม่นยำ และกล้องพรีเมียมคอมแพคท์ รุ่น RX100 VII (อาร์เอ็กซ์วันฮันเดรดมาร์คเซเว่น หรือ อาร์เอ็กซ์หนึ่งร้อยมาร์คเจ็ด) ที่ได้นำสุดยอดเทคโนโลยีจากกล้อง α9 ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของระบบออโต้โฟกัส และการทำงานที่รวดเร็ว เพื่อต่อยอดประสบการณ์ใหม่ของการถ่ายภาพที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพในทุกระดับตั้งแต่ช่างภาพมืออาชีพ ไปจนถึงกลุ่ม Vlogger และ VDO Content Creator ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ด้วยคุณภาพเทคโนโลยีที่เป็นเลิศ และก้าวล้ำมากมาย ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรก โดยโซนี่มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์กล้อง รวมถึงเลนส์ และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ จะสร้างมาตรฐานใหม่ในการถ่ายภาพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น รวมทั้งสามารถขยายตลาดเข้าไปสู่กลุ่มผู้ใช้ที่กว้างมากขึ้นอีกด้วย”

ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง รุ่นใหม่จากโซนี่ประกอบด้วย

กล้องอัลฟ่าฟูลเฟรมมิเรอร์เลส รุ่น α7R IV (อัลฟ่า เซเว่น อาร์ มาร์ค โฟว์)

นับเป็นสุดยอดกล้องมิลเรอร์เลสฟลูเฟรมระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของกล้อง      มิเรอร์เลสแบบฟลูเฟรมที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จของกล้องรุ่น α7R III ให้มีความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของคนรักการถ่ายภาพระดับมืออาชีพในปัจจุบันได้สร้างสรรค์ภาพในมิติใหม่ที่ไม่เกิดเคยมาก่อน โดย α7R IV เป็นกล้องมิลเรอร์เลสตัวแรกของโลกที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพแบบ Full Frame Back-illuminated CMOS ขนาด 35 ม.ม. ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดโดยมีความละเอียดสูงถึง 61 ล้านพิกเซล และ          ชิปประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X ที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นโดยให้ Dynamic Range กว้างถึง 15 สต็อป พร้อมทั้งสามารถภ่ายภาพแบบต่อเนื่องได้ถึง 10 ภาพต่อวินาที จึงช่วยให้ผู้ใช้สามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็ว และได้คุณภาพสีที่เป็นธรรมชาติสมจริง พร้อมกับระบบออโต้โฟกัสแบบ Real Time Eye AF ที่ช่วยโฟกัสแบบติดตาม ดวงตาบุคคล ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ระบบ Animal Eye AF ที่สามารถจับโฟกัสดวงตาสัตว์       แม้ในขณะเคลื่อนไหวโดยไม่พราดเป้า ด้วยการโฟกัสแบบ Hybrid AF ที่มีจุดโฟกัสแบบ Phase Detection มากถึง 567 จุด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในการถ่ายภาพถึง 74% ในโหมดฟลูเฟรม และ Contrast Detection ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 425 จุด ทำให้สามารถโฟกัสทุกภาพได้อย่างคมชัดและแม่นยำยิ่งขึ้นแม้ในที่แสงน้อย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพกีฬาหรือถ่ายภาพที่ต้องการความเร็วสูงๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 10 ภาพต่อวินาที และถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 68 ภาพ รวมถึงรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K HDR

 

ยิ่งไปกว่านั้น กล้อง α7R IV ยังโดดเด่นด้วยระบบป้องกันสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัวกล้อง ที่ช่วยให้ถ่ายภาพในระยะไกลนิ่งมากขึ้น โดยสามารถกันสั่นได้ถึง 5.5 Stop พร้อมกับโหมด Pixel Shift Multi Shooting ที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งเป็นการถ่ายภาพรวมกันโดยอาศัยเทคนิคการขยับเซ็นเซอร์ เพื่อให้แต่ละพิกเซลเก็บรายละเอียดได้ถึง 240 ล้านพิกเซลโดยการถ่ายภาพ 16 ครั้งแยกออกจากกัน ขณะเดียวกันยังมีโหมดครอปภาพขนาดเท่าเซ็นเซอร์ APS-C ซึ่งหากใช้โหมดนี้สามารถจะให้ภาพที่ความละเอียดได้ถึง 26.2 ล้านพิกเซลทีเดียว ขณะที่ตัวกล้องได้รับการพัฒนาให้สามารถกันละอองน้ำและฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ส่วนด้านหลังมีจอแสดงผลแบบสัมผัสพับได้ ความละเอียด 1.44 ล้านพิกเซล พร้อมช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียด 5.76 ล้านพิกเซลที่ให้ความแม่นยำของภาพได้สูงถึง 120fps นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมาพร้อมปุ่ม Joystick ที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อการควบคุมกล้องได้อย่างง่ายดายมากขึ้น พร้อมรองรับการเชื่อมต่อแบบ USB type C และมีช่องเสียงการ์ด USH-II 2 ช่อง ทั้งยังรองรับแบตเตอรี่รุ่นใหม่ NP-FZ100 ที่สามารถเก็บภาพความประทับใจได้อย่างจุใจถึง 710 ภาพต่อแบตเตอรี่หนึ่งก้อน และกริป VG-C4EM ที่สามารถชาร์จไฟผ่าน USB type C จากตัวกล้องโดยตรงทำให้เพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมวางจำหน่ายเดือนสิงหาคม ศกนี้ ในราคา 114,990 บาท (Body)

 

 

กล้องพรีเมียมคอมแพ็คท์ RX100 VII (อาร์เอ็กซ์ หนึ่งร้อย มาร์คเจ็ด)

เป็นสุดยอดกล้องพรีเมี่ยมคอมแพ็คท์ในตระกูล Cyber-Shot RX Series รุ่นล่าสุด RX100 VII (อาร์เอ็กซ์ 100 มาร์คเซเว่น) ที่ได้รับการต่อยอดจากความสำเร็จของกล้องรุ่น RX100 VI ให้มีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์แบบ โดยกล้อง RX100 VII ยังคงความโดดเด่นในการออกแบบดีไซน์ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดเพื่อให้เหมาะต่อการพกพาในสไตล์กล้องคอมแพ็คท์ แต่ให้ประสิทธิภาพการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ ด้วยจุดเด่นของระบบออโต้โฟกัสสุดอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งถอดแบบมาจากกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลสรุ่นยอดนิยมอย่าง α9 โดยมีจุดโฟกัสภาพแบบ Phase Detection ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 357 จุด และ Contrast Detection ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 425 จุด ทำให้สามารถจับภาพวัตถุเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำกว่ารุ่นเดิม พร้อมกับระบบโฟกัสแบบ Real-time Eye AF ที่มีประสิทธิภาพในการโฟกัสดวงตาได้ทั้งตาคนและสัตว์ได้อย่างรวดเร็วที่สุดในโลกภายใน 0.02 วินาทีเท่านั้น ทำให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็วถึง 20 ภาพต่อวินาทีโดยไม่มีจอดำ และสามารถถ่ายภาพรัวด้วยความเร็ว 90 fps. ในโหมด Single Burst Shooting ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Stacked 20.1 MP Exmor RS™ CMOS ขนาด 1 นิ้ว พร้อมเลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 24-200mm f2.8-4.5 ซึ่งให้พลังซูมในการถ่ายภาพได้ไกลถึง 8.3 เท่า เพื่อเอาใจผู้รักการถ่ายภาพที่ต้องการคุณภาพของภาพในระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น กล้อง RX100 VII ยังมาพร้อมระบบกันสั่นที่พัฒนาขึ้นใหม่เป็นแบบ 4K Active SteadyShot โดยผสานกันสั่น Electronic และ Optical เข้าด้วยกันเพื่อให้ประสิทธิภาพในการกันสั่นที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมถึง 8 เท่า พร้อมกับประสิทธิภาพการถ่ายวิดีโอที่เพิ่มมากขึ้นโดยรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K HDR แบบ Hybrid Log Gamma (HLG) ทั้งยังรองรับ S-Log3 ทำให้ภาพวิดีโอสามารถเล่นบนทีวี 4K UHD ได้เต็มขนาดและสามารถถ่ายวิดีโอแนวตั้งได้ ขณะที่ตัวกล้องมาพร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว สามารถพับได้ มีช่องความละเอียด 2.35 ล้านพิกเซล ช่วยให้มองเห็นภาพได้คมชัดสมจริง รวมถึงมีช่องเสียบสายไมโครโฟนและอุปกรณ์เสริมตัวใหม่อย่างไม้กันสั่น Shooting Grip Kit ที่ออกแบบมาสำหรับกล้อง RX100 VII โดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับ Vlogger ที่ชอบบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในรูปแบบของวิดีโอ    ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมวางจำหน่ายเดือนสิงหาคม ศกนี้ ในราคา 38,990 บาท

เลนส์ รุ่น FE 35mm F1.8 (SEL35F18F)

เป็นสุดยอดนวัตกรรมเลนส์สำหรับกล้องมิเรอร์เลส E-Mount ระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุดทั้งที่เป็นฟลูเฟรม และ APS-C ที่ออกแบบมาเพื่อมอบอิสระและความคล่องตัวในการถ่ายภาพ Portrait และ Snapshots ที่เหนือชั้นกว่าเดิม ด้วยการออกแบบตัวเลนส์ให้มีขนาดและน้ำหนักเบาอย่างมากเพียง 280 กรัม แต่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากมาย โดยเป็นเลนส์ไพรม์มุมกว้างที่ให้รูรับแสงสว่างถึง F1.8 เส้นผ่าศูนย์กลาง 65.6 มม. โดยให้ทางยาวโฟกัส 35 มม.บนฟลูเฟรม และ 52.5 มม.บน APS-C มาพร้อมกับชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น 9 กลุ่มเลนส์ รวมถึงชิ้นเลนส์พิเศษ Aspherical 1 ชิ้น ทั้งยังมีใบมีดรับแสง 9 ใบ สามารถสร้างโบเก้ได้สวยงามและจับภาพได้ใกล้สุดอยู่ที่ 0.22 เมตร รองรับฟิลเตอร์ขนาด 55 มม. นอกจากนี้ ยังใช้ระบบมอเตอร์โฟกัสแบบ Linear Motor ช่วยให้โฟกัสภาพได้รวดเร็วแม่นยำและเงียบกริบยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเมื่อถ่ายวีดีโอสลับกับการถ่ายภาพนิ่ง แถมยังมีระบบป้องกันละอองน้ำและฝุ่นเป็นอย่างดี ขณะที่ตัวบอดี้ของเลนส์ทำจากอลูมีเนียมส่วนด้านนอกใช้พลาสติก จึงน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ศกนี้ ในราคา 22,990 บาท

เลนส์ GM รุ่น FE 600mm F4 GM OSS (SEL600F40GM)

นับเป็นเลนส์ Super Telephoto ระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุดของตระกูล G Master โดยเป็นเลนส์ระยะไกลที่มีรูรับแสงขนาดใหญ่เพื่อตอบโจทย์การถ่ายภาพกีฬา ภาพสัตว์ และถ่ายระยะไกลระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ ด้วยระยะยิงที่ไกลถึง 600 มม. พร้อมกับรูรับแสงกว้างสุดที่ F4 มีน้ำหนักเลนส์อยู่ที่ 3,040 กรัมซึ่งถือว่าเบาที่สุดในเลนส์ระยะเดียวกันในตลาด ประกอบด้วยเลนส์ 24 ชิ้น 18 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์พิเศษ XA 1 ชิ้น, ED 2 ชิ้น และ Fluorite 3 ชิ้น ช่วยให้ได้ภาพที่มีความละเอียดคมชัดและลดการเกิดความคลาดเคลื่อนของสีต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมี Blade Circular Aperture 11 ใบ นอกจากนี้ ตัวเลนส์ยังใช้มอเตอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่แบบ Extreme Dynamic Linear Motor ทำให้สามารถโฟกัสภาพได้รวดเร็วแม่นยำและเงียบกริบยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยระยะโฟกัสใกล้สุดอยู่ที่ 4.5 เมตร ทั้งยังมีระบบกันภาพสั่นไหว OSS ในตัว รวมถึงกันฝุ่นและละอองน้ำเพื่อให้ช่างภาพได้ลุยป่าเก็บภาพความประทับใจของฝูงสัตว์ได้อย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น วางจำหน่ายแล้วในราคา 459,990 บาท

เลนส์ รุ่น FE 200-600mm F5.6-6.3 G OSS (SEL200600G)

นับเป็นนวัตกรรมเลนส์ระดับพรีเมี่ยมที่ออกแบบมาสำหรับกล้องมิเรอร์เลสทั้งที่เป็นฟลูเฟรม และ APS-C ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยล่าสุดเพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีที่สุด และเมื่อนำมาจับคู่กับกล้องมิเรอร์เลส   จะทำให้การจับภาพแอ็คชั่นโดยเฉพาะภาพสัตว์และกีฬาจากระยะไกลแม่นยำมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเป็นเลนส์ซูมคุณภาพที่ให้ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 200-600 มม. บนฟลูเฟรม และ 300-900 มม.บน APS-C พร้อมให้ค่ารูรับแสงกว้างถึง F5.6-6.3 ตลอดช่วงซูม ขณะเดียวกัน ยังสามารถต่อกับ Tele Converter 1.4x และ 2.0x สามารถขยายได้ถึง 1200 มม. F13 โดยภาพยังมีคงคุณภาพสวยงาม ภายในประกอบด้วยชิ้นเลนส์ประสิทธิภาพสูง 24 ชิ้น 17 กลุ่ม รวมถึงมีชิ้นเลนส์พิเศษอย่าง ED   5 ชิ้น และ Aspherical 1 ชิ้น รวมถึงมี Blade Circular Aperture      11 ใบ เพื่อให้ได้โบเก้ที่สวยงาม ยิ่งไปกว่านั้น ยังโดดเด่นด้วยระบบมอเตอร์ความเร็วสูง Direct Drive Super Sonic Wave (DDSSM) ที่ให้ความละเอียดสูงเพื่อช่วยให้การจับภาพแอ็คชั่นจากระยะไกลได้อย่างมีคุณภาพ รวดเร็ว แม่นยำ และเงียบกริบ เคลือบด้วยสารนาโน ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดเป็นธรรมชาติ ทั้งยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OSS ระยะโฟกัสภาพใกล้สุดอยู่ที่ 2.4 เมตร รวมถึงมีวงแหวนโฟกัส มี Linear Response MF สำหรับการปรับโฟกัสแบบแมนนวล ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยมือได้อย่างฉับไวเหมาะกับสถานการณ์ในการถ่ายภาพต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา วางจำหน่ายแล้ว ในราคา 69,990 บาท

 

อุปกรณ์เสริม

พร้อมกันนี้ โซนี่ยังได้แนะนำอุปกรณ์เสริมมากมายเพื่อมอบประสบการณ์ถ่ายภาพ α7R IV ได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก ประกอบด้วย กริปรุ่นใหม่ VG-C4EM สำหรับถือเพื่อให้คุณสามารถถ่ายภาพในแนวตั้งได้อย่างมั่นใจ พร้อมแบตเตอรี่ NP-FW50 ที่มีความอึดกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า ทั้งยังสามารถชาร์จไฟได้อย่างง่ายดายผ่านตัวกล้อง แถมยังป้องกันละอองน้ำและฝุ่นเป็นอย่างดี รวมถึง ECM-B1M Shotgun Microphone รุ่นล่าสุด ซึ่งมีขนาดกระทัดรัดความยาวเพียง 99.3 มม.หรือประมาณ 4 นิ้วเท่านั้น แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพในการบันทึกเสียงคุณภาพสูง โดยมาพร้อมการรับเสียงแบบ Super-directional สามารถปรับทิศทางการรับเสียงได้ 3 แบบ พร้อมรองรับการแปลงสัญญาณอะนาล็อกเป็นดิจิตอลเพื่อให้ได้เสียงที่มีคุณภาพโดยปราศจากเสียงรบกวนรองข้าง และ XLR-K3M ชุดอแดปเตอร์ไมโครโฟน ที่มีน้ำหนักเบาพร้อมไมโครโฟนสำหรับการบันทึกเสียงที่คมชัดและสามารถควบคุมเสียงได้อย่างละเอียดและง่ายดายด้วยช่องเสียบถึงสองช่องด้วยกัน

ผู้สนใจสามารถทดลองประสิทธิภาพของกล้องและเลนส์รุ่นใหม่ได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา และร้านผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร และสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Android News

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเป็นผู้นำด้าน 5G ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงระดับตำนานอย่าง P Series ด้วยซีรี่ส์ล่าสุด HUAWEI P40 Series ตอกย้ำความตั้งใจของแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์-คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ในทุกระดับ

ทำไม HUAWEI P40 Series สมาร์ทโฟนเรือธงจึงยืนหนึ่งด้านประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบ

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ทุกโมเดล ตั้งแต่ HUAWEI P40, HUAWEI P40 Pro ไปจนถึง HUAWEI P40 Pro Plus ประมวลผลและทำงานได้อย่างฉับไว สอดรับกับความเร็วระดับ 5G ด้วยชิปเซ็ตเรือธง Kirin 990 5G ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลข้อมูลและกราฟิกขึ้นหลายเท่า ด้วยการรวมเอาโมเด็ม 5G เข้าไว้กับโปรเซสเซอร์ (CPU) ภายในชิปเซ็ต ทำให้ประมวลผลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดการใช้พลังงาน เพราะข้อมูลไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาระหว่างโมเด็มและชิปเซ็ต จึงทำให้เครื่องร้อนช้า ปกติเมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เล่นเกมแบบออนไลน์ หรือดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลใหญ่ๆ จากคลาวด์ เครื่องจะร้อนเร็วและแบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องหยุดใช้หรือพักเครื่องบ่อย การรวมโมเด็มเข้าไว้ในชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดข้างต้น การมีอุปกรณ์ที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ใช้ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย HUAWEI P40 Series 5G เป็นรุ่นแรกที่มีหน้าจอ 90Hz ซึ่งเป็น refresh rate ที่เหมาะสม ไม่เปลืองพลังงาน ทั้งยังแสดงผลภาพ กราฟิกขั้นสูงต่างๆ และวิดีโอได้อย่างคมชัด ถึงระดับ 4K มอบสุดยอดประสบการณ์เกมออนไลน์ ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน 4G ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มาพร้อมฟีเจอร์ลิขสิทธิ์เฉพาะ HUAWEI Share ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์และสมาร์ทโฟน เพื่อแลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูล รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานระหว่างดีไวซ์ได้อย่างง่ายดายผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงสัมผัสเดียว (One Tap) ตามกลยุทธ์ 1+8+N ของหัวเว่ยที่ต้องการสร้างอีโคซิสเต็มที่เป็นมิตรและเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้ผ่านเทคโนโลยีและระบบอินเทอร์เน็ตที่ก้าวล้ำ และยังมี HUAWEI MeeTime ระบบวิดีโอคุณภาพสูงที่ให้ภาพและเสียงระดับ Full HD นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์ IT ของคนยุคใหม่ที่จะสามารถทำงานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์ IoT

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series เป็นระบบสองซิมการ์ดที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ด และเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานที่ความเร็วระดับ 5G ผ่านนวัตกรรมซิมดิจิทัล (eSim) นอกเหนือจากความสมรรถภาพของอุปกรณ์ที่ผู้ใช้มองหา เพื่อการใช้งาน 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณาสำหรับผู้บริโภคชาวไทยคือสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 5G ทุกย่านความถี่

ทำไมต้องซื้อ HUAWEI P40 Series กับ AIS

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

เพราะสุดยอดสมาร์ทโฟน ก็ต้องคู่กับเครือข่ายอันดับ 1 ที่มี AIS 5G เพราะ AIS 5G มีคลื่นมากที่สุด ดีที่สุด เพื่อคนไทย ศักยภาพแรง รับส่งข้อมูลเร็วขึ้นกว่าเดิม 24 เท่า จะดาวน์โหลดหนัง 4K หรือ 8K หรือจะโหลดเพลงเป็นอัลบั้ม ก็เสร็จเร็วในไม่กี่วินาที ไหลลื่นไม่มีสะดุด หรือจะใช้ค้นหาข้อมูลผ่าน Mobile Internet ก็เสร็จทันใจในเสี้ยววินาที ให้ชีวิตออนไลน์ลื่นไหลแบบ Real time ยิ่งกว่าที่เคย แกะกล่องเครื่องมาก็ใช้งานได้ทันที ซึ่งวันนี้ AIS 5G พร้อมให้บริการแล้ว 77 จังหวัด และสะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยการสั่งซื้อทาง AIS Online Store ที่ http://www.ais.co.th/huawei-5g/ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ รอรับสินค้าที่บ้านได้เลย หรือช่องทาง AIS Shop และ Telewiz สาขาที่ร่วมรายการ ราคาเริ่มต้นเพียง 28,990 บาท สำหรับลูกค้าเดิมที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ตั้งแต่ราคา 1,149 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ใช้บริการ DATA 5G ฟรีไม่จำกัด โดยไม่คิดบริการเพิ่ม จนถึง 30 กันยายน 2563 ส่วนลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ค่าบริการรายเดือนต่ำกว่า 1,149 บาท รับสิทธิ์ใช้บริการ 5G 10 GB ต่อเดือนฟรี จนถึง 30 กันยายน 2563

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series วางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นคือ HUAWEI P40 ในราคา 22,990 บาท และ HUAWEI P40 Pro ในราคา 31,990 บาท ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 3 สี คือ Silver Frost, Blush Gold และ Deep Sea Blue

 

และล่าสุดกับรุ่นท็อป ที่สวยโดดเด่นด้วยนวัตกรรมเซรามิกเคลือบเทคโนโลยีนาโน HUAWEI P40 Pro+ สี Ceramic White ในราคา 40,990 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ มาพร้อมโปรโมชั่นพรีออเดอร์ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อช่วงเปิดจองระหว่างวันที่ 4-26 มิถุนายนนี้ จะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 12,200 บาท สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงซื้อและสั่งจองผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.ais.co.th/huawei-5g/

 

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของหัวเว่ย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ย https://consumer.huawei.com/

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

โฉมใหม่ SanDisk Extreme microSDXC A2 การ์ดความจำสำหรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด อ่านข้อมูลความเร็วสูงสุดถึง 160MB/วินาที และเข้าถึงแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วบนตัวการ์ดความจำ ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเมมเครื่องจะเต็ม

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01

สรุปข้อมูลของ SanDisk Extreme microSDXC A2

  • รูปแบบ microSDXC
  • ความจุ 64GB, 128GB, 256GB
  • ความเร็วอ่านสูงสุด 160MB/วินาที
  • ความเร็วเขียนสูงสุด 90MB/วินาที
  • ความเร็ววิดีโอ V30, U3, A2

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่ เอาใจสายเกมมิ่ง ตัวแพ็กเกจจะมาพร้อมภาพกราฟิกเกมที่ดูตื่นตาตื่นใจ พร้อมฟีเจอร์เด่นต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขึ้นของการ์ดความจำที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับสมาร์ทโฟน Android โดยมีความเร็วในการอ่านสูงสุด 160MB/วินาที ทำให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งไว้บนการ์ดหน่วยจำนี้ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K เหมาะสำหรับการนำใช้งานบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

ตัวการ์ดจะมีสีทองคาดแถบสีแดง พร้อมตัวหนังสือระบุชื่อรุ่น SanDisk Extreme และชนิดของตัวการ์ด microSDXC A2 ไว้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งตัวการ์ดมีคุณสมบัติในการป้องกันการกระแทก ทนอุณหภูมิ กันน้ำ กันแสงรังสีเอกซ์ เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของมูล

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

นอกจากนี้แล้วตัวเลขอื่นๆ บนการ์ดก็สำคัญมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละประเภท ซึ่งบน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็มีระบุไว้เช่นกัน โดยตัว U3 คือ UHS Speed Class 3 และตัว V30 คือ Video Speed Class 30 รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่เฟรมเรทสูงสุด 60fps หรือ 120fps โดยหากจะนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K หรือกล้องต่างๆ ก็ควรจะเลือกเป็นการ์ดแบบ UHS-I ขึ้นไป เพราะหากความเร็วในการเขียนหรืออ่านไม่เพียงพอ ก็จะได้วิดีโอที่กระตุกหรือสะดุดได้

 

มาดูกันว่า SanDisk Extreme microSDXC A2 ตัวนี้ จะมีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขนาดไหน โดยใช้ตัวอ่านของ Satechi (รองรับ microSDXC) ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 2.5.4 บน MacBoook โดยทำการทดสอบทั้งอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องด้วยไฟล์ขนาด 1GB

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • SEQ 128K QD32 เป็นการทดสอบความข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128KB ทำความเร็วในการอ่านได้ 51.47MB/วินาที และเขียน 15.60MB/วินาที
  • RND 4K QD32 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งความเร็วที่ได้จะลดลงเนื่องจากไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่ายังเป็นความเร็วในระดับที่สูง โดยอ่านได้ 3.59MB/วินาที และเขียนได้ 2.57MB/วินาที
  • SEQ 1M QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1MB อ่านได้ 18.91MB/วินาที และเขียนได้ 18.31MB/วินาที
  • RND 4K QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดความจำที่โหดมากที่สุด อ่านได้ 3.60MB/วินาที และเขียนได้ 0.27MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

สำหรับบนสมาร์ทโฟนจะทดสอบบน Samsung Galaxy S10+ โดยใช้แอปพลิเคชั่น A1 SD Bench ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store เพื่อทดสอบความเร็วอ่านและเขียนไฟล์แบบต่อเนื่อง

  • ความเร็วในการอ่านไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 76.96 MB/วินาที
  • ความเร็วในการเขียนไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 51.84 MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

จุดเด่นของ SanDisk Extreme microSDXC A2 คือค่า IOPS (Input/Output Operation per Second) ซึ่งหมายถึงปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที โดยเป็นขั้นตอนพื้นฐานในโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่น ซึ่ง A2 สามารถอ่านแบบสุ่มได้ไม่น้อยกว่า 4000 IOPS และเขียนได้แบบสุ่มไม่น้อยกว่า 2000 IOPS มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A1

การ์ดชนิด A2 จะทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นและเกมต่างๆ ไว้บนการ์ดความจำตัวนี้ แล้วเรียกใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนการติดตั้งไว้บนความจำภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานแอปหรือเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องติดตั้งลงบนตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

เราสามารถย้ายการติดตั้งแอปและเกมต่างๆ มาไว้บนการ์ดตัวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเครื่องน้อยๆ เพราะเกมในปัจจุบันที่มีกราฟิกสวยๆ ก็มีขนาดใหญ่ระดับ 1-2 GB กันเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเมมในเครื่องจะเต็มอีกต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่าการ์ดชนิด A2 มีประสิทธิภาพมากๆ สำหรับการติดตั้งทั้งแอปและเกมไว้บนการ์ดภายนอกตัวนี้

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

หลังจากย้ายเกม PUBG Mobile ไปติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 พบว่าสามารถเปิดเกมและเล่นได้อย่างลื่นไหล ความรู้สึกเหมือนกับการติดตั้งไว้บนหน่วยความจำตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

เกม ROV ซึ่งเป็นเกมยอดฮิต เมื่อทำการติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็เล่นได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการ์ดที่สามารถติดตั้งเกมได้แล้วก็อย่าลืมว่าเกมเหล่านี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เน็ตที่มีความเสถียรในการเล่นด้วยนะ

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 08

ทดสอบติดตั้งเกม Black Desert Mobile ไว้บนการ์ดตัวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องบอกว่ามีกราฟิกสวยมากๆ เปิดเข้าเกมได้รวดเร็ว และระหว่างการเล่นก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ได้เห็นความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า SanDisk Extreme microSDXC A2 กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องเมมเครื่องเต็ม และติดตั้งเกมไว้บนการ์ดตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เปิดเล่นกันได้ลื่นๆ แล้ว

 

พบกับโฉมใหม่! SanDisk Extreme microSD card การ์ดสำหรับเล่นเกมบนมือถือ ประสิทธิภาพเร็วแรง ลื่นไหล รองรับเกมกราฟิกสเปคสูง โหลดเกมไว เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A2 ลองสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือบน SanDisk Extreme mSD card ได้ที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา พร้อมโปรโมชั่นในงานต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด!

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ ซื้อ SanDisk Extreme หรือ Extreme Pro microSD card ความจุ  128GB ขึ้นไป รับกระบอกน้ำ ฟรีทันที! พร้อมรับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค รับของรางวัลเพิ่มเติม และลุ้นโชคใหญ่เครื่องกรองอากาศทุกสัปดาห์
  • รับฟรีกระเป๋าถือ กันน้ำได้จากเกม CODM เมื่อซื้อ SanDisk Extreme mSD card รุ่นสำหรับเกมมือถือ ความจุ 256GB ขึ้นไป (ของแท้ มีจำนวนจำกัด) เฉพาะลูกค้าที่ซื้อภายในงาน TME เท่านั้น

 

SanDisk TME Promotion

แจกฟรี ไอเทมตัวละคร Call of Duty Mobile!  สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมง่ายๆ กับ SanDisk เชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือผ่านการ์ด SanDisk Extreme mSD card ฟรีที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา (จำนวนจำกัด)

อ่านต่อ...

IT News

Qualcomm เปิดตัวหน่วยประมวลผล Snapdragon Wear 4100 และ 4100+ สำหรับ Smartwatch

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon Wear 4100 และ 4100+ เพื่อใช้ใน Smartwatch โดยคาดว่าเป็นการใช้พื้นฐานจากหน่วยประมวลผล Snapdragon 429 ในสมาร์ทโฟนครับ

Snapdragon Wear 4100+ มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรองอย่าง Always-On (AON) เพื่อประหยัดพลังงานลง ควบคู่กับชิปต่างๆ ทั้ง PMIC, RF สำหรับโมเด็ม และ GPS, Wi-Fi a/b/g/n/, Bluetooth 5.0, และ RFFE ขณะที่รุ่น Wear 4100 จะต่างกันที่ไม่มีชิป Always-On (AON)

Wear 4100+ มีขนาดอยู่ที่ 12 นาโนเมตร ความเร็ว 1.7GHz แบบ Quad-core มีหน่วยประมวลผล Cortex-A53 เป็นตัวหลัก และ GPU Adreno 504 ทั้งยังรองรับหน่วยความจำ 750 MHz LPDDR3 และความจุ eMMC 4.5 และที่สำคัญคือยังรองรับกล้องความละเอียดสูงสุด 16 ล้านพิกเซลด้วย ซึ่งต้องมาดูกันครับว่า Smartwatch รุ่นใหม่ๆ จะมีกล้องฝังในตัวหรือไม่

ที่มา : GSMArena, Qualcomm

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Samsung Galaxy S10 Lite Promotion TME 2020 Samsung Galaxy S10 Lite Promotion TME 2020
Android News20 ชั่วโมง ที่แล้ว

ด่วน 2 วันสุดท้าย! Samsung Galaxy S10 Lite ลดทันที 2,910 บาท โปรงาน TME Online

แฟนๆ Samsung ห้ามพลา...

ข่าวประชาสัมพันธ์23 ชั่วโมง ที่แล้ว

GET เตรียมรีแบรนด์สู่ Gojek เพื่อยกระดับประสบการณ์ และมอบโปรดักส์ระดับโลกแก่ผู้ใช้งานคนไทย

GET (เก็ท) ประกาศวัน...

ข่าวประชาสัมพันธ์24 ชั่วโมง ที่แล้ว

ซัมซุงรับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท...

ข่าวประชาสัมพันธ์24 ชั่วโมง ที่แล้ว

Xiaomi Shopee 7.7: Mid-Year Sale ลดราคาสุดพิเศษสูงสุดถึง 50% เพื่อเอาใจนักช้อปออนไลน์

เสียวหมี่ ผู้นำเทคโน...

ข่าวประชาสัมพันธ์24 ชั่วโมง ที่แล้ว

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวพีซีเพื่อธุรกิจที่ฉลาดที่สุดและปลอดภัยที่สุดในโลก ตอบโจทย์มืออาชีพให้สร้างผลงานได้ในทุกที่ที่ทำงาน

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผ...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง