ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

realme 6 สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 64 MP กล้องโปร จอเหนือขั้น ในราคาสุดคุ้ม ที่จัดเต็มด้วยหน่วยประมวลผลตัวแรงสุดจาก MediaTek อย่าง Helio G90T เน้นความทรงพลังเป็นหลัก โดยความคุ้มนี้จะได้ฟีเจอร์และกล้องจะเป็นอย่างไรมาดูกันเลย

 

สรุปสเปค realme 6

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.1 x 74.8 x 8.9 มม.
  • น้ำหนัก : 191 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth Display ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) มีพื้นที่การแสดงผล 90.5% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio G90T Octa Core ความเร็ว 2.05GHz
  • RAM 4/8GB
  • ROM 128 GB สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung GW1
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
    • เลนส์ Mono Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า In-Display Selfie Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 4.0 กำลังไฟ 30W

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme 6 จะเหมือนกับหลายรุ่นก่อนหน้านี้ของ realme ครับ โดยมีกล่องสีเหลืองทั้งตัวพร้อมชื่อรุ่นที่ด้านหน้า ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme 6 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ 30W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกันสินค้า

 

ด้านดีไซน์ของ realme 6 ต้องบอกว่าแตกต่างกับ realme 6 Pro อย่างชัดเจนครับ โดยในรุ่นน้องตัวนี้อย่าง realme 6 จะได้รับแรงบันดาลใจมากจากดาวตกหรือ Comet Design ที่หากดูการเล่นเฉดสีแล้วคล้ายกับดาวตกพุ่งลงมาจากบนถึงล่างตัวเครื่องด้านหลัง ทำให้ได้เฉดสีที่งดงามในมุมต่างๆ เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสี Comet Blue ที่มีความหม่นๆ เหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

การจับถือของ realme 6 ก็จับได้ถนัดมือ ถือมือเดียวก็ยังสะดวก และมีน้ำหนักที่เบาพอสมควรครับ

 

สำหรับ realme 6 ยังมีการประกอบตัวเครื่องที่แน่นหนาพอสมควรทำให้ป้องกันละอองน้ำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

หนึ่งในสิ่งที่พิเศษของรุ่นนี้อย่างหนึ่งคือหน้าจอแสดงผลแบบ In-Display Selfie Camera ที่ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอทำให้มีหน้าจอใหญ่ขึ้นอยู่ที่ 6.5 นิ้ว พร้อมอัตราส่วน 20:9 และพื้นที่การแสดงผลมีมากถึง 90.5% ใครที่ชอบดูวิดีโอหรือดูภาพยนตร์ใน Netflix ก็ทำได้แบบเต็มตาแน่นอน

 

ที่สำคัญ realme 6 ยังมีหน้าจอที่สุดลื่นไหล Ultra Smooth Display ด้วยอัตรา Refresh Rate ที่ 90Hz ซึ่งถือว่าดีที่สุดในสมาร์ทโฟนราคาระดับเดียวกันในตอนนี้ครับ

 

บริเวณรอบเครื่องที่ด้านบนจะมีกล้องหน้าฝังในหน้าจอ 1 เลนส์ พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนาที่อยู่ตรงกลางเช่นเดิม

 

ด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 2 ช่องพร้อม MicroSD Card รวมทั้งหมด 3 ช่องกันไปเลย ถัดลงมาเล็กน้อยจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

 

ทางขวาจะมีเพียงปุ่ม Power ที่ใช้งานเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือได้ด้วยเหมือนกัน

 

ขณะที่ด้านล่างมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังเครื่องจะมีกล้องหลัง 4 เลนส์จัดเรียงเป็นแนวตั้งที่ฝั่งซ้ายบนครับ ถัดออกมาเล็กน้อยก็จะมีไฟแฟลช LED อยู่

 

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

realme 6 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย realme UI 1.0 รุ่นใหม่ของแบรนด์ที่เป็นการปรับปรุงปรุงทั้งเรื่องประสิทธิภาพและสีสันให้ดูสบายน่าใช้งานยิ่งขึ้นครับ ซึ่งในเรื่องการเปิดแอปพลิเคชั่นต่างๆ จะเร็วขึ้น 25% และเพิ่มความลื่นในการใช้งานถึง 20%

 

ปรับแต่งไอคอนได้ด้วยตนเอง

realme 6 เราสามารถปรับแต่งลักษณะของไอคอนได้เองตามใจชอบครับ จะมีทั้งค่าเริ่มต้น, ลักษณะวัสดุ, กรวดหิน หรือ Art+ ที่เป็นการให้เราได้ปรับความมน, พื้นหลัง และความเล็กใหญ่ของไอคอนได้เองด้วย

 

วอลเปเปอร์เลือกได้หลากหลาย

วอลเปเปอร์ใน realme 6 ก็มีให้เลือกหลายแบบเช่นกันครับ ทั้งแบบภาพนิ่งหรือแบบเคลื่อนไหว (Live Wallpaper) ซึ่งทำให้ความน่าใช้งานนั้นยิ่งมากขึ้นไปอีก ซึ่งใครชอบลวดลายไหนก็ปรับได้เองเลยจ้า

โหมดถนอมดวงตา

เมื่อเล่นไปนานหรือเล่นในตอนกลางคืน ก็ยิ่งทำให้สายตานั้นล้ามากขึ้น โดยรุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์โหมดถนอมดวงตาหรือการตัดแสงสีฟ้านั่นเองครับ ซึ่งเราสามารถปรับเวลาให้เปิดเองโดยอัตโนมัติหรือเลือกเปิดใช้งานเองตามที่เราเลือกได้ด้วย

 

Dark Mode โหมดมืดใช้งานได้แบบเท่ๆ

สำหรับ Dark Mode ก็เป็นอีกสิ่งที่คล้ายกับโหมดถนอมดวงตาครับ ซึ่งจะเปลี่ยนพื้นหลังและแอปพลิเคชั่นที่รองรับให้เป็นสีดำและตัวอักษรสีขาว รวมไปถึงลวดลายต่างๆ ที่ปรับให้เหมาะสมกับโหมดมืดมากที่สุด

 

หยุดใช้งานสมาร์ทโฟนแล้วพักผ่อนด้วย Focus Mode

Focus Mode เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เข้ามาใน realme UI ที่ทำให้เราได้หยุดพักการใช้สมาร์ทโฟนแล้วพักฟังเสียงธรรมชาติได้ ซึ่งเมื่อเข้ามาในโหมดนี้เป้นการเปิดโหมดห้ามรบกวนในทันทีตามเวลาที่เราตั้งค่าไว้ ทั้งยังมีเสียงธรรมชาติให้เลือกได้ 3 แบบ ได้แก่ ทุ่งข้าวสาลีม, คลื่น และคืนฤดูร้อน

 

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ realme 6 จะมีให้ทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ข้างตัวเครื่องที่ปุ่ม Power ครับ (Side Fingerprint Scanner) สามารถสแกนได้ค่อนข้างรวดเร็วมากๆ ครับ ใครที่ถนัดมือขวาก็สแกนที่นิ้วโป้งได้เลย สะดวกสุดๆ

ส่วนการสแกนใบหน้าถือว่าเร็วมากๆ ทั้งตอนลงทะเบียนใบหน้าและการใช้งานจริงๆ แต่ก็ยังมีความเสถียรและแยกแยะใบหน้าได้เป็นอย่างดี

 

โคลนแอพใช้งานได้ 2 บัญชี

มีมาให้ใช้งานเกือบทุกรุ่นเลยก็ว่าได้สำหรับฟีเจอร์นี้ที่เป็นการโคลนแอปพลิเคชั่นหรือแอปแชทต่างๆ ให้เข้าใช้งานได้ 2 บัญชีแบบแยกกันอย่างชัดเจนครับ ง่ายๆ ก็ Line ที่แบ่งได้ 2 บัญชีชัดเจน

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

realme 6 ก็จัดเต็มในเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานเพราะมาพร้อมกับขุมพลังตัวแรงจาก MediaTek อย่าง Helio G90T Octa Core ซึ่งหากเทียบกับ Snapdragon 712 สามารถทำงานได้ดีขึ้นถึง 24% เลยทีเดียว ทั้งยังใช้ GPU Mali G76 ความเร็ว 800MHz ทำให้การเล่นเกมแทบไม่มีสะดุด รวมถึง RAM มากสุดถึง 8GB ก็ใช้งานได้แบบไหลลื่นแม้เปิดหลายแอปก็ตาม

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 519 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,645

 

ฟีเจอร์ในการเล่นเกมของ realme 6 จะมีทั้ง Game Space ที่รวบรวมเกมที่ดาวน์โหลดไว้ในที่เดียวกันครับ ทั้งยังปรับโหมดแข่งขันให้รีดประสิทธิภาพเครื่องเพื่อให้เล่นเกมได้อย่างไร้ปัญหาได้เหมือนกัน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV : Arena of Valor

เริ่มด้วยกันเกม ROV ครับ realme 6 สามารถปรับกราฟิกทั้งการแสดงผลและภาพ HD ในระดับสูงสุดทั้งหมด รวมถึงเฟรมเรทระดับสูงเช่นกัน โดยการเล่นจริงๆ บอกว่าแอบตกใจเล็กๆ เพราะเฟรมเรทนั้นวิ่งทะลุไป 61fps ก็มีครับ แทบไม่ต่างจาก CPU ของ Snapdragon เลย และในช่วงตลอดทั้งเกมก็จะนิ่งๆ ที่ประมาณ 59-61fps สลับๆ กันไป

 

Call Of Duty: Mobile

ต่อมากับเกม Call Of Duty: Mobile เราลองปรับกราฟิก Very High และเฟรมเรท Very High เช่นกันครับ แล้วเล่นในโหมด Frontline ถือว่าเล่นได้แบบแจ่มๆ ระบบสัมผัสทำได้ดีมากๆ ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายกับเกม Asphalt 9: Legends ที่ขึ้นชื่อกราฟิกสวยงามเช่นกัน โดย realme 6 ยังเปิดกราฟิกระดับสูงได้เหมือนกัน และเราลองเล่นไปประมาณ 7-8 รอบ ทุกรอบเล่นได้ไหลลื่นเหมือนกันตั้งแต่เกมแรกครับ ไม่มีอาการกระตุกหรือสะดุดให้เห็นเลย

 

แบตเตอรี่ชาร์จไวด้วย VOOC Flash Charge 30W

ปกติแล้ว realme 6 นั้นมีแบตเตอรี่ให้มาเพียงพอกับการใช้งานได้ตลอดวันที่ความจุ 4300mAh อยู่แล้วครับ แต่ถ้าใครเล่นเกมหนักๆ ต้องบอกตามตรงว่ายังไงก็ต้องชาร์จระหว่างวันอยู่ดี แต่ด้วยเทคโนโลยี VOOC Flash Charge 30W ก็ทำให้เราสนุกได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งชาร์จไวและเล่นไปชาร์จก็ยังได้ เพราะรองรับความปลอดภัยด้วยระบบการป้องกัน 5 ชั้นตั้งแต่ตัวเครื่องจนถึงอะแดปเตอร์เลย หากใครที่ชาร์จทิ้งไว้จากประมาณ 20% เราลองชาร์จจนเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 60 นาทีครับ ถือว่าตรงตามที่เคลมไว้เลยด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

realme 6 จัดเต็มในเรื่องกการถ่ายภาพพอสมควรครับ เพราะมีเลนส์หลักที่ให้มาถึง 64 ล้านพิกเซล ส่วนเลนส์อื่นๆ จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung GW1
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
  • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้า In-Display Selfie Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

AI จดจำวัตถุได้รวดเร็ว

realme 6 มาพร้อมกับกล้องหลัง AI ที่ฉลาดมากๆ เพราะมีการจดจำวัตถุแล้วปรับแสงและสีได้ตามความเหมาะสมครับ ซึ่งจุดนี้ทำออกมาได้ดีมากๆ แค่ยกมือถือขึ้นแล้วถ่ายก็ได้ภาพสวยๆ ทันที

 

คมชัดระดับ 64 ล้านพิกเซล

ด้วยเลนส์หลักที่มีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ก็มีโหมดให้เราถ่ายได้ภาพที่ความละเอียดถึง 9280 x 6944 พิกเซล มีความใหญ่มากๆ สามารถซูมให้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยได้มากกว่าภาพแบบปกติครับ

 

Portrait Mode เบลอหลังดั่งใจ ดูดีแบบธรรมชาติ

ในโหมดนี้ง่ายๆ เลยคือจะเป็นการเบลอฉากหลังทำให้บุคคลนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน แล้วยิ่งทำให้ดูมีมิติมากขึ้นด้วย รวมถึงการตัดขอบรอบๆ ตัวก็ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว และยังใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังครับ

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

ในโหมดนี้ยังมีตัวเลือกฟิลเตอร์ให้ 6 แบบที่กล้องหลัง และ 5 แบบที่กล้องหน้า นอกจากการเบลอหลังแล้วก็ลองเล่นฟิลเตอร์ในโหมด Portrait ก็ได้เช่นกัน

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

 

ถ่ายมุมกว้างเก็บครบด้วย Ultra-Wide

realme 6 มีเลนส์ Ultra-Wide ที่ให้เราเก็บภาพได้ถึง 119 องศา ถ่ายใกล้ๆ หรือถ่ายบรรยากาศโดยรวมก็เก็บได้ครบ ซึ่งสีสีนที่ได้ออกมาจากเลนส์นี้ก็หายห่วงเพราะมีความสดใสและมีความสดใสตัวอยู่แล้ว


ปิด Ultra-Wide / เปิด Ultra-Wide


ปิด Ultra-Wide / เปิด Ultra-Wide

 

Macro ถ่ายระยะใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร

ถ่ายกว้างๆ ไปแล้ว มาถ่ายใกล้สุดๆ ถึง 4 เซนติเมตรกับเลนส์ Macro กันบ้างครับ การทำงานของฟีเจอร์ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมากครับ โฟกัสได้ไว แล้วถ้ามีแสงเพียงพอก็ถ่ายออกมาได้คมชัดมากๆ

 

Chroma Boost เพิ่มสีสันแบบจัดเต็ม

ใครใช้ realme มาก่อนต้องเคยใช้ฟีเจอร์แน่นอนครับ เพราะมีมาให้ทุกรุ่น โดย Chroma Boost เป็นการเร่งเฉดสีพร้อมความสว่างให้กับภาพอย่างเหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติครับ ไม่ได้แต่งสีจนจัดเกินไป


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost

 

Super NighScape 2.0 ถ่ายกลางคืนได้สว่างขึ้น

Super NighScape 2.0 ช่วยให้เราถ่ายภาพกลางคืนด้วย realme 6 ได้สว่างมากขึ้นและดูคมชัดมากขึ้นครับ เรื่องของรายละเอียดต่างๆ ก็ดูจะแตกต่างกับการถ่ายด้วยโหมดปกติพอตัวเลยทีเดียว โดยเราต้องถือนิ่งๆ ไว้ประมาณ 4-5 วินาทีเพื่อการประมวลผล ที่สำคัญเราให้ใช้โหมดนี้กับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วยนะ


ปิด Super NighScape 2.0 / เปิด Super NighScape 2.0

 

กล้องหน้าถ่ายสวยด้วย AI Beauty

ส่วนกล้องหน้าปกติที่ไม่ได้เบลอฉากหลังก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ โดย AI Beauty เข้ามาช่วยในเรื่องของความสวยงามที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เกินเบอร์ ที่สำคัญ AI Beauty ยังสามารถเลือกเอฟเฟกต์ความงามได้ถึง 8 แบบ เช่น ผิวเนียน, ตาโต, หน้าเรียว, จมูก และคาง เป็นต้น

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังมีให้ถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายได้คมชัดและเก็บได้ครบทุกมุมมองเพราะมีทั้งเลนส์ Ultra-Wide, Macro และ mono Lens มาให้
  • หน้าจอแสดงผลใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว พร้อมใช้งานได้ลื่น Refresh Rate 90Hz ที่มีความคุ้มในจุดนี้เมื่อเทียบกับเรทราคาเดียวกัน
  • หน่วยประมวลผลเล่นเกมรุ่นประหยัดอย่าง MediaTek Helio G90T ทำออกมาได้ดีเกิดขาด เล่นเกมได้ไม่สะดุด
  • แบตเตอรี่ความจุถึง 4300mAh พร้อม VOOC Flash Charge 30W

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังมาให้ในกล่อง

realme 6 จะเริ่มวางจำหน่ายวันแรกในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ในราคาเริ่มต้นรุ่น RAM 4GB + ROM 128GB ราคา 7,999 บาท และรุ่น RAM 8GB + ROM 128GB ราคา 8,999 บาท

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Featured

รีวิว Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G บางสุดในโลก ดีไซน์โดดเด่น กล้องหน้าคมชัด 44MP โฟกัสไม่มีหลุด พร้อมฟีเจอร์แบบจัดเต็ม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว Vivo V20 Pro 5G กล้องสุดปัง! โฟกัสไม่มีหลุดด้วยกล้องหน้า 44MP Eye Autofocus จัดเต็มด้านดีไซน์ด้วยการเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่บางสุดในโลก พร้อมใช้งานได้เร็วแรงด้วยขุมพลัง Snapdragon 765G 5G

 

สรุปสเปค Vivo V20 Pro 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.82 × 74.2 × 7.39 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 170 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED กว้าง 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, NTSC 98.5% รองรับ HDR10
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 765G 5G Octa Core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128/256 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าคู่ 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 44 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Super Wide-Angle 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.28
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รอบรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับ 33W Vivo FlashCharge 2.0

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

เล่นเฉดตั้งแต่ตัวกล่องสำหรับ Vivo V20 Pro 5G ที่มีความวิบวับเป็นรูปตัว “V” สีฟ้าอย่างชัดเจนเมื่อกระทบแสงในมุมต่างๆ พร้อมด้วยชื่อรุ่น V20 Pro เด่นๆ ตรงกลาง ขณะที่ด้านหลังกล่องก็มีฟีเจอร์สำคัญต่างๆ ได้แก่ 44MP Eye Autofocus, Ultra Sleek Matte Glass, 64MP Night Camera และ Qualcomm Snapdragon 765G 5G

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo V20 Pro 5G พร้อมฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • หูฟัง
  • เคสโทรศัพท์
  • อุปกรณ์แปลงพอร์ต USB Type-C เป็น 3.5 มม.
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้นและการรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์สวยงาม บางสุดในโลกของสมาร์ตโฟน 5G

Vivo V20 Pro 5G ถูกขนานนามว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G ที่บางที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ทำให้การจับถือมีความถนัดมือมากขึ้น น้ำหนักเบา และใช้งานได้แบบสบายตลอดวันโดยไม่รู้สึกเมื่อยเวลาใช้งานไปนานๆ

 

เท่านั้นไม่พอ Vivo V20 Pro 5G ยังมีสีสันที่โดดเด่นด้วยการใช้วัสดุกระจกแบบด้าน เล่นเฉดสีอย่างสวยงาม โดยสีที่เราได้มาเป็นสี Sunset Melody ที่ให้โทนเรื่องความสดใสแบบชัดเจน ไล่สีม่วงไปสีฟ้าได้เป็นระดับ และเล่นแสงกับมุมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ใครที่ถือไปไหนจะต้องมีโดนเหลียวมองกันบ้าง

 

หน้าจอแสดงผลของ Vivo V20 Pro 5G มาแบบรอยบากขนาดเล็ก ชูโรงด้วยความสดใสด้วยชนิด Super AMOLED พร้อมการแสดงผลสี NTSC 98.5% ใครที่ชอบรับชมวิดีโอหรือภาพยนตร์ต่างๆ ต้องบอกว่าจะต้องหลงรักแน่นอน

 

นอกจากสีสันแบบจัดเต็มแล้ว ขนาดหน้าจอก็เป็นส่วนสำคัญในการรับชมความบันเทิงต่างๆ โดยรุ่นนี้มาพร้อมขนาด 6.44 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+ ทำให้ชมสิ่งต่างๆ หรือจะเล่นเกมก็ทำได้แบบเต็มตาแน่นอน

 

ส่วนบนของหน้าจอจะมีรอยบากที่ฝังกล้องหน้าไว้ 2 เลนส์ ความละเอียด 44 + 8 ล้านพิกเซล โดยมีลำโพงที่อยู่เหนือขึ้นไปเล็กน้อย

 

ฝั่งขวาตัวเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่มและลดเสียง ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง ถัดไปทางขวาจะเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ส่วนด้านบนจะมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้น

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลัง 3 เลนส์ โดยมีเลนส์หลัก 64MP โดเด่นด้านบนสุด ส่วนอีก 2 เลนส์ด้านล่างจะเป็นเลนส์ Super Wide Angle และเลนส์ Mono ถัดลงมานอกโมดูลกล้องจะมีไฟแฟลช LED มาให้

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo V20 Pro 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งแน่นอนว่าจะมีฟีเจอร์มาให้ลองเล่นเพียบ

 

หน้าตา UI : Funtouch OS 11

 

รองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่อง

ความพิเศษของ Vivo V20 Pro 5G นั้นเริ่มตั้งแต่การใช้สัญญาณบนเครือข่าย 5G กันเลยครับ ทำให้เราสัมผัสถึงความเร็วแรงจากการใช้งานได้แน่นอน แถมไม่ต้องรออัปเดทเฟิร์มแวร์ให้ยุ่งยากด้วย

 

ธีมและวอลเปเปอร์ให้เลือกเพียบ

นอกจากที่ตัวเครื่องยังมีสีสันที่โดดเด่นแล้ว วอลเปเปอร์และธีมภายในเครื่องก็มีให้เราเลือกมากมายเช่นกัน ซึ่งแต่ละแบบต้องบอกเลยว่าสวยงามทั้งหมด

 

แสดงสถานะด้วย Always-on-Display

เป็นฟีเจอร์เฉพาะในรุ่นที่มีหน้าจอ AMOLED เท่านั้นครับ เมื่อเราล็อกหน้าจอและเปิดฟีเจอร์นี้เอาไว้ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องสัมผัสเครื่องเพื่อดูเวลาหรือการแจ้งเตือนต่างๆ เลย เพราะทั้งหมดจะปรากฏขึ้นทันทีที่ล็อกหน้าจอครับ

ทั้งนี้ เรายังสามารถปรับแต่งความสาวยงามของฟีเจอร์ Always-on Display ได้ด้วยตามความชอบ

 

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบ

Vivo V20 Pro 5G มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ มีความเสถียรและความเร็วเร็วอย่างมาก

นอกจากนี้ ก็ยังมีเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาให้ใช้งานกันเช่นเคย

 

โหมดมืดใช้งานง่าย ครอบคลุมหลายแอปพลิเคชั่น

ใครที่ชอบเล่นสมาร์ตโฟนในตอนกลางคืน ก็สามารถเปิดโหมดมืดเพื่อใช้งานได้สบายตามากขึ้น ที่สำคัญโหมดมืดยังช่วยให้ Vivo V20 Pro 5G กินพลังงานน้อยลง ทำให้แบตเตอรี่หมดช้าลงอีกด้วย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

จัดมาให้ด้วยความแรงดั่งเรือธงสำหรับ Vivo V20 Pro 5G ผ่านขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 765G 5G ที่ถือเป็นเรือธงของชิปเซ็ตระดับกลางกันเลยทีเดียว ในเรื่องของการใช้งานทั่วไปหรือจะเล่นเกมทำได้แบบไหลลื่นแน่นอน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 627 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,930

 

Ultra Game Mode ผู้ช่วยในการเล่นเกม

Ultra Game Mode ผู้ช่วยในการเล่นเกมเเพื่อให้ทำงานได้แบบไม่มีสะดุดก็สามารถปรับให้ระบบเล่นเกมได้แบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปิดแจ้งเตือนแอปต่างๆ หรือการโทรเข้า ซึ่งในโหมดนี้ยังรองรับโหมด E-Sport ที่ช่วยความไหลลื่น เอฟเฟ็กต์ และอัตราเฟรมเรทให้คงที่มากขึ้น

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

Vivo V20 Pro 5G สามารถเปิด ROV ได้สูงสุดทั้งหมด ยกเว้นเพียงการแสดงผลในระดับสูงเท่านั้น โดยทดสอบในโหมด 5 VS 5 ก็เล่นได้แบบไหลลื่นขึ้นสุด เฟรมเรทวิ่งคงที่มาก ประมาณ 59-61fps ตลอดทั้งเกมครับ

 

PUBG Mobile

มาถึงเกม PUBG Mobile ยอดฮิตก็สามารถเปิดกราฟิกได้ใน HDR HD พร้อมเฟรมเรทระดับ Ultra ซึ่งเราก็เล่นในโหมด Battle Royal 100 คน ได้แบบสบายๆ จอสัมผัสไหลลื่นและการกดก็ตอบสนองได้ดีครับ

 

V4

สำหรับเกมแนว MMORPG อย่าง V4 เครื่องนี้ก็เล่นได้อย่างไหลลื่นครับ แถมเปิดภาพระดับสูงสุดได้ทั้งหมด หน้าจอสัมผัสได้ไหลลื่นเป็นอย่างดี และกราฟิกในเกมก็สวยงามและคมชัดมากๆ

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge 2.0

Vivo V20 Pro 5G จัดแบตเตอรี่ความจุมาให้ 4000mAh ซึ่งการใช้งานทั่วไป เช่น เล่นโซเชียลทั่วไปหรือดูวิดีโอระหว่างวันก็ใช้งานได้ตลอดวันครับ แต่ถ้าใครเน้นเล่นเกมก็อาจได้ชาร์จกันสักรอบครับ อย่างไรก็ตาม Vivo V20 Pro 5G ยังมาพร้อมเทคโนโลยี 33W Vivo FlashCharge 2.0 ซึ่งเราลองชาร์จจาก 23% ไปถึง 100% ในเวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้น

 

กล้องถ่ายรูป

ฟีเจอร์ต่างๆ มีมาให้มากมายแล้วสำหรับ Vivo V20 Pro 5G รุ่นนี้ เรื่องของกล้องก็มีฟีเจอร์ให้มาเพียบเช่นกัน ต้องบอกเลยว่าความสามารถพิเศษรุ่นนี้มีระบบ Eye Autofocus ที่โฟกัสใบหน้าของเราได้แบบไม่มีหลุดแน่นอน ทั้งยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้เพียบตามด้านล่างนี้เลยครับ

 

AI ฉลาดล้ำ ระบุฉากได้อย่างแม่นยำ

ความฉลาดของ Vivo V20 Pro 5G ยังคงมาในระดับสูง ด้วยการระบุฉากของวัตถุได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับปรับเฉดสีให้เหมาะสมกับวัตถุนั้นๆ อย่างธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรยกเว้นแค่การกดชัตเตอร์

 

AI ตัดแต่งรูปภาพเปลี่ยนฉากได้ชาญฉลาด

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ถือว่าจัดเต็มสุดๆ คือฟีเจอร์นี้ที่ไม่ว่ารูปไหนก็ที่เราถ่ายมา เมื่อเข้ามาแก้ไขในอัลบั้มภาพ ระบบจะเรียนรู้และแยกแยะวัตถุต่างๆ ให้เราทันที เช่น ท้องฟ้า, รถยนต์, บุคคล หรือสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ซึ่งถ้าเราเลือกท้องฟ้า เราก็สามารถเปลี่ยนภาพท้องฟ้าได้แบบอิสระ โดยไม่กระทบกับส่วนประกอบอื่นในภาพนั้น เรียกว่าสามารถเปลี่ยนคนให้ไปอยู่ในไหนในโลกก็ได้ หรือเปลี่ยนท้องฟ้ามืดๆ ให้กลับมาสว่างได้แบบเนียนเลยทีเดียว

 

คมชัดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล

ในเลนส์หลักของ Vivo V20 Pro 5G ก็ยังมาพร้อมความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีความคมชัดสูง เห็นรายละเอียดภายในภาพได้ดีกว่าเดิม ทั้งยังทำไปใช้งานด้านอื่นต่อได้อีกด้วย

 

ถ่ายได้กว้างสะใจถึง 120 องศาด้วยเลนส์ Super Wide-Angle

หนึ่งใน 3 เลนส์ของกล้องหลังรุ่นนี้เป็นเลนส์ Super Wide-Angle มุมมองกว้างสุดถึง 120 องศา ช่วยให้เก็บภาพบรรยากาศรอบตัวได้ครบทุกมุม สีสันมีเฉดสดใส เห็นได้กว้างกว่าเลนส์หลักอย่างชัดเจนครับ อะไรที่เก็บไม่ครบก็เก็บได้ประโยชน์จากเลนส์นี้แน่นอน


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

เบลอเป็นธรรมชาติด้วย Portrait Mode พร้อมฟีเจอร์ Eye Autofocus

Vivo V20 Pro 5G จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ของการถ่ายบุคคลหรือ Portrait ช่วยให้การถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเราสามารถปรับความเบลอของพื้นหลังได้ตั้งแต่ F0.95 – F16 (ยิ่งน้อยยิ่งเบลอ)

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

รวมถึงการเปลี่ยนลักษณะโบเก้ฉากหลังเป็นในลักษณะต่างๆ ได้ด้วย ได้แก่ แวดวง, หัวใจ, สามเหลี่ยม, ดาว และห้าเหลี่ยม

 

ถ่ายรูปอย่างมีสไตล์ด้วย Multi-style 3.0

ฟีเจอร์ดังกล่าวจะเป็นคล้ายกับฟิลเตอร์ แต่จะเป็นการเล่นเฉดสให้เหมาะสมกับสภาวะต่างๆ ของการถ่ายรูป โดยจะมีให้เลือกหลายแบบ เช่น ธรรมชาติ, วินเทจ, แฟชั่น, สไตล์ญี่ปุ่น, ขาวดำ, เปียก และเหลือเงิน เป็นต้น

 

เอฟเฟ็กต์แสงภาพบุคคล Portrait Light Effect

Vivo V20 Pro 5G มีลูกเล่นในการถ่ายภาพบุคคลด้วยเอฟเฟ็กที่มีให้เลือกเพิ่มความโดดเด่นได้ถึง 5 แบบ ได้แก่ ไฟสตูดิโอ, ไฟสเตอริโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังสีขาวดำ

 

ลูกเล่นใหม่ไฉไลกว่าเดิมด้วยการรับแสงสองเท่า

ฟีเจอร์การรับแสงสองเท่าน่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ช่างภาพน่าจะชอบมากที่สุดครับ เพราะเป็นลูกเล่นคล้ายกับการถ่ายแบบ Double Exposure ด้วยกล้องโปรเลยทีเดียว โดยจะมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ การรับแสงด้านหน้า/ด้านหลัง ที่จะรับแสงจากกล้องหน้า-หลังไปพร้อมกัน (ไม่สามารถสลับกล้องหน้า-หลังได้) ทำให้ภาพออกมาซ้อนกันอย่างสวยงามเพียงแค่ชัตเตอร์ครั้งเดียว

 

ส่วนอีกแบบจะเป็นการรับแสงสองครั้ง ที่ให้เราถ่ายภาพ 2 ภาพแบบซ้อนกันอย่างสวยงาม ซึ่งตรงนี้จะต้องกดชัตเตอร์ 2 ครั้ง จะใช้กล้องหน้า + กล้องหน้า, กล้องหน้า + กล้องหลัง หรือกล้องหลัง + กล้องหลัง ก็ได้ทั้งหมดครับ อยู่กับมุมมองของแต่ละคนเลย

 

Super Night Mode ถ่ายกลางคืนได้สวยงาม ไร้ Noise

โหมดถ่ายภาพกลางคืนของ Vivo V20 Pro 5G ให้ความสว่างมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับโหมดปกติครับ ซึ่งให้ความคมชัดและสีสันที่ดี ไม่มีภาพแตกแน่นอนครับ ที่สำคัญเรื่องของจุดรบกวนหรือ Noise ก็แทบไม่มี และใช้งานโหมดนี้ได้ทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ Super Wide Angle ด้วย


Auto Mode / Super Night Mode


Auto Mode / Super Night Mode

 

นอกจากนี้ ก็ยังมี Night Filter ที่เพิ่มความหลากหลายให้หารถ่ายกลางคืนดูมีสีสันขึ้นครับ โดยจะมีให้เลือก 4 สไตล์ ได้แก่ ดำและทอง, น้ำแข็งสีฟ้า, ส้มเขียว และไซเบอร์พังก์


ดำและทอง


ไซเบอร์พังก์

น้ำแข็งสีฟ้า


ส้มเขียว

 

ถ่ายได้ใกล้ๆ คมชัดด้วยโหมด Macro

ในโหมดนี้ได้ใช้ประโยชน์จากเลนส์ Super Wide Angle ครับ โดยจะมีความคมชัดกว่าเลนส์ Macro ที่แยกออกมาเดี่ยวๆ โดยเราถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 4 ซม.เลยทีเดียว

 

ถ่ายหน้าสวยคมชัด 44MP

กล้องผ่านไป เรื่องกล้องหน้าก็จัดเต็มไม่แพ้กันครับ ด้วยความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล (ต้องใช้โหมดความละเอียดสูง) ช่วยให้เซลฟี่ได้อย่างคมชัด ทั้งยังปรับความสวยงามบนใบหน้าได้หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนสีผิว, ปรับขาว, หน้าบาง, รูปหน้า, ตาโต, จมูก และมีอีกเพียบ

 

กล้องหน้า Super Wide-Angle กว้างแค่ก็ไหนเก็บได้ครบ

ไม่ได้มาแค่เลนส์หลักเลนส์เดียวเท่านั้น แต่กล้องหน้ายังมีเลนส์ Super Wide-Angle มาให้เหมือนกัน ทำให้เราเซลฟี่ได้มุมมองที่ครบ อยากถ่ายบรรยากาศแบบไหนก็เก็บได้เต็มๆ


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

Super Night Selfie ควบคู่ Selfie Softlight Band เซลฟี่ยามที่แสงน้อยก็ไม่ต้องกลัว

เรื่องของการเซลฟี่ตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวแล้วครับ เพราะรุ่นนี้มาพร้อม Super Night Selfie ช่วยให้เราใช้โหมดกลางคืนถ่ายเซลฟี่ได้แบบงามและไม่เบลอ ภาพที่ได้ให้ทั้งใบหน้าสวยงามและฉากหลังที่เห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว ทั้งยังมี Selfie Softlight Band ที่เปิดแสงอ่อนๆ เพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาได้ธรรมชาติ


โหมดปกติ / Selfie Softlight Band

 

นอกจากนี้ ในการถ่ายวิดีโอ Vivo V20 Pro 5G ก็มีอีกหลายฟีเจอร์ให้ลองใช้งานกัน ดังนี้

  • ติดตามการโฟกัสขณะบันทึก : ฟีเจอร์ช่วยให้ใบหน้าของเราคมชัดและไม่เบลอจากการถ่ายวิดีโอต่างๆ ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็ไม่มีหลุดเฟรมแน่นอน

 

  • Dual View : ฟีเจอร์นี้จะเป็นการถ่ายวิดีโอกล้องหลังพร้อมกับกล้องหน้า ซึ่งจะได้เป็นวิดีโอออกมา 1 คลิปตามที่เราถ่ายเลย

 

  • Art Portrait Video (อวตารภาพยนตร์) : เป็นการใช้เอฟเฟ็กต์ร่วมกับวิดีโอครับ โดยจะมี 2 แบบ ได้แก่ โมโนที่จะเปลี่ยนฉากหลังเป็นสีขาวดำ และโบเก้ที่จะเบลอฉากหลังให้เราตอนถ่ายคลิปครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์โดดเด่น สีสันจัดเต็ม และเป็นสมาร์ทโฟน 5G บางสุดในโลก
  • กล้องหน้าคามชัดสูง 44MP พร้อมโหมดติดตามโฟกัสดวงตา ถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอก็ไม่มีเบลอ
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ 64MP ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมความฟีเจอร์แปลกใหม่ที่มีแค่ใน Vivo V20 Pro 5G
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมก็ไม่มีสะดุดแน่นอน
  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • แบตเตอรี่ 4000mAh พร้อมรองรับ 33W vivo FlashCharge 2.0 ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ
อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Vivo X50 Pro 5G กล้องหลังจัดเต็ม ระบบกันสั่น Gimbal รุ่นแรกของโลก, ฟีเจอร์ครบ พร้อมหน้าจอโค้ง Ultra O Screen และชิปตัวแรง Snapdragon 765G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Vivo X50 Pro 5G สมาร์ทโฟนขั้นสุดในเรื่องกล้องที่จะเป็นนิยามใหม่ของการถ่ายภาพ “Photography Redefined” ใช้ระบบป้องกันการสั่นสะเทือนของภาพ Gimbal Camera System รุ่นแรกของโลก พร้อมหน้าจอโค้ง 3D Curved Ultra O Screen สุดกว้าง 6.56 นิ้ว และขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระดับท็อปของ Mid-Range อย่าง Qualcomm Snapdragon 765G 5G

 

สรุปสเปค Vivo X50 Pro 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.46 × 72.80 × 8.04 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 181.5 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล 3D Curved Ultra O Screen ชนิด AMOLED กว้าง 6.56 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2376 x 1080 พิกเซล) รองรับ Refresh Rate 90Hz และพื้นที่การแสดงผล 92%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 765G Octa Core
  • RAM 8 GB
  • ROM 256 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์ Gimbal Camera System แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX598 และรองรับกันสั่นแบบ Gimbal รุ่นแรกของโลก
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.46
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 รองรับการถ่าย Macro ระยะโฟกัส 2.5 ซม.
    • เลนส์ Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4 รองรับ 5x Optical Zoom และ 60x Hyper Zoom
  • กล้องหน้า 1 เลนส์ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.45
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi MIMO 2.4G + 5G, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4315mAh รองรับ 33W Vivo FlashCharge 2.0

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo X50 Pro 5G มาในรูปแบบที่มีความพรีเมี่ยมมากๆ มีการเล่นเฉดสีแสงเงาเป็นรูปตัว “X” อย่างชัดเจนครับ ขณะที่ชื่อรุ่น X50 Pro ด้านหน้าก็มีความมันเงาออกเป็นสีรุ้งครับ

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo X50 Pro 5G พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ 33W Vivo FlashCharge 2.0
  • สาย USB Type-C
  • หูฟังพอร์ต 3.5 มม.
  • สายแปลงพอร์ต 3.5 มม. เป็น USB Type-C
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์สวยงาม ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น

ดีไซน์ของ Vivo X50 Pro 5G มีความพรีเมี่ยมด้วยการออกมาแบบ Dual Tone Step เห็นเป็น 2 เฉดสีคล้ายชั้นเมฆที่ผิวด้านหลังตัวเครื่อง ทั้งยังมีความเป็นกระจกด้านทำให้ดูหรูหรามากขึ้นไปอีกครับ ที่สำคัญเมื่อนำกล้องหลังแบบ Gimbal Camera System เข้ามาวางด้วย ทำให้ดูสมบูรณ์แบบมากจริงๆ

 

สำหรับสีของ Vivo X50 Pro 5G มีให้เลือกเพียงสีเดียวครับ คือ สีเทา Alpha Grey ตามที่อยู่ในรีวิวนี้เลย

 

นอกจากความสวยงามแล้ว เรื่องของการการจับถือและการใช้งานก็เป็นส่วนสำคัญครับ ซึ่งตัวเครื่องออกแบบที่มีความโค้งที่ด้านหลังมาก ทำให้จับได้ถนัดแม้ถือเมือเดียว แถมตัวเครื่องก็บางและเบามากเช่นกัน

 

หน้าจอโค้ง 3D Curved Ultra O Screen

ในส่วนของหน้าจอแสดงผลของ Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมความกว้างถึง 6.56 นิ้ว ซึ่งมาแบบ 3D Curved Ultra O Screen ที่เป็นหน้าจอโค้ง 3D แถมตัวรูกล้องหน้าก็มีขนาดเล็กเพียง 3.96 มม. เท่านั้น ทำให้หน้าจอมีขนาดที่ใหญ่และแสดงผลได้เต็มตามากขึ้นบนพื้นที่การแสดงผลถึง 92%

 

เรื่องของสีสันและความคมชัดรุ่นนี้ต้องบอกว่าจัดเต็มากๆ ด้วยความละเอียด Full HD+ (2376 x 1080 พิกเซล) ทั้งยังเป็นพาเนล AMOLED ที่ชูโรงเรื่องสีสันที่สดอยู่แล้ว ใครที่ชอบดูวิดีโอหรือภาพยนตร์ต่างๆ จะต้องหลงรักรุ่นนี้แน่นอน

 

ทั้งนี้ การใช้งานสัมผัสบนหน้าจอยังไหลลื่นมากๆ ด้วย Refresh Rate 90Hz ที่มีการตอบสนองหรือ Respone Rate ที่ 180Hz

 

มาดูรอบเครื่องกันครับที่เหนือหน้าจอแสดงผลมีลำโพงสนทนา โดยที่มุมซ้ายบนจะเป็นกล้องหน้าขนาดเล็กอยู่

 

ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ครับ

 

ที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง ถัดไปทางขวาจะมีไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ส่วนด้านบนจะมีไมโครโฟนตัวที่ 2 พร้อมสัญลักษณ์ 5G ที่เล่นเงาสะท้อนอย่างสวยงาม

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้อง Gimbal Camera System จำนวน 4 เลนส์ ตั้งแต่ด้านบนสุดที่เป็นเลนส์หลัก ลงมาเป็นเลนส์ Portrait, Super Wide Angle และล่างสุดจะเป็นเลนส์ซูมระยะไกล Periscope ครับ โดยมีไฟแฟลช 3 ดวงที่ฝั่งขวาตัวกล้อง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo X50 Pro 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5 รุ่นล่าสุดของแบรนด์ครับ ทำให้มีฟีเจอร์ต่างๆ และความไหลลื่นของระบบดีขึ้นแน่นอน

 

รองรับ 5G แน่นอน

ด้วยความคุ้มค่าของรุ่นนี้ยังรอบรับเครือข่าย 5G ในไทยเพื่อให้เราใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วมากขึ้น และค่าความหน่วงลดลงกว่า 4G LTE ครับ ซึ่งรองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่องทันทีครับ ไม่ต้องรออัปเดทใดๆ เลย

 

ภาพพื้นหลังสวยงามด้วย Live Wallpaper

วอลเปเปอร์ของ Vivo X50 Pro 5G ก็ให้มาสวยงามครับ โดยมีแบบเคลื่อนไหวหรือ Live Wallpaper มาให้ถึง 4 แบบอย่างสวยงาม และภาพปกติแบบปกติอรกหลาย 10 แบบเลยทีเดียว

 

Always On Display เปิดหน้าจอตลอด เช็คแจ้งเตือนเพียงแค่หันมอง

ด้วยความที่เป็นหน้าจอ AMOLED ฟีเจอร์ขาดไปไม่ได้แน่นอนครับ โดยจะเป็นการบอกสถานะของเครื่องเบื้องต้นในหน้าจอล็อก ไม่ว่าจะเป็นเวลา วันที่, ไอคอนของแอปพลิเคชั่นที่มีการแจ้งเตือน และแบตเตอรี่คงเหลือ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องยกขึ้นมาเพื่อดูตลอดครับ แต่การเปิดฟีเจอร์อาจจะกินแบตขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน

 

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวยังเปลี่ยนรูปแบบต่างๆ ได้เพียบ ทั้งสีสัน, ลักษณะของนาฬิา และพื้นหลังครับ

 

การนำทางระบบเพิ่มความสะดวกใช้งานได้ง่าย

ในการควบคุมปุ่มด้านล่างทั้งย้อนกลับ, Home และปุ่มแอพล่าสุดนั้น สามารถเปลี่ยนเป็นแบบท่าทางได้เพื่อให้ดูเต็มหน้าจอมากขึ้น ซึ่งจะใช้เป็นการปัดในแบบต่างๆ ครับ ซึ่งจะมีวิธีการใช้มาให้ลองทันทีที่เปิดใช้งาน

 

ระบบความปลอดภัย

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมกับเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอครับ ซึ่งรองรับทั้งหมด 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งความเร็วในการปลดล็อกนั้นทำได้ดีและเสถียรมาก

 

ส่วนใครที่ถนัดการสแกนใบหน้า ก็สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วไม่ต่างกันครับ

 

เปิดโหมดมืดประหยัดพลังงานมากขึ้น

ในการเปิดโหมดมืดของรุ่นที่มีหน้าจอ AMOLED อย่าง Vivo X50 Pro 5G ช่วยให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้นครับ ทั้งยังช่วยให้ใช้งานในที่แสงน้อยได้ดี ซึ่งแอพพลิเคชั่นที่รองรับโหมดมืดจะเปลี่ยนเป็นธีมมืดกันแบบอัตโนมัติครับ

 

เปลี่ยนเอฟเฟกต์ไดนามิกได้ไม่มีทางซ้ำ

สำหรับเอฟเฟกต์ไดนามิกหรือการเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวในรุ่นนี้มีให้เลือกกันเพียบ ไม่ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหวการจดจำลายนิ้วมือ, การสแกนใบหน้า, การชาร์จ รวมถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวที่หน้าจอหลัก

 

ลำโพงเสียงดี ดังกระหึ่มได้อรรถรส

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมกับชิปเสียง AK4377A ที่ทำให้เราได้ฟังเสียงคุณภาพระดับ Hi-Fi มีความกระหึ่มมากขึ้นแน่นอน

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo X50 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วยหน่วประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G Octa-core ที่ถือเป็นชิประดับกลางตัวแรงสุดใน Android ในตอนนี้ครับ เรื่องการใช้งานและการเล่นเกมต้องบอกว่าหายห่วงไปเลยทีเดียว ที่สำคัญยังมี Vivo Energy Guardian (VEG) หรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไหลลื่นขึ้นอีกด้วย

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 333,782 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 638 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,954

 

ฟีเจอร์ช่วยในการเล่นเกม

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมกับฟีเจอร์การช่วยเล่นเกมอย่างหลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็น Ultra Game Mode ที่นอกจากจะรวมเกมทั้งหมดไว้ในที่เดียวแล้ว ยังช่วยปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย

รวมถึงโหมด E-Sport ที่เป็นการรีดประสิทธิภาพการใช้งานทั้งหมดของเครื่องเข้ามาช่วยการเล่นเกมครับ ทำให้ระหว่างเล่นไม่เกิดอาการกระตุกแน่นอน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับเกม ROV ในรุ่น Vivo X50 Pro 5G สามารถเปิดเฟรมเรทสูงได้ ควบคู่กับภาพ HD ระดับสูงมาก และการแสดงผลระดับสูง เมื่อลองเล่นในโหมด 5 VS 5 เฟรมเรทมาแบบนิ่งๆ วิ่งที่ 59-61fps ตลอดทั้งเกม สมกับเป็นหน่วยประมวลผล Snapdragon 765G

 

PUBG Mobile

มาต่อที่เกม FPS อย่าง PUBG Mobile สามารถเปิดกราฟิกได้ในระดับที่ HDR HD และเฟรมเรทระดับ Ultra โดยการเล่นโหมด Battle Royale 100 คน สามารถทำได้เป็นอย่างดี การสัมผัสหน้าจอตอบสนองไว ด้วยการที่เป็นจอ Refresh Rate 90Hz คู่กับ Respone Rate ที่ 180Hz

 

Asphalt 9: Legends

และเกมสุดท้ายอย่าง Asphalt 9: Legends ก็เปิดภาพระดับสูงได้ครับ เลนได้แบบไหลลื่น แล้วภาพระหว่างเล่นเกมก็แสดงผลออกมาได้แบบสมูทสุดๆ

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จไว 33W

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ถึง 4315mAh ซึ่งสามารถใช้งานทั่วไปได้ตลอดทั้งวันครับ แต่ถ้าใครที่เปิด Refresh Rate 90Hz อาจจะกินแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น ทำให้ได้ชาร์จกันสักรอบระหว่างวันครับ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวอย่าง 33W Vivo FlashCharge 2.0 ชาร์จครู่เดียวก็ใช้งานได้ต่อแล้วครับ โดยเราทดสอบเริ่มชาร์จตั้งแต่แบตเตอรี่ 25% ถึง 80% ในเวลาเพียง 40 นาที และเต็ม 100% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้นครับ

 

กล้องถ่ายรูป

นอกจากสเปคที่จัดเต็มแล้ว Vivo X50 Pro 5G ยังเปิดประสบการณ์ใหม่ (Photography Redefined) ในเรื่องการถ่ายภาพด้วยกล้อง 4 เลนส์ แถมเป็น Gimbal Camera System รุ่นแรกของโลก ถ่ายได้ครบทุกระยะทั้งเลนส์ Wide + เลนส์ Portrait + เลนส์ Super Wide-Angle ที่รองรับการถ่าย Macro ระยะโฟกัส 2.5 ซม. และเลนส์ Periscope ซูมสูงสุดถึง 60x Hyper Zoom

 

ระบบกันสั่นไหว Gimbal รุ่นแรกของโลก

ความพิเศษของ Vivo X50 Pro 5G นั้นเป็นการใช้เทคโนโลยีกล้อง Gimbal เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการสั่นสะเทือนของภาพรุ่นแรกของโลก ซึ่งดีกว่าระบบกันสั่นไหว OIS ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ช่วยให้ภาพมีความคมชัด ไม่เบลอ และถ่ายวิดีโอได้เสถียรมากขึ้น โดยในกล้องจะมีฟังก์ชัน “การปรับเทียบไมโครกิมบอล” ช่วยให้ภาพไม่สั่นขณะถ่ายด้วยกล้องหลัง (ยกเว้นโหมดภาพคนและ Slow-Mo) ซึ่งเราต้องให้วงกลมสีขาวที่ปรากฏขึ้นอยู่ในวงกลมตรงกลางครับ

 

48 ล้านพิกเซล ภาพคมชัด ซูมไกลก็ยังเห็น

เลนส์หลักของ Vivo X50 Pro 5G มีความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล หากเราถ่ายด้วยโหมด 48MP ภาพที่ได้ออกมาจะมีความคมชัดสูงมากครับ ทำให้เราซูมภาพที่ถ่ายให้เห็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในภาพได้มากกกว่าโหมดปกติ

 

AI ฉลาดล้ำ ปรับตามวัตถุอย่างเหมาะสม

ในโหมดปกติของรุ่นนี้ AI ยังคงทำหน้าที่ตรวจจับฉากและแยกแยะหมวดหมู่ได้รวดเร็วและแม่นยำมากๆ เช่น อาหาร, ห้างสรรพสินค้า, แมว, สุนัข และอื่นๆ เพียบ ซึ่งสีสันจะมีการปรับให้ดูเหมาะสมกับแต่ละวัตถุครับ กดถ่ายคลิกเดียวก็แชร์ต่อได้ทันที ไม่ต้องมานั่งปรับแสงสีให้เสียเวลาเลย

 

AI Super Night เปลี่ยนภาพกลางคืนให้สว่างยิ่งขึ้น

ตัวกล้องของ Vivo X50 Pro 5G ยังมีโหมด AI Super Night เพื่อการถ่ายภาพตอนกลางคืนหรือในที่แสงน้อยโดยเฉพาะครับ หลังจากกดชัตเตอร์ บอกเลยว่ารอแค่เพียง 3-4 วินาที ก็ได้ภาพออกมาแล้วครับ โดยภาพที่ได้จะมีความคมชัดมากขึ้น สิ่งที่อยู่ในจุดมืดๆ จะสว่างและเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิมแน่นอน


Auto Mode / AI Super Night Mode

 

นอกจากนี้ใน Super Night Mode ก็ยังมีฟิลเตอร์ให้เราได้ลองเลือกรูปแบบกันหลายอย่างเลยทีเดียว ได้ความหลากหลายของภาพแบบที่ไม่ต้องมาแต่งเพิ่ม

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีโหมดดาวเต็มท้องฟ้า เพื่อให้ได้ภาพดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าอย่างชัดเจน ซึ่งแนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้องและทำในวันที่ฟ้าโปร่งครับ ต้องได้ดวงดาวมาอยู่ในภาพแน่นอน แต่การประมวลผลจะนานกว่าโหมด AI Super Night แบบปกติเล็กน้อยครับ


Auto Mode / Astro Mode

 

หรือใครอยากถ่ายดวงจันทร์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน Vivo X50 Pro 5G ก็มีโหมดเฉพาะอย่าง “ซุปเปอร์มูน” ที่ไว้สำหรับถ่ายได้โดยตรงครับ

 

Portrait Mode เบลอหลังได้สะใจ ลูกเล่นก็เพียบ

สำหรับ Portrait Mode ใน Vivo X50 Pro 5G ต้องบอกว่าทำได้ดีมากครับ มีการเบลอหลังได้เนียน ดูเป็นธรรมชาติ ดูมีมิติจากการไล่เลเยอร์พอสมควร ซึ่งใบหน้าของเราก็จะดูสว่างแล้วมีการปรับผิวเนียนให้อัตโนมัติด้วย ซึ่งโหมดนี้ก็รองรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยด้วย

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ลูกเล่นของ Portrait Mode ยังสามารถปรับลักษณะแสงโบเก้ด้านหลังแเพื่อให้รูปต่างๆ ได้ด้วย ได้แก่ แวดวง, หัวใจ, สามเหลี่ยม, ดาว และห้าเหลี่ยม ซึ่งโหมดนี้ใช้ได้แค่กล้องหลังเท่านั้น

 

นอกจากนี้ก็ยังมีการปรับสไตล์เป็นฟิลเตอร์ต่างๆ ให้ดูมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมชาติ, วินเทจ, เมืองเหนือ, แฟชั่น, ปาร์ตี้ฤดูร้อน,,สไตล์ญี่ปุ่น, ขาวดำ, เกลือเงิน และเปียก โดยฟิลเตอร์แบบนี้ใช้งานได้ที่กล้องหน้าเหมือนกันครับ แต่จะมีฟิลเตอร์ต่างกันออกไป


ธรรมชาติ


วินเทจ


เมืองเหนือ


แฟชั่น


สไตล์ญี่ปุ่น


เกลือเงิน


เปียก

 

และสุดท้ายในลูกเล่นของ Portrait Mode อย่างเอฟเฟกต์บุคคล ทั้งไฟสตูดิโอ, ไฟสเตอริโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังขาวดำ

 

โฟกัสไม่มีหลุดด้วย Instant Vlog

ฟีเจอร์ Instant Vlog จะเป็นการให้ AI โฟกัสจับดวงตา, ร่างกาย หรือสิ่งของได้แบบอัตโนมัติที่ไม่มีหลุดโฟกัส โดยฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ทั้งการถ่ายภาพนิ่งเพื่อให้ไม่เบลอ รวมไปถึงการถ่ายวิดีโอที่ใครชอบถ่าย Vlog อยู่แล้วจะต้องหลงรักแน่นอน เพราะสิ่งของหรือใบหน้าที่เราอยากให้ชัดก็จะไม่มีหลุดโฟกัส

 

Hyper Zoom ซูมไกลสุด 60 เท่า

ด้วยเลนส์ซูมระยะไกลหรือ Periscope ใน Vivo X50 Pro 5G เราสามารถซูมแบบ Optical Zoom ได้ถึง 5 เท่า โดยที่ภาพยังมีรายละเอียดคมชัด และซูมแบบ Hyper Zoom ได้ไกลสูงสุดถึง 60 เท่าเลยทีเดียว ที่สำคัญ ใครที่กลัวว่ายิ่งซูมไกลจะยิ่งคุมกล้องได้ยากนั้น ก็จะมีระบบ OIS มาช่วยกันสั่นไหวให้อีกแรงครับ

หรือถ้าใครที่ซูม 60 เท่าแล้วคิดว่ามากเกินไป ในระดับ 5 เท่าก็ยังทำได้ดีอยู่ครับ แถมรายละเอียดก็ไม่เสียไปด้วย

 

Super Wide Angle ได้ภาพมุมกว้าง พร้อมความคมชัด

การถ่ายด้วยเลนส์ Super Wide Angle เพื่อให้ได้มุมกว้างนั้นทำออกได้อย่างสวยงามครับ เฉดสียังมีความสดใสไม่ต่างจากเลนส์หลัก เพิ่มลูกเล่นการถ่ายได้มากขึ้นไม่ว่าจะถ่ายย้อนแสงหรือแบบปกติ ทั้งยังให้เราได้ภาพที่ครบองค์ประกอบ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งขาดหายไปครับ


เลนส์ Wide / เลนส์ Super Wide Angle


เลนส์ Wide / เลนส์ Super Wide Angle

 

Super Macro ถ่ายใกล้ 4 ซม.

ด้วยเลนส์ Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ทำให้เราถ่ายภาพ Super Macro ในระยะใกล้สูงสุดถึง 4 เซนติเมตรได้อย่างคมชัด สีสันไม่ดรอปลงเหมือนกับการใช้เลนส์ Macro แยกออกมาเพราะความละเอียดนั้นน้อยกว่าครับ

 

เซลฟี่สวยงามมี AI Face Beauty

ใครที่ชอบถ่ายเซลฟี่ตามปกติ ที่นอกจากจะเบลอหลังแบบ Portrait Mode ตามด้านบนแล้ว เราก็สามารถปรับค่ารูรับแสงให้เห็นฉากหลังได้อย่างชัดเจนเหมือนกันครับ ซึ่งใบหน้าของเรายังคมชัดและระบบจะปรับผิวเนียนต่างๆ ให้แบบอัตโนมัติ

 

เซลฟี่ที่มืดก็ไม่ต้องกลัว

และสุดท้ายกับการที่เซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือที่มืดก็สามาราถใช้โหมดกลางคืนถ่ายได้เหมือนกัน แถมยังมีสามารถปรับ Face Beauty ได้อีกด้วย


Auto Mode / Super Night Selfie


Auto Mode / Super Night Selfie


Auto Mode / Super Night Selfie

 

สรุปจุดเด่น

  • เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องที่มีระบบกันสั่นไหว Gimbal รุ่นแรกของโลก ทำให้การสั่นไหวของภาพขณะถ่ายมีน้อยมากๆ
  • กล้องหลังจัดมาให้ครบทุกระยะ ไม่ว่าจะเป็น Super Wide Angle, Super Macro หรือการถ่าย Portrait
  • รองรับเครือข่าย 5G ในไทยตั้งแต่แกะกล่องทันที
  • หน้าจอแสดงผล 3D Curved Ultra O Screen กว้าง 6.56 นิ้ว พร้อมรับชมเนื้อหาได้คมชัดและสีสันจัดต็มด้วยชนิดหน้าจอ AMOLED และมีความลื่นด้วย Refresh Rate 90Hz
  • ใช้ CPU Snapdragon 765G Octa Core ที่เป็นชิปตัวท็อปของระดับกลางทำให้ทั้งการเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไปไหลลื่นมากๆ
  • รองรับการชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge 2.0

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

สมาร์ตโฟน Vivo X50 Pro 5G เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในสีอัลฟาเกรย์ (Alpha Gray) มีราคาอยู่ที่ 24,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Vivo Y20 สมาร์ตโฟนกล้อง AI Triple Macro Camera สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง และแบตอึด 5000mAh

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Vivo Y20 สมาร์ตโฟนน้องเล็กสเปคสุดคุ้ม หน้าจอ Halo Full View Display กว้างถึง 6.51 นิ้ว มีสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง จัดเต็มกล้อง 3 เลนส์ AI Triple Macro Camera พร้อมแบตเตอรี่แบบอึดๆ 5000mAh ในราคาสุดสบายกระเป๋า

 

สรุปสเปค Vivo Y20

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.41 x 76.32 x 8.41 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 192.3 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Halo Full View Display ชนิด IPS กว้าง 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราสว่น 20:9 และพื้นที่การแสดงผล 89%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 460 Octa Core
  • RAM 4 GB
  • ROM 64 GB เพิ่ม microSD สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ AI Triple Macro Cameara แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Vivo Y20 สะดุดตาตั้งแต่ตัวกล่องเลยทีเดียว เพราะเล่นโทนสีฟ้าได้อย่างสวยงามตามสีประจำของแบรนด์ครับ โดยแบ่งพื้นสีขาวส่วนบนเล็กน้อย มีชื่อรุ่น Y20 ส่วนด้านล่างเป็นสีน้ำเงินมีเส้นตัดพร้อมชื่อแบรนด์ Vivo

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y20 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย MicroUSB 2.0
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ Vivo Y20 นั้นออกแบบได้สวยงาม ตัวฝาหลังจะเด่นชัดที่โมดูลกล้องที่เหมือนกับการสาดแสงออกมาครับ ทำให้ดูสะดุดไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีขาว Dawn White ให้ความรู้สึกสดใส อบอุ่นในยามเช้า ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกจะเป็นสีน้ำเงิน Nebula Blue ครับ

 

ส่วนการจับถือนั้นถนัดมือ ใช้งานได้ค่อนข้างสะดวกครับ ซึ่งตัวขอบด้านข้างจะมีความโค้ง 2.5D เพื่อไม่ให้ถือนานๆ แล้วฝ่ามือเป็นรอย

 

ด้านหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ทำออกมาได้ใหญ่สะใจเลยทีเดียวครับ ด้วยขนาด 6.51 นิ้ว อัตราส่วน 20:9 ใครที่ชอบดูวิดีโอต่างๆ ถือว่าจุใจแน่นอน

 

ส่วนเรื่องสีสันของหน้าจอชนิด IPS ก็ทำออกมาได้ดีในเรทราคาระดับนี้ครับ ซึ่งความคมชัดจะได้อยู่ที่ HD+ รับชมเนื้อหาต่างๆ ได้คมชัดอยู่

 

บริเวณเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าลงไป 1 เลนส์ ถัดขึ้นไปจะมีลำโพงสำหรับสนทนาเท่านั้น

 

ทางขวาตัวเครื่องจะมีปุ่ม Power พร้อมใช้เป็นการสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย ถัดขึ้นไปจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

 

ขณะที่ด้านซ้ายจะมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM ถึง 2 ช่อง และมีช่องใส่ MicroSD แยกมาให้อีก 1 ช่องด้วย

 

ทางด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. มาให้, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Macro Camera เรียงในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช 1 ดวงที่อยู่ด้านล่างสุดครับ

 

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

ด้านซอฟต์แวร์ของ Vivo Y20 แม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก แต่ก็มาพร้อม Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5 รุ่นล่าสุด ทำให้การจัดการพลังงานนั้นทำได้ดี และไหลลื่นมากขึ้นแม้ว่าจะเป็นรุ่นราคาสุดประหยัดก็ตาม

 

หน้าตา UI : Funtouch OS 10.5

 

วอลเปเปอร์สวยงาม มีให้เลือกเยอะ

ใครที่อยากเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ให้เข้ากับตัวเครื่องก็มีให้เลือกประมาณ 10 แบบครับ ชอบแบบไหนก็ลองเลือกกันได้เลย

 

การรักษาความปลอดภัย

หนึ่งในความความพิเศษของ Vivo Y20 คือความสะดวกในการสแกนลายนิ้วมือครับ เพราะอยู่ที่ข้างตัวเครื่องในปุ่ม Power กันเลย ใครถนัดมือขวาก็แค่เพียงหยิบเครื่องขึ้นมา นิ้วโป้งก็จะอยู่ตรงกับตัวสแกนพอดีเป๊ะ ทำให้หยิบขึ้นก็มาก็ใช้งานได้ทันทีเพราะสแกนได้เร็วสุดเพียง 0.33 วินาทีเท่านั้น

 

ส่วนใครไม่ถนัดการสแกนลายนิ้วมือ ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ทำงานได้ค่อนข้างเร็วครับ

 

เปลี่ยนเอฟเฟกต์ไม่ซ้ำใครด้วย Dynamic Effects

ในหน้าจอล็อกอาจมีเอฟเฟกต์เคลื่อนไหว ในช่วงที่มีการสแกนใบหน้าหรือการชาร์จ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนได้เกือบ 10 แบบเลยทีเดียว

 

มีโหมดถนอมสายตา

ใครที่ใช้งาน Vivo Y20 ไปนานๆ อาจมีอาการล้าดวงตาได้ครับ ทำให้มีโหมดถนอมสายตาเพื่อช่วยลดแสงสีฟ้าได้อย่างดี สามารถปรับโทนความเข้มได้ตามความชอบ หรือใครที่อยากให้ระบบปรับอัตโนมัติ ก็มีตัวเลือกการเปิดหรือปิดตามพระอาทิตย์ขึ้นได้ด้วย

 

โหมดมืดก็มีให้เลือกเช่นกัน

ใครไม่อยากตัดแสงสีฟ้าออก รุ่นนี้ก็มีตัวเลือกโหมดมืดมาให้ใช้งานเพื่อความสบายตาครับ โดยจะเปลี่ยนพื้นหลังและแอปพลิเคชั่นที่รองรับ Dark Mode เป็นสีดำทั้งหมด

 

โคลนแอป

ฟีเจอร์นี้ยังคงมีมาให้แน่นอน สำหรับการโคลนอีก 1 แอปเพื่อใช้งานบัญชีโซเชียลมีเดียอีก 1 บัญชีแยกกันได้ครับ เช่น การแบ่ง Line เป็น 2 บัญชี เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ฮาร์ดแวร์ภายในของ Vivo Y20 นั้นเลือกหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 460 Octa Core มาขับเคลื่อน โดยมีขนาดเล็กที่ 11 นาโนเมตรเท่านั้น ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับชิปที่ใกล้เคียงกันครับ ทั้งยังมี ROM ให้ 64GB สามารถโหลดแอปพลิเคชั่นหรือถ่ายรูปต่างๆ ได้ไม่ต้องกลัวเต็ม

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 255 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,041

 

ปิดการแจ้งเตือนพร้อมรีดประสิทธิภาพให้ดีขึ้นระหว่างเล่นเกม

ก่อนจะทดสอบการเล่นเกม Vivo Y20 นั้นมี 2 ฟีเจอร์หลักเพื่อให้เราเล่นเกมได้แบบไม่มีสะดุดครับ ทั้ง Ultra Game Mode 8.0 ที่ช่วยในเรื่องการสั่นของเครื่องทำให้ได้อรรถรสมากขึ้น พร้อมกับการปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้มาบังหน้าจอ ทั้งยังมีเทคโนโลยี Multi Turbo 3.0 ช่วยให้การเล่นเกมไหลลื่นขึ้น ทั้งด้านเครือข่าย, ความร้อนตัวเครื่องจัดการได้ดีขึ้น และภาพที่มีความสมูธกว่าเดิม

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เรามาทดสอบที่เกมแรกอย่าง ROV เราสามารถเปิดภาพ HD ได้ที่ระดับสูงมาก และกราฟิกในระดับสูงครับ ส่วนเฟรมเรทสูงก็เปิดได้เช่นกัน ต้องบอกว่าเมื่อเล่นในโหมด 5 VS 5 ตามปกติ รุ่นนี้ทำได้ดีเกินคาดสุดๆ เฟรมเรทมาแบบนิ่งๆ 59-60fps ตั้งแต่ต้นเกมถึงจบเกมครับ ในช่วงที่มีการบวกกันเยอะๆ เฟรมเรทก็ไม่ดรอปให้เห็นด้วย

 

PUBG Mobile

มาลองที่เกม Battle Royale กันบ้างอย่าง PUBG Mobile สามารถเปิดกราฟิกได้ในระดับสมดุลคู่กับเฟรมเรทกลางครับ ภายในเกมสามารถเล่นได้ค่อนข้างลื่นเลยทีเดียว การสัมผัสต่างๆ ถือว่าทำได้ดีมากกับสมาร์ทโฟนราคาระดับนี้ครับ

 

แบตเตอรี่อึดอยู่ได้ครบวัน

ในเรื่องความอึดในรุ่นเล็กของ Vivo อย่าง Vivo Y20 ต้องบอกว่าชาร์จให้เต็มแค่ตอนเช้าก็อยู่ได้ทั้งวันแน่นอน จากการมีแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh แต่ถ้าใครเล่นเกมหนักๆ ก็อาจต้องได้ชาร์จกันบ้าง ความอึดของแบตเตอรี่ใน Vivo Y20 ให้เราชมภาพยนตร์ในรูปแบบ HD ได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง หรือเล่นเกมได้นานถึง 11 ชั่วโมง ซึ่งรุ่นนี้ยังมี Reverse charging หรือเป็น Power Bank ให้กับรุ่นอื่นได้ด้วย (จำเป็นต้องใช้งานคู่กับสาย OTG ซึ่งต้องซื้อแยกต่างหาก)

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y20 ยังจัดเต็มเรื่องกล้องหลังที่มีให้ถึง 3 เลนส์ใช้งานกับครบครัน ทั้งเลนส์หลัก + เลนส์ Super Macro ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร และเลนส์ Bokeh ช่วยในการถ่าย Portrait เบลอหลังได้ดีขึ้น โดยฟีเจอร์ต่างๆ มีดังนี้

AI ฉลาด แยกแยะหมวดหมู่ได้

ในเลนส์หลักของ Vivo Y20 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากครับสำหรับเรทราคาเดียวกัน การโฟกัสทำได้เร็ว โดยมีสีสันที่สดใส ภาพคมชัด แสงและเงาถือว่าทำได้ดี ไม่ว่าจะถ่ายบุคคลหรือวัตถุต่างๆ สามารถนำไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้แบบสบายๆ

 

เบลอหลัง Portrait ได้แบบเนียนๆ ด้วย Face Beauty

นอกจากโหมดปกติแล้ว ในการถ่ายภาพ Portrait ก็ขาดไปไม่ได้เลยครับ บอกเลยว่า Vivo Y20 ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิด การตัดขอบเพื่อเบลอฉากหลังทำได้ค่อนข้างเนียน และใบหน้าก็มีการปรับ Face Beauty ให้ดูเนียนและสวยสดใสอีกด้วย

 

ทั้งนี้ หากใครที่ถ่ายออกมาแล้วอยากปรับความเบลอฉากหลังให้มากขึ้นหรือน้อยลง ก็มาแก้ไขค่ารูรับแสง (F) ได้อีกครั้งในอัลบั้มครับ ซึ่งกว้างสุดถึง f/0.95 และแคบสุดที่ f/16

 

ใครที่อยากปรับใบหน้าเองก็มีให้เลือกหลายโหมด ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนผิว, ปรับขาว, หน้าเรียว, ตาโต, จมูก และอื่นๆ เพียบ โดยแต่ละอย่างสามารถปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับไปเลย

 

นอกจากนี้ ในโหมด Portrait กล้องหลังและกล้องหน้ายังมีเอฟเฟกต์บุคคลให้เลือกไปใช้งานกันอีกด้วยหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นไฟสตูดิโอ, ไฟสเตอริโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังขาวดำ

เอฟเฟกต์บุคคลกล้องหลัง

เอฟเฟกต์บุคคลกล้องหน้า

 

Super Macro ถ่ายใกล้ก็คมชัด

ในเลนส์ Super Macro เราสามารถถ่ายวัตถุในระยะที่โฟกัสได้ถึง 4 ซม. เลยทีเดียวครับ ภาพที่ได้ออกมาแม้ว่าจะมีสีสันดรอปจากเลนส์หลัก (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ) แต่ก็มีความคมชัดอยู่ครับ

 

กล้องหน้าสวยงามด้วย AI Beauty

มาต่อกันที่กล้องหน้าครับก็ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล การถ่ายเซลฟี่มีความคมชัด แถมมีความสวยงามของใบหน้าด้วยการให้ AI มาปรับให้อัตโนมัติครับ ภาพที่ได้ยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่ นอกจากนี้ การปรับแต่งใบหน้าก็ทำได้เหมือนกับกล้องหลังเลยด้วย

 

กล้องหน้า Portrait เบลอหลังได้เหมือนกัน

ไม่ใช่แค่กล้องหลังที่ถ่าย Portrait ได้เท่านั้น แต่ฟีเจอร์นี้ก็มีที่กล้องหน้าเหมือนกันครับ ที่นอกจากความ Beauty แล้ว การเบลอฉากหลังเพื่อให้ภาพที่มิติก็ทำออกมาได้ดี ซึ่งใบหน้ายังมีความสว่าง ไม่มืดแม้ย้อนแสง

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 3 เลนส์แบบจัดเต็มทั้งโหมดปกติ, Macro หรือ Portrait เบลอฉากหลัง
  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.51 นิ้ว ได้อรถถรสในการชมวิดีโอต่างๆ เต็มที่
  • ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 460 สามารถใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น
  • แบตเตอรี่มีความจุถึง 5000mAh ใช้งานได้ครบตลอดวันแน่นอน
  • มีช่องสำหรับใช้งานแบบ 3 Slot ใส่ซิมการ์ดได้ 2 ช่อง และอีก 1 MicroSD สูงสุด 256GB

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง
  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

ใครที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ Vivo Y20 ได้แล้วในราคาเพียง 5,299 บาทเท่านั้น ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Vivo Y20

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured24 ชั่วโมง ที่แล้ว

รีวิว Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G บางสุดในโลก ดีไซน์โดดเด่น กล้องหน้าคมชัด 44MP โฟกัสไม่มีหลุด พร้อมฟีเจอร์แบบจัดเต็ม

รีวิว Vivo V20 Pro 5...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo X50 Pro 5G กล้องหลังจัดเต็ม ระบบกันสั่น Gimbal รุ่นแรกของโลก, ฟีเจอร์ครบ พร้อมหน้าจอโค้ง Ultra O Screen และชิปตัวแรง Snapdragon 765G

Vivo X50 Pro 5G สมาร...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y20 สมาร์ตโฟนกล้อง AI Triple Macro Camera สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง และแบตอึด 5000mAh

Vivo Y20 สมาร์ตโฟนน้...

ais ultimate surprizes 5 point in august 2020 ais ultimate surprizes 5 point in august 2020
Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

5 พอยท์ ลุ้นโชค GADGETS สุดคูล ลูกค้า AIS Serenade ลุ้นรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

กลับมาพบกันอีกครั้งก...

realme Fan Fest 2020 realme Fan Fest 2020
Android News4 สัปดาห์ ที่แล้ว

ส่องโปร realme ราคาพิเศษ และ realme Fan Fest จาก Lazada ทั้งลดทั้งแถม! 28 ส.ค. 63 วันเดียวเท่านั้น!

realme ขนทัพสมาร์ทโฟ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News43 นาที ที่แล้ว

เปิดตัว POCO X3 สเปคคล้าย X3 NFC มาพร้อมชิป Snapdragon 732G, จอ 120Hz พร้อมแบต 6000mAh

หลังจากที่ POCO เปิด...

Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว LG K42 และ K71 สมาร์ทโฟน 2 รุ่นเล็กและกลาง มาพร้อมชิป Helio

LG เปิดตัวสมาร์ทโฟน ...

IT News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลิเดีย – แมทธิว แชร์ 3 เคล็ดลับในการเลือกซื้อและใช้สมาร์ทวอทช์ให้เวิร์ค พร้อมเผยแก็ดเจ็ตคู่ใจ HUAWEI Watch Fit

หลังเปิดตัวอย่างเป็น...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

เผยมุมมองจากสื่อทั่วโลก ต่อสุดยอดพาวเวอร์โฟนแห่งยุค “Samsung Galaxy Note20 Series”

หลังจากการเปิดตัว Sa...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

Vivo เปิดตัว V20 ซีรีส์ ครั้งแรกในไทย มอบเทคโนโลยีกล้องหน้าชั้นนำของวงการในมือคุณ

Vivo เปิดตัวสมาร์ตโฟ...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง