ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว realme 5i สมาร์ทโฟน 4 เลนส์ แบตทรงพลัง 5000mAh พร้อมขุมพลัง SD665, จอใหญ่ 6.5 นิ้ว และฟีเจอร์อื่นๆ เพียบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

realme 5i สมาร์ทโฟนตัวกลางสเปคคุ้มค่า ชูโรงด้วยกล้อง 4 เลนส์ แบตทรงพลังถึง 5000mAh สามารถชาร์จให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วย มีหน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ที่ใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้แบบสบายๆ

 

สรุปสเปค realme 5i

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 × 75.0 × 8.95 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 195 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-drop Display ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, พื้นที่การแสดงผลที่ 89% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 AIE Octa Core
  • RAM 4 GB
  • ROM 64 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย CorOS 6.0.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมโหมด AI Beauty และ AI HDR
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G , Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme 5i มาในสีเหลืองสีประจำแบรนด์ทุกส่วนทั้งด้านหน้าและด้านหลังครับ พร้อมด้วยชื่อรุ่น 5i แบบชัดๆ ที่ด้านหน้า โดยหลังกล่องจะมีสเปคหลักๆ เช่น แบต 5000mAh, Snapdragon 665 AIE, เลนส์ Ultra-Wide Angle และหน้าจอ Mini-drop ขนาด 6.5 นิ้ว ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องจะมีให้ดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme 5i พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • ใบรับประกันสินค้า
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์สวยงามสะดุดตา

ดีไซน์ของ realme 5i ถือว่าได้ความแปลกใหม่มากๆ ด้วยพลาสติกที่มีการขัดมันและแกะสลักเรเดียมที่มีลวดลายเป็นเส้นโค้งทำให้เมื่อสัมผัสจะรู้สึกได้ทันทีครับ ที่สำคัญการจับถือก็สะดวกมากๆ ไม่มีลื่นมืออีกด้วย โดยการทำลวดลายที่เหมือนแสงพระอาทิตย์ขึ้นตรงโลโก้ realme นั้น เป็นการให้คำนิยามของรุ่นนี้ว่าเป็นแรงบันดาลใจจากแสงแรกของดวงอาทิตย์ ที่ทำให้ได้รับความสดใหม่ทุกเช้านั่นเองครับ

 

บริเวณฝาหลังที่เราได้มาเป็นสีเขียว Forest Green ที่หากเรามองปกติก็เห็นเป็นสีเขียวธรรมดาๆ แต่เมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ตามคอนเซ็ปต์จะมีประกายเปล่งออกมาที่มุมซ้ายล่างครับ คล้ายกับแสงอาทิตย์กำลังจะขึ้นในเช้าวันใหม่ ทั้งนี้ เมื่อเราลองขยับไปมาก็จะยิ่งให้มิติของแสงในมุมมองต่างๆ อีกด้วย แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดเลย คือ วัสดุที่เป็นพลาสติกแฃะเมื่อสัมผัสจะแทบไม่ติดรอยนิ้วมือเลยแม้แต่นิดเดียว (หรือถ้ามีก็แทบไม่เห็นเลยครับ) ต้องบอกว่า realme 5i ทำดีไซน์ออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ ขณะที่อีกสีจะเป็นสีฟ้า Aqua Blue

 

ไม่ใช่แค่สวยแต่ป้องกันละอองน้ำได้ด้วย

นอกจากจะได้ความสวยงามแล้ว realme 5i ยังดีไซน์ให้มีการป้องกันละอองน้ำแบบ 3 ชั้นอีกด้วยครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องการโดนน้ำสาดหรือกระเด็นมาโดน เพียงแค่เช็กออกก็ใช้งานต่อได้ตามปกติเลย

 

หน้าจอใหญ่ ติ่งเล็กลง เพิ่มสัดส่วนการแสดงผล

realme 5i มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำ หรือ Mini-Drop Display ชนิด LCD โดยมีความพิเศษที่ในส่วนหยดน้ำจะเล็กลงกว่า realme 3 ถึง 30.9% ครับ ทำให้ได้หน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ในขนาดที่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่ขึ้นมากเท่าไหร่ แถมทำให้พื้นที่การแสดงผลอยู่ที่ 89% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 อีก 1 ชั้นเพื่อความแข็งแรงครับ

 

ทั้งนี้ realme 5i ยังมีหน้าจอในความคมชัดระดับ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) ทำให้เรารับชมวิดีโอหรือเล่นเกมต่างๆ ได้คมชัดและสีสันสวยงามครับ

 

รอบตัวเครื่องในส่วนของเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับสนทนาและกล้องหน้าที่ฝังในหยดน้ำ โดยมีเซ็นเซอร์วัดแสงต่างๆ อยู่ข้างกับเลนส์กล้อง

 

ด้านซ้ายตัวเครื่องจะมีการเล่นมุมที่ยื่นออกมาจะไม่ได้เรียบไปทั้งแผ่นครับโดยมีทั้งช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง พร้อม MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 ช่องกันเลยทีเดียว ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงครับ

 

ทางขวาจะมีปุ่ม Power ปุ่มเดียวเท่านั้น

 

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีทั้งช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟน, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์เรียงเป็นแนวตั้งที่มุมซ้ายบนครับ โดยมีไฟแฟลช LED พร้อมโลโก้ AI CAMERA อยู่ด้านล่าง และบริเวณกลางเครื่องมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

realme 5i แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0.1 บนพื้นฐาน Android 9 Pie ครับ โดย ColorOS เวอร์ชันนี้ได้รับการปรับปรุงเรื่องของประสิทธิภาพให้ใช้งานได้ไหลลื่นมากขึ้นตั้งแต่ระบบทัชสกรีนที่ไปตามนิ้วมากขึ้น, หน้าตา UI ที่ดูสบายตา และจัดสรรพื้นที่การใช้งานภายในดีขึ้นครับ

 

 

ใครที่ต้องการเปลี่ยนธีมหรือวอลเปเปอร์เพิ่มเติมตามสไตล์ของตัวเองก็สามารถเข้าไปที่การตั้งค่าในส่วนของหน้าจอหลักได้ครับ หรือจะดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น “ร้านค้าธีม” ได้เลย

 

 

ใช้งาน Dark Mode หรือถนอมสายตาได้ง่ายๆ ครอบคลุมหลายแอปฯ

realme 5i สามารถใช้งานโหมดถนอมสายตาตอนกลางคืนได้เป็นอย่างดีครับ สามารถเลือกปรับโทนเย็นหรืออุ่นได้ตามความเหมาะสมกับสภาพที่ใช้เล่นตอนนั้น

 

ขณะที่ฟีเจอร์ Dark Mode ก็สามารถเข้าไปเปิดในส่วนของ realme Lab ได้ แต่ความพิเศษคือเราไม่ต้องรอให้แอปนั้นๆ อัปเดทเพื่อรองรับโหมดมืด แต่แค่เราเปิด Dark Mode ในระบบของ realme แทบทุกแอปพลิเคชั่นจะแสดงผลเป็นโหมดมืดเกือบทั้งหมด เช่น Facebook หรือ Youtube เป็นต้น

 

ปกป้องไฟล์ในตู้นิรภัยผ่าน Real Private

ฟีเจอร์ Real Private หรือตู้นิรภัยส่วนตัว เป็นฟีเจอร์ที่ให้เราซ่อนไฟล์หรือรูปภาพต่างๆ ไว้แบบปลอดภัยครับ โดยการที่จะเข้าถึงได้ต้องใส่รหัสผ่าน (คนละรหัสกับตัวปลดล็อคหน้าจอ), สแกนใบหน้าหรือสแกนลายนิ้วมือเท่านั้น ถ้าไม่ใช่คนรู้รหัสผ่านก็เข้าถึงไม่ได้แน่นอน

 

ระบบความปลอดภัย

realme 5i มาพร้อมกับความปลอดภัยที่มีมาให้ครบครับตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องที่จดจำได้มากที่สุด 5 ลายนิ้วมือ โดยที่การทำงานถือว่ารวดเร็วและเสถียรมากๆ ด้วย

 

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็วไม่แพ้กัน เพียงแค่กดปุ่มปลดล็อค ตัวสัญลักษณ์กุญแจที่ปรากฏก็จะปลดให้ทันทีเลยครับ

 

โคลนแอปโซเชียล ใช้งานได้ 2 บัญชี

ฟีเจอร์สะดวกมากๆ หากใครที่มีบัญชีโซเชียล 2 บัญชี ทำให้ไม่ต้องมาคอยล็อคอินหรือสลับบัญชีให้ยุ่งยากครับ โดยเฉพาะกับ Line ที่เมื่อเราเปิดใช้งานการโคลนก็จะแยกกันอย่างสิ้นเชิง บัญชีใครบัญชีมันครับ

 

 

ลูกบอลช่วยเหลือ

อีกฟีเจอร์ที่อยู่คู่กับ realme ทุกรุ่น คือ ลูกบอลช่วยเหลือ ที่เป็นฟีเจอร์ให้เราใช้งานได้ง่ายๆ โดยแทบไม่ต้องกดปุ่มนำทางด้านล่าง ซึ่งเราสามารถตั้งค่าตามความถนัดของเราได้ครับ จะให้กดแล้วทำงานกันที หรือกดแล้วให้เป็นเมนูเลือกได้ว่าจะทำอะไรก็ได้

 

แถบข้างอัจฉริยะ

ฟีเจอร์ “แถบข้างอัจฉริยะ” ก็เป็นอีกสิ่งที่สะดวกไม่แพ้กันครับ โดยจะเป็นการปัดซ้ายหรือขวาที่ขอบจอเพื่อเรียกหน้าแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่เราใช้งานบ่อยขึ้นมาและกดได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเลื่อนหาให้เสียเวลา และก็แน่นอนว่าเราสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบเช่นกันครับ จะลบหรือเพิ่มแอปไหนก็ทำได้เต็มที่

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

สำหรับ realme 5i ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 665 AIE Octa-core บนสถาปัตยกรรมขนาด 11 นาโนเมตร ความเร็ว 2.0GHz ซึ่งขนาดของขุมรุ่นนี้ถือว่าค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับในรุ่นใกล้ๆ กัน ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นและการใช้งานที่ร่วมกับ AI ทำให้เล่นได้ไหลลื่น การทัชดี และสลับแอปต่างๆ ได้ไม่สะดุดครับ ทั้งนี้ realme 5i ถือว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในเรทราคาระดับเดียวกัน เมื่อมองในเรื่องของทั้งหน่วยประมวลผล รวมถึงการ์ดจอ (GPU) ที่ใช้ Adreno 610 ควบคู่กับหน่วยประมวลผลสัญญาณ Hexagon 686 DSP AI Engine รุ่นที่ 3 ก็ยิ่งทำให้การประมวลผลดีขึ้น 2 เท่า

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark v8.1.8 ทำได้ไปได้ที่ 173,507 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 314 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,377

 

ก่อนที่จะไปทดสอบการเล่นเกม realme 5i มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space เหมือนกันครับ โดยรวบรวมเกมที่โหลดไว้ในโฟลเดอร์เดียวและสามารถปรับโหมดการเล่นได้ 3 แบบตามความเหมาะสมของเกม ได้แก่ โหมดแข่งขัน, โหมดสมดุล และโหมดกำลังไฟต่ำ ทั้งยังเปิดการปิดกั้นการแจ้งเตือนได้เพื่อไม่ให้ขณะเราเล่นเกมต้องมีอะไรมาบดบังหน้าจอหรือรบกวนเราครับ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

มาดูกันที่เกม ROV กันก่อนครับ โดยการปรับค่ากราฟิก ในรอบแรกเราเล่นโดยไม่ปรับอะไรเพิ่ม (ภาพ HD มาตรฐาน และการแสดงผลระดับกลาง) ยกเว้นเฟรมเรทสูงเท่านั้น และเล่นโหมด 5 VS 5 ต้องบอกเล่นได้ลื่นๆ ครับ เฟรมเรทวิ่งอยู่ที่ 59-60fps ตลอดทั้งเกมไม่ว่าจะช่วงบวกหรือตีบ้าน

และรอบต่อมาเราปรับกราฟิกระดับสูงสุดเท่าที่ปรับได้ คือ ภาพ HD ระดับสูง, การแสดงผลระดับสูงเช่นกัน และเฟรมเรทสูง โดยในโหมด 5 VS 5 เหมือนเดิม ทุกอย่างก็ยังเล่นได้ไหลลื่นเหมือนปกติเลยครับ แต่ได้กราฟิกดีขึ้นมาอีกด้วยนะจะบอกให้

 ฃ

 

PUBG Mobile

สำหรับเกม PUBG Mobile เราปรับกราฟิกและเฟรมเรทในระดับกลาง และเล่นในโหลดปกติ 100 คน ก็ถือว่าทำได้ในระดับดีเลยทีเดียวครับ เล่นได้ไหลลื่น เรื่องการสัมผัสหน้าจอก็ทำได้ดี ไม่ค่อยมีอาการหน่วงเท่าไหร่

 

แบตเตอรี่อึด จะเล่นเกมหรือทั่วไปก็ใช้งานได้ทั้งวัน

realme 5i มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุมากถึง 5000mAh ช่วยให้เราใช้งานได้แบบเต็มที่ทั้งวันครับ ใครที่เป็นสายโซเชียล เล่น Facebook, IG หรือดู Youtube ตามปกติ ถือว่าอยู่ได้รอดครบวันถึงช่วงค่ำครับ ส่วนใครที่เล่นเกมแบบหนักๆ จัดเต็ม เช่น PUBG Mobile ก็เล่นได้ต่อเนื่องเกินครึ่งวันแน่นอน เพราะจากที่ทดสอบเล่น 2 เกมติดต่อกันประมาณ 2 ชั่วโมง แบตเตอรี่ลดลงมาประมาณ 15-20% เท่านั้นครับ นอกจากนี้ ด้วยแบตเตอรี่ที่เยอะ realme 5i ยังเปลี่ยนตัวเองจากสมาร์ทโฟนเป็นคล้ายๆ Power Bank ได้ด้วยผ่านการชาร์จให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นผ่านสายครับ

 

กล้องถ่ายรูป

ด้านกล้องถ่ายรูป แม้ realme 5i จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นกลางที่ราคาประหยัด แต่ก็จัดมาให้แบบเต็มๆ ครบทุกฟังก์ชัน ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
  • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร

ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมกับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมฟีเจอร์ AI Beauty และ AI HDR

AI ระบุฉากอัจฉริยะ

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นสุดประหยัดแต่ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ AI ที่ตรวจจับฉากได้ค่อนข้างแม่นยำครับ ซึ่งจะมีการปรับสีให้เหมาะสมกับวัตถุหรือสถานการณ์ต่างๆ ที่ระบบตรวจจับได้ เช่น อาหาร, รูปคน, ท้องฟ้า, พืชสีเขียว หรือสัตว์ เป็นต้น อย่างอาหารก็จะปรับให้เข้มขึ้นเพื่อให้ดูมีความสด หรือหากเป็นสัตว์เรื่องของขนจะดูละเอียดมากขึ้น เป็นต้น

 

มุมกว้างก็จัดมาให้ด้วยเลนส์ Ultra-Wide Angle

จัดมาให้ครบเหมือนกันสำหรับ realme 5i ที่พกเลนส์ Ultra-Wide มุมกว้างถึง 119 องศามาให้ ซึ่งองศาขนาดนี้ถือว่ากว้างเบอร์ต้นๆ ในสมาร์ทโฟนเรทเดียวกันครับ แถมภาพที่ถ่ายออกมาก็ยังให้สีที่มีความคมชัดและดูสดใสไม่ค่อยต่างจากเลนส์หลักที่มีความละเอียดเยอะกว่าด้วย ซึ่งถือว่าทำได้ดีมากๆ สำหรับราคาเรทนี้


เปิด Ultra-Wide Angle / ปิด Ultra-Wide Angle

 

ถ่ายกลางคืนก็หายห่วงผ่านฟีเจอร์ Super Nightscape 2.0

สำหรับฟีเจอร์ Super Nightscape 2.0 เป็นตัวช่วยให้เราถ่ายภาพตอนกลางคืนได้สว่างขึ้นครับ ซึ่งใน realme 5i ตัวนี้ก็ทำได้ดีพอตัว ถ้าอยู่ในสภาวะแสงน้อยหรือมืดมากๆ ก็อาจจะต้องถือค้างไว้รอประมวลผลประมาณ 6-7 วินาที แต่ก็แลกมาด้วยภาพที่สว่างมากขึ้นและอาจมี Noise อยู่บ้าง (ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ) แต่หากยังไม่มืดมากอย่างช่วงหัวค่ำหรือภาพที่ต้องการถ่ายยังมีแสงอยู่บ้างก็พอประมาณ 4-5 วินาทีเท่านั้น และ Noise ก็แทบไม่เห็นครับ


เปิด Super Nightscape 2.0 / ปิด Super Nightscape 2.0

 

ฟีเจอร์ผสม Ultra-Wide Angle + Super Nightscape 2.0

realme 5i สามารถนำ 2 ฟีเจอร์ด้านบนมาใช้งานพร้อมกันได้ครับทั้งมุมกว้างและถ่ายภาพกลางคืนด้วย Super Nightscape 2.0 ทำให้ได้ภาพกลางคืนที่เป็นมุมกว้างไปในตัวครับ ที่สำคัญผลลัพธ์ของภาพก็สวยงามอีกด้วย

 

Chroma Boost เร่งเฉดสีให้วัตถุแบบแจ่มๆ

ฟีเจอร์ Chroma Boost เรียกง่ายๆ คือ การเร่งเฉดสีให้กับวัตถุที่เรากำลังจะถ่ายครับ แต่ไม่ได้เป็นการเร่งเฉดแบบมั่วๆ ไปทั่วทั้งภาพ แต่จะใช้ AI ในการช่วยประมวลผลเพื่อให้เร่งเฉดสีแล้วยังดูเป็นธรรมชาติต่างจากฟิลเตอร์ทั่วไปและมีการเพิ่มความสว่างในแต่ละจุดให้ด้วย


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost

 

ถ่าย Portrait สวยๆ เบลอหลังได้เนียนๆ

อีกตัวชูโรงของกล้องหลัง realme 5i คือการใช้เลนส์ Portrait มาช่วยตรวจจับวัดระยะของวัตถุทำให้การเบลอหลังนั้นเนียนตาอย่างมากครับ โดยเมื่อเราถ่ายบุคคลการเบลอฉากหลังจะทำได้คมพอสมควร ไม่ค่อยมีส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวคนถูกกลืนเข้าไปในพื้นหลังด้วย แถมยังได้ความบิวตี้ที่ไม่ต้องปรับอะไรเองเช่นกัน


ปิด Portrait / เปิด Portrait

 

ทั้งนี้ในการถ่าย Portrait ก็ยังมีฟิลเตอร์แบบเฉพาะมาให้เราถ่ายเช่นกัน โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 แบบที่มีให้เลือกหลายสไตล์เลยทีเดียว ซึ่งยังเบลอฉากหลังให้อีกด้วย และใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย

 

 

 

และที่ขาดไปไม่ได้ในการถ่าย Portrait เบลอฉากหลังคือการถ่ายด้วยกล้องหน้า ที่ให้ทั้งความบิวตี้ สวยงามแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมากมาย และยังได้ความโดดเด่นที่ใบหน้าของเราด้วยเพราะฉากหลังจะละลายไปแบบเนียนๆ


เปิด Portrait / ปิด Portrait

 

ฟิลเตอร์ก็มีให้เลือกเพียบ

นอกจากฟิลเตอร์ในโหมด Portrait แล้วก็ยังมีฟิลเตอร์ในโหมดปกติเหมือนกันครับ แต่มีลูกเล่นให้เลือกมากกว่าอยู่ที่ 10 แบบ แต่ในฟิลเตอร์นี้จะไม่ได้เบลอหลังให้นะ

 

ถ่าย Macro เห็นได้แม้จะอยู่ใกล้

ในเลนส์ Macro ของ realme 5i สามารถให้เราถ่ายเจาะวัตถุต่างๆ ได้ใกล้ถึง 4 เซนติเมตร ซึ่งใกล้ระดับนี้จะทำให้เราเห็นรายละเอียดต่างๆ ที่เรามองแทบไม่เห็นหรือเห็นยากให้ได้ชมกันแบบชัดๆ ที่สำคัญระบบโฟกัสในเลนส์ก็ทำได้รวดเร็วด้วย

 

กล้องหน้า AI Beauty ไม่ต้องปรับเองก็สวยได้ธรรมชาติ

มาดูกันที่กล้องหน้าแบบบิวตี้ๆ กันบ้าง โดย realme 5i มาพร้อมฟีเจอร์ AI Beauty ที่กล้องหน้า ปล่อยให้ AI เป็นผู้ประมวลผลเองทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แต่หากใครไม่สะใจอยากแต่งเพิ่มก็มีให้ปรับทั้งใบหน้าเรียว, ใบหน้าเล็ก, คาง, ตาโต, จมูกเล็กลง หรือเสริมแต่ง เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างปรับได้ตั้งแต่ 1 – 100 ระดับไปเลยจ้า

 

กล้องหน้า AI HDR ย้อนแสงก็ไม่ต้องกลัว

ใครที่ต้องหันกล้องหนีแสงอาทิตย์บ่อยๆ ในตอนที่ถ่ายเซลฟี่เพราะกลัวหน้าจะออกมามืด แถมฉากหลังก็มองไม่เห็นก็หายห่วงไปได้เลยเพราะ realme 5i มีฟีเจอร์ AI HDR ที่ช่วยให้ใบหน้าของเรายังสว่างสดใส และยังคงเห็นฉากหลังที่ชัดเจนอีกด้วย ใครที่เป็นสายเซลฟี่น่าจะชื่นชอบฟีเจอร์กันครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงาม มีการไล่เฉดสีและแสงแบบเงางามที่ฝาหลัง และไม่ติดรอยนิ้วมือด้วย
  • กล้องหลัง 4 เลนส์มีให้ครบทุกฟังก์ชัน ทั้ง AI Beauty, Ultra-Wide, Macro และ Portrait
  • หน้าจอแสดงผลกว้าง 6.5 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD+ ใช้งานได้เต็มตาแน่นอน
  • ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 665 ทำให้เล่นไหลลื่นทั้งเล่นเกมและใช้งานทั่วไป
  • ช่องใส่ซิมการ์ดมีให้ 2 ช่อง และมีช่องใส่ MicroSD Card ให้อีก 1 ช่อง โดยไม่ต้องเลือกแบบ Hybrid ให้ยุ่งยาก
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh สามารถใช้งานได้ทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง
  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่

สำหรับ realme 5i มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีเขียว Forest Green ในบทความรีวิวนี้ และสีฟ้า Aqua Blue

รุ่น 4GB+64GB ราคา 4,699 บาท และรุ่น 4GB+128GB ราคา 4,999 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มกราคม 2563 ที่ realme Brand shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

News

รีวิว Xiaomi LINE Friends True Wireless หูฟังน่ารักที่สุด Brown และ Sally เอาอันไหนดี? [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

น่าจะเป็นหูฟังที่น่ารักที่สุดของปีก็เลยก็ว่าได้สำหรับ Xiaomi LINE Friends True Wireless พอได้เห็นของจริงแล้วยิ่งน่ารักขึ้นไปอีกทั้ง Brown และ Sally เอาอันไหนดี? ไปดูคลิปรีวิวกันเลย

Xiaomi LINE Friends True Wireless Review

ด้านดีไซน์และฟีเจอร์ของตัวหูฟังจะเหมือนกับ Redmi AirDots มีเพียงสีขาวเท่านั้น และมีลายของตัวการ์ตูนลายอยู่บนตัวหูฟังด้วยทั้ง Brown และ Sally โดยรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และฟังเพลงได้ยาวนานสูงสุด 3.5 ชั่วโมง เมื่อเก็บใส่กล่องก็จะตัดการเชื่อมต่ออัตโนมัติและเมื่อหยิบออกจากกล่องก็จะเชื่อมต่อให้อัตโนมัติด้วย

Xiaomi LINE Friends True Wireless นอกจากจะเป็นหูฟังน่ารักๆ แล้ว ถ้าซื้อเป็นของขวัญน่าจะถูกใจคนรับอย่างแน่นอน แต่ว่าตอนนี้ค่อนข้างหายากพอสมควรเพราะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเฉพาะในประเทศจีน ก็มีในไทยหิ้วมาขายกันบ้าง

สำหรับใครที่อยากได้แต่ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน ท้ายคลิปรีวิวต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!

อ่านต่อ...

IT News

ลองแล้วเร็วจริง! AIS Fibre SuperMESH WiFi แพ็กเกจเน็ตบ้าน 1 Gbps เร็วแรงทั่วบ้านทั้ง LAN และ WiFi

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ในปัจจุบันการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านของผู้ใช้งานส่วนใหญ่มีความต้องการความเร็วที่สม่ำเสมอ และอยากให้สัญญาณครอบคลุมทั่วทุกบริเวณของบ้าน แต่การใช้งานก็ยังมีข้อจำกัดของสัญญาณซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงบริเวณต่างๆ ภายในบ้านอย่างทั่วถึง ด้วยปัจจัยต่างๆ ในการใช้งานทั้งตัวอุปกรณ์ Router ที่ปล่อยสัญญาณไม่ทั่วถึง ตัวบ้านอาจจะมีหลายชั้น มีมุมที่อับสัญญาณ ตอนนี้ปัญหานั้นจะหมดไปล่ะครับ ด้วย AIS Fibre SuperMESH WiFi ซึ่งมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า” ได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ AIS Fibre SuperMESH WiFi Package 1Gbps สัญญาณ WiFi แรงทั่วบ้าน ถึงแม้จะใช้งานผ่าน WiFi ก็ตาม เดี๋ยวจะพาไปดูกันว่า “เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า” จะมีเทคโนโลยีล้ำๆ อะไรที่น่าสนใจ แพ็กเกจจะมีความคุ้มค่าขนาดไหน ไปดูรายละเอียดกันครับ

 

“เร็วกว่า” ด้วย AIS Fibre SuperMESH WiFi

ก่อนที่จะไปทดลองใช้งานอินเทอร์เน็ตเร็ว แรงทั่วทั้งบ้าน จาก AIS Fibre SuperMESH WiFi มาทำความรู้จักเทคโนโลยีนี้กันก่อนครับ ปัจจุบันผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่มักจะใช้ Router เพียงตัวเดียววางไว้ในบ้าน แต่เมื่อจะใช้งานจากชั้นอื่น หรือบริเวณอื่นๆ ของบ้านก็จะพบว่าสัญญาณไม่ทั่วถึง รวมไปถึงสปีดเมื่อใช้งานผ่าน WiFi ทำความเร็วได้ไม่เต็มที่ AIS เป็นรายแรกและรายเดียวในไทยที่พัฒนานวัตกรรม SuperMESH WiFi ทำให้สามารถเชื่อมโยงสัญญาณ MESH WiFi ถึงกันได้ครอบคลุมทั่วทุกมุมของบ้าน โดยไม่ต้องเดินสาย LAN ทำให้ใช้เน็ตบ้านได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง

 

AIS SuperMESH WiFi Router ที่ดีที่สุดและล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้

หนึ่งในเคล็ดคลับความเร็วแรง ของ AIS Fibre SuperMESH WiFi นั่นคือ SuperMESH WiFi Router ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของ Router ในไทย ได้รับการออกแบบและ Customized เทคโนโลยี MESH WiFi ใหม่ ซึ่ง Router ที่ออกแบบใหม่นี้จะทำให้การกระจายสัญญาณเร็วแรงเต็มสปีดและครอบคลุมทั่วทุกห้องในบ้าน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่เป็นครอบครัวใหญ่ หรืออาจะเป็นบ้าน 2 ชั้น ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทั่วทั้งบ้านตลอดเวลา

ในส่วนของคุณสมบัติเด่นๆ ที่น่าสนใจของ AIS Fibre SuperMESH WiFi Router ดังนี้

  1. กระจายสัญญาณเน็ตเร็วแรงเต็มสปีด 1 Gbps ตัวจริง บน WiFi
  2. เชื่อมต่อเป็น MESH WiFi ช่วยกระจายสัญญาณให้เร็วแรง และครอบคลุมสม่ำเสมอทั่วทุกมุมในบ้าน
  3. เชื่อมต่ออุปกรณ์ AIS SuperMESH WiFi Router ได้มากที่สุดถึง 8 ตัว และรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์ IoT ได้เป็นจำนวนมาก เปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart Home
  4. เป็น Green Energy Router รายแรกรายเดียวในไทยที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 30% เมื่อเทียบกับเราท์เตอร์แบบเดียวกันของผู้ให้บริการรายอื่น

AIS SuperMESH WiFi เร็วจริง เต็มสปีดบน WiFi 

ทำความรู้จักกับ AIS Fibre SuperMESH WiFi กันไปแล้ว มาถึงช่วงเวลาที่ใช้งานจริงกันครับ ซึ่งใช้งานในครั้งนี้เป็น AIS SuperMESH WiFi แพ็กเกจความเร็วสูงสุด 1000Mbps/200Mbps บนสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro โดยเลือกปรับสปีดความเร็วสูงสุด 1,000Mbps/200Mbps ทำการสปีดเทสต์บนแอป Speedtest by Ookla ได้ความเร็ว 1,004Mbps/260Mbps ซึ่งเป็นการใช้งานผ่าน WiFi จะเห็นว่าสปีดนั้นมาเต็มๆ บนความเร็วตามแพ็กเกจที่ปล่อยมาให้ใช้งานโดยไม่ต้องใช้สาย LAN  นอกจาก HUAWEI Mate30 Pro ที่รองรับการใช้งานแล้ว ยังมีรุ่น Mate 20 Pro, Mate 30, P30, P30 Pro ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานความเร็ว 1Gbps บน WiFi ได้ด้วยครับ

 

หากใช้งานบนโน้ตบุ๊ค พีซี ที่ใช้ Wireless Chipset รุ่น Intel AC9260, Intel AC9560, Killer AX1650x, Intel AX200, Intel AX201 รุ่นเหล่านี้รองรับการส่งสัญญาณ ผ่าน WiFi ได้สูงสุด 1 Gbps เช่นเดียวกันครับ ในฝั่งของผู้ใช้งาน Macbook Pro จะรองรับการส่งสัญญาณผ่าน WiFi ได้สูงสุด 800 Mbps และบนสมาร์ทโฟน Hi-end รุ่นอื่นๆ รองรับการส่งสัญญาณผ่าน WiFi ได้สูงสุด 650 Mbps

ถ้าพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ สำหรับ SuperMESH WiFi ของ AIS ก็คือการทำให้ผู้ใช้งานสามารถต่อ WiFi แล้วทำความเร็วได้สูงสุดเต็มสปีดสูงสุด 1Gbps หรือ 1000Mbps โดยไม่ต้องพึงพาสาย LAN เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการต่อสาย LAN ยังไงก็ได้สปีดเต็มแม็กอยู่แล้ว

อีกหนึ่งจุดเด่นของเทคโนโลยี MESH ของ AIS คือการส่งต่อสัญญาณไปยัง MESH ตัวอื่นๆ ได้สูงสุด 8 ตัว นั่นก็หมายความว่าเราสามารถวาง MESH แต่ละตัวให้กระจายได้ทั่วทั้งบ้านโดยไม่ต้องลากสายให้ยุ่งยาก แต่สำหรับการส่งต่อสัญญาณแบบไร้สายไปยัง MESH ตัวถัดไปจะทำให้สปีดดร็อปลง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้ว หรือถ้าอยากให้ MESH ทุกตัวปล่อยสัญญาณได้เต็มสปีดก็สามารถต่อสาย LAN ได้

 

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วสปีดที่มาจาก MESH จะได้เต็มสปีดตลอดการใช้งานหรือไม่ ซึ่งอันนี้ต้องอธิบายให้เห็นภาพกันง่ายๆ ว่าสัญญาณ WiFi แบบไร้สายในความเป็นจริงจะมีความเร็วที่ไม่นิ่งเสมอไป ทั้งนี้ก็มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อสปีดของเน็ตได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไร้สายต่างๆ เข้ามารบกวน, สัญญาณ WiFi จากบ้านข้างๆ, การเชื่อมต่อใช้งานพร้อมกันหลายอุปกรณ์ หรือรุ่นอุปกรณ์ที่เราใช้งานอยู่อาจไม่รองรับความเร็วระดับ 1Gbps เป็นต้น แต่ถ้าทดสอบผ่านสาย LAN แล้วได้ความเร็วเต็มสปีดตามแพ็กเกจ 1Gbps ก็แสดงว่าเน็ตถูกปล่อยมาเต็ม แต่อาจถูกสัญญาณรบกวนเวลาใช้งานผ่าน WiFi เป็นต้น

 

ดีกว่า” ด้วย Speed Toggle

อีกฟีเจอร์เด็ดที่ช่วยให้ใช้งานได้ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น ด้วย Speed Toggle ผู้ใช้งานสามารถสลับความเร็วดาวน์โหลด / อัปโหลดได้ด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ เลยครับ ซึ่งเป็นรายเดียวที่ปรับสปีดอัปโหลดได้สูงสุดถึง 1Gbps การสลับความเร็วก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปที่ https://myaisfibre.com จากนั้นเลือกสลับความเร็วที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง จะสลับกี่ครั้งก็ได้นะ ไม่จำกัดในแต่ละวัน เลือกปรับได้ตามความเหมาะสมของการใช้งานได้ตลอดเวลาตามต้องการ และหลังจากที่ปรับแล้วจะมีผลทันทีไม่ต้องรอนานให้เสียเวลา

 

อีกช่องทางที่สามารถสลับความเร็วในการใช้งานได้เช่นเดียวกันคือ ผ่าน AIS Fibre LINE Connect ซึ่งอยู่ใน AIS LINE Official ที่เมนู “บริการเน็ตบ้าน AIS Fibre” ก็สามารถสลับความเร็วได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน

 

การปรับสปีดด้วยตัวเองจะมีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 3 แบบ ตามความเหมาะสมของการใช้งานดังนี้

  • Full Speed Download เหมาะกับช่วงเวลาที่ต้องการเน้นความเร็วในการดาวน์โหลด เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ ดูหนังความละเอียดสูงๆ เป็นต้น
  • Symmetry เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลดเท่าๆ กัน
  • Full Speed Upload อันนี้หลายคนน่าจะชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เพราะว่าเราสามารถสลับความเร็วอัปโหลดให้เต็มสปีดระดับ 1Gbps ได้ ถ้าต้องการอัปโหลดไฟล์ใหญ่ๆ เช่น อัปโหลดคลิปขึ้นบน YouTube หรือ Facebook ก็เลือกเองได้เลย

 

ง่ายกว่าด้วย AIS Fibre GURU

ง่ายกว่าไปกับ AIS Fibre GURU ซึ่งเป็นทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจาก AIS Fibre ที่จะเข้าไปอำนวยความสะดวกในการติดตั้งให้กับลูกค้าถึงบ้าน มั่นใจได้เลยครับว่า สัญญาณ WiFi จะดีทั้งบ้านตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้งเลยล่ะครับ หากลูกค้ามีข้อมูลที่สงสัยอยากสอบถามเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามและขอคำแนะนำจาก AIS Fibre GURU ได้เช่นเดียวกัน อุ่นใจได้เลยว่าจะได้รับคำแนะนำดีๆ ในการใช้งานอย่างแน่นอนครับ 

 

AIS Fibre SuperMESH WiFi แพ็กเกจเน็ตบ้าน 1 Gbps ตัวจริง แรงเต็มสปีด

พูดถึง AIS Fibre SuperMESH WiFi กันมาเยอะแล้ว หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า น่าใช้งานแบบนี้ราคาแพ็กเกจจะเท่าไหร่ ต้องบอกเลยว่าเป็นราคาที่สามารถเข้าได้ถึงได้อย่างง่ายๆ AIS Fibre  SuperMESH WiFi แพ็กเกจ 1Gbps/200 Mbps สุดคุ้มเพียง 999 บาทต่อเดือน หรือแพ็กเกจเริ่มต้น 500/200 Mbps เพียง 899 บาทต่อเดือน โดยแพ็กเกจดังกล่าว จะได้รับเราเตอร์ SuperMESH WiFi  2 ตัว มูลค่า 7,980 บาท ไปใช้งานกันได้ฟรีๆ ด้วยนะครับ

 

นอกจากนี้ สำหรับใครที่ชอบความบันเทิงยังสามารถเพิ่มเงิน 100 บาท/เดือน จะได้รับกล่อง AIS PLAYBOX เอาไปชมคอนเทนต์จากช่องดัง กับแพ็กเกจ PLAY FAMILY นาน 12 เดือน,  HOOQ นาน 6 เดือน และ NETFLIX นาน 3 เดือน ฟรี! ได้อีกด้วยครับ

AIS Fibre SuperMESH WiFi เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามารองรับการเติบโตของ Video Streaming ความละเอียดระดับ 4K, เทคโนโลยี 5G และแอปพลิเคชันใหม่ๆ เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิต ในปี  2020 นี้ และในอนาคต ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของแพ็กเก็จที่มีความเร็วถึง 1Gbps บน LAN และ WiFi ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ดีกว่าด้วยการปรับ Speed Toggle ได้ด้วยตัวเอง และง่ายกว่าด้วย AIS Fibre GURU ผู้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือให้คำแนะนำได้อย่างเชี่ยวชาญกับผู้ใช้งานทุกคน ทั้งหมดนี้เป็นความน่าสนใจจาก AIS Fibre SuperMESH WiFi ที่หลายๆ คนสงสัย อยากทราบข้อมูลรวมไปถึงการใช้งานจริงวันนี้เลยนำมาฝากกันครับ สำหรับผู้ที่สนใจหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS Fibre SuperMESH WiFi สามารถดูได้ที่ www.ais.co.th/fibre

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A71 สเปคแรง เล่นเกมลื่นด้วย Snapdragon 730, RAM 8GB พร้อมถ่ายภาพสวยด้วย 4 กล้องหลัง 64MP

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A71 สมาร์ทโฟนตัวแรงในราคาสุดคุ้มด้วยการขับเคลื่อนผ่าน CPU Snapdragon 730 Octa-Core ควบคู่กับ RAM 8GB พร้อมชูโรงด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล แต่ละฟีเจอร์จะเป็นอย่างไร มาดูกันครับ

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A71

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.6 x 76.0 x 7.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 179 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-O ชนิด Super AMOLED+ กว้าง 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 730 Octa Core ความเร็ว 2.2GHz
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับ Fast Charge 25W

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Samsung Galaxy A71 มาในรูปแบบเรียบง่ายเหมือนเดิมครับ โดยมีรูปและชื่อรุ่นที่ด้านหน้าชัดเจน และเมื่อแกะออกมาก็จะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง Samsung Galaxy A71 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ Fast Charge 25W
  • สาย USB Type-C to Type-C
  • หูฟังพอร์ต 3.5 มม.
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy A71 กับสีที่เราได้มาเป็นสีดำที่มีการตัดลวดลายและเล่นเฉดสีแบบ Prism Crush เมื่อสะท้อนแสงก็จะประกายออกมาเป็นสีรุ้งอย่างสวยงามครับ ซึ่งนอกเหนือจากสีดำก็ยังมีสีฟ้าและสีเงินให้เลือกอีกด้วย

 

ส่วนตัวเครื่องก็มาในขนาดที่จับกระชับมือเพราะมีความโค้งที่ด้านหลังเครื่อง ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป และจับก็ไม่ลื่นมืออีกด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้มาในชนิด Super AMOLED+ ที่มีความบางของวัสดุหน้าจอมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เครื่องบางลง และยังมาในรูปแบบ Infinity-O ที่ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอตรงกลางด้านบนอีกด้วย ทำให้หน้าจอมีขนาดใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว ทั้งยังได้ความละเอียด FHD+ รับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมได้สีสันจัดเต็มและเต็มตาแน่นอนครับ

 

บริเวณรอบเครื่องที่ด้านบนของหน้จอจะเป็นกล้องหน้าฝังในหน้าจอพร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา โดยเซ็นเซอร์ต่างๆ จะฝังในหน้าจอครับ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM จำนวน 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่อง

 

ส่วนด้านขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างจะยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่ ถัดไปเป็นพอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก ขณะที่ด้านบนมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลังฝังในโมดูลทรงสี่เหลี่ยมที่มุมซ้ายบน ภายในมีกล้อง 4 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED ด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Samsung Galaxy A71 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 รุ่นล่าสุด โดยครอบทับด้วย One UI 2.0 ด้วยเหมือนกัน ซึ่งทำให้การทำงานไหลลื่นยิ่งขึ้นและมีแอนิเมชั่นใหม่ๆ ของ UI มากพอสมควรเมื่อเทียบกับ One UI 1.0

 

สำหรับ One UI 2.0 จะมีการทำงานที่ไหลลื่นกว่ารุ่นเดิมอย่าง One UI 1.0 ครับ โดยมีฟีเจอร์และ UI ใหม่ๆ พร้อมการจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่องได้ดีขึ้นด้วย

 

ใช้งาน Dark Mode ตอนกลางคืน

Samsung Galaxy A71 แน่นอนว่าต้องมาพร้อมฟีเจอร์ Dark Mode เพื่อทำให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้สะดวกมายิ่งขึ้น ทำให้ภาพพื้นหลังเป็นสีดำและตัวอักษรเป็นสีขาวครับ ซึ่งในส่วนนี้บางแอปพลิเคชั่นอาจยังไม่รองรับ

 

ดูการแจ้งเตือนง่ายๆ ผ่าน Always-on-Display

ด้วยหน้าจอ Super AMOLED ที่มีมาในเรือธงและตัวกลางของ Samsung ทำให้หลายรุ่นใช้งานฟีเจอร์ Always-on-Display ได้ ซึ่งรุ่นนี้ก็เช่นกัน โดยฟีเจอร์นี้จะเป็นการบอกสถานะและการแจ้งเตือนต่างๆ ของเครื่อง ทั้งวันที่, เวลา, แบตเตอรี่คงเหลือ หรือการแจ้งเตือนจากแอปต่างๆ ครับ ทำให้ไม่ต้องคอยกดปุ่มล็อคเครื่องเพื่อดูสิ่งต่างๆ เลย

 

ทั้งนี้ เรายังสามารถปรับแต่งรูปแบบของนาฬิกาได้ตามใจชอบ รวมไปถึงสีสันต่างๆ อีกด้วยครับ

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านระบบความปลอดภัยก็จัเมาให้เต็มๆ ครับ โดยจะมีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผลที่ทำได้อย่างเสถียรและแม่นยำ

 

ส่วนการสแกนใบ้หน้าก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เพียงยกขึ้น ระบบก็สแกนให้ทันที

 

ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย Bixby Routines

ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การใช้วินง่ายขึ้นมากครับ โดยแทบไม่ต้องตั้งค่าอะไรเองเลย เพราะเราสามารถตั้งค่าให้ระบบต่างๆ ในเครื่องเปลี่ยนแปลงตามสถานที่หรือเวลาตามที่เราตั้งค่าไว้ครับ เช่น ออกจากบ้านให้ปิดเสียงและเปลี่ยนเป็นการสั่นแทน หรือเมื่อถึงบ้านก็ให้เปิดใช้งาน Wi-Fi โดนอัตโนมัติ เป็นต้น

 

 

ใช้งาน 2 บัญชีด้วย Dual Messenger

ใครที่มีแอปพลิเชคั่นแชทมากกว่า 1 บัญชีก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ Dual Messenger เพื่อเป็นการสร้างขึ้นมาอีก 1 บัญชีครับ โดยทั้ง 2 บัญชีจะแยกใช้งานกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งใช้ได้กับทั้ง Line หรือ Messenger เลยครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ใครที่ชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจก็ขอแนะนำ Samsung Galaxy A71 กันเลยครับ เพราะมาพร้อมกับขุมพลังตัวกลางที่แรงสุดๆ อย่าง Snapdragon 730 Octa-Core ที่เน้นการเล่นเกมเป็นหลัก ทั้งยังใช้งานได้ลื่นๆ เปิดหลายแอปพลิเคชั่นพร้อมกันได้สบายเพราะมี RAM 8GB ทั้งยังโหลดแอปได้ไม่ต้องกลัวเต็มเพราะมีความจุถึง 128GB เลยด้วย

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 239,008 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 430 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,597

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

สำหรับฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมก็มีเหมือนกับ Samsung Galaxy A51 ครับ ไม่ว่าจะเป็น Game Launcher ที่รวบรวมเกมทั้งหมดไว้ในที่เดียว และ Game Booster ที่เป็นตัวรีดประสิทธิภาพของเกมให้เล่นได้ลื่นมากที่สุด พร้อมด้วยการสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือนการโทรหรือจากแอปได้แบบหมดจด ไม่มีอะไรเด้งมากวนใจแน่นอน

Game Launcher

Game Booster

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เริ่มด้วยเกม ROV เราทดลองปรับกราฟิกในระดับสูงสุดทั้งหมด พร้อมด้วยเฟรมเรทสูง และเล่นในโหมด 5 VS 5 ตั้งแต่ต้นเกมมาแรกๆ เฟรมเรทจะวิ่งอยู่ที่ 59-60fps ขณะที่ช่วงเริ่มมีทีมไฟต์หรือบวกกันยาวๆ ก็จะเริ่มตกลงมาเล็กน้อยอยู่ประมาณ 56fps ขึ้นไปครับ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากเพราะยังเล่นได้ลื่นๆ อยู่

 

Call Of Duty: Mobile

มาต่อกันที่เกม Call Of Duty: Mobile เราลองปรับการตั้งค่าเกม 2 แบบ ทั้งกราฟิก Very High + เฟรมเรท Very High และกราฟิก High + เฟรมเรท Max โดยเข้าเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน ทั้ง 2 การตั้งค่าก็สามารถเล่นได้เป็นอย่างดีครับ ไม่มีอาการกระตุกให้เห็น แถมเรื่องการสัมผัสหน้าจอต่างๆ ก็ไปตามนิ้วชัดเจนครับ หายห่วงไปได้เลย

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายกับเกม Asphalt 9: Legends ได้ลองปรับกราฟิกในระดับสูง และเล่นต่อเนื่องประมาณ 5-6 รอบ ทุกรอบก็เล่นได้ลื่นตามปกติครับ แถมตัวเครื่องก็ไม่ได้ร้อนเกินไปด้วย

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จเร็ว 25W

ในเรื่องของแบตเตอรี่ Samsung Galaxy A71 ให้มาถึง 4500mAh ทำให้ใช้งานได้ทั่วไปได้ตลอดทั้งวัน แต่หากใครเล่นเกมเยอะหน่อยก็อาจจะต้องชาร์จระหว่างวันอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติครับ

นอกจากนี้ Samsung Galaxy A71 ยังรองรับเทคโนโลยี Super Fast Charge ถึง 25W และมีอะแดปเตอร์มาให้ในกล่องด้วย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม โดยเราลองชาร์จจากแบตคงเหลือ 33% ถึง 100% ใช้เวลาไปประมาณ 70 นาทีครับ ถือว่าเร็วพอสมควร

 

กล้องถ่ายรูป

อีกจุดเด่นที่พลาดไม่ได้ใน Samsung Galaxy A71 ก็คือเรื่องกล้องครับ โดยจะมีมาให้ทั้งหมด 5 เลนส์ ดังนี้

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้า

  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ทั้ง 5 เลนส์นี้จะมีฟีเจอร์อะไรโดดเด่นบ้าง มาดูกันเลย!

ความละเอียดสูงสุด 64MP

มีเลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซลมาให้ก็สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงได้เหมือนกันครับ โดยข้อดีของการถ่ายในโหมดนี้เราจะได้ภาพที่สามารถใช้ในการทำป้ายใหญ่ๆ หรือซูมได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยของภาพได้ครับ


ไฟล์ภาพ 64 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ตรวจจับวัตถุอัจฉริยะด้วย AI

มี AI มาให้เหมือนเดิมสำหรับ Samsung Galaxy A71 ที่สามารถแยกแยะวัตถุได้อย่างรวดเร็วครับ เพียงแค่นำกล้องไปส่องกับสิ่งที่เราอยากถ่าย เช่น สัตว์เลี้ยง, อาหาร, อาคาร, ท้องฟ้า หรือดอกไม้ เป็นต้น โดยสีสันก็จะปรับตามความเหมาะสมแบบไม่ต้องทำอะไรเลย

 

 

Ultra-Wide Angle มุมกว้างขั้นสุดถึง 123 องศา

จุดเด่นเรื่องกล้องของ Samsung คงไม่พ้นการถ่ายมุมกว้างหรือ Ultra-Wide แน่นอนครับ เพราะให้ทั้งความสดใสของสี ภาพคมชัด และที่สำคัญคือได้มุมกว้างมากๆ ที่ 123 องศาเลยทีเดียว อยู่ใกล้ๆ ก็เก็บได้ครบ ไม่ต้องเดินถอยเพื่อถ่ายรูป


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

 

ถ่ายใกล้สุด 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ถ่ายกว้างแล้ว มาถ่ายใกล้ๆ กันบ้างครับ ด้วยเลนส์ Macro ที่สามารถถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร โดยตัวเลนส์ยังมีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล ทำให้ได้ภาพคมชัดและสีสันก็ยังคงสดใหม่อีกด้วย

 

ถ่ายกลางคืนก็สวยผ่าน Night Mode

Galaxy A71 ยังมีฟีเจอร์ Night Mode ที่ช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและชัดเจนยิ่งขึ้นครับ แถมเรื่อง Noise ก็แทบไม่เห็นเลยด้วย (ถ้าถ่ายในที่ที่ยังมีแสงอยู่บ้าง) ซึ่งเราก็ลองถ่ายภาพด้วยโหมดปกติเหมือนกัน ปรากฏว่าระบบจะปรับค่าแสงให้เหมือนกับถ่ายด้วย Night Mode ทำให้แทบแยกไม่อออกครับว่าภาพไหนเปิดหรือปิด Night Mode

ที่สำคัญ Night Mode ยังใช้เลนส์ Ultra-Wide ถ่ายได้ด้วย

 

Live Focus เบลอหลังแบบธรรมชาติ

Live Focus จะเป็นการเบลอฉากหลังได้แบบเนียนๆ ครับ ซึ่งการตัดขอบถือว่าดีมากๆ แทบไม่มีส่วนไหนของร่างกายหรือแม้แต่เส้นผมโดนเบลอทิ้งไปด้วยเลย โดยใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย

 

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลคมชัดด้วย Super AMOLED+ ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และใช้งานได้แบบเต็มๆ ตา
  • ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 730 Octa-Core คู่กับ RAM 8GB + ROM 128GB เหมาะสำหรับการเล่นเกมได้แบบไหลลื่น
  • มีกล้องหลังถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล มีฟีเจอร์ให้ครบทั้ง Ultra-Wide, Macro และ Depth
  • แบตเตอรี่อึดถึง 4500mAh แถมรองรับ Super Fast Charge ถึง 25W ด้วย
  • สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอได้

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่สามารถป้องกันน้ำได้

สำหรับ Samsung Galaxy A71 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, ฟ้า และเงิน โดยเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อยในราคา 13,990 บาท โดยผู้ที่ซื้อจะได้สิทธิ์รับส่วนลด 500 บาทสำหรับอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์ตั้งแต่วันนี้ – 10 กุมภาพันธ์ 2563

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์20 นาที ที่แล้ว

AIS มอบทุนการศึกษาจนจบปริญญาตรี ช่วยเหลือบุตรผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงโคราช

AIS มอบทุนการศึกษาจน...

IT News25 นาที ที่แล้ว

Xiaomi เปิดตัว MIJIA Electric Shaver เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า 5 ใบมีด ทำความสะอาดเองได้ด้วยการสั่น ขนาดเล็กและกะทัดรัด ในราคาราว 1,900 บาท

Xiaomi เปิดตัว MIJIA...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI Y7p ชวนเติมเต็มจินตนาการให้เป็นจริงผ่านภาพถ่าย ด้วยกล้องที่ตอบโจทย์ทุกการสร้างสรรค์ ในราคาสุดคุ้ม

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ ...

NAVER LINE2 ชั่วโมง ที่แล้ว

LINE NEXPLOSION 2020 เผยกลยุทธ์พลิกเกมธุรกิจออนไลน์คอนเทนต์ พร้อมประกาศเป็นแพลตฟอร์มไทยรายแรกที่ขยายฐานไปยังตลาดอาเซียน

LINE ประเทศไทย จัดงา...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

เอาใจคนอยากทิ้ง จัดโปร ฮาวทู ‘ทิ้ง’ ทิ้งเครื่องเก่า แลกเครื่องใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 6,000 บ. เมื่อซื้อสแกนเนอร์เครื่องใหม่จากบราเดอร์

ฮาวทู ‘ทิ้ง’ ทิ้งเคร...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง