ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Samsung Galaxy A30s ดีไซน์ใหม่ กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายชัด‎ ราคาย่อมเยา

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Samsung Galaxy A30s เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา หน้าจอสวยด้วย Super AMOLED อัตราส่วนหน้าจอกว้าง ตอบโจทย์สำหรับคนชอบดูหนังได้แบบเต็มตา ซีพียูเร็วแรง เล่นเกมทั่วไปได้ลื่นๆ ด้วยการเร่งประสิทธิภาพของฟีเจอร์ Game Booster โดยมีกล้องหลังมากถึง 3 ตัว และรุ่นนี้สแกนลายนิ้วมือแบบล้ำๆ บนหน้าจอได้เลย

Samsung Galaxy A30s Review 01

สรุปสเปค Samsung Galaxy A30s

  • ราคาเปิดตัว 7,990 บาท (ตุลาคม 2019)
  • หน้าจอแสดงผล Infinity V แบบ Super AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1520 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Exynos 7885 Octa Core ความเร็ว 1.8GHz
  • RAM 4 GB
  • ROM 64 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 3 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.7
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 เก็บภาพมุมกว้างได้ 123°
    • เลนส์ระยะลึก (Depth) ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh
  • สี : สีดำ (Prism Crush Black), สีขาว (Prism Crush White) และสีเขียว (Prism Crush Green)

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy A30s Review

Samsung Galaxy A30s เป็นสมาร์ทโฟนในระดับราคาย่อมเยาที่อาจเรียกได้ว่าเป็นฝาแฝดของ Galaxy A50s ก็ได้ เพราะดีไซน์และขนาดหน้าจอเท่ากัน แต่มีการปรับสเปคใหม่บางอย่างสำหรับทำราคาให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

 

Samsung Galaxy A30s Review

Galaxy A30s ได้รับการดีไซน์ที่ดูสวยงาม พรีเมี่ยมไม่แพ้รุ่นเรือธง ซึ่งฝาหลังมีการดีไซน์ที่เอฟเฟกต์โฮโลกราฟิก ให้เฉดสีและมุมมองของการสะท้อนแสงที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว

 

Samsung Galaxy A30s Review

กล้อง 3 ตัวด้านหลังถูกจัดเรียงกันในแนวตั้ง และกรอบเลนส์นูนขึ้นมาเหนือฝาหลังเล็กน้อย พร้อมแฟลชแบบ LED

 

Samsung Galaxy A30s Review

ด้านหน้าเต็มไปด้วยพื้นที่ของหน้าจอแสดงผล Super AMOLED ที่มีการขยายหน้าจอให้ชิดขอบทุกด้าน และมีรอยบากแบบ Infinity-V บริเวณขอบบนเพื่อติดตั้งกล้องหน้า ซึ่งรอยบากจะมีรูปทรงเป็นตัว V ต่างไปจากในรุ่น Galaxy A50s ที่เป็น Infinity-U

 

Samsung Galaxy A30s Review

หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว HD+ ให้สีสันที่สวยสดใส เห็นสีชัดเจนในทุกมุมมอง ซึ่งเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนจาก Samsung ในฐานะบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่ผลิตแผงหน้าจอแสดงผล AMOLED

 

Samsung Galaxy A30s Review

สำหรับลำโพงที่ใช้ฟังเสียงโทรศัพท์จะถูกซ่อนไว้ที่ขอบตัวเครื่อง ทำให้ด้านหน้าดูสวยงามเป็นกลมกลืนเป็นชิ้นเดียวทั้งหมด

 

Samsung Galaxy A30s Review

ปุ่มกดต่างๆ จะอยู่ด้านขวาด้านเดียว ได้แก่ ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power

 

Samsung Galaxy A30s Review

ถาดใส่ซิมของรุ่นนี้เป็น 3 Slot ซึ่งข้อดีของถาดซิมแบบนี้จะทำให้ใส่ได้พร้อมกัน 2 ซิมและใส่ microSD card ได้ด้วย ไม่ต้องเลือกระหว่างซิม 2

 

Samsung Galaxy A30s Review

Galaxy A30s มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และยังคงมีช่องสำหรับเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม.

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review

Galaxy A30s มาพร้อม One UI 1.5 ซึ่งครอบทับอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie โดยในเวอร์ชั่นนี้มีการปรับอินเตอร์เฟซให้ง่ายสำหรับการใช้งานในมือเดียวแม้สมาร์ทโฟนจะมีหน้าจอที่ยาวขึ้น รวมไปถึงสีสันต่างๆ ของ UI ก็ดูสะอาด เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนด้วย

 

Samsung Galaxy A30s Review

ด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายของรุ่นนี้รองรับ 4G LTE ทั้ง 2 ซิม, Bluetooth 5.0, NFC และรองรับการโทร Wi-Fi กับ VoLTE ด้วย

 

Samsung Galaxy A30s Review

ระบบเสียงที่มีให้ในตัวเครื่องอย่าง Dolby Atmos ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน โดยจะทำงานได้เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง ซึ่งจะได้ยินเสียงที่มีมิติซ้ายขวา โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมหรือดูหนังจะได้ประสบการณ์ที่สนุกมากขึ้น

 

Samsung Galaxy A30s Review

ฟีเจอร์ห้ามรบกวนก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้มาในทุกรุ่นของ Samsung เป็นประโยชน์มากๆ หากไม่ต้องการให้มีการรบกวนในช่วงเวลาสำคัญ โดยสามารถกำหนดช่วงเวลาและอนุญาต

 

Samsung Galaxy A30s Review

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A30s เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีอัตราส่วนคอนทราสต์สูง สีสันสดใส ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมเห็นรายละเอียดที่คมชัดมากๆ

 

Samsung Galaxy A30s Review

นอกจากหน้าจอจะมีสีสันสวยงามแล้ว ยังมีฟีเจอร์ในการตัดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาด้วย และมีโหมดกลางคืนเพื่อเปลี่ยนสีพื้นหลังเป็นสีดำ เหมาะสำหรับการใช้งานในเวลากลางคืนที่ดูสบายตามากขึ้น

 

Samsung Galaxy A30s Review

ด้านความปลอดภัย Galaxy A30s มีทั้งการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า สะดวกแบบไหนก็เลือกใช้งานได้เลย

 

Samsung Galaxy A30s Review

Digital Wellbeing ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่าใช้เวลากับสมาร์ทโฟนไปมากน้อยเพียงใดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคหน้าจอ จำนวนการแจ้งเตือน และใช้เวลาแต่ละแอปไปเท่าไหร่ เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Samsung Galaxy A30s ReviewSamsung Galaxy A30s Review

Samsung Galaxy A30s ใช้ชิพประมวลผล Exynos 7885 กับแรม 4GB ก่อนจะไปเล่นเกม Samsung ได้มีการอัปเดทหน้าตาของ Game Launcher ใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รวมเกมทั้งหมดในเครื่องไว้ที่เดียว แสดงระยะเวลาของการเล่นเกม และตั้งค่าประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมได้

 

Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review

เกม ROV รองรับโหมดเฟรมเรตสูง วิ่งระหว่าง 55-60fps ตลอดการเล่น ช่วงการร่วมทีมไฟต์จะพบอาการเฟรมเรตตกบ้าง 47-50fps

 

Samsung Galaxy A30s Review

เกม Call Of Duty: Mobile เล่นได้ค่อนข้างดี การตอบสนองในการเปลี่ยนทิศทางและการเคลื่อนที่ตามนิ้วก็ทำได้ดี รวมไปถึงการกดก็ไม่หน่วงด้วย

Galaxy A30s มีแบตเตอรี่ 4000mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน หรือแม้แต่การเล่นเกมต่อเนื่องกัน 2-3 ชั่วโมง รวมกับการดูคลิป เล่นโซเชียล เปิดกล้องถ่ายรูปตลอดทั้งวัน แบตก็อยู่ได้นานเกือบทั้งวัน ถือว่าจัดการพลังงานได้ดีมากๆ และรองรับชาร์จเร็ว 15W ด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A30s ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีกล้องถ่ายรูปไม่ธรรมดา มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว โดยตัวกล้องหลังมีความละเอียด 25 + 8 + 5 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซล

ภาพถ่าย Auto Mode

Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review

 

ภาพถ่าย Ultra Wide

Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review Samsung Galaxy A30s Review

สำหรับเลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นฟีเจอร์กล้องที่เข้ามาเติมเต็มความสามารถของกล้องถ่ายรูปบนมือถือได้เป็นอย่างดี ระยะใกล้แค่ไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องถอยห่าง

 

Samsung Galaxy A30s Review

โหมด Live Focus กล้องหลังสามารถปรับความเบลอของฉลากหลัง และเอฟเฟ็กต์เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ เบลอ (Blur), ปั่น (Spin Bokeh), ซูม (Zoom Bokeh) และจุดสี (Color point) ซึ่งเอฟเฟ็กต์เหล่านี้ทำได้ทั้งขณะถ่ายรูปและหลังจากถ่ายรูปก็ทำได้เช่นกัน

 

Samsung Galaxy A30s Review

สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาได้คมชัดดี และในโหมด Live Focus ละลายฉากหลังได้ค่อนข้างเนียนมากๆ ถูกใจคนชอบเซลฟี่แน่นอน

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลใหญ่เต็มตา Infinity V
  • ตัวเครื่องดีไซน์สวย
  • กล้องหลัง 3 ตัว โฟกัสเร็ว คมชัด
  • แบตอึด พอร์ต USB Type-C

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ฝาหลังเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ง่าย

Featured

รีวิว nuraphone หูฟัง Bluetooth ดีไซน์โดดเด่น สุดล้ำเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินโดยอัตโนมัติ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

มีหูฟังที่เรียกได้ว่าสุดล้ำมากๆ มาฝากกันครับ ซึ่งปกติแล้วการรับฟังเสียงของมนุษย์แต่ละคนมีความสามารถไม่เท่ากันครับ วันนี้เราได้รับหูฟัง nuraphone เป็นหูฟัง Bluetooth สุดล้ำที่สามารถเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินของผู้ใช้งานแต่ละคนได้โดยอัตโนมัติด้วยครับ ซึ่ง nuraphone เป็นหูฟังที่ได้ออกแบบโดยวิศวะกรและผู้รักเสียงดนตรีจาก Australia ผสมผสานจุดเด่นของหูฟังแบบ Over-Ear และ In-Ear ไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวและสวยงามมากๆ ครับ วันนี้เดี๋ยวจะพาไปดูกันว่าหูฟัง nuraphone จะมีความน่าสนใจอย่างไร และเสียงจะดีขนาดไหนเมื่อตัวหูฟังได้เรียนรู้การรับฟังและปรับเสียงให้เข้ากับการได้ยินของเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  1. หูฟัง nuraphone
  2. สายชาร์จแบบ USB-A
  3. กล่องหูฟังแบบ Magnetic locking protective case
  4. จุกหูฟังสำรองขนาดต่างๆ

 

ตัวกล่องหูฟัง Magnetic locking protective case ดูแข็งแรงทนทานมากๆ ครับ เอาไว้เผื่อว่าเดินทางอยากเก็บใส่ไว้ในกล่องเป็นการปกป้องความเสียหายที่อาจะเกิดขึ้นได้กับหูฟังได้อย่างดีเลยทีเดียว

 

ข้อมูลด้านเทคนิค

  • ขนาด 190 x 170 x 88 มม.
  • น้ำหนัก 329 กรัม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth aptX HD, *Universal Wired (Lightning, USB-C, micro-USB, analog)
  • Battery แบบ Lithium Ion Battery, ใช้งานต่อเนื่องได้รวม 20 ชั่วโมง
  • การตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) + Dual passive isolation
  • วัสดุ High grade stainless, คัพหูฟัง aluminium cups, แพดหูฟัง hypoallergenic silicon

nuraphone มาพร้อมกับไดร์เวอร์แบบ Dynamic คู่ แยกมิติเสียงแบบลำโพง Two way ทำงานโดยอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด และแอปพลิเคชั่นสุดล้ำ ซึ่งจะทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi รองรับ aptX HD ตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation การันตีด้วยรางวัล best of the best จาก Red Dot Design และ Good Design Award อีกด้วยครับ 

 

FEATURE การใช้งาน

  • Offline Mode ควบคุมการงานผ่านแอปพลิเคชั่น โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต
  • Bluetooth Quickswitch เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โดยจะสามารถสลับอุปกรณ์ ได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องยกเลิกการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ก่อนที่ใช้ก่อนหน้านี้
  • Voice Calls ใช้คุยโทรศัพท์ได้
  • Nura Sound หูฟังตัวแรกที่ปรับคุณภาพเสียงให้เหมาะผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ รางวัล CES Innovation 2018
  • CleanANC การผสมผสาน Active Noise Cancellation ระบบตัดเสียงรบกวน และ Double-
    Passive Isolation เพื่อคุณภาพเสียงที่คมชัด
  • หูฟังตัวแรกที่ออกแบบให้ In-Ear ทำงานร่วมกับ Over-Ear และ Haptic Bass Technology
  • Bluetooth Qualcomm atpX HD เพื่อเสียงที่คมชัดในระดับ Hi-Fi 24bit/48kHz
  • Smart Headphone ทำงานโดยอัตโนมัติเพียงสวมลงบนศีรษะ
  • ทำงานร่วมกับ Application บน iOS / Android
  • TeslaFlow วาล์วควบคุมการไหลเวียนของอากาศ สวมใส่สบายมากยิ่งขึ้น
  • ตัวหูฟังรองรับ Aptx HD ที่รองรับการฟังในแบบ Hi-Res 24Bit 48kHz (ขึ้นอยู่กับเครื่องเล่นที่รองรับ) หากต้องการต่อแบบ Analog หรือ สาย USB C, Lightning สามารถซิ้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มได้

ดีไซน์และการออกแบบ

ตัวกล่องด้านใน nuraphone ดีไซน์ดูเรียบหรูซึ่งเมื่อเปิดออกมาจะมีกล่องเก็บหูฟังอยู่ด้านในอีกชั้นครับ

 

เมื่อเปิด Magnetic locking protective case ออกมาแล้วจะเห็นหูฟัง และกล่องเก็บสายชาร์จที่มีหูฟังสำรองมาให้ด้วยอีก 2 ชุด

 

ก้านหูฟังด้านในจะมีข้อความเขียนไว้ว่า nuraphone

 

หูฟังด้านซ้าย และขวา จะมี Touch Buttons สำหรับควบคุมการทำงานอยู่ทั้ง 2 ข้าง ด้วยการสัมผัสครับ

 

nuraphone ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษและเป็นหูฟังตัวแรกที่ออกแบบโดยการผสมผสานระหว่างหูฟัง แบบ In-Ear กับ Over-Ear เอาไว้ด้วยกันครับ ส่วนตัวแล้วใช้งานหูฟังมาก็เยอะ พอเจอ nuraphone เห็นครั้งแรกก็รู้สึกแปลกตาไม่เหมือนแบรนด์ไหน โดยเสียงย่านกลางและสูงจะขับผ่าน In-ear tips และ Over-Ear ขับพลังเบสที่สามารถสัมผัสได้ทันทีเมื่อได้รับฟังเพลงจากหูฟังนี้ครับ

 

ในการเริ่มใช้งานครั้งแรกก็แปลกใจหาปุ่มเปิดเครื่องไม่เจอ แต่เมื่อจะเชื่อมต่อกับแอป nura พบว่าตัวแอปแนะนำให้สวมหูฟังเข้าไปกับศีรษะ ซึ่งนั่นก็คือการเปิดเครื่องนั้นเองครับ การทำงานของหูฟังเมื่อสวมหูฟังเข้าไปกับศีรษะแล้ว จะเป็นการเปิด/ปิด เป็นไปแบบอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องกดเปิดหรือปิดการทำงานแต่อย่างใด ตัวหูฟัง nuraphone จะจับ motion sensor และทำการเปิดใช้งานอัตโนมัติ แจ้งชื่อผู้ใช้ (Welcome back ชื่อผู้ใช้) พร้อมบอกแบตเตอรี่คงเหลืออีกด้วยครับ

 

หลังจากที่ทำความรู้จักที่มาที่ไปของหูฟัง nuraphone และฟีเจอร์ต่างๆ กันไปแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะมาลองใช้งานจริงกันเลยดีกว่า ก่อนที่จะเริ่มฟังเพลงผ่านหูฟัง nuraphone ให้ดาวน์โหลดแอป nura มาติดตั้งก่อนครับ ซึ่งมีให้โหลดได้ทั้ง iOS และ Android เพื่อที่จะสร้างโปรไฟล์และเรียนรู้การรับฟังของเราเพื่อปรับให้เหมาะกับการฟังของผู้ใช้งานแต่ละรายให้เหมาะสมที่สุดครับ ซึ่งสามารถเรียนรู้การฟังของผู้ใช้งานได้ภายใน 60 วินาที เท่านั้น และสามารถสร้างและบันทึกข้อมูลได้ถึง 3 โปรไฟล์ในเวลาเดียวกัน

มาถึงตรงนี้หลายคนที่อาจจะสงสัยว่า nuraphone เรียนรู้การได้ยินของเราได้ยังไง เหตุผลเพราะแบบนี้ครับ ภายในหูฟัง nuraphone เค้าจะมีไมโครโฟนแบบเดียวกับที่ nasa ใช้ในปฏิบัติการ Mars Mission 2020 ครับ ซึ่งจะเป็นตัวรับสัญญาณเสียงสะท้อนในช่องหูของเราฟังเรานั่นเอง ในส่วนนี้ทาง nura ได้มีการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีนี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยครับ

 

การทำงานของ Touch Buttons สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง มากกว่า 4 ฟังก์ชั่น สามารถตั้งค่าผ่านแอป nura โดยตั้งค่าได้ทั้งหูฟังด้านซ้าย และขวา ด้านละ 2 ฟังก์ชั่น ประกอบไปด้วย

  • Play/pause music & answer/ hang up calls
  • Play/pause music
  • Enable/ disable immersion
  • Enable/disable social mode
  • Previous track
  • Next track
  • Volume up
  • Volume down

 

นอกจากนี้ในส่วนของแอป nura ยังสามารถอัปเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ ดูแบตเตอรี่คงเหลือของหูฟังได้อีกด้วยครับ

 

ไร้เสียงรบกวนด้วย CleanANC 

nuraphone มาพร้อมกับ CleanANC ซึ่งเป็นการผสมผสาน Active Noise Cancellation ระบบตัดเสียงรบกวน และ Double-Passive Isolation เมื่อ 2 เทคโนโลยีนี้ทำงานร่วมกันทำให้ไร้เสียงรบกวนฟังเพลงให้คุณภาพเสียงคมชัดมากๆ

ตัวหูฟังยังมี Social Mode ด้วยครับ เพียงแค่แตะไปที่ Touch Buttons ก็จะสามารถรับฟังเสียงจากภายนอกสำหรับการฟังเสียงสนทนาหรือรับฟังเสียงจากภายนอกโดยที่ไม่ต้องถอดหูฟังออกเรียกได้ว่าสะดวกต่อการใช้งานมากๆ เลยทีเดียว

 

ใช้คุยโทรศัพท์ได้คุณภาพเสียงคมชัด 

nuraphone สามารถใช้คุยโทรศัพท์ได้ในตัวเลยครับ เนื่องจากตัวหูฟังมีไมโครโฟนอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อมีสายเรียกเข้าสามารถรับโทรศัพท์และคุยจากหูฟัง nuraphone ได้ทันที หลังจากที่ได้ทดลองใช้งานคุยโทรศัพท์พบว่าเสียงสนทนาคมชัดดีครับ ทั้งทางฝั่งผู้โทร และทางฝั่งผู้รับ

 

ดูหนัง ฟังเพลง เสียงไม่ดีเลย์ 

ทุกครั้งที่ต้องทดสอบหูฟัง หลายๆ มักจะถามถึงเรื่องการดูหนัง ฟังเพลงจาก YouTube ว่าเสียงดีเลย์มั้ย จากที่ใช้งานมาหลายสัปดาห์พบเสียงและภาพไม่ตรงกัน ไม่ต้องกังวลในส่วนนี้เลย โดยการทดสอบได้ลองใช้งานทั้ง YouTube, Netflix, Spotify, หนังจาก Apple TV

 

สุดยอดพลังเสียง เบสหนัก ฟังเพลงดี ดูหนังเด่น 

มาถึงไฮไลท์ของการใช้งานหูฟังแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของคุณภาพของเสียงเมื่อฟังเพลง ต้องบอกเลยว่าตอนแรกที่เห็นดีไซน์ยังเดาไม่ออกว่าเสียงจะออกมาเป็นแบบไหน จะใส่พอดีหูหรือไม่ในเมื่อเป็นลูกผสมระหว่าง Over-Ear และ In-Ear แต่เมื่อได้ลองใช้งานแล้วกลับพบว่าถึงเป็นลูกผสมการสวมใส่เรียกได้ว่าออกแบบมาได้อย่างดีมากครับ ซึ่งสามารถใส่พอดีหูและตัวก้านหูฟังก็ยังสามารถปรับให้เข้ากับขนาดของศรีษะได้ และด้วยการดีไซน์แบบนี้เองทำให้ได้สัมผัสของพลังเสียงอย่างแท้จริง บางคนอาจจะชอบฟังเสียงจากหูฟัง Over-Ear เพราะไดร์เวอร์ขนาดไหญ่ ให้พลังเสียงหนักแน่น แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่ชอบฟังขนาดใหญ่ก็มักจะเลือกใช้ In-Ear ซึ่งพลังเสียงอาจจะไม่ได้หนักแน่นเหมือน Over-Ear แต่เมื่อทั้ง Over-Ear และ In-Ear มาอยู่ในหูฟังตัวเดียวกันเมื่อฟังเพลงแล้วพบว่าเสียงกลมกล่อมมากครับ เบสมาเต็ม ถ้าดูหนังความกระหึ่มเหมือนดูหนังจากโรงหนังประมาณนั้นเลยครับ เสียงแหลมก็มาครบ โดยรวมแล้วเสียงกระหึ่มมากๆ สะใจคนชอบดูหนังและฟังเพลง ผลก็มาจากการนำจุดเด่นของหูฟังทั้ง 2 ชนิดมารวมไว้ในหูฟังตัวเดียวกัน ต้องบอกเลยว่าไม่เคยได้รับประสบการณ์การฟังเพลง ดูหนัง ด้วยเสียงที่มาเต็มแบบนี้มาก่อน ประกอบกับตัวหูฟังสามารถเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับผู้ฟังได้อย่างอัตโนมัติจึงทำให้เสียงเพลงที่ได้ยินเหมาะกับผู้ใช้งานคนนั้นๆ มากขึ้นอีกด้วยครับ

 

ในส่วนของแบตเตอรี่ nuraphone เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มจะใช้ฟังเพลงได้ราวๆ 20 ชั่วโมงครับ หากใช้งานไปแล้วแบตเหลือน้อยตัวหูฟังจะมีเสียงเตือนให้เราทราบด้วยครับ โดยการชาร์จแบตจนเต็มจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

 

 

นอกจากนี้ในส่วนของแอป nura ยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ รวมถึงดูแบตเตอรี่ของตัวหูฟังได้อีกด้วย

 

สรุปส่งท้าย

nuraphone เป็นหูฟังที่ต้องบอกเลยครับว่าใครที่ชอบดูหนังฟังเพลงผ่านหูฟังไม่ว่าจะเป็นตอนเดินทาง หรือพักผ่อน อยากให้ได้ลองฟังกันครับเพราะเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะไม่เคยสัมผัสประสบการณ์เสียงที่จะได้จากหูฟัง nuraphone มาก่อน ซึ่งตอนนี้เปิดวางจำหน่ายแล้วนะครับ ในราคา 17,900 บาท ที่ central ชิดลม ในแผนก Central Men’s Gadget ชั้นเครื่องแต่งกายชาย

และ Central.co.th , Shop.mentagram.com สำหรับใครที่สนใจสามารถลองไปเสียงและสัมผัสของจริงได้ตามสถานที่จำหน่ายนะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/nurasoundthailand

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme 5s สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่จาก realme ที่เป็นรุ่นสานต่อจาก realme 5 โดยเพิ่มทั้งสเปค, กล้อง และสีใหม่ในดีไซน์สุดจัดจ้าน โดยแต่ละส่วนจะเป็นอย่างไร เรามาดูไปพร้อมกันเลยครับ

 

สรุปสเปค realme 5s

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 × 75.6 × 9.3 มม.
  • น้ำหนัก : 198 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-Drop Fullscreen ชนิด LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล), มี 269PPI และครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 3+
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 AIE Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • ความจุ RAM 4GB + ROM 128GB เพิ่ม MicroSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 รองรับ AI, Super Nightscape และ HDR
    • เลนส์ Ultra Wide Angle กว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0.1
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh (5V/2A)

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme 5s มาในทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่ายตามแบบของ realme ครับ โดยมีชื่อรุ่น, สเปคหลักๆ และภาพอยู่ที่ด้านหน้าตัวกล่องอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งข้างในมีอุปกรณ์ดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme 5s พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • Micro USB 2.0
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

ซึ่งกล่องที่เราได้มาไม่มีคู่มือการใช้งาน แต่ตัวกล่องที่ขายจริงจะมีมาให้แน่นอนครับ

 

ดีไซน์ของ realme 5s แน่นอนว่าต้องมีความพิเศษกว่ารุ่นเดิมอย่าง realme 5 คือสีสุดร้อนแรงอย่างสีแดง Crystal Red ที่เล่นลวดลายทรงเพชรตามชื่อสีอย่างโดดเด่น หากยิ่งมีการสะท้อนกับแสงมากเท่าไหร่ ความระยิบระยับก็จะมีมากตามไปด้วยครับ โดยกระบวนการผลิตกว่าที่จะออกมาเป็นลวดลายแบบนี้นั้นเป็นการลงสีแบบ Nano Holographic Color ที่ช่วยให้ตัวเครื่องดูมีมิติมากขึ้นนั่นเอง

 

ตัวเครื่องของ realme 5s ยังมีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไปกับการมือเพียงมือเดียวครับ แถมตัวเครื่องของ realme 5s ยังสามารถป้องกันน้ำ เช่น การสาดหรือกระเด็นได้ด้วยเช่นกัน

 

ด้านหน้าจอแสดงผล realme 5s มาพร้อมกับจอ LCD กว้างถึง 6.5 นิ้ว ในความคมชัดระดับ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) ควบคู่กับการครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3+ เพิ่มความแข็งแกร่งไปในตัวด้วย โดยหน้าจอ Mini-Drop Fullscreen ของ realme 5s ทำให้มีพื้นที่การใช้งานมากถึง 89% ใครที่ชอบรับชมภาพยนตร์ ดูวิดีโอ หรือเล่นเกมบ่อยๆ จะต้องชอบในเรื่องของความเต็มตาแน่นอนครับ

 

มาต่อที่รอบเครื่องเช่นเดิมครับ เริ่มด้วยที่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีหยดน้ำขนาดเล็กที่ฝังกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซลเข้าไป โดยมีลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ด้านบน พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์วัดแสงต่างๆ

 

ทางซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด NanoSIM 2 ช่อง และ MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 ช่องกันไปเลย ไม่ต้องเลือกอย่างในอย่างหนึ่งครับ ถัดลงมาจะมีปุ่มเพิ่มและลดเสียง

 

ฝั่งขวาจะมีเพียงปุ่มล็อคเครื่องเท่านั้น

 

ส่วนด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟน, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

สุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์อยู่ในกรอบที่มุมซ้ายบนทั้งหมด พร้อมด้วยอักษร “48MP” มีไฟแฟลช LED ทางด้านขวาของเลนส์ และระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ตรงกลางเครื่อง

 

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

realme 5s แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย ColorOS 6.0.1 โดยมีระบบการทำงานที่ไหลลื่นและหน้าตา UI ที่เรียบง่ายในส่วนของไอคอนต่างๆ ทั้งยังมีฟีเจอร์มาให้ลองเล่นกันเยอะพอสมควรครับ

 

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนวอลเปเปอร์ก็มีให้เลือกใช้กันประมาณ 10 แบบครับ จะลองเลือกสีสันที่เหมาะกับตัวเครื่อง Crystal Red ก็ได้ครับ

 

ถนอมสายตาตอนกลางคืน

เชื่อว่าหลายคนต้องชอบเล่นสมาร์ทโฟนที่ในกลางคืนแน่นอน โดย realme 5s ก็มีให้เราได้เลือกปรับแสงของหน้าจอเพื่อให้ถนอมสายตายิ่งขึ้นด้วย ซึ่งการปรับจะมีให้เลือก 3 แบบ ดังนี้

  • แสดงเป็นสี : เป็นการตัดแสงสีฟ้าตามปกติ โดยสามารถเลือกระดับการตัดแสงได้ตามใจชอบ

  • การแสดงผลแบบขาวดำ : หน้าจอทั้งหมดจะกลายเป็นสีขาว-ดำ รวมไปถึงในแอปพลิเคชั่นต่างๆ ด้วยครับ
  • การอ่านอย่างสบายตาในตอนกลางคืน : ส่วนนี้ทุกอย่างจะดูมืดไปหมด เน้นสีดำเป็นหลัก ซึ่งเหมาะกับการเล่นเมื่อปิดไฟทั้งหมดหรือในที่แสงน้อยจริงๆ

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านระบบความปลอดภัยก็มีมาให้ครบครันเช่นเดิมตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง สามารถจดจำได้ทั้งหมด 5 ลายนิ้วมือ โดยการสแกนถือว่าทำได้รวดเร็วและเสถียรมากๆ ครับ แค่แตะแล้วปล่อยก็ปลดล็อคให้ทันที

ส่วนการสแกนใบหน้าถือว่ารวดเร็วพอๆ กันครับ โดยต้องกดปุ่มล็อคเครื่องเพื่อเปิดการสแกนใบหน้า ซึ่งก็ปลดให้ทันทีแทบไม่ต้องรอสแกนนานเลย

 

เรื่องความสะดวกสบายก็มีครบเหมือนกัน

  • ลูกบอลช่วยเหลือ : คงคุ้นเคยกันดีหากใครที่ใช้ ColorOS บ่อยๆ โดยจะเป็นการกดเพื่อใช้งานแทนปุ่มนำทางได้ หรือจะใช้เป็นเมนูเพื่อทำงานต่างๆ ได้เร็วขึ้นครับ

  • แถบข้างอัจฉริยะ : เป็นการเข้าแอปพลิเคชั่นที่เราใช้บ่อยได้ทันทีครับ โดยเราสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบเลย ใช้แอปไหนบ่อยก็ลากมาใส่ เท่านี้ก็ไม่ต้องมานั่งหาให้เสียเวลาแล้ว

  • โคลนแอป : ใครมีแอปโซเชียล 2 บัญชีก็สามารถโคลนเพื่อให้ใช้งานได้แยกกันได้แบบอิสระเลยครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

realme 5s นั้นขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 665 AIE Octa Core ที่มีสถาปัตยกรรมขนาด 11 นาโนเมตร ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานกว่าหน่วยประมวลผลตัวกลางในระดับเดียวกัน 20% ทั้งยังมี AI Engine ที่ช่วยเรื่องของความไหลลื่นของการใช้งานและการจัดสรรทรัพยากรให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังทำงานคู่กับ GPU Adreno 610 ที่ช่วยให้การเล่นเกมนั้นไหลลื่นและเฟรมเรทคงที่ตลอดทั้งเกม

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 169,168

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 315 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,394

 

ในส่วนของการเล่นเกม เริ่มต้นจะมีฟีเจอร์ Game Space ที่เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดไว้ในที่เดียวกัน ทั้งยังสามารถเปิดตั้งค่าปิดกั้นการแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้รบกวนการเล่น รวมไปถึงโหมดแบ่งขันที่จะใช้ทรัพยากรของเครื่องไปกับการเล่นเกมโดยเฉพาะครับ ทำให้ไม่มีสะดุดแน่นอน

 

ทดสอบเล่นเกม

ROV

สำหรับ ROV เราปรับภาพกราฟิกระดับสูงที่สุดทั้งหมดเท่าที่จะปรับได้ครับ รวมไปถึงเฟรมเรทสูงเช่นกัน โดยลองทดสอบในโหมดปกติ 5 VS 5 ถือว่า realme 5s ทำได้ดีมากๆ ตั้งแต่ต้นเกมที่เฟรมเรทจะวิ่ง 58-61fps สลับกันไปครับ จนมาถึงกลางเกมและท้ายเกมในช่วงที่บวกกับฝั่งตรงข้ามบ่อยๆ ก็อาจลดลงมาเล็กน้อยอาจมี 57fps บ้างแต่ก็ไม่บ่อยครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 58 – 59fps เสียมากกว่า เรียกว่าทำได้ดีมากๆ และไม่มีอาการกระตุกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกม Call of Duty: Mobile เราปรับทั้งคุณภาพกราฟิกและเฟรมเรทเป็นระดับ Very High โดยเล่นในโหมด Battle Royale จำนวน 100 คนก็ทำได้ดีมากๆ เหมือนกันครับ ไม่มีอาการกระตุก, เฟรมเรทเหวี่ยงหรือค้างเลย แถมระบบสัมผัสก็ถือว่าดีพอสมควรเลยครับ ไหลไปตามนิ้วตามมือได้ลื่นๆ

 

แบตเตอรี่อึดใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันแน่นอน!

จากที่ทดสอบเล่นเกมไปประมาณ 2 ชั่วโมง แบตเตอรี่ของ realme 5s กลับลดไปประมาณ 10% เท่านั้น ซึ่งเป็นเพราะความจุที่ให้มาถึง 5000mAh ทำให้เล่นเกมได้ต่อเนื่องครับ โดยใครที่เล่นหนักๆ อาจเล่นได้เกินครึ่งวัน ส่วนใครที่เน้นโซเชียลรับรองว่ายังมีแบตเตอรี่เหลือเพียงพอให้ชาร์จในช่วงค่ำๆ ครับ นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่แบตเตอรี่อึดเท่านั้น แต่เรื่องของความปลอดภัยก็มีถึง 3 ชั้น ตั้งแต่การป้องกันแบตเตอรี่ร้อน, แบตละลาย และแบตระเบิดตั้งแต่หัวชาร์จไปยังแบตเตอรี่ รวมไปถึงเทคโนโลยี AI Cooling ที่ทำให้เครื่องนั้นไม่ร้อนจนเกินไป ซึ่งตรงนี้จะได้ประโยชน์ในการไม่ลดความเร็ว Clock ของหน่วยประมวลผลด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นกลางแต่เรื่องต้องก็เล่นใหญ่เหมือนกันเพราะมีให้ถึง 4 เลนส์ที่กล้องหลัง และกล้องหน้าอีก 1 เลนส์ ดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 รองรับ AI และ Super Nightscape
  • เลนส์ Ultra Wide Angle กว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
  • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 รองรับ AI Beautification

48 ล้านพิกเซล ถ่ายยังไงก็คมชัด พร้อมความฉลาดของ AI ขั้นสูง

realme 5s มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ ISOCELL GM1 ที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล โดยมีเทคโนโลยี Tetracell ที่ผสานรวม 4 พิกเซลเข้าเป็นพิกเซลใหญ่ 1 พิกเซลเท่านั้น ทำให้ได้ความคมของภาพมากขึ้น แต่ก็สามารถถ่ายในความละเอียด 48 ล้านพิกเซลได้เหมือนกัน ซึ่งให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นั้นชัดเจน ไม่มีแตก ทั้งยังสามารถซูมไปดูใกล้ๆ ได้อีกด้วยครับ

ภาพปกติ / ครอป

 

นอกจากนี้ realme 5s ก็ยังมีความอัจฉริยะของ AI ตรวจจับหมวดหมู่ต่างๆ เช่น คน, อาหาร, พืช หรือสัตว์ เป็นต้น เพื่อปรับแต่งภาพให้เหมาะสมกับแต่ละวัตถุที่เรากำลังโฟกัสครับ หากเป็นอาหาร สีสันจะดูฉุดฉาดขึ้นมาให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น หรือหากเป็นท้องฟ้าหรือธรรมชาติก็จะทำให้ดูเนียนตาและเฉดสีที่มีความนุ่มนวลครับ

 

ถ่ายมุมกว้างด้วย Ultra-Wide 119 องศา

realme 5s ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide Angle ที่ให้ความกว้างถึง 119 องศา สามารถเก็บองค์ประกอบต่างๆ ได้ครบแน่นอน และยิ่งช่วงนี้เข้าใกล้คริสมาสต์และเทศกาลปีใหม่ ก็จะมีของประดับเพียบ เช่น ต้นไม้สูงๆ ซึ่งแน่นอนว่าเลนส์นี้เก็บได้ครบถึงยอดแน่นอน แถมความสวยงามก็ได้สีสันแบบจัดเต็ม จัดจ้าน และคมชัดเช่นเคย


เปิด Ultra-Wide / ปิด Ultra-Wide

 

หรือยิ่งถ่ายภาพบุคคลด้วยเลนส์ Ultra-Wide ยิ่งทำให้คุณผู้หญิงดูสง่าและสูงขึ้นมาทันตาเลยล่ะครับ ไม่ต้องโดนใช้ไปถ่ายใหม่แน่นอน

 

Super Nightscape 2.0 ถ่ายกลางคืนให้สว่างได้ง่ายๆ

ฟีเจอร์ Super Nightscape 2.0 คือการใช้งานเพื่อถ่ายในตอนกลางคืนตามชื่อเลยครับ โดยสามารถเก็บแสงกลางคืนได้ดีมากๆ มีการเพิ่มแสงและเฉดสีตามแบบฉบับของ realme ให้ภาพตรงหน้าที่มืดๆ กลับมาสว่างได้ทันที แถมเรื่อง Noise ก็ยังมีน้อยมากอีกด้วย ซึ่งจุดนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Night Scene Algorithm และเทคโนโลยี AI เพื่อลดการเกิด Noise ในภาพ

 

นอกจากนี้ เรายังใช้เลนส์ Ultra-Wide ในโหมด Super Nightscape 2.0 ได้อีกด้วย ได้ทั้งมุมกว้างๆ และความสว่างในตอนกลางคืนไปแบบเต็มๆ ครับ

 

 

ใกล้สุดด้วยเลนส์ Macro

ในเลนส์ Macro ของ realme 5s สามารถให้เราเห็นวัตถุในระยะใกล้ๆ ที่ดวงตาเราแทบมองไม่ออกได้ใกล้ถึง 4 เซนติเมตร โดยที่ความคมชัดและความสดใสของสีที่ได้ออกมาก็ยังถือว่าครบและสวยงามอยู่ครับ

 

เพิ่มความสดของสียิ่งขึ้นด้วย Chroma Boost

เรียกว่ามีใน realme แทบทุกรุ่นอย่างฟีเจอร์ Choma Boost ที่ช่วยเรื่องการเพิ่มเฉดสีให้มีความสดกว่าเดิม แต่ก็ไม่ใช่แค่เรื่องสีเท่านั้น เพราะยังมีการเพิ่มแสงในภาพให้บริเวณมืดๆ มองเห็นได้ดีขึ้น แถมยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เพิ่มสีจนเกินไป

เปิด Chroma Boost / ปิด Chroma Boost


เปิด Chroma Boost / ปิด Chroma Boost


เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost


เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost

 

Portrait เบลอเนียนตา

realme 5s ยังมีฟีเจอร์ที่หลายคนต้องชอบเหมือนกันอย่างการเบลอหลังหรือ Portrait โดยเฉพาะการถ่ายบุคคลนั้นทำได้ยอดเยี่ยมมาก มีการเบลอฉากหลังได้เนียนๆ ตัดขอบได้คม และยังได้ความสวยงามของใบหน้าเพิ่มเข้ามาแบบอัตโนมัติอีกด้วย โดยฟีเจอร์นี้จะใช้ประโยชน์จากเลนส์ Portrait เพื่อตรวจจับฉากหลังและรู้ว่าจุดไหนควรเบลอหรือไม่เบลอ

โหมด Portrait / โหมดปกติ

 

กล้องหน้าสวยใสด้วย AI Beautification

ผ่านกล้องหลังไปจนหมดเรามาดูกันที่กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซลกันบ้างครับ โดยจะมีฟีเจอร์หลักๆ ที่ผู้หญิงทุกคนต้องชอบแน่นอน คือ การปรับใบหน้าสวยงาม หรือ AI Beautification นั่นเอง

สำหรับกล้องหน้าของ realme 5s สามารถแยกลักษณะบุคคลได้อัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นเพศ, อายุ หรือสีผิวเพื่อปรับภาพให้สวยแบบธรรมชาติ ทั้งยังจดจำจุดบนในหน้าถึง 296 จุด ซึ่งช่วยปรับภาพให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลครับ

 

เบลอหลังเนียนๆ ได้ดั่งใจ

ทั้งนี้ ใครที่อยากให้เบลอฉากหลังก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากกล้องหลังเลยด้วย ซึ่งตรงนี้ AI จะข้ามาช่วยในเรื่องการเบลอหลังและความสวยงามของใบหน้า ซึ่ง AI ก็ตัดขอบให้เราได้เนียน ใรใบหน้าสวยงาม แถมยังสามารถปรับแต่งรูปทรงใบหน้าได้ทั้งหมดถึง 8 แบบ และแบบละ 100 ระดับไปเลยครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงามแบบ Diamond Cut พร้อมด้วยสีแดงใหม่อย่าง Crystal Red
  • มีกล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยเลนส์ Ultra-Wide Angle, Portrait และ Macro ทำให้สนุกกับการถ่ายภาพหลายรูปแบบ
  • หน้าจอใหญ่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ ใช้งานได้เต็มตาทั้งเล่นเกมหรือดูวิดีโอต่างๆ
  • ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 665 ควบคู่กับ RAM 4GB + ROM 128GB ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นและพร้อมเก็บไฟล์ต่างๆ ได้เยอะ
  • แบตเตอรี่ 5000mAh สามารถใช้งานได้ทั้งวันแทบไม่ต้องกลัวหมด

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง
  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่

 

realme 5s เตรียมวางจำหน่ายในราคาแบบ Flash sale ผ่านทาง Lazada (http://bit.ly/2Y3cxqf) ในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในทุกช่องทางวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ด้วยราคาเพียง 5,999 บาท

อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint สีสันจากธรรมชาติที่ได้รับการออกแบบไล่เฉดสีได้อย่างลงตัว พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

 

OPPO A9 2020 Vanilla Mint

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint เป็นเฉดสีใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงแดดในยามบ่ายอันเงียบสงบ ในห้องนอนที่มองเห็นทะเล และเกลียวคลื่นกระทบฝั่งอยู่ด้านนอก พร้อมอากาศอันแสนสดชื่นพัดผ่านม่านสีขาวนวล

 

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint

จะเห็นว่าการไล่เฉดสีนั้นมีหลายสีในเครื่องเดียว โดยเริ่มจากโทนสีที่เหมือนกับแสงแดดสาดส่องกระทบกับพื้นทรายผสานกับโทนสีของน้ำทะเลที่มีคลื่นมากระทบกับทรายบนหาด ซึ่งการดีไซน์ในครั้งนี้ใช้เทคโนโลยีสีในระดับนาโนคลื่นความถี่สูง 650-700 nm ในการหักเหของแสง โดยผลลัพท์ที่ได้คือการหักเหของสีอย่างสวยงามจนเป็นสีฟ้าอมเขียวราวกับน้ำทะเล ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint

สีตัวเครื่องของ OPPO A9 2020 ไม่ได้ไล่เฉดสีเฉพาะด้านหลังเท่าน้ัน แต่ยังไล่เฉดสีมาถึงกรอบตัวเครื่องด้านข้างทั้งหมด ทำให้เห็นความสวยงามในมุมมอง

 

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint

โลโก้ OPPO และข้อความ Designed for A-series จัดวางในแนวตั้งและอยู่บริเวณกลางเครื่องพอดี ซึ่งเป็นการดีไซน์ข้อความด้านหลังตัวเครื่องให้ดูสมมาตร

 

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint

OPPO A9 2020 มีกล้องหลังทั้งหมด 4 เลนส์ โดย 3 เลนส์จัดเรียงในแนวตั้งอยู่ในกรอบตรงกลางเครื่อง และอีกเลนส์จะอยู่ทางขวาคู่กับไฟแฟลช LED และมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลัง

 

กล้องของ OPPO A9 2020 สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล ซึ่งภาพที่ได้ไม่เพียงแต่มีขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้เก็บรายละเอียดต่างๆ ของภาพได้คมชัดมากขึ้น

 

เลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

การถ่ายภาพตอนกลางคืนก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน โดย OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ช่วยลด Noise และใช้โหมดนี้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด

 

OPPO A9 2020 Vanilla Mint

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับความจุภายในตัวเครื่องมากถึง 128GB ใครจะโหลดหนังหรือโหลดเกมที่มีขนาดใหญ่ๆ ภาพสวยๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่เครื่องเต็มอีกต่อไปแล้ว เล่นกันได้เต็มที่ อีกทั้งยังมีความจำแรมถึง 8GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล สลับแอปไปมาได้รวดเร็วไม่มีสะดุด

 

OPPO A9 2020 Vanilla MintOPPO A9 2020 Vanilla Mint

OPPO A9 2020 ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 และมีเทคโนโลยี Hyper Boost ที่จะช่วยให้ CPU และ GPU ประมวลผลได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งฟีเจอร์นี้ยังมี Game Boost 2.0 ที่มี Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทบนหน้าจอมีความนิ่งไม่สะดุด และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสหน้าจอเพื่อควบคุมการเล่นเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น

 

OPPO A9 2020 Vanilla Mint

นอกจากนี้แล้ว OPPO A9 2020 สามารถเล่นเกมได้อย่างเต็มตา ด้วยหน้าจอแบบ Panoramic Screen กว้าง 6.5 นิ้ว ซึ่งหน้าจอที่กว้างแบบนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นศัตรูที่อยู่รอบๆ ขอบจอได้ด้วย และมี Dolby Atmos และลำโพงสเตอริโอแบบคู่ มอบประสบการณ์เสียงที่มีมิติซ้ายขวา เล่นเกมได้สนุกมากขึ้น

 

OPPO A9 2020 Vanilla Mint

ฟีเจอร์อัดแน่นขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องมีแบตเตอรี่ที่ต้องเยอะเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่ง OPPO A9 2020 ก็มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh ใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน และสามารถใช้เทคโนโลยี Reverse Charging ผ่านสาย OTG เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับเครื่องอื่นได้อีกด้วย

 

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint

ต้องบอกว่า OPPO A9 2020 เป็นสมาร์ทโฟนอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เยอะมากๆ และทุกฟีเจอร์ก็ตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนจริงๆ สเปคแรงๆ ราคาสุดคุ้มแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะซื้อเป็นของขวัญได้เลย ถูกใจทั้งคนให้และคนซื้อแน่นอน

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว nuraphone หูฟัง Bluetooth ดีไซน์โดดเด่น สุดล้ำเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินโดยอัตโนมัติ

มีหูฟังที่เรียกได้ว่...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

realme 5s สมาร์ทโฟนร...

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint OPPO A9 2020 New Vanilla Mint
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

OPPO A9 2020 สีใหม่ ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

รีวิว realme X2 Pro ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo S1 Pro ดีไซน์สุดล้ำในสไตล์ที่เป็นคุณ ด้วยกล้องทรงเพชรสุดสวย 4 เลนส์อัจฉริยะ และแบตพันธ์อึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W

Vivo S1 Pro สมาร์ตโฟ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News20 นาที ที่แล้ว

ยังไม่ทิ้ง! Apple ปล่อยอัปเดท iOS 12.4.4 ให้กับ iPhone 6, 5s, iPad บางรุ่น และอื่นๆ รวม 14 รุ่น

แม้ว่าระบบปฏิบัติการ...

Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

พรีวิว HONOR 9X สมาร์ทโฟนตัวกลางพลังแรง จอใหญ่ไร้ติ่ง 6.59 นิ้ว มีกล้องหลัง 3 เลนส์ คู่กล้องหน้า Pop-Up ในราคาที่เอื้อมถึง

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

Android News22 ชั่วโมง ที่แล้ว

HMD Global ปล่อยอัปเดท Android 10 ให้ Nokia 7.1 ส่วน 7.2 กำลังตามมาในเร็วๆ นี้

HMD Global ได้ปล่อยอ...

IT News22 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว RedmiBook 13 มาพร้อมขอบสุดบาง, น้ำหนักเบา 1.23 กิโลกรัม, SSD 512GB และ CPU Intel Gen 10 เริ่มต้นราว 18,000 บาท

เปิดตัวเคียงข้างกับ ...

Apple News22 ชั่วโมง ที่แล้ว

ดาวน์โหลด iOS 13.3 และ iPadOS 13.3 ไฟล์ ipsw ลิงก์ตรงโหลดแรงจากแอปเปิล

แอปเปิลออกอัปเดท iOS...

กำลังมาแรง