วิธีชาร์จแบตมือถือแบบผิด ๆ ที่หลายคนยังทำกันอยู่

iPhone charging tips

การชาร์จแบตเตอรี่ให้กับมือถือกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคนในยุคปัจจุบัน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ามือถือเป็นส่วนของของการใช้ชีวิตไปแล้ว แต่หลายคนไม่ทราบว่าการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยวิธีเหล่านี้นั้นเป็นการทำที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ก็อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว และไม่ปลอดภัยอีกด้วย

 

ใช้อะแดปเตอร์และสายชาร์จมั่ว

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าอะแดปเตอร์ตัวไหนก็ใช้ชาร์จได้เหมือนกัน ซึ่งก็ถูกในบางส่วน หารู้ไม่ว่าอะแดปเตอร์หรือตัวแปลงกระแสไฟฟ้านั้นแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ที่ต้องการชาร์จไฟ โดยที่ตัวอะแดปเตอร์จะมีข้อมูลเชิงเทคนิคบอกเอาไว้ (ลองหยิบมาดูสิ) นั่นก็คือ Input-Output หรือกระแสไฟเข้า-ไฟออก

Adapter Chrager

ข้อมูลทางเทคนิคนี้สำคัญมาก อย่าลืมสังเกตกันด้วยนะ เช่น Input 100-240V หมายความว่าอะแดปเตอร์ตัวนี้รองรับกระแสไฟฟ้าไหลเข้าที่มีปริมาณแรงดันไฟ 100-240 โวลต์ (ในประเทศไทย ใช้แรงดันไฟฟ้าที่  220 โวลต์) ซึ่งใช้กับไฟบ้านในประเทศไทยได้นั่นเอง ตรงนี้จะไม่ค่อยเจอปัญหากันเพราะตัวที่วางขายในบ้านเราก็รองรับอยู่แล้ว แต่จะมีปัญหาเมื่อนำไปใช้งานในต่างประเทศหรือนำมาจากต่างประเทศ ดังนั้นต้องดูข้อมูลตรงนี้ก่อนใช้งานด้วย

ต่อมาคือ Output 2A หมายความว่าปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามาชาร์จสมาร์ทโฟนจะมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ 2A (2000mAh) ต่อชั่วโมง ถือว่ากระแสไฟฟ้าไหลเข้าเร็วมาก ดังนั้นต้องดูด้วยว่ามือถือของเรารองรับปริมาณกระแสไฟฟ้าขนาดนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ จะฉลาดพอที่จะรับรู้กระแสไฟฟ้าที่กำลังชาร์จให้กับตัวเอง แต่เราก็ต้องมีความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย

ดังนั้นใช้อะแดปเตอร์กับสายชาร์จที่มากับตัวเครื่องจะดีที่สุด อย่าคิดว่าใช้อะแดปเตอร์ที่ปล่อยไฟเยอะ ๆ แล้วจะทำให้แบตเต็มเร็วนะครับ หากมือถือไม่รองรับก็เปล่าประโยชน์ และยังส่งผลเสียต่อแบตมือถืออีกด้วย!

 

mobile phone charging

ซื้อมือถือมาใหม่ต้องชาร์จทิ้งไว้ก่อน

วิธีการนี้ก็ถูกต้องสำหรับมือถือรุ่นเก่า ๆ ที่เมื่อซื้อมาใหม่จำเป็นต้องชาร์จไฟทิ้งไว้ที่เรียกว่ากระตุ้นแบต แต่มือถือหรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจึงไม่จำเป็นต้องชาร์จทิ้งไว้นาน ๆ หลายชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซึ่งคุณสมบัติเด่นของแบตเตอรี่ชนิดนี้คือชาร์จเร็วตั้งแต่ 0-80% เพื่อให้เราสามารถนำมือถือไปใช้งานได้ทันทีในช่วงเร่งด่วน แล้วหลังจาก 80% จะเปลี่ยนเป็นการชาร์จแบบช้าเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ และเมื่อชาร์จเต็ม 100% สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ก็จะตัดไฟอัตโนมัติ จึงไม่จำเป็นต้องชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืนนั่นเอง

 

Battery Circle

ใช้แบตให้หมดแล้วค่อยชาร์จ กลัวครบรอบการชาร์จ

เชื่อว่าหลายคนยังเข้าใจผิดว่ารอบการชาร์จจะครบ 1 รอบคือการนับทุกครั้งที่มีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งจริง ๆ แล้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะนับรอบของการชาร์จหลังจากคายประจุแบตเตอรี่ครบ 100% เท่านั้น เช่น วันนี้ใช้ความจุแบตเตอรี่ไป 75% แล้วนำไปชาร์จใหม่จนเต็ม ในวันถัดไปใช้อีก 25% รวมแล้วทั้งหมดครบ 100% แบบนี้จึงจะเป็น 1 รอบการชาร์จ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลหรือรอให้แบตเตอรี่หมดจริง ๆ แล้วค่อยชาร์จ

battery circle

เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการชาร์จแบตมือถือที่หลายคนมองข้ามและอาจเข้าใจผิดกันอยู่ อย่าลืมแชร์บอกต่อเพื่อน ๆ ด้วยนะ ชาร์จแบตครั้งต่อไปจะได้ไม่ผิดกันอีก ^^

แสดงความเห็น