Connect with us

Featured

รีวิว Samsung Galaxy Tab S7 FE แท็บเล็ตครบเครื่อง ทั้งความบันเทิง สร้างสรรค์ การทำงานในช่วง WFH และ LFH

Published

on

รีวิว Galaxy Tab S7 FE แท็บเล็ตรุ่นล่าสุดของ Samsung ที่ออกมาตอบโจทย์ช่วง WFH และ LFH ได้เป็นอย่างดีครับเพราะจัดสเปคมาได้คุ้มค่ามาก ๆ ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 12.4” สเปค Snapdragon 750G แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 10,090mAh รองรับชาร์จไว 45W ใช้งานได้จุใจ พร้อมยังมีปากกา S Pen แปลงลายมือเป็นตัวพิมพ์ได้แบบเรียลไทม์ ติดมาให้ในกล่อง ไม่ต้องชาร์จและ Keyboard Cover อีกด้วย ถือว่าเป็นแท็บเล็ตราคาไม่ถึง 20,000 บาทที่น่าสนใจมาก ๆ

สำหรับใครที่สนใจแท็บเล็ตที่คุ้มค่าแบบนี้อยู่ วันนี้ทีมงาน iphone-droid.net จะมารีวิวแบบเต็ม ๆ ให้ชม พร้อมแล้วมาติดตามกันเลยครับ !

สรุปสเปค Samsung Galaxy Tab S7 FE

  • ขนาดตัวเครื่อง : 185.0 x 284.8 x 6.3 มม.
  • น้ำหนัก : 607 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ TFT 12.4” ความละเอียด WQXGA (2560 x 1600 พิกเซล) อัตราส่วน 16:10
  • CPU : Snapdragon 750G (รุ่น LTE)/ Snapdragon 778G (รุ่น WiFi)
  • GPU : Adreno 619
  • RAM : 4GB
  • ROM : 64GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 1TB
  • แบตเตอรี่ : 10,090 mAh
  • ระบบชาร์จ : รองรับสูงสุด 45W Super Fast Charge 2.0
  • กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหน้า : 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • รองรับปากกา Stylus : S Pen
  • ระบบปฎิบัติการ : Android 11 (One UI 3.1)
  • สี : Mystic Black, Mystic Silver, Light Green, Light Pink

ดีไซน์ที่ลงตัว น่าใช้งาน

ขอเริ่มที่เรื่องดีไซน์กันก่อนละกันครับ Galaxy Tab S7 FE มาพร้อมดีไซน์ที่สวยลงตัว มีหน้าจอขนาดใหญ่ 12.4″ ใช้ดีไซน์หน้าจอเต็ม ไม่มีปุ่มกดใด ๆ ที่ด้านหน้า ขอบหน้าจอถือว่าบางเฉียบกำลังดีในกลุ่มของแท็บเล็ตยุคนี้ครับ ดูพรีเมี่ยมใช้ได้เลยกับดีไซน์แบบนี้ครับ

หน้าจอที่สวยและเต็มตามาก

ขอพูดถึงเรื่องหน้าจอกันต่อเลยละกัน ชนิดหน้าจอของ Galaxy Tab S7 FE ที่ใช้เป็น TFT นั้นแอบทำได้ดีกว่าที่คิดมาก สีสันที่ให้มานั้นสวยสดใช้ได้เลย แม้จะไม่เท่าพวกกลุ่ม IPS หรือ OLED แต่ก็ถือว่าทำได้ดีแบบที่เราไม่คิดว่าจะได้จากคำว่า TFT เลยล่ะครับ

ส่วนเรื่องความคมชัดก็จัดว่ายอดเยี่ยมครับด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 12.4″ เรียกว่าใหญ่เต็มตาเอามาก ๆ ใหญ่น้อง ๆ แล็ปท็อปกันแล้วครับไซส์นี้ ความละเอียดที่ให้มาที่ระดับ 2560 x 1600 พิกเซล ก็คือ 2K+ กันแล้ว คมชัดเข้ากับขนาดหน้าจอดีมาก เรื่องจอนี่ยอมรับว่าทำออกมาได้ถูกใจสมกับเป็น Samsung จริง ๆ ครับ

ในเรื่องการตอบสนองยังน่าเสียดายที่รุ่นนี้รองรับ refresh rate แค่ 60Hz อยู่ จอจะไม่นุ่มลื่นแบบรุ่นพี่ Tab S7 หรือ Tab S7+ ครับ ถึงจะไม่หวือหวามาก แต่ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานของแท็บเล็ตรุ่นกลางในตอนนี้อยู่ รับได้ครับ

บอดี้แข็งแกร่งและเพรียวบาง

ตัวบอดี้ของ Galaxy Tab S7 FE นั้นใช้วัสดุอลูมิเนียมผิวด้านที่มีความพรีเมี่ยมใช้ได้ เวลาจับถือเราจะได้ความเนียนมือเพราะผิวสัมผัสเป็นแบบด้าน ทำให้เราอยากจับถือและใช้งานมากขึ้น ความบางของตัวเครื่องก็ทำได้ดีเพียง 6.3 มม. เอง ส่วนน้ำหนักก็แค่ 607 กรัม เทียบกับขนาดหน้าจอที่ได้ถือว่าสมเหตุสมผลเลยล่ะครับ

ฝาหลังก็ออกแบบมาได้เรียบหรูผิวด้าน โชว์สีสันของตัวเครื่องได้อย่างเต็มที่อย่างสีที่เราได้มาเป็นสีเขียว Light Green ก็จะออกเขียวพาสเทลละมุน ๆ ดูเข้าถึงได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเลยครับหรือใครที่ชอบโทนอื่น Galaxy Tab S7 FE ก็ยังมีสีให้เลือกอีก 3 สีคือ สีดำ Mystic Black, สีเงิน Mystic White และสีชมพูอ่อน Light Pink อีกด้วย

การวางตำแหน่งที่ดี เหมาะกับการใช้งาน

การวางตำแหน่งของปุ่มกดและพอร์ตหรือกล้องหน้าก็ทำได้ดีมากครับ ปุ่มกดต่าง ๆ จะอยู่ที่มุมซ้ายของตัวเครื่องทั้งหมด ซึ่งหากเราใช้งานในแนวนอนก็จะไปอยู่ที่ด้านบนให้เราได้กดได้อย่างสะดวก

กล้องหน้าก็วางไว้สำหรับใช้งานแนวนอนโดยเฉพาะ ตรงนี้เราชอบออกแบบมาได้ดีทีเดียว เพราะเวลาเราใช้งาน Video Call หรือประชุมต่าง ๆ ก็คงต้องวางเครื่องในแนวนอน หรือใช้งานร่วมกับตัวเคสต่าง ๆ การวางตำแหน่งไว้ในแนวนอนตรงกลางแบบนี้เวลาเรามองหน้าจอสายตาก็จะไม่เอียงแบบที่วางไว้ที่มุมซ้ายด้วยครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อก็จะอยู่ที่มุมขวาเวลาวางเครื่องแนวนอน ใช้พอร์ต USB type-C แบบมาตรฐานใช้งานได้สะดวกในการเสียบชาร์จไปด้วยก็ไม่มีปัญหา

ส่วนลำโพงของตัวเครื่องให้มา 2 ตัววางตำแหน่งไว้บน-ล่างเมื่อถือแนวตั้ง แต่หากใช้งานแนวนอนก็จะเป็นซ้าย-ขวาแทน วางตำแหน่งไว้ค่อนบนด้วย จะใช้งานแบบจับถือเล่นเกมก็ไม่เอามือไปบัง หรือจะติดกับเคสตั้งเครื่องไว้ก็ให้เสียงออกมาแบบ Stereo เลย ตรงนี้ชอบมากครับ

มี POGO PIN เชื่อมต่อกับเคสได้

ที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีพอร์ต POGO PIN ที่เอาไว้เชื่อมกับเคสคีย์บอร์ดหรือ Book Cover Keyboard ด้วย เป็น PIN แบบแม่เหล็กที่ติดกรึ่บเข้ากับเคสได้อย่างง่ายดายและสะดวกมากครับ

เพิ่ม micro-SD ได้สูงสุด 1TB

Galaxy Tab S7 FE รุ่นที่เราได้มารีวิวจะเป็นรุ่น LTE จึงมีช่องใส่ซิมมาให้ด้วย โดยถาดซิมจะมีให้ใส่ 1 nano-SIM และมีช่อง micro-SD มาให้ด้วยเพิ่มได้สูงสุดถึง 1TB เลยครับรุ่นนี้

ระบบรักษาความปลอดภัย สแกนหน้าอย่างเดียว

ในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย Galaxy Tab S7 FE นั้นมีมาให้แค่ระบบสแกนใบหน้าเพียงอย่างเดียว ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝั่งอยู่ในปุ่ม Power ด้วย ตรงนี้ก็อาจจะลดทางเลือกในการปลดล็อคไปหน่อย สำหรับแท็บเล็ตแล้วการสแกนใบหน้าก็ง่ายและสะดวกดีอยู่เพราะถ้าใช้คู่กับเคสก็เพียงแค่เปิดฝาเคสแล้วสแกนหน้าเข้าไปใช้งานได้เลย แต่ช่วงนี้ที่เราอาจจะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด ก็ปลดล็อคด้วยใบหน้าอาจจะไม่ราบรื่นเท่าที่ควรครับ ถ้ามีสแกนนิ้วมาให้ด้วยก็น่าจะสะดวกขึ้นอีกนิดเนาะ

มี S Pen แถมมาให้ในกล่องเลย

Galaxy Tab S7 FE นั้นมีปากกา S Pen ติดมาให้ในกล่องเลย พร้อมใช้งานโดยที่เราไม่ต้องไปซื้อเพิ่มให้ยุ่งยาก ดีไซน์เรียบง่ายและมีขนาดที่เหมาะมือพอดีเป๊ะคล้ายปากกาจริง ๆ ตรงนี้เราชอบเพราะจับได้ถนัดและให้ความคุ้นเคยได้ง่ายไม่ต้องปรับตัวเยอะ ดีไซน์ของ S Pen จะมีความโค้งฝั่งหนึ่งและอีกฝั่งเป็นแบบแบนราบ พร้อมปุ่มกด 1 ปุ่มมาให้ด้วย

ฝั่งที่เป็นแบบแบนจะมีแม่เหล็กอยู่ด้วย ให้เราใช้แปะกับตัวเครื่อง Galaxy Tab S7 FE ได้พอดี ทั้งที่มุมบนของตัวเครื่องวางกรึ่บได้เลย หรือจะเป็นที่ด้านหลังของตัวเครื่อง (ล่างเลนส์กล้อง) ก็วางได้เช่นกัน แต่การวางติดไว้แบบนี้จะไม่ใช่การชาร์จเหมือนรุ่นพี่ Tab S7 หรือ Tab S7+ นะครับ เพราะ S Pen รอบนี้ไม่มีฟีเจอร์ Bluetooth มาให้เพียงแค่ยึดไว้กับที่เท่านั้นเอง

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ Galaxy Tab S7 FE ก็ออกแบบมาได้ดีครับ สวยลงตัวและพรีเมี่ยมมาก ๆ ด้วยวัสดุแบบอลูมิเนียมคุณภาพสูง การวางตำแหน่งต่าง ๆ ที่ลงตัว หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 12.4″ เต็มตามาก ๆ และขอบหน้าจอบางเฉียบอีกต่างหาก ส่วนเรื่องสีสันตรงนี้ยอมรับเลยว่าผิดคาดไปจากที่คิดมาก จอสวยแบบสวยจริง ๆ แม้จะใช้ชื่อชนิดว่า TFT ก็เถอะ

ซอฟต์แวร์และการใช้งาน

ต่อมาเรามาพูดถึงเรื่องซอฟต์แวร์และการใช้งานของ Galaxy Tab S7 FE กันบ้าง รุ่นนี้มาพร้อม One UI 3.1 ที่ครอบทับอยู่บน Android 11 หน้าตา UI และการทำงานต่าง ๆ ก็ไม่แตกต่างจากสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นใหม่ ๆ มากนัก เพียงแต่ขนาดจอใหญ่ขึ้น ใครที่เคยใช้สมาร์ทโฟน Samsung มาก่อนคงไม่ต้องปรับตัวกันมากนัก หรือถ้าไม่เคยใช้เลยมาลองใช้ก็ไม่ยากเย็นครับ ตัว UI ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายอยู่แล้ว เน้นสีสันและไอคอนที่เข้าใจง่าย

ความลื่นไหลในการใช้งานก็ถือว่าทำได้ดีครับ ทั้งการเปิด-ปิดแอปหรือเลื่อนหน้าจอต่าง ๆ จะใช้งานคู่กับปุ่ม Navigation แบบ 3 ปุ่มเดิมก็ง่าย หรือจะใช้คู่กับ Navigation Gesture ก็สะดวกไปอีกแบบ รองรับทั้งแนวตั้งและแนวนอนแบบเต็มรูปแบบกันแล้ว

ตอบโจทย์ในเรื่องการทำงานหลายหน้าจอ

ความได้เปรียบของแท็บเล็ตก็คือมีพื้นที่หน้าจอที่เยอะกว่าสมาร์ทโฟน ดังนั้นการที่เราจะใช้งานหลาย ๆ แอปพร้อมกันนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก บน Galaxy Tab S7 FE ก็รองรับการทำงาน Multi Windows หรือหลาย ๆ แอปพร้อมกันอย่างง่ายดาย เราสามารถเรียกแอปได้แบบเร็ว ๆ ผ่าน App Edge ด้านขวา ปาดออกมาแล้วเลือกแอปมาใช้งานได้ทันที

จะใช้งาน 2 แอปพร้อมกันแบบแบ่งครึ่ง ๆ ก็ได้หรือจะเลือกเป็น 3 หน้าต่างฝั่งหนึ่ง 2 อีกฝั่ง 1 ก็ได้อีก ตรงนี้เราว่าสะดวกในการใช้งานมาก ๆ อย่างเช่นเราอยากจะดูวิดีโอหรือฟังเพลงผ่าน YouTube ไปด้วยขณะที่กำลังจดอะไรลงไปใน Samsung Notes และก็ดูข้อมูลจากเว็บไซต์ไปอีกจอ ครบเครื่องมาก ๆ เลยล่ะครับ

ไมโครโฟน 3 ตัวที่เหมาะกับการใช้งานในยุคนี้

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือไมโครโฟนและกล้องหน้าที่ตอบโจทย์ในยุคนี้ เชื่อว่าหลายคนคงต้องเรียนหรือทำงานออนไลน์กันบ่อย การที่มีกล้องและไมโครโฟนที่ดีเวลาใช้งานผ่านการประชุมหรือ Video Call ก็จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เรื่องภาพคุณภาพใช้ได้อยู่แล้ววางตำแหน่งได้ดีด้วย ส่วนเรื่องเสียงก็ได้ไมโครโฟนถึง 3 ตัวที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 50% ยกระดับทั้งการโทรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เหมาะกับยุค LFH, WFH มาก ๆ ครับ

S Pen ที่สุดของปากกา Stylus

ในเรื่องการสร้างสรรค์งานต่าง ๆ บน Galaxy Tab S7 FE นั้นก็ยอดเยี่ยมด้วยการใช้งานร่วมกับ S Pen เราชอบความคล่องตัวของหัวปากกาที่แหลมเหมือนปากกาจริง ๆ ขนาดที่ใหญ่เพียงพอต่อการจจับถือได้อย่างสะดวก แถมยังรองรับแรงกดได้มากถึง 4096 ระดับอีกด้วย ทำให้ใช้ขีด ๆ เขียนเขียนได้อย่างดีมาก แม้ความสามารถเพิ่มอย่างฟีเจอร์ Bluetooth จะไม่ได้ติดมาด้วย แต่ก็ยังใช้ทุกฟีเจอร์เด่นได้ครบครบ

จะเป็นการจดโน้ตเร็ว ๆ เมื่อหน้าจอล็อคก็กดปุ่มแล้วเคาะหน้าจอได้เลย หรือจะเรียกคำสั่งลัดอย่าง Air Command ก็เพียงแค่เอา S Pen ไปจ่อใกล้ ๆ แล้วกดปุ่ม จะเข้าแอปหรือจดโน้ตก็ได้ทันที

แอป Samsung Notes ที่พัฒนามาอย่างยาวนานก็ช่วยให้การทำงานนั้นสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจด การวาด หรือใช้งานร่วมกับเอกสารต่าง ๆ ทำได้หมด แทบจะไม่ต้องไปดาวน์โหลดแอปอื่นมาให้ยุ่งยากเลย สำหรับสายจดก็มีฟีเจอร์ Handwriting to Text ช่วยแปลงตัวอักษรจากลายมือเป็นตัวพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ หรือสายวาดก็มีหัวปากการะบายสีได้หลากหลาย

หรือใครที่ต้องใช้งานร่วมกับแอปอื่น ๆ อย่าง Canvas, Clip Studio ทาง Samsung เองก็มีสิทธิพิเศษให้กับผู้ใช้ Galaxy Tab S7 FE ได้ใช้งาน Canvas Pro นาน 30 วัน Clip Studio Paint เวอร์ชั่น Pro นาน 6 เดือนอีกด้วย

Keyboard Cover ราคา 4,990 บาท

Galaxy Tab S7 FE มาพร้อมเคสคีย์บอร์ด Keyboard Cover ที่ขายแยกด้วย ตัวนี้เราแนะนำสำหรับใครที่ต้องการใช้งานแบบจริงจังมากขึ้น เพราะช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้นจริง อย่างเรื่องการพิมพ์ตัวคีย์บอร์ดก็ออกแบบมาดีมาก แป้นพิมพ์นั้นมีความใกล้เคียงกับแล็ปท็อปเลยทั้งการเว้นระยะห่าง และความเด้งของแป้นรับนิ้วที่พิมพ์ได้เป็นอย่างดี มีปุ่ม Function ต่าง ๆ ให้เรากดเลือกอย่างครบถ้วน

ตัวเคสก็ยึดติดกับเครื่องได้อย่างง่ายดายเพราะใช้แม่เหล็ก ไม่ต้องมาคอยง้างเคสให้เสียวเป็นรอยเวลาใส่หรือดึงออก มีมุมองศาที่ 60 องศา กำลังดีในการใช้พิมพ์งานหรือตั้งเพื่อใช้ Video Call หรือดูหนังได้อย่างพอดี

ที่สำคัญในตัวเคสเองก็ยังมีช่องเก็บ S Pen ในตัวด้วย เผื่อใครที่อยากพกออกไปทำงานข้างนอกก็สบายใจได้ไม่ต้องกังวลว่า S Pen จะหลุดหรือหล่นหายเอาง่าย ๆ เพราะเก็บไว้พอดีเป๊ะ

แต่ตัวเคสนี้ก็ยังมีจุดสังเกตอยู่บ้างคือเคสไม่มีไฟ Backlit ที่แป้นและไม่มี TouchPad มาให้ด้วย แต่ถ้ามองในมุมว่าใช้งานคู่กับเม้าส์อยู่แล้ว หรือจะใช้คู่กับ S Pen ก็ไม่ติดขัด ปัญหานี้ก็คงไม่ใหญ่เกินไปเท่าไหร่แลกมากับฟิลลิ่งการพิมพ์ที่เหมือนกับแล็ปท็อปดี ๆ สักตัว เราเลยเชียร์เลยครับเป็นเคสที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับสายทำงานจริงจัง

Book Cover Keyboard ของ Galaxy Tab S7 FE ราคา 4,990 บาท

มี DeX mode เหมือนได้แล็ปท็อปอีกเครื่อง

DeX mode อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราใช้งาน Galaxy Tab S7 FE ได้สะดวกยิ่งขึ้น โหมดนี้จะให้เราเปลี่ยน UI ทั้งหมดของตัวเครื่องให้คล้ายกับคอมพิวเตอร์ PC มีพวกหน้า Taskbar การใช้งานแต่ละแอปที่ลอยเป็นหน้าต่างได้ ช่วยให้เราใช้งานได้หลากหลาย เหมือนเปลี่ยนเจ้า Tab S7 FE นี้เป็นแล็ปท็อปสักเครื่องเลยทีเดียว

ซึ่งในโหมดนี้ประสบการณ์การทำงานก็ทำได้ดีขึ้นจริง ๆ ยิ่งถ้าเรามีคีย์บอร์ด Bluetooth หรือ Book Cover Keyboard (เคสคีย์บอร์ด) ใช้งานร่วมกับเม้าส์แบบไร้สายด้วยก็เพอร์เฟคเข้าไปใหญ่ กลายเป็นแล็ปท็อปพกพาที่ใช้งานได้อย่างสะดวกและลงตัวมาก ๆ เลยล่ะครับ

ความบันเทิงที่จัดเต็ม

นอกจากเรื่องการทำงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว ในเรื่องความบันเทิง Galaxy Tab S7 FE ก็ยังถูกใจเราสุด ๆ ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ระดับ 12.4″ มีลำโพงคู่ Stereo คู่มาอีก ทุกอย่างเข้ากันไปหมดครับ ในเรื่องการดูหนังเราชอบมากเพราะสีสันที่ให้มานั้นสวยงามและจัดจ้านกำลังดี ชมอีกสักทีว่าเกินเบอร์ TFT ไปมากจริง ๆ ดูคอนเทนต์ความละเอียดสูงบน YouTube หรือดู Netflix ก็ชัดสมใจมาก ๆ แถมอัตราส่วนของหน้าจอยังเป็น 16:10 ที่เหมาะกับการดูหนังอีกต่างหากเพราะขอบดำจะเหลือนิดหน่อย ให้การแสดงผลที่เต็ม ๆครับ

เรื่องเสียงนี่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าภาพเลย ลำโพงคู่ให้อรรถรสที่ดีมากเสียงมีมิติและความดังคือกระหึ่มสุด ๆ เปิดดูหนังที่ต้องการพลังลำโพงแน่น ๆ ก็ไม่ผิดหวัง หรือจะเปิดฟังเพลงชิว ๆ ก็ถูกใจถือว่าเป็นแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์เรื่องความบันเทิงมาก ๆ รุ่นหนึ่งเลยล่ะครับ

ประสิทธิภาพถึงใจไหม สเปคนี้

Galaxy Tab S7 FE รุ่นที่เราทดสอบนี้เป็นรุ่น LTE นั่นหมายความว่าชิปเซ็ตที่ใช้จะเป็น Snapdragon 750G นะครับ ซึ่งก็ถือว่าแรงเพียงพอต่อการใช้งานทั้งทำงาน ไปจนถึงเล่นเกมหนัก ๆ ได้แล้ว ซึ่งผลคะแนนทดสอบของ AnTuTu Benchmark ก็ออกมาสูงถึง 282654 คะแนนเลยทีเดียว

และ GeekBenh 5 ก็ออกมาไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน ได้คะแนน Single-Core ไปที่ 656 คะแนน และ Multi-Core ที่ 1834 คะแนนครับ

เล่นเกมกันหน่อยซิ

ทดสอบมาเยอะแล้ว ขอมาเล่นเกมกันสักหน่อยดีกว่า เกมที่เราจะใช้ทดสอบ Galaxy Tab S7 FE ในรอบนี้มี 2 เกมคือ ROV และ Call of Duty Mobile นั่นเองครับ และผลลัพธ์ที่ได้ก็มีดังนี้ครับ

เล่น ROV บน Galaxy Tab S7 FE

เกมแรกเกม MOBA สุดฮิต เราเลือกปรับภาพ HD Display ได้ระดับสูง ภาพกราฟิกได้เกือบสูงสุด เปิดเฟรมเรตสูงได้ด้วย จังหวะการเล่นในเกมทำเฟรมเรตได้ดีมากอยู่ที่ราว ๆ 58 – 60fps ถือว่าลื่นไหลเอามาก ๆ แถมได้หน้าจอที่ใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ก็ยิ่งทำให้เล่นได้อย่างสนุก อัตราส่วนเป็นแบบ 16:10 ด้วยยิ่งพอดีเข้าไปใหญ่

เล่น Call of Duty Mobile บน Galaxy Tab S7 FE

ถัดมาเป็นเกมยิงที่กราฟิกสุดอลังการ เกมนี้เราเลือกกราฟิกได้ถึงระดับ Very High คู่กับเฟรมเรต Very High เช่นกัน รวมถึงเอฟเฟกต์อื่น ๆ ก็เปิดได้หมด ตัวเกมนั้นเล่นได้อย่างลื่นไหลดีทีเดียวครับ มุมมองของหน้าจอก็กว้างแบบมาตรฐาน เสียงที่จากลำโพง Stereo คู่ออก 2 ทิศทางแบบนี้ช่วยให้เราได้ยินรายละเอียดในเกมได้ดีขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งหูฟังเลยด้วยครับ

ในเรื่องประสิทธิภาพเท่าที่ลองใช้งานจริง ๆ ถือว่าใช้งานได้ดีครับ ทั้งการประมวลผลและซอฟต์แวร์ แอปต่าง ๆ รองรับเป็นอย่างดี เล่นเกมก็ตอบโจทย์สเปคนี้รันได้สบาย แต่จุดที่น่าเป็นห่วงอยู่ในนิดหน่อยก็คือ “แรม” ครับ เพราะให้มาเพียง 4GB อาจจะน้อยไปนิดสำหรับการใช้งานจริงจังแบบเปิดหลายแอปทำงานต่อเนื่องกัน เพราะเท่าที่เราใช้งานมาจะเจออาการแอปพื้นหลังดีดบ้างหลังจากใช้งานไปนาน ๆ เนื่องจากแรมที่ให้มาไม่ได้เยอะอะไร แต่หากใช้งานทั่วไปแบบทีละ 2 – 3 แอปก็ยังพอรับไหวอยู่นะ

กล้องใช้งานได้ดีทั้งทำงานหรือเซลฟี่

สำหรับแท็บเล็ตแล้วกล้องอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไหร่ แต่การที่มีกล้องดีไว้ก็คงดีกว่าไม่ดีล่ะเนาะ บน Galaxy Tab S7 FE นั้นได้กล้องหน้า-หลังมาอย่างละตัว ความละเอียด 5MP กับ 8MP ตามลำดับ ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปครับ จะเซลฟี่ก็โอเคหรือใช้งาน Video Call ก็อย่างที่บอกไปว่าใช้ได้อยู่

ส่วนกล้องหลังก็ใช้งานได้เพียงพอจะถ่ายพวกไฟล์เอกสารแล้วมาทำงานต่อหรือถ่ายรูปเล่นในบ้างโอกาสก็ทำได้ดีเลยในสภาพแสงที่เพียงพอครับ

แบตเตอรี่ 10,090mAh อึดกระชากใจใช้งานได้ทั้งวัน

ปิดท้ายที่เรื่องแบตเตอรี่ Galaxy Tab S7 FE ให้แบตเตอรี่มาเยอะถึง 10,090mAh เทียบกับสเปคที่ให้มาถือว่าเยอะพอสมควรเลย เท่าที่เราลองใช้งานมาจริง ๆ ถือว่าทำได้ดีเลย ลองใช้เป็นแท็บเล็ตเครื่องหลักเพื่อทำงาน และเล่นเกม ดูหนังฟังเพลงไปด้วยก็เพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันอยู่ครับ การจัดการเรื่องแบตเตอรี่ถือว่าสอบผ่านเลยรุ่นนี้

ชาร์จไวสูงสุด 45W เลยนะ แต่…

ส่วนเรื่องระบบชาร์จเห็นแบตเตอรี่เยอะ ๆ แบบนี้ อาจจะคิดว่าต้องรอชาร์จกันนานแหงเลยถ้าหมดจริง ๆ รุ่นนี้รองรับระบบชาร์จไวที่หลากหลายครับ ตั้งแต่ 15W, 25W และ 45W ซึ่งแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ที่ใช้ แต่เหมือนว่าในกล่องจะแถมที่ชาร์จแค่ 15W มาให้ ถ้าอยากได้แบบเต็มประสิทธิภาพคงต้องหาซื้อที่ชาร์จแยกอีกที แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเราสามารถใช้ที่ชาร์จ PD ที่รองรับ 45W ได้เลย ไม่ต้องใช้เฉพาะของ Samsung ครับ

เท่าที่เราลองถ้าชาร์จไวแบบสูงสุดระบบจะแจ้งว่าเป็น Super Fast Charge 2.0 เลยครับ อันนี้จะเร็วมาก ประมาณ 90 นาทีก็ชาร์จเต็มแล้วครับ หรือถ้าไม่มีที่ชาร์จไวสูงสุดใช้พวกที่ชาร์จของ Note20, S20 ก็จะได้ความเร็วที่ 25W ขึ้นว่า Super Fast Charge ใช้เวลาราว ๆ 120 นาทีเต็มครับ และหากไม่มีที่ชาร์จไวจริง ๆ ใช้ของที่แถมมาในกล่อง 15W ก็รอนานหน่อย 180 นาทีเต็มครับ

มีให้เลือก 2 รุ่นราคาไม่ถึง 20,000 บาท

Galaxy Tab S7 FE เปิดตัวมาด้วยกัน 2 รุ่นคือ Wi-Fi และ LTE (รุ่นที่เรารีวิว) โดยจะแบ่งสเปคแตกต่างกันนิดหน่อยคือรุ่น Wi-Fi จะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 778G ในขณะที่รุ่น LTE จะใช้ชิป Snapdragon 750G สนนราคาดังนี้

  • Galaxy Tab S7 FE รุ่น Wi-Fi (Snapdragon 778G) ราคา 17,990 บาท
  • Galaxy Tab S7 FE รุ่น LTE (Snapdragon 750G) ราคา 19,990 บาท

สรุปแล้ว “นี่คือแท็บเล็ตไซส์ใหญ่ที่ครบเครื่องทุกการใช้งานในราคาไม่ถึง 2 หมื่น”

สำหรับ Galaxy Tab S7 FE ก็ถือว่าเป็นแท็บเล็ตที่ครบเครื่องในทุกการใช้งานที่ยุคนี้ควรมีแล้วจริง ๆ ทั้งหน้าจอที่ใหญ่ยักษ์ถึง 12.4″ ตอบโจทย์การทำงานทุกรูปแบบตั้งแต่ความบันเทิง การทำงาน หรือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ต่าง ๆ สเปคที่ให้มาแม้จะไม่หวือหวามากนัก แต่ในการใช้งานจริงก็เพียงพอแล้วครับ จะมีจุดสังเกตอยู่บ้างในเรื่องสเปคก็คือแรมที่ให้มาน้อยไปหน่อย ในการใช้งานหนัก (ย้ำว่าหนักจริง ๆ) จะเห็นความหน่วงอยู่บ้างหรือการดีดแอปเบื้องหลังไป แต่หากเราใช้งานทั่วไปแบบทีละ 2 – 3 แอปก็ยังรับไหวอยู่ครับ ตัวอุปกรณ์ที่รองรับบนรุ่นนี้ก็ช่วยให้การใช้งานสมบูรณ์ขึ้นมาก ตั้งแต่ S Pen ที่มีแถมมาให้ในกล่องไปจนถึง Book Cover Keyboard ที่ต้องซื้อแยกหน่อย แต่หากจะใช้งานได้อย่างจริงจังมากขึ้นแนะนำว่าควรจัดครับ ทำงานได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลย โดยรวมแล้วนี่ก็เป็นอีกหนึ่งแท็บเล็ตที่เราชอบมากอีกรุ่นเลยครับทำทุกอย่างได้ตอบโจทย์ยุค LFH, WFH ในราคาไม่ถึง 20,000 บาท ใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตดี ๆ ไว้ทำงานจริงจังในช่วงนี้รุ่นนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เราแนะนำเลยครับ

จุดเด่น

  • หน้าจอขนาดใหญ่ 12.4″ ใช้งานเต็มตา ทั้งความบันเทิงและทำงาน
  • ดีไซน์สวยลงตัวน่าใช้งาน งานประกอบเป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูง
  • ซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งมาได้ดี ใช้งานง่าย
  • DeX mode เปลี่ยนแท็บเล็ตเป็นแล็บท็อปได้เลย
  • Snapdragon 750G เพียงพอต่อการใช้งาน
  • ลำโพงคู่ Stereo คุณภาพเยี่ยม
  • แบตเตอรี่ความจุเยอะมาก ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
  • มี S Pen แถมมาให้ในกล่องเลย

จุดสังเกต

  • แรม 4GB ที่ให้มา อาจน้อยไปหน่อยหากใช้งานหลาย ๆ แอปพร้อมกัน
  • รองรับชาร์จไว 45W แต่แถมแค่ที่ชาร์จ 15W มาในกล่อง

กำลังฮอต

Android News3 วัน ago

รวมฟีเจอร์ขั้นเทพ OPPO Find X3 Pro 5G หนึ่งในเรือธงที่น่าสนใจสุด ๆ จนถึงตอนนี้

OPPO Find X3 Pro 5G ...

Apple News3 วัน ago

Sunday จับมือ dtac ยกระดับบริการ dtac Mobile Care Service ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมความพิเศษรับส่วนลดถึง 30% สำหรับ iPhone 13

Sunday จับมือ dtac ย...

Featured7 วัน ago

รีวิว Samsung Galaxy A52s 5G เร็วแรงขึ้นด้วย New Chipset พร้อมกล้องสุดล้ำกับฟีเจอร์ Single Take

รีวิว Samsung Galaxy...

Featured1 สัปดาห์ ago

รีวิว vivo TWS 2 Series หูฟัง TWS ที่จะช่วยให้คุณ “เพลิดเพลินเหนือจินตนาการ” ด้วยระบบเสียงระดับ DEEP-HD Audio และไดรเวอร์ไดนามิก 12.2 มม.

รีวิว vivo TWS 2 Ser...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว vivo X70 Pro 5G และ X70 5G อีกขั้นของสมาร์ตโฟนเรือธงกล้องเทพด้วยเลนส์ ZEISS T* Coating และฟีเจอร์กล้องที่ครบเครื่องกว่าที่เคย!

รีวิว vivo X70 Pro 5...

Advertisement

ใหม่ล่าสุด