Connect with us

Featured

รีวิว Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G สมาร์ทโฟนที่จะมาเติมชีวิตให้มีสีสันด้วย หน้าจอ AMOLED 120Hz | ชิป Snapdragon | ชาร์จเร็ว 33W ในราคาสบายกระเป๋า!

Published

on

รีวิว Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G สองสมาร์ทโฟนน้องใหม่จาก Xiaomi ที่มาพร้อมสโลแกน “เติมชีวิตให้มีสีสัน (Live Vivid)” ตอบโจทย์วัยรุ่นที่ต้องการความคุ้มค่าในราคาที่สบายกระเป๋า เพราะ 2 รุ่นนี้จัดมาทั้งหน้าจอ AMOLED 120Hz, ชิปเซ็ต Snapdragon ทรงพลัง, ชาร์จเร็ว 33W และยังมีกล้องหลังพลัง AI มาให้ใช้งานอีกต่างหาก ทั้งหมดที่ว่านี้มีราคาเริ่มต้นแค่…บาทเท่านั้น!

เห็นแบบนี้เริ่มอยากรู้จัก Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ขึ้นมาแล้วล่ะสิ วันนี้เรารีวิวให้ชมแบบเต็ม ๆ ติดตามกันได้เลยครับ!

สรุปสเปค Redmi Note 12

  • ขนาดตัวเครื่อง : 165.66 x 75.96 x 7.85 มม.
  • น้ำหนัก : 183.5 กรัม
  • หน้าจอ : AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67″ อัตราส่วน 20:9
  • ความละเอียด : FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล)
  • ความสว่างสูงสุด : 700nits
  • refresh rate : 120Hz
  • CPU : Snapdragon 685 Octa-Core 2.8GHz (6nm)
  • GPU : Adreno 610
  • RAM : 6GB (LPDDR4X)
  • ROM : 128GB (UFS 2.2)
  • microSD : รองรับสูงสุด 1TB
  • แบตเตอรี่ : 5000mAh
  • ระบบชาร์จ : ชาร์จไวเร็ว 33W Fast Charging
  • กล้องหน้า : 13MP f/2.45
  • กล้องหลัง : AI Triple Rear Camera
    • กล้องหลัก 50MP f/1.8
    • กล้อง Ultra Wide-angle 8MP (มุมกว้าง 120º) f/2.2 
    • กล้อง Macro 2MP f/2.4
  • กันน้ำกันฝุ่น : มาตรฐาน IP53
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 13 ครอบทับด้วย MIUI 14

สรุปสเปค Redmi Note 12 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 165.88 x 76.21 x 7.98 มม.
  • น้ำหนัก : 189 กรัม
  • หน้าจอ : AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67″ อัตราส่วน 20:9
  • ความละเอียด : FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล)
  • ความสว่างสูงสุด : 700nits
  • refresh rate : 120Hz
  • CPU : Snapdragon 4 Gen 1 Octa-Core 2.0GHz (6nm)
  • GPU : Adreno 619
  • RAM : 6GB/8GB (LPDDR4X)
  • ROM : 128GB/256GB (UFS 2.2)
  • microSD : รองรับสูงสุด 1TB
  • แบตเตอรี่ : 5000mAh
  • ระบบชาร์จ : ชาร์จไวเร็ว 33W Fast Charging
  • กล้องหน้า : 13MP f/2.45
  • กล้องหลัง : AI Triple Rear Camera
    • กล้องหลัก 48MP f/1.8
    • กล้อง Ultra Wide-angle 8MP (มุมกว้าง 118º) f/2.2 
    • กล้อง Macro 2MP f/2.4
  • กันน้ำกันฝุ่น : มาตรฐาน IP53
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 14

แกะกล่อง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G

ก่อนจะไปชมตัวเครื่องจริง ๆ ก็มาแกะกล่องเช็กอุปกรณ์กันก่อนเหมือนเคยที่ตัวกล่องของ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G จะโชว์ภาพตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและหลังไว้ชัดเจนที่หน้ากล่อง แต่สีที่ใช้โชว์จะแตกต่างกันคือ Redmi Note 12 ใช้เครื่องสีดำส่วนรุ่น 5G ใช้สีเขียว แต่ไม่ต้องตกใจไปหากเราเลือกสีอื่นแล้วยังได้ภาพหน้ากล่องเป็นแบบนี้

เพราะภาพหน้ากล่องจะโปรโมทด้วย 2 สีที่ว่ามาทั้งหมด ให้เรามาดูที่ใต้กล่องแทนจะมีระบุสีสันจริง ๆ ของตัวเครื่องอยู่ครับ ซึ่งทั้ง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ที่เราได้มารีวิวนั้นเป็นสีฟ้า Ice Blue ทั้งคู่ครับ

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องของทั้งคู่จะเหมือนกันทั้งหมดครับ แบ่งออกเป็น 6 อย่างดังนี้เลย

  1. ตัวเครื่อง Redmi Note 12 | Redmi Note 12 5G
  2. เคสซิลิโคน
  3. สายชาร์จ
  4. อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W Fast Charging
  5. เอกสารคู่มือ
  6. เข็มจิ้มถาดซิม

สองดีไซน์ สองความงามที่ลงตัวคนละแบบ

ได้เวลามายลโฉมตัวเครื่องของ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G กันแล้วครับ ทั้งคู่มาพร้อมดีไซน์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งกรอบเครื่องและสีสัน มีรายละเอียดดังนี้เลยครับ

Redmi Note 12 ดีไซน์กรอบเหลี่ยม ทันสมัย

เริ่มที่ Redmi Note 12 ก่อนเลย รุ่นนี้จะมาในดีไซน์กรอบเหลี่ยมที่ดูทันสมัย ช่วยให้จับถือได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ ฝาหลังมีพื้นผิวแบบด้านที่มอบสัมผัสเนียนมือแบบไม่เลอะคราบรอยนิ้วมือได้ง่ายนัก สี Ice Blue ของรุ่นนี้จะมีความอ่อนนุ่มและสว่างใช้ได้เลยล่ะครับ

ตัวเครื่องมาพร้อมความบางเพียง 7.85 มม.และเบาแค่ 183.5 กรัมเท่านั้น จับถือใช้งานได้อย่างสะดวกและอย่างที่บอกว่าด้วยรูปลักษณ์ทรงเหลี่ยมก็มอบความทันสมัยเวลาถือใช้งานได้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

Redmi Note 12 5G ดีไซน์ฝาหลังโค้ง จับถือพอดี รับกับรูปมือ

ส่วน Redmi Note 12 5G ก็จะมาในทรงฝาหลังโค้ง 3D มอบความกระชับเวลาเราถืออยู่บนมือเพราะความโค้งจะรับกับรูปมือเราพอดี ผิวสัมผัสเป็นแบบด้านเหมือนกัน แต่สี Ice Blue ของรุ่นนี้จะมีความเป็น Metallic คล้ายโลหะมากกว่าของรุ่น Redmi Note 12 ครับ

ในเรื่องขนาดและน้ำหนักถือว่าใกล้เคียงกันครับ Redmi Note 12 5G มาพร้อมความบาง 7.98 มม. และเบาแค่ 189 กรัมเท่านั้น และด้วยความโค้งมนของฝาหลังก็จะมอบความบางเฉียบให้ได้มากกว่าตัวเลขที่ระบุไว้เมื่อสัมผัสจริงครับ

ซึ่งถ้าลองถือใช้งานคู่กันแล้วต้องบอกว่าทั้งคู่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แต่ก็ยังลงตัวด้วยกันทั้งคู่ ความเหลี่ยมที่ดูทันสมัยและเต็มไม้เต็มมือ กับความโค้งที่เนียนมือกระชับเวลาจับถือ เป็นดีไซน์ที่เรามองว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้กันเลยครับ

หน้าจอ AMOLED 120Hz เหมือนกัน

เห็นจุดที่แตกต่างกันไปแล้ว มาดูจุดที่ทั้งคู่ให้มาเหมือนกันบ้างดีกว่า กับหน้าจอแสดงผล ทั้ง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ที่สว่างและมีสีสันที่น่าทึ่งพร้อมอัตราการรีเฟรชที่น่าประทับใจถึง 120Hz ใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเลื่อนหน้าจอ เข้า-ออกแอปหรือไถฟีดโซเชี่ยลต่าง ๆ ก็จะได้ความเร็วแบบติดนิ้วเหมือนกัน

ขนาดหน้าจอและความละเอียดหน้าจอก็ได้มาเท่ากันคือ 6.67″ FHD+ พร้อมรองรับ DCI-P3 นำเสนอช่วงของสีสันที่กว้างขึ้นช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ ทั้งยังมาพร้อมโหมดการอ่าน, Netflix HD และอื่น ๆ อีกมากมาย มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับความเพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์อย่างที่สุด

ส่วนความสว่างสูงสุดก็ทำได้สูงถึง 700 nits ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพและการนำทางในวันที่มีแสงแดดจ้า

นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นหน้าจอ AMOLED ก็รองรับฟีเจอร์จอแสดงผลที่เปิดตลอดเวลา (Always-on display) ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วด้วยการแตะเพียงครั้งเดียวที่หน้าจอก็จะมีข้อมูลแสดงขึ้นมาแล้ว แถมเรายังสามารถปรับแต่งรูปแบบของหน้านี้ได้หลากหลาย จะเป็นนาฬิกาเรียบง่ายหรือรูปภาพการ์ตูนต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

รอบเครื่องตำแหน่งเหมือนกัน

รอบ ๆ ตัวเครื่องของ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ก็วางไว้ในตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด อย่างพอร์ตการเชื่อมต่อก็เป็น USB-C วางไว้ด้านล่างตัวเครื่อง พร้อมกับไมโครโฟนและลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ซ้าย-ขวา

ซึ่งพลังเสียงก็ออกมาดังใช้ได้ แต่น่าเสียดายที่ลำโพงหลักนี้ยังให้มาเพียงตัวเดียว ไม่ได้ใช้งานร่วมกับลำโพงสนทนาเป็นแบบ Stereo ได้เนาะ

ด้านบนจะมีช่องหูฟัง 3.5 มม. IR Blaster สำหรับใช้งานเป็นรีโมท และไมโครโฟนตัวเสียงรบกวนครับ

ที่ด้านซ้ายมือจะมีช่องใส่ซิมแต่ตรงนี้จะแตกต่างกันนิดหน่อยตรงที่ Redmi Note 12 จะเป็นแบบ Triple Slot รองรับการใส่ 2 ซิมร่วมกับ microSD ได้เลยโดยไม่ต้องสละช่องใส่ซิม 2 ไป แต่ของ Redmi Note 12 5G จะเป็นแบบ Hybrid Slot คือต้องเลือกระหว่างใส่ 2 ซิมหรือใส่ 1 ซิมกับ microSD ครับผม

มีทั้งสแกนหน้าและสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่องเหมือนกัน

ส่วนเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยก็ใช้งานสแกนลายนิ้วมือผ่านปุ่ม Power ที่ด้านข้างตัวเครื่องทั้งคู่ แตะสแกนได้ง่ายและรวดเร็ว หรือถ้าอยากใช้สแกนใบหน้าด้วยก็มีให้เลือกเช่นกันครับ

นอกจากนี้ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ยังมีมาตรฐานกันละอองน้ำ IP53 ที่ช่วยให้รอดจากน้ำกระเซ็นใส่ได้อีกด้วย หมายความว่าถ้าเราโดนละอองฝนหรือน้ำหกใส่เล็ก ๆ น้อยน้อย ก็มั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะไม่เสียไปง่าย ๆ นั่นเองครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ก็ทำได้ดีใน 2 แบบ 2 สไตล์อย่างที่บอกไป มอบประสบการณ์การใช้งานที่น่าสนใจทั้งคู่ ทั้งความบางและเบา สีสันที่ดูดสดใสถูกใจ มีหน้าจอ AMOLED 120Hz เหมือนกัน ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง แถมยังมีมาตรฐานกันละอองน้ำ IP53 มาให้ด้วย

ใช้ MIUI 14 ทั้งคู่ แต่…

สำหรับซอฟต์แวร์ของ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ทั้งคู่มาพร้อมกับ MIUI 14 ตัวล่าสุดของ Xiaomi แต่พื้นฐาน Android จะแตกต่างกันนิดหน่อยคือ Redmi Note 12 จะใช้ Android 13 ในขณะที่ Redmi Note 12 5G จะใช้เป็น Android 12 ครับผม

ถึงแม้พื้นฐาน Android จะต่างกัน แต่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็ยังได้มาครบถ้วน มอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมสมของ MIUI 14 มาทั้งหมดครับ ทั้งในเรื่องการปรับแต่ง หน้าตา UI ที่ลื่นไหล หรือชุดธีมที่มีให้เลือกเปลี่ยนมากมายเป็นต้นครับ

ประสิทธิภาพดีด้วยชิปเซ็ต Snapdragon ขนาด 6nm

มาต่อในเรื่องประสิทธิภาพกันบ้าง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ทั้งคู่ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon ขนาด 6nm เหมือนกัน แต่รุ่นจะต่างกันนิดหน่อยคือ

  • Redmi Note 12 ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 685 Octa-Core 2.8GHz รองรับ 4G
  • Redmi Note 12 5G ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 4 Gen 1 Octa-Core 2.0GHz รองรับ 5G

ซึ่งทั้งคู่จัดเป็นชิปเซ็ตรุ่นกลางที่มอบประสบการณ์การทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ เล่นเกม การฟังเพลงและการสตรีม แต่จุดแตกต่างหลักคงเป็นเรื่องการรองรับเครือข่ายเพราะ Snapdragon 4 Gen 1 ของ Redmi Note 12 5G นั้นจะรองรับการเชื่อมต่อที่ 5G ด้วย ในขณะที่ Snapdragon 685 ของ Redmi Note 12 จะได้สูงสุดแค่ 4G ครับผม

ส่วนความจุ Redmi Note 12 จะมีให้เลือกแค่ความจุเดียวคือ 6GB + 128GB ในขณะที่รุ่น Redmi Note 12 5G จะมีให้เลือกมากสุดที่ 8GB + 256GB ครับผม

เพื่อให้เห็นภาพความแรงของชิปเซ็ตนี้ เราลองทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark และ GeekBench 6 คะแนนออกไม่ธรรมดาเลยครับ โดย AnTuTu Benchmark จะออกมาดังนี้

  • Redmi Note 12 = 321554 คะแนน
  • Redmi Note 12 5G = 357726 คะแนน

ส่วน GeekBench 6 ที่มีการปรับการทดสอบใหม่ทำให้เข้าถึงการใช้งานจริงมากขึ้น Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ก็ได้ผลออกมาดังนี้ครับ

  • Redmi Note 12 = Single-Core 470 คะแนน, Multi-Core 1434 คะแนน
  • Redmi Note 12 5G = Single-Core 826 คะแนน, Multi-Core 2009 คะแนน

เล่นเกมได้ดี สเปคนี้เอาอยู่

ไหน ๆ ก็ทดสอบประสิทธิภาพกันให้เห็นคะแนนแล้ว ต่อไปคงต้องลองเล่นเกมจริงจังดูสักหน่อย โดยเกมที่เราใช้ทดสอบในรอบนี้คือ Asphalt 9 และ PUBG ซึ่งทั้ง 2 รุ่นทำได้ดีทีเดียวครับ

เล่น Asphat 9 บน Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G

เริ่มที่เกมแข่งรถภาพสวยอย่าง Asphalt 9 กันก่อนเลย ทั้งคู่สามารถปรับระดับกราฟิกได้ที่ High Quality เหมือนกัน ทำให้เราได้ภาพที่สวยงามที่สุดจากเกมนี้แล้ว ตัวเกมทำได้ลื่นไหลในระดับ 30fps ทั้งคู่ เท่าที่เราลองเล่นมายังไม่เจออาการกระตุกให้เห็นเลย ถือว่าเล่นได้อย่างราบรื่นบนหน้าจอสวย ๆ ล่ะครับ

เล่น PUBG บน Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G

และอีกเกมกับ PUBG ตรงนี้ในการตั้งค่าจะแตกต่างกันนิดหน่อย โดย Redmi Note 12 จะปรับกราฟิก + เฟรมเรตได้ที่ Smooth + High ในขณะที่ Redmi Note 12 5G จะปรับได้สูงสุดที่ HD + High แต่เท่าที่ทดสอบก็จะได้ความลื่นไหลที่ 30fps ทั้งคู่ ไม่เจออาการกระตุกจนอารมณ์เสียครับ

แบตเตอรี่ 5000mAh ใช้งานได้จุใจ

Redmi Note 12  และ Redmi Note 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh ใช้งานได้นานจุใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อย ๆ เหมาะสำหรับการใช้งานที่หนัก เช่น การสตรีมวิดีโอ การท่องอินเทอร์เน็ต และการเล่นเกมเป็นเวลานาน

มีชาร์จไว 33W Fast Charging

แต่ถ้าใช้งานจนแบตฯใกล้หมดจริง ๆ ก็หายห่วงเพราะทั้ง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G มีระบบชาร์จไวแบบ 33W พร้อมด้วยเทคโนโลยี MMT จะทำให้กระบวนการชาร์จมีความเสถียรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจึงทำให้เราสามารถกลับมาใช้โทรศัพท์ได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

โดยรวมในเรื่องประสิทธิภาพของ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ก็ถือว่าทำได้ดีเลยกับการใช้งานทั่วไปจนถึงการทำงานหนัก ๆ อย่างการเล่นเกมระดับกลาง เอาอยู่หมด ชิป Snapdragon ของทั้ง 2 รุ่นก็อยู่ในมาตรฐานที่ไว้ใจได้ แถมมีแบตเตอรี่ที่อึดสะใจร่วมกับระบบชาร์จไวที่ 33W อีกต่างหาก

กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียดสูง

ปิดท้ายที่เรื่องกล้อง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ได้กล้องหลังมา 3 ตัวเหมือนกัน แต่จะมีรายละเอียดในกล้องแต่ละตัวที่แตกต่างกันอยู่นิดหน่อย เราสรุปสเปคกล้องคร่าว ๆ ไว้ให้ตามนี้เลยครับ

สเปคกล้อง Redmi Note 12

  • กล้องหลัก 50MP f/1.8
  • กล้อง Ultra Wide-angle 8MP (มุมกว้าง 120º) f/2.2 
  • กล้อง Macro 2MP f/2.4

สเปคกล้อง Redmi Note 12 5G

  • กล้องหลัก 48MP f/1.8
  • กล้อง Ultra Wide-angle 8MP (มุมกว้าง 118º) f/2.2 
  • กล้อง Macro 2MP f/2.4

จะเห็นว่าทั้ง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ได้กล้องหลัง 3 ตัวมาเท่ากัน จุดที่น่าสนใจก็คือกล้องหลักความละเอียดสูง 50MP และ 48MP ตามลำดับและมีกล้อง Ultra Wide มาให้ด้วยทั้งคู่ ช่วยให้เราถ่ายภาพได้หลายมุมมองกว่าเดิม

กล้องหลักความละเอียดสูง ถ่ายสวยแต่คนละโทน

ในส่วนของซอฟต์แวร์กล้องก็จะมี AI คอยประมวลผลซีนของภาพเหมือนกันรวมถึงระบบ HDR ด้วย คุณภาพของกล้องหลักก็ทำได้ดีทั้งคู่ครับ แต่จุดที่แตกต่างชัดเจนคือโทนสีที่กล้อง 50MP ของ Redmi Note 12 จะมาในโทนธรรมชาติและตรงกับตามากกว่า ในขณะที่กล้อง 48MP ของ Redmi Note 12 5G จะออกสว่างมีความติดส้มและซอฟต์กว่านิดหน่อยเหมาะกับสายคาเฟ่ที่ต้องการการปรับสีเล็ก ๆ และอีกเรื่องก็คือการละลายฉากหลังที่ทำได้ดีกว่านั่นเองครับ

กล้อง Ultra Wide มุมกว้างถูกใจ

ส่วนกล้อง Ultra Wide เราจะเห็นว่าโทนสีใกล้เคียงกัน แต่จุดที่แตกต่างกันก็มีเล็ก ๆ คือมุมมองของ Redmi Note 12 ที่กว้างกว่าของ Redmi Note 12 5G เล็กน้อย (120º vs 118º) แต่รวม ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นกล้องที่ช่วยให้เราได้เก็บภาพมุมกว้างได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ

กล้อง Macro วัตถุใกล้ ๆ ก็ถ่ายได้

และกล้องเสริมตัวที่ 3 อย่างกล้อง Macro ก็ให้ติดมาด้วย ภาพที่ได้ยังคงออกมาในโทนที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องคล้ายกล้องหลักคือ Redmi Note12 จะออกไปทางสมจริงสีเข้ม แต่ฝั่ง Redmi Note 12 5G จะสว่างกว่าและครับ แต่ทั้งคู่ก็มอบการถ่ายภาพระยะใกล้ได้ดีครับ

Portrait ถ่ายคนสวยในโทนที่แตกต่าง

มาปิดท้ายกล้องหลังด้วยภาพ Portrait หรือโหมดถ่ายคน ที่ดึงคาแร็คเตอร์ของกล้องหลังมาเหมือนเดิมคือโทนสีที่ชัดเจน ฝั่ง Redmi Note 12 มีความสมจริงและสีเข้มกว่า ส่วนฝั่ง Redmi Note 12 5G ก็จะสว่างและสีสดกว่าเล็กน้อยครับ แต่เรื่องการละลายหลังหรือความเนียนของใบหน้าอันนี้ทำได้ดีทั้งคู่ครับ

เซลฟี่ด้วยกล้องหน้า 13MP เหมือนกัน

ปิดท้ายที่กล้องหน้า Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ได้กล้องหน้า 13MP มาเท่ากันเลย ถ้าดูจากสเปคแล้วก็แอบเป็นตัวเดียวกันเลยแหละ ในเรื่องความสวยเนียนของใบหน้าก็ทำได้ยอดเยี่ยมเลย แต่รอบนี้กลับกันที่โทนสีฝั่ง Redmi Note 12 จะออกไปทางโทนร้อนมากกว่า และ Redmi Note 12 5G ก็กลายเป็นโทนเย็นแทนครับ

โดยรวมในเรื่องกล้อง Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ก็ถือว่าให้มาพอดีในการใช้งานทั้งถ่ายภาพทั่วไปด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง มีกล้อง Ultra Wide ที่เพิ่มมุมมองให้ภาพขึ้นไปอีก หรือจะเป็น Macro เอามาเสริมเล็ก ๆ น้อยน้อยด้วย ทั้งคู่ทำได้ดีในเรื่องภาพถ่ายครับ ออกมาสวยและเติมแต่งด้วย AI แบบพอดิบพอดี โทนสีของแต่ละรุ่นก็เป็นเอกลักษณ์ไม่น้อย สมกับสโลแกนของรุ่นนี้ที่ว่า “เติมชีวิตให้มีสีสัน” จริง ๆ

ราคาเปิดตัว Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดก็คือเรื่องราคาและโปรโมชั่นของ Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G กันเลยครับ โดย Redmi Note 12 จะมีให้เลือกความจุเดียวคือ 6GB + 128GB ส่วน Redmi Note 12 5G จะมีให้เลือก 2 ความจุคือ 6GB + 128GB และ 8GB + 256GB มีราคาดังนี้เลย

  • Redmi Note 12 (6GB + 128GB) ราคา 6,699 บาท
  • Redmi Note 12 5G (6GB + 128GB) ราคา 8,499 บาท
  • Redmi Note 12 5G (8GB + 256GB) ราคา 9,999 บาท

โดยจะมีโปรโมชั่นคือผู้ที่สั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2566 จะได้รับของพรีเมี่ยมฟรีดังนี้

  • Redmi Note 12 ได้รับ Soundbar Speaker มูลค่า 990 บาท
  • Redmi Note 12 5G ได้รับ Duffle Bag มูลค่า 1,490 บาท

สรุปแล้ว “นี่คือสมาร์ทโฟนที่จะมาเติมชีวิตให้มีสีสันในงบสบายกระเป๋า”

สรุปแล้ว Redmi Note 12 และ Redmi Note 12 5G ก็ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นใน Redmi Note 12 Series ที่ออกมาตอบโจทย์วัยรุ่นยุคใหม่ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าและเติมเต็มชีวิตให้มีสีสันในงบประมาณที่สบายกระเป๋าจริง ๆ เพราะทั้งดีไซน์ที่สวยงามทันสมัย หน้าจอ AMOLED 120Hz สดใสลื่นไหล สเปคที่เร็วเพียงพอด้วยชิป Snapdragon ขนาด 6nm มีความจุสูงสุด 8GB + 256GB แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh พร้อมชาร์จเร็ว 33W และที่ขาดไม่ได้กล้องหลังมอบภาพถ่ายสวย ๆ ที่ให้มามากถึง 3 ตัว จัดว่าเป็นอีก 2 รุ่นจาก Xiaomi ที่น่าสนใจมาก ๆ ใครมีงบจำกัดแต่อยากได้ความคุ้มค่า ก็ลองพิจารณากันได้เลยครับ!

กำลังฮอต

Featured3 วัน ago

รีวิว realme C65 น้องใหม่ดีไซน์หรู บอดี้บางเฉียบ 7.64 มม. | ชาร์จไว 45W Fast Charge | ได้รับรองคุณภาพยาวนาน 48 เดือนจาก TÜV SÜD!

รีวิว realme C65 สมา...

Featured1 สัปดาห์ ago

รีวิว iQOO Z9 5G และ Z9x 5G ขุมพลังไร้ขีดจำกัด ด้วยแบต 6000mAh l ชิปเซ็ต Snapdragon l ขยาย RAM 12GB + 12GB

รีวิว iQOO Z9 5G และ...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่ใช้ขุมพลังตัวท็อป SD 7s Gen 2 พร้อมกล้องหลัง 200MP และชาร์จไว 67W 

รีวิว Redmi Note 13 ...

HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท
Featured4 สัปดาห์ ago

5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อสมาร์ทแบนด์ กับความครบเครื่องของ HUAWEI Band 9 สมาร์ทแบนด์ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ดูแลสุขภาพยืนหนึ่งในราคาเริ่มต้น 1,299 บาท

ใครที่อยู่ในช่วงเริ่...

Apple News1 เดือน ago

AIS เปิดบริการ AIS Care+ with AppleCare Services รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ผู้ใช้อุ่นใจมากขึ้น สบายใจที่สุด

AIS คว้า AppleCare S...

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก