รีวิว Samsung Galaxy Watch Active2 นาฬิกาสายแฟชั่นพร้อมฟีเจอร์การออกกำลังกายที่ครบครัน และการอัปเกรดเซ็นเซอร์ที่แม่นยำขึ้น

Samsung Galaxy Watch Active2 นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่จาก Samsung ที่มีการอัปเกรดเซ็นเซอร์ Photodiode ที่มีถึง 8 ตัวเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับต่างๆ ทั้งยังเน้นเรื่องแฟชั่นที่ไม่ให้ดูเป็นสปอร์ตมากเกินไป จะใส่เล่นๆ หรือใส่ออกกำลังกายก็พร้อมไปทุกที่ ทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาเพียบ

 

สเปค Samsung Galaxy Watch Active2

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง 44 x 44 x 10.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 42 กรัม (เฉพาะตัวเรือน ไม่รวมสาย)
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 1.4 นิ้ว (34 มม.) ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass DX+
  • หน่วยประมวลผล Exynos 9110 Dual Core ความเร็ว 1.15GHz
  • RAM 1.5GB
  • ROM 4GB
  • ระบบปฏิบัติการ Tizen 4.0.0.6 บนพื้นฐาน Wearable OS 2.0 (One UI Watch 1.5)
  • รองรับการเชื่อมต่อ LTE, Bluetooth 5.0, Wi-Fi b/g/n และ NFC
  • แบตเตอรี่ความจุ 340mAh ใช้ได้นานสูงสุด 61 ชั่วโมง
  • มีมาตรฐานกันน้ำลึก 50 เมตร แบบ 5ATM + IP68

 

ตัวกล่องของ Samsung Galaxy Watch Active2 มาแบบไซส์เล็กกะทัดรัดโดยภายในจะประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่

  • ตัวเรือน Samsung Galaxy Watch Active2
  • สายหนัง
  • แท่นชาร์จ
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Watch Active2 มีความสวยงามเรื่องความบางของขอบหน้าจอแสดงผลเพียง 4.5 มิลลิเมตรเท่านั้น โดยมีความโค้งด้วยกระจก 2.5D และที่ข้างตัวนาฬิกาแบบ Stainless Steel จะมีความเงางามด้วยโลหะทำให้ดูเรียบหรู แถมยิ่งใส่กับสายหนังก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามเหมือนเครื่องประดับอีกชิ้นบนร่างกายครับ

 

นอกจากนี้ Samsung Galaxy Watch Active2 ยังออกแบบมาให้กันน้ำและฝุ่นในมาตรฐาน 5ATM คู่กับ IP68 ซึ่งสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตรเลยทีเดียว

 

มาดูความงามที่รอบๆ เครื่องกันครับ หน้าจอแสดงผลจะมีขอบบางเฉียบ โดยรอบหน้าจอจะสามารถสัมผัสเพื่อหมุนหรือใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้ (ส่วนตัวชอบฟีเจอร์นี้มากๆ ครับ)

โดยหน้าหลักจะเป็นหน้าจอนาฬิกา หมุนไปฝั่งซ้ายจะเป็นการแจ้งเตือนต่างๆ ส่วนหากหมุนไปด้านขวาจะเป็นการใช้งานฟีเจอร์ในเครื่องครับ

 

ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งขวาจะมีปุ่มย้อนกลับอยู่ที่ด้านบน, ตรงกลางจะมีไมโครโฟนสำหรับพูดหรือสนทนา และถัดลงมาล่างสุดจะเป็นปุ่ม Home ครับ (กด 1 ครั้งเข้าหน้า Home, กด 2 ครั้งเพื่อใช้งาน Bixby Voice และกดค้างเพื่อเข้าเมนูปิดเครื่อง)

 

ด้านซ้ายจะมีเพียงลำโพงสำหรับใช้สนทนา ฟังเพลง หรือดูวิดีโอจาก YouTube ครับ

 

และที่ด้านหลังจะเป็นตัวกระจก 3D Dome Glass มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ปรับปรุงประสิทธิภาพให้แม่นยำและเสถียรมากขึ้นด้วยเซ็นเซอร์ Photodiode 8 ตัว

 

วิธีการเริ่มใช้งานเบื้องต้น

สำหรับ Samsung Galaxy Watch Active2 จะรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Sasmung หรือ Android ที่มี RAM 1.5GB และเป็น Android 5.0 ขึ้นไป หรือหากเป็น iPhone สามารถเชื่อมต่อได้ตั้งแต่ iPhone 5 และระบบปฏิบัติการ iOS 9.0 ขึ้นไป และหากเตรียมสมาร์ทโฟนแล้วก็สามารถโหลดแอปพลิเคชั่น Galaxy Wearable แล้วทำตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อกับนาฬิกาได้เลยครับ

 

 

วิธีการเชื่อมต่อกับ eSim ในเครือข่ายต่างๆ

สำหรับการเชื่อมต่อ Samsung Galaxy Watch Active2 กับเครือข่ายสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ในแอป Galaxy Wearable ในหมวดของเครือข่ายมือถือได้เลยครับ ซึ่งหากใช้ AIS ต้องการการเปิดใช้งาน VOLTE และ VOWiFi โดยกด *399*1# ก่อนจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนได้เลยครับ ส่วนของ DTAC  ไม่จำเป็นต้องเปิด VOLTE และ VOWiFi ครับ สามารถเชื่อมต่อได้ทันทีเลย และใครที่ใช้ Truemove H จะต้องไปที่ True Shop เพื่อเปิดใช้งานครับ แต่ก็จะได้เป็นเบอร์ใหม่มาใช้งานแทน

 

การใช้งานบนหน้าจอของ Samsung Galaxy Watch Active2 เราสามารถหมุนที่ขอบหน้าจอได้เพื่อเลื่อนเมนูต่างๆ ได้อย่างสะดวกเลยครับ โดยเราต้องเข้าไปตั้งก่อนที่แอป Galaxy Wearable ครับ ไปที่ ขั้นสูง และเลือกเปิดแตะขอบหน้าปัดนาฬิกาซึ่งตรงนี้ทำให้ดูพรีเมียมมากกว่ารุ่นเดิมที่เป็นการหมุนแบบอนาล็อค

 

เมื่อเข้ามาแล้วใครอยากปรับแต่งหน้าปัดนาฬิกาก็มีให้เลือกหลายรูปแบบเลยครับ โดยเราสามารถเข้าไปการตั้งค่าผ่านนาฬิกาได้เลย หรือจะลองไปปรับแต่งในแอป Galaxy Wearable ก็ได้เช่นกันครับ ที่สำคัญการเปลี่ยนสไลต์พื้นหลังในแต่ละวันก็สามารถปรับได้ตามการแต่งตัวของเราครับ เช่น หากเราใส่ชุดสีแดง เราก็สามารถถ่ายรูปเสื้อเรา แล้วระบบก็จะมีพื้นหลังสีแดงหลากหลายแบบให้เราได้เลือกใช้เลยครับ โดยเราสามารถทำได้ง่ายๆ ให้เข้าไปในแอป Galaxy Wearable เลือกเมนูหน้าปัดนาฬิกาที่ด้านล่าง > เลือก My Style > กด กำหนดเอง แล้วเลือกถ่ายรูป จากนั้นเราก็ได้ภาพสีเสื้อของเรามา แล้วให้เลือกจุดของสีเสื้อ แล้วระบบก็จะมีพื้นหลังมาให้เราเลือกใช้อัตโนมัติเลย

 

ฟังก์ชันสายรักสุขภาพจัดมาให้เต็มๆ (Health & Wellness)

สำหรับ Samsung Galaxy Watch Active2 ได้พัฒนาเซ็นเซอร์ด้านหลังเครื่องให้แม่นยำและเสถียรมากขึ้นด้วยเซ็นเซอร์ Photodiode ถึง 8 ตัว จากเดิมที่มีให้แค่ 4 ตัวเท่านั้นครับ เท่ากับว่าแม่นยำกว่าเดิมถึง 2 เท่าเลย โดยก่อนจะได้ดูฟีเจอร์การออกกำลังกายเราขอแนะนำให้โหลดแอปพลิเคชั่น Samsung Health เพื่อดูผลลัพธ์การออกกำลังกายหรือการวัดอัตราการเต้นของหัวใจทั้งหมดที่ถูกบันทึกได้ครับ ซึ่งเราสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกในแอปนี้เลย

Running Tracker

สำหรับการตรวจจับการวิ่งถือว่ามีตัวช่วยเพิ่มขึ้น โดยจะมีโปรแกรมถึง 7 อย่างสำหรับการวิ่งในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินช้าๆ, เดินเร็ว, จ๊อกกิ้ง, วิ่ง, วิ่งระยะเร็ว และอื่นๆ ซึ่งจะมีการคอยบอกเป็นระยะๆ ว่าเราควรวิ่งเร็ว หรือหยุดเดินช้าๆ บ้าง เรียกว่ามีเทรนเนอร์ประจำกายเลยทีเดียว

 

ทั้งนี้ Samsung Galaxy Watch Active2 ยังสามารถรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเราได้ ทำให้เมื่อเราขยับ ระบบก็จะติดตามการออกกำลังกายให้โดยอัตโนมัติทันที ซึ่งโหมดนี้จะรองรับการออกกำลังกาย 7 แบบ ได้แก่ เดิน, วิ่ง, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน, พายเรือ, ออกกำลังกายบนเครื่องเล่น และการออกกำลังกายอื่นๆ

 

ในบทความนี้เราย้ำเรื่องเซ็นเซอร์โฟโตไดโอด (Photodiode) ที่มีให้ถึง 8 ตัวที่ด้านหลังเครื่องมาตลอด โดยเราจะได้ใช้ประโยชน์จากการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำหรือสูงกว่าปกติ หากเราไม่ได้ตั้งค่าการเต้นของหัวใจหากสูงเกิน 120bpm ก็จะมีการแจ้งเตือน หรือใครที่ต้องการปรับให้ต่ำหรือสูงกว่านั้นก็ทำได้เช่นกันครับ

 

Gym Tracker

นอกจากจะใช้การตรวจจับการออกกำลังกายตามที่เราเลือกแล้ว เมื่อเราไปออกกำลังกายในยิมหรือฟิตเนส เรายังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ในฟิตเนสผ่าน NFC เพื่อดูผลลัพธ์ในส่วนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย อย่างไรก็ตามการใช้ฟีเจอร์นี้ต้องใช้กับเครื่องเล่นที่รองรับใน Techno Gym เท่านั้นครับ

การตรวจจับการนอน Sleep Tracker

สำหรับการตรวจจับการนอนเป็นอีกฟีเจอร์สำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนเพื่อให้เราดูได้ว่าการนอนเราดีแค่ไหน ซึ่ง Samsung Galaxy Watch Active2 สามารถตรวจจับได้ถึง 4 ระดับ ได้แก่ ตื่น, หลับสนิท, ไม่สนิท และ REM ครับ โดยอุปกรณ์จะตรวจจับอัตโนมัติทันทีเมื่อเราเริ่มนอน (ไม่ต้องตั้งค่าอะไร) และเมื่อเราตื่นระบบก็จะแจ้งเตือนให้เราดูผลลัพธ์ทันทีครับ

 

ปลอดภัยทุกที่เมื่อมีสัญญาณฉุกเฉิน SOS

ความปลอดภัยของสุขภาพจะไม่ได้ดูแค่คัวเองเราแล้ว เพราะยังตั้งค่าให้คนในครอบครัวได้รู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับเราได้เช่นกัน เมื่อเราตั้งให้มีการแจ้งเตือนและส่งที่อยู่ปัจจุบันไปยังบุคคลอื่นหากเกิดสิ่งที่ผิดปกติกับเราครับ โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่แอป Galaxy Wearable ครับ

 

เชื่อมต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

สำหรับ Samsung Galaxy Watch Active2 รุ่นที่รองรับ LTE + Bluetooth หลังจากที่เราเชื่อมต่อ eSIM ข้างต้นเรียบร้อยหมดแล้ว เราสามารถใช้งานได้ทั้งการโทร สามารถพูดคุยและฟังได้ผ่านตัวนาฬิกาเลยครับ โดยการฟังเสียงจะฟังผ่านลำโพงหรือหูฟัง Galaxy Buds ครับ

นอกจากนี้ เราสามารถรับชมวิดีโอผ่าน YouTube บน Samsung Galaxy Watch Active2 ได้ด้วย โดยต้องโหลดแอป Youtube ผ่าน Galaxy Store ในนาฬิกาก่อน ซึ่งการใช้งานก็ดูคลิปได้ลื่นๆ ไม่มีกระตุกครับ

สำหรับ Samsung Galaxy Watch Active2 รุ่น eSIM + Bluetooth (ตัวเรือน Stainless Steel) ขนาด 44 มม. มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, เงิน และทอง สนนราคาอยู่ที่ 13,900 บาท ส่วนรุ่นหน้าจอ 40 มม. จะอยู่ที่ 12,900 บาท

โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการผ่านทางออนไลน์และผู้ให้บริการเครือข่าย (AIS, DTAC และ True) ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้