ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6 แท็บเล็ตสเปคแรงด้วยขุมพลัง Snapdragon 855, จอใหญ่ 10.5 นิ้ว พร้อมให้ควบคุม S Pen ได้ดั่งใจ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Samsung Galaxy Tab S6 แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ 10.5 นิ้ว พร้อมด้วยสเปคสุดแรงด้วยขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855, ใช้งานลำโพงแบบดังกระหึ่มถึง 4 ตัวแบบ Dolby Atmos และปากกา S Pen ที่ควบคุมได้แม้ไม่แตะหน้าจอ

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

สรุปสเปค Samsung Galaxy Tab S6

  • ขนาดตัวเครื่อง : 244.5 x 159.5 x 5.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 420 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED กว้าง 10.5 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560 x 1600 พิกเซล) รองรับ HDR10+
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 855 Octa Core ความเร็ว 2.8 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • RAM 6/8 GB
  • ROM 128/256 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 1TB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI 1.5
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 2 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Ultra Wide-angle ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • รองรับปากกา S Pen
  • รองรับซิมการ์ดแบบ NanoSIM 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 7,040 mAh รองรับ Fast Charge 15W

 

[ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล]

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab S6 ถือว่ามีความบางและเบามากๆ เพียง 5.7 มม. สำหรับความบาง และ 420 กรัมสำหรับน้ำหนัก เมื่อเทียบกับแท็บเล็ตด้วยกันเอง โดยขอบทั้ง 4 ด้านมีความบางลง ไม่มีปุ่มโฮม

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

โดยการใช้วัสดุที่ด้านหน้าจะใช้เป็นกระจก ขณะที่ด้านหลังจะใช้วัสดุโลหะที่ไม่ทำให้เกิดรอยนิ้วมือ และการจับถือก็ไม่ลื่นมืออีกด้วย

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy Tab S6 มีความกว้างถึง 10.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ WQXGA (2560 x 1600 พิกเซล) แถมเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของโลกที่รองรับการแสดงผล HDR10+ อีกด้วย ทำให้สามารถดูวิดีโอหรือเล่นเกมต่างๆ ได้ทั้งความกว้างของจอและความคมชัด

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy Tab S6 จะมีเพียงกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ เท่านั้น

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นแผงสำหรับเชื่อมต่อ BookCover Keyboard

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ส่วนด้านขวาที่ทั้งปุ่มล็อคเครื่อง, ปุ่มเพิ่มลดเสียง, ไมโครโฟน และมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 1 ช่อง และ MicroSD Card อีก 1 ช่อง โดยทั้ง 2 ช่องจะอยู่คนละฝั่งกัน

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ด้านล่างมีลำโพงอยู่ทั้ง 2 มุม และมีพอร์ต USB Type-C อยู่ตรงกลาง

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ขณะที่ด้านบนมีลำโพงอีก 2 ตัวทั้ง 2 มุม และไมโครโฟนตัวที่ 2

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลังคู่แนวตั้งที่มุมซ้ายบนความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล ถัดลงมาจะมีช่องสำหรับวาง S Pen และตัวแม่เหล็กสำหรับชาร์จและยึดกับปากกา

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ใครที่กลัวว่าแม่เหล็กจะยึดได้ไม่แน่น ก็หายห่วงได้เลย เพราะการยึดติดทำได้ดีมากๆ ถือไปไหนไม่มีหล่นแน่นอนครับ ยกเว้นจะไปชนกับวัตถุต่างๆ ก็อาจจะทำให้แม่เหล็กที่ตัว S Pen และเครื่องหลุดออกจากกันได้

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

[ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน]

ระบบปฏิบัติการ

Samsung Galaxy Tab S6 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie โดยครอบทับด้วย One UI 1.5 ที่เน้นเรื่องการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ให้ดูเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

เปลี่ยนรูปแบบนาฬิกาหน้าจอล็อคได้
ในส่วนของหน้าจอล็อค เราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของนาฬิกาได้ตามใจชอบ รวมไปถึงสีของตัวอักษรเพื่อให้ตัดกับวอลเปเปอร์ของหน้าจอล็อคก็ได้เช่นเดียวกัน

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ระบบความปลอดภัย
ด้านระบบความปลอดภัยของ Samsung Galaxy Tab S6 ก็ให้มาทั้ง 2 แบบหลักๆ ได้แก่ การสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอและการสแกนใบหน้า โดยทั้ง 2 แบบสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี และมีความเสถียรพอสมควร

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ควบคุมได้ง่ายด้วยปากกา S Pen
มาถึงจุดเด่นที่ขาดไม่ได้สำหรับ Samsung Galaxy Tab S6 อย่างปากกา S-Pen ที่สามารถควบคุมได้แม้ไม่แตะหน้าจอแสดงผล เหมือนกับ Samsung Galaxy Note 10/Note 10+ ทั้งหมด ทั้งยังมีฟีเจอร์ให้เลือกใช้งานได้เพียบ ดังนี้

  • Screen-Off Memo : เราสามารถจดบันทึกได้แม้หน้าจอยังล็อคอยู่ เพียงแค่เราหยิบ S Pen ออกมา แล้วกดปุ่มที่ตัวปากกาค้างไว้แล้วแตะ 1 ครั้งที่หน้าจอล็อค ก็จะเริ่มใช้งานได้ทันที โดยข้อความทั้งหมดที่เขียนลงไปจะเป็นการใช้แอปพลิเคชั่น Samsung Notes และเราสามารถเปิดไปดูได้ทันทีเมื่อปลดล็อค

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

  • เปลี่ยนตัวเขียนเป็นตัวพิมพ์ : อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลายคนน่าจะชอบคือเราสามารถเปลี่ยนตัวเขียนจากลายมือของเราเป็นตัวพิมพ์ตามตัวษรได้อย่างสวยงาม ซึ่งมีข้อดีอย่างมากหลังจากการจดบันทึกเรียบร้อย ทำให้อ่านได้ง่ายขึ้น แต่ในเรื่องการแปลงข้อความอาจมีพลาดเล็กน้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับความสวยงามของลายมือเช่นกันครับ

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

  • ควบคุมได้แม้ไม่แตะด้วย S Pen Air Action : เป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์ Gyro ที่ฝังในตัวปากกา โดยเราจะควบคุมปากกาด้วยการปัดซ้าย, ขวา, ขึ้น หรือลงเพื่อควบคุมแอปที่รองได้ได้อย่างอิสระ แต่ต้องกดปุ่มที่ปากกาก่อนใช้งานด้วย เช่น ในแอปกล้อง ให้เราปัดซ้าย/ขวาเพื่อเปลี่ยนโหมด, ปัดขึ้น/ลงเพื่อสลับกล้องหน้า-หลัง หรือหมุน (ครึ่งวงกลม) เพื่อซูมเข้า-ออก เป็นต้น ทั้งยังสามารถกด 1 ครั้งเพื่อเป็นชัตเตอร์ได้เช่นกัน

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

  • สร้างศิลปะและจดบันทึกได้ง่ายๆ : นอกจากใช้งานเรื่องทำงานแล้ว การวาดเขียนก็ทำได้เช่นกันกับแอปพลิเคชั่นที่รองรับ หรือจะบันทึกหน้าจอแล้ววาดลงไปก็ทำได้เหมือนกัน

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

  • ชาร์จ 10 นาที ใช้งานได้เป็นชั่วโมง : เมื่อเราใช้งาน S Pen มาทั้งวัน เพียงแค่เราชาร์จ 10 นาทีหลังตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab S6 ก็จะอยู่ได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

เราสามารถใช้งาน Call & Message Continuity หรือเป็นการแจ้งเตือนเมื่อมีสายเข้าและสามารถใช้ตอบข้อความต่างๆ ได้ด้วยโดยไม่จำเป็นต้องรับสายบนสมาร์ทโฟน ซึ่งการใช้งานต้องเชื่อมผ่านบัญชี Samsung Account ที่เหมือนกันทั้ง 2 อุปกรณ์ และแท็บเล็ตต้องต่อ Wi-Fi อยู่

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

หน้าจอคอชัด ดูหนัง HDR10+ พร้อมลำโพง 4 ตัวแบบ Dolby Atmos

ด้วยหน้าจอที่กว้างถึง 10.5 นิ้ว ของ Samsung Galaxy Tab S6 มีรองรับการแสดงภาพแบบ HDR10+ การดูภาพยนตร์ใน Netflix หรือเนื้อหาที่รองรับ HDR10 จะยิ่งทำให้ภาพที่ความสว่างและมีสีสันที่สดใสเป็นอย่างมาก รวมไปถึงการอัดแน่นด้วยลำโพงที่มีให้ถึง 4 ตัว ระบบเสียงแบบ Dolby Atmos และปรับแต่งโดย AKG ใครที่เป็นสายเพลงหรือสายภาพยนตร์ต้องขอบอกเลยว่าห้ามพลาดให้การฟังเสียงสุดกระหึ่มและภาพสุดคมชัดในรุ่นนี้โดยเด็ดขาด

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

Samsung DeX เป็นการใช้งานเดสก์ทอปได้ง่ายๆ คือการทำให้มีหน้าตาเหมือนเราใช้ PC อยู่นั่นเอง หรือใครจะเชื่อมต่อกับ BookCover Keyboard ก็ยิ่งใช้งานทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ใช้งาน 2 หน้าจอได้สบายไม่กี่คลิก

เราสามารถใช้งาน 2 หน้าจอได้ง่ายๆ ด้วย Split View เพียงแค่ปัดขวาจากหน้าจอ เราก็จะเห็นรายชื่อแอปต่างๆ เพื่อใช้งานได้ทันที

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

นอกจากนี้ หากเราเปิด 2 หน้าจออยู่แล้วแต่อยากใช้งานอีกหลายแอป เช่น การจดบันทึก เราก็ปัดขวาเปิดรายการแอปออกมาเหมือนเดิม จากนั้นให้เรากดไอคอนแอปนั้นค้างไว้สักครู่แล้วลากแอปนั้นออกมา เราก็จะได้หน้าต่างแบบลอยขึ้นมา ทั้งยังสามารถปรับความโปร่งใสได้อีกด้วย

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ทดสอบการเล่นเกม Asphalt 9: Legends ตัวเกมให้ความที่มีความสวยงาม เห็นได้คมชัดและสีสันสมจริงมากๆ ด้วยหน้าจอแบบ HDR10+ แถมยังเล่นได้ลื่นไหลอีกด้วย

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

[กล้องถ่ายรูป]

Samsung Galaxy Tab S6 มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ที่มีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล ที่มีฟังก์ชันให้เลือกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์กว้าง Ultra Wide Angle, การจดจำหมวดหมู่ของภาพด้วย AI, ไลฟ์โฟกัส และ Night Mode โดยแต่ละฟังก์ชันจะถ่ายภาพออกมาเป็นอยากไร ลองมาดูกันเลย

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ถ่ายมุมกว้างด้วย Ultra Wide : จะเป็นการเก็บภาพมุมกว้างตามชื่อเลนส์ ทำให้ส่วนต่างๆ ของวัตถุเก็บมาครบ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งขาดหายไป

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

การจดจำหมวดหมู่ของภาพด้วย AI : ระบบจะทำการปรับแต่งสีสันของวัตถุต่างๆ ให้มีความแตกต่างกันตามความเหมาะสม

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

Night Mode : Samsung Galaxy Tab S6 สามารถถ่ายภาพกลางคืนได้คมชัดมากขึ้นด้วย Night Mode ซึ่งก็เก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ไลฟ์โฟกัส : จะเป็นการเบลอหลังได้อย่างสวยงาม ทั้งยังมีอีกอีก 3 แบบให้เลือกนอกเหนือจากการเบลอ ได้แก่ การหมุน, ซูม และคัลเลอร์พอยท์

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

ส่วนกล้องหน้าก็มาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายด้วยโหมดไลฟ์โฟกัสเหมือนกับกล้องหลังทั้งหมด รวมถึงการปรับแต่งบิวตี้ให้ใบหน้าก็ยังทำได้เช่นเดิม

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่ 10.5 นิ้ว แสดงผลแบบ HDR10+
  • ลำโพง 4 ตัวแบบ Dolby Atmos เสียงกระหึ่ม
  • มีกล้องหลังคู่และ Ultra-Wide
  • มีโหมด Samsung DeX ใช้ได้ราวกับ PC
  • ปากกา S Pen ที่รองรับฟีเจอร์เพียบ
  • มีสแกนนิ้วใต้หน้าจอแสดงผล

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

Smart Review

รีวิว Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายครอบหู พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยม พร้อมฟังก์ชันใหม่เพียบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม มีระบบการตัดเสียงรบกวนขั้นสูง เปิดอรรถรสการฟังเพลงได้เหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง โดยมี AI ที่เพิ่มเข้ามาทำให้ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

 

สรุปสเปค Sony WH-1000XM4

  • น้ำหนักหูฟัง : 254 กรัม
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • ระยะการเชื่อมต่อ : ไกลสุด 10 เมตร
  • ไดรเวอร์ขนาด : 40 มม.
  • ค่าความต้านทาน (โอห์ม)
    • 40 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 16 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • การตอบสนองความถี่ 4Hz – 40,000Hz
  • ความไว (DB/MW)
    • 105dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 101dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • รองรับ DSEE Extreme, การตัดเสียงรบกวน และสั่งการด้วยเสียง
  • แบตเตอรี่
    • การใช้งานเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 30 ชั่วโมง
    • การใช้งานเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 38 ชั่วโมง
  • พอร์ตชาร์จ : USB Type-C

 

แกะกล่อง

ตัวกล่องของ Sony WH-1000XM4 มีขนาดใหญ่ตามขนาดหูฟังครับ โดยเลื่อนออกมาจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4
  • กระเป๋าเคสสำหรับพกพา
  • หัวแปลงสำหรับเสียบช่องหูฟังบนเครื่องบิน
  • สายต่อหูฟัง (AUX) ยาว 1.2 เมตร
  • สาย USB Type-C ยาวประมาณ 20 ซม.
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์หูฟัง

ดีไซน์ของตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4 มาในทรงที่ครอบหูตามปกติครับ สามารถยืดได้อย่างง่ายๆ ทำให้ไม่แน่นจนเกินไป มียางและบุโฟมยูริเทนทั้งด้านบนและตัวครอบหูฟังเพื่อรองรับแรงกด

 

โดยตัวที่ครอบหูสามารถหมุนได้ 90 องศาเพื่อการจัดเก็บที่สะดวกสบายมากขึ้น

 

หรือใครที่ไม่ถนัดหรือใส่ไม่ลงล็อกกับหู สามารถดึงขึ้น-ลงเพื่อปรับให้เข้ากับเราได้ครับ

 

ปุ่มรอบๆ ตัวหูฟังฝั่งซ้าย Sony WH-1000XM4 จะมีปุ่มฟังก์ชันเพื่อปรับโหมดการฟังเพลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงรบกวนแบบสูงสุด (Noise Cancelling), เปิดเสียงภายนอก (Ambient Sound) ระดับกลาง , การเปิดเสียงภายนอกขั้นสูง

 

ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเปิด-ปิด และช่องเสียบสาย AUX

 

โดยตรงกลางจะเป็นเทคโนโลยี NFC พร้อมสัญลักษณ์ที่บอกชัดเจนครับ

 

ส่วนทางขวาจะมีเพียงพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จ พร้อมไฟ LED

 

วิธีการเชื่อมต่อ

1. โหลดแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ได้ทั้ง Android และ iOS
2. หากเชื่อมต่อผ่านบลูทูธให้กดค้างที่ปุ่ม Power ของหูฟัง 7 วินาทีจนกว่าไฟ LED จะกระพริบเป็นสีน้ำเงินอย่างเร็ว
3. ทำตามขั้นตอน
4. เสร็จสิ้น

 

การควบคุมต่างๆ (ใช้งานได้เฉพาะฝั่งขวา)

  • เลื่อนขึ้น : เพิ่มเสียง
  • เลื่อนลง : ลดเสียง
  • เลื่อนขวา : เล่นเพลงถัดไป
  • เลื่อนซ้าย : ย้อกลับเพลงที่ผ่านมา
  • กดค้างตรงกลาง : เรียกใช้งาน Voice Assistant
  • กด 1 ครั้งตรงกลาง : หยุด-เล่นเพลง หรือรับสายโทรศัพท์
  • ฝ่ามือทับหูฟัง : ฟังเสียงรอบข้างทันที

 

การฟังเพลงและการตัดเสียงรบกวน

สำหรับการฟังเพลงต้องบอกว่าฟูฟังตัวเทพอย่าง Sony WH-1000XM4 ทำออกมาได้ดีมากในทุกย่านเสียงครับ เสียงเบสแน่นและหนักได้ยินชัดเจนเพราะมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 40 มม. เสียงพูดหรือเสียงร้องจัดว่าคมชัด มีความแหลมสูงเล็กน้อย ทั้งยังรองรับเสียงแบบ Hi-Res Audio รวมถึง DSEE Extreme ฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของไฟล์เพลงที่อาจถูกบีบอัด ทำให้เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดรวมถึงเสียงร้องนั้นชัดเจนมากขึ้น

และฟีเจอร์ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับหูฟังรุ่นนี้ คือ 360 Reality Audio ที่จะเล่นเสียงเพลงให้แบบ 360 รอบตัวเราทั้งหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง แบบครบทุกทิศครับ ใครที่ชอบฟังเพลงแบบสมจริง ต้องบอกว่านี่คือตัวชูโรงของ Sony WH-1000XM4 เลยก็ว่าได้

 

ที่สำคัญยังมีการปรับเสียงตามสถานการณ์ (Adaptive Sound Control) ซึ่งตรงนี้ต้องเปิดตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนครับ ซึ่งจะแบ่งได้ 3 สถานการณ์ ดังนี้

  • นั่งอยู่กับที่ : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกระดับสูง
  • กำลังเดิน : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกแบบปกติ
  • นั่งรถยนต์ : เปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมปิดเสียงภายนอก

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับการตัดเสียงได้ตามใจชอบผ่านผ่านแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 0 – 20 ระดับ ซึ่งในเรื่องของการตัดเสียงรบกวนขณะฟังเพลง ต้องบอกว่าทำได้ดีมาก เสียงภายนอกแทบไม่ได้ยินถ้าไม่ได้ตะโกนหรือมีเสียงที่ดังเกินครับ

 

สำหรับ Sony WH-1000XM4 จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการใส่ เมื่อถอดหูฟังออก ระบบจะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติ และเมื่อใส่กลับเข้าไปใหม่ ก็จะเล่นต่อทันที

 

อย่างไรก็ตาม Sony ก็ยังให้เราได้สื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้ง่ายๆ เมื่อเราเริ่มพูดคุยกับคนรอบข้าง ระบบจะหยุดเล่นเพลงทันที พร้อมให้เราสนทนากับคนอื่นๆ ได้ทันทีแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องถอดหูฟังออกมา หรือเพียงวางมือด้านบนกรอบหูฟังฝั่งขวา ระบบจะลดเสียงเพลงลงทันที

 

การคุยโทรศัพท์

ในการคุยโทรศัพท์ต้องบอกว่าปลายสายได้ยินเราชัดเจนครับ เพราะมีไมโครโฟนถึง 5 ตัวบนหูฟัง ที่สำคัญเสียงที่เราได้ยินจากปลายสายก็ได้ยินชัดเจนด้วยรนะบบตัดเสียงรบกวนภายนอก

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มที่ทั้งวัน

ในเรื่องของแบตเตอรี่ต้องบอกว่าสามารถใช้งานได้เต็มวันแน่นอนครับ เพราะจากที่ลองให้งานฟังเพลงประมาณ 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่จาก 80% ลดลงมาเล็กน้อยเหลือแค่ 75% ซึ่งตามที่ Sony ระบุไว้สามารถใช้งานขณะเปิดโหมดตัดเสียงได้สูวสุดถึง 30 ชั่วโมง และเมื่อปิดโหมดจะใช้ได้ถึง 38 ชั่วโมง

 

ส่วนการชาร์จสามารถชาร์จเพียง 10 นาที ก็ใช้งานต่อได้อีก 5 ชั่วโมง แต่ถ้าจะชาร์จให้แบตเตอรี่เต็ม 100% จาก 0% จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

 

ใครที่สนใจ Sony WH-1000XM4 นั้นเปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 13,990 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม www.sony.co.th

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก รันบน Android 10 (Go Edtion) พร้อมใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น ราคาเพียง 2,499 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดในราคาแบบสบายกระเป๋า สามารถให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่ใช้งานดี เล่นโซเชียลได้สบาย พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 Go Edition ช่วยให้ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A01 Core

  • ขนาดตัวเครื่อง : 141.7 x 67.5 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล PLS TFT กว้าง 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1480 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek MT6739 Quad-core
  • GPU : PowerVR GE8100
  • RAM 1 GB
  • ROM 16 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 (Go Edition)
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh

 

ดีไซน์ หน้าจอแสดงผล และรอบตัวเครื่อง

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมาในลวดลายที่สวยงามพอสมควรแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กก็ตาม มีการเล่นเส้นลายมีความขรุขระที่ส่วนบน ทำให้จับถือได้มั่นคงกว่าเดิมครับ ขณะที่ด้านล่างจะเป็นแบบเรียบๆ

 

ที่สำคัญด้วยขนาดเครื่องที่เล็ก ทำให้จับถือและใช้งาน 1 มือได้แบบสบายๆ แถมมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy A01 Core มาแบบ PLS TFT แต่ก็ยังให้สีสันที่สดใสอยู่ครับ โดยมีขนาดใหญ่ 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ ทำให้ยังรับชมวิดีโอต่างๆ ผ่าน YouTube ได้แบบไม่ขัดตา

 

เหนือหน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ยังมีขอบดำเป็นแถบครับ โดยมีกล้องหน้า 1 เลนส์ พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา ขณะที่ด้านล่างก็มีขอบที่หนาพอสมควรครับ แต่ปุ่มต่างๆ จะใช้ซอฟต์แวร์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ

 

ทางซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 Slot เลยทีเดียว

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 1 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Samsung Galaxy A01 Core มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edition) ที่เป็นระบบที่ใช้งานสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีความจุน้อย แต่ช่วยให้ทำงานทั่วไปได้ไหลลื่นมากๆ ครับ

 

หน้าตา UI

 

แอปพลิเคชั่นแบบ Go Edition

สำหรับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้จะเป็นแบบ Lite หรือ Go เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรี่, Gmail Go, YouTube Go, Google Go และอื่นๆ ซึ่งการทำงานจะใช้ได้ตามปกติครับ แต่หน้าตา UI อาจตัดบางส่วนออกไปจากเวอร์ชันเต็มเท่านั้นเพื่อให้ใช้งานได้ราบลื่น

 

ใช้งาน Dark Mode ได้

แม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่ก็ยังถนอมสายตาเราในการใช้งานตอนกลางคืนด้วยโหมดมืดครับ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำทั้งหมด ทำให้เหมาะในการใช้งานที่ที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย รุ่นนี้มีเพียงการใช้งานรหัสผ่านหรือ PIN เท่านั้นครับ แต่ก็มีความปลอดภัยขั้นสูงเช่นกัน

 

เคลียร์ไฟล์ขยะและ RAM ได้ง่ายๆ ผ่าน Smart Manager

สำหรับ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีแอปพลิเคชั่น Smart Manager มาให้เพื่อให้เรากดเพียงคลิกเดียวก็สามารถลบไฟล์ขยะต่างๆ ไม่ให้เปลืองพื้นที่การใช้งาน

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในเรื่องหน่วยประมวลผลนั้นมาพร้อมกับ Mediatek MT6739 ที่ก็เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นส่วนใหญ่ครับ ส่วนการเล่นเกม เราได้ทดสอบการเล่นเกมเล็กๆ อย่าง Candy Crush Jelly Saga ซึ่งก็เล่นได้ลื่นพอสมควร ซึ่งเกมเบาๆ สามารถเล่นได้ด้วยเครื่องนี้แบบสบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่เพียงพอต่อ 1 วัน

Samsung Galaxy A01 Core แม้ว่าจะมีแบตเตอรี่ 3000mAh แต่ในการเป็นสมาร์ทโฟนตัวเล็กนั้นสามารถใช้งานได้แบบตลอดวันแน่นอนครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีกล้องหน้าและหลังอย่างละ 1 เลนส์ครับ โดยแต่ละเลนส์มีดังนี้

  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

โหมดปกติ (Auto)

ในโหมดปกติก็ถือว่า Samsung Galaxy A01 Core ทำออกมาในเกณฑ์ที่ดีครับ สามารถถ่ายออกมาให้มีความคมชัดและสีสันสดใสเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอครับ ซึ่งการถ่ายภาพไม่สามารถปรับโหมดอื่นๆ ได้ครับ

 

เซลฟี่สวยงาม

สำหรับการเซลฟี่ แม้ว่าจะไม่สามารถปรับความบิวตี้ได้ แต่ก็ถ่ายออกได้ดีพอสมควรในสภาวะที่มีแสงครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ได้ระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edtion)
  • น้ำหนักเบา จับถือได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มใช้งานสมาร์ทโฟน
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต microUSB 2.0

Samsung Galaxy A01 Core สนนในราคาเบาๆ เพียง 2,499 บาทเท่านั้นครับ

อ่านต่อ...

IT News

รีวิว Choetech Solar Charger 19W ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์ [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์กับอุปกรณ์ช้ินนี้ Choetech Solar Charger 19W เปลี่ยนพลังงานธรรมชาติเป็นไฟฟ้า และของดีที่สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่

ชมคลิป ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์

Choetech Solar Charger 19W เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับพกติดตัวไปได้ทุกที่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง กิจกรรมกลางแจ้ง เดินป่า ปีนเขา ปั่นจักรยานระยะทางไกลๆ ก็สามารถใช้เจ้าสิ่งนี้แปลงกระแสไฟชาร์จอุปกรณ์มือถือหรืออื่นๆ ได้ตลอดการเดินทาง

ใครสนใจตัวนี้ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/310sboa

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G
Android News2 วัน ที่แล้ว

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 9,490 บาท

พาไปสัมผัสประสบการณ์...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

IT News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

กระบวนการผลิตชิป 5 นาโนเมตรจาก TSMC มีลูกค้าถึง 8 เจ้าชื่อดัง ทั้ง Apple, Qualcomm, NVIDIA และอื่นๆ

มีรายงานใหม่ที่เผยถึ...

IT News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

โดนคืน! TikTok อาจฟ้องกลับ Donald Trump จากการแบนในสหรัฐฯ เร็วสุดฟ้องวันอังคารนี้

โดนคืนบ้างแล้วสำหรับ...

ข่าวประชาสัมพันธ์9 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS โชว์ล้ำ จัดจริง “The First 5G VR live streaming” รายแรกในไทย ผนึก นาดาวฯ ดึงศิลปินเรียกเสียงกรี๊ด กระหึ่มแฟนมีท วิถีนิวนอร์มอล รุกเปิดตลาด VR Content พลิกโฉมอุตสาหกรรมบันเทิงยุค 5G

เอไอเอส ผนึก นาดาว บ...

Android News9 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI Mate40 Pro จะมาพร้อม EMUI 11 ส่วน Mate40 จะใช้ EMUI 10.x

ในช่วงสัปดาห์นี้เราไ...

Apple News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

นักวิเคราะห์คาดการณ์ iPhone อาจขายลดลงในจีนถึง 30% หากลบ WeChat ออกจาก App Store

Ming-Chi Kuo นักวิเค...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง