ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

รีวิว realme X2 Pro สมาร์ทโฟน “แรงเต็มขั้น พลังเรือธง” รุ่นแรกของแบรนด์ ที่ถือว่าให้สเปคและฟีเจอร์ต่างๆ แบบเรือธงของแท้ ชูโรงด้วยหน้าจอสุดลื่น Refresh Rate 90Hz บนขุมพลัง CPU ตัวแรงสุด ณ ตอนนี้อย่าง Snapdragon 855+ มี RAM 12GB และหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 แถมแบตเตอรี่ก็อึด รองรับ SuperVOOC Flash Charge ถึง 50W พร้อมด้วยฟีเจอร์กล้องที่ให้มาเพียบ

 

สรุปสเปค realme X2 Pro

  • ขนาดตัวเครื่อง : 161 × 75.7 × 8.7 มม.
  • น้ำหนัก : 199 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) รองรับ HDR10+ พร้อม 90Hz Ultra Smooth Display, พื้นที่หน้าจอแสดงผล 91.7% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • ความจุ RAM 12GB + ROM 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 115 องศา ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 ซูม Optical ได้ 5 เท่า และ Hybrid ได้ 20 เท่า
    • เลนส์ Depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับ 50W SuperVOOC Flash Charge (10V/5A)

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

แกะกล่องดูอุปกรณ์ภายในกันครับว่ามีอะไรบ้าง โดยตัวกล่องมาในสไตล์เรียบง่าย เป็นกล่องสีขาวพร้อมชื่อรุ่นและสเปคเบื้องต้น โดยอุปกรณ์ภายในมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme X2 Pro พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ SuperVOOC 50W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

สีที่เราได้มาในการรีวิวครั้งนี้เป็นสีน้ำเงิน Neptune Blue ที่จะไม่ได้มีการไล่เฉดครับ แต่จะมีการสะท้อนแสงเล่นเงากับพื้นผิวกระจกเป็นอย่างดีครับ และใครที่ชอบสีเข้มๆ ก็ต้องเลือกสีนี้เลย

 

ส่วนอีกสีอย่างสีขาว Lunar White ที่จะไม่ใช่สีขาวไปสะทีเดียวครับ แต่จะมีการไล่เฉดสีขาว, ฟ้า และม่วงอ่อนๆ อย่างสวยงามแบบเรียงลงมา แถมหากมีการสะท้อนแสงอาทิตย์ก็จะได้เฉดสีรุ่งออกมาผสมๆ กันไป ใครที่ชอบสีละมุนๆ ดูนุ่มๆ ต้องไม่ควรพลาดเด็ดขาดครับ

 

ตัวเครื่องของ realme X2 Pro ถือว่าดีไซน์ออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีความโค้งด้วยกระจก 3D ที่ด้านหลัง ทำให้เวลาจับถือทั้งตอนโทรหรือตอนดูวิดีโอจะไม่มีอาการบาดมือแน่นอน

 

หากใครที่สังเกตเรื่องโลโก้ของแบรนด์ realme ที่ดูแปลกๆ ในส่วนนี้น่าจะเป็นเรื่องของการจับถือเครื่องเพื่อไม่ให้บังชื่อแบรนด์ในเวลาที่ถือโทรหรือใช้งานทั่วไปครับ

 

ด้านดีไซน์ว่าสวยแล้ว หน้าจอแสดงผลใน realme X2 Pro ก็มีเทคโนโลยีที่ให้ความสวยงามของหน้าจอเหมือนกัน ตั้งแต่การใช้พาเนล Super AMOLED กว้างถึง 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) และยังรองรับการแสดงผล HDR10+ และ DCI-P3 Color gamuts อีกด้วย ใครที่รักการชมภาพยนตร์หรือดูซีรี่ย์ในสมาร์ทโฟนต้องชอบเรื่องความสดความใสของหน้าจอรุ่นนี้แน่ๆ

 

ทั้งนี้ หน้าจอของ realme X2 Pro ยังครอบทับด้วยกระจกสุดแข็งแกร่งอย่าง Corning Gorilla Glass 5 รวมไปถึงมีการตรวจสอบและรองรับโดย TÜV Rheinland สถาบันรับรองความปลอดภัยในการใช้งานของผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากประเทศเยอรมัน ซึ่งตรงนี้จะช่วยเรื่องการตัดแสงสีฟ้าออกไป แต่ยังคงความสดใสของหน้าจอได้เหมือนเดิมด้วย

 

และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในเรื่องหน้าจอคือความไหลลื่นขั้นสุดจริงๆ ครับ เพราะมาพร้อมกับ Refresh Rate ถึง 90Hz ทำให้เราใช้งานสมาร์ทโฟนหรือจ้องหน้าจอได้นานๆ โดยไม่เมื่อยล้าดวงตา แถมยังได้ความลื่นในการสัมผัสและการกดที่ไปตามนิ้วได้ดีมากๆ แทบไม่มีความหน่วงหรือความเบลอขณะเลื่อนหน้าจอไปมาเลย และเดี๋ยวเราจะมีทดสอบการใช้งานเล่นเกมจากประโยชน์ของจอ Refresh Rate 90Hz ที่ด้านล่างครับ

 

มาต่อที่รอบเครื่องกันครับ เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีรอยบากทรงหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเข้าไป ถัดไปด้านบนหน่อยก็จะมีลำโพงที่ใช้สำหรับทั้งสนทนาและเป็นลำโพงตัวที่ 2 ในรูปแบบของ Dolby Atmos อีกด้วย

 

ทางซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงปุ่มเพิ่มและลดเสียงเท่านั้น

 

ที่ฝั่งขวามีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง ไม่มีช่องใส่ MicroSD Card ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ด้านบนตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ด้านล่างจะมีทั้งช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช Dual LED ที่ฝั่งขวาของเลนส์ และมีแบรนด์ realme ประกอบอยู่

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X2 Pro มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย ColorOS 6.1 ที่จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ๆ ของระบบไปใช้กันกันเต็มที่เลยครับ แถมยังช่วยเรื่องการจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่อง ทำให้ใช้งานได้ลื่นกว่าเดิม

 

realme X2 Pro จะมีหน้าจอหลักที่เวลาเราโหลดแอปพลิเคชั่นมาก็จะมาอยู่ที่หน้านี้โดยอัตโนมัติ แต่ก็ยังมีหน้ารวมแอปที่เรียงตามตัวอักษร และมีหมวดหมู่ที่คาดว่าเราใช้งานบ่อยที่สุดด้วย

 

ใครที่ชอบวอลเปเปอร์หรือธีมที่หลากหลาย ในรุ่นนี้ก็มีให้เลือกเพียบเลยครับในแอป “ร้านขายธีม” ที่จะมีธีมให้เลือกประมาณ 10 แบบ และวอลเปเปอร์สวยๆ งามๆ อีกเพียบเลย

 

ดูข้อมูลได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปิดจอด้วย Always on Display

ใน realme X2 Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์ Always on Display ที่จะแสดงผลทั้งเรื่องเวลา, วันที่, แบตเตอรี่ และไอคอนการแจ้งเตือนต่างๆ ครับ โดยเราไม่จำเป็นต้องกดปุ่มล็อคเครื่องเพื่อดูให้เสียเวลาอีกต่อไป โดยส่วนนี้เราสามารถตั้งแต่เริ่มและสิ้นสุดการแสดงผลได้เพื่อไม่ให้ใช้งานแบตเตอรี่มากเกินไปได้

 

Dark Mode ที่ไม่ธรรมดา รองรับเกือบทุกแอปในเครื่อง

น่าจะชอบแน่ๆ สำหรับใครที่ใช้งาน Dark Mode บ่อยๆ เพราะต้องบอกว่ารุ่นนี้นั้นรองรับแอปพลิเคชั่นแทบทั้งหมดในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, IG, Line หรือ Twitter โดยไม่จำเป็นต้องไปเปิดในแอปให้ยุ่งยาก

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

ด้วยความที่เป็นเรือธง แน่นอนว่า realme X2 Pro ต้องมีการปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแน่นอน รองรับทั้งหมด 5 ลายนิ้วมือ โดยการทำงานถือว่ารวดเร็วมากๆ เพียง 0.23 วินาทีเท่านั้นก็ใช้งานได้ทันที แต่ก็ไม่ได้มีดีแค่เร็วเพราะมีความแม่นยำด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีระบบสแกนใบหน้าที่รวดเร็วพอๆ กับการสแกนลายนิ้วมือเลย หลังจากที่เราลงทะเบียนใบหน้าเสร็จ เพียงแค่ปลดล็อคเครื่องปุ๊บ กุญแจสัญลักษณ์ปลดล็อคหน้าจอก็ปลดให้ทันที ไม่น่าจะถึง 1 วินาทีด้วยซ้ำ

 

ลำโพงคู่ ชิปเสียง Dolby Atmos

realme X2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมระบบเสียงสเตอริโอคู่แบบ Dolby Atmos พร้อมคุณภาพเสียง Hi-Res ที่มีการแยกลำโพงฝั่งซ้ายขวาได้อย่างชัดเจนเลยครับ ไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังในการใช้งานด้วย แถมไม่ว่าจะรับชมภาพยนตร์, เล่นเกม หรือดูวิดีโอต่างๆ ก็เพิ่มอรรสรสให้เต็มอิ่มกว่าเดิมแน่นอน

 

ตรวจเวลาในการใช้งานสมาร์ทโฟนด้วยสุขภาวะดิจิตอล

สุขภาวะดิจิตอลถือเป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาให้เรารู้ว่าเราใช้งานสมาร์ทโฟนนานเท่าไหร่ ซึ่งจะแยกแต่ละแอปพลิเคชั่นให้อย่างชัดเจน รวมไปถึงจำนวนการปลดล็อคเครื่องและการแจ้งเตือนเช่นกัน และหากใครที่คิดว่าเราเล่นนานเกินไปก็สามารถจำกัดระยะเวลาของแต่ละแอปได้ทันที

 

ใช้งาน 2 บัญชีด้วยโคลนแอป

ในรุ่นนี้ก็ยังสามารถโคลนแอปพลิเคชั่นได้ด้วยเหมือนเดิมครับ เช่น หากเราต้องการใช้ Line 2 บัญชีก็สามารถโคลนเพื่อลงทะเบียนอีก 1 แอปได้เลย โดยทั้ง 2 บัญชีจะแยกกันอย่างสิ้นเชิง

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ขึ้นชื่อเป็นเรือธง realme X2 Pro ก็ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลตัวท็อปสุดในยุคนี้จาก Qualcomm อย่าง Snapdragon 855+ ที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 7 นาโนเมตรเท่านั้น ทั้งยังมี GPU Adreno 640 ที่เร็วกว่าเดิมถึง 5% และประมวลผลกราฟิคเร็วกว่าเดิมถึง 15% และมีชิป AI ประมวลผลได้เร็วกว่าเดิม 3 เท่า เรียกว่าหายห่วงเรื่องการใช้งานไปได้เลย แต่เท่านี้ยังไม่พอครับ เพราะยังมี RAM ถึง 12 GB ควบคู่กับ ROM 256 GB แบบ UFS 3.0 ที่อ่านข้อมูลเร็วกว่าเดิม 3 เท่ามาให้อีกต่างหาก ทำให้การโหลด, ติดตั้ง, สลับแอป และเล่นเกมทำได้ไหลลื่น แทบไม่ต้องเสียเวลารอนานๆ เลยด้วย

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 454,618

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 579 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,771

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

realme X2 Pro ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space ที่นอกจากจะเป็นการรวบรวมเกมไว้ในที่เดียวกันแล้ว ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, ล็อคความสว่าง, เพิ่มความไหลลื่นในการเล่นเกม ทั้งยังสามารถปรับโหมดต่างๆ ได้ 3 แบบ ได้แก่ โหมดการแข่งขัน, โหมดสมดุล และโหมดใช้กำลังไฟต่ำ

 

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ที่ช่วย 2 เรื่องหลักๆ คือ FrameBoost ที่ปรับเฟรมเรทให้คงที่ตลอดทั้งเกม และ TouchBoost ที่เสริมประสิทธิภาพการสัมผัสให้ไหลลื่นไปตามนิ้วมากยิ่งขึ้น

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราทดสอบ 4 เกมด้วยกันในครั้งนี้ ได้แก่ ROV, Call of duty: Mobile, PUBG Mobile และ Asphalt 9 : Legends โดยผลทดสอบที่ได้มีตามด้านล่างนี้เลย

ROV

เริ่มตั้งแต่เกม ROV ในด้านการปรับกราฟิก เราปรับสูงที่สุดทั้งหมดครับ โดยตั้งแต่เริ่มเกมมาในโหมด 5 VS 5 เฟรมเรทจะวิ่งอยู่ที่ 59-60fps ตลอดครับ ทั้งช่วงที่บวกใส่สกิลทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบครบทั้งทีมก็จะอยู่ที่ประมาณนี้ตลอด และที่สำคัญเรื่องความลื่นของการสัมผัสและการแสดงผลบนหน้าจอ Refresh Rate 90Hz ก็ทำได้ยอดเยี่ยมด้วย

 

Call of duty: Mobile

มาต่อที่เกมแนว FPS กันครับอย่าง Call of duty: Mobile โดยเราปรับทุกอย่างสูงที่สุดเหมือนเดิม และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน ผลที่ออกมาก็ทำได้ดีตามคาดครับ ไม่มีอาการหน่วงหรือกระตุกอะไรเกิดขึ้นเลย แถมการกดและการสัมผัสนี่ก็ฟินสุดๆ เพราะมันไหลลื่นมากๆ

 

ที่สำคัญเรื่องของลำโพงคู่ Dolby Atmos ก็ช่วยได้มาก ไม่จำเป็นต้องใส่หูฟัง เพราะลำโพงก็แยกซ้ายขวาให้อย่างชัดเจนอยู่แล้วครับ ต้องบอกว่าลำโพงคู่ของเขาแจ่มจริงๆ นะ

 

PUBG Mobile

อีกเกมแนวเดียวกันกับข้างบนอย่าง PUBG Mobile โดยกราฟิกเราปรับเป็น HDR HD เพราะ Ultra HD ยังไม่เปิดใช้งาน ซึ่งการเล่นในแผนที่และทรัพยากรที่เยอะกว่า Call of duty: Mobile ก็เล่นได้ไม่ต่างกันเลย ไหลลื่นสุดๆ เหมือนกัน รวมไปถึงลำโพงคู่ Dolby Atmos ที่บอกฝีเท้าและตำแหน่งของศัตรูได้ชัดเจนมากขึ้น

 

Asphalt 9 : Legends

ต่อมากับเกม Asphalt 9 : Legends เราปรับในค่าเริ่มต้น (เพราะไม่มีให้ปรับสูง) โดยการเล่นในหลายๆ รอบถือว่าทำได้ไหลลื่นทุกรอบ ไม่มีเฟรมเรทดรอปเลยสักรอบครับ แถมกราฟิกที่ได้ออกมาถือว่าสุดยอดมากๆ และด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz ก็ทำให้ทุกฉากในเกมดูไหลลื่นไปหมด

 

นอกจากนี้ เมื่อเราลองเล่นไปเกือบๆ 2 ชั่วโมง จะสังเกตว่าตัวเครื่องไม่ร้อนมากจนเกินไปครับ เพราะ realme X2 Pro มีเทคโนโลยี VC liquid cooling เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิเครื่องเวลาใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหากเครื่องไม่ร้อน ความเร็ว Clock ของ CPU ก็จะไม่ลดทอนลงไปด้วย

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย Super VOOC 50W

realme X2 Pro จัดเต็มเรื่องแบตเตอรี่มาให้มากๆ ถึงความจุ 4000mAh ช่วยให้ใช้งานทั่วไปได้ตลอดทั้งวันครับ แต่ใครที่เล่นเกมก็อาจจะต้องพกที่ชาร์จ Super VOOC ไปด้วย แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะนั่งรอชาร์จจนเปื่อยแน่นอน เพราะจากที่เราทดสอบนั้นจะมีเปอร์เซนต์แบบย่อยบอกให้ด้วย แถมขยับขึ้นไม่มีหยุดระหว่างชาร์จ โดยเราชาร์จจาก 4% ถึง 100% เพียง 27 นาทีเท่านั้น และคาดว่าจาก 0% – 100% น่าจะเร็วกว่าที่ realme เคลมไว้อีกครับท่าน (realme เคลมไว้ว่า 35 นาที) หรือใครที่หาปลั๊กเสียบอะแดปเตอร์ได้ก็สามารถชาร์จไปเล่นเกมไป ซึ่ง 30 นาทีจะได้ 80% ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงเพราะมีระบบป้องกันความปลอดภัยดีเยี่ยม

 

 

กล้องถ่ายรูป

มาถึงจุดเด่นและเป็นตัวชูโรงของ realme X2 Pro กันบ้างกับพลังกล้อง 4 เลนส์สูงสุด 64 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่มีมาให้เพียบ ซึ่งแต่ละเลนส์มีความสามารถดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 115 องศา ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 ซูม Optical ได้ 5 เท่า และ Hybrid ได้ 20 เท่า
  • เลนส์ Depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมด้วยโหมด AI ใบหน้าสวยอีกด้วย

คมชัดขั้นสุดด้วยกล้อง 64MP

ด้วยเลนส์หลักของ realme X2 Pro สามารถให้ความคมชัดได้มากสุดถึง 64 ล้านพิกเซล เก็บรายละเอียดส่วนต่างๆ ได้ชัดเจนขั้นสุดจริงๆ ตรงนี้เราสามารถซูมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ชัดเจน แถมยังนำภาพเหล่านี้ที่ถ่ายไปใช้งานเป็นป้ายใหญ่ๆ โดยที่ภาพไม่แตกด้วย

ภาพปกติ / ครอป

 

กล้อง AI อัจฉริยะ

realme X2 Pro ยังมาพร้อมกับ AI ที่สามารถแยกแยะวัตถุให้เราโดยอัตโนมัติและมีความแม่นยำสูงด้วย ใครที่คิดอะไรไม่ออก เพียงแค่เปิดกล้องแล้วกดถ่ายได้เลยครับ AI จะปรับแสงและสีให้เข้ากับวัตถุที่ถ่ายได้เอง

ถ่ายบุคคลด้วย AI ก็สวยงามไม่แพ้กันครับ

 

ไกลแค่ไหนก็คือใกล้ด้วยเลนส์ซูมสูงสุด 20 เท่า

ด้วยเลนส์ Telephoto นั้นสามารถซูมแบบ Hybrid ได้ 20 เท่า และแบบ Optical ได้ถึง 5 เท่า โดยต้องบอกว่าเลนส์นี้ช่วยให้เราถ่ายในระยะไกลได้ดีมากๆ ซึ่งการซูมไปถึง 5 เท่าก็ยังให้ความคมชัดแทบไม่ต่างจากระยะปกติ ส่วนการซูม 20 เท่า จริงๆ ก็อาจจะเสียรายละเอียดไปบ้างซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องบอกว่าความคมชัดและการมองเห็นรายละเอียดก็ยังคงทำได้ดีอยู่ครับ

ซูมระยะ 1x, 2x, 5x และ 20x


ซูมระยะ 1x, 5x และ 20x


ซูมระยะ 1x, 5x และ 20x

 

มุมกว้างก็เก็บได้ครบด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle

realme X2 Pro สามารถถ่ายมุมกว้าง 115 องศาด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle ได้อย่างสบายๆ ใครที่ชอบเก็บบรรยากาศช่วงท่องเที่ยวหรือยิ่งเป็นช่วงใกล้สิ้นปีก็จะมีต้นไม้ประดับสูงๆ แต่ไม่อยากถอยออกไกลก็ต้องใช้เลนส์นี้มาช่วยครับ โดยเรื่องของรายละเอียดก็หายห่วงเพราะทำออกมาได้ดีมาก เรื่องเฉดสีความความสวยงามก็ยังเก็บมาได้ครบครันเลย ทั้งนี้ เรื่องของระบบโฟกัสก็ยังทำได้ไวเพราะใช้ระบบ PDAF ที่โฟกัสได้ดีและรวดเร็วกว่าเดิม


ปิด Ultra Wide Angle / เปิด ปิด Ultra Wide Angle


ปิด Ultra Wide Angle / เปิด ปิด Ultra Wide Angle

ด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle ก็ยังถ่ายภาพให้กับคุณสาวๆ ได้เหมือนกันนะ ยิ่งช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ พร๊อพเยอะๆ ก็ต้องเก็บวัตถุให้ครบครับ

 

เจาะลึกลงรายละเอียดผ่านฟีเจอร์ Macro

ถ่ายไกลไปแล้ว ถ่ายมุมกว้างไปแล้ว เรามาถ่ายใกล้ๆ กันบ้างด้วยฟีเจอร์ Macro ที่ใช้ประโยชน์ของเลนส์ Ultra Wide Angle มาช่วย ซึ่งสามารถถ่ายได้ใกล้สุดถึง 2.5 เซนติเมตรเลยทีเดียว ใครชอบถ่ายให้เห็นพวกดอกไม้ใบหญ้าหรือแมลงเล็กๆ ก็ใช้ฟีเจอร์ในการเก็บรายละเอียดได้ครับ โดยเรื่องสีสันก็ไม่มีซีดจางลงไปเลย แถมยังสดใสเหมือนเดิม

 

ถ่ายกลางคืนก็ชัดแจ๋วผ่านฟีเจอร์ Night Scape 2.0

แน่นอนว่าสเปคเรือธงขนาดนี้ realme X2 Pro ก็ต้องมาพร้อมฟีเจอร์ Night Scape 2.0 ที่ใช้ AI และฟีเจอร์ Multi-frame Synthesis เข้ามาเพื่อลด Noise ในภาพ ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือในที่แสงน้อยสวยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระยะเวลาในการถือเครื่องก็เหมือนจะน้อยลงด้วยครับ ทำให้ไม่ต้องรอประมวลผลนานเกินไป

 

ถ่าย Portrait สวยคมชัด เบลอหลังได้เนียนพร้อมใบหน้าสวย

ในการถ่าย Portrait หน้าชัดหลังเบลอ เราสามารถถ่ายได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง แถมยังได้เรื่อง AI Beauty เข้ามาเพิ่มด้วย ซึ่งในเรื่องของการเบลอก็มีการตัดขอบได้เนียนตามากๆ แทบไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งโดนกลืนไปกับพื้นหลังเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมหรือบริเวณคอหรือไหล่ ทั้งยังสามารถปรับความเบลอ (Bokeh) ได้ตั้งแต่ 1 – 100%

ปิด Portrait / เปิด Portrait

 

ส่วนกล้องหน้าก็สามารถปรับหน้าชัดหลังเบลอได้เช่นกันครับ

 

ใบหน้าสวยด้วยกล้องหน้า AI

ขณะที่การปรับใบหน้าสวยด้วยการใช้ AI ก็ทำได้เนียนกริบ โดยเฉพาะกล้องหน้าที่สามารถปรับโครงหน้าหรือส่วนต่างๆ ได้หลากหลายมาก เช่น ผิวเรียบ, ใบหน้าเรียว, คาง, ตาโต หรือจมูกเล็กลง เป็นต้น ซึ่งแต่ละหมวดจะปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับกันไปเลย หรือใครไม่ชอบปรับอะไรเลยก็ปล่อยให้ AI นั้นประมวลผลเองได้เช่นกัน

 

เพิ่มมิติในการถ่ายด้วยฟิลเตอร์หลายรูปแบบ

นอกจากฟีเจอร์แบบจัดเต็มแล้ว การถ่ายภาพด้วยฟิลเตอร์เพิ่มมิติและลูกเล่นก็ยังมีให้เหมือนเดิมครับ โดยที่กล้องหลังมีให้เลือกมากกว่า 10 แบบ หรือจะเป็นกล้องหน้าก็ได้เช่นกันที่ประมาณ 15 แบบ ซึ่งเฉดสีของกล้องหน้าและหลังจะมีความแตกต่างกันบ้างตามสไตล์เลยครับ

กล้องหน้า

กล้องหลัง

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลสุดลื่น Refresh Rate 90Hz พร้อมด้วยหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ใช้งานได้คมชัดและเต็มตา
  • หน่วยประมวลผลระดับเรือธงในตอนนี้อย่าง Snpadragon 855+ ควบคู่กับ RAM 12GB + ROM 256GB (UFS 3.0) ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่มีสะดุด
  • มีกล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีเลนส์ Telephoto ซูมสูงสุด 20 เท่า และเลนส์ Ultra Wide Angle มาให้ด้วย
  • แบตเตอรี่อึด 4000mAh และยังชาร์จได้ไวสุดๆ ด้วยเทคโนโลยี Super VOOC กำลังไฟ 50W ชาร์จครึ่งชั่วโมงก็เต็ม 100%
  • มีลำโพงคู่ พร้อมชิปเสียง Dolby Atmos และรองรับ Hi-Res ทำให้ได้เสียงที่ชัดเจนและมีมิติยิ่งขึ้น

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Android News

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14

OPPO Find X2 Series 5G นอกจากจะมีหน้าจอแสดงผลที่สวยระดับ A+ จาก DisplayMate แล้ว OPPO Find X2 Pro | 5G ยังมีกล้องที่ถ่ายรูปได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเวลานี้ด้วยจากการทดสอบของ DXOMARK ด้วยคะแนน 124 คะแนน

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera PhoneOPPO Find X2 Pro 5G DXOMARK

OPPO Find X2 Pro | 5G เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ตอกย้ำว่า OPPO ไม่เคยหยุดพัฒนากล้องถ่ายรูปบนสมาร์ทโฟน โดยในรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกล้องหลัง Ultra Vision Camera System ที่มีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.7 Sony IMX689, กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/2.2 Sony IMX586 และกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/3.0

 

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล Sony IMX689

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G Sony IMX689 DXOMARK

กล้องหลักของ OPPO Find X2 Pro | 5G ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX689 ที่มีขนาดเซ็นเซอร์รับภาพใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว และรูรับแสงที่กว้าง f/1.7 นั่นหมายความว่าตัวกล้องสามารถถ่ายได้คมชัดมากกว่าและสว่างมากขึ้นนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ 12bit True Capture ซึ่งสามารถผลิตภาพขนาด 12bit ได้

 

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

OPPO Find X2 Pro Auto Mode

ภาพถ่ายกลางวันจากกล้องหลักให้รายละเอียดที่คมชัดมากๆ และการประมวลผลภาพยังคงให้สีสันที่สมจริงเป็นธรรมชาติ

 

All Pixel Omni-Directional PDAF ดียังไง?

OPPO All Pixel Omni-Directional PDAF

OPPO All Pixel Omni-Directional PDAF

เทคโนโลยีที่ทำให้การถ่ายรูปบน OPPO Find X2 Pro | 5G มีประสิทธิภาพการโฟกัสที่ดีเยี่ยมมากขึ้นคือ All Pixel Omni-Directional PDAF ถ้าพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือระบบ Dual Pixel ที่เรารู้จักกัน เป็นเทคโนโลยีที่แยกจุดพิกเซลในเซ็นเซอร์รับภาพออกเป็น 2 โฟโต้ไดโอดหรือแยกแสงซ้าย-ขวาในทุกจุดพิกเซลทั้งหมด 100% ทำให้การโฟกัสทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่หลุดโฟกัส สามารถโฟกัสในที่มืดได้ดี และจะเห็นถึงความเร็วในการโฟกัสที่ชัดเจนมากๆ เมื่อถ่ายถ่ายรูปในที่แสงน้อย แตกต่างจากระบบ PDAF บนสมาร์ทโฟนทั่วไปที่ไม่ได้มีเซ็นเซอร์ตรวจจับโฟกัสทุกพิกเซล ทำให้การโฟกัสช้าหรือหน่วงนั่นเอง

 

Dual Native ISO แสงแบบไหนก็ถ่ายสวย

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

การถ่ายรูปด้วยกล้องสมาร์ทโฟนทั่วไปเรามักจะพบว่าเมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงที่แตกต่างกันจะได้ภาพที่ไม่ค่อยคมชัด รายละเอียดเก็บได้ไม่ครบ แต่กล้องหลักของ OPPO Find X2 Pro | 5G ด้วยประสิทธิภาพของ Sony IMX689 ที่มีระบบ Dual Native ISO จะช่วยปรับค่าความไวแสงหรือ ISO ให้อัตโนมัติ ประมวลผลภาพที่แตกต่างกันระหว่างการถ่ายภาพแสงจ้าที่มีการปรับ ISO ต่ำ และภาพถ่ายแสงน้อยที่ปรับ ISO สูง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือภาพมีความคมชัดและเก็บรายละเอียดได้ครบไม่ว่าจะแสงน้อยหรือแสงจ้า โดยที่เราไม่ต้องปรับตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก

 

Ultra Night Mode 3.0 ถ่ายกลางคืนได้สว่างกว่าตาเห็น

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode 1

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

OPPO Find X2 Pro 5G Night Mode

ภาพถ่ายกลางคืนด้วยโหมด Ultra Night Mode 3.0 ถ่ายภาพออกมาได้สวยคมชัดและเก็บแสงได้ดีมากๆ โดยแทบไม่มี Noise เลย เพราะว่ารุ่นนี้มีเทคโนโลยี Dual Native ISO อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าสามารถช่วยลด Noise ในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืนได้อัตโนมัติ แม้ว่าจะดัน ISO สูงๆ ภาพที่ได้ก็แทบจะไม่มี Noise เลย

 

Live HDR Video ถ่ายวิดีโอย้อนแสงหน้าไม่ดำ

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

ในครั้งนี้ OPPO Find X2 Pro | 5G ได้อัปเกรดไปอีกระดับสำหรับการถ่าย Live HDR Video ซึ่งเป็นการถ่ายวิดีโอย้อนแสงในสภาพแสงจ้าที่แตกต่างกัน ซึ่งวิดีโอที่ได้นั้นทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆ เพราะหน้าคนไม่ดำ และเห็นรายละเอียดสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นไม้และท้องฟ้าด้านหลังก็เห็นครบ

 

Ultra Wide Angle กว้างและชัด 48 ล้านพิกเซล

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera 01 OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera OPPO Find X2 Pro Ultra Wide Camera

มาถึงกล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/2.2 เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ถ่ายได้มุมกว้างถึง 120 องศา ในครั้งนี้ต้องบอกว่าภาพ Ultra Wide Angle ที่ถ่ายออกมานั้นสวยขึ้นและคมชัดมากๆ เพราะว่ามีความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล

 

Ultra Macro Mode ถ่ายใกล้สุด 3 ซม.

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

กล้อง Ultra Wide Angle สามารถถ่าย Ultra Macro Mode ได้ด้วย ถือกล้องจ่อเข้าไปใกล้วัตถุได้ใกล้สุดถึง 3 เซนติเมตรเลยทีเดียว ทำให้ถ่ายภาพในระยะที่ใกล้มากๆ ได้แบบที่กล้องสมาร์ทโฟนไม่เคยทำได้ และยังเป็นภาพที่มีความคมชัดสูงสุดของเลนส์อีกด้วย

 

Portrait Mode หน้าชัดหลังละลาย

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

OPPO Find X2 Pro Portrait Camera

Portrait Mode ในรุ่น OPPO Find X2 Pro | 5G ถ่ายภาพบุคคลได้สวยโดดเด่นเป็นธรรมชาติ สามารถตัดขอบเพื่อละลายฉากหลังได้เนียน ในขณะที่ใบหน้าก็มีการปรับแต่งให้สวยงามเป็นธรรมชาติอัตโนมัติ

 

ซูมไกลสุด 60 เท่า

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom CameraOPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

OPPO Find X2 Pro Zoom Camera

สำหรับกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/3.0 ของ OPPO Find X2 Pro | 5G สามารถซูมแบบ Hybrid ได้ถึง 10 เท่า โดยไม่สูญเสียรายละเอียด และซูมต่อเนื่องแบบ Digital ได้สูงสุด 60 เท่า

 

เซลฟี่สวย 32 ล้านพิกเซล

OPPO Find X2 Pro Selfie Camera

OPPO Find X2 Pro Selfie Camera

OPPO Find X2 Pro | 5G ยังมีกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสวยได้ทุกสภาพแสงไม่ว่าจะกลางวันหรือตอนแสงน้อยด้วยฟีเจอร์ HD Night Selfies

 

ถ่ายวิดีโอกันสั่น Ultra-Wide Angle Anti-Shake Video

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

ยังไม่หมดแค่นั้น OPPO Find X2 Pro | 5G ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างมืออาชีพด้วยระบบกันสั่นและเป็นวิดีโอแบบมุมกว้างด้วย Ultra-Wide Angle Anti-Shake Video

 

ตัดต่อวิดีโอง่ายและสนุกด้วยแอป Soloop

Soloop

นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ 3-Mic Recording ที่ใช้ไมโครโฟน 3 ตัวในการบันทึกเสียง และมีแอปพลิเคชั่น Soloop Smart Video Editor ที่ติดตั้งมาให้เลยในตัวเครื่อง ซึ่งเจ้าแอปตัวนี้มีความฉลาดในการแก้ไขหรือตัดต่อวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การทำคลิปสนุกๆ แบบ Vlog เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

สำหรับ OPPO Find X2 Pro | 5G มีสีใหม่เข้ามาวางจำหน่ายแล้ว Orange (Vegan Leather) Limited Edition มาพร้อมกับฝาหลังสีส้มดีไซน์แบบหนัง และมีกรอบตัวเครื่องสีทองสวยหรู โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มีนาคม 2563

 

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone

เป็นเจ้าของ OPPO Find X2 Pro | 5G ได้ในราคา 40,990 บาท ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับฟรี OPPO Enco Free True Wireless Headphones มูลค่า 3,999 บาท และพบกับโปรโมชั่นส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 15,000 บาท เมื่อซื้อ OPPO Find X2 Series 5G ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย พิเศษสำหรับ OPPO Find X2 Pro 5G รับฟรี OPPO Enco Free True Wireless Headphones มูลค่า 3,999 บาท
หรือสามารถเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ลิ้งก์นี้ https://bit.ly/oppoth-lzd

อ่านต่อ...

Android News

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO ที่ทุกคนไม่ควรพลาดการเป็นเจ้าของ เพราะรุ่นนี้จิ๋วแต่แจ๋วของจริง อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ เพียบ บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ไปดูของจริงกันเลย

1. เก็บข้อมูลได้เยอะ 128GB

OPPO A31 All features you need to know 08

OPPO A31 มาพร้อมแรม 4GB และความจุตัวเครื่อง 128GB ใช้งานได้เต็มที่ เก็บข้อมูลได้เยอะ ไม่ต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะเต็ม เพราะนอกจากเมมตัวเครื่องจะเยอะแล้ว ยังสามารถใส่เมมภายนอกได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

 

2. AI 3 กล้องหลัง

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 มีกล้องหลัง 3 ตัว มาพร้อม AI ที่มีความฉลาดสำหรับช่วยให้การถ่ายรูปทำได้ง่ายและออกมาสวยงามโดยไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก โดยกล้องหลักมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8, กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4 และกล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล f/2.4

 

3. กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera OPPO A31 with 12MP Camera

ต้องบอกว่ากล้องหลักขนาด 12 ล้านพิกเซลของ OPPO A31 นั้นมีรูรับแสงที่กว้าง f/1.8 ทำให้เก็บภาพได้สว่างและคมชัด อีกทั้งยังมี AI เข้ามาช่วยทำให้ภาพมีความสวยงามมากขึ้นอีกด้วย

 

4. ภาพสวยโดดเด่นด้วย Portrait Bokeh

OPPO A31 Portrait Bokeh ModeOPPO A31 Portrait Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode OPPO A31 Portrait Bokeh Mode

กล้องของ OPPO A31 มีเลนส์ 2 ล้านพิกเซลสำหรับช่วยเก็บรายละเอียดความชัดลึกชัดตื้น ทำงานคู่กับกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพ Portrait Bokeh เพื่อละลายฉากหลังทำได้สวยโดดเด่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น และยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้งานเพื่อปรับโทนสีได้หลากหลายอีกด้วย

 

5. ใกล้แค่ไหนก็ชัดด้วย Macro Lens

OPPO A31 Macro Lens OPPO A31 Macro LensOPPO A31 with Macro Camera OPPO A31 Macro Lens 01

OPPO A31 มีเลนส์ Macro ที่สามารถถ่ายภาพในระยะใกล้เพียงแค่ 4 เซนติเมตร นั่นก็หมายความว่าเราสามารถถือกล้องเข้าไปใกล้ๆ วัตถุเพื่อเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างคมชัดมากขึ้น โดยสามารถถ่ายภาพในระยะใกล้ได้เพียงแค่ 4 เซนติเมตร ไม่ว่าจะเป็นภาพอาหารที่เห็นรายละเอียดน่ากินมากขึ้น หรือจะเป็นเกสรดอกไม้ในระยะที่ใกล้มากๆ รวมไปถึงภาพถ่ายสิ่งของต่างๆ ที่มีขนาดเล็กก็สามารถเห็นรายละเอียดได้อย่างคมชัด

 

6. มีชีวิตชีวาด้วย Dazzle Color Mode

OPPO A31 Dazzle Color Mode 01 OPPO A31 Dazzle Color Mode

OPPO A31 มีโหมดเพิ่มสีสันสดใสให้กับรูปภาพด้วย Dazzle Color Mode เพิ่มความโดดเด่นและทำให้รูปถ่ายดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

 

7. กล้องหน้าถ่ายสวย AI Beauty 2.0

OPPO A31 Selfie with AI Beauty OPPO A31 Selfie with AI Beauty OPPO A31 Selfie with AI Beauty

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลของ OPPO A31 เซลฟี่ยังไงก็ออกมาสวยเนียนเป็นธรรมชาติ เพราะกล้องเขามี AI Beauty 2.0 ซึ่งมีความฉลาดมากๆ สำหรับช่วยปรับแต่งใบหน้าให้ออกมาสวยเป็นธรรมชาติอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องปรับตั้งค่าหรือนำไปแต่งผ่านแอปพลิเคชั่นอื่นให้ยุ่งยาก รวมไปถึงสามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายได้อีกด้วย

 

8. ดีไซน์สวย บาง เบา

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา แต่ขอบอกว่าดีไซน์ตัวเครื่องสวยมากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สีที่ใช้ในบทความเป็นสีดำ Mystery Black โทนสีคลาสิก เรียบหรู ตัวเครื่องมีความบางและเบา หยิบจับใช้งานได้ถนัดมือ โดยยังมีอีก 1 สีด้วย นั่นก็คือสีขาว Fantasy White เป็นการไล่เฉดสีขาวกับสีเขียวมินท์ได้อย่างลงตัว ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องเคลือบของ Ru Ware ซึ่งเป็นเครื่องปั้นดินเผาจีนที่มีชื่อเสียงและหายากจากราชวงศ์ซ่ง

 

9. หน้าจอใหญ่เต็มตา

OPPO A31 All features you need to know

OPPO A31 มีหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว มองเห็นได้แบบเต็มตา เพราะว่ารุ่นนี้ดีไซน์หน้าจอแบบหยดน้ำ ซึ่งมีพื้นที่รอยบากสำหรับติดตั้งกล้องหน้าเล็กมากๆ ไม่รบกวนสายตาเวลาใช้งาน

 

10. แบตอึด ใช้งานยาวๆ ทั้งวัน

OPPO A31 All features you need to know

เห็นฟีเจอร์​ของ OPPO A31 ที่อัดแน่นขนาดนี้แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะเพียงต่อการใช้งานทั้งหรือไม่ เพราะรุ่นนี้มีความจุของแบตเตอรี่มากถึง 4230 mAh ถ่ายรูป เล่นโซเชียล หรือเล่นเกมต่อเนื่องได้สบายๆ อยู่ได้ทั้งวันอย่างแน่นอน

 

OPPO A31 ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ในราคาเพียง 5,999 บาท ที่ OPPO Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ต้องบอกว่ารุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาที่ให้ฟีเจอร์มาเยอะจริงๆ ครบทุกการใช้งาน ได้สเปคคุ้มค่าราคามากๆ

อ่านต่อ...

Android News

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ จับมือกับ TrueMove H พร้อมแล้วสำหรับการใชังาน 5G บน HUAWEI Mate30 Pro 5G สมาร์ทโฟนรุ่นแรกในไทยที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

HUAWEI Mate30 Pro 5G ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่วางจำหน่ายในไทยแล้วรองรับการใช้งาน 5G ได้ทันที โดยมาพร้อมเช็ตเซ็ตที่มีชิปโมเด็ม 5G อย่าง Kirin 990 5G ซึ่งก็สอดรับกับการเปิดให้ใช้งาน 5G ของ TrueMove H บนย่านความถี่ 2600 MHz

ผู้ที่ต้องการลองใช้งานระบบเครือข่าย 5G สามารถเริ่มได้แล้ววันนี้ โดยจับจองเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro 5G ที่รองรับระบบ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิจาก TrueMove H ในราคาเริ่มต้นเพียง 16,990 บาท โดยสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุดถึง 36 เดือน

นอกจากสมาร์ทโฟน HUAWEI แล้ว ทาง TRUE ยังเตรียมผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่มสมาร์ทดีไวซ์ เพื่อออกมารองรับการใช้งานระบบเครือข่าย 5G อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมสนองตอบเทรนด์ IoT (Internet of Things) แห่งอนาคต

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

ตัวอย่างผลการทดสอบความเร็วระดับ 5G ในปัจจุบัน บนสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro 5G

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

หมายเหตุ: ผลทดสอบความเร็วอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามพื้นที่ทำการทดสอบ

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

สำหรับพื้นที่ในการทดสอบระบบ TRUE 5G สามารถทดลองได้ในสถานที่ ดังต่อไปนี้

1) หัวเมืองชั้นใน กรุงเทพฯ ได้แก่ สยาม, สีลม, สาทร, บรรทัดทอง, สี่พระยา, อโศก, เพชรบุรี, พระราม 9, รัชดา, ชิดลม, เพลินจิต, นานา, สุขุมวิท

2) สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี ได้แก่ MRT วัดมังกร, MRT สามยอด, MRT สนามไชย, MRT อิสรภาพ

3) ทรูช็อป และทรูสเฟียร์ 21 สาขา ได้แก่ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตทรูช็อปแฟชั่นไอส์แลนด์, ทรูช็อปซีคอนสแควร์, ทรูช็อปเดอะมอลล์บางกะปิ, ทรูช็อปเดอะมอลล์บางแค, ทรูช็อปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, ทรูช็อปเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต, ทรูช็อปเซ็นทรัลพลาซ่า ศาลายา, ทรูช็อปเมกาบางนา, ทรูช็อปเซ็นทรัลพระราม 2, ทรูช็อปเซ็นทรัลบางนา, ทรูช็อปเซ็นทรัลลาดพร้าว, ทรูช็อปเซ็นทรัลเวิลด์, ทรูช็อปอยุธยา พาร์ด, ทรูช็อปเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, ทรูช็อปเอ็มควอเทียร์, ทรูช็อปดิจิตอล เกตเวย์, ทรูแบรนดิ้งช้อป ไอคอนสยาม, ทรูสเฟียร์เอ็มควอเทียร์, ทรูสเฟียร์เซ็นทรัลเวิลด์ ทรูสเฟียร์ ไอคอนสยาม

 

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G

สำหรับการเช็คความพร้อมของซิม สามารถกด *5555*1# โทรออก เพื่อเช็คความพร้อมมือถือและซิมการ์ดว่ารองรับ 5G หรือไม่ และกด *5555*2# โทรออก เพื่อรับสิทธิทดลองทดสอบใช้งาน 5G ฟรี “เฉพาะกรณีซื้อเครื่อง5G กับทรู พร้อมเปิดบริการ 4G+ Extrafun Unlimited/Best Deal Best Choice มูลค่า 1,099 บาทขึ้นไปเท่านั้น” จนถึง 31 ธันวาคม 2563

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14 OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

OPPO Find X2 Series ...

OPPO A31 All features you need to know OPPO A31 All features you need to know
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้...

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

realme 6 สมาร์ทโฟนกล...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

3BB GIGATainment ความบันเทิงระดับโลกกับบ้านใหม่ของ HBO ในไทย พร้อมอินเทอร์เน็ต 1Gbps เริ่มต้น 590 บาท

3BB หนึ่งในผู้ให้บริ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Wireless Microphone Karaoke WS858 Wireless Microphone Karaoke WS858
IT News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

รีวิว ไมโครโฟนไร้สาย WS858 มีลำโพง ต่อมือถือ บันทึกเสียงได้ด้วย [ชมคลิป]

รีวิว ไมโครโฟนไร้สาย...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung Galaxy Note 20 และ Fold 2 อาจเปิดตัวเดือนสิงหาคมเช่นเดิม

แม้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนจ...

Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO Ericsson และ MediaTek ประสบความสำเร็จในการโทรและวิดีโอคอล VoNR พร้อมนำประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟน 5G คุณภาพสูงให้เข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

OPPO ประกาศความสำเร็...

Android News9 ชั่วโมง ที่แล้ว

ชาร์จไร้สายได้แล้ว! OnePlus ยืนยันรุ่น 8 Pro รองรับ Wireless Charging 30W และระบบสั่นดีขึ้น

OnePlus เตรียมที่จะเ...

Android News9 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดเรนเดอร์ทางการของ Samsung Galaxy A71 5G ใน 3 สีใหม่ เล่นเฉดแบบ 2-Tone

คาดว่าใกล้ที่จะเปิดต...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง