ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

รีวิว realme X2 Pro สมาร์ทโฟน “แรงเต็มขั้น พลังเรือธง” รุ่นแรกของแบรนด์ ที่ถือว่าให้สเปคและฟีเจอร์ต่างๆ แบบเรือธงของแท้ ชูโรงด้วยหน้าจอสุดลื่น Refresh Rate 90Hz บนขุมพลัง CPU ตัวแรงสุด ณ ตอนนี้อย่าง Snapdragon 855+ มี RAM 12GB และหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 แถมแบตเตอรี่ก็อึด รองรับ SuperVOOC Flash Charge ถึง 50W พร้อมด้วยฟีเจอร์กล้องที่ให้มาเพียบ

 

สรุปสเปค realme X2 Pro

  • ขนาดตัวเครื่อง : 161 × 75.7 × 8.7 มม.
  • น้ำหนัก : 199 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) รองรับ HDR10+ พร้อม 90Hz Ultra Smooth Display, พื้นที่หน้าจอแสดงผล 91.7% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • ความจุ RAM 12GB + ROM 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 115 องศา ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 ซูม Optical ได้ 5 เท่า และ Hybrid ได้ 20 เท่า
    • เลนส์ Depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับ 50W SuperVOOC Flash Charge (10V/5A)

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

แกะกล่องดูอุปกรณ์ภายในกันครับว่ามีอะไรบ้าง โดยตัวกล่องมาในสไตล์เรียบง่าย เป็นกล่องสีขาวพร้อมชื่อรุ่นและสเปคเบื้องต้น โดยอุปกรณ์ภายในมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme X2 Pro พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ SuperVOOC 50W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

สีที่เราได้มาในการรีวิวครั้งนี้เป็นสีน้ำเงิน Neptune Blue ที่จะไม่ได้มีการไล่เฉดครับ แต่จะมีการสะท้อนแสงเล่นเงากับพื้นผิวกระจกเป็นอย่างดีครับ และใครที่ชอบสีเข้มๆ ก็ต้องเลือกสีนี้เลย

 

ส่วนอีกสีอย่างสีขาว Lunar White ที่จะไม่ใช่สีขาวไปสะทีเดียวครับ แต่จะมีการไล่เฉดสีขาว, ฟ้า และม่วงอ่อนๆ อย่างสวยงามแบบเรียงลงมา แถมหากมีการสะท้อนแสงอาทิตย์ก็จะได้เฉดสีรุ่งออกมาผสมๆ กันไป ใครที่ชอบสีละมุนๆ ดูนุ่มๆ ต้องไม่ควรพลาดเด็ดขาดครับ

 

ตัวเครื่องของ realme X2 Pro ถือว่าดีไซน์ออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีความโค้งด้วยกระจก 3D ที่ด้านหลัง ทำให้เวลาจับถือทั้งตอนโทรหรือตอนดูวิดีโอจะไม่มีอาการบาดมือแน่นอน

 

หากใครที่สังเกตเรื่องโลโก้ของแบรนด์ realme ที่ดูแปลกๆ ในส่วนนี้น่าจะเป็นเรื่องของการจับถือเครื่องเพื่อไม่ให้บังชื่อแบรนด์ในเวลาที่ถือโทรหรือใช้งานทั่วไปครับ

 

ด้านดีไซน์ว่าสวยแล้ว หน้าจอแสดงผลใน realme X2 Pro ก็มีเทคโนโลยีที่ให้ความสวยงามของหน้าจอเหมือนกัน ตั้งแต่การใช้พาเนล Super AMOLED กว้างถึง 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) และยังรองรับการแสดงผล HDR10+ และ DCI-P3 Color gamuts อีกด้วย ใครที่รักการชมภาพยนตร์หรือดูซีรี่ย์ในสมาร์ทโฟนต้องชอบเรื่องความสดความใสของหน้าจอรุ่นนี้แน่ๆ

 

ทั้งนี้ หน้าจอของ realme X2 Pro ยังครอบทับด้วยกระจกสุดแข็งแกร่งอย่าง Corning Gorilla Glass 5 รวมไปถึงมีการตรวจสอบและรองรับโดย TÜV Rheinland สถาบันรับรองความปลอดภัยในการใช้งานของผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากประเทศเยอรมัน ซึ่งตรงนี้จะช่วยเรื่องการตัดแสงสีฟ้าออกไป แต่ยังคงความสดใสของหน้าจอได้เหมือนเดิมด้วย

 

และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในเรื่องหน้าจอคือความไหลลื่นขั้นสุดจริงๆ ครับ เพราะมาพร้อมกับ Refresh Rate ถึง 90Hz ทำให้เราใช้งานสมาร์ทโฟนหรือจ้องหน้าจอได้นานๆ โดยไม่เมื่อยล้าดวงตา แถมยังได้ความลื่นในการสัมผัสและการกดที่ไปตามนิ้วได้ดีมากๆ แทบไม่มีความหน่วงหรือความเบลอขณะเลื่อนหน้าจอไปมาเลย และเดี๋ยวเราจะมีทดสอบการใช้งานเล่นเกมจากประโยชน์ของจอ Refresh Rate 90Hz ที่ด้านล่างครับ

 

มาต่อที่รอบเครื่องกันครับ เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีรอยบากทรงหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเข้าไป ถัดไปด้านบนหน่อยก็จะมีลำโพงที่ใช้สำหรับทั้งสนทนาและเป็นลำโพงตัวที่ 2 ในรูปแบบของ Dolby Atmos อีกด้วย

 

ทางซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงปุ่มเพิ่มและลดเสียงเท่านั้น

 

ที่ฝั่งขวามีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง ไม่มีช่องใส่ MicroSD Card ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ด้านบนตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ด้านล่างจะมีทั้งช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช Dual LED ที่ฝั่งขวาของเลนส์ และมีแบรนด์ realme ประกอบอยู่

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X2 Pro มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย ColorOS 6.1 ที่จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ๆ ของระบบไปใช้กันกันเต็มที่เลยครับ แถมยังช่วยเรื่องการจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่อง ทำให้ใช้งานได้ลื่นกว่าเดิม

 

realme X2 Pro จะมีหน้าจอหลักที่เวลาเราโหลดแอปพลิเคชั่นมาก็จะมาอยู่ที่หน้านี้โดยอัตโนมัติ แต่ก็ยังมีหน้ารวมแอปที่เรียงตามตัวอักษร และมีหมวดหมู่ที่คาดว่าเราใช้งานบ่อยที่สุดด้วย

 

ใครที่ชอบวอลเปเปอร์หรือธีมที่หลากหลาย ในรุ่นนี้ก็มีให้เลือกเพียบเลยครับในแอป “ร้านขายธีม” ที่จะมีธีมให้เลือกประมาณ 10 แบบ และวอลเปเปอร์สวยๆ งามๆ อีกเพียบเลย

 

ดูข้อมูลได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปิดจอด้วย Always on Display

ใน realme X2 Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์ Always on Display ที่จะแสดงผลทั้งเรื่องเวลา, วันที่, แบตเตอรี่ และไอคอนการแจ้งเตือนต่างๆ ครับ โดยเราไม่จำเป็นต้องกดปุ่มล็อคเครื่องเพื่อดูให้เสียเวลาอีกต่อไป โดยส่วนนี้เราสามารถตั้งแต่เริ่มและสิ้นสุดการแสดงผลได้เพื่อไม่ให้ใช้งานแบตเตอรี่มากเกินไปได้

 

Dark Mode ที่ไม่ธรรมดา รองรับเกือบทุกแอปในเครื่อง

น่าจะชอบแน่ๆ สำหรับใครที่ใช้งาน Dark Mode บ่อยๆ เพราะต้องบอกว่ารุ่นนี้นั้นรองรับแอปพลิเคชั่นแทบทั้งหมดในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, IG, Line หรือ Twitter โดยไม่จำเป็นต้องไปเปิดในแอปให้ยุ่งยาก

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

ด้วยความที่เป็นเรือธง แน่นอนว่า realme X2 Pro ต้องมีการปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแน่นอน รองรับทั้งหมด 5 ลายนิ้วมือ โดยการทำงานถือว่ารวดเร็วมากๆ เพียง 0.23 วินาทีเท่านั้นก็ใช้งานได้ทันที แต่ก็ไม่ได้มีดีแค่เร็วเพราะมีความแม่นยำด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีระบบสแกนใบหน้าที่รวดเร็วพอๆ กับการสแกนลายนิ้วมือเลย หลังจากที่เราลงทะเบียนใบหน้าเสร็จ เพียงแค่ปลดล็อคเครื่องปุ๊บ กุญแจสัญลักษณ์ปลดล็อคหน้าจอก็ปลดให้ทันที ไม่น่าจะถึง 1 วินาทีด้วยซ้ำ

 

ลำโพงคู่ ชิปเสียง Dolby Atmos

realme X2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมระบบเสียงสเตอริโอคู่แบบ Dolby Atmos พร้อมคุณภาพเสียง Hi-Res ที่มีการแยกลำโพงฝั่งซ้ายขวาได้อย่างชัดเจนเลยครับ ไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังในการใช้งานด้วย แถมไม่ว่าจะรับชมภาพยนตร์, เล่นเกม หรือดูวิดีโอต่างๆ ก็เพิ่มอรรสรสให้เต็มอิ่มกว่าเดิมแน่นอน

 

ตรวจเวลาในการใช้งานสมาร์ทโฟนด้วยสุขภาวะดิจิตอล

สุขภาวะดิจิตอลถือเป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาให้เรารู้ว่าเราใช้งานสมาร์ทโฟนนานเท่าไหร่ ซึ่งจะแยกแต่ละแอปพลิเคชั่นให้อย่างชัดเจน รวมไปถึงจำนวนการปลดล็อคเครื่องและการแจ้งเตือนเช่นกัน และหากใครที่คิดว่าเราเล่นนานเกินไปก็สามารถจำกัดระยะเวลาของแต่ละแอปได้ทันที

 

ใช้งาน 2 บัญชีด้วยโคลนแอป

ในรุ่นนี้ก็ยังสามารถโคลนแอปพลิเคชั่นได้ด้วยเหมือนเดิมครับ เช่น หากเราต้องการใช้ Line 2 บัญชีก็สามารถโคลนเพื่อลงทะเบียนอีก 1 แอปได้เลย โดยทั้ง 2 บัญชีจะแยกกันอย่างสิ้นเชิง

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ขึ้นชื่อเป็นเรือธง realme X2 Pro ก็ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลตัวท็อปสุดในยุคนี้จาก Qualcomm อย่าง Snapdragon 855+ ที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 7 นาโนเมตรเท่านั้น ทั้งยังมี GPU Adreno 640 ที่เร็วกว่าเดิมถึง 5% และประมวลผลกราฟิคเร็วกว่าเดิมถึง 15% และมีชิป AI ประมวลผลได้เร็วกว่าเดิม 3 เท่า เรียกว่าหายห่วงเรื่องการใช้งานไปได้เลย แต่เท่านี้ยังไม่พอครับ เพราะยังมี RAM ถึง 12 GB ควบคู่กับ ROM 256 GB แบบ UFS 3.0 ที่อ่านข้อมูลเร็วกว่าเดิม 3 เท่ามาให้อีกต่างหาก ทำให้การโหลด, ติดตั้ง, สลับแอป และเล่นเกมทำได้ไหลลื่น แทบไม่ต้องเสียเวลารอนานๆ เลยด้วย

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 454,618

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 579 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,771

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

realme X2 Pro ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space ที่นอกจากจะเป็นการรวบรวมเกมไว้ในที่เดียวกันแล้ว ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, ล็อคความสว่าง, เพิ่มความไหลลื่นในการเล่นเกม ทั้งยังสามารถปรับโหมดต่างๆ ได้ 3 แบบ ได้แก่ โหมดการแข่งขัน, โหมดสมดุล และโหมดใช้กำลังไฟต่ำ

 

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ที่ช่วย 2 เรื่องหลักๆ คือ FrameBoost ที่ปรับเฟรมเรทให้คงที่ตลอดทั้งเกม และ TouchBoost ที่เสริมประสิทธิภาพการสัมผัสให้ไหลลื่นไปตามนิ้วมากยิ่งขึ้น

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราทดสอบ 4 เกมด้วยกันในครั้งนี้ ได้แก่ ROV, Call of duty: Mobile, PUBG Mobile และ Asphalt 9 : Legends โดยผลทดสอบที่ได้มีตามด้านล่างนี้เลย

ROV

เริ่มตั้งแต่เกม ROV ในด้านการปรับกราฟิก เราปรับสูงที่สุดทั้งหมดครับ โดยตั้งแต่เริ่มเกมมาในโหมด 5 VS 5 เฟรมเรทจะวิ่งอยู่ที่ 59-60fps ตลอดครับ ทั้งช่วงที่บวกใส่สกิลทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบครบทั้งทีมก็จะอยู่ที่ประมาณนี้ตลอด และที่สำคัญเรื่องความลื่นของการสัมผัสและการแสดงผลบนหน้าจอ Refresh Rate 90Hz ก็ทำได้ยอดเยี่ยมด้วย

 

Call of duty: Mobile

มาต่อที่เกมแนว FPS กันครับอย่าง Call of duty: Mobile โดยเราปรับทุกอย่างสูงที่สุดเหมือนเดิม และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน ผลที่ออกมาก็ทำได้ดีตามคาดครับ ไม่มีอาการหน่วงหรือกระตุกอะไรเกิดขึ้นเลย แถมการกดและการสัมผัสนี่ก็ฟินสุดๆ เพราะมันไหลลื่นมากๆ

 

ที่สำคัญเรื่องของลำโพงคู่ Dolby Atmos ก็ช่วยได้มาก ไม่จำเป็นต้องใส่หูฟัง เพราะลำโพงก็แยกซ้ายขวาให้อย่างชัดเจนอยู่แล้วครับ ต้องบอกว่าลำโพงคู่ของเขาแจ่มจริงๆ นะ

 

PUBG Mobile

อีกเกมแนวเดียวกันกับข้างบนอย่าง PUBG Mobile โดยกราฟิกเราปรับเป็น HDR HD เพราะ Ultra HD ยังไม่เปิดใช้งาน ซึ่งการเล่นในแผนที่และทรัพยากรที่เยอะกว่า Call of duty: Mobile ก็เล่นได้ไม่ต่างกันเลย ไหลลื่นสุดๆ เหมือนกัน รวมไปถึงลำโพงคู่ Dolby Atmos ที่บอกฝีเท้าและตำแหน่งของศัตรูได้ชัดเจนมากขึ้น

 

Asphalt 9 : Legends

ต่อมากับเกม Asphalt 9 : Legends เราปรับในค่าเริ่มต้น (เพราะไม่มีให้ปรับสูง) โดยการเล่นในหลายๆ รอบถือว่าทำได้ไหลลื่นทุกรอบ ไม่มีเฟรมเรทดรอปเลยสักรอบครับ แถมกราฟิกที่ได้ออกมาถือว่าสุดยอดมากๆ และด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz ก็ทำให้ทุกฉากในเกมดูไหลลื่นไปหมด

 

นอกจากนี้ เมื่อเราลองเล่นไปเกือบๆ 2 ชั่วโมง จะสังเกตว่าตัวเครื่องไม่ร้อนมากจนเกินไปครับ เพราะ realme X2 Pro มีเทคโนโลยี VC liquid cooling เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิเครื่องเวลาใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหากเครื่องไม่ร้อน ความเร็ว Clock ของ CPU ก็จะไม่ลดทอนลงไปด้วย

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย Super VOOC 50W

realme X2 Pro จัดเต็มเรื่องแบตเตอรี่มาให้มากๆ ถึงความจุ 4000mAh ช่วยให้ใช้งานทั่วไปได้ตลอดทั้งวันครับ แต่ใครที่เล่นเกมก็อาจจะต้องพกที่ชาร์จ Super VOOC ไปด้วย แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะนั่งรอชาร์จจนเปื่อยแน่นอน เพราะจากที่เราทดสอบนั้นจะมีเปอร์เซนต์แบบย่อยบอกให้ด้วย แถมขยับขึ้นไม่มีหยุดระหว่างชาร์จ โดยเราชาร์จจาก 4% ถึง 100% เพียง 27 นาทีเท่านั้น และคาดว่าจาก 0% – 100% น่าจะเร็วกว่าที่ realme เคลมไว้อีกครับท่าน (realme เคลมไว้ว่า 35 นาที) หรือใครที่หาปลั๊กเสียบอะแดปเตอร์ได้ก็สามารถชาร์จไปเล่นเกมไป ซึ่ง 30 นาทีจะได้ 80% ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงเพราะมีระบบป้องกันความปลอดภัยดีเยี่ยม

 

 

กล้องถ่ายรูป

มาถึงจุดเด่นและเป็นตัวชูโรงของ realme X2 Pro กันบ้างกับพลังกล้อง 4 เลนส์สูงสุด 64 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่มีมาให้เพียบ ซึ่งแต่ละเลนส์มีความสามารถดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 115 องศา ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 ซูม Optical ได้ 5 เท่า และ Hybrid ได้ 20 เท่า
  • เลนส์ Depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมด้วยโหมด AI ใบหน้าสวยอีกด้วย

คมชัดขั้นสุดด้วยกล้อง 64MP

ด้วยเลนส์หลักของ realme X2 Pro สามารถให้ความคมชัดได้มากสุดถึง 64 ล้านพิกเซล เก็บรายละเอียดส่วนต่างๆ ได้ชัดเจนขั้นสุดจริงๆ ตรงนี้เราสามารถซูมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ชัดเจน แถมยังนำภาพเหล่านี้ที่ถ่ายไปใช้งานเป็นป้ายใหญ่ๆ โดยที่ภาพไม่แตกด้วย

ภาพปกติ / ครอป

 

กล้อง AI อัจฉริยะ

realme X2 Pro ยังมาพร้อมกับ AI ที่สามารถแยกแยะวัตถุให้เราโดยอัตโนมัติและมีความแม่นยำสูงด้วย ใครที่คิดอะไรไม่ออก เพียงแค่เปิดกล้องแล้วกดถ่ายได้เลยครับ AI จะปรับแสงและสีให้เข้ากับวัตถุที่ถ่ายได้เอง

ถ่ายบุคคลด้วย AI ก็สวยงามไม่แพ้กันครับ

 

ไกลแค่ไหนก็คือใกล้ด้วยเลนส์ซูมสูงสุด 20 เท่า

ด้วยเลนส์ Telephoto นั้นสามารถซูมแบบ Hybrid ได้ 20 เท่า และแบบ Optical ได้ถึง 5 เท่า โดยต้องบอกว่าเลนส์นี้ช่วยให้เราถ่ายในระยะไกลได้ดีมากๆ ซึ่งการซูมไปถึง 5 เท่าก็ยังให้ความคมชัดแทบไม่ต่างจากระยะปกติ ส่วนการซูม 20 เท่า จริงๆ ก็อาจจะเสียรายละเอียดไปบ้างซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องบอกว่าความคมชัดและการมองเห็นรายละเอียดก็ยังคงทำได้ดีอยู่ครับ

ซูมระยะ 1x, 2x, 5x และ 20x


ซูมระยะ 1x, 5x และ 20x


ซูมระยะ 1x, 5x และ 20x

 

มุมกว้างก็เก็บได้ครบด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle

realme X2 Pro สามารถถ่ายมุมกว้าง 115 องศาด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle ได้อย่างสบายๆ ใครที่ชอบเก็บบรรยากาศช่วงท่องเที่ยวหรือยิ่งเป็นช่วงใกล้สิ้นปีก็จะมีต้นไม้ประดับสูงๆ แต่ไม่อยากถอยออกไกลก็ต้องใช้เลนส์นี้มาช่วยครับ โดยเรื่องของรายละเอียดก็หายห่วงเพราะทำออกมาได้ดีมาก เรื่องเฉดสีความความสวยงามก็ยังเก็บมาได้ครบครันเลย ทั้งนี้ เรื่องของระบบโฟกัสก็ยังทำได้ไวเพราะใช้ระบบ PDAF ที่โฟกัสได้ดีและรวดเร็วกว่าเดิม


ปิด Ultra Wide Angle / เปิด ปิด Ultra Wide Angle


ปิด Ultra Wide Angle / เปิด ปิด Ultra Wide Angle

ด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle ก็ยังถ่ายภาพให้กับคุณสาวๆ ได้เหมือนกันนะ ยิ่งช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ พร๊อพเยอะๆ ก็ต้องเก็บวัตถุให้ครบครับ

 

เจาะลึกลงรายละเอียดผ่านฟีเจอร์ Macro

ถ่ายไกลไปแล้ว ถ่ายมุมกว้างไปแล้ว เรามาถ่ายใกล้ๆ กันบ้างด้วยฟีเจอร์ Macro ที่ใช้ประโยชน์ของเลนส์ Ultra Wide Angle มาช่วย ซึ่งสามารถถ่ายได้ใกล้สุดถึง 2.5 เซนติเมตรเลยทีเดียว ใครชอบถ่ายให้เห็นพวกดอกไม้ใบหญ้าหรือแมลงเล็กๆ ก็ใช้ฟีเจอร์ในการเก็บรายละเอียดได้ครับ โดยเรื่องสีสันก็ไม่มีซีดจางลงไปเลย แถมยังสดใสเหมือนเดิม

 

ถ่ายกลางคืนก็ชัดแจ๋วผ่านฟีเจอร์ Night Scape 2.0

แน่นอนว่าสเปคเรือธงขนาดนี้ realme X2 Pro ก็ต้องมาพร้อมฟีเจอร์ Night Scape 2.0 ที่ใช้ AI และฟีเจอร์ Multi-frame Synthesis เข้ามาเพื่อลด Noise ในภาพ ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือในที่แสงน้อยสวยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระยะเวลาในการถือเครื่องก็เหมือนจะน้อยลงด้วยครับ ทำให้ไม่ต้องรอประมวลผลนานเกินไป

 

ถ่าย Portrait สวยคมชัด เบลอหลังได้เนียนพร้อมใบหน้าสวย

ในการถ่าย Portrait หน้าชัดหลังเบลอ เราสามารถถ่ายได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง แถมยังได้เรื่อง AI Beauty เข้ามาเพิ่มด้วย ซึ่งในเรื่องของการเบลอก็มีการตัดขอบได้เนียนตามากๆ แทบไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งโดนกลืนไปกับพื้นหลังเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมหรือบริเวณคอหรือไหล่ ทั้งยังสามารถปรับความเบลอ (Bokeh) ได้ตั้งแต่ 1 – 100%

ปิด Portrait / เปิด Portrait

 

ส่วนกล้องหน้าก็สามารถปรับหน้าชัดหลังเบลอได้เช่นกันครับ

 

ใบหน้าสวยด้วยกล้องหน้า AI

ขณะที่การปรับใบหน้าสวยด้วยการใช้ AI ก็ทำได้เนียนกริบ โดยเฉพาะกล้องหน้าที่สามารถปรับโครงหน้าหรือส่วนต่างๆ ได้หลากหลายมาก เช่น ผิวเรียบ, ใบหน้าเรียว, คาง, ตาโต หรือจมูกเล็กลง เป็นต้น ซึ่งแต่ละหมวดจะปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับกันไปเลย หรือใครไม่ชอบปรับอะไรเลยก็ปล่อยให้ AI นั้นประมวลผลเองได้เช่นกัน

 

เพิ่มมิติในการถ่ายด้วยฟิลเตอร์หลายรูปแบบ

นอกจากฟีเจอร์แบบจัดเต็มแล้ว การถ่ายภาพด้วยฟิลเตอร์เพิ่มมิติและลูกเล่นก็ยังมีให้เหมือนเดิมครับ โดยที่กล้องหลังมีให้เลือกมากกว่า 10 แบบ หรือจะเป็นกล้องหน้าก็ได้เช่นกันที่ประมาณ 15 แบบ ซึ่งเฉดสีของกล้องหน้าและหลังจะมีความแตกต่างกันบ้างตามสไตล์เลยครับ

กล้องหน้า

กล้องหลัง

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลสุดลื่น Refresh Rate 90Hz พร้อมด้วยหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ใช้งานได้คมชัดและเต็มตา
  • หน่วยประมวลผลระดับเรือธงในตอนนี้อย่าง Snpadragon 855+ ควบคู่กับ RAM 12GB + ROM 256GB (UFS 3.0) ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่มีสะดุด
  • มีกล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีเลนส์ Telephoto ซูมสูงสุด 20 เท่า และเลนส์ Ultra Wide Angle มาให้ด้วย
  • แบตเตอรี่อึด 4000mAh และยังชาร์จได้ไวสุดๆ ด้วยเทคโนโลยี Super VOOC กำลังไฟ 50W ชาร์จครึ่งชั่วโมงก็เต็ม 100%
  • มีลำโพงคู่ พร้อมชิปเสียง Dolby Atmos และรองรับ Hi-Res ทำให้ได้เสียงที่ชัดเจนและมีมิติยิ่งขึ้น

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง

Android News

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

วันนี้จะพาไปอัปเดทโปรโมชั่นเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จากทุกค่าย AIS, dtac และ TrueMove H ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ก่อนจะไปดูโปรโมชั่น เรามาดูฟีเจอร์เด็ดของ HUAWEI Mate30 Pro กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF สำหรับเก็บรายละเอียด ทำให้ถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์และได้ภาพสวยในทุกมุมมองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถูกใจคนรักการถ่ายรูปแน่นอน

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ความเร็วแรงของตัวเครื่องต้องยกให้กับรุ่นนี้เลย HUAWEI Mate30 Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin 990 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร เร็ว แรง และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40W อีกด้วย

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI Mate30 Pro เป็นการดีไซน์แบบ Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว โค้งมนทำมุม 88 องศา และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Innovative Side-Touch Interaction ใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องแบบล้ำๆ ไม่เหมือนใคร

มาถึงโปรโมชั่นโดนๆ จาก 3 ค่าย AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น ใครใช้งานค่ายไหนอยู่ก็เลือกค่ายนั้นได้เลย

  • HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS ราคาพิเศษ 12,490 บาท สำหรับลูกค้ารายเดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก dtac ราคาพิเศษ 15,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก TrueMove H ราคาพิเศษ 13,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News1 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง