Connect with us

Featured

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

Published

on

realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G จัดเต็มด้วยขุมพลัง Snapdragon 765G 5G ใช้งานเครือข่าย 5G ได้เร็วแรง พร้อมหน้าจอสุดลื่น Ultra Smooth 120Hz และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Dart Charge

 

สรุปสเปค realme X50 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.8 × 75.8 × 8.9 มม.
  • น้ำหนัก : 202 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth 120Hz ชนิด IPS LCD ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, Refresh Rate 120Hz, อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 90.4% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 765 5G Octa Core ความเร็ว 2.4GHz
  • GPU : Adreno 620
  • RAM : 8GB LPDDR4x
  • ROM : 128GB (UFS 2.1)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.3
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 ซม.
    • เลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ต USB Type-C และรองรับเครือข่าย 5G
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับ 30W Dart Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องมาในสีเหลืองตามสไตล์ของ realme พร้อมมีชื่อรุ่น realme X50 5G ที่หน้ากล่อง ขณะที่ด้านหลังจะบอกจุดเด่นของ realme X50 5G แบบชัดเจน

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง realme X50 5G พร้อมฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้เรียบร้อย
  • อะแดปเตอร์ 30W Dart Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคสใสซิลิโคน
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

realme X50 5G โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ที่เน้นเรื่องความธรรมชาติในสีสันตัวเครื่องอย่างมาก ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีเขียว Jungle Green เปรียบเสมือนสีของป่าเขียวชอุ่มที่เล่นลวดลายเป็นเส้นสวยโค้งอย่างงาม และเมื่อยิ่งสะท้อนแสงมุมต่างๆ ก็ให้ความสวยงามในหลากหลายแบบเช่นกัน ขณะที่อีกสีจะเป็น Ice Silver ที่ให้ความเยือกเย็นแบบธารน้ำแข็งขั้วโลก

 

ในเรื่องการจับถือก็ไม่ลื่นมือเพราะได้ใช้เทคโนโลยี Optical Plating แบบใหม่ ใครที่ลองสัมผัสจะรู้สึกเลยว่ามีความนุ่มในตัวผิวสัมผัส ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะลื่นหล่นได้ง่ายๆ ครับ

 

หน้าจอ realme X50 5G จัดมาให้แบบลื่นๆ แบบ Ultra Smooth 120Hz ช่วยให้การสัมผัสระหว่างการใช้งานเป็นไปได้ไหลลื่นมากๆ ที่สำคัญยังช่วยในเรื่องการกดที่แทบจะเรียลไทม์ ไม่ดีเลย์

 

นอกเหนือจากความลื่นแบบ Refresh Rate 120Hz หน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ ยังมีขนาดขนาดใหญ่ถึง 6.57 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 ใครที่ชอบเล่นเกมหรือชม Netflix ก็ทำได้เต็มตา เห็นได้กว้างกว่าคนอื่นแน่นอน

 

ที่บริเวณรอบเครื่อง เริ่มที่เหนือหน้าจอ realme X50 5G จะมีกล้องหน้าฝังในหน้าจอ Dual In-Display Selfie มุมซ้ายบน และลำโพงสนทนาที่อยู่ตรงกลาง

 

ฝั่งซ้ายตัวเครื่องจะเป็นปุ่มเพิ่มและลดเสียง

 

ส่วนทางขวามีปุ่ม Power ที่เป็นระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในปุ่มเดียวครับ

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีตั้งแต่ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ขณะที่ด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์จัดเรียงเป็นแนวตั้งพร้อม พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X50 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย UI ของตัวเองอย่าง realme UI 1.0 ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นลดลงถึง 14% รวมถึงลดการใช้งาน RAM ถึง 20% และอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 40% (*ในภาพเป็น RAM 6GB เพราะเป็นเครื่องทดสอบ เครื่องขายจริงจะมี RAM 8GB*)

 

หน้าตา UI : realme UI 1.0

 

รองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่องไม่ต้องรออัปเดท

realme X50 5G แกะกล่องมาก็สามารถใช้งานเครือข่าย 5G ในไทยได้ทั้งหมดทันทีครับ โดยไม่จำเป็นต้องอัปเดท ที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ Smart 5G สับเปลี่ยนการใช้งานเครือข่าย 4G และ 5G แบบอัตโนมัติ เพื่อให้ประหยัดแบตเตอรี่ลงได้ด้วย

สำหรับคลื่น 5G ที่รองรับมีทั้งหมด 12 คลื่นทั่วโลก ได้แก่ n1, n3, n5, n7, n8, n20, n28, n38, n40, n41, n77, n78

 

ปรับแต่งไอคอนตามสไตล์ realme UI

ด้วยความที่เป็น realme UI เราสามารถปรับแต่งลักษณะของไอคอนได้ตามใจชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะวัสดุ, กรวดหิน หรือการปรับเองได้ตามใจชอบ

 

โหมดกลางคืน

realme UI มาพร้อมกับโหมดกลางคืนที่เปลี่ยนธีมของเครื่องให้มืดเพื่อให้เราใช้งานตอนกลางคืนได้สบายตากว่าเดิม

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

realme X50 5G มาพร้อมกับระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้าวตัวเครื่อง ที่ต้องบอกว่าสะดวกมากๆ เพียงแค่หยิบขึ้นมาจับเครื่องในท่าทางปกติก็ปลดล็อกให้ทันทีครับ อย่างเราลงทะเบียนนิ้วกลางมือซ้ายหรือนิ้วโป้งมือขวาครับ

 

ที่สำคัญก็ยังมีเทคโนโลยีสแกนใบหน้าที่ลงทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการใช้งานก็ทำได้ไม่แพ้กันครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ใครที่เป็นสายเกมต้องบอกว่า realme X50 5G นั้นคุ้มค่าจริงๆ ครับ เพราะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้พลังงานลงถึง 35% แถมด้วย GPU อย่าง Adreno 620 ช่วยให้เล่นเกมได้ไหลลื่นแน่นอน

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 318,540

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 598 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,937

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

realme X50 5G มีฟีเจอร์ Game Space เช่นเคยครับ เป็นการรวมเกมทั้งหมดที่เราดาวน์โหลดไว้ในที่เดียว ซึ่งยังมีโหมดแข่งขันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม และปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

มากันที่เกมสุดฮิตอย่าง ROV นั้นสามารถเปิดการแสดงผลที่ระดับสูง ขณะที่ภาพ HD และเฟรมเรทสูงจะเปิดได้แบบสูงสุดครับ โดยทดสอบการเล่นในโหมด 5 VS 5 สามารถเล่นได้นิ่งๆ เฟรมเรทไม่มีดรอปตั้งแต่เริ่มเกม ช่วงที่บวกใส่สกิลกันเยอะ หรือช่วงท้ายเกมก็ไม่มีอาการสะดุดให้เห็นครับ

 

Call of Duty: Mobile

มาต่อที่เกม Call of Duty: Mobile สามารถเล่นเกมนี้ได้แบบกราฟิกระดับสูงแบบ Very High ทั้งหมดครับ แล้วเล่นในโหมด 100 คน Battle Royale ได้แบบสบายๆ ครับ เรื่องการสัมผัสก็ทำได้ลื่นมากๆ ด้วยหน้าจอแบบ 120Hz แล้วเรื่องการกดยิงก็แทบไม่มีอาการดีเลยืให้เห็นครับ

 

PUBG Mobile

และอีกแนว FPS ที่สายเกมไม่ควรพลาดอย่าง PUBG Mobile ก็สามารถเปิดได้ในระดับ HD และเฟรมเรทระดับสูง โดยการเล่นต่างๆ ก็แทบไม่ต่างจาก Call of Duty: Mobile ที่เล่นได้แบบไหลลื่น

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย 30W Dart Charge

สำหรับแบตเตอรี่ของ realme X50 5G มีให้ถึง 4200mAh ทำให้ใช้งานทั่วไปหรือถ่ายภาพได้ตลอดวันแน่นอนครับ ส่วนใครที่เล่นเกมก็อาจเล่นได้ประมาณครึ่งวันครับ ทั้งนี้ หากแบตใกล้หมดก็ยังมีเทคโนโลยี 30W Dart Charge ที่ชาร์จได้ถึง 60% -70%ใน 30 นาที ขณะที่เต็ม 100% ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครับ

 

กล้องถ่ายรูป

realme X50 5G จัดเต็มเรื่องกล้องมาให้แบบเต็มๆ เช่นกัน แบ่งเป็นกล้องหลัง 4 เลนส์ และกล้องหน้าอีก 2 เลนส์ทำให้ถ่ายภาพความละเอียดสูงและในแบบ Portrait นั้นทำได้ดีมากๆ

คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล

realme X50 5G จัดเลนส์หลักคมชัดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล ทำให้มีพิกเซลที่เยอะ ช่วยให้เราใช้งานภาพในโหมดนี้ได้หลายงาน เช่น การปริ้นท์รูปภาพเป็นภาพใหญ่ๆ เป็นต้น


ภาพถ่ายโหมดคมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล / ครอป


ภาพถ่ายโหมดคมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ถ่ายคลิกเดียวก็สวยงามด้วย AI

แม้ว่าใครที่จะไม่ได้ใช้งาน 48 ล้านพิกเซลใน realme X50 5G เพียงแค่เราใช้งานโหมดปกติ AI ก็จะตรวจจับวัตถุและแยกแยะให้มีสีสันเหมาะสมในแต่ละอย่างครับ ที่สำคัญเรื่องของแสงและเงาก็ทำได้ดียิ่งขึ้นด้วย

 

Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา

เลนส์ Ultra Wide Angle มีมุมกว้างถึง 119 องศา ทำให้เราได้ภาพที่เก็บได้ครบทั้งฉากหลัง โดยที่ไม่ต้องถอยออกไปถ่ายไกลๆ โดยเรื่องของสีสันและแสงต่างๆ ถือว่าสวยงามและคมชัดอย่างมาก


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

Portrait สวยงามเบลอหลังได้เนียนๆ

realme X50 5G จัดเต็มในเรื่องการถ่าย Portrait ที่ถ่ายได้สวยงามไม่ต่างจากเรือธงรุ่นอื่นๆ ภาพที่ได้มีความเนียนตา เบลอหลังตัดขอบได้เนียน พร้อมใบหน้าของบุคคลจะมีความบิวตี้ที่ปรับให้แบบอัตโนมัติด้วย ซึ่งโหมดนี้ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังที่ความสามารถแทบไม่ต่างกันเลยด้วย

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนคมชัดด้วยฟีเจอร์ Nightscape 3.0

เรื่องการถ่ายภาพกลางคืนต้องบอกว่า realme X50 5G ทำออกมาได้ดีสุดๆ ในตอนกลางคืนที่มีแสงรอบข้างเยอะๆ จะมีความสดใสในภาพมาก ทำให้ดูสว่างและมีความคมชัด ภาพดูไม่ฟุ้ง ที่สำคัญระบบจะประมวลผลไม่นานเพียง 4-5 วินาทีเท่านั้น แถมใช้งานได้ทั้งเลนส์หลักและเลนส์ Ultra-Wide Angle ด้วย


โหมดปกติ / โหมด Nightscape 3.0

 

สีสันจัดเต็มยิ่งขึ้นด้วยโหมด Chroma Boost

สำหรับการถ่ายด้วยโหมดปกตินั้นจริงๆ ถือว่าสีสันออกมาสวยงามแล้ว แต่ realme X50 5G ก็มีโหมด Chroma Boost เพิ่มสีสันให้จัดขึ้นไปอีกขั้นครับ ซึ่งเราจะได้สีสันที่มีเฉดสีเข้มขึ้น พร้อมได้แสงและเงาที่มีมิติกว่าเดิมด้วย


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost

 

เจาะวัตถุได้ไกลถึง 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ใครที่ชอบเห็นวัตถุใกล้ๆ ต้องบอกว่าเลนส์ Macro ใน realme X50 5G นั้นทำออกมาได้ดีเกินคาด ให้เราเห็นสิ่งเล็กๆ ได้ ขนาดที่ดวงตาเราไม่โฟกัสแล้ว ซึ่งสีสันของวัตถุที่ถ่ายอาจจะดรอปจากเลนส์หลักบ้าง แต่ความสวยงามยังคงมีอยู่ครบแน่นอน

 

ถ่ายกล้องหน้าสวยงาม AI Beauty

realme X50 5G มีกล้องหน้าเลนส์หลักความละเอียดสูง 16 ล้านพิกเซล ซึ่งด้วยความที่มี AI ทำให้ระบบตรวจจับเพศ สีผิว และใบหน้าทุกรูปแบบ ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคลลครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ใช้งานได้แบบไหลลื่นทั้งเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป ไม่มีสะดุด
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว ใช้งานได้ลื่นมือและจอใหญ่เต็มตา
  • มีแบตเตอรี่ถึง 4200mAh พร้อมชาร์จเร็ว 30W Dart Charge ไม่ถึงชั่วโมงก็เต็ม
  • กล้องหลังจัดเต็ม 4 เลนส์ ฟีเจอร์ครบครัน
  • กล้องหน้าคู่สวยงาม ถ่าย Portrait ได้เนียนตา

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่ป้องกันน้ำ

realme X50 5G สนนราคาอยู่ที่ 12,990 บาท เริ่มโดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ พร้อมรับฟรี! VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี และเครื่องทำความชื้น มูลค่ารวมกว่า 5,999 บาท

Advertisement
Click to comment

Featured

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

Published

on

Vivo Y12s สมาร์ตโฟนน้องเล็กแบตพลังอึด 5000mAh พร้อมชูโรงด้วยความสะดวกสบายในการสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่องได้รวดเร็ว หรือ Side Fingerprint Scanner หยิบปุ๊บก็พร้อมใช้งานได้ทันที

 

สรุปสเปค Vivo Y12s

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.41 × 76.32 × 8.41 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 191 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ชนิด IPS LCD กว้าง 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio P35 Octa Core
  • RAM 3 GB
  • ROM 32 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์ AI Dual camera แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Vivo Y12s มาในกล่องตามสไตล์ของ Y Series ครับ โดยมีสีฟ้าตัดลายเส้น พร้อมชื่อแบรนด์ Vivo ด้านล่าง และด้านบนจะเป็นชื่อรุ่น Y12s พร้อมความจุที่มุมขวาบน

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y12s พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย Micro USB 2.0
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

Vivo Y12s มาพร้อมกับดีไซน์รอบตัวเครื่องที่มีความโค้ง 2.5D ทำให้จับถือได้อย่างสะดวก แม้ว่าจะมีตัวเครื่องที่ใหญ่แต่ก็ถือได้นานแบบสบายมือมากๆ ครับ

 

โดยสีที่เราได้มาครั้งนี้เป็นสีฟ้าอ่อน Glacier Blue ที่มีความสวยงามแบบละมุนมากๆ แถมมีการเล่นเฉดสีรุ้งอ่อนๆ เมื่อสะท้อนแสงแต่ละมุมอีกด้วย ซึ่งสีนี้เป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูเขาน้ำแข็งแอนตาร์กติก ขณะที่อีกสีที่มีให้เลือกจะเป็นสีดำ Phantom Black

 

หน้าจอแสดงผลจัดมาให้แบบใหญ่ๆ Halo FullView Display ขนาดถึง 6.51 นิ้ว คมชัดดับ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) เรียกว่าสายที่ชมซีรี่ย์หรือชอบดูวิดีโอต่างๆ จะได้ดูแบบเต็มอิ่มและเต็มหน้าจอแน่นอน

 

บริเวณเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีหยดน้ำตรงกลางที่ฝังกล้องหน้าลงไป ถัดขึ้นไปจะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายตัวเครื่องมีช่องใส่ nanoSIM 2 ช่อง แถมมีช่องใส่ MicroSD Card แยกให้อีกช่องด้วย รวมเป็น 3 Slot ไปเลยจ้า

 

ทางขวาจะเป็นปุ่ม Power ที่ใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่อยู่เหนือขึ้นไป

 

ทางด้านล่างยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้อง 2 เลนส์เท่านั้น ถัดลงมาจะเป็นสัญลักษณ์กล้อง ไม่ใช่เลนส์ที่ 3 โดยด้านล่างสุดจะเป็นไฟแฟลช LED 1 ดวง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y12s แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งจะเน้นด้านความไหลลื่นและประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น

 

โหมดป้องกันดวงตา

รุ่นนี้มาพร้อมโหมดป้องกันดวงตาหรือการตัดแสงสีฟ้า โดยสามารถปรับความเข้มได้ตามความต้องการของเราครับ ทั้งนี้ ใครที่ใช้งานบ่อยๆ ก็สามารถเลือกให้เปิดเองตามเวลาที่ตั้งค่าไว้หรือตามพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก

 

โหมดมืด

การใช้งานทั่วไป หลายคนน่าจะเลือกโหมดมืดในการใช้งาน ซึ่ง Vivo Y12s ก็ใช้งานได้แบบสบายตาในที่แสงน้อย โดยสามารถเปิดอัตโนมัติได้เหมือนกับโหมดป้องกันดวงตา โดยแอปพลิเคชั่นที่รองรับก็จะเปลี่ยนเป็นโหมดมืดตามไปด้วย

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านความปลอดภัยของเครื่องก็มาพร้อมความสะดวกสบายเหมือนกับ โดย Vivo Y12s มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint) เมื่อหยิบขึ้นมาก็เข้าล็อกกับนิ้ว ทำให้ปลดล็อคหน้าจอพร้อมใช้งานได้ทันที แถมการปลดล็อคก็ทำได้รวดเร็วมากๆ เพียง 0.23 วินาที

นอกจากนี้ เราก็ยังสามารถใช้งานสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคหรือ Face Wake ได้เช่นกัน ซึ่งก็มีความรวดเร็วแทบไม่ต่างกันครับ

 

AI Albums อัลบั้มรูปจัดเรียงได้ฉลาด

AI Albums จะเป็นการจัดเรียงอัลบั้มในแกลเลอรี่ได้ฉลาด โดยจะแบ่งได้ตามหมวดหมู่ตามภาพที่เราถ่าย เช่น สถานที่, อาหาร หรือเวลาต่างๆ ที่ต่างกันไปครับ ทำให้เราหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้นด้วย

 

iManager คลิกเดียวก็เคลียร์ขยะได้หมด

แอปพลิเคชั่น iManager เข้ามาช่วยให้เราได้เคลียพื้นที่ขยะในเครื่องได้ครบเพียงคลิกเดียว ซึ่งนอกจากจะล้างไฟล์ขยะได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบแอปที่ไม่ปลอดภัยได้ด้วย ซึ่งเราสามารถล้างขยะในเครื่องได้แบบอัตโนมัติทั้งแบบต่อ 7 วัน, 15 วัน, 30 วัน หรือเมื่อพื้นที่ไม่เพียงพอ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y12s ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa Core ซึ่งการใช้งานทั่วไปทำงานได้ไหลลื่นตามปกติครับ เล่นโซเชียลหรือดู YouTube ได้สบายๆ โดยมี RAM มาให้ 3 GB และ ROM 32 GB เพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 256GB ซึ่งโหลดแอปทั่วไปก็เหลือๆ ส่วนภาพถ่ายก็ใส่ใน MicroSD Card แยกไว้ได้เลย!

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 163 และคะแนน Multi-Core ที่ 936

 

Multi-Turbo 3.0 เพิ่มความแรงทุกการใช้งาน!

สำหรับ Multi-Turbo 3.0 ก็ยังคงมีมาให้เหมือนเดิม โดยจะเร่งความเร็วของ CPU, AI รวมถึงความเร็วของเครือข่ายให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ช่วยให้การใช้งานทั่วไปหรือตอนเล่นเกมทำได้แบบลื่นๆ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เราได้ทดสอบการเล่นเกม ROV ครับ โดยสามารถเปิดกราฟิกได้ในระดับสูงพร้อมภาพ HD ระดับสูงมาก โดยเปิดเฟรมเรทสูงได้เช่นกัน ซึ่งช่วงที่เล่นตั้งแต่เริ่มเกมทำได้แบบไหลลื่นมาก แต่เฟรมเรทอาจจะมีเหวี่ยงบ้างเล็กน้อยในช่วงที่ปล่อยสกิลกันเยอะๆ แต่ก็ไม่เกิดการกระตุกหรือส่งผลในการเล่นครับ

 

แบตเตอรี่พลังอึดอยู่ได้ตลอดวันแน่นอน

Vivo Y12s มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh ซึ่งทำให้ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันแน่นอน โดยเราสามารถชมวิดีโอระดับ HD ได้นานสูงสุดถึง 16.3 ชั่วโมง หรือเล่นเกมได้นานถึง 8.9 ชั่วโมง

นอกจากนี้เราก็ยังใช้งาน Reverse Charging หรือเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank (กำลังไฟ 5V/1A) เพื่อชาร์จเครื่องอื่นได้อีกด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y12s มาพร้อมกับกล้องหลัง 2 เลนส์ AI Dual Camera ช่วยให้ถ่ายภาพ Portrait ได้อย่างสวยงาม รวมถึงการเซลฟี่ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเกินราคาอีกด้วย

 

โหมดปกติถ่ายสวยเพียงคลิกเดียว

แม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y12s ก็ถ่ายภาพในโหมดปกติได้อย่างสวยงามมากๆ ครับ มีความสดใสของสีสัน ดูไม่ซีด ถ่ายได้คมชัด แถมถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็ยังมีรายละเอียดที่เห็นได้ชัดเจนแม้ว่าจะไม่ได้มีโหมดถ่ายกลางคืนก็ตาม

 

ถ่าย Portrait สวยงาม พร้อมใบหน้าสวยด้วย Face Beauty

เลนส์ที่เข้ามาช่วยเลนส์หลักเป็นเลนส์ Bokeh ที่ช่วยการละลายฉากหลังทำได้อย่างสวยงามและมีมิติมากขึ้น เบลอได้ค่อนข้างเนียนเลยทีเดียว แถมมี Face Beauty ปรับผิวได้เนียนและสวยตามสไตล์ของ Vivo ที่ดูมีความเป็นธรรมชาติมากๆ

 

ทั้งนี้ ที่กล้องหน้าก็ยังสามารถถ่ายโบเก้และสามารถปรับ Face Beauty ได้เหมือนกับกล้องหลังเลยด้วย เรื่องการตัดขอบเพื่อเบลอฉากหลังจัดว่าเนียนมากๆ

 

ฟิลเตอร์มีให้เลือกหลายหลาย

ใครที่เพิ่มความสนุกของการถ่ายภาพจะมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้กันเพียบหลาย 10 แบบ เช่น เกรปฟรุต, โยเกิร์ต, เกาะ, ลมยามเย็น, เมืองเล็ก หรือเงียบ (ขาว-ดำ) เป็นต้น

 

กล้องหน้า AI ถ่ายชัดครบทั้งภาพ

หากใครที่อยากเซลฟี่ให้เห็นฉากหลังด้วย ก็ยังถ่ายได้คมชัดด้วยโหมดปกติ ซึ่งก็ยังสามารถปรับใบหน้าสวยงามได้เหมือนกัน

 

สรุปจุดเด่น

  • แบตเตอรี่ใหญ่ถึง 5000mAh ใช้งานได้เต็มวันแบบไม่ต้องกลัวว่าจะหมด
  • หน้าจอ Halo FullView Display ใหญ่ถึง 6.51 นิ้ว รับชมสิ่งต่างๆ ได้เต็มตา พร้อมความคมชัดระดับ HD+
  • กล้องหลัง AI Dual camera ถ่าย Portrait พร้อม Face Beauty ได้สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ
  • มาพร้อม Side Fingerprint สแกนลายนิ้วมือได้ที่ข้างตัวเครื่อง ใช้งานสะดวก และทำงานได้รวดเร็ว
  • ใช้ CPU MediaTek Helio P35 ควบคู่กับ RAM 3 GB ทำให้ใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น และมี ROM 32 GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ ทำให้เก็บภาพถ่ายได้เยอะแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ
  • พอร์ตเป็น Micro USB 2.0 อยู่

Vivo Y12s ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 4,299 บาท  ขายวันแรก วันจันทร์ที่  23 พฤศจิกายน 2563

Continue Reading

Apple News

ซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่าดีอย่างไร แถมยังได้ส่วนลดเป็นหมื่นที่ Power Buy

Published

on

iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking

เปิด Pre Booking แล้วสำหรับ iPhone 12 ในไทย แต่ทราบหรือไม่ว่าการเลือกซื้อเครื่องเปล่าแบบไม่ติดสัญญา ดีกว่าอย่างไร วันนี้จะพาไปส่องโปรโมชั่นจาก Power Buy ได้ทั้งส่วนลด ใช้พ้อยท์ลดเพิ่มได้ และที่สำคัญคือได้รับเครื่องใช้งานก่อนใครวันแรก 27 พ.ย. 63

iPhone 12 เครื่องเปล่าดีกว่าเครื่องติดสัญญาอย่างไร?

  • iPhone 12 เครื่องเปล่า เป็นเครื่องที่ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ กับเครือข่ายมือถือ
  • ใช้งานได้อิสระ อยากจะย้ายค่ายตอนไหนก็ทำได้
  • ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจการใช้งานได้ตามต้องการ แต่หากเป็นเครื่องติดสัญญาจะเป็นเรื่องยากในการเปลี่ยนแพ็กเกจ โดยเฉพาะแพ็กเกจที่มีราคาถูกกว่าเดิมจะไม่สามารถทำได้
  • ผู้ที่ใช้ซิมแบบเติมเงินก็สามารถซื้อได้ ไม่ต้องมีขั้นตอนในการซื้อหรือทำสัญญากับเครือข่ายให้ยุ่งยาก
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เปลี่ยนมือถือบ่อยๆ

ราคา iPhone 12 เครื่องเปล่า

  • iPhone 12 mini ความจุ 64GB ราคา 25,900 บาท
  • iPhone 12 mini ความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท
  • iPhone 12 mini ความจุ 256GB ราคา 31,900 บาท
  • iPhone 12 ความจุ 64GB ราคา 29,900 บาท
  • iPhone 12 ความจุ 128GB ราคา 31,900 บาท
  • iPhone 12 ความจุ 256GB ราคา 35,900 บาท
  • iPhone 12 Pro ความจุ 128GB ราคา 36,900 บาท
  • iPhone 12 Pro ความจุ 256GB ราคา 40,900 บาท
  • iPhone 12 Pro ความจุ 512GB ราคา 48,900 บาท
  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 128GB ราคา 39,900 บาท
  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 256GB ราคา 43,900 บาท
  • iPhone 12 Pro Max ความจุ 512GB ราคา 51,900 บาท

เห็นราคา iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นแล้ว แต่ขอบอกว่าโปรโมชั่นที่จะพาไปดูกันนี้ ไม่ต้องจ่ายราคาเต็ม เพราะที่ Power Buy สามารถใช้บัตรเครดิต The1 ผ่อน 0% แถมได้ลด Ontop 6% และแลกคะแนน The1 รับส่วนลดสูงสุดถึง 32.5%

ต่อที่ 1 บัตรเครดิต The1 ผ่อน 0% และลด 6%

เราลองมาคำควณกันง่ายๆ ถ้าซื้อเครื่อง iPhone 12 Pro Max ความจุ 256GB ราคา 43,900 บาท ใช้บัตรเครดิต The1 ลดค่าเครื่องทันที 6%

ราคา 43,900 – 6% = 41,266 บาท (ประหยัดทันที 2,634 บาท) ถ้าเลือกผ่อน 0% นาน 10 เดือน ก็จะเหลือเพียง 4,126.60 บาทต่อเดือน

ต่อที่ 2 บัตรเครดิต The1 แลกคะแนน The1 ลดสูงสุด 32.5% และลด 6%

มาต่อกับส่วนลดที่ 2 สำหรับลูกค้าที่มีคะแนน The1 ใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ รับส่วนลดรวมสูงสุด 32.5% เดี๋ยวเรามาคำนวณราคาของ iPhone 12 Pro Max ความจุ 256GB กันต่อ ก่อนจะได้ส่วนลดเพิ่ม 6%

ตอนนี้ยอดซื้ออยู่ที่ 43,900  – 20% (ใช้ 43,900 คะแนน) = – 8,780 บาท

ถ้าคะแนนยังเหลือ สามารถแลกเพิ่มรับส่วนลดอีก 12.5%

ยอดซื้อเหลือ 43,900 – 12.5% (ใช้ 43,900 คะแนน) = – 5,487.5 บาท

หรือรับส่วนลด 32.5%

43,900 – 32.5% (ใช้ 87,800 คะแนน) = – 14,267.5 บาท

ส่วนลดรวมทั้งหมด ราคาเครื่องเหลือเพียง 29,632.50 บาท

ยังไม่พอ รับส่วนลดเพิ่มอีก 6% จากการผ่อน 0% ยาวๆ 10 เดือน เหลือเพียง 27,854.55 ผ่อนเพียงเดือนละ 2,785.45

ต่อที่ 3 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 32,000 บาทต่อบัตร

  • ยอดผ่อนต่อเซลล์สลิป 5,000 – 11,999 บาท รับเครดิตคืน 100 บาท
  • ยอดผ่อนต่อเซลล์สลิป 12,000 – 29,999 บาท รับเครดิตคืน 250 บาท
  • ยอดผ่อนต่อเซลล์สลิป 30,000 – 74,999 บาท รับเครดิตคืน 800 บาท
  • ยอดผ่อนต่อเซลล์สลิป 75,000 บาท ขึ้นไป รับเครดิตคืน 3,200 บาท

ยอดซื้อ iPhone 12 Pro Max ความจุ 256GB หลังหักส่วนลดต่างๆ แล้วอยู่ที่ 27,854.55 บาท ซึ่งก็จะเข้าเงื่อนไขรับเครดิตเงินคืน 250 บาท อย่าลืมลงทะเบียนก่อนช้อปผ่านแอป UChoose  หรือ พิมพ์ PW3 (เว้นวรรค) ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิตหมายเลขบัตร 16 หลัก ส่งไปที่ 081-2782222

สรุปยอดที่ต้องจ่ายสำหรับซื้อ iPhone 12 Pro Max ความจุ 256GB ที่ Power Buy ด้วยบัตรเครดิต The1 และใช้คะแนนลดเพิ่ม จ่ายเพียง 27,854.55 บาท จากราคาปกติ 43,900 บาท (ได้ส่วนมากถึง 16,045.45 บาท) เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากๆ และไม่ต้องติดสัญญาใดๆ กับเครือข่ายมือถือด้วย

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต SCB, UOB และ Kbank มีทั้งส่วนลด Ontop, ผ่อน 0% สูงสุด 36 เดือน และรับเครดิตเงินคืน ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ Pre Booking ล่วงหน้าที่ Power Buy จะได้รับเครื่องก่อนใครในวันที่ 27 พ.ย. 63 ซึ่งกลุ่มแรกที่จะได้ใช้งาน iPhone 12 ในไทย อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าจะได้รับ iPhone 12 รุ่นที่เลือก ความจุที่ต้องการ และสีที่ชอบอย่างแน่นอน หากทำการ Pre Booking ที่ Power Buy ไม่ต้องไปรอลุ้นหน้าร้านว่าจะมีความจุและสีที่ต้องการหรือไม่

Power Buy เปิด Pre Booking ผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 63 – 26 พ.ย. 63 และจองได้ที่หน้าร้านทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 63 – 25 พ.ย. 63

เงื่อนไขการจอง iPhone 12 ที่ Power Buy คลิก https://www.powerbuy.co.th/th/pre-booking-iphone-12-store

สำหรับผู้ที่ไม่ได้จองสามารถซื้อได้เช่นในวันที่ 27 พ.ย. 63 แต่อาจจะไม่มีรุ่น สี และความจุที่ต้องการ ดังนั้นให้จองไปก่อนจะดีที่สุด และโปรโมชั่นพิเศษนี้มีเฉพาะที่ Power Buy เท่านั้น!

Continue Reading

Apple News

iPhone 12 สมาร์ทโฟนขุมพลังแรงสุด พร้อมใช้บนเครือข่าย AIS 5G เร็วแรงระดับกิกะบิต พร้อมโปรสุดคุ้มลดสูงสุด 17,400 บาท ผ่อนนาน 24 เดือน

Published

on

By

หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่หลายคนรอคอยกันอยู่ในตอนนี้คงไม่พ้น iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ซึ่งทุกรุ่นอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีแบบจัดเต็ม โดยเตรียมที่จะพรีออเดอร์ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 27 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป แต่จะซื้อกับที่ไหน วันนี้เรามีตัวเลือกที่น่าสนใจมาฝากกันครับ

หน้าจอสุดล้ำพร้อมแข็งแกร่งขั้นสุด

สำหรับ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นมาพร้อมกับหน้าจอแสงผลสุดล้ำอย่าง Super Retina XDR พร้อมครอบทับด้วย Ceramic Shield เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น พร้อม Contrast Ration 2,000,000:1 และมีความสว่างสูงสุดถึง 1,200 นิต

A14 Bionic ขุมพลังเร็วแรงสุดในโลกของสมาร์ทโฟน

iPhone 12 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล A14 Bionic ในขนาดเล็กเพียง 5 นาโนเมตร รองรับ Neural Engine เร็วขึ้นถึง 80% แถมยังเป็นชิปที่ถูกขนานนามว่าเป็นชิปบนสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในโลกด้วย

กล้องระดับโปร

การอัปเกรดขั้นสุดในเรื่องของ iPhone 12 ทุกรุ่น ถ่ายโหมดกลางคืนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและดีขึ้นถึง 87% พร้อมใช้งานได้ทุกเลนส์ ทั้งยังรองรับการถ่ายวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision ได้เป็นรุ่นแรกของโลก แถมในรุ่น Pro ยังมี LiDar Scanner เพื่อช่วยให้เราได้ใช้งานด้าน 3 มิติ รองรับกับอนาคตอย่างแท้จริง

รองรับ 5G ที่ต้องใช้กับเครือข่ายที่ดีที่สุด

แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ขาดไปไม่ได้ของ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น คือ การรองรับเทคโนโลยี 5G เป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้ iPhone มีระบบไร้สายที่เร็วยิ่งกว่าเดิมและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ช่วยให้ใช้งานได้แบบไม่มีสะดุด ในเมื่อ iPhone รองรับการใช้งาน 5G แล้ว การเลือกใช้บนเครือข่ายที่รองรับ 5G ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ เพื่อที่จะทำให้ iPhone 12 ทุกรุ่นใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเครือข่ายที่ดีที่สุดในไทยอย่าง AIS 5G ก็พร้อมให้ได้ใช้งานกันเต็มประสิทธิภาพ แต่จะมีเหตุผลบ้างที่ทำให้เราต้องเลือกใช้ iPhone 12 กับทาง AIS ไปดูกันครับ

AIS 5G คลื่นความถี่ 4G และ 5G มากที่สุดในไทย ครอบคลุมการใช้งานมากที่สุด

เครือข่าย AIS 5G ที่ดีที่สุด ผู้นำเครือข่าย 5G อันดับ 1 ของไทย ซึ่งมีคลื่นความถี่มากที่สุด มีพื้นที่ให้บริการ 5G ครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วไทย และมีความเร็วระดับ 1Gbps อีกทั้งยังได้รับการการันตีเครือข่ายที่เร็วที่สุดจาก Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของโลก

AIS 5G มีคลื่นครบทุกย่านความถี่ ทั้งย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง ประกอบด้วย คลื่น 700 MHz จำนวน 30 MHz (2×15 MHz), คลื่น 2600 MHz จำนวน 100 MHz และคลื่น 26 GHz จำนวน 1200 MHz รวมคลื่นความถี่ 5G ทั้งหมดอยู่ที่ 1330 MHz และเมื่อรวมกับคลื่นความถี่เดิมที่ AIS มีจำนวนมากที่สุดอยู่แล้ว ส่งผลให้ AIS เป็นผู้นำอันดับ 1 ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการ 4G และ 5G มากที่สุดรวม 1420 MHz 

AIS 5G มีความเร็วในการดาวน์โหลดถึงระดับกิกะบิต การรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วกว่า 4G ถึง 24 เท่า สามารถดาวน์โหลดไฟล์หนังระดับ 4K หรือ 8K หรืออัลบั้มเพลง ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ในด้านของการค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่าน Mobile Internet ก็ทำได้ในเวลาเสี้ยววินาที ในส่วนของ LATENCY อัตราการตอบสนองก็ทำได้อย่างรวดเร็วน้อยกว่า 1-10 Millisecond อีกทั้งรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้จำนวนมาก ดังนั้นเมื่อใช้งานสมาร์ทโฟนบนเครือข่าย AIS 5G จะทำให้การใช้งานมีความลื่นไหล ทั้งในเรื่องการของการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น หรือไฟล์ต่างๆ การสตรีมมิ่งเพลงวีดีโอ รวมไปถึงการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลต่างๆ ทำได้อย่างไม่มีสะดุด

เทคโนโลยี EN-DC (EUTRAN NEW radio Dual Connectivity)

EN-DC (EUTRAN NEW radio Dual Connectivity) เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ AIS นำมาให้บริการบนเครือข่าย AIS 5G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานใหม่ของยุค 5G ที่เครือข่ายและสมาร์ทโฟนจะสามารถรวมประสิทธิภาพจากทุกคลื่นความถี่ รวมความเร็วทั้งจาก 4G และ 5G เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความเร็วสูงสุด และยิ่งมีคลื่นความถี่กว้าง ยิ่งทำให้ความเร็วเต็มประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G และเทคโนโลยี EN-DC หลายรุ่นในตลาด และแน่นอนว่ารองรับ iPhone 12 ทุกรุ่นด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด

เห็นฟีเจอร์เด่นๆ ของ iPhone 12 กันไปแล้ว รวมไปถึงความพร้อมของเครือข่าย AIS 5G ที่จะทำให้ใช้งาน iPhone 12 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และส่ิงที่จะขาดไปไม่ได้เลยนั่นคือโปรโมชั่นที่จะมอบความคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ iPhone 12 ที่ AIS รายละเอียดดังนี้

โปรโมชั่น iPhone 12 ลดสูงสุด 17,400 บาท

iPhone 12 ที่ AIS 5G ลดสูงสุด 17,400 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย รายละเอียดของราคาแต่ละรุ่นและแพ็กเกจดังนี้

HotDeal Easy Pay เครื่องราคาพิเศษพร้อมแพ็กเกจ

เครื่องราคาพิเศษพร้อมสมัครแพ็กเกจที่กำหนด ผ่อน 0% นาน 24 เดือน

AIS Hot Deal ซื้อเครื่องราคาพิเศษพร้อมแพ็กเกจ 

เครื่องราคาพิเศษพร้อมแพ็กเกจ ลูกค้าเซเรเนดรับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บ. เมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ AIS 5G One Plan for iPhone

รายละเอียดแพ็กเกจ AIS 5G One Plan for iPhone

พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายเมื่อซื้อ iPhone 12 ที่ AIS

สิทธิพิเศษแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นผ่อน 0% นานสูงสุด 40 เดือน หรือรับเงินคืนสูงสุด 28% รับสิทธิ์เซเรเนดทันทีเมื่อสมัครแพ็กเกจ AIS 5G One Plan for iPhone เป็นต้น

รับ iPhone 12 ก่อนใคร เพียงสั่งซื้อล่วงหน้าที่ AIS

พิเศษยิ่งขึ้น! เอาใจผู้ที่ต้องการใช้ iPhone 12 ตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย AIS ให้ลูกค้าได้รับเครื่องก่อนใครได้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 63 เวลา 00:01 น. เป็นต้นไป AIS พร้อมให้คุณเป็นคนแรกในไทย ที่ได้รับเครื่องก่อนใคร  อย่าด่วนตัดสินใจด้วยราคาอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ และที่สำคัญมากๆ ต้องคำนึงถึงเรื่องเครือข่ายมือถือ 5G ต้องใช้กับ Network 5G ที่ดีที่สุดอย่าง AIS ด้วย เพื่อ iPhone 12 ซึ่งรองรับการใช้งาน 5G ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

เพียงสั่งซื้อล่วงหน้าที่ AIS Online Store ในวันที่ 20 พ.ย. 63 โดย AIS มีบริการเปิดช้อปที่ AIS eSports STUDIO ชั้น 2 สามย่านมิตรทาวน์ ให้รับเครื่องได้ตั้งแต่ วันที่ 27 พ.ย. 63 เวลา 00:01 น. – 10.00 น. สั่งจองคลิก

พิเศษ! รับเครื่องก่อนใครสำหรับใครที่ต้องการรอรับให้ส่งตรงถึงบ้านเฉพาะกรุงเทพเท่านั้น วันที่ 27 พ.ย. 63 เวลา 00:01 น. เป็นต้นไปใส่โค้ด AIS5GiPhone12 เพื่อรับสิทธิ์ สั่งจองคลิก

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ต้องเลือกใช้ iPhone 12 ที่รองรับการใช้งาน 5G บนเครือข่าย AIS 5G ซึ่งทำให้การใช้งาน iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนเครือข่ายที่มีคลื่นความถี่มากที่สุด คลอบคลุมการใช้งานมากที่สุด อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีมาตรฐานใหม่ของยุค 5G อย่าง EN-DC ที่เครือข่ายและสมาร์ทโฟนจะสามารถรวมประสิทธิภาพจากทุกคลื่นความถี่ รวมความเร็วทั้งจาก 4G และ 5G เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความเร็วสูงสุด และยังมีโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดสูงสุด 17,400 บาท พร้อมกันนี้ยังได้รับ iPhone 12 ก่อนใครในวันแรกที่เปิดขายอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม https://m.ais.co.th/4RHEgQlU8

#AIS5Gคลื่นมากสุดเร็วที่สุด #AIS5GxiPhone12 #iPhone12OnFastestAIS5G #5Gที่ดีที่สุด

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured2 วัน ago

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking
Apple News4 วัน ago

ซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่าดีอย่างไร แถมยังได้ส่วนลดเป็นหมื่นที่ Power Buy

เปิด Pre Booking แล้...

Apple News5 วัน ago

iPhone 12 สมาร์ทโฟนขุมพลังแรงสุด พร้อมใช้บนเครือข่าย AIS 5G เร็วแรงระดับกิกะบิต พร้อมโปรสุดคุ้มลดสูงสุด 17,400 บาท ผ่อนนาน 24 เดือน

หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ห...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิวผลิตภัณฑ์ realme AIoT สู่ยุคใหม่ ยกระดับไลฟ์สไตล์ ทั้งสมาร์ทวอทช์ Watch S, หูฟัง Buds Air Pro, กล้อง Smart Cam 360° และเครื่องชั่ง Smart Scale

realme Narzo 20 Pro Review realme Narzo 20 Pro Review
Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme Narzo 20 Pro สมาร์ทโฟนคนรุ่นใหม่ จอลื่น 90Hz และชาร์จเร็ว 65W

รีวิว realme Narzo 2...

Advertisement

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

เอไอเอส จับมือ ธรรมศาสตร์ เปิดตัว SDG Lab by Thammasat & AIS นำ 5G/IoT เสริมแกร่งแนวคิด SMART University สู่ SMART City

เอไอเอส เดินหน้านำเท...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

นับถอยหลังสู่พลังความเร็ว 5G สำหรับทุกคน ใน realme 7 5G & realme Smart TV Launch Event พร้อมเปิดพื้นที่โชว์ศักยภาพคนรุ่นใหม่อย่างไร้ขีดจำกัดใน Empower the Next Gen

realme แบรนด์สมาร์ทโ...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

ดีแทคและซันเดย์ อินส์ จับมือร้านยาฟาสซิโน และร้านยากรุงเทพ เครือข่ายร้านยารายใหญ่ในไทย ขยายต่อความสำเร็จ ‘ใจดีช่วยค่ายา’

ดีแทคเติมเงิน ขยายต่...

Android News3 ชั่วโมง ago

POCO เปิดตัว POCO M3 – กล้องทรงพลัง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 mAh และจอแสดงผลแบบ FHD+

จากการสร้างกลุ่มผลิต...

Android News7 ชั่วโมง ago

อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 55W จาก Xiaomi ผ่านการรับรอง คาดใช้ในสมาร์ทโฟน Redmi

Xiaomi ได้รับการรับร...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง