ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว realme C11 “แบตใหญ่ สนุกไม่สะดุด” ดีไซน์สวยสะดุดตา พร้อมแบตพลังอึด 5000mAh พร้อมใช้งานได้ลื่นไหลด้วยชิป Helio G35

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

realme C11 สมาร์ทโฟน ‘แบตใหญ่ สนุกไม่สะดุด’ จัดเต็มด้วยจอหยดน้ำกว้างถึง 6.5 นิ้ว พร้อมเป็นรุ่นแรกที่ใช้ CPU Helio G35 มีแบตเตอรี่อึดๆ 5000mAh พร้อมด้วยกล้องหลังที่มีฟีเจอร์ Super Nightscape ครั้งแรกในราคาระดับเดียวกัน!

 

สรุปสเปค realme C11

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 × 75.9 × 9.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 196 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-drop Fullscreen ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, พื้นที่การแสดงผลที่ 88.7%
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio G35 Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • RAM 2 GB
  • ROM 32 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realmeUI
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 พร้อมโหมด AI Beauty
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

โดดเด่นตั้งแต่ตัวกล่องเช่นเคยสำหรับ realme C11 ที่มาในสีเหลืองประจำแบรนด์รอบกล่องพร้อมชื่อรุ่นแบบชัดเจนครับ ขณะที่ด้านหลังกล่องก็จะเป็นฟีเจอร์หลักๆ ของ realme C11

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme C11 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • ใบรับประกันสินค้า
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ realme C11 จะต่างกับ realme C Series รุ่นก่อนๆ ที่ในรุ่นนี้จะเน้นเรื่องความสวยงามเป็นพิเศษครับ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาดศิลปะเรขาคณิตของ Mondrian (มองเดรียน) มีเส้นลายโค้งที่ฝาหลังทำให้มีเอฟเฟกต์แสงสะท้อนอย่างสวยงาม พร้อมด้วยแถบลายโลโก้ realme ที่เด่นชัด และที่สำคัญยังป้องกันรอยนิ้วมือและรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับสีสันของ realme C11 ที่เราได้มาจะเป็นสีเขียว Mint Green ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกจะเป็นสีเทา Pepper Grey

 

เรื่องการจับถือก็สบายมือครับ ฝาหลังไม่ทำให้รู้สึกลื่นมือเวลาใช้งาน ทำให้ไม่กลัวหล่นด้วย แม้ว่าฝ่ามือของผู้หญิงจะเล็กแต่ก็ยังใช้งานได้สะดวกเช่นกัน

 

หน้าจอแสดงผลของ realme C11 มาพร้อมหยดน้ำ Mini-drop Fullscreen พาเนล LCD กว้างถึง 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) พร้อมด้วยอัตราส่วนที่กว้าง 20:9 คู่กับพื้นที่การแสดงผลที่ 88.7%

 

จากการที่ realme C11 มีติ่งหยดน้ำมีขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อนถึง 30.9% ทำให้การแสดผลนั้นเต็มตา ใครที่ชอบชมวิดีโอหรือภาพยนตร์จะต้องชอบอย่างแน่นอนครับ

 

ที่รอบเครื่อง realme C11 เริ่มกันที่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าลงไป พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง พร้อมช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่องครับ รวมเป็น 3 Slot ได้แบบเต็มๆ

 

ทางขวาตัวเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ส่วนด้านล่างมีทั้งช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต MicroUSB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีโมดูลกล้องหลังทรงสี่เหลี่ยม มีกล้องคู่พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในกรอบครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

เมื่อแกะกล่องออกมา realme C11 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 10 ที่ครอบทับด้วย realme UI ที่เป็น UI ของตัวเองครับ ทำให้มีฟีเจอร์ต่างๆ เยอะพอสมควร

 

Dark Mode ก็มีให้ ใช้งานสบายตา

ในตอนกลางคืนที่มีแสงสว่างน้อยๆ เมื่อเราเปิดโหมดนี้จะมีให้พื้นหลังกลายเป็นสีดำทั้งหมด รวมไปถึงแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับ

 

โหมดถนอมสายตาก็ยังอยู่

ใครที่ไม่ได้ใช้ Dark Mode ก็ยังมีโหมดถนอมสายตาที่เป็นการตัดแสงสีฟ้าออกไปครับ ทำให้ใช้งานได้สบายตายิ่งขึ้น และไม่ทำร้ายดวงตาด้วย

 

ระบบความปลอดภัย

realme C11 มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย 2 รูปแบบ แบ่งเป็นรหัสผ่านที่มีให้เลือกทั้งตัวเลข 4-16 หลัก หรือเป็นแบบผสมอักษรและตัวเลขก็ได้เช่นกันครับ

 

หรืออีกแบบจะเป็นการปลดล็อกด้วยใบหน้าหรือ Face Unlock ที่ถือว่าสแกนในระดับที่รวดเร็วพอสมควร

 

โคลนแอปง่ายๆ

ใครที่ต้องการใช้บัญชีโซเชียลมีเดียแบบแยกกันอย่างชัดเจน เช่น Facebook หรือ Line ก็สามารถโคลนออกมาเป็นอีกแอปได้ครับ เช่น ใน Line เราก็จะได้ 2 แอปที่แยกการใช้งานกันทั้งหมด อาจแบ่งเป็นการ Line ส่วนตัว หรือ Line งานก็ได้ครับ

 

ปรับลักษณะไอคอนได้ตามใจชอบ

ใน realme UI เราสามารถปรับแต่งรูปแบบของไอคอนในเครื่องได้ตามใจชอบ แบ่งเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่ ค่าเริ่มต้น, ลักษณะวัสดุ กรวดหิน และกำหนดเอง

โดยการกำหนดเอง เราสามารถเลือกโครงหลักๆ ได้ แล้วเราสามารถเลื่อนปรับความมน, พื้นหน้า และไอคอนเล็ก-ใหญ่ได้ตามที่ชอบเลย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในเรื่องสเปคภายใน realme C11 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G35 Octa-core ที่มีขนาดเล็กเพียง 12nm ช่วยให้ประหยัดพลังงาน แถมยังช่วยในเรื่องการใช้งานทั่วไปให้ไหลลื่นอีกด้วย

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

แม้ว่าจะรุ่นเล็ก แต่เรื่องฟีเจอร์ของการเล่นเกมก็ยังมีให้อย่าง Game Space ที่เป็นตัวเร่งให้ระบบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเข้าเล่นเกม พร้อมกับการปิดแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้มารบกวนครับ ส่วนถ้าใครโทรเข้ามา ก็จะแสดงผลเป็นจอเล็กๆ มาให้ด้านหน้าจอ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับเกม ROV รุ่นนี้สามารถเปิดกราฟิกได้ระดับสูงสุดทั้งหมด รวมถึงเฟรมเรทระดับสูงด้วย โดยเราลองเล่นในโหมด 5 VS 5 ถือว่าเล่นได้ครับ แต่เฟรมเรทอาจจะเหวี่ยงบางเล็กน้อย แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องเฟรมเรทก็ให้ลองปิดเฟรมเรทสูงดูครับ ทำให้เล่นได้แบบเข้ามือสุดๆ

 

Subway Suffers

มาต่อกันที่เกมเบาๆ อย่าง Subway Suffers ครับ ก็เล่นได้แบบสบายๆ ไม่ต้องกังวลอะไรครับ

 

แบตเตอรี่อึด จะเล่นเกมหรือทั่วไปก็ใช้งานได้ทั้งวัน

เรื่องแบตเตอรี่ที่เป็นตัวชูโรงให้กับ realme C11 ก็ให้มาถึง 5000mAh เรียกว่าใช้งานทั่วไปตั้งแต่เช้าถึงหัวค่ำก็ยังเหลือพอให้กลับมาชาร์จต่อที่บ้าน แทบไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดสักเท่าไหร่ ที่สำคัญเมื่อให้แบตเตอรี่มาเยอะก็สามารถ Reverse Charging ชาร์จแบตเตอรี่ให้เครื่องอื่นได้ผ่านสาย OTG อีกด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

realme C11 ถือว่าให้ฟีเจอร์กล้องในโหมดทั่วไปมาครบครับ โดยมีกล้องหลังคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล ขณะที่กล้องหน้าก็จัดความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ที่มีโหมด AI Beauty มาให้ด้วยเช่นกัน

 

AI สวยงาม ยกกล้องขึ้นมาก็ถ่ายได้ทันที

เป็นโหมดที่ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ เพียงแค่เราเปิดกล้องแล้วถ่ายทันที AI ก็จะช่วยประมวลผลให้ภาพและวัตถุต่างๆ นั้นสวยงาม มีสีสันสดใสครับ

 

เร่งเฉดสีให้สดใสขึ้นอีกขั้นด้วย Chroma Boost

แน่นอนว่า realme ต้องมาพร้อมกับฟีเจอร์ Chroma Boost ที่เป็นการเร่งเฉดสีต่างๆ ในภาพให้สดใสขึ้นไปอีก ทั้งยังช่วยเรื่องเงาและจุดที่มืดของภาพให้สว่างขึ้นด้วย


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost

 

ถ่าย Portrait เบลอหลังได้งามเกินราคา

น่าจะเป็นจุดเด่นอีกอย่างใน realme C11 ด้วยการถ่ายโหมด Portrait หรือการเบลอฉากหลัง ที่ทำได้เนียนมากๆ และเบลอหลังได้ละลายสุดๆ

 

รุ่นเล็กแต่ก็มี Super Nightscape Mode มาให้ถ่ายตอนกลางคืน

realme C11 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในระดับราคาเดียวกันที่มาพร้อมโหมด Nightscape หรือการถ่ายตอนกลางคืนครับ โดยภาพที่ได้ถือว่าต่างจากโหมดปกติชัดเจน ภาพกลางคืนมีรายละเอียดชัดขึ้นและความสว่างที่มากกว่าเดิม แต่ต้องให้สภาพตอนกลางคืนมีแสงอยู่บ้างครับ ทั้งนี้ ภาพที่ถ่ายออกมาจะมีการครอปจากโหมดปกติเล็กน้อยครับ


โหมดปกติ / โหมด Super Nightscape

 

กล้องหน้าสวยงามด้วย AI Beauty

อย่างที่บอกไปครับ realme C11 มี AI Beauty มาให้ ซึ่งต้องบอกว่าการเซลฟี่ของรุ่นนี้ทำออกมาได้ดีมาก ใบหน้าดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และมีความสว่างทั่วใบหน้าด้วย

 

เซลฟี่กล้องหน้า Portrait ก็ยังเนียน

จากที่เราเห็นในกล้องหลังไปแล้ว โหมด Portrait กล้องหน้าก็สวยงามไม่แพ้กันครับ เบลอได้ละลาย ดูมีมิติกว่าเดิม และใบหน้าของเราก็สว่างมากขึ้นด้วย


โหมดปกติ / โหมด Portrait

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงาม มีการเล่นเฉดสีและแถบโลโก้ด้านหลัง พร้อมใช้การออกแบบรูปทรงเรขาคณิต จับถือได้สะดวก
  • มีแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh รองรับการใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันแน่นอน
  • หน้าจอแสดงผลหยดน้ำ กว้างถึง 6.5 นิ้ว รับชมวิดีโอหรือภาพยนตร์ได้แบบเต็มตา และคมชัดระดับ HD+
  • กล้องหลังคู่ AI ฟีเจอร์ครบ ถ่ายสวย พร้อมโหมด Super Nightscape รุ่นแรกในราคาระดับเดียวกัน
  • กล้องหน้าเซลฟี่ได้สวยงาม มี AI Beauty และโหมด Portrait
  • เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้หน่วยประมวลผล Helio G35 Octa-core ขนาด 12 นาโนเมตร

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ใช้พอร์ต Micro USB 2.0
  • ไม่มีหูฟังให้ในกล่อง
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Smart Review

รีวิว Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายครอบหู พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยม พร้อมฟังก์ชันใหม่เพียบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม มีระบบการตัดเสียงรบกวนขั้นสูง เปิดอรรถรสการฟังเพลงได้เหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง โดยมี AI ที่เพิ่มเข้ามาทำให้ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

 

สรุปสเปค Sony WH-1000XM4

  • น้ำหนักหูฟัง : 254 กรัม
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • ระยะการเชื่อมต่อ : ไกลสุด 10 เมตร
  • ไดรเวอร์ขนาด : 40 มม.
  • ค่าความต้านทาน (โอห์ม)
    • 40 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 16 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • การตอบสนองความถี่ 4Hz – 40,000Hz
  • ความไว (DB/MW)
    • 105dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 101dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • รองรับ DSEE Extreme, การตัดเสียงรบกวน และสั่งการด้วยเสียง
  • แบตเตอรี่
    • การใช้งานเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 30 ชั่วโมง
    • การใช้งานเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 38 ชั่วโมง
  • พอร์ตชาร์จ : USB Type-C

 

แกะกล่อง

ตัวกล่องของ Sony WH-1000XM4 มีขนาดใหญ่ตามขนาดหูฟังครับ โดยเลื่อนออกมาจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4
  • กระเป๋าเคสสำหรับพกพา
  • หัวแปลงสำหรับเสียบช่องหูฟังบนเครื่องบิน
  • สายต่อหูฟัง (AUX) ยาว 1.2 เมตร
  • สาย USB Type-C ยาวประมาณ 20 ซม.
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์หูฟัง

ดีไซน์ของตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4 มาในทรงที่ครอบหูตามปกติครับ สามารถยืดได้อย่างง่ายๆ ทำให้ไม่แน่นจนเกินไป มียางและบุโฟมยูริเทนทั้งด้านบนและตัวครอบหูฟังเพื่อรองรับแรงกด

 

โดยตัวที่ครอบหูสามารถหมุนได้ 90 องศาเพื่อการจัดเก็บที่สะดวกสบายมากขึ้น

 

หรือใครที่ไม่ถนัดหรือใส่ไม่ลงล็อกกับหู สามารถดึงขึ้น-ลงเพื่อปรับให้เข้ากับเราได้ครับ

 

ปุ่มรอบๆ ตัวหูฟังฝั่งซ้าย Sony WH-1000XM4 จะมีปุ่มฟังก์ชันเพื่อปรับโหมดการฟังเพลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงรบกวนแบบสูงสุด (Noise Cancelling), เปิดเสียงภายนอก (Ambient Sound) ระดับกลาง , การเปิดเสียงภายนอกขั้นสูง

 

ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเปิด-ปิด และช่องเสียบสาย AUX

 

โดยตรงกลางจะเป็นเทคโนโลยี NFC พร้อมสัญลักษณ์ที่บอกชัดเจนครับ

 

ส่วนทางขวาจะมีเพียงพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จ พร้อมไฟ LED

 

วิธีการเชื่อมต่อ

1. โหลดแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ได้ทั้ง Android และ iOS
2. หากเชื่อมต่อผ่านบลูทูธให้กดค้างที่ปุ่ม Power ของหูฟัง 7 วินาทีจนกว่าไฟ LED จะกระพริบเป็นสีน้ำเงินอย่างเร็ว
3. ทำตามขั้นตอน
4. เสร็จสิ้น

 

การควบคุมต่างๆ (ใช้งานได้เฉพาะฝั่งขวา)

  • เลื่อนขึ้น : เพิ่มเสียง
  • เลื่อนลง : ลดเสียง
  • เลื่อนขวา : เล่นเพลงถัดไป
  • เลื่อนซ้าย : ย้อกลับเพลงที่ผ่านมา
  • กดค้างตรงกลาง : เรียกใช้งาน Voice Assistant
  • กด 1 ครั้งตรงกลาง : หยุด-เล่นเพลง หรือรับสายโทรศัพท์
  • ฝ่ามือทับหูฟัง : ฟังเสียงรอบข้างทันที

 

การฟังเพลงและการตัดเสียงรบกวน

สำหรับการฟังเพลงต้องบอกว่าฟูฟังตัวเทพอย่าง Sony WH-1000XM4 ทำออกมาได้ดีมากในทุกย่านเสียงครับ เสียงเบสแน่นและหนักได้ยินชัดเจนเพราะมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 40 มม. เสียงพูดหรือเสียงร้องจัดว่าคมชัด มีความแหลมสูงเล็กน้อย ทั้งยังรองรับเสียงแบบ Hi-Res Audio รวมถึง DSEE Extreme ฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของไฟล์เพลงที่อาจถูกบีบอัด ทำให้เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดรวมถึงเสียงร้องนั้นชัดเจนมากขึ้น

และฟีเจอร์ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับหูฟังรุ่นนี้ คือ 360 Reality Audio ที่จะเล่นเสียงเพลงให้แบบ 360 รอบตัวเราทั้งหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง แบบครบทุกทิศครับ ใครที่ชอบฟังเพลงแบบสมจริง ต้องบอกว่านี่คือตัวชูโรงของ Sony WH-1000XM4 เลยก็ว่าได้

 

ที่สำคัญยังมีการปรับเสียงตามสถานการณ์ (Adaptive Sound Control) ซึ่งตรงนี้ต้องเปิดตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนครับ ซึ่งจะแบ่งได้ 3 สถานการณ์ ดังนี้

  • นั่งอยู่กับที่ : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกระดับสูง
  • กำลังเดิน : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกแบบปกติ
  • นั่งรถยนต์ : เปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมปิดเสียงภายนอก

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับการตัดเสียงได้ตามใจชอบผ่านผ่านแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 0 – 20 ระดับ ซึ่งในเรื่องของการตัดเสียงรบกวนขณะฟังเพลง ต้องบอกว่าทำได้ดีมาก เสียงภายนอกแทบไม่ได้ยินถ้าไม่ได้ตะโกนหรือมีเสียงที่ดังเกินครับ

 

สำหรับ Sony WH-1000XM4 จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการใส่ เมื่อถอดหูฟังออก ระบบจะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติ และเมื่อใส่กลับเข้าไปใหม่ ก็จะเล่นต่อทันที

 

อย่างไรก็ตาม Sony ก็ยังให้เราได้สื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้ง่ายๆ เมื่อเราเริ่มพูดคุยกับคนรอบข้าง ระบบจะหยุดเล่นเพลงทันที พร้อมให้เราสนทนากับคนอื่นๆ ได้ทันทีแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องถอดหูฟังออกมา หรือเพียงวางมือด้านบนกรอบหูฟังฝั่งขวา ระบบจะลดเสียงเพลงลงทันที

 

การคุยโทรศัพท์

ในการคุยโทรศัพท์ต้องบอกว่าปลายสายได้ยินเราชัดเจนครับ เพราะมีไมโครโฟนถึง 5 ตัวบนหูฟัง ที่สำคัญเสียงที่เราได้ยินจากปลายสายก็ได้ยินชัดเจนด้วยรนะบบตัดเสียงรบกวนภายนอก

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มที่ทั้งวัน

ในเรื่องของแบตเตอรี่ต้องบอกว่าสามารถใช้งานได้เต็มวันแน่นอนครับ เพราะจากที่ลองให้งานฟังเพลงประมาณ 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่จาก 80% ลดลงมาเล็กน้อยเหลือแค่ 75% ซึ่งตามที่ Sony ระบุไว้สามารถใช้งานขณะเปิดโหมดตัดเสียงได้สูวสุดถึง 30 ชั่วโมง และเมื่อปิดโหมดจะใช้ได้ถึง 38 ชั่วโมง

 

ส่วนการชาร์จสามารถชาร์จเพียง 10 นาที ก็ใช้งานต่อได้อีก 5 ชั่วโมง แต่ถ้าจะชาร์จให้แบตเตอรี่เต็ม 100% จาก 0% จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

 

ใครที่สนใจ Sony WH-1000XM4 นั้นเปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 13,990 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม www.sony.co.th

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก รันบน Android 10 (Go Edtion) พร้อมใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น ราคาเพียง 2,499 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดในราคาแบบสบายกระเป๋า สามารถให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่ใช้งานดี เล่นโซเชียลได้สบาย พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 Go Edition ช่วยให้ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A01 Core

  • ขนาดตัวเครื่อง : 141.7 x 67.5 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล PLS TFT กว้าง 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1480 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek MT6739 Quad-core
  • GPU : PowerVR GE8100
  • RAM 1 GB
  • ROM 16 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 (Go Edition)
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh

 

ดีไซน์ หน้าจอแสดงผล และรอบตัวเครื่อง

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมาในลวดลายที่สวยงามพอสมควรแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กก็ตาม มีการเล่นเส้นลายมีความขรุขระที่ส่วนบน ทำให้จับถือได้มั่นคงกว่าเดิมครับ ขณะที่ด้านล่างจะเป็นแบบเรียบๆ

 

ที่สำคัญด้วยขนาดเครื่องที่เล็ก ทำให้จับถือและใช้งาน 1 มือได้แบบสบายๆ แถมมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy A01 Core มาแบบ PLS TFT แต่ก็ยังให้สีสันที่สดใสอยู่ครับ โดยมีขนาดใหญ่ 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ ทำให้ยังรับชมวิดีโอต่างๆ ผ่าน YouTube ได้แบบไม่ขัดตา

 

เหนือหน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ยังมีขอบดำเป็นแถบครับ โดยมีกล้องหน้า 1 เลนส์ พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา ขณะที่ด้านล่างก็มีขอบที่หนาพอสมควรครับ แต่ปุ่มต่างๆ จะใช้ซอฟต์แวร์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ

 

ทางซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 Slot เลยทีเดียว

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 1 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Samsung Galaxy A01 Core มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edition) ที่เป็นระบบที่ใช้งานสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีความจุน้อย แต่ช่วยให้ทำงานทั่วไปได้ไหลลื่นมากๆ ครับ

 

หน้าตา UI

 

แอปพลิเคชั่นแบบ Go Edition

สำหรับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้จะเป็นแบบ Lite หรือ Go เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรี่, Gmail Go, YouTube Go, Google Go และอื่นๆ ซึ่งการทำงานจะใช้ได้ตามปกติครับ แต่หน้าตา UI อาจตัดบางส่วนออกไปจากเวอร์ชันเต็มเท่านั้นเพื่อให้ใช้งานได้ราบลื่น

 

ใช้งาน Dark Mode ได้

แม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่ก็ยังถนอมสายตาเราในการใช้งานตอนกลางคืนด้วยโหมดมืดครับ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำทั้งหมด ทำให้เหมาะในการใช้งานที่ที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย รุ่นนี้มีเพียงการใช้งานรหัสผ่านหรือ PIN เท่านั้นครับ แต่ก็มีความปลอดภัยขั้นสูงเช่นกัน

 

เคลียร์ไฟล์ขยะและ RAM ได้ง่ายๆ ผ่าน Smart Manager

สำหรับ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีแอปพลิเคชั่น Smart Manager มาให้เพื่อให้เรากดเพียงคลิกเดียวก็สามารถลบไฟล์ขยะต่างๆ ไม่ให้เปลืองพื้นที่การใช้งาน

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในเรื่องหน่วยประมวลผลนั้นมาพร้อมกับ Mediatek MT6739 ที่ก็เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นส่วนใหญ่ครับ ส่วนการเล่นเกม เราได้ทดสอบการเล่นเกมเล็กๆ อย่าง Candy Crush Jelly Saga ซึ่งก็เล่นได้ลื่นพอสมควร ซึ่งเกมเบาๆ สามารถเล่นได้ด้วยเครื่องนี้แบบสบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่เพียงพอต่อ 1 วัน

Samsung Galaxy A01 Core แม้ว่าจะมีแบตเตอรี่ 3000mAh แต่ในการเป็นสมาร์ทโฟนตัวเล็กนั้นสามารถใช้งานได้แบบตลอดวันแน่นอนครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีกล้องหน้าและหลังอย่างละ 1 เลนส์ครับ โดยแต่ละเลนส์มีดังนี้

  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

โหมดปกติ (Auto)

ในโหมดปกติก็ถือว่า Samsung Galaxy A01 Core ทำออกมาในเกณฑ์ที่ดีครับ สามารถถ่ายออกมาให้มีความคมชัดและสีสันสดใสเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอครับ ซึ่งการถ่ายภาพไม่สามารถปรับโหมดอื่นๆ ได้ครับ

 

เซลฟี่สวยงาม

สำหรับการเซลฟี่ แม้ว่าจะไม่สามารถปรับความบิวตี้ได้ แต่ก็ถ่ายออกได้ดีพอสมควรในสภาวะที่มีแสงครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ได้ระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edtion)
  • น้ำหนักเบา จับถือได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มใช้งานสมาร์ทโฟน
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต microUSB 2.0

Samsung Galaxy A01 Core สนนในราคาเบาๆ เพียง 2,499 บาทเท่านั้นครับ

อ่านต่อ...

IT News

รีวิว Choetech Solar Charger 19W ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์ [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์กับอุปกรณ์ช้ินนี้ Choetech Solar Charger 19W เปลี่ยนพลังงานธรรมชาติเป็นไฟฟ้า และของดีที่สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่

ชมคลิป ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์

Choetech Solar Charger 19W เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับพกติดตัวไปได้ทุกที่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง กิจกรรมกลางแจ้ง เดินป่า ปีนเขา ปั่นจักรยานระยะทางไกลๆ ก็สามารถใช้เจ้าสิ่งนี้แปลงกระแสไฟชาร์จอุปกรณ์มือถือหรืออื่นๆ ได้ตลอดการเดินทาง

ใครสนใจตัวนี้ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/310sboa

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01 Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

อย่างที่ทราบกันว่า H...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง