ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy S10 และ S10+ ที่สุดของเทคโนโลยีรวมไว้ในเครื่องเดียว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Samsung Galaxy S10 และ S10+ สมาร์ทโฟนสำหรับคนชอบจอใหญ่แบบเต็มตา หน้าจอสวยที่สุดด้วยเทคโนโลยีใหม่เรียกว่า Dynamic AMOLED และรองรับการแสดงผล HDR10+ รุ่นแรกของโลกด้วย อีกทั้งยังฝังกล้อง 2 ตัวไว้ในแผงหน้าจออย่างที่เคยทำมาก่อนบนสมาร์ทโฟน

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

สรุปสเปค Samsung Galaxy S10+

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว Infinity-O Dynamic AMOLED ความคมชัด Quad HD+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9820
  • แรม 8GB / 12GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB / 512GB / 1TB ใส่เมมเพิ่มได้ 512GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 12 + 12 + 16 ล้านพิกเซล
    • Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS
    • Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS มุมกว้าง 77 องศา
    • Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ 10 + 8 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ 4100mAh
  • Galaxy S10+ แรม 8GB + 128GB ราคา 35,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Prism White, Prism Black และ Prism Green
  • Galaxy S10+ แรม 8GB + 512GB ราคา 44,900 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Ceramic Black และ Ceramic White
  • Galaxy S10+ แรม 12GB + 1TB ราคา 55,900 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Ceramic Black และ Ceramic White

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

สรุปสเปค Samsung Galaxy S10

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.1 นิ้ว Infinity-O Dynamic AMOLED ความคมชัด Quad HD+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9820
  • แรม 8GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB / 512GB ใส่เมมเพิ่มได้ 512GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 12 + 12 + 16 ล้านพิกเซล
    • Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS
    • Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS มุมกว้าง 77 องศา
    • Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา
  • กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ 3400mAh
  • Galaxy S10 แรม 8GB + 128GB ราคา 31,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Prism White, Prism Black และ Prism Green

โปรโมชั่นสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10 / S10+ ราคาพิเศษ

สุดยอดสมาร์ทโฟนระดับท็อปตระกูล Galaxy S รุ่นล่าสุด Samsung Galaxy S10 / S10+ ที่จัดเต็มด้วยขุมพลังชิปเซ็ตระดับเรือธง หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.1 และ 6.4 นิ้ว คมชัดระดับ Quad HD+ โดดเด่นเรื่องถ่ายภาพสวยด้วยกล้องหลัง 3 ตัว Telephoto 12MP + Wide-angle 12MP + Ultra Wide 16MP

 

โปรโมชั่นสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10 / S10+ ราคาพิเศษที่ dtac online store ทั้งลูกค้าเก่า ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามที่กำหนด Galaxy S10 / Galaxy S10+ รับส่วนลดราคาพิเศษ ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมรับส่วนลดเพิ่ม รับสิทธิ์ผ่อนบัตรเครดิต พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า

รายละเอียด โปรโมชั่นสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10 / S10+ ราคาพิเศษ

ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟน เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store


Samsung Galaxy S10+ 1TB Ceramic White Unboxing

Samsung Galaxy S10 และ S10+ จะมาในกล่องสีดำ โดยฝากล่องมีชื่อรุ่นเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ ซึ่งในปีนี้อยากรู้ว่าข้างในกล่องเป็นเครื่องสีอะไรให้สังเกตที่สีของข้อความรุ่นบนฝากล่องใหญ่ๆ นี้ได้เลย โดยอุปกรณ์ที่มีภายในกล่อง ได้แก่

  • ตัวเครื่อง Galaxy S10 หรือ S10+
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • อะแดปเตอร์ OTG (USB)
  • หูฟัง AKG earbuds (Type-C)
  • สายเคเบิล USB Type-C
  • คู่มือการใช้งาน Quick Start Guide
  • เคสใส
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Samsung Galaxy S10+ เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ Infinity-O เจาะรูแผงหน้าจอแล้วติดตั้งกล้องหน้าเลนส์คู่เป็นรุ่นแรก ทำให้หน้าจอไม่ต้องมีรอยบาก และขยายหน้าจอให้ชิดขอบทุกด้านจนแทบไม่เหลือขอบจอทั้งด้านบนและด้านล่าง อีกทั้งยังมีความโค้งที่ขอบจอด้านซ้ายและขวาด้วย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Galaxy S10 (ซ้าย) และ S10+ (ขวา)

เลนส์กล้องหน้าที่ฝังอยู่ในหน้าจอมีขนาดความละเอียด 10 ล้านพิกเซล และ 8 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลายได้ด้วยฮาร์ดแวร์ของตัวกล้องในการเก็บความชัดลึกชัดตื้น และสามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K ด้วยกล้องหน้าเป็นรุ่นแรก

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Samsung เรียกแผงหน้าจอแบบใหม่ของ Galaxy S10+ ในชื่อ Dynamic AMOLED ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ซึ่งเป็นหน้าจอที่สวยที่สุดของ Samsung มีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูงมาก ได้รับการรับรอง 100% Mobile Color Volume และสัดส่วนต่อความเข้มของเเสง 2,000,000:1 โดย VDE ประเทศเยอรมัน

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

จากการได้ใช้งานจริงตลอดทั้งสัปดาห์ ต้องยอมรับว่าหน้าจอของ Samsung มีสีสันสดใสสวยงามในทุกรุ่น แต่สำหรับหน้าจอ Dynamic AMOLED ใหม่ล่าสุดนี้ เห็นได้ถึงสีสันที่สวยสมจริงมากๆ ซึ่งหน้าจอนี้เป็นรุ่นแรกของโลกด้วยที่รองรับการแสดงผลระดับ HDR10+ มี Dynamic Tone Mapping ที่ให้รายละเอียดสีและแสงสวยสมจริงทุกฉาก โดย ได้รับการรับรองขอบเขตสี 100% ของ DCI-P3 (Digital Cinema Initiatives) ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานของสีที่ใช้ในอุตสาหกรรมภาพยนต์

เรื่องของหน้าจอ Dynamic AMOLED ในรุ่น Galaxy S10+ ได้รับการรับรองจาก TUV Rheinland ว่าช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายลง 42% โดยสีที่หน้าจอไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งปกติว่าทำการลดแสงสีฟ้าจะทำให้หน้าจอเป็นโทนสีส้มอุ่น แต่ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่นี้จะตัดแสงสีฟ้าได้ในตัวโดยที่สีสันยังสวยงามเหมือนเดิม

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

สีสันตัวเครื่องก็เป็นหนึ่งความโดดเด่นของ Galaxy S10 และ S10+ โดยตัวเครื่องที่เป็นสี Prism จะเคลือบด้วยฟิล์มนาโน เมื่อแสงตกกระทบหรือมองจากมุมต่างๆ จะเห็นเป็นโทนสีที่แตกต่างกันออกไป ในขณะที่ Ceramic จะเป็นสีที่หรูหราเป็นโทนสีเดียวกันทั้งตัวเครื่อง

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

กรอบตัวของ Galaxy S10+ เป็นอลูมิเนียมขัดเงาที่มีความมันเงาสูง ทำให้ตัวเครื่องดูหราเมื่อสะท้อนแสง และขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มเรียกใช้งาน Bixby

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ขอบตัวเครื่องด้านล่างจะมีช่องหูฟัง 3.5 มม. พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C ไมโครโฟน และลำโพงตัวเครื่อง

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ขอบด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และช่องถาดใส่ซิมแบบไฮบริด

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ด้านหลังถ้าเป็นตัวเครื่องสี Prism จะเป็นกระจก Gorilla Glass 5 ที่มีความโค้งแบบ 3D Glass ในขณะที่สี Ceramic ตัวเครื่องจะเป็นวัสดุ Ceramic

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

เลนส์กล้องหลัง 3 ตัว จัดเรียงกันในแนวนอน ได้แก่ Telephoto 12 ล้านพิกเซล + Wide 12 ล้านพิกเซล + Ultra Wide 16 ล้านพิกเซล โดยยังคงเป็นไฟแฟลชแบบ LED เพียงดวงเดียว และมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจเหมือนเดิม

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ด้านหลังไม่มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือแล้ว เพราะว่าในรุ่นใหม่นี้เปลี่ยนไปใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ฝังไว้ใต้หน้าจอ โดยเป็นการใช้คลื่นเสียงในการสแกนลายนิ้วมือบนสมาร์ทโฟนเป็นรุ่นแรกของโลก

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ความสามารถในการกันฝุ่นและกันน้ำเป็นมาตรฐาน IP68 สามารถกันน้ำได้ลึกสูงสุด 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Samsung Galaxy S10 และ S10+ รันระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งได้รักการปรับแต่งหน้าตาใหม่ทั้งหมดที่เรียกว่า One UI มีการปรับสีสัน เมนูปุ่มต่างๆ และการแสดงผลบนหน้าจอที่เน้นให้สามารถใช้งานมือเดียวได้ เรียกได้ว่าเป็นรุ่นแรกของ Samsung ที่แกะกล่องออกจากก็ได้ใช้งานเวอร์ชั่นล่าสุดนี้เลย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

สำหรับการแสดงผลบนหน้าจอ Dynamic AMOLED มีให้เลือกใช้งานหลักๆ 2 โหมดคือ สดใส และธรรมชาติ โดยความละเอียดหน้าจอจะถูกกำหนดค่าเริ่มต้นเป็น FHD+ เพื่อประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ดังนั้นถ้าใครต้องการใช้งานความละเอียดของหน้าจอแบบเต็มที่ก็สามารถเข้าไปเลือกได้ในเมนูการตั้งค่าความละเอียดของหน้าจอ และมีโหมดกลางคืนให้เพื่อเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำ

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ปกติแล้วหน้าจอ AMOLED ของ Samsung จะมีเจอร์ Always on display สำหรับแสดงเวลาและรายการแจ้งเตือนต่างๆ ตลอดเวลาเมื่อหน้าจอดับ แต่ใน One UI ได้เพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้งานกำหนดการแสดงเองได้ว่าจะให้แสดงตลอดเวลาหรือแสดงเมื่อเคาะหน้าจอ หรือกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการให้แสดงก็ได้ โดยค่าเริ่มต้นที่ทาง Samsung กำหนดมาคือต้องเคาะหน้าจอ ดังนั้นถ้าปิดหน้าจอแล้วไม่เห็น Always on display ทำงาน ก็ไม่ต้องตกใจไป ให้เข้าไปตั้งค่าเองได้

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ระบบ Theme สำหรับใครที่เบื่อหน้าตาแบบเดิมๆ ก็เลือกเปลี่ยนได้เองตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์ใหม่ ธีม ไอคอน และ Always on display

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ฟีเจอร์การเคลื่อนไหวและท่าทาง เช่น ยกขึ้นเพื่อเปิดหน้าจอ แตะหน้าจอสองครั้งเพื่อปลุก ใช้ฝ่ามือปัดเพื่อจับภาพ หรือปัดเพื่อโทรหรือส่งข้อความ เป็นต้น

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Dual Messenger การโคลนแอพให้สามารถใช้งานได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว (โดยไม่ต้องทำผ่าน Secure Folder) ซึ่งรองรับแอพโซเชียลเกือบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น LINE, Facebook, Messenger, Skype เป็นต้น

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ระบบเสียงในตัวเครื่องของ Galaxy S10 และ S10+ รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos โดยใช้ลำโพงที่อยู่ด้านล่างและลำโพงที่ขอบด้านบนตัวเครื่องในการขับเสียงออกมาในรูปแบบสเตอริโอ ทำให้เกิดมิติเสียงซ้ายขวา ซึ่งฟีเจอร์นี้ทำงานได้ทั้งการดูหนัง ฟังเพลง และการเล่นเกม

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Game Launcher อัพเกรดหน้าตาใหม่ดูเรียบง่ายมากขึ้น เรียงเมนูต่างๆ ในรูปแบบรายการ สามารถเลือกใช้งานปิด/เปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม ล็อคปุ่มไม่ให้มือเราพลาดไปโดยปุ่มกดตัวเครื่องขณะเล่นเกม จับภาพหน้าจอ หรือบันทึกวิดีโอหน้าจอขณะเล่นเกม ก็ทำได้ ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่นี้มีแผงไอคอนแอพพลิเคชั่นให้เราเลือกไว้ใช้งานแบบด่วนได้ด้วย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Digital Wellbeing หน้าแดชบอร์ดหรือเรียกให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือหน้าสรุปข้อมูล สำหรับดูเวลาที่เราใช้งานสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากขนาดไหนต่อวัน หรือแม้กระทั่งจำนวนครั้งที่คุณปลดล็อคสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์นี้ก็จะทำการบันทึกไว้ด้วย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

นอกจากนี้แล้ว Galaxy S10 ก็ยังมีฟีเจอร์สำหรับจัดการเครื่องได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว สำหรับจัดการแบตเตอรี่ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หน่วยความจำแรม และความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้ตัวเครื่องมีประสิทธิภาพในการใช้งานตลอดเวลา

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

การเชื่อมต่อของ Galaxy S10+ รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ดบนเครือข่าย LTE-A โดยสามารถเปิดใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม อีกทั้งยังรองรับทั้ง VoLTE และ WiFi Calling (VoWiFi) มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C (เวอร์ชั่น 3.1), รองรับ Wi-Fi 6 MU-MIMO และระบบ GPS, GLONASS, Beidou, Galileo รวมไปถึงการเชื่อมต่อผ่าน NFC และ Bluetooth 5.0 ด้วย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ด้านความปลอดภัยที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและครั้งแรกของโลกบนสมาร์ทโฟนคือ การสแกนลายนิ้วมือด้วย Ultrasonic ที่เป็นการใช้คลื่นเสียงในการอ่านลายนิ้วมือ โดยการแตะลงหน้าจอที่ตำแหน่งไอคอนลายนิ้วมือ

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Galaxy S10 แม้จะไม่มีระบบ Iris Scan สำหรับสแกนม่านตา แต่ก็ยังสามารถใช้ใบหน้าในการปลดล็อคหน้าจอได้

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ตอนนี้ Bixby มีความฉลาดมากขึ้น โดยการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Bixby Routines สำหรับการตั้งค่าให้ระบบทำงานตามคำสั่งที่ต้องการ หรือแนะนำตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละคน เช่น เวลา 5 ทุ่มให้เปลี่ยนโหมดเป็นโหมดถนอมสายตา เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Samsung Galaxy S10 และ 10+ ใช้ชิพประมวลผล Exynos 9820 เป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ 8nm FinFET ซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระดับคือ 2 + 2 + 4 ได้แก่ Dual-core 2.73GHz Mongoose M4 ถัดมาเป็น Dual-core 2.31GHz Cortex-A75 เพื่อการประมวลผลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด และ Quad-core 1.95GHz Cortex-A55 เพื่อประมวลผลที่ประหยัดพลังงาน

สำหรับตัวกราฟิก Mali-G76 MP12 รองรับ API กราฟิกที่ทันสมัย เช่น OpenGL ES 3.2, Vulkan 1.0, OpenCL 2.0, DirectX 12 FL11_1 และ Renderscrip

ผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ระดับคะแนนของ Galaxy S10 และ S10+ ถือว่าทำได้สูงมาก

  • Galaxy S10+ แรม 12GB ทำคะแนนรวมได้ 335,937 คะแนน
  • Galaxy S10+ แรม 8GB ทำคะแนนรวมได้ 331,219 คะแนน
  • Galaxy S10 แรม 6GB (ตัวเครื่องทดสอบ) ทำได้ 327,346 คะแนน

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี

  • Galaxy S10+ แรม 12GB ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,556 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 10,222 คะแนน
  • Galaxy S10+ แรม 8GB ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,547 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 10,237 คะแนน
  • Galaxy S10 แรม 6GB (เครื่องทดสอบ) ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,049 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 7,990 คะแนน

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังฮิตในขณะนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับสูง และภาพความละเอียดสูง

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

เกม ROV เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับการเล่นบน Galaxy S10+ รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากๆ วิ่งระหว่าง 59-60fps ตลอดการเล่น แม้จะเป็นช่วงการร่วมทีมไฟต์ก็ไม่ตก

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

ทดสอบเกมใหม่ล่าสุด AxE: Alliance vs Empire เกมแนว MMORPG Open World ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Unity ซึ่งเป็นเกมที่มีภาพสวยงามมากๆ ในรูปแบบ 3 มิติ 360 องศา พบว่าสามารถได้เล่นลื่นไหลแม้จะเป็นฉากต่อสู้ที่มีเอฟเฟ็กต์เยอะๆ ก็ไม่มีสะดุด ซึ่ง Galaxy S10+ เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ได้รับการปรับแต่ง เพื่อรองรับเกมที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Unity โดยเฉพาะ

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

Galaxy S10+ มีแบตเตอรี่ 4100mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน หรือแม้แต่การเล่นเกมต่อเนื่องกัน 2-3 ชั่วโมง รวมกับการดูคลิป เล่นโซเชียล เปิดกล้องถ่ายรูปตลอดทั้งวัน แบตก็อยู่ได้นานเกือบทั้งวัน ถือว่าจัดการพลังงานได้ดีมากๆ

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

สำหรับการชาร์จแบตด้วยสายจะรองรับกำลังไฟ 15W (QuickCharge 2.0) และรองรับการชาร์จไร้สาย 15W (Fast Wireless Charging 2.0) ซึ่งอาจจะชาร์จได้ไม่เร็วมากนักถ้าเทียบกับสมาร์ทโฟนบางรุ่นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ก็มี Wireless PowerShare ฟีเจอร์ใหม่ในการชาร์จแบตไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ทั้งสมาร์ทโฟน นาฬิกา หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์ทุกอย่างที่รองรับมาตรฐาน Qi หรือทำตัวเป็นแท่นชาร์จได้โดยการเสียบชาร์จ Galaxy S10 แล้ววางนาฬิกาบนฝาหลัง S10 ได้ เป็นต้น

 

กล้องถ่ายรูป Galaxy S10 และ S10+

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review

เริ่มจากกล้องหน้าของ Galaxy S10+ ที่มีเลนส์ 2 ตัว ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มีระบบออโต้โฟกัสแบบ Dual Pixel เหมือนกับกล้องหลัง และอีกเลนส์ 8 ล้านพิกเซล Depth sensor สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลาย และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ด้วยกล้องหน้าเป็นรุ่นแรกของโลกอีกด้วย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Group Selfie

ในการเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าเลือกได้ว่าเป็นการถ่ายเซลฟี่แบบเดียวหรือแบบกลุ่ม โดยจะมีไอคอนให้เลือกบนหน้าจอ เพื่อให้การเซลฟี่กลุ่มสามารถเก็บภาพได้กว้างมากขึ้น ซึ่งจากการใช้งานพบว่าระบบโฟกัสทำงานได้รวดรวดเร็วมากๆ ไม่มีการดึงภาพเข้าออกให้เห็นเลย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review 36

กล้องหน้ามาพร้อมกับโหมด Live Focus สำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลาย ซึ่งเป็นการดึงความสามารถของเลนส์ 8 ล้านพิกเซล Depth sensor ทำงานร่วมกับเลนส์หลัก 10 ล้านพิกเซล ในการละลายฉากหลังให้เนียนเป็นธรรมชาติเหมือนใช้กล้องโปรถ่าย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Selfie Live Focus

นอกจากนี้แล้วในโหมด Live Focus ยังสามารถปรับความเบลอของฉลากหลัง และเอฟเฟ็กต์เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามได้ไม่จำเจ 4 รูปแบบ ได้แก่ เบลอ (Blur), ปั่น (Spin Bokeh), ซูม (Zoom Bokeh) และจุดสี (Color point) ซึ่งเอฟเฟ็กต์เหล่านี้ทำได้ทั้งขณะถ่ายรูปและหลังจากถ่ายรูปก็ทำได้เช่นกัน

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review 36

My Emoji สำหรับสร้างตัวอีโมจิด้วยใบหน้าของเราเอง ตอนนี้สามารถแสดงผลได้ทั้งตัว ขยับแขนได้ด้วย เพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายภาพด้วยตัวการ์ตูนของเราเอง รวมไปถึงส่งหาเพื่อนทางแชทได้สนุกมากขึ้นด้วย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review 38

เลนส์กล้องหลังของ Galaxy S10+ มีด้วยกันทั้งหมด 3 เลนส์ ได้แก่

  • Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS
  • Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS มุมกว้าง 77 องศา
  • Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Scene Optimized 1 Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Scene Optimized 1 Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Scene Optimized 1 Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Scene Optimized 1 Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Scene Optimized 1 Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Scene Optimized 1

เมื่อเลือกโหมดออโต้จะมีไอคอนสำหรับเลือกใช้งานเลนส์กล้องแต่ละตัว และมี AI Scene Optimizer ในการปรับค่ากล้องให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นๆ แบบอัตโนมัติ โดยจะมีไอคอนฉากต่างๆ ขึ้นมาบนหน้าจอขณะทำการถ่ายภาพ

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review 39

การถ่ายภาพนิ่งยังมีระบบ Shot Suggestion แนะนำการถ่ายรูปด้วยเทคโนโลยี AI โดยการเรียนรู้จากภาพกว่า 100 ล้านรูปภาพ เพียงเลื่อนตำแหน่งกล้องให้ตรงกับจุดบนหน้าจอเพื่อให้ได้องค์ประกอบของภาพที่สวยสมบูรณ์ที่สุด

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Live Focus

โหมด Live Focus กล้องหลังสามารถปรับความเบลอของฉลากหลัง และเอฟเฟ็กต์เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามได้ไม่จำเจ 4 รูปแบบ ได้แก่ เบลอ (Blur), ปั่น (Spin Bokeh), ซูม (Zoom Bokeh) และจุดสี (Color point) ซึ่งเอฟเฟ็กต์เหล่านี้ทำได้ทั้งขณะถ่ายรูปและหลังจากถ่ายรูปก็ทำได้เช่นกัน

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Multi-frame Composition Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Multi-frame Composition Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Multi-frame Composition

รูรับเเสงคู่ขนาด f/1.5 และ f/2.4 ที่อยู่ในกล้องมุมกว้างหลักของกล้องหลังยังช่วยให้การถ่ายภาพในสภาพแสงต่างๆ ทำได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งในรุ่นนี้ทาง Samsung ได้ใส่ฟีเจอร์ Multi-frame Composition ในการถ่ายภาพหลายเฟรมแล้วนำมารวมเป็นภาพเดียวกัน เพื่อให้รูปสว่าง เหมาะสำหรับการถ่ายในที่เเสงน้อย

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Ultra-wide Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Ultra-wideSamsung Galaxy S10 and S10+ Review Ultra-wide 1

สำหรับเลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เป็นฟีเจอร์กล้องที่เข้ามาเติมเต็มความสามารถของกล้องถ่ายรูปบนมือถือได้เป็นอย่างดี ระยะใกล้แค่ไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องถอยห่างอีกต่อไป

 

Samsung Galaxy S10 and S10+ Review Speedy

Galaxy S10+ สามารถบันทึกวีดีโอเคลื่อนไหวได้ในระดับโปรด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า Super steady เหมือนกล้องแอคชั่น ซึ่งจากการใช้งานแทบไม่น่าเชื่อว่าวิดีโอที่บันทึกนั้นมีความนิ่งมากๆ เหมือนใช้ Gimbal ที่เป็นไม้กันสั่นเลย และเป็นการถ่ายวิดีโอที่ได้ความกว้างกว่าเดิมด้วยเลนส์ Ultra Wide กว้างพิเศษ

นอกจากนี้แล้วการถ่ายวิดีโอแบบเคลื่อนไหวช้า 960 ภาพต่อวินาที ความละเอียดระดับ HD ในโหมด Super Slow-mo ทำได้นานมากขึ้นกว่าเดิม และแก้ไขบนตัวเครื่องได้ทันที ไม่ต้องส่งออกจากเครื่องเพื่อไปแก้ไขภายหลัง

 

สรุปจุดเด่น

  • Samsung Galaxy S10+ เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่สเปคจัดเต็ม ครบทุกฟีเจอร์ที่เป็นที่สุดของเทคโนโลยีในขณะนี้แล้ว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
  • หน้าจอแสดงผลสีสันสวยงาม สมจริง Dynamic AMOLED และรองรับการแสดงผล HDR10+ รุ่นแรกของโลกด้วย แม้จะมีไม่กี่แพลตฟอร์มในขณะนี้ที่รองรับ แต่เรียกได้ว่าออกมารองรับความบันเทิงในอนาคตเลยก็ว่าได้
  • กล้องหน้าเลนส์คู่อยู่ในหน้าจอ มีระบบโฟกัส Dual Pixel แบบเดียวกับกล้องหลัง และบันทึกวิดีโอ 4K ได้ด้วย
  • กล้องหลัง 3 ตัว ครบทุกชนิดเลนส์ ตอบโจทย์การถ่ายรูปที่ครบทุกฟีเจอร์ในเครื่องเดียว
  • แบตเตอรี่ 4100mAh ถือว่าเป็นรุ่นที่ให้มาเยอะที่สุดเลยจาก Samsung และชาร์จไว 15W
  • ตัวเครื่องกันน้ำได้ IP68

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • การติดฟิล์มใหม่บางชนิดมีผลต่อเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Ultrasonic

Smart Review

รีวิว Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายครอบหู พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยม พร้อมฟังก์ชันใหม่เพียบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม มีระบบการตัดเสียงรบกวนขั้นสูง เปิดอรรถรสการฟังเพลงได้เหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง โดยมี AI ที่เพิ่มเข้ามาทำให้ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

 

สรุปสเปค Sony WH-1000XM4

  • น้ำหนักหูฟัง : 254 กรัม
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • ระยะการเชื่อมต่อ : ไกลสุด 10 เมตร
  • ไดรเวอร์ขนาด : 40 มม.
  • ค่าความต้านทาน (โอห์ม)
    • 40 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 16 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • การตอบสนองความถี่ 4Hz – 40,000Hz
  • ความไว (DB/MW)
    • 105dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 101dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • รองรับ DSEE Extreme, การตัดเสียงรบกวน และสั่งการด้วยเสียง
  • แบตเตอรี่
    • การใช้งานเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 30 ชั่วโมง
    • การใช้งานเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 38 ชั่วโมง
  • พอร์ตชาร์จ : USB Type-C

 

แกะกล่อง

ตัวกล่องของ Sony WH-1000XM4 มีขนาดใหญ่ตามขนาดหูฟังครับ โดยเลื่อนออกมาจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4
  • กระเป๋าเคสสำหรับพกพา
  • หัวแปลงสำหรับเสียบช่องหูฟังบนเครื่องบิน
  • สายต่อหูฟัง (AUX) ยาว 1.2 เมตร
  • สาย USB Type-C ยาวประมาณ 20 ซม.
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์หูฟัง

ดีไซน์ของตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4 มาในทรงที่ครอบหูตามปกติครับ สามารถยืดได้อย่างง่ายๆ ทำให้ไม่แน่นจนเกินไป มียางและบุโฟมยูริเทนทั้งด้านบนและตัวครอบหูฟังเพื่อรองรับแรงกด

 

โดยตัวที่ครอบหูสามารถหมุนได้ 90 องศาเพื่อการจัดเก็บที่สะดวกสบายมากขึ้น

 

หรือใครที่ไม่ถนัดหรือใส่ไม่ลงล็อกกับหู สามารถดึงขึ้น-ลงเพื่อปรับให้เข้ากับเราได้ครับ

 

ปุ่มรอบๆ ตัวหูฟังฝั่งซ้าย Sony WH-1000XM4 จะมีปุ่มฟังก์ชันเพื่อปรับโหมดการฟังเพลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงรบกวนแบบสูงสุด (Noise Cancelling), เปิดเสียงภายนอก (Ambient Sound) ระดับกลาง , การเปิดเสียงภายนอกขั้นสูง

 

ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเปิด-ปิด และช่องเสียบสาย AUX

 

โดยตรงกลางจะเป็นเทคโนโลยี NFC พร้อมสัญลักษณ์ที่บอกชัดเจนครับ

 

ส่วนทางขวาจะมีเพียงพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จ พร้อมไฟ LED

 

วิธีการเชื่อมต่อ

1. โหลดแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ได้ทั้ง Android และ iOS
2. หากเชื่อมต่อผ่านบลูทูธให้กดค้างที่ปุ่ม Power ของหูฟัง 7 วินาทีจนกว่าไฟ LED จะกระพริบเป็นสีน้ำเงินอย่างเร็ว
3. ทำตามขั้นตอน
4. เสร็จสิ้น

 

การควบคุมต่างๆ (ใช้งานได้เฉพาะฝั่งขวา)

  • เลื่อนขึ้น : เพิ่มเสียง
  • เลื่อนลง : ลดเสียง
  • เลื่อนขวา : เล่นเพลงถัดไป
  • เลื่อนซ้าย : ย้อกลับเพลงที่ผ่านมา
  • กดค้างตรงกลาง : เรียกใช้งาน Voice Assistant
  • กด 1 ครั้งตรงกลาง : หยุด-เล่นเพลง หรือรับสายโทรศัพท์
  • ฝ่ามือทับหูฟัง : ฟังเสียงรอบข้างทันที

 

การฟังเพลงและการตัดเสียงรบกวน

สำหรับการฟังเพลงต้องบอกว่าฟูฟังตัวเทพอย่าง Sony WH-1000XM4 ทำออกมาได้ดีมากในทุกย่านเสียงครับ เสียงเบสแน่นและหนักได้ยินชัดเจนเพราะมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 40 มม. เสียงพูดหรือเสียงร้องจัดว่าคมชัด มีความแหลมสูงเล็กน้อย ทั้งยังรองรับเสียงแบบ Hi-Res Audio รวมถึง DSEE Extreme ฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของไฟล์เพลงที่อาจถูกบีบอัด ทำให้เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดรวมถึงเสียงร้องนั้นชัดเจนมากขึ้น

และฟีเจอร์ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับหูฟังรุ่นนี้ คือ 360 Reality Audio ที่จะเล่นเสียงเพลงให้แบบ 360 รอบตัวเราทั้งหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง แบบครบทุกทิศครับ ใครที่ชอบฟังเพลงแบบสมจริง ต้องบอกว่านี่คือตัวชูโรงของ Sony WH-1000XM4 เลยก็ว่าได้

 

ที่สำคัญยังมีการปรับเสียงตามสถานการณ์ (Adaptive Sound Control) ซึ่งตรงนี้ต้องเปิดตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนครับ ซึ่งจะแบ่งได้ 3 สถานการณ์ ดังนี้

  • นั่งอยู่กับที่ : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกระดับสูง
  • กำลังเดิน : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกแบบปกติ
  • นั่งรถยนต์ : เปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมปิดเสียงภายนอก

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับการตัดเสียงได้ตามใจชอบผ่านผ่านแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 0 – 20 ระดับ ซึ่งในเรื่องของการตัดเสียงรบกวนขณะฟังเพลง ต้องบอกว่าทำได้ดีมาก เสียงภายนอกแทบไม่ได้ยินถ้าไม่ได้ตะโกนหรือมีเสียงที่ดังเกินครับ

 

สำหรับ Sony WH-1000XM4 จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการใส่ เมื่อถอดหูฟังออก ระบบจะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติ และเมื่อใส่กลับเข้าไปใหม่ ก็จะเล่นต่อทันที

 

อย่างไรก็ตาม Sony ก็ยังให้เราได้สื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้ง่ายๆ เมื่อเราเริ่มพูดคุยกับคนรอบข้าง ระบบจะหยุดเล่นเพลงทันที พร้อมให้เราสนทนากับคนอื่นๆ ได้ทันทีแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องถอดหูฟังออกมา หรือเพียงวางมือด้านบนกรอบหูฟังฝั่งขวา ระบบจะลดเสียงเพลงลงทันที

 

การคุยโทรศัพท์

ในการคุยโทรศัพท์ต้องบอกว่าปลายสายได้ยินเราชัดเจนครับ เพราะมีไมโครโฟนถึง 5 ตัวบนหูฟัง ที่สำคัญเสียงที่เราได้ยินจากปลายสายก็ได้ยินชัดเจนด้วยรนะบบตัดเสียงรบกวนภายนอก

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มที่ทั้งวัน

ในเรื่องของแบตเตอรี่ต้องบอกว่าสามารถใช้งานได้เต็มวันแน่นอนครับ เพราะจากที่ลองให้งานฟังเพลงประมาณ 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่จาก 80% ลดลงมาเล็กน้อยเหลือแค่ 75% ซึ่งตามที่ Sony ระบุไว้สามารถใช้งานขณะเปิดโหมดตัดเสียงได้สูวสุดถึง 30 ชั่วโมง และเมื่อปิดโหมดจะใช้ได้ถึง 38 ชั่วโมง

 

ส่วนการชาร์จสามารถชาร์จเพียง 10 นาที ก็ใช้งานต่อได้อีก 5 ชั่วโมง แต่ถ้าจะชาร์จให้แบตเตอรี่เต็ม 100% จาก 0% จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

 

ใครที่สนใจ Sony WH-1000XM4 นั้นเปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 13,990 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม www.sony.co.th

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก รันบน Android 10 (Go Edtion) พร้อมใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น ราคาเพียง 2,499 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดในราคาแบบสบายกระเป๋า สามารถให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่ใช้งานดี เล่นโซเชียลได้สบาย พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 Go Edition ช่วยให้ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A01 Core

  • ขนาดตัวเครื่อง : 141.7 x 67.5 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล PLS TFT กว้าง 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1480 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek MT6739 Quad-core
  • GPU : PowerVR GE8100
  • RAM 1 GB
  • ROM 16 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 (Go Edition)
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh

 

ดีไซน์ หน้าจอแสดงผล และรอบตัวเครื่อง

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมาในลวดลายที่สวยงามพอสมควรแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กก็ตาม มีการเล่นเส้นลายมีความขรุขระที่ส่วนบน ทำให้จับถือได้มั่นคงกว่าเดิมครับ ขณะที่ด้านล่างจะเป็นแบบเรียบๆ

 

ที่สำคัญด้วยขนาดเครื่องที่เล็ก ทำให้จับถือและใช้งาน 1 มือได้แบบสบายๆ แถมมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy A01 Core มาแบบ PLS TFT แต่ก็ยังให้สีสันที่สดใสอยู่ครับ โดยมีขนาดใหญ่ 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ ทำให้ยังรับชมวิดีโอต่างๆ ผ่าน YouTube ได้แบบไม่ขัดตา

 

เหนือหน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ยังมีขอบดำเป็นแถบครับ โดยมีกล้องหน้า 1 เลนส์ พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา ขณะที่ด้านล่างก็มีขอบที่หนาพอสมควรครับ แต่ปุ่มต่างๆ จะใช้ซอฟต์แวร์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ

 

ทางซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 Slot เลยทีเดียว

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 1 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Samsung Galaxy A01 Core มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edition) ที่เป็นระบบที่ใช้งานสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีความจุน้อย แต่ช่วยให้ทำงานทั่วไปได้ไหลลื่นมากๆ ครับ

 

หน้าตา UI

 

แอปพลิเคชั่นแบบ Go Edition

สำหรับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้จะเป็นแบบ Lite หรือ Go เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรี่, Gmail Go, YouTube Go, Google Go และอื่นๆ ซึ่งการทำงานจะใช้ได้ตามปกติครับ แต่หน้าตา UI อาจตัดบางส่วนออกไปจากเวอร์ชันเต็มเท่านั้นเพื่อให้ใช้งานได้ราบลื่น

 

ใช้งาน Dark Mode ได้

แม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่ก็ยังถนอมสายตาเราในการใช้งานตอนกลางคืนด้วยโหมดมืดครับ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำทั้งหมด ทำให้เหมาะในการใช้งานที่ที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย รุ่นนี้มีเพียงการใช้งานรหัสผ่านหรือ PIN เท่านั้นครับ แต่ก็มีความปลอดภัยขั้นสูงเช่นกัน

 

เคลียร์ไฟล์ขยะและ RAM ได้ง่ายๆ ผ่าน Smart Manager

สำหรับ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีแอปพลิเคชั่น Smart Manager มาให้เพื่อให้เรากดเพียงคลิกเดียวก็สามารถลบไฟล์ขยะต่างๆ ไม่ให้เปลืองพื้นที่การใช้งาน

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในเรื่องหน่วยประมวลผลนั้นมาพร้อมกับ Mediatek MT6739 ที่ก็เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นส่วนใหญ่ครับ ส่วนการเล่นเกม เราได้ทดสอบการเล่นเกมเล็กๆ อย่าง Candy Crush Jelly Saga ซึ่งก็เล่นได้ลื่นพอสมควร ซึ่งเกมเบาๆ สามารถเล่นได้ด้วยเครื่องนี้แบบสบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่เพียงพอต่อ 1 วัน

Samsung Galaxy A01 Core แม้ว่าจะมีแบตเตอรี่ 3000mAh แต่ในการเป็นสมาร์ทโฟนตัวเล็กนั้นสามารถใช้งานได้แบบตลอดวันแน่นอนครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีกล้องหน้าและหลังอย่างละ 1 เลนส์ครับ โดยแต่ละเลนส์มีดังนี้

  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

โหมดปกติ (Auto)

ในโหมดปกติก็ถือว่า Samsung Galaxy A01 Core ทำออกมาในเกณฑ์ที่ดีครับ สามารถถ่ายออกมาให้มีความคมชัดและสีสันสดใสเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอครับ ซึ่งการถ่ายภาพไม่สามารถปรับโหมดอื่นๆ ได้ครับ

 

เซลฟี่สวยงาม

สำหรับการเซลฟี่ แม้ว่าจะไม่สามารถปรับความบิวตี้ได้ แต่ก็ถ่ายออกได้ดีพอสมควรในสภาวะที่มีแสงครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ได้ระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edtion)
  • น้ำหนักเบา จับถือได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มใช้งานสมาร์ทโฟน
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต microUSB 2.0

Samsung Galaxy A01 Core สนนในราคาเบาๆ เพียง 2,499 บาทเท่านั้นครับ

อ่านต่อ...

IT News

รีวิว Choetech Solar Charger 19W ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์ [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์กับอุปกรณ์ช้ินนี้ Choetech Solar Charger 19W เปลี่ยนพลังงานธรรมชาติเป็นไฟฟ้า และของดีที่สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่

ชมคลิป ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์

Choetech Solar Charger 19W เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับพกติดตัวไปได้ทุกที่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง กิจกรรมกลางแจ้ง เดินป่า ปีนเขา ปั่นจักรยานระยะทางไกลๆ ก็สามารถใช้เจ้าสิ่งนี้แปลงกระแสไฟชาร์จอุปกรณ์มือถือหรืออื่นๆ ได้ตลอดการเดินทาง

ใครสนใจตัวนี้ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/310sboa

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G
Android News7 วัน ที่แล้ว

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 10,490 บาท

พาไปสัมผัสประสบการณ์...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News7 ชั่วโมง ที่แล้ว

Apple Arcade เปิดตัวเกมใหม่ Next Stop Nowhere พร้อมอัปเดตใหม่ 4 เกม

เกม: Next Stop Nowhe...

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ที่แล้ว

น้องอุ่นใจปลื้ม คว้ารางวัลภาพยนตร์โฆษณาบน YouTube ที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุด ประจำปี 2019 ตอกย้ำแบรนด์ที่สื่อสารได้ตรงใจคนไทยทุกเจเนอเรชัน

ภาพยนตร์โฆษณา “อุ่นใ...

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ขยายการเติบโตบุกเข้าสู่ 59 ตลาดทั่วโลก พร้อมจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกทะลุมากกว่า 40 ล้านคน

ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎา...

ข่าวประชาสัมพันธ์19 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว OPPO Watch Series ดีไซน์ที่โดดเด่น ขับเคลื่อนด้วย Wear OS by Google ในราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท

OPPO ประกาศเปิดตัว O...

iPhone-12-4G-Pricing iPhone-12-4G-Pricing
Apple News20 ชั่วโมง ที่แล้ว

อัปเดทล่าสุด iPhone 12 เปรียบเทียบสเปค ฟีเจอร์ใหม่ เริ่มต้นราว 17,000 บาท รวมข่าวหลุดข่าวลือ

เปรียบเทียบสเปค iPho...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง