realme C100 5G และ realme C100i ถึงมือทีมงาน iphone-droid.net เรียบร้อยแล้วครับ และเหมือนทุกที วันนี้เราจะขอมาแกะกล่องพรีวิว ให้ได้ชมดีไซน์คร่าว ๆ ของรุ่นใหม่ ก่อนเปิดตัวจริงสักหน่อยเนอะ

ของจริงจะสวยแค่ไหน ในกล่องให้อะไรมาบ้าง มาแกะกล่องกันเลยครับ!
แกะกล่อง realme C100 5G | realme C100i
ตัวกล่องของทั้ง 2 รุ่นจะแตกต่างกันอยู่ครับในรอบนี้ โดย realme C100 5G จะใช้กล่องเหลืองพร้อมตัวเลขรุ่นเด่น ๆ ที่หน้ากล่องเหมือนเดิม ในขณะที่ realme C100i จะปรับมาใช้กล่องสีขาว ที่ด้านหน้ามีภาพประกอบเพิ่มเติมแทน

ตำแหน่งของไฮไลท์ฟีเจอร์ก็จะต่างกันนิดหน่อยเช่นกันของ realme C100i จะอยู่ด้านข้าง ส่วน realme C100 5G ก็ยังอยู่ที่ด้านหลังเหมือนเคย ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องแบตเตอรี่ใหญ่ 7000mAh, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP64 และหน้าจอสุดลื่นไหลเหมือนกันเนอะ

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องจริง ๆ ก็ยังให้มาครบ เท่ากันเหมือนเคยครับ มีมาให้ทั้งหมด 6 อย่าง ประกอบด้วย
- ตัวเครื่อง realme C100 5G | C100i
- เคสซิลิโคน
- สายชาร์จ USB-C to USB-A
- อะแดปเตอร์ 45W SUPERVOOC | 15W Fast Charge
- เข็มจิ้มถาดซิม
- เอกสารคู่มือ

ดีไซน์ realme C100 5G | C100i
มาเข้าเรื่องดีไซน์กันต่อ แม้เลขรุ่นจะเป็น C100 เหมือนกัน แต่ในแง่ดีไซน์ ทั้งคู่ก็มีความเหมือนและต่างกันอยู่หลายจุด เพราะฉะนั้น เราขอมาอวดดีไซน์กันไปทีละรุ่นดีกว่าเนอะ เพื่อกันสับสน

ดีไซน์ realme C100 5G
เริ่มที่ realme C100 5G ก่อน รุ่นนี้จะมาพร้อมดีไซน์เอกลักษณ์ของ realme C Series เลยครับ ด้วยตัวเครื่องทรงเหลี่ยม พร้อมกรอบเครื่องผิวด้านจับถนัดมือ เพราะมีความบางเพียง 8.45 มม.เท่านั้นครับ

ส่วนดีไซน์ฝาหลัง ก็ต้องบอกเลยว่า สวยสมกับเป็นแบรนด์ realme เพราะอย่างสีที่เราได้มา Blooming Purple ก็มีลูกเล่น ด้วยลวดลายดอกไม้ ดูสดใสเละคงทนยาวนาน ให้ความโดดเด่นทุกครั้งที่หยิบขึ้นมา ผสานกันระหว่างเทคโนโลยีและศิลปะ ได้อย่างลงตัว

แถมที่โมดูลกล้อง ยังได้ดีไซน์ฐานกล้องสะท้อนมันวาว มอบความน่าดึงดูดเพิ่มเติม ยกระดับดีไซน์กล้องให้ดูพรีเมี่ยมขึ้นอีกมากเลยทีเดียวครับ

ที่หน้าจอของ realme C100 5G จะได้จอ LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.8″ มาในทรงจอรอยบากหยดน้ำ ความละเอียด HD+ (1570×720 พิกเซล) รองรับความสว่างสูงสุด 900nits เป็นจอ LCD ที่สว่างเอาเรื่องเลยล่ะ


นอกจากนี้ ตัวหน้าจอยังรองรับ Refresh rate สูงสุดถึง 144Hz มอบความลื่นไหล ตอบสนองการสัมผัสได้ไว ลดภาพเบลอขณะเคลื่อนไหว เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกม ไถฟีด หรือดูหนังได้อย่างราบรื่นสุด ๆ

ตำแหน่งปุ่มกดต่าง ๆ ก็วางไว้ในมุมที่มาตรฐานของ realme ในยุคหลัง ๆ ครับ คือมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power อยู่ที่ฝั่งขวามือของตัวเครื่อง วางตำแหน่งมาได้ดี กดสั่งการได้ง่าย

รุ่นนี้ได้ช่องหูฟัง 3.5 มม.มาที่ด้านบนของตัวเครื่องด้วย แอบเซอร์ไพรส์เหมือนกัน เพราะเราไม่ได้เห็นช่องนี้มานาน ส่วนด้านล่าง ก็จะมีลำโพง, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟน และช่องใส่ซิมครับ

เห็นตัวเครื่องเรียบหรู สวยงามแบบนี้ แต่เอาจริง ๆ realme C100 5G ก็แอบให้มาตรฐานความถึกทนมาไม่น้อยเหมือนกันนะ เพราะมีทั้ง ความสามารถปกป้องรอบด้าน 360° จากการตกกระแทก คุณภาพระดับมาตรฐานทางการทหาร พร้อมมาตรฐานคุณภาพจาก realme หมดกังวลเรื่องการตกกระแทกในชีวิตประจำวัน

รวมถึงมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นก็มีมาให้ที่ IP64 พร้อมลุยกับทุกสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะลุยฝน เผลอทำน้ำหกใส่ ก็มั่นใจได้ว่าตัวเครื่อง realme C100 5G จะผ่านไปได้แบบไม่เจอปัญหาอะไรเนอะ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ realme C100 5G ก็ถือว่าทำได้ดีสมกับเป็น C Series เลยครับ ได้ลวดลายฝาหลังที่โดดเด่น หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่สุดลื่นไหล รวมถึงมาตรฐานความทนทานรอบด้าน ที่เป็นหนึ่งในจุดขายของรุ่นนี้ด้วย ครบเครื่องจริง ๆ ว่าไหมล่ะ !?

ดีไซน์ realme C100i
มาต่อกันที่ realme C100i กันบ้าง รุ่นนี้จะเป็นรุ่นย่อมเยาลงมาอีกหน่อย แต่ในแง่ดีไซน์ ก็ต้องบอกเลยว่า realme ไม่ทิ้ง ให้ดีไซน์สวยหรูมาเช่นกันครับ! ด้วยฝาหลังเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยลวดลายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงด้วยครับ

ส่วนสีสัน ที่เราได้มารีวิวจะเป็นสี Dawn Purple ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแรกของรุ่งเช้า ผสานกับสี
ลาเวนเดอร์และหมอก สีโปร่งแสงนี้สะท้อนความเงียบสงบของแสงอรุณได้เป็นอย่างดี

ที่โมดูลกล้อง ก็จะวางกล้องหลัง 2 ตัวเรียงลงมา พร้อมลวดลายฐานกล้องมันวาวเพิ่มความพรีเมี่ยมเข้าไปอีกหน่อย ทำให้ได้รูปลักษณ์ที่เรียบง่าย แต่ก็มีลูกเล่นและความลงตัวขึ้นอีก

ที่หน้าจอ realme C100i จะใช้จอรอยบากทรงหยดน้ำเหมือนกัน เป็นจอ LCD ได้ขนาดมาใหญ่ 6.8″ ความละเอียด HD+ (1570 x 720 พิกเซล) และรองรับความสว่างสูงสุด 900nits ด้วย

ด้านการตอบสนอง realme C100i จะได้ Refresh rate 120Hz มอบสัมผัสที่ลื่นไหล ลดอาการกระตุกเวลาใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนหน้าจอ ไถฟีดโซเชี่ยล หรือเล่นเกม

ขนาดตัวเครื่องของ realme C100i ก็จะอยู่ที่ 8.35 มม. บางกำลังดีครับ มีน้ำหนักประมาณ 208 กรัม ให้ความรู้สึกที่แน่นหนาเวลาจับถือ และใช้งาน ตำแหน่งของปุ่มกดก็จะอยู่ที่มุมขวามือของตัวเครื่องทั้งหมด เช่นเดียวกับ realme C100 5G ครับ


พอร์ตการเชื่อมต่อของรุ่นนี้จะต่างออกไปนิดหน่อย ตรงที่วางไว้ที่ด้านล่างทั้งหมด แบ่งเป็นพอร์ต USB-C ตรงกลาง ช่องลำโพงและไมโครอยู่ข้าง ๆ และช่องหูฟัง 3.5 มม. รุ่นนี้ก็ยังมีอยู่ด้วยครับ

ด้านความทนทาน realme C100i ยังคงความถึก ทน ตามฉบับของ realme C Series ด้วย เพราะมีมาตรฐาน ArmorShell Protection ทนต่อการตกสูงสุด 2 เมตร และผ่านการทดสอบมาตรฐาน MIL-STD 810H รวมถึงผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก (Shock Resistance Test) มาแล้วด้วย

เช่นเดียวกับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น realme C100i ก็ยังได้มาตรฐาน IP64 ป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้าสู่ตัวเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันความเสียหายจากละอองน้ำหรือการกระเด็นของของเหลว ช่วยให้มั่นใจหากเผลอทำน้ำหกใส่ และที่สำคัญที่หน้าจอก็ยังได้ฟีเจอร์ Wet Hand Touch 2.0 ใช้งานได้ แม้หน้าจอเปียกด้วย

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ realme C100i ก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม มาในทรงเรียบง่าย แต่ก็พรีเมี่ยม ทั้งสีสันที่ใช้ ดูสดใสและเข้าถึงได้ ได้ขนาดหน้าจอใหญ่ แต่ยังคงความบางและจับถือได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเลยคือมาตรฐานความอึดทน ระดับกองทัพนี่ด้วย

สเปค realme C100 5G | realme C100i
สำหรับไฮไลม์สเปคของ realme C100 5G และ realme C100i ในรอบนี้ ก็หนีไม่พ้นเรื่องแบตเตอรี่ ที่ให้มาจุใจด้วยแบตเตอรี่ไททัน 7000mAh ทั้งคู่ ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขั้นสุด แต่สังเกตจากตัวเลขความบางที่ทั้งคู่ให้มาระดับ 8.x มม.เท่านั้น ถือว่าใช้งานได้เต็มอิ่ม ในตัวเครื่องพกพาสะดวกอยู่จริง ๆ ครับ

นอกจากนี้ในเรื่องซอฟต์แวร์ realme C100 5G และ realme C100i ยังได้ realme UI บนพื้นฐาน Android 16 ที่เคลมว่าสามารถใช้งานได้ลื่นไหลยาวนาน 48 เดือน เพราะถูกออกแบบมาเพื่อความเร็วและการตอบสนองที่ยาวนาน ผ่านการทดสอบความลื่นไหลต่อเนื่อง 48 เดือนอย่างเข้มงวด มั่นใจได้ว่าแม้ใช้งานไปอีกหลายปี ก็ยังทำงานได้รวดเร็วและคล่องตัว

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงพรีวิวคร่าว ๆ ของ realme C100 5G และ realme C100i ให้ได้เห็นดีไซน์ และอุปกรณ์ภายในกล่องคร่าว ๆ ก่อนรีวิวฉบับเต็มเนอะ ใครที่รอ realme C Series รุ่นใหม่อยู่ ก็เตรียมตัวได้เลยครับ เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้เตรียมเปิดตัวทางการในประเทศไทยวันที่ 3 เมษายนนี้แล้ว ส่วนรีวิวการใช้งานก็ติดตามได้วันนั้นเช่นกันเนอะ แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวฉบับเต็มครับ!