Connect with us

Featured

รีวิวผลิตภัณฑ์ realme AIoT สู่ยุคใหม่ ยกระดับไลฟ์สไตล์ ทั้งสมาร์ทวอทช์ Watch S, หูฟัง Buds Air Pro, กล้อง Smart Cam 360° และเครื่องชั่ง Smart Scale

Published

on

เข้าสู่ยุคที่อุปกรณ์ AIoT เข้ามาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ถูกขนานนามว่าเติบโตเร็วที่สุดก็พร้อมให้เราได้เข้าถึง AIoT ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ ทั้ง 4 อุปกรณ์ ได้แก่ realme Smart Cam 360°, realme Smart Scale, realme Watch S และ realme Buds Pro โดยแต่ละอุปกรณ์จะฉลาดและฟีเจอร์จัดเต็มขนาดไหน เราจะมารีวิวให้ชมกันแบบรวดเดียวเลย

 

realme Watch S

มาดูกันที่อุปกรณ์ AIoT ชิ้นแรกที่หลายคนกำลังรอคอยอย่างนาฬิกาอัจฉริยะ realme Watch S ที่ยังคงมีฟีเจอร์ครบครันทั้งการออกกำลังกาย, การดูแลสุขภาพ และรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

สรุปสเปค realme Watch S

  • ขนาดตัวเครื่อง : 259.5 x 47.0 x 12.0 มม. (กว้าง x ยาว x สูง)
  • น้ำหนัก : 48 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 1.3 นิ้ว ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล, 278 PPI และความสว่างสูงสุด 600 นิต
  • ระบบเซ็นเซอร์
    • ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดการเร่งความเร็ว 3-axis acceleration Sensor
    • ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
    • มอเตอร์สั่น Rotor Vibration
  • ระบบการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • กันน้ำระดับ IP68
  • แบตเตอรี่ความจุ 390mAh

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเรือน realme Watch S
  • แท่นชาร์จ
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

realme Watch S มาในดีไซน์ทรงกลมที่มีขนาดพอดีกับข้อมือครับ ใช้งานได้เหมาะกับทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่มีความคลาสสิกด้วยสีดำสวยงามตามที่เราได้มารีวิวครับ โดยวัสดุใช้เป็นอลูมิเนียมอัลลอยเกรด 6063 แข็งแรงและน้ำหนักเบามากๆ

 

ที่สำคัญสายแบบซิลิโคนทำให้มีน้ำหนักเบาสวมใส่ได้สบาย ไม่รู้หนักจนเกินไป ทั้งยังมีอีก 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีส้ม และสีเขียว

 

realme Watch S มาพร้อมมาตรฐานน้ำและฝุ่น IP68 กันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร สามารถใส่ว่ายน้ำได้แบบไม่ต้องกังวลครับ

 

หน้าจอแสดงผลทำออกมาได้สวยงามมากๆ ด้วยขนาดใหญ่ 1.3 นิ้ว รองรับฟีเจอร์ปรับแสงหน้าจอแบบอัตโนมัติเพราะมีเซนเซอร์การจับแสงรอบทิศทาง หรือใครจะปรับแสงจอเองก็ทำได้ตั้งแต่ 1 – 5 ระดับ

 

ทั้งนี้ หน้าจอใช้กระจก Gorilla Glass ที่มีความโค้ง 2.5D สามารถสัมผัสได้สบายมากขึ้น

 

รอบเครื่องของ realme Watch S จะมีปุ่มด้านข้าง 2 ปุ่ม โดยที่ด้านบนจะเป็นปุ่มเรียกเมนูหรือย้อนกลับ ขณะที่ด้านล่างจะเป็นปุ่มเรียกเมนูออกกำลังกาย

 

ส่วนด้านหลังเครื่องจะมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และเซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด

 

เชื่อมต่อง่าย ดูสถานะต่างๆ ได้สบาย

การเชื่อมต่อสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปแพลิเคชั่น realme Link เมื่อเชื่อมต่อแล้วเราสามารถปรับแต่งการทำงานต่างๆ รวมถึงชมการแจ้งเตือนได้ด้วย

 

หน้าปัดมีให้เลือกหลากหลาย

สำหรับหน้าปัดมีให้เลือกหลายหลายในตัวครับ โดยสามารถกดค้างที่หน้าจอแล้วเลือกประมาณ 7 แบบ

 

โหมดออกกำลังกายมีถึง 16 โหมด

ใครชอบออกกำลังกายก็มีถึง 16 โหมด ได้แก่ การวิ่งกลางแจ้ง การเดินเร็ว, วิ่งในร่ม, ปั่นจักรยานกลางแจ้ง, แอโรบิค, การฝึกกล้ามเนื้อ, ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, เทเบิลเทนนิส, แบตมินตัน, การปั่นจักรยานในร่ม, เครื่องเดินวงรี, โยคะ, คริกเกต, ปั่นจักรยาน และเครื่องออกกำลังกายกรรเชียงบก โดยหลักๆ จะสามารถดูอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบเรียลไทม์ และข้อมูลของแต่ละชนิดกีฬาครับ

 

วัดคุณภาพการนอน

realme Watch S สามาถตรวจจับคุณภาพการนอนได้ค่อนข้างแม่นยำ โดยเราสามารถดูรายละเอียดต่างๆ ได้ทั้งในตัวนาฬิกาหรือแอป realme Link โดยจะบอกเวลาในการนอน ที่แบ่งช่วงการนอนเป็น 4 แบบ ได้แก่ หลับลึก, หลับตื้น, REM (หลับฝัน) และตื่น

 

วัดอัตราเต้นหัวใจเรียลไทม์ และออกซิเจนในเลือด

realme Watch S ยังคงมีเซ็นเซอร์ทั้ง 2 แบบมาให้เหมือนเดิม โดยการวัดอัตราการเต้นของหัวใจนั้นใช้เซ็นเซอร์คุณภาพสูง PPG จาก Goodix ที่มีความแม่นยำอย่างมากและวัดได้รวดเร็ว

 

ทั้งนี้เราสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อมีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงหรือต่ำเกินไปได้ผ่านแอป realme Link ครับ

 

ส่วนการวัดออกซิเจนในเลือด (SpO2) ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยหากอยู่ในระดับมากกว่า 94% ขึ้นไปคือปกติ, 88-93% ต่ำกว่าปกติ และน้อยกว่า 88% คือภาวะพร่องออกซิเจน

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่องหลายวัน

สำหรับ realme Watch S ก็มีแบตเตอรี่มาให้ถึง 390mAh ซึ่งไม่จำเป็นต้องชาร์จแบบวันต่อวันครับ เพราะใช้งานทั่วไปได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 15 วัน แต่ถ้าใครเน้นออกกำลังกายก็อาจจะได้ชาร์จช่วง 3-4 วันแรกครับ ทั้งยังใช้เวลาในการชาร์จถึง 100% เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

realme Watch S สนนราคาอยู่ที่ 2,999 บาท โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้

 

realme Buds Air Pro

มาต่อกันที่ realme Buds Air Pro หูฟัง True Wireless รุ่นใหม่ ฟีเจอร์จัดเต็ม ดีไซน์สวยงาม และสวมใส่ได้สะดวก ทั้งการใช้งานเล่นเกมหรือฟังเพลงครับ

 

สรุปสเปค realme Buds Air Pro

  • ขนาดตัวเคส : 60.5 x 56 x 24 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักตัวเคส : 39.5 กรัม
  • น้ำหนักหูฟังต่อข้าง : 5 กรัม
  • หน่วยประมวลผล S1
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • ระยะการเชื่อมต่อ : สูงสุด 10 เมตร
  • กันน้ำ : IPX4
  • การชาร์จ (เคส) : พอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ : ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 20 ชั่วโมง (เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ)

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • เคสพร้อมหูฟัง realme Buds Air Pro พร้อมจุกยางขนาด L
  • จุกยาง 6 ชิ้น (3 ขนาด ได้แก่ S, M และ XL)
  • คู่มือการใช้งาน
  • สายสำหรับชาร์จตัวเคสพอร์ต USB Type-C

 

ดีไซน์ของเคสชาร์จมาในรูปทรงที่มีความรีและมีความโค้งที่ทุกสัดส่วนครับ โดยฝาเคสก็เปิดได้ง่ายๆ ครับ

 

ที่ด้านหน้าเคสมีไฟ LED เพื่อบอกสถานะต่างๆ ส่วนทางด้านล่างมีพอร์ต USB Type-C เพื่อชาร์จเคส และทางขวาเป็นปุ่ม Paring เพื่อเชื่อมต่อในครั้งแรก

 

realme Buds Air Pro มีดีไซน์ของหูฟังแบบ In-Ear ทำให้เหมาะสำหรับการใส่ฟังเพลงอย่างมาก สวมใส่ได้ค่อนข้างสะดวกซึ่งต้องใช้ขนาดจุกยางที่เหมาะสำหรับหูของแต่ละคนครับ และมีน้ำหนักเบาเพียงข้างละ 5 กรัมเท่านั้น

 

ตัวหูฟังรองรับมาตรฐานกันน้ำ IPX4 ที่ป้องกันละอองน้ำหรือเหงื่อได้แบบสบายๆ

 

รอบตัวหูฟังมีบอกฝั่งซ้ายหรือขวาที่ด้านล่าง โดยที่ด้านบนจะมีไมโครโฟนตัวที่ 2

 

ส่วนด้านหลังของตัวหูฟังจะมีระบบสัมผัสเพื่อใช้ในการควบคุมต่างๆ ถัดลงมาจะเป็นไมโครโฟนตัวหลักครับ

 

การเชื่อมต่อง่ายๆ

realme Buds Air Pro รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วยแอป realme Link ผ่าน Bluetooth 5.0 ที่มีความเสถียรและรับส่งข้อมูลได้ไกลถึง 10 เมตร ทั้งนี้ ความสะดวกในการเชื่อมต่อก็ง่ายมากเพียงแค่เปิดเคสก็จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ล่าสุดทันทีเพราะรองรับ Google Fast Pair

 

การควบคุม

  • กด 1 ครั้ง : วางสาย-ปฏิเสธการรับสาย
  • กด 2 ครั้งติดกัน : เล่น-หยุดเพลง
  • กด 3 ครั้งติดกัน : ข้ามไปเพลงต่อไป
  • แตะค้างที่ Buds ทั้ง 2 ข้างเป็นเวลา 2 วินาที : เข้า / ออก Gaming Mode (เมื่อเข้า Gaming Mode จะเป็นเสียงเร่งเครื่อง)

หากใครที่อยากปรับเปลี่ยนการควบคุมต่างๆ ข้างต้นก็สามารถทำได้ผ่านแอป realme Link ครับ

 

การตัดเสียงรบกวนขั้นสุด

realme Buds Air Pro มาพร้อมกับชิป S1 ที่รองรับการตัดเสียงรบกวนภายนอก (Active Noise Cancellation) ที่เราทดสอบแล้วใช้งานได้ดีมากๆ ครับ ตัดเสียงภายนอกออกไปได้เยอะเลยทีเดียว โดยลดเสียงรบกวนสูงสุดถึง 35dB ใครที่ชอบฟังเพลงจะต้องชอบเพราะไม่มีเสียงอื่นๆ มากวนแน่นอน

 

แต่ถ้าเราอยู่ข้างนอกหรือกำลังข้ามถนนที่ต้องฟังเสียงรอบข้างบ้าง ก็สามารถปรับเป็นโหมดความโปร่งใส (Transparency Mode) เพื่อฟังเสียงภายนอกได้แบบปกติ

 

การฟังเพลง

ใน realme Buds Air Pro จะมีไดรเวอร์เบสขนาด 10 มม. มาให้ ช่วยให้เราฟังเพลงได้เต็มอรรถรส โดยเบสก็ถือว่าแน่นและหนักพอสมควร โดยยังมีฟีเจอร์ Bass Boost+ เพื่อเพิ่มระดับเสียงเบสได้หนักขึ้นไปอีกขั้น รวมถึงเสียงเพลงโดยภาพรวมก็ทำได้สดใสและเสียงร้องก็ชัดเจน ไม่แหลมจนเกินไป

 

ทั้งนี้เมื่อถอดหูฟังออกแล้ว ระบบก็จะหยุดเล่นเพลงทันที และเมื่อใส่กลับเข้าไปใหม่ก็จะเล่นต่อโดยอัตโนมัติ

 

การโทรปลายสายก็ได้ยินชัดเจน

หูฟังรุ่นนี้มามีไมโครโฟน 2 ตัวตามที่เราบอกไปครับ โดยจะเป็นตัวรับเสียงและการตัดเสียงรบกวนภายนอกหรือ ENC (Environmental-Noise Cancellation) ที่รู้ว่าควรตัดเสียงอะไรที่ผ่านเข้าไมค์มา เพื่อให้ปลายสายได้ยินเสียงเราได้ชัดเจน

 

โหมดเกม (Gaming Mode)

ในโหมดเกมก็สามารถเปิดเพื่อลดค่า Latency ได้ต่ำสุดถึง 94ms ดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 21% ซึ่งจากที่ทดสอบด้วยเกม PUBG Mobile ความล่าช้าระหว่างการกดยิงและได้ยินเสียงปืนใกล้เคียงกับมากๆ แถมแยกเสียงฝั่งซ้ายและขวาได้อย่างชัดเจน

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง

จากการที่ realme Buds Air Pro ใช้ชิป S1 ที่ช่วยให้ใช้พลังงานต่ำและมีแบตถึง 486mAh ในตัวเคส ทำให้ใช้งานได้นานสูงสุด 25 ชั่วโมงครับ หรือถ้าเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนจะใช้ได้ 20 ชั่วโมง

 

แต่ถ้าใครมีเวลาไม่มากก็ชาร์จได้ไวเพียง 10 นาที ใช้ฟังเพลงได้นานอีก 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว หรือถ้าจะให้เต็ม 100% ก็ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

realme Buds Air Pro สนนราคาอยู่ที่ 2,999 บาท โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้

 

realme Smart Cam 360°

ต่อกับชิ้นที่ 3 สำหรับ realme Smart Cam 360° หรือกล้องวงจรปิดที่ให้ความปลอดภัยครบตลอด 24 ชั่วโมง มองเห็นทุกด้านแบบ 360 องศา

 

ดีไซน์ของ realme Smart Cam 360° มาในแนวตั้งขนาดเล็ก วางได้ทุกทีในบ้านอย่างสะดวก โดยที่รอบตัวกล้องจะมีความมนดูสบายตาสุดๆ

 

ด้านหลังจะเป็นลำโพง

 

ขณะที่ด้านล่างจะเป็นฐานวางที่ยึดติดกับวัตถุต่างๆ ได้อย่างแน่นหนาครับ

 

ความพิเศษของ realme Smart Cam 360° แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องกล้องที่สามารถบันทึกสิ่งต่างๆ ได้ที่ความละเอียดถึงระดับ Full HD 1080p ตัวภาพมีความคมชัดทั้งในที่สว่างหรือแสงน้อยครับ แถมยังบันทึกภาพได้ยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว

 

สำหรับในที่แสงน้อยหรือในกลางคืน realme Smart Cam 360° จะได้เทคโนโลยี WDR อัจฉริยะที่ปรับตัวกล้องให้บันทึกในตอนกลางคืนได้คมชัดและเห็นสีสันต่างๆ ได้ไม่ต่างจากในตอนกลางวัน ซึ่งจะมีระยะการมองในที่แสงน้อยถึง 10 เมตร รวมถึงจะมีแสงอินฟราเรด 940 นาโนเมตรในตัวเพื่อช่วยบันทึกภาพในที่มืด โดยผู้ใช้งานจะมองไม่เห็นแสงครับ ทำให้ไม่รบกวนเวลาใช้งานด้วย

 

realme Smart Cam 360° สามารถหมุนในแนวนอนได้ถึง 360 องศาเพื่อดูสิ่งต่างๆ รอบตัว หรือจะเป็นแนวตั้งในระดับ 110 องศาได้เช่นกัน ซึ่งการใช้งานก็ทำได้ง่ายๆ และระหว่างหมุนก็มีเสียงมอเตอร์รบกวนที่เบามากๆ จนแทบไม่ได้ยินครับ

 

การเชื่อมต่อ

สำหรับการเชื่อมต่อก็สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟน realme ที่ใช้แอปพลิเคชั่น realme Link ก็สามารถเชื่อมต่อกันได้อัตโนมัติเพียงแค่ค้นหาอุปกรณ์ใกล้เคียง โดยเมื่อเชื่อมต่อแล้วเราก็สามารถชมการบันทึกผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที รวมถึงการบันทึกวิดีโอที่เกิดขึ้นได้ผ่านสมาร์ทโฟนและเก็บไว้ในแกลเลอรี่แบบเรียลไทม์เลยด้วย

 

ทั้งนี้ realme Smart Cam 360° สามารถเพิ่ม SD Card ได้สูงสุดถึง 128GB ซึ่งภาพจะแสดงเฉพาะเมื่อเข้าไปดูในแอป realme Link หรือกลับบ้านมาดูเท่านั้นครับ

 

อัจฉริยะด้วยการแจ้งเตือน

ความอัจฉริยะที่สมเป็น AIoT สำหรับ realme Smart Cam 360° เป็นการแจ้งเตือนต่างๆ ที่เมื่อมีวัตถุที่ผิดปกติเคลื่อนไหวผ่านกล้อง ระบบก็จะส่งข้อความมาที่สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อผ่าน realme Link เอาไว้ทันที ทำให้เราทราบความเคลื่อนไหวได้แบบเรียลไทม์

 

ใช้งานได้ตอบกลับได้สุดสบาย

นอกจากที่ realme Smart Cam 360° จะเป็นกล้องวงจรปิดแล้ว ก็ยังรองรับการพูดคุยผ่านตัวกล้องได้ด้วยเหมือนกันแทบไม่ต่างจากคุยปกติ ซึ่งตัวกล้องจะมีลำโพงที่ด้านหลัง เสียงที่ปล่อยออกมามีความดังชัดเจนมากๆ ในระยะประมาณ 4 เมตรครับ

 

สำหรับ realme Smart camera 360° วางจำหน่ายในราคาเพียง 1,499 บาทเท่านั้น 

 

realme Smart Scale

และสุดท้ายกับอุปกรณ์ AIoT อย่างสุดท้ายกับเครื่องชั่งน้ำหนัก realme Smart Scale ครับ ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องชั่ง แต่ยังตรวจวัดสุขภาพของเราได้อีกด้วย

 

realme Smart Scale มาในดีไซน์ที่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้วางไว้ที่บ้านได้ทุกมุมอย่างไม่เกะกะ ซึ่งตัวเครื่องมีความบางเพียง 23.2 มม. เท่านั้นเอง แต่ก็มีความแข็งแรงมากๆ ด้วยการรองรับน้ำหนักได้มากถึง 350 กิโลกรัม โดย realme Smart Scale ที่เราได้มาเป็นสีขาวซึ่งถือเป็นสีคลาสิกของ realme Smart Scale เหมาะกับการวางได้ทุกที่อย่างสวยงาม ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกจะเป็นสีน้ำเงินครับ

 

อย่างที่บอกไปครับว่า realme Smart Scale เป็น AIoT ที่มีความฉลาดในตัว โดยรองรับด้านการตรวจข้อมูลของสุขภาพเรามากถึง 16 รายการ ได้แก่ น้ำหนัก, สัดส่วนไขมัน, รูปร่าง, BMI, อัตราความชื้น, สัดส่วนกล้ามเนื้อ, ระดับไขมันในช่องท้อง, กล้ามเนื้อลาย, ความหนาแน่นมวลกระดูก, โปรตีน, มวลไขมัน, มวลกล้ามเนื้อ, อายุร่างกาย, อัตราการเผาผลาญ, น้ำหนักร่างกายไม่รวมไขมัน และการวัดอัตราการเต้นหัวใจได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย

 

ข้อมูลต่างๆ ของร่างกายเราที่เราชั่งไปก็สามารถดูได้ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น realme Link อย่างง่ายๆ ที่สำคัญ เจ้าเครื่องนี้ยังเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ถึง 4 เครื่อง เรียกว่าคนในครอบครัวก็ใช้งานกันได้ครบทุกคนแน่นอน

 

ที่สำคัญ realme Smart Scale มีเซ็นเซอร์ BIA ที่ตรวจจับได้เลยว่าน้ำหนักของเรามีการเปลี่ยนแปลงแค่เล็กน้อยเท่านั้น เช่น การดื่มน้ำ โดยสามารถตรวจจับแม้มีการเปลี่ยนแปลงน้อยสุดเพียง 50 กรัม

 

ชั่งน้ำหนักได้แม่นแม้จะเบาไม่กี่กรัม

realme Smart Scale มีเทคโนโลยี “Light Weight Mode” ช่วยให้เราชั่งสิ่งของที่มีน้ำหนักระหว่าง 0.05 ถึง 9.99 กิโลกรัมได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะสำหรับการวัดผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ที่ต้องแม่นในการชั่งตวงครับ

 

แบตเตอรี่ใช้ได้นานนับปี

realme Smart Scale มาพร้อมแบตเตอรี่ AA 4 ก้อน ทำให้ใช้งานได้นานเป็นพิเศษแน่นอนรับ ซึ่งทำงานนานสูงสุดถึง 365 วัน หรือ 1 ปีเต็มๆ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเลยด้วย

 

สำหรับ realme Smart Scale เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ วางจำหน่ายในราคาเพียง 999 บาทเท่านั้น 

Advertisement
Click to comment

Featured

เปิดตัว 3BB GIGATV จัดหนัก เน็ตบ้านพร้อมกล่องดูทีวี อัดแน่นคอนเทนต์ พร้อมชูฟีเจอร์เด่นครั้งแรกในไทย

Published

on

By

3BB  เปิดตัวบริการ 3BB GIGATV  ชูคอนเซ็ปต์ “ความบันเทิงที่เข้าใจคนไทย” ครบทุกความบันเทิงระดับพรีเมียมกว่า 30 ช่อง ทั้งหนัง ซีรีส์ การ์ตูน กีฬา วาไรตี้ สารคดี และข่าว โดยร่วมมือแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ฝั่งฮอลลีวูดอย่าง HBO ทั้ง 6 ช่อง, กีฬา มวยปล้ำ WWE และ ตะกร้อ Thailand League , ช่องข่าวระดับโลก Bloomberg TV พร้อมช่องบันเทิงฝั่งเอเชียทั้งไทย จีน และเกาหลี อย่างจุใจ นอกจากนี้กล่อง 3BB GIGATV มาพร้อมบริการวิดีโอออนดีมานด์ HBO GO และ MONOMAX ที่สามารถรับชมหนังและซีรีส์กว่า 40,000 เรื่อง ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ที่ระดับความคมชัด Full HD ไปจนถึง 4K ด้วยโปรโมชั่นสุดเร้าใจ จ่ายเพิ่มจากราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตเพียง 100 บาทต่อเดือน พิเศษเฉพาะลูกค้า 3BB เท่านั้น

คำบรรยายใต้ภาพ: ผู้บริหารจาก HBO สองท่าน Ricky Ow (President, WarnerMedia Entertainment Networks Asia ที่สามจากซ้าย) และ Yasmin Zahid (Head of Affiliate & B2B Distribution, WarnerMedia ที่สองจากซ้าย) จับมือตกลงเป็นพันธมิตรกับ 3BB GIGATV โดยคุณสุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล (ที่สี่จากซ้าย)

            กล่อง 3BB GIGATV เป็นกล่องรับชมทีวีและวิดีโอออนดีมานด์ เทคโนโลยีล่าสุดจากประเทศเกาหลี โดยใช้ระบบเข้ารหัสที่ทำให้ได้รับความคมชัดสูงสุด ไม่มีสะดุด เต็มประสิทธิภาพของ Fiber optic พร้อมอำนวยความสะดวกการค้นหาคอนเทนต์ด้วยเสียงผ่านรีโมท สามารถดูพร้อมกันได้ถึง 4 ช่อง  มีระบบป้องกันการเข้าถึงคอนเทนต์

     3BB เชื่อมั่นว่า 3BB GIGATV จะกลายเป็นบริการที่เข้าไปเติมเต็มการรับชมทีวีและคอนเทนต์อื่นๆ ทางอินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพและลูกเล่นเหนือคู่แข่งในหลายๆ ด้าน ในราคาที่จับต้องได้

            นาย สากล จันทร์เมือง ผู้จัดการทั่วไป 3BB GIGATV กล่าวว่า “ลูกค้า 3BB GIGATV จะได้รับประสบการณ์การรับชมที่เหนือกว่าด้วยคุณภาพความคมชัดสูงสุดระดับ 4K  ส่วนเนื้อหาการันตีคุณภาพความสนุกจาก HBO ผู้นำคอนเทนต์หนังและซีรีส์ระดับโลก เจ้าของซีรีส์เรื่องดังอย่าง Game of Thrones และ Raised by Wolves และอีกมากมาย อีกทั้งยังมีกีฬาหลากหลาย อย่างเช่น ศึกมวยปล้ำ WWE รถแข่ง ฟุตบอล ขี่วัวกระทิง กีฬาเอ็กซ์ตรีม รายการแข่งขันความฟิต Ninja Warrior ที่ชมกันมันส์อย่างแน่นอน

            คอนเทนต์สำหรับเด็ก ก็มีมากมายทั้ง Ben10, We Bare Bears, Powerpuff Girls, Dora, Peppa Pig และอะนิเมะญี่ปุ่น ดาบพิฆาตอสูร วันพีซ

            คุณผู้หญิงก็สามารถรับชมรายการ ตกแต่งบ้าน ทำอาหาร หรือ จะชมละครย้อนหลังได้จาก LINE TV ที่เป็นพันธมิตรในกล่องนี้ด้วยเช่นกัน

            พิเศษสุดด้วยคอนเสิร์ตศิลปินดังของไทยและต่างประเทศ ที่จะถ่ายทอดสดให้เฉพาะลูกค้า 3BB ได้รับชม  ต่อเนื่องอารมณ์สุดฟินด้วยการร้องคาราโอเกะ หลากหลายแนวเพลง หลากหลายค่ายทั้งสตริง ลูกทุ่ง ลูกกรุงที่บ้านด้วยแอป OKE แบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และหากกังวลเรื่องหนังใหม่ที่จะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เราก็มีบริการหนังใหม่ร้อนๆจากโรงหนัง จาก Sony Pictures, MGM และ NBC Universal ดังนั้น รอชมหนังภาคใหม่ของ Jurassic World, James Bond 007, Fast and Furious คมชัดจากกล่อง 3BB GIGATV ได้เลย เหมือนยกโรงหนังมาไว้ที่บ้านคุณ

            นาย สุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ “3BB” กล่าวว่า “หลังจาก 3BB ให้บริการแพ็กเกจ 3BB GIGATainment เน็ตบ้านความเร็วเริ่มต้น 1 Gbps พร้อมความบันเทิงจาก HBO GO และ MONOMAX เป็นตัวแทนของคอนเทนต์ดังจากฮอลลีวูดและเอเชีย ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งในกรุงเทพ หัวเมืองใหญ่และต่างจังหวัดเป็นอย่างดี  3BB GIGATV จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการรับชมความบันเทิงเต็มรูปแบบ ที่จะใช้ประสิทธิภาพของจอทีวีอย่างเต็มที่ เป็นมากกว่าสมาร์ททีวี มีฟังก์ชันอินเตอร์แอคทีฟหลากหลาย ทั้งการสั่งงานด้วยเสียง แนะนำคอนเทนต์ตามความชื่นชอบแต่ละบุคคล และสามารถพัฒนาไปสู่ smart home solution (เครื่องมืออัจฉริยะภายในบ้าน) ได้ในอนาคต ตอบโจทย์กับกลยุทธ์หลักของ 3BB ที่ต้องการเป็น Digital Companion (เพื่อนคู่ใจในโลกดิจิทัล) ทั้งนี้ได้คัดสรรคอนเทนต์ที่หลากหลายตามการศึกษาข้อมูลมาอย่างดี เพื่อมอบความบันเทิงให้เข้าถึงทุกกลุ่ม ทุกเพศวัย

            กลยุทธ์นี้ จะทำให้ 3BB มีบริการตัวใหม่เพื่อเพิ่ม ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อลูกค้า) สร้างความพึงพอใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ต และลด Churn rate (โอกาสการยกเลิกบริการ) ในทางตรงกันข้าม ก็จะได้รักษาฐานลูกค้าของเราในระยะยาว เพื่อสร้าง Lifetime value โดยคาดว่า ในระยะเวลา 1 ปี จะมีการเติบโตของ 3BB GIGATV มากกว่า 2 ล้านกล่อง”

            3BB GIGATV จัดเต็มเน็ตบ้าน 1 Gbps พร้อมกล่องดูทีวี ลูกค้าเลือกความเร็วอินเทอร์เน็ตได้ 4 แพ็กเกจ เริ่มต้น 1 Gbps/ 300 Mbps + กล่องดูทีวี ในราคาสุดคุ้มเพียงเดือนละ 690 บาท  หากต้องการกล่องเพิ่มจากที่อยู่ในแพ็กเกจ จ่ายเพิ่มกล่องละ 100 บาทต่อเดือน

            เปิดรับสุดยอดความบันเทิงที่เข้าใจคนไทย ได้แล้ววันนี้ ที่ 3BB Shop ทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 1530

Continue Reading

Featured

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาจับต้องได้

Published

on

realme 7 5G review

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 800U 5G รองรับ 5G + 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ อีกทั้งยังมีหน้าจอลื่นไหล 120Hz และชาร์​จเร็ว 30W Dart Charge

สรุปข้อมูลและสเปค realme 7 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง 162.2 x 75.1 x 9.1 มม.
  • น้ำหนัก 195 กรัม
  • หน้าจอ 6.5 นิ้ว 120Hz Ultra Smooth Display ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
  • ชิปเซ็ต Dimensity 800U 5G
  • RAM 8GB + 128GB ใส่เมมเพิ่มได้
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.8
    • กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล f/2.3 มุมกว้าง 119 องศา
    • กล้อง B&W Portrait 2 ล้านพิกเซล f/2.4
    • กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.1
  • รองรับ Wi-Fi a/b/g/n/ac
  • Bluetooth 5.1, NFC
  • ปุ่มสแกนลายนิ้วมือข้างเครื่อง
  • แบตเตอรี่ 5000mAh ชาร์จเร็ว 30W Dart Charge

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

realme 7 5G มาในกล่องสีเหลืองเรียบๆ พร้อมชื่อรุ่นบนฝากล่อง โดยอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ประกอบด้วย

realme 7 5G review
  • ตัวเครื่อง realme 7 5G
  • อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 30W Dart Charge
  • สายเคเบิล USB Type-C
  • เคส
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • คู่มือใช้งาน

อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 30W Dart Charge มีพอร์ตสำหรับจ่ายไฟแบบ USB-A ใช้งานร่วมกับสายชาร์จในกล่องสำหรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 30W (15V/2A)

realme 7 5G review

ด้านการดีไซน์ realme 7 5G เป็นครั้งแรกที่มีการนำโลโก้ realme มาดีไซน์อยู่บนฝาหลัง โดยมีพื้นผิวที่ให้เอฟเฟกต์แบบ Glasses-free 3D เมื่อขยับฝาหลังและมองในมุมต่างๆ จะเห็นโลโก้เป็นแบบ 3 มิติ มีความตื่นลึกของตัวอักษร

realme 7 5G review

สีตัวเครื่องที่ใช้ในรีวิวนี้เป็นสี Flash Silver โดยฝาหลังได้รับการเคลือบผิวสัมผัสแบบ AG ให้ผิวสัมผัสนุ่มนวล และลดการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งสีคือ Mist Blue ด้วย

realme 7 5G review

ด้านหลังมีกล้องทั้งหมด 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล AI Camera และมีไฟแฟลช LED

realme 7 5G review

ปุ่ม Power ที่อยู่ด้านข้างมาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

realme 7 5G review

ขอบด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ด

realme 7 5G review

ถาดใส่ซิมของรุ่นนี้เป็นแบบ 2 slot รองรับซิมการ์ด 2 Nano SIM หรือเลือกใส่ microSD Card ในช่องซิม 2 ได้

realme 7 5G review

ขอบด้านล่างมีช่องสำหรับเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพง

realme 7 5G review

หน้าจอแสดงผลของ realme 7 5G มีขนาด 6.5 นิ้ว 120Hz ซึ่งการดีไซน์ด้านหน้าดูสะอาดตาและสวยงามมากๆ เวลามองหน้าจอ เพราะว่าลำโพงฟังเสียงสนทนาเวลาโทรศัพท์จะถูกซ่อนไว้ที่ขอบจอ ทำให้เห็นหน้าจอแสดงผลได้แบบเต็มตา

realme 7 5G review

กล้องหน้า In-display ติดตั้งไว้ในหน้าจอบริเวณมุมขวาบน ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

realme 7 5G review

realme 7 5G มีลูกเล่น Punch-hole Light Effect โดยจะมีเอฟเฟกต์แสงสว่างขึ้นรอบๆ เลนส์กล้องหน้า เมื่อใช้การปลดล็อกด้วยใบหน้าหรือเปิดใช้งานกล้องหน้า

realme 7 5G review

หน้าจอแสดงผลมาพร้อม 120Hz Ultra Smooth Display ทำให้การใช้งานมีความลื่นไหลไม่มีสะดุด เลื่อนหน้าจอได้ Smooth มากๆ ไม่มีกระตุกเลย

realme 7 5G review

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

realme 7 5G รันระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้ทันที ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง

realme 7 5G review features

เริ่มจากฟีเจอร์การเชื่อมต่อไร้สาย รองรับ 5G + 5G Dual Standby ซึ่งซิมทัง 2 ช่องรองรับการแสตนด์บายใช้งานบนเครือข่าย 5G ทั้ง 2 ซิมนั่นเอง ทำให้สามารถสลับต่อเน็ต 5G ไป-มา ระหว่างซิมได้ทันที ต่างจากรุ่นทั่วไปหากเลือก 5G ให้ซิมหนึ่ง อีกซิมก็จะแสตนด์บายบนเครือข่าย 4G LTE ทำให้เวลาสลับต่อเน็ต 5G ไป-มาระหว่าง 2 ซิม ทำได้ช้าเพราะต้องค้นหาสัญญาณเครือข่ายใหม่ทุกครั้ง

realme 7 5G review features

Focus Mode เป็นโหมดที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากโลกภายนอก โดยระบบจะเปิดเพลงฟังสบายๆ หรือเสียงธรรมชาติเพื่อความผ่อนคลาย พร้อมเปิดโหมด DND (Do Not Disturb) เพื่อปิดการแจ้งเตือนที่รบกวนต่างๆ

realme 7 5G review features

การจับภาพหน้าจอหรือแคปหน้าจอ นอกจากจะทำโดยการกดปุ่มลดเสียง+ปุ่ม Power แล้ว ยังสามารถใช้ 3 นิ้วแตะค้างไว้ที่หน้าจอ เพื่อแคปหน้าจอได้ด้วย

realme 7 5G review

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยมาพร้อม Personal Information Protection ระบบป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว ซึ่งช่วยป้องกันแอปพลิเคชั่นแอบอ่านข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ประวัติการโทร ข้อมูลผู้ติดต่อ ข้อความ และกิจกรรม โดยเมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ แอปต่างๆ ที่ขออนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจะได้ข้อมูลว่างเปล่าไปแทน

realme 7 5G review features

การสแกนลายนิ้วมือทำได้ง่ายมากขึ้นโดยการวางนิ้วที่ปุ่มด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งจากการใช้งานพบว่าทำงานได้รวดเร็วมากๆ

realme 7 5G review

นอกจากการสแกนลายนิ้วมือแล้ว ยังรองรับระบบสแกนใบหน้า ปลดล็อกหน้าจอได้อย่างรวดเร็วเพียงมองที่หน้าจอ

realme 7 5G review

โหมดถนอมสายตา เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มอุณหภูมิสีของหน้าจอเป็นโทนอุ่น เพื่อลดการแผ่รังสีแสงสีฟ้าของหน้าจอ ป้องกันไม่ให้ปวดตาได้

realme 7 5G review

Dark Mode ฟีเจอร์สำหรับการใช้งานในเวลากลางคืน โดยเปลี่ยนเป็นธีมสีขาวดำ ดูสบายตามากขึ้นเช่นกัน ถ้าใครชอบนอนเล่นมือถือดึกๆ แนะนำให้เปิดใช้งานโหมดนี้แล้วจะรู้สึกว่าสบายตามากจริงๆ และสามารถตั้งเวลาให้เปิดใช้งานอัตโนมัติเมื่อถึงเวลากลางคืน

realme 7 5G review features

หน้าจอ 120Hz รองรับการปรับอัตรารีเฟรชอัตโนมัติ ระบบจะทำการปรับให้เหมาะกับแอปพลิเคชั่นต่างๆ อัตโนมัติ เพื่อการแสดงภาพที่ลื่นไหลและประหยัดแบตเตอรี่

realme 7 5G review

การดูวิดีโอบน YouTube เห็นภาพได้เต็มตา ไม่มีรอยบากรบกวนสายตา หน้าจอมีความคมชัด 1080 x 2400 พิกเซล สีสันสดใส สว่างสุดถึง 480 nits และรุ่นนี้รองรับการแสดงผลวิดีโอ HDR จาก YouTube ด้วย

realme 7 5G review

ยังไม่หมดแค่นั้น realme 7 5G รองรับฟีเจอร์ OSIE Vision Effect ช่วยให้การดูภาพและวีดีโอ มีสีสันและมีความคมชัดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

realme 7 5G review features

realme 7 5G รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ให้เสียงที่มีมิติ และคุณภาพเสียง Hi-Res สำหรับการฟังเพลง ซึ่งในรุ่นนี้มีฟีเจอร์ Dual Mode Music Share สามารถเชื่อมต่อหูฟ้งไร้สายได้พร้อมกัน 2 เครื่อง ฟังเพลงร่วมกันผ่านหูฟังบลูทูธได้ 2 คน ไม่ต้องแบ่งหูฟังคนละข้างแล้ว

realme 7 5G review

realme UI มีความฉลาดในการจัดหมวดหมู่รูปภาพและวิดีโอได้อัตโนมัติ เพื่อจัดกลุ่มให้เป็นระเบียบ ง่ายต่อการค้นหา เช่น รวมรูปถ่ายจากสถานที่เดียวกันให้เป็นหมวดหมู่ หรือจะเป็นใบหน้าคนคนเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้ต้องบอกเลยว่าดีมากๆ ถ้าใครที่ถ่ายรูปทุกวันและมีรูปในเครื่องเยอะๆ

realme 7 5G review features

สร้างเรื่องราวด้วยรูปภาพให้เป็นวิดีโอได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว หรือจะเลือกปรับแต่งด้วยการใส่ธีม เพลง ปก ใส่ชื่อ และเลือกรูปภาพที่ต้องการ ก็ทำได้

realme 7 5G review features

ความสนุกอีกอย่างหนึ่งคือแอปพลิเคชั่น Soloop สำหรับตัดต่อวิดีโอได้ง่ายๆ พร้อมแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

realme 7 5G review features

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

realme 7 5G เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจาก realme ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 800U 5G ซีพียูแบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.4GHz และกราฟิก Mali-G57 MC3 กับ RAM 8GB โดยผลการทดสอบด้วย Geekbench 5 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี Narzo 20 Pro ทำคะแนน Single-Core ได้ 598 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 1,777 คะแนน

realme 7 5G review features

ผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำ RAM และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือ GPU ทำคะแนนรวมได้ 344,760 คะแนน ถือว่าทำคะแนนได้ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน

realme 7 5G review features

realme 7 5G มีฟีเจอร์ Game Space สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อการเล่นเกม เรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม และไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้ เลือกโหมดการจัดการเกมได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดประสิทธิภาพสูงสุด โหมดสมดุล และโหมดกำลังไฟฟ้าต่ำ

realme 7 5G review

realme 7 5G รองรับการเล่น PUBG Mobile ในโหมดกราฟิกในระดับ HD และภาพความละเอียดสูง ซึ่งตัวเกมพัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก

realme 7 5G review

จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุก และอัตรา sampling rate 180Hz ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีขึ้นในการเล่นเกม

realme 7 5G review

ทดสอบเล่นเกม ROV เกมมือถือที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ realme 7 5G เล่นได้ลื่นไหลในโหมดภาพ HD มาตรฐาน ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่รองรับโหมดเฟรมสูง แต่ตลอดการเล่นเฟรมเรตนิ่งมากๆ วิ่งระหว่าง 29-30 fps ภาพเกมจะมีความลื่นไหล ดูสบายตา

realme 7 5G review

ตัวเครื่องมีความแรงแล้ว หน้าจอแสดงผลก็สำคัญไม่แพ้กัน โดย realme 7 5G มีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ขยายพื้นที่การแสดงผลให้ชิดขอบทุกด้าน ทำให้การเล่นเกมจะได้มุมมองที่กว้างมากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ทำให้เห็นศัตรูที่อยู่รอบๆ ขอบจอได้มากกว่าด้วย และไม่มีรอยบากรบกวนสายตา

realme 7 5G review

แบตเตอรี่ของ realme 7 5G มีขนาด 5000mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานตลอดทั้งวัน และยังมีหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง (Super Power Saving Mode) สำหรับเปิดใช้งานยามฉุกเฉินเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วไม่สามารถหาที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้

realme 7 5G review features

ฟีเจอร์ด้านประหยัดพลังงานที่หลายคนน่าจะถูกใจกันคือ Sleep Standby ที่เป็นการใช้งานโหมดประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติขณะที่เราหลับ เป็นการลดใช้งานพลังงานและปรับการทำงานเบื้องหลังของแอปพลิเคชั่นให้เหมาะสมนั่นเอง

realme 7 5G review features

สำหรับการชาร์จแบตให้กับ realme 7 5G รองรับชาร์จเร็ว 30W Dart Charge ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาเพียง 65 นาที

realme 7 5G review

จากการทดสอบชาร์จแบตเตอรี่เริ่มจาก 4% ไปจนถึง 60% ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งรวดเร็วมากๆ ตอบโจทย์การใช้งานได้เต็มที่ ชาร์จแป๊บเดียวก็หยิบไปเล่นต่อได้ทันที อีกทั้งยังมีระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 5 ชั้น ปลอดภัยในการชาร์จตั้งแต่หัวชาร์จ สายชาร์จ และตัวสมาร์ทโฟน

realme 7 5G review features

กล้องถ่ายรูป

realme 7 5G มีกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8 และเป็นเลนส์แบบ 6P ที่มีเทคโนโลยี Quad Bayer รวม 4 พิกเซลเข้าด้วยกันนั่นเอง ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัดแม้ในที่แสงน้อย

realme 7 5G review

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล AI

กล้องหลักความลเเอียดสูงและมี AI เข้ามาช่วยระบุฉากที่กำลังถ่ายอัตโนมัติพร้อมกับปรับค่ากล้องให้ถ่ายภาพฉากนั้นๆ ออกมาสวย คมชัด รูปภาพมีขนาดที่ใหญ่ เมื่อซูมเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน

กล้อง realme 7 5G สามารถซูมได้ 5x แบบไม่สูญเสียรายละเอียด ภาพที่ได้ยังมีความคมชัด

realme 7 5G review Camera features

เก็บภาพมุมกว้างด้วย Ultra Wide Angle 119 องศา

กล้อง Ultra Wide Angle ที่มีรูรับแสง f/2.3 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 119 องศา เหมาะสำหรับถ่ายภาพทิวทัศน์ ตึกสูงๆ เก็บได้ครบทุกองค์ประกอบโดยไม่ต้องถือกล้องถอยไปห่างๆ อีกต่อไป

ถ่าย Portrait หน้าชัดหลังละลาย

การถ่าย Portrait จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait B&W ทำให้ตรวจจับตัวบุคคล จับแสงได้ดีขึ้น เพื่อทำการละลายฉากหลังได้เนียนมากยิ่งขึ้น

กล้องหลังปรับแต่งสีด้วยฟิลเตอร์สไตล์ Retro ได้สวยเป็นธรรมชาติถึง 6 ฟิลเตอร์

ถ่ายภาพระยะใกล้ด้วยเลนส์ Marco

เลนส์ Macro สามารถถ่ายภาพในระยะใกล้มากๆ ได้ถึง 4 เซนติเมตร ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดวัตถุที่มีขนาดเล็กๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพได้สว่างแม้ในที่มืดด้วย Super Nightscape 2.0

Super Nightscape 2.0 เป็นโหมดถ่ายภาพกลางคืนหรือในที่แสงน้อยที่ช่วยให้ภาพมีความสว่างมากกว่าที่ตาเรามองเห็น เก็บสีสันของแสงไฟ และลดการเกิด Noise ได้ด้วย โดยระหว่างถ่ายต้องถือกล้องนิ่งๆ ไว้สักพัก สามารถถ่ายได้ทั้งทั้งกล้องหลักและ Ultra Wide Angle หรือหากต้องการเปิดรับแสงนานมากขึ้นก็สามารถเลือกโหมดขาตั้งกล้องได้

เซลฟี่สวยโดดเด่นด้วย Bokeh Effect และ AI Beauty

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.1 มาพร้อม Bokeh Effect และ AI Beauty ที่จะทำให้การเซลฟี่ออกมาสวยเป็นธรรมชาติทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพผิว โดยยังคงเอกลักษณ์เฉพาะของตัวบุคคลไว้

realme 7 5G review

เซลฟี่สนุกมากยิ่งขึ้นด้วยฟิลเตอร์ที่จะเปลี่ยนโทนสีให้แตกต่างจากการถ่ายด้วยโหมดปกติทั่วไป

เซลฟี่สว่างสวย แม้ในที่มืด

กล้องหน้าของ realme 7 5G มีโหมดกลางคืนสำหรับเซลฟี่ในที่มืด ทำให้ใบหน้ามีความสว่าง และผิวหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ

สรุปจุดเด่น realme 7 5G

  • เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์สวย หน้าจอใหญ่ ลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz
  • รองรับ 5G + 5G Dual Standby
  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimesity 800U 5G
  • แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh รองรับชาร์จเร็ว 30W Dart Charge
  • กล้องหลัง AI 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัสทำได้รวดเร็ว ถ่ายกลางคืนสวย
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล มาพร้อม Bokeh Effect และ AI Beauty
  • รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และคุณภาพเสียง Hi-Res

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ในกล่องไม่แถมหูฟัง
  • microSD card ใส่ช่องซิม 2

ราคาและโปรโมชั่น realme 7 5G

realme 7 5G วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท เปิด Pre-order แล้ววันนี้ – 4 ธ.ค. 63 พร้อมของสมนาคุณรวมมูลค่า `5,299 บาท

นอกจากนี้แล้วยังมีโปรโมชั่น เริ่มต้นเพียง 2,099 บาท กับช่องทางตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

Continue Reading

Featured

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

Published

on

Vivo Y12s สมาร์ตโฟนน้องเล็กแบตพลังอึด 5000mAh พร้อมชูโรงด้วยความสะดวกสบายในการสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่องได้รวดเร็ว หรือ Side Fingerprint Scanner หยิบปุ๊บก็พร้อมใช้งานได้ทันที

 

สรุปสเปค Vivo Y12s

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.41 × 76.32 × 8.41 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 191 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ชนิด IPS LCD กว้าง 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio P35 Octa Core
  • RAM 3 GB
  • ROM 32 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์ AI Dual camera แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Vivo Y12s มาในกล่องตามสไตล์ของ Y Series ครับ โดยมีสีฟ้าตัดลายเส้น พร้อมชื่อแบรนด์ Vivo ด้านล่าง และด้านบนจะเป็นชื่อรุ่น Y12s พร้อมความจุที่มุมขวาบน

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y12s พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย Micro USB 2.0
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

Vivo Y12s มาพร้อมกับดีไซน์รอบตัวเครื่องที่มีความโค้ง 2.5D ทำให้จับถือได้อย่างสะดวก แม้ว่าจะมีตัวเครื่องที่ใหญ่แต่ก็ถือได้นานแบบสบายมือมากๆ ครับ

 

โดยสีที่เราได้มาครั้งนี้เป็นสีฟ้าอ่อน Glacier Blue ที่มีความสวยงามแบบละมุนมากๆ แถมมีการเล่นเฉดสีรุ้งอ่อนๆ เมื่อสะท้อนแสงแต่ละมุมอีกด้วย ซึ่งสีนี้เป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูเขาน้ำแข็งแอนตาร์กติก ขณะที่อีกสีที่มีให้เลือกจะเป็นสีดำ Phantom Black

 

หน้าจอแสดงผลจัดมาให้แบบใหญ่ๆ Halo FullView Display ขนาดถึง 6.51 นิ้ว คมชัดดับ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) เรียกว่าสายที่ชมซีรี่ย์หรือชอบดูวิดีโอต่างๆ จะได้ดูแบบเต็มอิ่มและเต็มหน้าจอแน่นอน

 

บริเวณเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีหยดน้ำตรงกลางที่ฝังกล้องหน้าลงไป ถัดขึ้นไปจะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายตัวเครื่องมีช่องใส่ nanoSIM 2 ช่อง แถมมีช่องใส่ MicroSD Card แยกให้อีกช่องด้วย รวมเป็น 3 Slot ไปเลยจ้า

 

ทางขวาจะเป็นปุ่ม Power ที่ใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่อยู่เหนือขึ้นไป

 

ทางด้านล่างยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้อง 2 เลนส์เท่านั้น ถัดลงมาจะเป็นสัญลักษณ์กล้อง ไม่ใช่เลนส์ที่ 3 โดยด้านล่างสุดจะเป็นไฟแฟลช LED 1 ดวง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y12s แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งจะเน้นด้านความไหลลื่นและประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น

 

โหมดป้องกันดวงตา

รุ่นนี้มาพร้อมโหมดป้องกันดวงตาหรือการตัดแสงสีฟ้า โดยสามารถปรับความเข้มได้ตามความต้องการของเราครับ ทั้งนี้ ใครที่ใช้งานบ่อยๆ ก็สามารถเลือกให้เปิดเองตามเวลาที่ตั้งค่าไว้หรือตามพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก

 

โหมดมืด

การใช้งานทั่วไป หลายคนน่าจะเลือกโหมดมืดในการใช้งาน ซึ่ง Vivo Y12s ก็ใช้งานได้แบบสบายตาในที่แสงน้อย โดยสามารถเปิดอัตโนมัติได้เหมือนกับโหมดป้องกันดวงตา โดยแอปพลิเคชั่นที่รองรับก็จะเปลี่ยนเป็นโหมดมืดตามไปด้วย

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านความปลอดภัยของเครื่องก็มาพร้อมความสะดวกสบายเหมือนกับ โดย Vivo Y12s มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint) เมื่อหยิบขึ้นมาก็เข้าล็อกกับนิ้ว ทำให้ปลดล็อคหน้าจอพร้อมใช้งานได้ทันที แถมการปลดล็อคก็ทำได้รวดเร็วมากๆ เพียง 0.23 วินาที

นอกจากนี้ เราก็ยังสามารถใช้งานสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคหรือ Face Wake ได้เช่นกัน ซึ่งก็มีความรวดเร็วแทบไม่ต่างกันครับ

 

AI Albums อัลบั้มรูปจัดเรียงได้ฉลาด

AI Albums จะเป็นการจัดเรียงอัลบั้มในแกลเลอรี่ได้ฉลาด โดยจะแบ่งได้ตามหมวดหมู่ตามภาพที่เราถ่าย เช่น สถานที่, อาหาร หรือเวลาต่างๆ ที่ต่างกันไปครับ ทำให้เราหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้นด้วย

 

iManager คลิกเดียวก็เคลียร์ขยะได้หมด

แอปพลิเคชั่น iManager เข้ามาช่วยให้เราได้เคลียพื้นที่ขยะในเครื่องได้ครบเพียงคลิกเดียว ซึ่งนอกจากจะล้างไฟล์ขยะได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบแอปที่ไม่ปลอดภัยได้ด้วย ซึ่งเราสามารถล้างขยะในเครื่องได้แบบอัตโนมัติทั้งแบบต่อ 7 วัน, 15 วัน, 30 วัน หรือเมื่อพื้นที่ไม่เพียงพอ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y12s ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa Core ซึ่งการใช้งานทั่วไปทำงานได้ไหลลื่นตามปกติครับ เล่นโซเชียลหรือดู YouTube ได้สบายๆ โดยมี RAM มาให้ 3 GB และ ROM 32 GB เพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 256GB ซึ่งโหลดแอปทั่วไปก็เหลือๆ ส่วนภาพถ่ายก็ใส่ใน MicroSD Card แยกไว้ได้เลย!

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 163 และคะแนน Multi-Core ที่ 936

 

Multi-Turbo 3.0 เพิ่มความแรงทุกการใช้งาน!

สำหรับ Multi-Turbo 3.0 ก็ยังคงมีมาให้เหมือนเดิม โดยจะเร่งความเร็วของ CPU, AI รวมถึงความเร็วของเครือข่ายให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ช่วยให้การใช้งานทั่วไปหรือตอนเล่นเกมทำได้แบบลื่นๆ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เราได้ทดสอบการเล่นเกม ROV ครับ โดยสามารถเปิดกราฟิกได้ในระดับสูงพร้อมภาพ HD ระดับสูงมาก โดยเปิดเฟรมเรทสูงได้เช่นกัน ซึ่งช่วงที่เล่นตั้งแต่เริ่มเกมทำได้แบบไหลลื่นมาก แต่เฟรมเรทอาจจะมีเหวี่ยงบ้างเล็กน้อยในช่วงที่ปล่อยสกิลกันเยอะๆ แต่ก็ไม่เกิดการกระตุกหรือส่งผลในการเล่นครับ

 

แบตเตอรี่พลังอึดอยู่ได้ตลอดวันแน่นอน

Vivo Y12s มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh ซึ่งทำให้ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันแน่นอน โดยเราสามารถชมวิดีโอระดับ HD ได้นานสูงสุดถึง 16.3 ชั่วโมง หรือเล่นเกมได้นานถึง 8.9 ชั่วโมง

นอกจากนี้เราก็ยังใช้งาน Reverse Charging หรือเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank (กำลังไฟ 5V/1A) เพื่อชาร์จเครื่องอื่นได้อีกด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y12s มาพร้อมกับกล้องหลัง 2 เลนส์ AI Dual Camera ช่วยให้ถ่ายภาพ Portrait ได้อย่างสวยงาม รวมถึงการเซลฟี่ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเกินราคาอีกด้วย

 

โหมดปกติถ่ายสวยเพียงคลิกเดียว

แม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y12s ก็ถ่ายภาพในโหมดปกติได้อย่างสวยงามมากๆ ครับ มีความสดใสของสีสัน ดูไม่ซีด ถ่ายได้คมชัด แถมถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็ยังมีรายละเอียดที่เห็นได้ชัดเจนแม้ว่าจะไม่ได้มีโหมดถ่ายกลางคืนก็ตาม

 

ถ่าย Portrait สวยงาม พร้อมใบหน้าสวยด้วย Face Beauty

เลนส์ที่เข้ามาช่วยเลนส์หลักเป็นเลนส์ Bokeh ที่ช่วยการละลายฉากหลังทำได้อย่างสวยงามและมีมิติมากขึ้น เบลอได้ค่อนข้างเนียนเลยทีเดียว แถมมี Face Beauty ปรับผิวได้เนียนและสวยตามสไตล์ของ Vivo ที่ดูมีความเป็นธรรมชาติมากๆ

 

ทั้งนี้ ที่กล้องหน้าก็ยังสามารถถ่ายโบเก้และสามารถปรับ Face Beauty ได้เหมือนกับกล้องหลังเลยด้วย เรื่องการตัดขอบเพื่อเบลอฉากหลังจัดว่าเนียนมากๆ

 

ฟิลเตอร์มีให้เลือกหลายหลาย

ใครที่เพิ่มความสนุกของการถ่ายภาพจะมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้กันเพียบหลาย 10 แบบ เช่น เกรปฟรุต, โยเกิร์ต, เกาะ, ลมยามเย็น, เมืองเล็ก หรือเงียบ (ขาว-ดำ) เป็นต้น

 

กล้องหน้า AI ถ่ายชัดครบทั้งภาพ

หากใครที่อยากเซลฟี่ให้เห็นฉากหลังด้วย ก็ยังถ่ายได้คมชัดด้วยโหมดปกติ ซึ่งก็ยังสามารถปรับใบหน้าสวยงามได้เหมือนกัน

 

สรุปจุดเด่น

  • แบตเตอรี่ใหญ่ถึง 5000mAh ใช้งานได้เต็มวันแบบไม่ต้องกลัวว่าจะหมด
  • หน้าจอ Halo FullView Display ใหญ่ถึง 6.51 นิ้ว รับชมสิ่งต่างๆ ได้เต็มตา พร้อมความคมชัดระดับ HD+
  • กล้องหลัง AI Dual camera ถ่าย Portrait พร้อม Face Beauty ได้สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ
  • มาพร้อม Side Fingerprint สแกนลายนิ้วมือได้ที่ข้างตัวเครื่อง ใช้งานสะดวก และทำงานได้รวดเร็ว
  • ใช้ CPU MediaTek Helio P35 ควบคู่กับ RAM 3 GB ทำให้ใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น และมี ROM 32 GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ ทำให้เก็บภาพถ่ายได้เยอะแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ
  • พอร์ตเป็น Micro USB 2.0 อยู่

Vivo Y12s ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 4,299 บาท  ขายวันแรก วันจันทร์ที่  23 พฤศจิกายน 2563

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured4 วัน ago

เปิดตัว 3BB GIGATV จัดหนัก เน็ตบ้านพร้อมกล่องดูทีวี อัดแน่นคอนเทนต์ พร้อมชูฟีเจอร์เด่นครั้งแรกในไทย

3BB  เปิดตัวบริ...

realme 7 5G review realme 7 5G review
Featured5 วัน ago

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาจับต้องได้

รีวิว realme 7 5G สม...

Featured1 สัปดาห์ ago

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking
Apple News1 สัปดาห์ ago

ซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่าดีอย่างไร แถมยังได้ส่วนลดเป็นหมื่นที่ Power Buy

เปิด Pre Booking แล้...

Apple News1 สัปดาห์ ago

iPhone 12 สมาร์ทโฟนขุมพลังแรงสุด พร้อมใช้บนเครือข่าย AIS 5G เร็วแรงระดับกิกะบิต พร้อมโปรสุดคุ้มลดสูงสุด 17,400 บาท ผ่อนนาน 24 เดือน

หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ห...

Advertisement

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง