Connect with us

Featured

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่ใช้ขุมพลังตัวท็อป SD 7s Gen 2 พร้อมกล้องหลัง 200MP และชาร์จไว 67W 

Published

on

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G หนึ่งในสมาร์ทโฟน Redmi Note 13 Series ที่ทรงพลังด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 7s Gen 2 ชิปตัวกลางจาก Qualcomm พร้อมได้กล้องหลังสวยคมชัดสูงสุด 200MP ครบครันหลายฟีเจอร์ ดีไซน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และยังมาพร้อมเทคโนโลยีต่างๆ ที่จัดเต็มทั้งหมดครับ

สรุปสเปค Redmi Note 13 Pro 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 161.15 × 74.24 × 7.98 มม. 
  • น้ำหนัก : 187 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล CrystalRes AMOLED Display ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K+ (2712 × 1220 พิกเซล), 446PPI รองรับ AdaptiveSync Refresh Rate 120Hz, 2160Hz Touch Sampling Rate, Dolby Vision, HDR10+ แสดงผลสี 6.8 หมื่นล้านสี, ความสว่างหน้าจอสูงสุด 1,800 นิต, Contrast ratio: 5,000,000:1 และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 7s Gen 2 Octa Core ความเร็ว 2.4GHz
  • GPU : Adreno 710
  • RAM : 12GB LPDDR4X
  • ROM : 512GB UFS 2.2
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ดังนี้
    • เลนส์หลักความละเอียด 200MP รูรับแสง f/1.65 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP3 ขนาด 1/1.4” รองรับกันสั่น OIS + EIS 
    • เลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8MP รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16MP รูรับแสง f/2.45
  • ระบบปฏิบัติการ Android 14 ครอบทับด้วย Xiaomi HyperOS
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 (802.11a/b/g/n/ac), Bluetooth 5.2, 5G, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5100mAh รองรับชาร์จเร็ว 67W Turbo Charge

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

แกะกล่อง Redmi Note 13 Pro 5G

ตัวกล่องของ Redmi Note 13 Pro 5G มาแสดงให้เห็นถึงดีไซน์ตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยสีสันของฝาหลังตัวกล่องด้านหน้าจะไม่ได้ตรงกับตัวเครื่องที่เราได้มาครับ เพราะจะต้องดูที่ด้านข้างตัวเครื่องครับ

เปิดออกมาจะเป็นกล่องขาวที่ใส่อุปกรณ์เสริมที่แถมมาให้ตั้งแต่เคสซิลิโคนสีดำ ตามด้วยเข็มเปิดถาดซิม และคู่มือการใช้งานเบื้องต้นครับ

ส่วนตัวเครื่องนั้นจะอยู่ตรงกลางของกล่อง โดยหน้าจอติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อยครับ

และท้ายสุดที่ด้านล่างจะแถมอะแดปเตอร์ 67W และสาย USB-A to C เรียบร้อยครับ

ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ของ Redmi Note Series

ความเป็นเอกลักษณ์ของ Redmi Note 13 Pro 5G ก็ยังให้มาในรุ่นนี้ด้วยตัวเครื่องที่เป็นแบบเหลี่ยมทั้งเครื่อง ฝาหลังที่เป็นวัสดุกระจกให้ความรู้สึกพรีเมียมในการจับมือมากๆ เลยครับ แถมสีสันที่ได้มาสีฟ้า Ocean Teal ก็ช่วยให้ตัวเครื่องดูมีความสะดุดตาขึ้นไปอีกขั้น

ความบางของรุ่นนี้ก็อยู่ที่เพียง 7.98 มม. เท่านั้น แม้ว่าภายในจะมีแบตใหญ่ 5100mAh อยู่ก็ตามครับ ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นด้านดีไซน์ที่ Xiaomi จัดมาให้ ทั้งนี้เครื่องก็ไม่ได้หนักมากเพราะอยู่ที่เพียง 187 กรัมเท่านั้นเอง

สีตัวเครื่องอย่างสีฟ้ามหาสมุทร (Ocean Teal) จะออกมาเป็นสีที่เสมือนสีของน้ำทะเลที่สูงแสงแดดส่องออกมาเป็นสีฟ้าอันสดใสมากๆ มองแล้วรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาและความสดใสครับ

และโมดูลกล้องหลังก็มีการแบ่งออกมาเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน โดยฝั่งซ้ายจะเป็นกล้อง 2 เลนส์หลัก ส่วนขวาบนจะเป็นเลนส์ Macro และขวาล่างเป็นไฟแฟลช LED ครับ

หน้าจอ CrystalRes AMOLED บางเฉียบและคมชัด 1.5K+

พามาดูที่หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้กันต่อเลยครับ ใน Redmi Note 13 Pro 5G จัดหน้าจอระดับเทพในการเป็นสมาร์ทโฟนตัวกลางกันเลยทีเดียว ด้วยการใช้พาเนล CrystalRes AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความคมชัดสูง 1.5K+ (2712 × 1220 พิกเซล), 446PPI รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision, HDR10+ มีสีสันทั้งหมดถึง 6.8 หมื่นล้านสี, Contrast ratio: 5,000,000:1 และด้วยขอบหน้าจอที่บางมากๆ ก็ทำให้มีสัดส่วนหน้าจอต่อพื้นที่การใช้งานมากถึง 94%

อีกความพิเศษที่ขาดไปไม่ได้คือการรองรับ AdaptiveSync Refresh Rate สูงสุด 120Hz ตามเนื้อหาที่แสดงบนหน้าจอแบบอัตโนมัติ แต่ด้วยความที่ให้มาแล้ว 120Hz ก็สามารถเปิดแบบล็อคที่ 120Hz ไปเลยก็ได้เหมือนกันครับ

การใช้ในที่แสงจ้าก็ยังรองรับความสว่างสูงสุด 1,800 นิตเพื่อความชัดเจนในการรับชมครับ แถมกระจกหน้าจอก็แข็งแรงมากๆ ด้วยการครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass Victus

พาชมรอบเครื่อง

มาดูรอบๆ เครื่องกันต่อเลยครับ ที่เหนือหน้าจอแสดงผลจะได้กล้องหน้าแบบ Punch Hole มาให้ โดยลำโพงสำหรับการสนทนาก็แอบอยู่ที่ขอบเล็กๆ ที่ขอบหน้าจอด้วยครับ

ทางขวาตัวเครื่องจะได้ทั้งปุ่มเพิ่มและลดเสียงมาให้ ร่วมกับปุ่ม Power แบบปกติ เพราะการสแกนลายนิ้วมือใช้งานบนหน้าจอได้เลยครับ

ด้านล่างจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง ตามด้วยไมโครโฟนตัวที่ 1 พอร์ต USB-C และลำโพงตัวที่ 1 ครับ

ที่ด้านบนยังมีฟังก์ชันมาให้ใช้เพียบ ทั้งช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ลำโพงตัวที่ 2 ที่รองรับ Dolby Atmos ตามด้วยไมโครโฟนตัวที่ 2 และมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR Blaster) เพื่อใช้ในการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า

ท้ายสุดที่ฝาหลังจะมีโมดูลกล้องหลังขนาดที่ใหญ่และนูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร และจัดเรียงตามที่บอกไปตอนต้นครับ

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

มาพร้อม HyperOS รุ่นล่าสุด !!

สำหรับ Redmi Note 13 Pro 5G มีการอัปเดทที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 14 ครอบทับด้วย Xiaomi HyperOS ที่ตัวระบบมีความเสถียรมากขึ้นและใช้งานได้ไหลลื่นกว่าเดิม แถม UI ต่างๆ ก็ดูสวยงามมากขึ้นด้วยเช่นกันครับ

จัดเต็มด้วยลำโพงสเตอริโอแบบ Dolby Atoms

ในรุ่นนี้ให้การใช้งานด้านความบันเทิงแบบจัดเต็มด้วยการรองรับลำโพงถึง 2 ตัวแบบ Dolby Atmos เสียงมีความกระหึ่ม คมชัด และเสียงที่ได้ออกมาก็มีมิติ เหมาะอย่างยิ่งกับการใชในตอนเล่นเกมหรือชมภาพยนตร์ครับ

สแกนลายนิ้วมือได้รวดเร็วและแม่นยำ

การที่ได้หน้าจอแสดงผลมาแบบ AMOLED ก็แน่นอนจะรองรับการสแกนลายนิ้วมือมาให้ ซึ่งความรวดเร็วในการใช้งานนั้นดีมากๆ ครับ แค่แตะก็ตอบสนองทันที แต่ก็ยังคงความปลอดภัยอยู่เหมือนเดิม ลายนิ้วมือไหนที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ก็ไม่สามารถใช้งานได้นะ

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ทำได้ดีและรวดเร็วปกติครับ เหมาะกับการใช้ตอนนิ้วไม่ว่าง

วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วยเซ็นเซอร์บนหน้าจอ !

นอกจากที่เซ็นเซอร์ด้านล่างหน้าจอจะใช้สแกนลายนิ้วมือแล้ว ก็ยังใช้งานเพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Detection) ด้วย โดยการทำงานก็ให้เราแตะค้างไว้ที่เซ็นเซอร์ไว้ราวๆ 15 วินาที จากนั้นก็ให้รอผลได้เลยทันทีครับ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะใช้แสงสีเขียวส่องผ่านเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในนิ้วมือให้ติดตามการเต้นของหัวใจได้ และมีการเคลมไว้ว่ามีการคลาดเคลื่อน +-3 BPM เท่านั้นครับ

ได้ Always on Display มาใช้งานกันอย่างหลากหลาย

ฟีเจอร์นี้คงคุ้นเคยกันดีแล้วครับ และในรุ่นนี้ก็มีให้ใช้งานกันหลายรูปแบบ มีทั้งแบบนาฬิกาดิจิทัล อนาล็อก หรือจะใช้เป็นการบอกถึงข้อความต่างๆ ได้ด้วย

ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทันทีไม่ง้อรีโมท

เป็นสิ่งที่สมาร์ทโฟนของ Xiaomi จัดมาให้ผู้ใช้งานกันอยู่แล้วคือการมาพร้อมกับเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR) ที่สามารถมาแทนรีโมทเพื่อควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เลยเพื่อตความสะดวกในการใช้งานครับ ซึ่งควบคุมได้ทั้งทีวี แอร์ พัดลมอัจฉริยะ กล่องทีวี หรือกล้อง เป็นต้น

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 7s Gen 2 ขนาดเล็ก 4nm ใช้งานไหลลื่น เล่นเกมสบาย

Redmi Note 13 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 7s Gen 2 ที่เป็นชิปตัวกลางที่มีความเร็วแรง และยังผลิตด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ทำให้มีขนาดเล็กเพียง 4nm เท่านั้นครับ โดยชิปรุ่นนี้ให้มา 8 คอร์ (Octa Core) ที่มีความเร็ว Clock สูงสุดที่ 2.4GHz

ขยาย RAM ได้อีก 12GB รวมเป็น 24GB

ในรุ่นนี้ให้ RAM มาเป็นพื้นฐานอยู่แล้วถึง 12GB แต่ก็ยังให้เราได้ขยาย RAM ขึ้นไปอีกจากการใช้พื้นที่ว่างของตัวเครื่องได้ตั้งแต่ 4GB, 6GB, 8GB และสูงสุดที่ 12GB ทำให้เราสามารถมี RAM ได้สูงสุดถึง 24GB เพื่อใช้งานด้าน Multi-Tasking ได้แบบหายห่วงเลย

ผลการทดสอบบน AnTuTu และ Geekbench 6

ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu 10.1.7 ได้มาที่ 632,629 คะแนน

ผลคะแนนด้าน CPU บน Geekbench 6 ทำ Single-Core ไปที่ 1,027 คะแนน และ Multi-Core ที่ 2,946 คะแนน

ทดสอบการเล่นเกม

ความแรงของชิป Snapdragon 7s Gen 2 ช่วยให้เราเล่นเกมได้ไหลลื่นจริงๆ และสามารถเปิดกราฟิกของเกมหลักๆ ได้สูงสุดอีกด้วย ซึ่งเราได้ทดสอบ 2 เกมเอาไว้ คือ ROV และ Call of Duty: Warzone Mobile

ROV

ในเกม ROV จะสามารถเปิดกราฟิกและเฟรมเรทได้สูงสุดทั้งหมดครับ โดยการเล่นในโหมดปกติทำได้ดีมากๆ เฟรมเรทนิ่งมากตั้งแต่เริ่มเกมยันจบเกมเลยครับ

Call of Duty: Warzone Mobile

และอีกเกมอย่าง Call of Duty: Warzone Mobile ก็เปิดคุณภาพได้ในระดับสูงคู่กับเฟรมเรท 60fps ด้วยครับ ในการเล่นทำได้ดี การเคลื่อนที่ซ้าย-ขวาไหลลื่น ไม่เจออาการดีเลย์ และลำโพงคู่ที่ได้มาก็ช่วยให้จับทิศทางเสียงศัตรูได้แม่นยำมากขึ้นด้วยครับ

แบตเตอรี่ 5100mAh รองรับชาร์จเร็ว 67W Turbo Charge

Redmi Note 13 Pro 5G จัดแบตเตอรี่ให้มาจุกๆ ที่ 5100mAh รองรับการใช้งานแบบทั่วไปได้รอดตลอดวันแน่นอนครับ หากไม่ได้ใช้เล่นเกมจริงจังก็รอกลับมาชาร์จช่วงค่ำได้เลย

ทั้งนี้ก็ยังรองรับการชาร์จเร็ว 67W Turbo Charge ที่สามารถชาร์จจาก 0% – 100% ได้ในเวลาเร็วสุดที่ 44 นาทีเท่านั้น ที่สำคัญในระบบก็ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยปกป้องการทำงานของแบตเตอรี่ด้วย ตั้งแต่การตรวจวัดอุณหภูมิ การป้องกันการชาร์จในรูปแบบปกติที่ชาร์จไม่เกิน 100% หรือการปรับการชาร์จตามสถานการณ์ที่ใช้งานอยู่ และการชาร์จในตอนกลางคืนยังชะลออายุแบตเตอรี่ได้เพื่อไม่ให้มีความร้อนสูงเกินไปด้วยครับ

พลังกล้องหลังคมชัดสูงสุด 200MP

Redmi Note 13 Pro 5G จัดให้เราถ่ายภาพได้โดดเด่นในทุกช็อตด้วยกล้องที่คมชัดสูงสุดถึง 200MP ผ่านเซ็นเซอร์ ISOCELL HP3 ขนาดใหญ่ 1/1.4″ พร้อมรองรับระบบกันสั่น OIS ให้ใช้งานพร้อมทุกสถานการณ์จริงๆ ครับ โดยสเปคกล้องหน้าและกล้องหลังในภาพรวมมีตามนี้เลย

  • เลนส์หลัก 200MP, f/1.65 เซ็นเซอร์ ISOCELL HP3 1/1.4” กันสั่น OIS + EIS
  • เลนส์ Ultra-Wide Angle 8MP, f/2.2
  • เลนส์ Macro 2MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 16MP, f/2.45

ถ่ายสวยในช็อตเดียวด้วย AI พร้อม 4X แบบ In-Sensor Lossless Zoom

ในโหมดปกติของ Redmi Note 13 Pro 5G จะรองรับทั้งการใช้งานด้วย AI ที่สามารถปรับแต่งสีสันต่างๆ ได้อย่างสวยงามมากขึ้นด้วยการเร่งค่าความสดของสีหรือความอิ่มตัวของสี โฟกัสได้ไวขึ้น และยังมีการรวม Pixel Binning 16-in-1 ที่ช่วยให้ภาพถ่ายเห็นแสงและเงาได้ชัดขึ้นและภาพในจุดมืดมีความสว่างมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็ยังรองรับ Auto HDR ช่วยให้ถ่ายภาพย้อนแสงได้แบบสบายๆ และใครที่ชอบภาพอารมณ์ที่แตกต่างจากปกติก็เลือกดฟิลเตอร์ที่มีให้ใช้กันหลาย 10 แบบเลยครับ

ความสามารถในเซ็นเซอร์ HP3 จะเป็นการซูมแบบ 2x และ 4x ภายในเซ็นเซอร์แบบไม่เสียรายละเอียด หรือ In-Sensor Lossless Zoom ทำให้ถ่ายภาพได้สนุกมากขึ้น และยังเป็นการปรับมุมมองและระยะใหม่ๆ ของการถ่ายภาพได้ดีขึ้นด้วยครับ ที่สำคัญการซูมในระยะไกลขึ้นยังได้ระบบกันสั่น OIS เข้ามาช่วยอีกแรกเพื่อไม่ให้ภาพสั่นครับ

คมชัดสูงสุด 200MP ครอปภาพเปลี่ยนมุมองภาพได้ง่ายขึ้น

ด้วยการที่ใช้เซ็นเซอร์ 200MP ก็ต้องมาพร้อมโหมดความละเอียดสูง ซึ่งสามารถถ่ายภาพได้ที่ขนาด 16320 x 12240 พิกเซล โดยยังช่วยให้เราครอปภาพหรือซูมภาพในระยะไกลๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น

ถ่ายพอร์ตเทรตได้สวย ละลายหลังได้เนียนตาพร้อมบิวตี้ถึง 100 ระดับ

Redmi Note 13 Pro 5G ยังมาพร้อมกับโหมดบิวตี้ที่ถ่ายภาพบุคคลได้สวยงามเนียนตาด้วยการละลายฉากหลังได้ค่อนข้างเนียนเลยครับ ตัดขอบรอบตัวบุคคลได้ไม่หลุด โดยเฉพาะตรงเส้นผมที่ก็ทำได้ค่อนข้างดี ที่สำคัญยังปรับบิวตี้ได้มากสุด 100 ระดับ หรือหากจะละลายหลังก็ทำได้ตั้งแต่ f/1.0 ไปจนถึง f/16 ที่เห็นฉากหลังทั้งหมดเลยก็ได้ครับ แต่แนะนำแบบพอดีๆ สัก f/1.4 ก็กำลังดีเลยครับ

Ultra-Wide ระยะ 16mm ถ่ายกว้างได้พอดีสุดๆ

ในเลนส์ Ultra-Wide ที่ให้มาที่ในรุ่นนี้จะอยูที่ระยะ 16mm ซึ่งเป็นมุมมองที่กำลังพอดี ไม่ได้ให้ภาพที่กว้างจนทำให้ขอบภาพนั้นโค้งจนเสียรูปลักษณ์ไปครับ โดยในโหมดนี้ยังคงรองรับการใช้งาน AI และ Auto HDR เหมือนกับการใช้เลนส์หลักด้วยครับ

ถ่ายภาพระยะได้ใกล้ขึ้นด้วยเลนส์ Macro

อีกเลนส์ที่ให้มาจะเป็นเลนส์ Macro ที่ช่วยให้ถ่ายภาพในระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร ช่วยให้เราได้ภาพวัตถุใกล้ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น และก็แนะนำให้ใช้ในที่กลางแจ้งจะดีกว่าที่มืดครับ

ถ่ายโหมดกลางคืนได้สวยงามผ่าน Night Mode

และฟีเจอร์เน้นๆ สุดท้ายของกล้องหลังคือการถ่ายภาพในโหมดกลางคืนที่ช่วยให้เราได้เห็นภาพตอนกลางคืนชัดเจนและสว่างมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานด้วยเลนส์กหลักที่ได้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ช่วยรับแสงได้มากขึ้นครับ แต่ก็ยังรองรับการใช้ทั้งเลนส์ Ultra-Wide และในระยะ 2x อยู่นะ

เซลฟี่กล้องหน้าที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

กล้องหน้าของ Redmi Note 13 Pro 5G ให้มาที่ 16MP เป็นความละเอียดที่กำลังพอดีในการเซลฟี่ครับ โดยยังให้ถ่ายได้สวยและเป็นธรรมชาติด้วยการมีละลายหลังควบคู่กับการปรับบิวตี้ได้ถึง 100 ระดับที่เหมือนกับการถ่ายใน Portrait ในกล้องหลังครับ

สรุปการใช้งาน Redmi Note 13 Pro 5G

Redmi Note 13 Pro 5G จัดเป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องรุ่นหนึ่งในราคานี้เลยครับ ตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ดูพรีเมียมและแตกต่างจากรุ่นอื่นแน่นอน โดยเฉพาะกล้องหลังที่จัดความคมชัดมาถึง 200MP รองรับฟีเจอร์ที่จัดเต็มเพียบ แถมหน้าจอแสดงผลยังได้มาเป็นแบบ CrystalRes AMOLED ใหญ่คมชัด 6.67 นิ้ว 1.5K+ และใช้งานไหลลื่นแบบ 120Hz โดยชิปประมวลผล Snapdragon 7s Gen 2 ยังเร็วแรง เล่นเกมชื่อดังได้สบายหายห่วง และใช้งานได้นานด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5100mAh พร้อมชาร์จเร็ว 67W Turbo Charge

ราคาและวันวางจำหน่าย

Redmi Note 13 Pro มีความจุเดียวคือ 12GB + 512GB ราคาอยู่ที่ 12,990 บาท พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

เมื่อซื้อระหว่างวันนี้ ถึง 31 พ.ค. 67 รับฟรี! Bluetooth Speaker มูลค่า 990 บาท และ BamBam Pillow (เฉพาะ Xiaomi Store) ลูกค้าที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

กำลังฮอต

Featured6 วัน ago

รีวิว realme C65 น้องใหม่ดีไซน์หรู บอดี้บางเฉียบ 7.64 มม. | ชาร์จไว 45W Fast Charge | ได้รับรองคุณภาพยาวนาน 48 เดือนจาก TÜV SÜD!

รีวิว realme C65 สมา...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว iQOO Z9 5G และ Z9x 5G ขุมพลังไร้ขีดจำกัด ด้วยแบต 6000mAh l ชิปเซ็ต Snapdragon l ขยาย RAM 12GB + 12GB

รีวิว iQOO Z9 5G และ...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่ใช้ขุมพลังตัวท็อป SD 7s Gen 2 พร้อมกล้องหลัง 200MP และชาร์จไว 67W 

รีวิว Redmi Note 13 ...

HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท
Featured1 เดือน ago

5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อสมาร์ทแบนด์ กับความครบเครื่องของ HUAWEI Band 9 สมาร์ทแบนด์ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ดูแลสุขภาพยืนหนึ่งในราคาเริ่มต้น 1,299 บาท

ใครที่อยู่ในช่วงเริ่...

Apple News1 เดือน ago

AIS เปิดบริการ AIS Care+ with AppleCare Services รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ผู้ใช้อุ่นใจมากขึ้น สบายใจที่สุด

AIS คว้า AppleCare S...

IT News3 ชั่วโมง ago

HMD ประเทศไทย ปลุกตลาดฟีเจอร์โฟน ส่ง Nokia 3210 และ Nokia 215 (2024) อัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ เล่นยูทูป ท่องโซเชียล พร้อมจอขนาดใหญ่ ประกาศวางจำหน่าย พร้อมกันทั่วประเทศ 27 พ.ค.นี้ ราคาเริ่มต้น 1,490 บาท

เอชเอ็มดี ประเทศไทย ...

IT News4 ชั่วโมง ago

Essentials by CASETiFY Fleur Expressions เผยโฉมเฉดสีใหม่แห่งฤดูกาล แรงบันดาลใจจากดอกไม้บานสะพรั่ง สู่คอลเลกชั่นสีสันใหม่สดใส

CASETiFY™ แบรนด์อุปก...

IT News4 ชั่วโมง ago

ไอเทล (itel) จัดโปรแรง 7 วัน!! กับ itel S23 พิเศษเริ่มต้นที่ 2,999 บาท

ไอเทล โมบาย (itel mo...

Android News6 ชั่วโมง ago

แกะกล่องพรีวิว POCO F6 Pro เรือธงครบเซ็ทพร้อมดีไซน์ฝาหลัง Velvet Glass สุดเท่!

POCO F6 Series เปิดต...

Apple News2 วัน ago

Apple Central World จัดกิจกรรม เวิร์กช็อป: สูตรลับถ่ายภาพอาหารด้วย iPhone กับ Oatkomkrich

มาค้นหาสูตรลับการถ่า...

Advertisement

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก