Connect with us

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) แท็บเล็ต 4G โทรได้

Published

on

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 02

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) แท็บหน้าจอขนาด 7 นิ้ว รองรับเครือข่าย 4G ใช้งานเมนูการโทรได้เหมือนสมาร์ทโฟน และแบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,000 mAh

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 03

สรุปข้อมูลและสเปค Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016)

  • ราคาเปิดตัว 6,990 บาท (มิถุนายน 2016)
  • ขนาดตัวเครื่อง 186.9 x 108.8 x 8.7 มม.
  • น้ำหนัก 283 กรัม
  • 3G, 4G LTE Cat.4
  • ขนาดซิม Micro SIM
  • หน้าจอแสดงผล 7 นิ้ว IPS LCD
  • รันระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 Lollipop
  • ชิปเซ็ต Spreadtrum SC7731
  • ซีพียู Quad-core 1.5 GHz
  • จีพียู Mali-400
  • แรม 1.5 GB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 8GB เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 200GB
  • กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, f/2.2 และออโต้โฟกัส
  • กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, f/2.2
  • รองรับ Wi-Fi b/g/n, Bluetooth 4.0
  • รองรับระบบ GPS, A-GPS
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh ถอดเปลี่ยนเองไม่ได้

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 04

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) ตัวเครื่องมีความบาง 8.7 มม. วัสดุหลักของตัวเครื่องเป็นพลาสติก ที่มีการดีไซน์ฝาหลังเป็นลายในลักษณะคล้าย ๆ ตาข่าย ทำให้ดูพรีเมียมขึ้น และงานประกอบก็ดูแน่นหนามาก

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 16Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 15

หน้าจอของแท็บเล็ตรุ่นนี้มีขนาด 7 นิ้ว ใช้แผงหน้าจอ IPS LCD ให้สัดส่วนหน้าจอมาประมาณ 69.9% ของสัดส่วนตัวเครื่อง คือขอบจอค่อนข้างหนา และหน้าจอมีความละเอียด 800 x 1280 พิกเซล ความหนาแน่นของจุดพิกเซลประมาณ 216 พิกเซลต่อนิ้ว ซึ่งจากการใช้งานพบว่าหน้าจอค่อนข้างสะท้อนแสงเมื่อใช้งานกลางแจ้ง

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 14

เหนือหน้าจอมีช่องลำโพงสำหรับเสียงสนทนาการโทร และเลนส์กล้องหน้าขนาดความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 13

ล่างหน้าจอมีปุ่มโฮมแบบกด และปุ่ม Recent Apps (ซ้าย), ปุ่มย้อนกลับ (ขวา)

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 12

ขอบด้านล่างจะมีช่องเล็ก ๆ ซึ่งเป็นเครื่องมีไมโครโฟนของตัวเครื่อง

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 09

ขอบด้านบนมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และพอร์ตเชื่อมต่อ micro USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่หรือถ่ายโอนข้อมูลผ่านสายเคเบิล ซึ่งที่การย้ายพอร์ตเชื่อมต่อมาไว้ด้านบนตัวเครื่องก็เพื่อไม่ให้สาย USB เกะกะ เมื่อใช้งานแท็บเล็ตขณะชาร์จแบตหรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นอยู่

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 10

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 11

ขอบด้ายซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 1 ช่อง และช่องใส่ microSD card อีก 1 ช่อง

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 06Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 05

การใส่ซิมการ์ดให้หงายซิมแล้วดันเข้าไปตามภาพ แล้วปิดฝาช่องใส่ซิมให้สนิท

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 08

ฝาด้านหลังมีลวดลายคล้าย ๆ ตาข่าย ซึ่งไม่สามารถแกะเปิดได้ ภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 07

เลนส์กล้องหลังมีขนาดความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีลักษณะนูนขึ้นมาเหนือฝาหลัง และข้าง ๆ จะมีช่องสำหรับเสียงลำโพงของตัวเครื่อง

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 01

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) รันระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 Lollipop ครอบทับด้วย TouchWiz UI

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 02

ในหน้าจอหลักหรือหน้าโฮม สามารถเลือกเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ และเพิ่มวิดเจ็ตลงในหน้าโฮมได้ เมื่อลากแถบบาร์ด้านบนลงจะเป็นในส่วนของแผงการแจ้งเตือนต่าง ๆ และเมนู Quick Settings สำหรับแตะเพื่อปิด/เปิดการใช้งานเมนูต่าง ๆ ของระบบ โดยไม่ต้องเข้าไปในเมนูการตั้งค่าของเครื่องให้ยุ่งยาก

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 03

Galaxy Tab A 7.0 (2016) รองรับการแบ่งหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ ช่วยให้ใช้งานแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกันนั่นเอง โดยการแตะปุ่ม Recent Apps (ปุ่มซ้าย ล่างหน้าจอ) แล้วแตะไปที่ “ไอคอนแบ่งหน้าจอ” ที่อยู่ข้าง ๆ ปุ่มกากบาทของแต่ละแอพ

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 04

การแบ่งหน้าจอยังสามารถลากปรับขนาดหน้าต่าง หรือปิดหน้าต่างได้ โดยการแตะค้างที่ขอบหน้าต่างของแอพนั้น ๆ

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 05

Galaxy Tab A 7.0 (2016) ใช้งานได้ซิมเดียว รองรับเครือข่าย 2G/3G/4G LTE ทุกเครือข่ายในไทย, Wi-Fi b/g/n และ Bluetooth 4.0

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) 01

Galaxy Tab A 7.0 (2016) สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 06

การเตือนอัจฉริยะ เมื่อหยิบแท็บเล็ตขึ้นจะสั่นทันที หากมีรายการแจ้งเตือนค้างอยู่ เช่น มีสายไม่ได้รับ หรือข้อความแจ้งเตือนต่าง ๆ เป็นต้น

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 07

แม้จะเป็นแท็บเล็ตราคาประหยัด Samsung ก็ยังมีโหมดประหยัดพลังงานสูงสุดมาให้ด้วย เพื่อเปลี่ยนไปใช้งานในโหมดหน้าจอขาวดำ และใช้งานได้เฉพาะฟังก์ชั่นพื้นฐานเท่านั้น

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 10

Galaxy Tab A 7.0 (2016) มีวิทยุ FM ในตัว ต้องเสียบหูฟังเพื่อใช้เป็นสาอากาศรับสัญญาณ

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 11

Galaxy Tab A 7.0 (2016) มาพร้อม Kids Mode ซึ่งเป็นโหมดสำหรับเด็ก ที่ให้ผู้ปกครองสามารถกำหนดความเหมาะสมในการใช้งานได้กับเด็ก ๆ ได้ เพื่อลดความกังวลการใช้งานที่อาจไม่เหมาะสม รวมไปถึงป้องกันการซื้อสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ของเด็ก ๆ โดยไม่ตั้งใจได้ด้วย

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Android Sensor Box และมัลติทัช

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 15

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) ตรวจพบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ และ Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง ส่วนหน้าจอนั้นรองรับมัลติทัชพร้อมกันสูงสุด 10 จุด

 

ผลทดสอบคะแนน Benchmark และประสิทธิภาพการทำงาน

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 16

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) รันระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 Lollipop ใช้ชิปเซ็ต Spreadtrum SC7731 ซีพียู Quad-core 1.5 GHz กับจีพียู Mali-400 และแรม 1.5GB

โดยผลการทดสอบ AnTuTu 6.1.4 ซึ่งเป็นการทดสอบการเข้าถึงการทำงานของแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ทำคะแนนรวมได้ 24,171 คะแนน

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 17

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 3 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผลและหน่วยความจำแรม การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ Galaxy Tab A 7.0 (2016) ทำคะแนน Single-Core ได้ 407 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 1,260 คะแนน

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 13

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) มีกล้องหลังขนาดความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้ขนาดสูงสุดในอัตราส่วน 4:3 มาพร้อมโหมดถ่ายภาพหลากหลาย ได้แก่ โหมดโปร, พาโนรามา, ถ่ายภาพต่อเนื่อง, หน้าสวย เป็นต้น และรองรับการบันทึกวิดีโอ HD 720p

 

Samsung Galaxy Tab A 7.0 (2016) Review 14

กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด HD 720p

ตัวอย่างภาพถ่าย

Galaxy Tab A 7.0 (2016) Camera Test 5 Galaxy Tab A 7.0 (2016) Camera Test 4 Galaxy Tab A 7.0 (2016) Camera Test 3 Galaxy Tab A 7.0 (2016) Camera Test 2 Galaxy Tab A 7.0 (2016) Camera Test 1

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงาม มีฟังก์การใช้งานครบครับ เหมาะกับการใช้งานด้านความบันเทิงด้วยหน้าจอขนาด 7 นิ้ว เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น อีกทั้งรองรับเครือข่าย 4G LTE และใช้งานการโทรได้เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป ในระดับราคา 6,990 บาท
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 8GB เพิ่มได้ด้วย microSD card
  • มีทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง และแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • กระจกหน้าจอค่อนข้างสะท้อนแสงเมื่อใช้งานกลางแจ้ง ไม่เหมาะกับการใช้งานเพื่อเล่นเกมด้วยหน้าจอที่มีความละเอียดค่อนข้างน้อย และไม่มีเซ็นเซอร์สำหรับบางเกม

Samsung logoขอขอบคุณ Samsung (ประเทศไทย)

Smart Review

รีวิว HUAWEI Y6s สมาร์ทโฟนน้องเล็กราคาประหยัด จอใหญ่ 6.09 นิ้ว, ความจุ 64GB พร้อมแบตที่ใช้งานได้ทั้งวัน

Published

on

HUAWEI Y6s สมาร์ทโฟนน้องเล็กสเปคใช้งานทั่วไปได้สบายๆ จุได้เยอะ 64GB พร้อมหน้าจอกว้าง 6.09 นิ้ว พร้อมกล้องหน้าและกลังอย่างละ 1 เลนส์

 

สรุปสเปค HUAWEI Y6s

  • ขนาดตัวเครื่อง : 165.28 x 73.5 x 8.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD(IPS)กว้าง 6.09 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • RAM 3 GB
  • ROM 64 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1
  • กล้องถ่ายรูปหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11b/g/n, Bluetooth 4.2, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,020 mAh

 

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ในเรื่องของดีไซน์ HUAWEI Y6s กับสีที่เราได้มา คือ สีดำ Starry Black จริงๆ จะไม่ใช่สีดำล้วนสะทีเดียวครับ เพราะยังมีความเทาอยู่บ้าง และเมื่อลองส่องดูใกล้ๆ จะมีการสะท้อนประกายเพชรระยิบระยับอีกด้วยคล้ายกับดวงดาวในตอนกลางคืน

 

 

โดยวัสดุที่ใช้กับฝาหลังรุ่นนี้ก็เป็นพลาสติกที่ดูแข็งแรงครับ ไม่ลื่นมือเท่าไหร่ โดยสามารถจับและถือในมือเดียวได้แบบสบายมากๆ คุณผู้หญิงมือเล็กสามารถใช้งานได้แน่นอนครับ

 

ด้านหน้าจอแสดงผลก็มาแบบทรงหยดน้ำที่มีความกว้าง 6.09 นิ้ว ในความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล) มีพื้นที่การแสดงผลอยู่ที่ 87% และยังถนอมสายตาของเราด้วยจากการผ่านการรับรอง TÜV Rheinland

 

แม้ว่าเหมือนเครื่องและหน้าจอจะเล็ก แต่การดูวิดีโอหรือเล่นเกมต่างๆ ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ แถมจอก็ยังสวยอยู่พอสมควรเลย

 

สำหรับใครที่ไม่ชอบจอหยดน้ำก็สามารถตั้งค่าให้ปิดขอบดำได้เช่นกัน

 

บริเวณเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้าที่ฝังในหยดน้ำ, ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา และมีไฟ LED บอกสถานะการแจ้งเตือนหรือระหว่างชาร์จซ่อนไว้ใต้ลำโพงด้วย

 

ส่วนด้านล่างหน้าจอจะมีขอบดำที่มีโลโก้ HUAWEI อยู่อย่างชัดเจน

 

ทางซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง และ MicroSD Card อีก 1 ช่องครับ

 

ทางขวาจะมีปุ่มการใช้งานตามปกปกติทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล็อคเครื่อง

 

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 ตัดเสียงรบกวน

 

ขณะที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีไมโครโฟน, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังจะมีกล้องเพียง 1 เลนส์ที่มุมซ้ายบนครับ พร้อมด้วยไฟแฟลช LED และมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลางเครื่อง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

HUAWEI Y6s แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย EMUI 9.1 ที่ช่วยให้ใช้งานได้ไหลลื่นและสมูทมากขึ้น

 

 

Google มีให้ไม่ต้องกลัว

ใครที่กังวลว่าจะมีบริการ Google หรือ Google Mobile Services (GMS) ให้ใช้หรือไม่ก็หมดห่วงไปเลยครับ เพราะมีให้ครบทั้ง Play Store, Gmail, YouTube และอื่นๆ ทั้งหมด

 

พื้นที่คงเหลือหลังแกะกล่อง

HUAWEI Y6s มีพื้นที่หลังแกะกล่องอยู่ที่ประมาณ 56GB จากทั้งหมด 64GB ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก พร้อมให้โหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ และถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องกลัวเต็ม ทั้งนี้ HUAWEI Y6s ยังมีเทคโนโลยี EROFS ช่วยบีบอัดไฟล์ที่ติดตั้งในเครื่องให้ขนาดที่เล็กลงโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้มากกว่าเดิมถึง 2GB

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านระบบความปลอดภัยก็ให้มาครบเหมือนกันตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องที่ใช้งานได้สะดวกและเสถียรมากๆ รวมไปถึงการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็ว เพียงกดปุ่มล็อคเครื่องครู่เดียวก็เลื่อนขึ้นเพื่อเข้าสู่หน้าหลักได้ทันที แทบไม่ต้องค้างไว้เพื่อรอให้สแกนเลย

 

ลำโพงดังกระหึ่มด้วย Huawei SuperSound

HUAWEI Y6s มาพร้อมกับเทคโนโลยีเสียง Super Linear Speaker ผ่านลำโพง และระบบ Smart PA ทำให้เรารับฟังเสียงได้อย่างเต็มอรรถรสและเบสค่อนข้างแน่น ใครที่ชอบพกสมาร์ทโฟนไปเปิดเพลง เครื่องนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกแบบประหยัดๆ เลยครับ

 

ระบบนำทางด้วยท่าทางแบบเต็มหน้าจอ

ในรุ่นนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่เปลี่ยนปุ่มนำทางแบบปุ่มปกติให้เป็นแบบเต็มจอได้ด้วยเหมือนกัน โดยปัดขึ้นจากจอส่วนล่างจะเป็นเข้าหน้าโฮม, ปัดขึ้นแล้วค้างไว้จะเข้าหน้าแอปพลิเคชั่นล่าสุด และปัดซ้าย-ขวาจากขอบจอจะเป็นการย้อนกลับ

 

โหมดถนอมสายตา

เมื่อผ่านการรองรับจากสถาบัน TÜV Rheinland ในรุ่นนี้ก็ยังมีโหมดถนอมสายตาที่ตัดแสงสีฟ้าได้เยอะขึ้นเหมือนกัน โดยเราสามารถปรับโทนความอุ่นได้เองเลย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

HUAWEI Y6s มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz มีขนาดอยู่ที่ 12 นาโนเมตร โดยจะมีทั้งหมด 8 คอร์ แบ่งเป็น 4 คอร์ในการประมวลผลกราฟิกหรือการใช้งานหนักๆ และอีก 4 คอร์ในการประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 98,979 คะแนน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับการทดสอบเกม ROV เราปรับภาพในการตั้งค่าเริ่มต้น แต่เราเพิ่มระดับกราฟิกเป็นสูง แต่ภาพ HD มาตรฐาน และเฟรมเรทระดับสูง โดยลองเล่นในโหมด 5 VS 5 ในช่วงแรกๆ เฟรมเรทจะวิ่งที่ 58-60fps ตลอด จนถึงช่วงที่บวกและใส่สกิลกันเยอะๆ จะมีเหวี่ยงบ้างอยู่ที่ 45-55fps แต่ก็ไม่ได้มีอาการกระตุกอะไรครับ ยังคงต่อสู้ได้ไหลลื่นเหมือนเดิม แต่ใครไม่อยากให้เหวี่ยงและวิ่งที่ 30fps ตลอดก็ไปปรับการตั้งค่าส่วนของเฟรมเรทได้เช่นกัน

 

Garena: Speed Drifters

ส่วนเกมแข่งรถแบบชิวๆ อย่าง Garena: Speed Drifters เราปรับภาพเป็นระดับสูงสุดทั้งหมดรวมไปถึงเฟรมเรทด้วยเหมือนกัน โดยการเล่นก็ถือว่าลื่นมากๆ เล่นได้สบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่ก็อึดใช่ย่อย

แม้ว่า HUAWEI Y6s จะให้แบตเตอรี่มาที่ 3020 mAh ซึ่งดูเหมือนจะน้อย แต่พอใช้งานจริงๆ ก็ถือว่าใช้งานได้นานเหมือนกันครับ เพราะจากที่ทดสอบเล่นโซเชียลปกติและเล่นเกมนิดหน่อยประมาณ 2-3 ชั่วโมง แบตเตอรี่ก็ลดเหลืออยู่ที่ประมาณ 74% เท่านั้น ยังพอเหลือให้ใช้งานได้ทั่วไปทั้งวันแน่นอนครับ

 

กล้องถ่ายรูป

สำหรับกล้องถ่ายรูป HUAWEI Y6s ก็ให้กล้องหน้า-หลังมาอย่างละเลนส์ครับ โดยกล้องหลังมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

โหมดปกติ

ปรับแต่งใบหน้าสวยได้ 10 ระดับ

สำหรับกล้องหลังราสามารถปรับแต่งใบหน้าบุคคลได้สวยงามถึง 10 ระดับครับ ชอบระดับไหนก็ลองปรับใช้งานกันได้เลย โดยฟีเจอร์ใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่ 6.09 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ ใช้งานได้เต็มตาและสีสันก็ชัดเจน
  • ดีไวน์สวยงามและมีมิติมากสำหรับสมาร์ทโฟนราคาระดับเดียวกัน
  • ให้ความจุภายในมาถึง 64GB สามารถเก้บข้อมูลได้เยอะ ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • มีถาดซิมแบบ 3 ช่อง ใส่ได้ 2 ซิม และอีก 1 MicroSD Card
  • มีระบบเสียง Huawei SuperSound ทำให้ฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรส
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้อึด

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ใช้พอร์ต Micro USB 2.0

 

HUAWEI Y6s สนนราคาอยู่ที่ 3,999 บาทเท่านั้น โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Starry Black (รุ่นที่ใช้รีวิว) และสีน้ำเงินน้ำเงิน Orchid Blue โดยเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย

Continue Reading

Smart Review

รีวิว nuraphone หูฟัง Bluetooth ดีไซน์โดดเด่น สุดล้ำเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินโดยอัตโนมัติ

Published

on

มีหูฟังที่เรียกได้ว่าสุดล้ำมากๆ มาฝากกันครับ ซึ่งปกติแล้วการรับฟังเสียงของมนุษย์แต่ละคนมีความสามารถไม่เท่ากันครับ วันนี้เราได้รับหูฟัง nuraphone เป็นหูฟัง Bluetooth สุดล้ำที่สามารถเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินของผู้ใช้งานแต่ละคนได้โดยอัตโนมัติด้วยครับ ซึ่ง nuraphone เป็นหูฟังที่ได้ออกแบบโดยวิศวะกรและผู้รักเสียงดนตรีจาก Australia ผสมผสานจุดเด่นของหูฟังแบบ Over-Ear และ In-Ear ไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวและสวยงามมากๆ ครับ วันนี้เดี๋ยวจะพาไปดูกันว่าหูฟัง nuraphone จะมีความน่าสนใจอย่างไร และเสียงจะดีขนาดไหนเมื่อตัวหูฟังได้เรียนรู้การรับฟังและปรับเสียงให้เข้ากับการได้ยินของเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  1. หูฟัง nuraphone
  2. สายชาร์จแบบ USB-A
  3. กล่องหูฟังแบบ Magnetic locking protective case
  4. จุกหูฟังสำรองขนาดต่างๆ

 

ตัวกล่องหูฟัง Magnetic locking protective case ดูแข็งแรงทนทานมากๆ ครับ เอาไว้เผื่อว่าเดินทางอยากเก็บใส่ไว้ในกล่องเป็นการป้กป้องความเสียหายที่อาจะเกิดขึ้นได้กับหูฟังได้อย่างดีเลยทีเดียว

 

ข้อมูลด้านเทคนิค

  • ขนาด 190 x 170 x 88 มม.
  • น้ำหนัก 329 กรัม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth aptX HD, *Universal Wired (Lightning, USB-C, micro-USB, analog)
  • Battery แบบ Lithium Ion Battery, ใช้งานต่อเนื่องได้รวม 20 ชั่วโมง
  • การตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) + Dual passive isolation
  • วัสดุ High grade stainless, คัพหูฟัง aluminium cups, แพดหูฟัง hypoallergenic silicon

nuraphone มาพร้อมกับไดร์เวอร์แบบ Dynamic คู่ แยกมิติเสียงแบบลำโพง Two way ทำงานโดยอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด และแอปลิเคชั่นสุดล้ำ ซึ่งจะทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi รองรับ aptX HD ตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation การันตีด้วยรางวัล best of the best จาก Red Dot Design และ Good Design Award อีกด้วยครับ 

 

FEATURE การใช้งาน

  • Offline Mode ควบคุมการงานผ่านแอปลิเคชั่น โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต
  • Bluetooth Quickswitch เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โดยจะสามารถสลับอุปกรณ์ ได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องยกเลิกการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ก่อนที่ใช้ก่อนหน้านี้
  • Voice Calls ใช้คุยโทรศัพท์ได้
  • Nura Sound หูฟังตัวแรกที่ปรับคุณภาพเสียงให้เหมาะผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ รางวัล CES Innovation 2018
  • CleanANC การผสมผสาน Active Noise Cancellation ระบบตัดเสียงรบกวน และ Double-
    Passive Isolation เพื่อคุณภาพเสียงที่คมชัด
  • หูฟังตัวแรกที่ออกแบบให้ In-Ear ทำงานร่วมกับ Over-Ear และ Haptic Bass Technology
  • Bluetooth Qualcomm atpX HD เพื่อเสียงที่คมชัดในระดับ Hi-Fi 24bit/48kHz
  • Smart Headphone ทำงานโดยอัตโนมัติเพียงสวมลงบนศรีษะ
  • ทำงานร่วมกับ Application บน iOS / Android
  • TeslaFlow วาล์วควบคุมการไหลเวียนของอากาศ สวมใส่สบายมากยิ่งขึ้น
  • ตัวหูฟังรองรับ Aptx HD ที่รองรับการฟังในแบบ Hi-Res 24Bit 48kHz (ขึ้นอยู่กับเครื่องเล่นที่รองรับ) หากต้องการต่อแบบ Analog หรือ สาย USB C, Lightning สามารถซิ้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มได้

ดีไซน์และการออกแบบ

ตัวกล่องด้านใน nuraphone ดีไซน์ดูเรียบหรูซึ่งเมื่อเปิดออกมาจะมีกล่องเก็บหูฟังอยู่ด้านในอีกชั้นครับ

 

เมื่อเปิด Magnetic locking protective case ออกมาแล้วจะเห็นหูฟัง และกล่องเก็บสายชาร์จที่มีหูฟังสำรองมาให้ด้วยอีก 2 ชุด

 

ก้านหูฟังด้านในจะมีข้อความเขียนไว้ว่า nuraphone

 

หูฟังด้านซ้าย และขวา จะมี Touch Buttons สำหรับควบคุมการทำงานอยู่ทั้ง 2 ข้าง ด้วยการสัมผัสครับ

 

nuraphone ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษและเป็นหูฟังตัวแรกที่ออกแบบโดยการผสมผสานระหว่างหูฟัง แบบ In-Ear กับ Over-Ear เอาไว้ด้วยกันครับ ส่วนตัวแล้วใช้งานหูฟังมาก็เยอะ พอเจอ nuraphone เห็นครั้งแรกก็รู้สึกแปลกตาไม่เหมือนแบรนด์ไหน โดยเสียงย่านกลางและสูงจะขับผ่าน In-ear tips และ Over-Ear ขับพลังเบสที่สามารถสัมผัสได้ทันทีเมื่อได้รับฟังเพลงจากหูฟังนี้ครับ

 

ในการเริ่มใช้งานครั้งแรกก็แปลกใจหาปุ่มเปิดเครื่องไม่เจอ แต่เมื่อจะเชื่อมต่อกับแอป nura พบว่าตัวแอปแนะนำให้สวมหูฟังเข้าไปกับศรีษะ ซึ่งนั่นก็คือการเปิดเครื่องนั้นเองครับ การทำงานของหูฟังเมื่อสวมหูฟังเข้าไปกับศรีษะแล้ว จะเป็นการเปิด/ปิด เป็นไปแบบอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องกดเปิดหรือปิดการทำงานแต่อย่างใด ตัวหูฟัง nuraphone จะจับ motion sensor และทำการเปิดใช้งานอัตโนมัติ แจ้งชื่อผู้ใช้ (Welcome back ชื่อผู้ใช้) พร้อมบอกแบตเตอรี่คงเหลืออีกด้วยครับ

 

หลังจากที่ทำความรู้จักที่มาที่ไปของหูฟัง nuraphone และฟีเจอร์ต่างๆ กันไปแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะมาลองใช้งานจริงกันเลยดีกว่า ก่อนที่จะเริ่มฟังเพลงผ่านหูฟัง nuraphone ให้ดาวน์โหลดแอป nura มาติดตั้งก่อนครับ ซึ่งมีให้โหลดได้ทั้ง iOS และ Android เพื่อที่จะสร้างโปรไฟล์และเรียนรู้การรับฟังของเราเพื่อปรับให้เหมาะกับการฟังของผู้ใช้งานแต่ละรายให้เหมาะสมที่สุดครับ ซึ่งสามารถเรียนรู้การฟังของผู้ใช้งานได้ภายใน 60 วินาที เท่านั้น และสามารถสร้างและบันทึกข้อมูลได้ถึง 3 โปรไฟล์ในเวลาเดียวกัน

มาถึงตรงนี้หลายคนที่อาจจะส่งสัยว่า nuraphone เรียนรู้การได้ยินของเราได้ยังไง เหตุผลเพราะแบบนี้ครับ ภายในหูฟัง nuraphone เค้าจะมีไมโครโฟนแบบเดียวกับที่ nasa ใช้ในปฏิบัติการ Mars Mission 2020 ครับ ซึ่งจะเป็นตัวรับสัญญาณเสียงสะท้อนในช่องหูของเราฟังเรานั่นเอง ในส่วนนี้ทาง nura ได้มีการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีนี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยครับ

 

การทำงานของ Touch Buttons สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง มากกว่า 4 ฟังก์ชั่่น สามารถตั้งค่าผ่านแอป nura โดยตั้งค่าได้ทั้งหูฟังด้านซ้าย และขวา ด้านละ 2 ฟังก์ชั่น ประกอบไปด้วย

  • Play/pause music & answer/ hang up calls
  • Play/pause music
  • Enable/ disable immersion
  • Enable/disable social mode
  • Previous track
  • Next track
  • Volume up
  • Volume down

 

นอกจากนี้ในส่วนของแอป nura ยังสามารถอัปเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ ดูแบตเตอรี่คงเหลือของหูฟังได้อีกด้วยครับ

 

ไร้เสียงรบกวนด้วย CleanANC 

nuraphone มาพร้อมกับ CleanANC ซึ่งเป็นการผสมผสาน Active Noise Cancellation ระบบตัดเสียงรบกวน และ Double-Passive Isolation เมื่อ 2 เทคโนโลยีนี้ทำงานร่วมกันทำให้ไร้เสียงรบกวนฟังเพลงให้คุณภาพเสียงคมชัดมากๆ

ตัวหูฟังยังมี Social Mode ด้วยครับ เพียงแค่แตะไปที่ Touch Buttons ก็จะสามารถรับฟังเสียงจากภายนอกสำหรับการฟังเสียงสนทนาหรือรับฟังเสียงจากภายนอกโดยที่ไม่ต้องถอดหูฟังออกเรียกได้ว่าสะดวกต่อการใช้งานมากๆ เลยทีเดียว

 

ใช้คุยโทรศัพท์ได้คุณภาพเสียงคมชัด 

nuraphone สามารถใช้คุยโทรศัพท์ได้ในตัวเลยครับ เนื่องจากตัวหูฟังมีไมโครโฟนอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อมีสายเรียกเข้าสามารถรับโทรศัพท์และคุยจากหูฟัง nuraphone ได้ทันที หลังจากที่ได้ทดลองใช้งานคุยโทรศัพท์พบว่าเสียงสนทนาคมชัดดีครับ ทั้งทางฝั่งผู้โทร และทางฝั่งผู้รับ

 

ดูหนัง ฟังเพลง เสียงไม่ดีเลย์ 

ทุกครั้งที่ต้องทดสอบหูฟัง หลายๆ มักจะถามถึงเรื่องการดูหนัง ฟังเพลงจาก YouTube ว่าเสียงดีเลย์มั้ย จากที่ใช้งานมาหลายสัปดาห์พบเสียงและภาพไม่ตรงกัน ไม่ต้องกังวลในส่วนนี้เลย โดยการทดสอบได้ลองใช้งานทั้ง YouTube, Netflix, Spotify, หนังจาก Apple TV

 

สุดยอดพลังเสียง เบสหนัก ฟังเพลงดี ดูหนังเด่น 

มาถึงไฮไลท์ของการใช้งานหูฟังแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของคุณภาพของเสียงเมื่อฟังเพลง ต้องบอกเลยว่าตอนแรกที่เห็นดีไซน์ยังเดาไม่ออกว่าเสียงจะออกมาเป็นแบบไหน จะใส่พอดีหูหรือไม่ในเมื่อเป็นลูกผสมระหว่าง Over-Ear และ In-Ear แต่เมื่อได้ลองใช้งานแล้วกลับพบว่าถึงเป็นลูกผสมการสวมใส่เรียกได้ว่าออกแบบมาได้อย่างดีมากครับ ซึ่งสามารถใส่พอดีหูและตัวก้านหูฟังก็ยังสามารถปรับให้เข้ากับขนาดของศรีษะได้ และด้วยการดีไซน์แบบนี้เองทำให้ได้สัมผัสของพลังเสียงอย่างแท้จริง บางคนอาจจะชอบฟังเสียงจากหูฟัง Over-Ear เพราะไดร์เวอร์ขนาดไหญ่ ให้พลังเสียงหนักแน่น แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่ชอบฟังขนาดใหญ่ก็มักจะเลือกใช้ In-Ear ซึ่งพลังเสียงอาจจะไม่ได้หนักแน่นเหมือน Over-Ear แต่เมื่อทั้ง Over-Ear และ In-Ear มาอยู่ในหูฟังตัวเดียวกันเมื่อฟังเพลงแล้วพบว่าเสียงกลมกล่อมมากครับ เบสมาเต็ม ถ้าดูหนังความกระหึ่มเหมือนดูหนังจากโรงหนังประมาณนั้นเลยครับ เสียงแหลมก็มาครบ โดยรวมแล้วเสียงกระหึ่มมากๆ สะใจคนชอบดูหนังและฟังเพลง ผลก็มาจากการนำจุดเด่นของหูฟังทั้ง 2 ชนิดมารวมไว้ในหูฟังตัวเดียวกัน ต้องบอกเลยว่าไม่เคยได้รับประสบการณ์การฟังเพลง ดูหนัง ด้วยเสียงที่มาเต็มแบบนี้มาก่อน ประกอบกับตัวหูฟังสามารถเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับผู้ฟังได้อย่างอัตโนมัติจึงทำให้เสียงเพลงที่ได้ยินเหมาะกับผู้ใช้งานคนนั้นๆ มากขึ้นอีกด้วยครับ

 

ในส่วนของแบตเตอรรี่ nuraphone เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มจะใช้ฟังเพลงได้ราวๆ 20 ชั่วโมงครับ หากใช้งานไปแล้วแบตเหลือน้อยตัวหูฟังจะมีเสียงเตือนให้เราทราบด้วยครับ โดยการชาร์จแบตจนเต็มจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

 

 

นอกจากนี้ในส่วนของแอป nura ยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ รวมถึงดูแบตเตอรี่ของตัวหูฟังได้อีกด้วยครับ

 

สรุปส่งท้าย

nuraphone เป็นหูฟังที่ต้องบอกเลยครับว่าใครที่ชอบดูหนังฟังเพลงผ่านหูฟังไม่ว่าจะเป็นตอนเดินทาง หรือพักผ่อน อยากให้ได้ลองฟังกันครับเพราะเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะไม่เคยสัมผัสประสบการณ์เสียงที่จะได้จากหูฟัง nuraphone มาก่อน ซึ่งตอนนี้เปิดวางจำหน่ายแล้วนะครับ ในราคา 17,900 บาท ที่ central ชิดลม ในแผนก Central Men’s Gadget ชั้นเครื่องแต่งกายชาย

และ Central.co.th , Shop.mentagram.com สำหรับใครที่สนใจสามารถลองไปเสียงและสัมผัสของจริงได้ตามสถานที่จำหน่ายนะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/nurasoundthailand

Continue Reading

Smart Review

รีวิว Infinix S5 สมาร์ทโฟนราคาเบาๆ หน้าจอ Infinity-O 6.6 นิ้ว, กล้อง AI 4 เลนส์ พร้อมแบตอึด 4000mAh

Published

on

Infinix S5 สมาร์ทโฟนราคาสบายกระเป๋า มาพร้อมหน้าจอกล้องหน้าเจาะรูแบบ Infinity-O หน้าจอกว้าง 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD+, หน่วยประมวลผล Helio P22 ควบคู่กับ RAM 6GB + ROM 128GB แถมมีกล้องหลังถึง 4 เลนส์พร้อม AI จำแนกหมวดหมู่อีกด้วย

 

สรุปสเปค Infinix S5

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164 x 76 x 7.9 มิลลิเมตร
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-O ชนิด IPS ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio P22 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • GPU : IMG GE8320
  • RAM 6GB
  • ROM 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 128GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช 4 ดวง แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra-Wide / Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ AI ความละเอียด QVGA
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.5
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

สำหรับกล่องของ Infinix S5 จะมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามปกติ โดยมีสเปคบางส่วนบอกที่ด้านหลังครับ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Infinix S5
  • อะแดปเตอร์
  • สาย Micro USB 2.0
  • ฟิล์มกันรอย
  • เคสใสกันกระแทก
  • หูฟังแบบ In-Ear
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

เริ่มกันด้วยดีไซน์เช่นกันเคยครับ โดยสีที่เราได้มาเป็นสีม่วงที่มีการไล่เฉดจากม่วงอ่อนด้านบนไล่ลงมาเป็นม่วงเข้มที่ด้านล่าง มีการเล่นแสงกับวัสดุได้อย่างเงางาม ทั้งยังมีเส้นลวดลายตัดเป็นแนวทแยงอย่างสวยงามอีกด้วย โดยดีไซน์เครื่องได้แรงบันดาลใจมาจากนก Quetzal ซึ่งเป็นนกที่มีชื่อเสียงในด้านสีที่โดดเด่น ซึ่ง Infinix S5 ก็จะเน้นเรื่องเฉดสีเช่นเดียวกันตามที่เห็นเลย

 

สำหรับตัวเครื่องก็ถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จับมือได้สะดวกไม่ต้องใส่เคสก็ไม่ลื่นมือครับ แต่ฝาหลังอาจจะสังเกตรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อยแต่ก็เช็ดออกง่ายเช่นกัน

 

ด้านหน้าจอแสดงผลของ Infinix S5 ถือว่าแปลกใหม่กว่ารุ่นอื่นๆ ในแบรนด์เพราะเป็นการใช้หน้าจอ Infinity-O ที่เป็นการเจาะกล้องหน้าลงไปในหน้าจอแสดงผล ทำให้มีขนาด 6.6 นิ้ว แต่ตัวเครื่องยังเท่าเดิม โดยมีพื้นที่การแสดงผลถึง 90.5% ใครที่ชอบดูวิดีโอต่างๆ ต้องชอบแน่นอนครับ

 

มาดูความสวยงามรอบเครื่องกันครับ ตั้งแต่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับสนทนา และที่มุมซ้ายบนจะมีกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลฝังในหน้าจอครับ

 

แต่หากใครที่ไม่ชอบเห็นกล้องหน้าแบบโดดๆ ก็สามารถเข้าไปปิดในตั้งค่าได้ด้วย โดยจะเป็นการถมขอบดำอย่างเนียนๆ เลย

 

ด้านซ้ายตัวเครื่องจะมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และมีอีก 1 ช่องเป็น MicroSD Card แยกกันต่างหาก

 

ส่วนทางขวามีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล็อคเครื่อง

 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีลำโพงตัวหลัก, พอร์ต Micro USB 2.0, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์เรียงเป็นแนวตั้งที่มุมซ้ายบน ขนาบข้างด้วยไฟแฟลช Quad-LED และมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่กลางตัวเครื่องครับ

 

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Infinix S5 แกะกล่องมาพร้อมกับ ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย XOS 5.5 ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้ลองใช้งาน และมีการปรับแต่งเพื่อให้ใช้งานส่วนต่างๆ ได้ไหลลื่นยิ่งขึ้นด้วย

 

ตัวของวอลเปเปอร์ของ Infinix S5 จะมีให้เลือกทั้งหมด 9 แบบภายในเครื่องครับ ใครที่ต้องการเปลี่ยนหรือชอบแบบไหนก็เลือกกันได้เลย หรือจะเปลี่ยนจากรูปภาพที่ถ่ายก็ทำได้เหมือนกัน

 

การถนอมสายตา

ในรุ่นนี้จะมีโหมดการตัดแสงสีฟ้าออกไปได้เยอะพอสมควรครับ โดยเราจะเลือกเปิดเองหรือให้เครื่องเปิดอัตโนมัติตามเวลาที่เราตั้งก็ได้หมดเลย

 

ระบบความปลอดภัย

เรื่องระบบความปลอดภัยก็หายห่วงเช่นกันเพราะมีให้ครบ ตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือที่ทำได้อย่างรวดเร็วและเสถียร จดจำได้มากสุด 5 ลายนิ้วมือ

 

รวมไปถึงการสแกนใบหน้าที่จดจำได้ค่อนข้างรวดเร็วครับ โดยต้องกดปุ่มล็อคเครื่อง 1 ครั้งเพื่อเริ่มสแกน

 

ใช้งานได้รวดเร็วผ่านแผงอัจฉริยะ

ใน XOS 5.5 จะมีฟีเจอร์แผงอัจฉริยะที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับเราในการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นได้เร็วขึ้น เพียงแค่ลากจากออกมามุมหน้าจอก็คลิกแอปได้ทันที โดยเราทั้งสามารถปรับแต่งแอปได้เองและตำแหน่งที่อยู่ของแผงอัจฉริยะนี้ด้วย

 

ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

Infinix S5 นั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์เครื่องมือไลฟ์สไตล์ดิจิทัลเพื่อดูว่าในแต่ละวันเราใช้งานแอปพลิเคชั่นอะไรไปบ้าง เป็นเวลากี่นาที มีการแจ้งเตือนมากี่ครั้ง และปลดล็อคเครื่องกี่ครั้ง โดยเรายังกำหนดระยะเวลาการใช้งานในแต่ละแอปได้ตามใจชอบอีกด้วย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Infinix S5 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz ควบคู่กับ RAM 6GB ทำให้มีความไหลลื่นในการใช้งานมากขึ้น สลับแอปพลิเคชั่นได้ไวขึ้นด้วยเช่นกันครับ ทั้งยังมีความจุถึง 128GB ทำให้โหลดเกม, แอป หรือถ่ายภาพได้เยอะมากๆ แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 99,612 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 144 และคะแนน Multi-Core ที่ 873

 

ทดสอบการเล่นเกม

สำหรับการเล่นเกม Infinix S5 จะมีโหมดเกมมาให้โดยจะช่วยเร่งประสิทธิภาพ เช่น เคลียร์ RAM หรือแอปเบื้องหลัง ให้ตัวเกมเล่นได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ได้อีกด้วย

ROV

สำหรับเกม ROV เราลองปรับภาพสูงสุดทั้งหมด ยกเว้นเพียงเฟรมเรทที่ไม่สามารถปรับให้สูงเป็น 60fps ได้ ซึ่งเราก็ลองทั้งโหมด 1 VS 1 และ 5 VS 5 ก็สามารถเล่นได้แบบสบายๆ หายห่วงเลยครับ ไม่มีอาการกระตุกอะไร แถมเฟรมเรทก็วิ่งคงที่ 30fps ตลอดทั้งเกม หรืออาจมีตกมาบ้างอยู่ที่ 28-29fps (ภาพบันทึกหน้าจอบางภาพอาจไม่ชัดเพราะต้องอัดหน้าจอเป็นวิดีโอ ถ้าแคปตามปกติจะไม่สามารถกดปุ่มอะไรในเกมต่อได้)

 

Garena : Speed Drifters

สำหรับการเล่นเกมแข่งรถชิวๆ อย่าง Garena : Speed Drifters เราปรับภาพสูงสุดทั้งหมด รวมไปถึงเฟรมเรทระดับสูงด้วย โดยผลที่ออกมาก็เล่นได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ แถมยังเล่นลื่นๆ อีกด้วย

 

แบตเตอรี่

สำหรับ Infinix S5 มาพร้อมกับแบตเตอร์รี่ขนาด 4000 mAh ที่มีระบบ AI ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานตลอดทั้งวัน ซึ่งใครที่เน้นใช้งานทั่วๆ ไป เช่น ถ่ายรูปบ้าง สลับกับโซเชียล และเล่นเกมนิดหน่อยก็พออยู่ได้ถึงเย็นๆ ค่ำๆ ครับ แต่ใครที่เล่นเกมหนักหน่อยก็อาจจะต้องหาเวลาชาร์จช่วงบ่ายๆ ครับ แต่ก็ถือว่าอึดพอควรเลยทีเดียว

 

กล้องถ่ายรูป

แม้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก แต่เรื่องกล้องไม่เล็กนะครับ เพราะให้มาถึง 4 เลนส์ แถมมีไฟแฟลช LED ถึง 4 ดวงเหมือนกัน โดยกล้องแต่ละเลนส์ประกอบด้วย

  • เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Ultra-Wide / Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ AI ความละเอียด QVGA

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ที่มีโหมด HDR ที่สามารถถ่ายย้อนแสงได้สบายๆ ด้วย

จดจำหมวดหมู่ AI Scene Detection

ฟีเจอร์แรกที่สมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นต้องมีก็คือการจดจำหมวดหมู่ด้วย AI ครับ ซึ่ง Infinix S5 ก็มีด้วยเช่นกัน โดยสามารถจดจำได้หลายอย่างเหมือนกัน เช่น อาหาร, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น โดยจะมีการปรับเฉดสีให้เข้มขึ้นคล้ายๆ กันทุกหมวดหมู่

 

เบลอหลังด้วย Bokeh Mode

เรื่องของการเบลอหลังถือก็ทำได้ดีพอสมควรครับ โดยการเบลอบุคคลถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้เลย เพราะเบลอตัดขอบได้เนียน แต่อาจมีบางส่วนกลืนไปกับพื้นหลังบ้างแต่ก็มองไม่ออกหากไม่สังเกตจริงๆ ทั้งนี้ เรายังปรับการเบลอ (ค่ารูรับแสง) เพิ่มขึ้นผ่านซอฟต์แวร์ได้กว้างสุดถึง f/1.0 หรือแคบสุดถึง f/16 เลยทีเดียวครับ

 

เจาะภาพได้ใกล้สุด 2.5 ซม. ผ่านเลนส์ Macro

ในเลนส์นี้ก็ตามชื่อ Macro เลยครับ เพราะสามารถให้เราถ่ายวัตถุได้ใกล้ๆ เพียง 2.5 เซนติเมตรเท่านั้น

 

Ultra-Wide ถ่ายมุมกว้างได้สบาย

เลนส์ Ultra-Wide ก็มีมาให้เหมือนกันครับ โดยมุมที่ได้ถือว่ากว้างพอสมควรและต่างกับเลนส์หลักชัดเจนครับ โดยเรื่องของสีสันอาจจะดรอปกว่าเลนส์หลักสักเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสวยงามอยู่ครับ


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

กล้องหน้า HDR ถ่ายย้อนแสงได้สวยงาม

ด้านกล้องหน้าของ Infinix S5 ก็สวยงามใช่ย่อยครับ เพราะสามารถถ่ายย้อนแสงแบบ HDR ได้เป็นอย่างดี โดยที่ใบหน้าของเรายังคงสว่างอยู่ รวมไปถึงพื้นหลังที่ยังเก็บรายละเอียดได้ดีครับ

 

3D Face beauty ปรับได้ 4 ระดับ พร้อมความเบลอแบบเนียนๆ

ไม่มีกล้องหน้ารุ่นไหนที่ขาดความบิวตี้แน่นอน โดยรุ่นนี้ก็เช่นกัน โดยจะมีให้เราปรับอัตโนมัติ 4 ระดับ (รวมระดับ AI) ทั้งยังมีให้ปรับความงามอย่างอื่นอีก 4 แบบ ได้แก่ ผิวเนียน, สีผิว, หน้าเรียว และตาโตครับ ซึ่งแต่ละอย่างก็ปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับไปเลย

ส่วนเบลอหลังแบบ Portrait ของกล้องหน้าก็ทำได้แบบเนียนๆ ครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังมาถึง 4 เลนส์ความละเอียด ความละเอียดสูงสุด 16 ล้านพิกเซล มีทั้ง Ultra-Wide และ Macro มาให้ด้วย
  • กล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ AI Beauty และ HDR
  • มีหน้าจอแสดงผล Infinity-O กว้าง 6.6 นิ้ว คมชัดแบบ HD+ เล่นได้เต็มตาอย่างแน่นอน
  • มีแบตเตอรี่ 4000mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
  • มีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง และ MicroSD ได้อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 ช่อง ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ราคาคุ้มค่าเพียง 4,390 บาท

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่
  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

 

รายละเอียดราคาและโปรโมชั่น

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจได้ระหว่างวันที่ 2 – 11 ธันวาคม 2562 โดย Infinix S5 จะจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ลาซาด้าตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2562 โดยลูกค้า 100 คนแรกจะได้รับของสมนาคุณพิเศษ ลำโพง Sound Bar รีบลงทะเบียนเพื่อเป็นเจ้าของ Infinix S5 ซีรีย์ ก่อนใครที่ Infinix’s Lazada official store

Infinix S5 มีให้เลือก 2 รุ่น คือ S5 ราคา 4,390 บาท และ S5 Lite ราคา 3,590 บาท ลูกค้าที่สั่งซื้อ Infinix S5 จะได้รับเครื่องตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป และ Infinix S5 Lite จะได้รับเครื่องตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ago

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

realme 5s สมาร์ทโฟนร...

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint OPPO A9 2020 New Vanilla Mint
Android News1 สัปดาห์ ago

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

OPPO A9 2020 สีใหม่ ...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

รีวิว realme X2 Pro ...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว Vivo S1 Pro ดีไซน์สุดล้ำในสไตล์ที่เป็นคุณ ด้วยกล้องทรงเพชรสุดสวย 4 เลนส์อัจฉริยะ และแบตพันธ์อึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W

Vivo S1 Pro สมาร์ตโฟ...

Samsung Galaxy A30s Review 01 Samsung Galaxy A30s Review 01
Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว Samsung Galaxy A30s ดีไซน์ใหม่ กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายชัด‎ ราคาย่อมเยา

Samsung Galaxy A30s ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Android News6 นาที ago

OPPO เผยโฉมดีไซน์ Reno3 Pro 5G มาพร้อมเฉดสีสุดจัดจ้าน ตัวเครื่องสุดบาง และกล้อง 4 เลนส์

ไม่ต้องรอให้หลุดกันเ...

JD Central THE JOY OF GIFTING JD Central THE JOY OF GIFTING
ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ago

เจดีเซ็นทรัลชวนจอยแคมเปญ THE JOY OF GIFTING ช้อปสนุก สุขล้นกล่อง ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

เจดีเซ็นทรัลชวนจอยแค...

HUAWEI Mate 30 Pro HUAWEI Mate 30 Pro
ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

HUAWEI Mate 30 Pro ถอดรหัสการผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี

HUAWEI Mate 30 Pro ถ...

HUAWEI Y9s HUAWEI Y9s
ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

“HUAWEI Y9s” และ “HUAWEI Y6s” สองสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด พร้อมสีใหม่ ให้คุณเป็นเจ้าของต้อนรับปีใหม่นี้!

การซื้อสมาร์ทโฟนสักเ...

Android News3 ชั่วโมง ago

เปิดตัว Vivo V17 สมาร์ทโฟนจอ iView Display, กล้อง 4 เลนส์ 48MP แบตอึด 4500mAh รองรับ Fast Charge

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

กำลังมาแรง