ติดตามพวกเรา

Android News

ซั­­มซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง เพื่อกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ซั­­มซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ หรือ New Work Tribe

Samsung Galaxy Note10 in Thailand

  • ครั้งแรกของกาแลคซี่ โน้ต ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • S Pen ปากกาอัจฉริยะเจเนเรชั่นล่าสุด ให้คุณเปลี่ยนลายมือภาษาไทยให้กลายเป็นตัวอักษรได้ทันทีบน Samsung Notes รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของปากกา
  • มาพร้อมกล้องอัจฉริยะ ให้ภาพถ่ายและวิดีโอสวยงาม สมบูรณ์แบบราวกับมืออาชีพ
  • มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าที่เคยกับ Super-Fast Charging เพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung DeX

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

  • มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน
  • หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่
  • ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
  • หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

  • เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
  • วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
  • Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PC หรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
  • เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

  • เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
  • ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
  • บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้
  • AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10 รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุและเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
  • โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา

  • Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย
  • Wireless PowerShare: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้
  • เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
  • Hyper-fast Speed: ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE

ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10

Android News

พรีวิวแกะกล่อง realme C11 “แบตใหญ่ สนุกไม่สะดุด” ดีไซน์สะดุดตา, แบต 5000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน พร้อมกล้องหลังคู่ AI

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme C11 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก “แบตใหญ่ สนุกไม่สะดุด” พร้อมดีไซน์สวยสะดุดตา แบตเตอรี่อึดๆ 5000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน และใช้ขุมพลัง Helio G35 ใครที่กำลังมองหารุ่นเล็ก ใช้งานจอใหญ่ๆ เราจะมาพรีวิวคร่าวๆ ให้รับชมกันครับ

 

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme C11 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • ใบรับประกันสินค้า
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ realme C11 เน้นเรื่องความสวยงามสุดพิเศษด้วยเส้นลายที่ฝาหลัง ช่วยให้เล่นกับแสงได้เป็นอย่างดีครับ มีการสะท้อนในมุมต่างๆ ทั้งยังมีแถบลาย realme อย่างเด่นชัด และที่สำคัญฝาหลังยังไม่ติดรอยนิ้วมืออีกด้วย

 

สีที่เราได้มาเป็นสีเขียว Mint Green ส่วนอีกสีจะเป็นสีเทา Pepper Grey

 

หน้าจอแสดงผลของ realme C11 มาพร้อมหยดน้ำ Mini-drop Fullscreen ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ มีติ่งหยดน้ำมีขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อนถึง 30.9% ทำให้มีพื้นที่การแสดงผลที่ 88.7% จะรับชมวิดีโอหรือเล่นเกมต่างๆ ใช้งานได้แบบเต็มตาครับ

 

เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้าในหยดน้ำ และลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ช่อง และ MicroSD Card อีก 1 ช่องครับ

 

ทางขวาจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก ส่วนด้านบนจะไม่มีอะไรครับ

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง AI คู่ พร้อมไฟแฟลช LED ในกรอบ

 

realme C11 แกะกล่องมาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI ของตัวเองครับ ฟีเจอร์ต่างๆ ก็ครบเลยทีเดียว

 

สรุปสเปค realme C11

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 × 75.9 × 9.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 196 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-drop Fullscreen ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, พื้นที่การแสดงผลที่ 88.7%
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio G35 Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • RAM 2 GB
  • ROM 32 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 พร้อมโหมด AI Beauty
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

ใครที่สนใจ เดี๋ยวเราจะมีรีวิวฉบับเต็มๆ มาให้รับชมกันอย่างแน่นอนครับ อดใจรอกันอีกนิด

อ่านต่อ...

Android News

เผยทีเซอร์ Lenovo Legion สมาร์ทโฟนเกมมิ่งจอ 144Hz พร้อม Fast Charge 90W และลำโพงคู่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Lenovo Legion สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง้ตรียมที่จะเปิดตัวในวันที่ 22 กรกฏาคมนี้แล้ว โดยทางบริษัทยืนยันผ่านภาพทีเซอร์ว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอ Refresh Rate 144Hz แน่นอน อย่างไรก็ตาม เราก็มีคลิปหลุดการใช้งานของรุ่นนี้กันด้วย

คลิปที่หลุดออกมาเป็นการบันทึกหน้าจอการใช้งาน Lenovo Legion ทำให้เห็นสเปคหลายอย่าง ตั้งแต่ระบบปฏิบติการที่ใช้เป็น Legion OS บนพื้นฐาน Android 10, มีธีม Avengers, ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 865 แต่ในเรื่อง RAM มีแค่ 6GB ชนิด LPDDR5 ซึ่งปกติควรจะมากกว่านี้หากเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง และมี ROM 128GB UFS 3.0 แต่ก็จะมีเทคโนโลยี Fast Charge 90W ผ่านแบตเตอรี่ 5000mAh

นอกจากนี้ Lenovo Legion ยังมาพร้อมลำโพงคู่ที่มีไดรเวอร์ขนาด 65 มม. อย่างไรก็ตาม สเปคดังกล่าวอาจเป็นรุ่นเล็ก เพราะอาจมี Lenovo Legion Pro ที่มี RAM 16GB + ROM 512GB UFS 3.1 ครับ

ที่มา : sparrowsnews

อ่านต่อ...

Android News

5 เหตุผล ทำไมต้องสมาร์ทโฟน 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หนึ่งในหัวข้อที่เราชาวโซเชียลมีเดียได้เห็นทุกวัน คือข่าวคราวเกี่ยวกับ 5G จนทุกวันนี้เป็นเรื่องที่พูดคุยกันปกติไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เชื่อว่าหลายคนก็ยังมีคำถามในใจว่า 5G คืออะไร? 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน? 5G ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเราอย่างไรบ้าง? 5G มีความจำเป็นในเร็ววันนี้หรือไม่? และที่สำคัญที่สุดคือ 5G ที่จับต้องได้และจะพิสูจน์ได้ยังไง? คำตอบคือ ทุกอย่างเริ่มต้นที่สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง เพียงคุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่ใช้สัญญาณ 5G ได้ เท่ากับคุณได้เปิดประตูสู่โลกสุดอัจฉริยะที่สรรค์สร้างด้วยเทคโนโลยีที่จะนำพาความสะดวกสบาย และสนุกสนานมาให้ชีวิตประจำวันของคุณแล้ว

5 reasons why you need a 5G smartphone

การเปิดตัวของ HUAWEI nova 7 Series ได้สร้างปรากฎการณ์และมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยการนำเสนอสมาร์ทโฟน 5G ที่ราคาคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI nova 7 SE ที่ตอนนี้กลายเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่ขายดีที่สุดในตลาดและเร็วๆ นี้ กับ HUAWEI nova 7 สมาร์ทโฟนกล้องเจ๋ง สเปคแรง ตอบโจทย์คอเกม ดังนั้นตอนนี้ จึงถือเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคจะได้เริ่มลองเปิดประสบการณ์ 5G ในราคาที่ไม่ต่างจาก 4G หากยังไม่แน่ใจ เรามาดูกันดีกว่าว่า 5 เหตุผลเด็ดๆ ที่จะช่วยให้คุณพอนึกภาพออกว่า สมาร์ทโฟน 5G อย่าง HUAWEI nova 7 Series จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่ามากแค่ไหน

1. การถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลมีเดีย จะสนุกกว่าที่เคยเป็น

5 reasons why you need a 5G smartphone

หากใช้สมาร์ทโฟน 5G ใน HUAWEI nova 7 Series ก็จะสามารถอัพโหลดรูป ส่งรูป หรือแชร์รูปพร้อมแคปชั่นได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมไม่ว่าอยู่แลนด์มาร์คที่คนใช้อินเทอร์เน็ตกันเยอะแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นรูป Portrait ภาพทิวทัศน์ครอบคลุมบริเวณกว้าง หรือการถ่ายในที่แสงน้อย กล้อง AI 64MP ก็จะทำให้รูปบนโซเชียลมีเดียช่องทางโปรดของคุณดูสวยงามที่สุด

สำหรับคนที่ชอบถ่ายเซลฟี่ กล้องหน้า 32MP ของ nova 7 หรือ 16MP ของ nova 7 SE ก็มี AI อัจฉริยะช่วยสร้างภาพแบบ bokeh และ ทำภาพให้ดูฟุ้งๆ เหมือนอยู่ในความฝันได้ แถมยังมี Super Night Selfie สำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย เวอร์ชั่น 2.0 ทำหน้าที่ปรับแสงของผิวใบหน้าให้ผุดผ่องขึ้น และปรับแสงของภาพโดยรวมให้สวยงามพอเหมาะ ส่วน Super Night Selfie 3.0 บน nova 7 จะทำงานคู่กับ BM3D noise reduction ให้ภาพในที่แสงน้อยมีความหยาบน้อยลง และคมชัดมากขึ้น

2. เล่าเรื่องราวผ่านวีดีโอง่ายๆ แบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

5 reasons why you need a 5G smartphone

กล้องของ HUAWEI nova 7 Series ที่มี 5G นี้ช่วยให้คุณผลิตคอนเทนต์คุณภาพอย่าง vlogger มืออาชีพ แชร์เรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวันได้ทุกวันแม้คุณไม่เคยตัดต่อวิดีโอมาก่อน โดยกล้องสามารถถ่ายวิดีโอคมชัดระดับ 4K ได้อย่างสบายๆ โดยเทคโนโลยีลดจุดสัญญาณรบกวนในภาพ ทำให้วิดีโอที่ถ่ายตอนกลางคืน หรือที่แสงน้อยมีความคมชัด และดูมีความละเอียด

นอกจากเรื่องความคมชัดแล้ว คนที่อยากถ่ายวิดีโอแบบสองมุมมองในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาถ่ายสองครั้ง หรือใช้การตัดต่อให้ยุ่งยากและเสียเวลา ก็สามารถใช้ DUAL-VIEW Video Mode ที่ถ่ายภาพมุมกว้างพาโนรามากับโคลสอัพ หรือถ่ายด้วยกล้องหน้าไปพร้อมๆ กับกล้องหลัง อย่างการถ่ายของอร่อยๆ ไปพร้อมกับรีแอคชั่นของตัวเองเมื่อได้ลิ้มรส ก็ทำได้ในเวลาเดียวกัน ประหยัดเวลาไปอีกเยอะ

อีกอย่างอย่าลืมว่า 5G ที่มีแบนด์วิธใหญ่ ก็ทำให้คุณสามารถอัพโหลดไฟล์วิดีโอใหญ่ๆ ลงช่องทางต่างๆ ได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม บอกลาได้เลยปัญหาการโพรเซสวีดีโอช้า

3. ประสบการณ์การเล่นเกมที่เจ๋งขึ้นกว่าเดิม

5 reasons why you need a 5G smartphone

HUAWEI nova 7 และ HUAWEI nova 7 SE ใช้ขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 985 และ Kirin 820 ตามลำดับ ที่ผสาน 5G Modem ลงบนชิปเซ็ตด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ ครอบคลุม 8 ย่านความถี่ ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต ด้วยความเร็วระดับ 5G ได้อย่างลื่นไหล ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเหล่าเกมเมอร์ให้สามารถเล่นเกมได้ด้วยภาพที่มีความละเอียดสูง และมีความหน่วงต่ำ ไม่กระตุก ได้ในอีกระดับของความสะใจ โดย GPU ที่ใช้ก็รองรับเกมภาพ 3 มิติ ใหญ่ๆ ภาพคมๆ ได้เป็นอย่างดี

4. อีโคซิสเต็มที่เชื่อมคอนเทนต์ทุกอย่างของคุณเข้าไว้ด้วยกัน

5 reasons why you need a 5G smartphone

ส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตแบบ 5G คือการที่เทคโนโลยีต่างๆ รอบตัว เชื่อมต่อกันเป็นอีโคซิสเต็มเดียว โดยมีความเร็วของ 5G ช่วยอำนวยความสะดวก ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรูป วิดีโอ ไฟล์ต่างๆ และข้อมูลการเล่นเกมผ่านอุปกรณ์หลายๆ ชิ้นของหัวเว่ยรวมถึงสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 7 Series โดยใช้ HUAWEI ID และยังมีอีกอย่างที่ทำให้การเข้าถึงคอนเทนต์บนสมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ยมีความไร้รอยต่อคือ Huawei Share บน nova 7 ที่จะช่วยส่งไฟล์จากอุปกรณ์สู่อุปกรณ์ได้เพียงแตะเข้าด้วยกัน หัวเว่ยมีกลยุทธ์ 1+8+N ที่ให้ สมาร์ทโฟนเป็น 1 ศูนย์กลางที่เชื่อมต่อ 8 สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ เพื่อโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันได้ โดย N นั้นจะหมายถึงอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ของหัวเว่ยที่จะใช้ 5G ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นไปอีกขั้น

5. ระบบปฏิบัติการที่ให้มากกว่าการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

5 reasons why you need a 5G smartphone

HUAWEI nova 7 Series มาพร้อมระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 ซอฟท์แวร์สุดล้ำที่ขาดไม่ได้สำหรับสมาร์ทโฟน 5G ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลมีความอัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น เพราะเป็นเวอร์ชั่นอัพเดทล่าสุดที่มีระบบวิดีโอคอล HUAWEI MeeTime ที่ใช้ประโยชน์จาก 5G ให้ผู้ใช้สามารถวิดีโอคอลกับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้แบบมีประสิทธิภาพดีที่สุด โดย 5G จะช่วยให้คุณภาพวิดีโอคอลมีความลื่นไหล และภาพสวยคมชัดยิ่งกว่าวิดีโอคอลทั่วไป โดย HUAWEI nova 7 SE รองรับความละเอียดของวีดีโอคอลที่ 720p และ HUAWEI nova 7 รองรับได้ถึง 1080p

นอกเหนือจาก 5 เหตุผลที่สมาร์ทโฟน 5G ใน HUAWEI nova 7 Series จะเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่โลกของ 5G ได้ดีแล้ว HUAWEI ยังคงพัฒนาแหล่งแอปพลิเคชันของตัวเอง ให้ทุกสมาร์ทดีไวซ์ที่ใช้ EMUI 10.1 สามารถเลือกดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้จาก HUAWEI AppGallery ที่ร่วมมือกับนักพัฒนาแอปพลิเคชันทั่วโลก ผลิตแอปยอดฮิตในตลาดต่างๆ ทั้งในด้านบันเทิง ท่องเที่ยว การทำงาน การศึกษา รวมถึงเกมต่างๆ ที่ท้าทายการใช้งาน 5G อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดหัวเว่ยได้เปิดตัว Petal Search ซึ่งเป็นเครื่องมือการค้นหาแอปจากแหล่งต่างๆ โดยมี Find Apps เป็นวิดเจ็ตที่ช่วยค้นหา แอปฯ กว่าร้อยแอปฯ ที่จะได้รับการอัพเดทบนแพลตฟอร์มทุกๆ สัปดาห์ เพียงใช้วิดเจ็ตดังกล่าว หากแอปฯ ใดมีใน HUAWEI AppGallery แล้วก็จะแสดงผลด้านบนสุดให้ได้ดาวน์โหลดกันง่ายๆ ทันที คราวนี้ไม่ต้องกลัว ชาวไทยสามารถใช้งาน Facebook, Facebook Messenger และ Instagram กันได้ง่ายๆ แล้ว ถือเป็นการเพิ่มอีกทางเลือกหนึ่งในการค้นหาแอปพลิเคชั่นให้กับผู้ใช้งาน

สำหรับใครที่ตั้งตารอ HUAWEI nova 7 อดใจอีกนิด วางจำหน่ายเร็วๆ นี้แน่นอน แต่จะมาพร้อมโปรโมชั่นจัดเต็มอะไรนั้น สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/phones/ และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชันที่ http://www.facebook.com/HuaweiMobileTH

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง